คุณกำลัง login ด้วย [ เปลี่ยนชื่อ | ออกระบบ ]
 กระทู้ Top5 วันนี้ | นิยาย | ค้นหานิยาย | บอร์ดนักเขียน | บอร์ด AF | บอร์ด TheStar | ของที่ระลึก Dek-D | App อ่านนิยายบนมือถือ New! |
  นิยายรักหวานแหวว | นิยายรักเศร้าๆ | นิยายซึ้งกินใจ | นิยายแฟนตาซี | นิยายผจญภัย | เรื่องสบายๆคลายเครียด | แฟนฟิค | วรรณกรรมเยาวชน |
เข้าสู่ My.iD Control สมัครเป็นนักเขียนใหม่ | วิธีลงบทความ กฏเกณฑ์การใช้งาน | การควบคุมเรตติ้ง

รักละมุนอุ่นหัวใจ วางแผงแล้ว สนพ อิงค์

ตอนที่ 2 : ตอนที่ 1...100%


     อัพเดท 3 ก.ย. 54
กลับไปหน้าหลักของบทความ
แจ้งเนื้อหาในตอนไม่เหมาะสม
นิยาย-เรื่องยาว: ฟรีสไตล์/ซึ้งกินใจ
Tags: ยังไม่มี
ผู้แต่ง : อัมราน/บรรพตี ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ อัมราน/บรรพตี
My.iD: https://my.dek-d.com/Darrano
< Review/Vote > Rating : 96% [ 3 mem(s) ]
This month views : 0 Overall : 23,570
122 Comment(s), [ แฟนพันธุ์แท้ 64 คน ]

[ ตอนก่อนหน้า | กลับไปหน้าหลักของบทความ | ตอนถัดไป ] [ บันทึกเป็น Favorite ] [ ปิดหน้าต่างนี้ ]
รักละมุนอุ่นหัวใจ วางแผงแล้ว สนพ อิงค์ ตอนที่ 2 : ตอนที่ 1...100% , ผู้เข้าชมตอนนี้ : 2211 , โพส : 6 , Rating : 100% / 9 vote(s)

ขนาดตัวอักษร : เพิ่มขนาด | ลดขนาด


ตอนที่ 1  So far away…

 

หมวกใบเล็กซึ่งคลุมทับผมสีดำนุ่มยาวปลิวหายไปกับสายลมในทันทีที่ปริญดาเปิดประทุนรถสปอร์ตตามคำขอของเพื่อนรัก หญิงสาวร่างบอบบางกระโดดโลดเต้นยกมือโบกไปโบกมาจึงไม่ทันได้จับหมวกที่ปลิวหายไปจนไม่ทันได้คว้า ทว่าเสียงหัวเราะกลับแทรกมาแทนเสียงโวยวายที่เจ้าตัวมักชอบทำเป็นประจำ แต่ไม่ใช่ครั้งนี้ที่หญิงสาวกลับหัวเราะชอบใจ อาจเพราะการเดินทางที่เป็นอิสระจากทุกคนในอัศวเมธานันท์หรืออาจเป็นเพราะพี่ชายไม่ได้อาการหนักอย่างที่กังวลแต่แรก อีกไม่นานไอศูรย์ก็จะหายดีเพราะมีพี่เชษฐาดูแลแทนเธอที่ต้องมาฝึกงาน ทำให้ขนิษฐากลับมาร่าเริงได้อีกครั้ง

ไม่ใช่เพราะขนิษฐาอึดอัดที่ใครๆ ต่างคอยดูแลเธอเสมือนแก้วที่พร้อมจะแตก ซึ่งจริงๆ แล้วเธอรู้ว่ามันแตกและหลอมใหม่ด้วยความรักของพี่ชายทั้งสองคนมาตั้งนานแล้ว แต่ที่เธออึดอัดใจก็คือเวลามีเรื่องอะไรเกิดขึ้นก็ตาม เธอมักจะถูกปิดกลั้นไม่ให้รับรู้เสมอ  

ขนิษฐาก้มลงมาคว้าหมวกของปิ่นจนเจ้าตัวร้องวี๊ดเบาๆ เพราะผมที่ดัดเป็นลอนสวยปลิวว่อนไปตามลมและแรงตามความเร็วของรถ เจ้าตัวรีบปล่อยคันเร่งนิดหนึ่งให้รถแล่นช้าลง ในขณะเดียวกันคนก่อเรื่องเหม็บๆ ก็เปิดเพลงให้ดังขึ้น ก่อนจะร้องคลอไปด้วยกัน

‘เพราะว่าเราห่าง ไกลกันเหลือเกิน คิดถึงแต่เธอนั้น เฝ้าแต่นับให้ถึงวันที่เรานั้นได้พบกัน เราช่างห่าง ไกลกันเหลือเกิน ฉันเองก็ไม่รู้ เมื่อไรจะได้พบเธอ’

                ปิ่นแกล้งกดข้ามเพลงนั้นไป รู้หรอกว่ายัยน้องชอบเพลงนี้เป็นชีวิตจิตใจ อาจเพราะความคิดถึงหรืออาจอยากพบใครที่รอคอยสักคนก็ตามแต่ ทว่าตั้งแต่เป็นเพื่อนกันมาตั้งแต่ชั้นมัธยมจนกระทั่งมาเรียนการโรงแรมด้วยกัน ใครคนนั้นที่ขนิษฐารอคอยก็ยังไม่เยี่ยมกรายเข้ามาในชีวิตของเพื่อนรักเธอ หรือว่าจริงๆ แล้วคนที่รอคอยกับคนที่จากไปอย่างไม่มีวันกลับอาจจะเป็นคนคนเดียวกันก็สุดรู้

                “ยัยปิ่นแกล้งน้องใช่ไหม

                “เปล่าเสียหน่อยยัยน้อง ลงมานั่งแล้วช่วยกันดูแผนที่เลย นี่เข้าตัวเมืองมาแล้วก็ไปทางปากน้ำปราณบุรี แล้วไปทางไหนต่อ”

                ขนิษฐากลับมานั่งในรถตามเดิม แล้วจัดการหาแผนที่ในกระเป๋าที่เต็มไปด้วยของที่นั่นก็จำเป็น นี่ก็จำเป็น จนกระทั่งแผนที่ถูกยัดไว้จนใต้กระเป๋า แถมยับยู่ยี่ ทำให้กว่าจะได้ดูแผนที่ก็เกือบจะเลยทางอยู่รอมล่อ

                “เลี้ยวขวาไปทางเขาหัวกะโหลกนะ แล้วก็ขับไปเรื่อยๆ จนสุดถนนนั่นแหละก็จะถึงที่ฝึกงานของเรา”

                ‘บุหลันมันตรารีสอร์ต’ เป็นรีสอร์ตที่สองสาวลุคไฮโซต้องมาฝึกงานเป็นเวลา 2 เดือน แล้วดูเหมือนว่ากระเป๋าที่เจ้าตัวหอบมาอย่างน้อยคนละ 3 ใบใหญ่จะคล้ายๆ มาพักตากอากาศมากกว่ามาฝึกงานเสียอีก แต่อย่าได้คิดว่ามันมากไปเชียวเพราะหากรถขนได้มากกว่านี้ สองสาวก็สามารถจัดเต็มได้

                “ทำไมปิ่นถึงเลือกที่นี่ น้องว่าจะถามหลายทีแล้ว”

                “ยัยน้องเอ้ย ฉันไม่ได้เลือก แต่พี่ชายฉันต่างหากที่เลือกให้” ปริญดาบอกพลางเหน็บผมไว้หลังใบหู เหล่เพื่อนอีกนิด

                “พี่ปราณน่ะนะ มาดไม่ให้เลย ถ้าให้ไปนอนเต็นท์กลางสนามแข่งรถยังน่าเชื่อกว่า”

                ขนิษฐาไม่ได้พูดเกินจริงเลยสักนิดเพราะมาดเถื่อนๆ ดิบๆ อย่างปราณปริญนั้นดูไม่เข้ากับรีสอร์ตกลางธรรมชาติที่หน้าก็ทะเล ด้านหลังก็ติดเขาแบบนี้หรอก แถมถ้าเดาไม่ผิดตอนนี้เจ้าตัวคงกำลังปร๋ออยู่แถวๆ สนามแข่งรถที่ไหนสักแห่งกระมัง

                “ไม่มีอะไรมากหรอก พอดีพี่ปราณรู้จักกับเจ้าของรีสอร์ตน่ะสิ ถ้ามาฝึกงานแบบมีเส้นนิดๆ ไอ้เรื่องที่จะไม่ผ่านคงยากส์” สาวซ่าปิ่นหัวเราะร่า               

                “อ้อ แบบนี้นี่เอง” สาวแสบพยักหน้าหงึกๆ ก่อนจะเขย่าแขนเพื่อนพลางชี้ “ อย่าลืมเลี้ยว แหมยัยปิ่นนี่เมาท์จนไม่มองทางเลยนะ”

                ปิ่นหันมายิ้มประจบก่อนจะหักพวกมาลัยเลี้ยวตามที่เพื่อนรักบอก สองสาวใช้เวลาเดินทางอีกไม่ถึงครึ่งชั่วโมงก็มาถึงบุหลันมันตรารีสอร์ต สถานที่ฝึกงานที่ขนิษฐาไม่ทันได้คิดสักนิดว่าโชคชะตากำลังเล่นตลกกับเธอเข้าแล้ว

 

                ร่างสูงใหญ่ในชุดเสื้อยืดอันเป็นฟอร์มของพนักงานรีสอร์ตกับกางเกงยีนซีดสุดเซอร์อันเข้ากับผมทรงเดดร๊อคที่เจ้าตัวชอบใจนักหนากำลังเดินลงมาจากชั้นบนของบ้าน ซึ่งปลูกแยกออกมาจากรีสอร์ตซึ่งทั้งอิทธิพลกับอรอินทุ์เป็นคนช่วยกันออกแบบ แล้วไปให้วิศวกรช่วยแกะรูปวาดออกมาจนเป็นรูปเป็นร่างและสร้างออกมาได้อย่างใจ สมใจเจ้าของรีสอร์ตตัวจริงที่นั่งรอลูกชายอยู่ที่เก้าอี้หวายหน้าบ้าน

                อรดีนั่งมองคลื่นของทะเลในยามเช้าพลางจิบกาแฟ หลายปีมาแล้วที่นางและลูกๆ ต้องฝ่าฟันทุกความยากลำบาก หลังจากไร่ที่เป็นความหวังของสามีผู้ล่วงลับค่อยๆ ทรุดโทรมลงเพราะนางเองไม่มีความถนัดในการทำเกษตรกรรม อรอินทุ์ลูกสาวคนโตก็ใกล้จะเข้ามหาวิทยาลัย ส่วนอิทธิพลลูกชายคนเล็กก็เข้ามัธยมต้น

ทำให้ผู้หญิงที่รับภาระเลี้ยงลูกสองคนตัดสินใจขายไร่ แล้วนำเงินทั้งหมดมาลงทุนกับแผ่นดินผืนสุดท้ายที่ปราณบุรี เกือบสิบปีที่บากบั่นสร้างรีสอร์ตแห่งนี้ ทุกอย่างเป็นไปได้เพราะความรัก นางรักลูกถึงได้ไม่เคยคิดยอมแพ้แม้สักเสี้ยววินาที

แล้วเมื่อมองลูกชายซึ่งกำลังเดินมาหาในเวลานี้ ไม่มีอะไรจะแทนคำพูดหัวอกของคนเป็นแม่ได้นอกจากนางภูมิใจ แต่จะมาสะดุดเอาตรงทรงผมกับเสื้อผ้าที่ลูกชายใส่มานี่แหละ

                “เจ้าอิฐทำไมไม่แต่งตัวให้มันดีๆ หน่อยฮึ นี่อะไรแต่งตัวยังกับจับกัง”

                เสื้อก็เก่าจนซีดเพราะใส่มาเป็นแรมปี กางเกงยีนก็ไม่ต้องบรรยาย แถมทรงผมก็แสนจะทำให้อรดีปวดตับตลอดลำใส้  ไม่รู้อิทธิพลไปได้แรงบันดาลใจอะไรถึงได้ทำผมทรงสังกะตังแบบนี้

                “คุณนายก็ ผมก็แต่งของผมอย่างนี้ตลอด แค่ชายลุ่ยนิดเดียวเองจะทิ้งทำไมเล่าครับ”

                อิทธิพลไม่เคยลืมว่ากว่าจะมีวันนี้ เขากับพี่สาวต้องเห็นแม่อดเพื่อลูกมากี่ครั้งกี่หน การประหยัดไม่ใช่เรื่องน่าอายสักนิด แม้ว่าเขาจะเป็นผู้ชายปากตรงกับใจ ก็ไอ้ที่ใครๆ เรียกว่าปากเสียนั่นแหละ แต่เขาก็ไม่เคยโกหกเพื่อให้คนมารักมาชอบ แต่สำหรับผู้หญิงที่เขารักคนนี้ ปากเสียๆ จะถูกเก็บใส่ลิ้นชักไว้ทันที

                อรดีส่ายหน้าปลงๆ แทนลูกชาย อิทธิพลเป็นอย่างที่อรอินทุ์เคยให้คำจำกัดความเอาไว้ไม่มีผิด...ปากตรงกับใจ ไม่คดโกงใคร แต่ใครๆ ไม่ค่อยอยากมารัก เพราะความตรงๆ ไม่มีเฉนั่นแหละ

ทว่านางกับลูกสาวก็พอใจที่ผู้ชายคนเดียวของบ้านเป็นคนแบบนี้

                “นั่นมันตอนที่อิฐยังเป็นเด็กฝึกงานของแม่ ตอนนี้มันไม่ใช่แล้วนี่นา รู้ไหมว่าเราก็เป็นหน้าเป็นตาของรีสอร์ต มาแต่งตัวแบบนี้ใครจะเข้ามาพักกันยะ”

                อิทธิพลทำทีค้อนแม่ แต่พออรดีเผลอนิ้วเพชฌฆาตก็ชี้หมับเอวที่เหลือน้อยของผู้หญิงช่างติช่างว่าของเขาทันที อรดีสะดุ้งพลางตีลูกชายเบาๆ นั่นล่ะนายอิฐของใครๆ ก็หัวเราะร่าพร้อมกับเข้ามากอดเอาใจ

                “โธ่ แม่ก็ใครๆ เขาก็รู้ว่าเจ้าของบุหลันมันตราคือคุณอรดีกันทั้งนั้น ผมไม่เกี่ยวเสียหน่อย”

                อรดีตีแขนลูกชายดังเพี๊ยะโทษฐานผลักภาระใส่แม่ มีที่ไหนกันเรียนก็จบแล้ว เหลือแต่ไปรับปริญญายังจะมาอ้อนเป็นเด็กๆ อีก ทั้งๆ ที่แทบจะทำงานแทนนางมาได้เป็นปีอยู่แล้ว

                “นี่แน่ะ มาพูดแบบนี้ได้ยังไง แม่อยากพักบ้างแล้ว อิฐก็มาช่วยแม่ได้แล้ว”

                อิทธิพลคลายกอดแล้วไปนั่งฝั่งตรงข้าม มองแม่ยิ้มๆ เนื่องจากเขาไม่ได้คิดจะผลักภาระ แต่ว่าเขาอยากเป็นผู้ใหญ่โดยที่ไม่ได้ทิ้งผู้หญิงสองคนที่เขารักไว้ข้างหลังต่างหาก

                “ก็ช่วยอยู่ไงครับ แค่ไม่ออกหน้าเท่านั้นเอง”

ชายหนุ่มยกนมสดขึ้นดื่มแทนกาแฟอย่างที่ใครๆ เขาชอบกัน นั่นเพราะหนุ่มเซอร์แพ้กาแฟ ทำให้มาดเซอร์ๆ แมนๆ ของเขาลดลงไปโข แต่ใช่ว่าเขาจะสนเพราะการกินนมมันไม่ได้วัดถึงปริมาณลูกผู้ชายเสียหน่อย

                “แล้วจะมาออกหน้าออกตา ให้แม่ได้พักเมื่อไหร่ละ”

                “อีกสัก 2 เดือนค่อยเผยรูปทอง ตอนนี้เป็นเจ้าเงาะไปก่อน”

อิทธิพลสรุปเองง่ายๆ ถึงเขาจะช่วยอรดีดูแลรีสอร์ตที่เริ่มต้นจากสิบหลังจนเดี๋ยวนี้กิจการงอกเงยเป็นสามสิบหลังภายในระยะเวลาไม่ถึงสิบปี แต่ปัญหาที่เขาได้พบระหว่างทำงานไปด้วยเรียนไปด้วยนั้นมีมาไม่ได้ซ้ำกันสักเรื่อง เขาอยากมีเวลาเก็บเกี่ยวประสบการณ์อีกนิด เพื่อที่การขึ้นมาเป็นเสาที่แข็งแรงให้แม่กับพี่สาวได้ยึดโยงจะไม่ซวนเซไประหว่างทาง

อรดีค้อนลูกชายทั้งเอ็นดูทั้งหมั่นไส้ นางเองก็ไม่เคยบังคับลูก แค่แนะนำเส้นทางให้ลูกๆ ได้เลือกเท่านั้นการเลี้ยงลูกก็เลี้ยงได้แค่ตัว แต่การชี้นำความคิดเป็นเรื่องยาก อยากให้ลูกเป็นอย่างไรก็ทำอย่างนั้นให้ลูกดู แต่ไอ้สำนวนชวนเวียนหัวนี่สงสัยเจ้าอิฐจะได้มาจากพี่สาว

                “ไปอยู่กับยัยอินเลยไป ช่างคิดช่างจำนรรจาพอกัน”

                “ชักคิดถึง ปล่อยให้อยู่คนเดียวไม่รู้ไปทำโก๊ะที่ไหนหรือเปล่า ขอไปโทรหาก่อนนะครับคุณนาย”

ว่าแล้วอิทธิกดก็กดโทรศัพท์หาพี่สาว แต่กลับวางเฉยๆ ทั้งที่ไม่ได้พูดสักคำเพราะอรอินทุ์ปิดเครื่อง

                อรดีอมยิ้มเมื่อเห็นลูกชายทำหน้ามุ่ยใส่โทรศัพท์ ด้วยความที่อิทธิพลไปเรียนหนังสือในกรุงเทพสี่ปีโดยอยู่ที่บ้านซึ่งอรดีกัดฟันซื้อให้อรอินทุ์อยู่ในตอนที่เข้าไปเรียน พออิทธิพลสอบติดอีกคนก็เลยให้ไปอยู่กับพี่สาว ทำให้พี่น้องคู่นี้สนิทกันมากจนใครๆ คิดว่าอิทธิพลน่าจะเป็นพี่ชายของอรอินทุ์จากไอ้ท่าทางหวงพี่สาวนั่นแหละ

 

                สองสาวแสบซ่าแทบจะวิ่งหน้าเริ่ดแข่งกับเวลาที่จวนเจียนจะใกล้ถึงเวลานัดหมาย ตอนที่ขับรถแบบเรื่อยๆ มาเรียงๆ ทั้งขนิษฐาและปริญดาก็ไม่ทันได้คิดว่าจะหลงทาง แต่มันก็หลงทางจริงๆ เลี้ยวผิดนิดเดียวไปโผล่ที่รีสอร์ตรวิรันดา...คู่แข่งของบุหลันมันตราอย่างบังเอิญ กว่าจะหาทางออกแบบเนียนๆ ก็หืดเกือบขึ้นคอ ทำให้ต้องมาวิ่งสองคูณร้อยจนไม่ทันมองว่าใครเป็นใครทั้งนั้นอยู่ในตอนนี้

                อิทธิพลเดินสบายใจเฉิบฮัมเพลงเบาๆ มาตามทางเดินซึ่งเชื่อมบ้านพักทุกหลัง โดยข้างทางเล็กๆ ที่โรยด้วยหินละเอียดจะมีต้นดาวเรืองกับบานชื่นซึ่งเป็นดอกไม้ไทยๆ แซมให้มีสีสันและน่าเดินเข้าไปด้วย วันนี้ชายหนุ่มมีนัดกับหัวหน้าแผนกบุคคลเนื่องจากปีนี้เป็นปีแรกที่บุหลันมันตรามีการรับนักศึกษามาฝึกงาน คุณจริยาเลยขอให้เขาไปช่วยเพราะเธอเองก็เลยวัยนักศึกษามานานหลายปี แล้วยังไม่ทันที่หนุ่มมาดเซอร์จะเดินไปถึงบันไดขั้นแรกของสำนักงานแรงชนเท่ารถบั้มก็กระแทกจนเขากลิ้งโค่โล่

                สองร่างที่เกิดอุบัติเหตุอีกรอบในระยะเวลาเพียงไม่กี่วันลุกขึ้นมายืน ขนิษฐายังมีเพื่อนคอยดึง แต่อิทธิพลนี่สิต้องเรียกว่าตะกายขึ้นมาเอง แล้วเมื่อหายจากอาการวิ้งๆ สองตาของสองร่างที่ประสานงานก็มองหาคู่กรณีเป็นการด่วน

                “ยัยคุณหนูตัวนิ่มอิทธิพลชี้นิ้วออกไป แค้นที่ยังไม่ได้ชำระความเริ่มจุกอก

                ขนิษฐากะพริบตานึกหายใจฟืดใหญ่ อาการจุกเหมือนหายไปชั่วคราวเมื่อพบโจทก์เก่าที่ด่าเธอเอาไว้แสบยิ่งกว่าทิงเจอร์ ร่างเพรียวบางเท้าเอวมองคู่กรณีคนเก่าในเหตุใหม่พร้อมกับเลิกคิ้ว

                “อ้อ พ่อของลูกๆ ในช่องปากนี่เอง” สาวแสบเอ่ยทักเสียงแปร๋นหลังจากหลายอึ้งไปสองวินาทีเต็มๆ

                อิทธิพลปัดดินออกจากกางเกงขยับเสื้อเชิ้ตให้เข้าที่เข้าทาง ก่อนจะเดินเข้ามาใกล้ยัยตัวแสบที่ยังอุตส่าห์จำลูกๆ ของเขาได้

                “แหมเอาตังไปเช็คสมองมาแล้วใช่ม้าถึงได้พูดรู้เรื่องขึ้นตั้งเยอะ”

                ขนิษฐาอยากจะกรี๊ดใส่หน้าไอ้ผู้ชายปากจัด...จัดว่าแย่ จัดว่าปากเสีย แต่เมื่อมองไปรอบๆ กายก็รู้ว่าทำอย่างนั้นไม่ได้ ถึงจะเอะอะโวยวาย แต่เธอก็รู้กาลเทศะพอที่จะไม่ทำให้ตัวเองขายหน้า

                “ใครหรือยัยน้องปิ่นเข้ามากระซิบถามเพื่อน

                ขนิษฐาโมโหแทบจะเดือดอยู่แล้ว แต่ก็ต้องหักอกหักใจนับหนึ่งถึงร้อยในใจพลางเค้นเสียงตอบเพื่อนสาวไปเต็มเสียง ไม่มีเม้มให้เสียอารมณ์คนฟัง

                “ก็ผู้ชายปากเสียที่น้องเคยเล่าให้ฟังไงล่ะ”

                เท่านั้นแหละองค์แม่นางปิ่นก็หัวเราะผิดจากสถานการณ์ที่ใกล้ฟ้าผ่ากลางวัน ขนิษฐาค้อนปริญดาก่อนแจกขนมเปี๊ยะไปหนึ่งที สาวซ่าหยุดหัวเราะพลางมองอิทธิพลยิ้มๆ

                “นายเองเหรอที่ทำให้เพื่อนฉันองค์แทบลง กล้ามากนะยะ”

                “อ้าวยัยปิ่น นี่จะเข้าข้างใครกันแน่ฮึ” ขนิษฐาหันมาโวยวานเพื่อนแทน

                ปริญดายกมือย้อมแพ้ทันทีเพราะที่เธอหัวเราะชอบใจก็ไม่มีอะไรมาก ปกติแล้วขนิษฐาจะบ่นโน่น โวยวายนี่บ้าง แต่ก็ไม่เคยโกรธใคร หรือทำให้ใครโกรธมาก่อน ก็จะมีหนุ่มเดดร๊อคคนนี้แหละที่ทำให้เพื่อนรักของเธอตบะแตกแยกเขี้ยวใส่

                “โอเคๆ นายก็ไม่น่าไปว่ายัยน้องขนาดนั้น”

                อิทธิพลกอดอกมองสองสาวที่คราวนี้หันมารุมเขา มีหรือที่เขาจะหวั่น บุกมาถึงถิ่น เรื่องอะไรที่เขาจะไม่จัดแบบเต็มๆ ให้ รับรองคืนนี้ยัยคุณหนูตัวนิ่มได้คิดถึงเขาทั้งคืน

                “แล้วจะให้ผมทำยังไงล่ะครับ ถ้าอยู่เฉยๆ ไม่พูดสักคำรอให้เพื่อนคุณด่า ลูกๆ ในปากผมก็จะร้องกระจองอแงน่าสงสารออกนะ แล้วยัยคุณหนูตัวนิ่มเพื่อนคุณก็ด่าผมเสียจนลืมไม่ลงเชียว”

                “นายมัน ไอ้ผู้ชายปากกรรไกร” ขนิษฐาได้องค์ลงของจริงก็คราวนี้โทษที่มาว่าเธอว่าเป็นคุณหนูตัวนิ่ม

                ปิ่นรีบคว้าเอวเพื่อนที่กำลังจะกระโจนไปอัดผู้ชายปากกรรไกรที่ยืนรอแอ่นอกรับจนน่ากระทืบยอดอกสักที โทษฐานกวน...นัก

                “ยัยน้องพอเถอะ ไม่มีเวลาแล้ว” สาวซ่าเปลี่ยนเป็นเร่งไม่อย่างนั้นได้จบเห่เอวังยังไม่ทันได้ฝึกงานกันพอดี

                ขนิษฐาคว้าข้อมือของปริญดามาดูเวลา วินาทีนี้อิทธิพลหมดความหมายไปทันทีเมื่อสองสาวรีบหันหลังกลับ แต่เจ้ากรรมนายเวรของหนุ่มเซอร์ยังมีแก่ใจวิ่งกลับมาถาม

                “เมื่อกี้นายเรียกฉันว่ายังไงนะ
               
“ก็ยัยคุณ....โอ้ย

                อิทธิพลกระโดดโหยงทั้งที่ยังพูดไม่ทันจบด้วยซ้ำ เมื่อส้นสูงปลายแหลมกระแทกด้วยความตั้งใจเต็มร้อยแถมกดขยี้ให้สาแก่ใจจากผู้หญิงที่เขาเรียกว่าคุณหนูนั่นแหละ ตามมาด้วยเสียงหัวเราะร่าสะใจของขนิษฐาที่ลงมือเสร็จปั้บก็ถอยไปสามก้าวระยะปลอดภัยปุ๊บ

                “นิ่มไหมล่ะ ฮึฮึ ไปกันเถอะปิ่นป่านนี้คุณจริยาคงรอแล้ว”

                อิทธิพลชี้นิ้วตามคาดโทษเจ้าของส้นแหลมแรงถึงทรวงด้วยใบหน้าเหยเก ทั้งเจ็บตัว แถมเจ็บใจ อยากรู้จริงๆ ว่ายัยนั่นมาทำอะไร ดวงตาคมวาวทบทวนคำพูดหลังๆ ของคู่กรณีอยู่อึดใจเดียวเรียวปากก็ยิ้มร่า ในเมื่อเขารู้แล้วนี่ว่าขนิษฐาและผองเพื่อนมาทำอะไรที่รีสอร์ตของคุณนายอรดี

                แผนเอาคืนผุดขึ้นในสมองแจ่มๆ ของอิทธิพลทันที คิดได้ดังนั้นหนุ่มเซอร์ก็ไม่รอช้ารีบกดโทรศัพท์หาหัวหน้าแผนกบุคคลของเขาและบอกในสิ่งที่เขาต้องการ รับรองว่าคราวนี้ยัยคุณหนูตัวนิ่มต้องซึ้งเขาจนอยากกลับกรุงเทพฯ ภายในวันนี้พรุ่งนี้แน่นอน

 

                ขนิษฐากับปริญดามาถึงแผนกบุคคลทันเวลาแบบเฉียดฉิว แล้วยังไม่ทันที่จะได้พักหายใจหายคอจริยาก็เดินเข้ามาในห้องพร้อมกับสองสาวสุดเลิศที่แต่งตัวเด่นเด้งตั้งแต่หัวจรดเท้า แถมยังยิ้มทักทายยักไหล่ใส่ แล้วภาษีที่เหนือกว่าก็คือทั้งสองสาวที่เดินตามจริยามานั้นมาถึงบุหลันมันตราก่อนเวลาและยังมีเวลาไปกินกาแฟอาหารเช้ากับพี่ๆ ได้คะแนนนิยมไปโข ต่างจากสองสาวที่หอบแฮกซึ่งมาได้ตรงเวลาแปะๆ จนน่าหักคะแนน        

“ยินดีต้อนรับนักศึกษาที่มาฝึกงานกับบุหลันมันตรา รีสอร์ตนะคะ พี่ชื่อจริยา หรือจะเรียกสั้นๆ ว่าพี่เอ๋ยก็ได้”

                จริยาเป็นสาวร่างเล็กอายุสามสิบต้นๆ มีบุคลิกน่าคุยด้วยเป็นอย่างยิ่ง เนื่องจากเธอมีรอยยิ้มที่สดใส แถมยังมีลักยิ้มที่แก้มป่องๆ ทั้งสองข้าง แต่ในขณะเดียวก็ดูน่าเกรงขามเพราะแว่นตาแบบครู่ใหญ่อารมณ์ประมาณอย่าให้รู้เชียวว่านักเรียนคนไหนแอบหนีเรียน  

                “ยัยน้องเห็นไหมว่าใครมาฝึกงานกับเราปริญดาพยักพเยิดมองไปยังสองสาวที่มาถึงก่อนพวกเธอ

                ขนิษฐาเห็นหนึ่งธิดา สาวร่างเพรียวหุ่นนางแบบ ซึ่งมีชื่อเล่นว่าตอง แต่ใครๆ ก็ไปเติมเสียเป็นยัยใบตองเหลืองเพราะคุณเธอไฮโซจนเข้าขั้นเวอร์ ทำตัวไฮโซจนไฮโซตัวจริงยังอาย เดินข้ามตึกไม่ถึงสิบก้าวยังต้องมีพี่เลี้ยงมาช่วยกางร่ม ส่วนเพื่อนซี้ที่ยืนข้างๆ กัน...ไอริณ หรือเอิน รายนี้ไม่มีเหตุให้น่าจดจำเท่าไหร่เพราะไม่ได้สุดโต่งเหมือนเพื่อนรักนัก

แต่สาเหตุที่ขนิษฐากับปริญดาสุดเอือมสองสาวก็คือความต้องการเป็นที่หนึ่งให้สมชื่อนั่นแหละ แล้วพอเป็นรองพวกเธอเมื่อไหร่ล่ะก็ต้องมีเสียงประชดแดกดันตลอด นานๆ เข้าสองสาวแสบซ่าก็ทำหูทวนลมไม่ใส่ใจบ้างอะไรบ้าง แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าจะยอมไปเสียทุกครั้ง

                “เห็นสิ แต่ทำไมสองคนนั้นถึงมาฝึกงานที่นี่ได้ ไหนว่ามีแค่เราสองคนไงขนิษฐาเอนตัวไปกระซิบถามเพื่อน

                “นี่ๆ น้องสองคนขา อย่าเพิ่งคุยตอนที่พี่จะบรีฟสิ่งที่ต้องทำในระหว่างฝึกงานสองเดือนนี้สิคะ” จริยาจุ๊ปากส่ายหน้ายิ้มแบบ...ไม่ดีนะคะ ไม่ดี

                “ขอโทษค่ะ” สองสาวยอมรับผิดอย่างพร้อมเพียง

                หนึ่งธิดากับไอริณหันมามองคู่แข่งที่ไม่คิดว่าจะได้เจอที่นี่พลางแอบยิ้มเยาะ แค่เริ่มต้นพวกเธอก็ดูดีในสายตาพี่ๆ มากกว่ายัยน้องหนอนกับยัยปิ่นหักแล้ว

                “พี่เอ๋ยพูดต่อสิคะ เอินกับตองอยากรู้ต่อแล้วค่ะ” หนึ่งธิดารีบทำคะแนนต่อทันที

                “ดีมากค่ะน้องทั้งสองคนที่ตั้งใจฟังพี่ ในระหว่างสองเดือนนี้สิ่งที่น้องๆ ต้องเรียนรู้ก็ตั้งแต่แขกเข้ามาเช็คอินจนกระทั่งเช็คเอาท์ สิ่งที่ควรและไม่ควรทำ งานบริการที่ขายความจริงใจไม่ใช่เรื่องง่ายๆ ก่อนมาที่นี่น้องๆ จะเป็นคุณหนูไฮโซ หรือน้องนางบ้านนาจากไหนไม่สำคัญ ที่สำคัญก็คือความจริงใจค่ะ”

                “เป็นสโลกแกนที่ดีมากเลยนะคะพี่เอ๋ย” ไอริณปรบมือสนับสนุนรีบเสริม โดยมีหนึ่งธิดาเป็นลูกคู่

                ปริญดาหันหน้าหนีสะกิดเพื่อนยิกๆ ขนิษฐามองหน้าเพื่อนทำหน้าเบ้แต่ลิ้นดันแลบออกมามากไปนิด แถมพึมพำเสียงเบาๆ จากความรู้สึกล้วนๆ แต่ซวยไม่เลิกเมื่อพวกหูผีมาได้ยินในระยะเผาขน

                “แหวะ...”

                “ทำแบบนี้ไม่น่ารักเลยนะคุณ” พวกหูผียื่นทั้งหน้าและตัวมาตั้งใจแขวะเจ้าของแหวะที่ชะงักกึก

                ขนิษฐาเสียวสันหลังวูบพลางหันขวับไปมองเจ้าของเสียงทุ้มๆ ที่ดังมาจากข้างหลัง อารมณ์คนอยากจะบ้าตายคงคล้ายๆ กับที่เธอรู้สึกในตอนนี้ เจอคู่ปรับที่เป็นคู่แข่งกันทุกเรื่องก็ปวดหัวจะแย่ แล้วทำไมนรกต้องส่งนายคนนี้มาตามรังควานเธอด้วย หญิงสาวไม่รอช้าเอนตัวไปข้างหลังกัดฟันพูดเสียงเบา

                “มาทำไม? ฉันไม่อยากเห็นหน้านายแล้วเข้าใจไหม

                อิทธิพลอมยิ้มแก้มตุ่ย ก็เรื่องอะไรที่เขาต้องไปตอบยัยนั่นเล่า รอให้ข่าวดีของเขามาถึงก่อนไม่ดีกว่าหรือ สุภาษิตจีนบอกไว้ว่า ถ้าจะล้างแค้นสิบปีก็ไม่สาย แต่เขารอถึงสิบปีไม่ไหวหรอก แสบๆ แบบยัยคุณหนูตัวนิ่มแค่วันนี้กับพรุ่งนี้อีกวันก็พอแล้ว

                “อ้อ มาพอดี” จริยาเอ่ยทักผู้มาใหม่ทั้งสี่คนเสียงใส

อิทธิพลยิ้มรับพยักหน้ารับนิดหนึ่งจนใครๆ ไม่ได้ทันได้สังเกต

                “ใครหรือคะพี่เอ๋ยหนึ่งธิดาถามขึ้นพลางมองผู้ชายร่างใหญ่อย่างกับยักษ์แถมดำเกรียมจนกลัวไม่เห็นในที่มืด

                จริยายิ้มร่าหน้าตาภูมิอกภูมิใจเป็นยิ่งนัก แถมพอมองหาแนวร่วมก็พยักหน้ายิ้มรับถูกอกถูกใจไปอีกคน อิทธิพลอยากหัวเราะใจจะขาดแต่ต้องเก็บอาการไว้ แล้วพอมองแม่ตัวดีที่ยังไม่รู้ชะตากรรมของตัวเองเขาก็แทบจะรอไม่ไหวแล้ว

                “พี่เลี้ยงของน้องๆ ทุกคนไงคะ ตลอดเวลาที่ฝึกงานพี่เลี้ยงประจำตัวของน้องจะเป็นคนสอนงานและสังเกตเพื่อนำพฤติกรรมในระหว่างการฝึกงาน ความสามารถในการเรียนรู้ไปเป็นคะแนนที่จะประเมินว่าน้องผ่านหรือไม่ผ่านการฝึกงานในครั้งนี้”

                ไม่ใช่แค่ขนิษฐาเท่านั้นหรอกที่หน้าเหวอ งานนี้ไอ้ที่คิดๆ ว่าผ่านฉลุยไม่ฉลุยอย่างที่คิดเสียแล้ว เอินเขย่ามือตองทำหน้ากับเหมือนได้ F ในขณะที่ขนิษฐากระซิบถามเพื่อนรักที่กำลังอึ้งกิมกี่

                “ไหนปิ่นว่างานนี้ฝึกงานผ่านชัวร์ไง

                “ตอนนี้สงสัยไม่ชัวร์แล้ว” ปริญดาตอบเพื่อเสียงเหี่ยว อยากโทรหาพี่ชายจนมือไม้สั่น

                อิทธิพลลอบมองขนิษฐาที่เริ่มอยู่ไม่สุข ยังหรอกเรื่องสนุกๆ ของเขายังไม่หมดเท่านี้ในเมื่อเขาจะเป็นคนประเมินว่านักศึกษาที่ดูแลจะผ่านหรือไม่ผ่าน เชื่อขนมกินได้ว่าเขายังไม่ทันได้ประเมิน ยัยนี่ก็แจวกลับกรุงเทพฯ แบบไม่ทันได้เห็นฝุ่นแน่

                “เชิญพี่เลี้ยงเข้ามายืนคู่กับน้องฝึกงานตามที่เราได้จับคู่เอาไว้แต่แรกเลยจ้า”

จริยาปรบมือต้อนรับบรรดาพี่เลี้ยงทั้งหลายที่เข้ามายืนประกบน้องฝึกงานเหมือนพี่ดูแลน้อง ช่างเป็นภาพที่น่าดูเป็นที่สุด

                ชายร่างใหญ่ยักษ์ที่ยืนข้างหลังหนึ่งธิดาเขยิบไปยืนข้างหลังไอริณ ส่วนพี่เลี้ยงสาวอีกสองคนสลับที่กันไปยืนหลังปริญดากับหนึ่งธิดา ขนิษฐามองพี่เลี้ยงที่ย้ายตัวกันครบยกเว้นคู่กรณีหมาดๆ ของเธอนี่แหละที่ยืนนิ่งไม่ขยับยังกับผีจับขาไว้ แถมยังแถมายืนใกล้ๆ เธออีก

                “นายช่วยไปยืนกับคนอื่นไป๊” สาวแสบออกปากไล่ไม่ไว้หน้า

                อิทธิพลตีหน้าคว่ำมองน้องฝึกงานพลางค้อนใส่ ยังไม่พอมือที่ว่างๆ ก็ยังยกนิ้วขึ้นจิ้มไหล่คนตัวเล็กกว่าที่เขยิบหนีไปก้าวใหญ่ๆ แล้วมีหรือที่เขาจะไม่ตามไปรังควาน แถมตอบให้ลูกไก่ในกำมือของเขามีความสุขแบบติดลบขึ้นอีกหน่อย

                “ไปได้ยังไงล่ะ ผมก็ลูกจ้างเขานะจะมาขัดคำสั่งหัวหน้าฝ่ายบุคคลให้ตกงานทำไม”

                “งั้นฉันจะคู่กับคนอื่น พี่เอ๋ยคะ น้องขอ...”

ขนิษฐาพูดยังไม่ทันจบก็ต้องหุบปากฉับเพราะนิ้วเรียวๆ ของจริยามาปิดไว้พลางส่ายหน้าทำตาเฮี้ยบๆ ใส่ อิทธิพลหัวเราะขลุกๆ อยู่ในลำคอเมื่อเห็นขนิษฐาทำหน้าเหวอเป็นหนสอง

                “ห้ามปฏิเสธนะคะ กฎข้อแรกของงานบริการคือห้ามปฏิเสธค่ะ พาทเนอร์ของน้องก็คือแขกที่เข้ามาพัก เราเลือกคนที่จะมาพักรีสอร์ตไม่ได้หรอกนะคะ”

                ปริญดาจับมือเพื่อนพลางส่ายหน้าทำปากขมุบขมิบหาไม่แล้วการฝึกงานของเธอกับยัยเพื่อนรักได้จบลงในเวลารวดเร็วจนกินเนสบุ๊คคงต้องบันทึกไว้แหง๋มๆ ขนิษฐาหันมาค้อนอิทธิพลละม้ายคาดโทษ ก่อนหันมายิ้มแห้งๆ ให้หัวหน้าแผนกบุคคล

                “ค่ะ พี่เอ๋ย”

จริยายิ้มพอใจ แถมยังใจป้ำถามน้องๆ ที่น่ารักอีกรอบ

                “ไม่มีใครมีปัญหาอยากเปลี่ยนคู่อีกแล้วใช่ไหมคะ

                เงียบไม่มีใครกล้ามาหืออืออีก จริยาขยับแว่นพลางแจกยิ้มให้ทุกคนอีกรอบ

                “โอเคถ้าไม่มี น้องๆ ก็ไปเก็บของเข้าห้องพักให้เรียบร้อย แล้ว 11 โมงตรงมาพบกันที่นี่ พี่เลี้ยงของน้องจะมารออยู่พร้อมกับงานที่น้องๆ ต้องทำนับตั้งแต่วันนี้”

                ขนิษฐาลอบถอนใจอยากประท้วงใจจะขาด แต่ดูก็รู้ว่าไปไม่รอด แล้วพอหันมามองพี่เลี้ยงที่กอดอกมองยิ้มกริ่ม แถมยักคิ้วกวนๆ ใส่ แต่มันยังไม่เท่าที่ตานั่นยื่นหน้าเข้ามาใกล้แล้วพูดว่าล้วพอหันมามองพี่เลี้ยงยิ้มกริ่มมาอด บ รอักอีกรอบล้วการฝึกงานของเธอกับยัยเพื่อนรักได้จบลงในเวลารวดเร็วจนกินเนสบุ๊คคงต้องบันทึกไว

                “ถ้าไม่อยากเห็นหน้าผมก็กลับกรุงเทพฯ ไปก็ได้นะ ผมน่ะอยากไปคู่กับน้องตองจะแย่อยู่แล้ว”

                อารมณ์อยากประทุษร้ายใครสักคนจนแทบคลั่งมันเป็นแบบนี้เอง ขนิษฐากำมือที่อยากชกหน้ายิ้มระรื่นของคนตรงหน้าเอาไว้แน่น หญิงสาวไม่รู้หรอกว่าทำไมเขาถึงได้มาเป็นพี่เลี้ยงของเธอ แต่ที่เธอรู้งานนี้อีตานี่ไม่ยอมให้เธอผ่านการฝึกงานไปง่ายๆ แน่

                “โอ้ย! ทำไมฉันต้องมาคู่กับนายด้วย

                “นั่นสิครับ ลองไปถามคุณเอ๋ยดูสิ ถ้ากล้าอะนะ” อิทธิพลยังกระเซ้าไม่เลิกก่อนเดินสบายใจเฉิบออกไปจากห้อง ไม่ใช่ว่าเขามีงานด่วนอะไรหรอก งานนี้เขาต้องไปเตี๊ยมอีกหลายคน

                “ไปกันเถอะน้อง งานนี้ต้องประชุมด่วน”

                ขนิษฐาพยักหน้ารับคำเพื่อนพลางเดินตามออกไปเป็นคู่สุดท้ายโดยมีจริยาอมยิ้มมองนายที่โบกมือขอบใจอยู่ตรงหน้าต่าง

 

เมื่อมาถึงห้องพักซึ่งจริยาได้เตรียมเอาไว้ให้นักศึกษาฝึกงานอยู่ในระหว่างการฝึกงาน สองสาวไม่พูดพร่ำทำเพลง ต่างคนต่างยกโทรศัพท์ขึ้นมากดโทรออก ขนิษฐาได้คุยกับพี่ชาย...เชษฐาและถามไถ่ถึงอาการของไอศูรย์แล้วก็เบาใจขึ้นมาได้อีกนิดเพราะวันนี้หมออนุญาตให้ไอศูรย์กลับบ้านได้แล้ว ในขณะที่ปริญดาโทรหาพี่ชายตัวดีที่เวลานี้ไม่รู้ไปอยู่ที่ไหน หญิงสาวเดินกลับไปกลับมาใบหน้านิ่วคิ้วขมวด มือข้างหนึ่งกดเบอร์โทรศัพท์เบอร์เดิมๆ ซ้ำไปซ้ำมา แม้ว่าขนิษฐาจะคุยกับพี่ชายเรียบร้อยมาสักพักแล้วก็ตาม ตอนนี้สองสาวเริ่มเห็นลางร้ายมาแต่ไกล องีตานั่น เหลือนคนประเมินผลการฝึกงานของเธอก็เถอะ

“ว่าไงยัยปิ่น

                “ติดต่อไม่ได้ จบเห่เอวัง ทำไงดียัยน้องสาวซ่าก็เริ่มซ่าไม่ออกเหมือนกันล่ะคราวนี้

                แต่ขนิษฐากลับฮึดขึ้นมาเมื่อนึกภาพคู่กรณีหัวเราะสะใจที่แกล้งเธอได้ เรื่องอะไรจะยอมแพ้ ต่อให้เขาเป็นคนประเมินผลการฝึกงานของเธอก็เถอะ

                “ไม่ต้องทำยังไง”

                ปริญดามองเพื่อนเหมือนเห็นผี แค่คิดว่าจะทำอะไรก็กลัวตกจะแย่ แล้วถ้าไม่ทำอะไรเลยสงสัยยังไม่ต้องเอาเสื้อผ้าออกจากกระเป๋า ตอนถูกเตะโด่งจะได้ไปง่ายๆ หน่อย

                “หูปิ่นเพี้ยนไปหรือเปล่า แล้วที่ไม่ต้องทำเนี่ยแล้วเราจะผ่านการฝึกงานคราวนี้ไปได้ยังไง” คิดๆ แล้วก็กลุ้ม อยู่บ้านเธอเคยทำงานบ้านเสียที่ไหน

                “ไม่เห็นต้องกลัวเลย เราสองคนไม่ได้หลับในชั่วโมงเรียนอย่างยัยเอินกับยัยตองเสียหน่อย”

                ปริญดาพยักหน้าหงึกๆ เพราะเกรดของเธอสองคนก็ใช่ว่าจะขี้เหร่ระดับว่าที่เกียรตินิยมอันดับสอง ไม่ใช่ยัยสองคนนั้นที่ได้อันดับสองรองจากอันดับที่โหล่ประจำ ทว่ามันก็มีอุปสรรคอีกหน่อยที่มองข้ามไม่ได้

                “แต่มันทฤษฏีทั้งนั้นเลยนะยัยน้อง พวกเราจะรอดเร้อ”

                “รอดสิ ก็แค่ทำตามที่...เฮ้อ พี่เลี้ยงสอน”

                แค่คิดถึงพี่เลี้ยงใบหน้ากวนโมโหแถมยังปากร้ายก็ลอยเด่นมาในสมอง นี่เธอโดนอีตานั่น Inception1 ไปแล้วใช่ไหม?

                “โอเค ฉันคงรอดไม่ยาก...มั้ง ดูๆ พี่เลี้ยงฉันก็หน้าตาไม่โหด ไม่เคี่ยว เอาก็เอา สู้ว้อย” ปริญยาเริ่มมีลูกฮึดตามเพื่อน ครั้นพอมองไปที่เพื่อน หญิงสาวก็ชักจะไม่แน่ใจ

                “อ้าว เป็นอะไรไปล่ะ

                ขนิษฐาเท้าคางเริ่มหมดอาลัยตายอยาก เสียงฮึกเหิมกลายเป็นห่อเหี่ยวทันทีเมื่อหญิงสาวนึกขึ้นได้ว่าพี่เลี้ยงของเธอมันเป็นใคร

                “ของปิ่นน่ะคงรอดไม่ยาก แต่ของฉันสิ ยากที่จะรอด”

                “งั้นเอาไงดี ปริญดาชักกลุ้มแทนเพื่อนเพราะแค้นฝังหุ่นทุ่นระเบิดเสียขนาดนั้น แย่แน่ยัยน้องเอ้ย

                แล้วจู่ๆ คนที่ทำหน้าเบื่อโลกก็มีลูกบ้าขึ้นมาอีกรอบ ในเมื่อเธอไม่คิดจะหนีเพราะไอ้หน้าปลาจวดนั่นอยู่แล้ว แต่จะทำยังไงไม่ให้โดนเอาคืนนี่สิที่เธอต้องคิด แล้วความคิดหนึ่งก็ผุดขึ้นมา เรียวปากบางฉีกยิ้มกว้าง

                “ไม่ต้องห่วง น้องมีวิธี รับรองอีตานั่นต้องเป็นคนมาขอเปลี่ยนคู่ภายในวันนี้พรุ่งนี้แน่นอน”

                ปริญดามองเพื่อนตาปริบๆ ยังไม่คิดไม่ตกว่าจะห่วงเพื่อนหรือห่วงตัวเองดี

 

                1 Inception คือ การเจาะเข้าไปในจิตใจส่วนที่ลึกที่สุดใต้จิตสำนึกเพื่อล้วงความลับ  และฝังแนวคิดกับไอเดียใหม่เข้าไป  ให้คนๆนั้นเกิดการเปลี่ยนแปลงทางด้านความคิด  มันคือการกระทำที่เป็นไปได้ยาก  แล้วความคิดที่ถูกปลูกฝังเข้าไปใหม่นั้นจะคงอยู่ตลอดไปจนกว่าสิ้นชีวิต



Dek-D Writer APP : แอพอ่านนิยาย Dek-D บน iPhone , Android Phone
มาแล้ว!! เวอร์ชั่น iPad และ Android Tablet
รักละมุนอุ่นหัวใจ วางแผงแล้ว สนพ อิงค์ ตอนที่ 2 : ตอนที่ 1...100% , ผู้เข้าชมตอนนี้ : 2211 , โพส : 6 , Rating : 100% / 9 vote(s)
Vote ให้คะแนนตอนนี้ Vote ได้ 1 ครั้ง / 1 ชม.
[ ตอนก่อนหน้า | กลับไปหน้าหลักของบทความ | ตอนถัดไป ] [ บันทึกเป็น Favorite ] [ ปิดหน้าต่างนี้ ]
หน้าที่ 1
# 6 : ความคิดเห็นที่ 35
นี่แค่เริ่มต้นนะ
PS.  เป็นกำลังใจให้ค่ะ
Name : จิรารัตน์ < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ จิรารัตน์ [ IP : 125.27.210.216 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 17 กันยายน 2554 / 16:41
# 5 : ความคิดเห็นที่ 22
จะหาเรื่องแกล้งยังไงดีนะ
Name : แว่นใส [ IP : 202.183.194.2 ]

วันที่: 7 มกราคม 2554 / 08:40
# 4 : ความคิดเห็นที่ 21
แกล้งอะไรสาวเขาอีกล่ะนายอิฐ
Name : แว่นใส [ IP : 110.49.193.33 ]

วันที่: 4 มกราคม 2554 / 22:58
# 3 : ความคิดเห็นที่ 20
ไม่อยากจะบอกเลยค่าไรเตอร์ว่า รอนานมากกกกกกกว่าจะได้ 

แต่ก็ได้อ่านแล้วนิ

PS.   เป็นพลังและกำลังใจให้ไรเตอร์เสมอนะคะ
Name : muLaTAE < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ muLaTAE [ IP : 183.89.172.121 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 4 มกราคม 2554 / 13:56
# 2 : ความคิดเห็นที่ 19
สนุกมากค่ะ
PS.  
Name : jepoi < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ jepoi [ IP : 202.28.249.94 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 4 มกราคม 2554 / 00:04
# 1 : ความคิดเห็นที่ 18

เย้...ขอบคุณสำหรับตอนใหม่ค่า

Name : Lemon Sherbet < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ Lemon Sherbet [ IP : 118.173.42.111 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 3 มกราคม 2554 / 19:05
หน้าที่ 1
Post your comment : แสดงความคิดเห็น
ส่วนที่ 1: Message ข้อความ

ส่วนที่ 2 : Name ลงชื่อ
  โพสความเห็นด้วย member Login name Password
  โพสความเห็นไม่แสดง member : ชื่อ* email รูปตัวแทน
            พิมพ์เลขที่เห็น

เธซเธ™เธฑเธ‡เธชเธทเธญเนƒเธซเธกเนˆเธ›เธฃเธฐเธˆเธณเน€เธ”เธทเธญเธ™เธžเธคเธฉเธ เธฒเธ„เธก 2561

ข้อตกลง & เงื่อนไขการใช้งาน

  • กรณีที่ผลงานชิ้นนี้เป็นผลงานที่แต่งโดยผู้ลงผลงานเอง ลิขสิทธิ์ของผลงานนี้จะ
    เป็นของผู้ลงผลงานโดยตรง ห้ามมิให้คัดลอก ทำซ้ำ เผยแพร่ ก่อนได้รับอนุญาต
    จากผู้ลงผลงาน

  • กรณีที่ผลงานชิ้นนี้กระทำการคัดลอก ทำซ้ำ มาจากผลงานของบุคคลอื่นๆ ผู้ลง
    ผลงานจะต้องทำการอ้างอิงอย่างเหมาะสม และต้องรับผิดชอบเรื่องการจัดการ
    ลิขสิทธิ์แต่เพียงผู้เดียว

  • ข้อความและรูปภาพที่ปรากฏอยู่ในผลงานที่ท่านเห็นอยู่นี้ เกิดจากการส่งเข้าระบบ
    โดยอัตโนมัติจากบุคคลทั่วไป ซึ่งเด็กดีดอทคอมมิได้มีส่วนร่วมรู้เห็น ตรวจสอบ
    หรือพิสูจน์ข้อเท็จจริงใดๆ ทั้งสิ้น ผู้ใดพบเห็นการลงผลงานละเมิดลิขสิทธิ์ หรือ
    ไม่เหมาะสมโปรดแจ้งผู้ดูแลระบบเพื่อดำเนินการทันที
    Email: contact(at)dek-d.com ( ทุกวัน 24 ชม ) หรือ
    Tel: 0-2860-1142 ( จ-ศ 0900-1800 )

App อ่านนิยายบน iPad iPhone และ Android