เสน่หาลาภิณ

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 18,811 Views

  • 84 Comments

  • 127 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

จำนวนแชร์
0

  • Month Views
    228

    Overall
    18,811

ตอนที่ 31 : ผมอยากพบคุณ 3/3

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1016
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 36 ครั้ง
    4 ส.ค. 61

          ลาภิณคิดว่าตัวเองอาจกำลังฝันว่าได้ยินเสียงโทรศัพท์ดังซ้ำแล้วซ้ำเล่า แต่เขากลับทนฟังมันไปเรื่อยๆ จนกระทั่งเงียบไป แต่ความสงบเงียบกลับดำเนินเพียงไม่นานเมื่อเขาได้ยินเสียงเคาะประตูแทน ชายหนุ่มลืมตามองแต่กลับไม่เห็นอะไรนอกจากแสงจ้าจนต้องหลับตาลงไปใหม่แล้วรอว่าเมื่อไหร่เสียงอันน่ารำคาญจะหมดไปจากความฝันซึ่งประดังเข้ามาในสมองที่ปวดระบมราวกับใครสักคนเอาคีมมาหนีบจนไม่อยากรับรู้อะไรอีก

          ทว่าการหลับอันรื่นรมย์กลับถูกขัดจังหวะอีกครั้งหลังจากเสียงเคาะประตูเงียบไปแล้ว ไหล่ของเขาถูกเขย่าจนสั่นคลอนไปทั้งร่าง ความฝันไม่มีทางรู้สึกเหมือนราวกับร่างกายได้ถูกเขย่าแบบนี้แน่ๆ ชายหนุ่มถอนใจทำหน้ายู่แต่ไหล่ก็ยังถูกเขย่าจนทนไม่ได้ต้องเปิดตามองที่มาของสิ่งรบกวน

ลาภิณกะพริบตางงๆ ว่ามัทนามาอยู่ใกล้เขาขนาดนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่  เธอยิ้มให้แล้วเอาโทรศัพท์มาใกล้ๆ เพื่อเปิดเสียงเหมือนนกหวีดใส่จนเขาตื่นเต็มตา     

“มีอะไรหรือคุณทำไมมาหาผมแต่เช้า แล้วเข้ามาที่ห้องของผมได้ยังไง” ลาภิณถามเสียงแหบๆ ยังมึนหัวอาจเป็นเพราะเหล้าแค่สองแก้วที่เขาดื่มไปเมื่อคืน แต่มันไม่ใช่เหตุผลที่มัทนาจะบุกมาหาเขาถึงห้อง

          “อ้าว คุณไลน์มาเมื่อคืนบอกว่าอยากพบฉันไม่ใช่หรือคะ นี่ไง” 

มัทนาเปิดโทรศัพท์หาข้อความไลน์ที่ลาภิณส่งมาให้เธอตั้งแต่เมื่อคืน ลาภิณยื่นหน้ามาใกล้โทรศัพท์ทำให้หญิงสาวเป็นฝ่ายเอียงตัวหลบ ชายหนุ่มอ่านข้อความแล้วยิ่งงงไปกันใหญ่

เขาพิมพ์ว่า ผมอยากพบคุณไปให้มัทนาจริงๆ เสียด้วย เมื่อคืนเขาทำอะไรอีกบ้าง แค่ส่งข้อความหามัทนาอย่างเดียวใช่ไหม เขาจำได้ว่าคิดถึงเธอขึ้นมา แต่ดันเข้าใจว่าตัวเองฝันว่าได้ส่งข้อความหาเธอ ต่อไปเขาคงต้องเลิกดื่มเหล้าแล้วถ้าทำอะไรจนไม่รู้เรื่องแบบนี้

มัทนาค้อนใส่ลาภิณที่เขาทำอย่างเธออยากเข้าหานักหนา

“แล้วที่ฉันเข้ามาในห้องนี้เพราะโทรหาแล้วคุณไม่รับสายเลยนึกว่าตายคาห้องแล้วน่ะสิ อุ้ย ขอโทษทีฉันคิดอย่างนั้น แต่พูดตรงไปนิดนึง”

เธอคงไม่คิดมากอะไรหรอกหากว่าเขารับโทรศัพท์แล้วบอกว่าอยากพบด้วยเรื่องอะไร พอมาหาถึงบ้านเคาะห้องเท่าไหร่ก็ไม่เปิดก็ต้องขอกุญแจห้องของเขาจากแม่บ้านมาไขน่ะสิ

ลาภิณมองมัทนาแล้วส่ายหน้าพลางยิ้มอย่างปลงๆ ก่อนถามอย่างมั่นใจในคำตอบว่า

          “คุณไม่เคยมีแฟนมาก่อนมั้ย”

          “ไม่รู้ จำไม่ค่อยได้ ถามทำไม” มัทนาเข่นเขี้ยวบ่นตัวเองว่าไม่ควรหาเรื่องใส่ตัวเลย คนอย่างลาภิณไม่น่าเป็นอะไรง่ายๆหรอก

          ลาภิณหัวเราะชอบใจที่จับพิรุธมัทนาได้ซึ่งเขาจะคิดเสียว่ามันเป็นส่วนหนึ่งของอาการแฮงค์ “ช่างเถอะ ผมขออาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าก่อน คุณอยากรอในนี้หรือตรงไหนก็ตามสบายแล้วกัน”

          “พวกแฟนๆ ของคุณมาที่นี่บ่อยหรือคะ อย่าเข้าใจผิดนะคุณ ฉันไม่ได้คิดอะไรทั้งนั้นนอกจากจะได้ทำตัวถูกเพราะฉันไม่ใช่แฟนคุณ”

          มัทนารีบย้ายตัวเองออกจากเตียงของลาภิณไปนั่งที่โซฟาตรงหน้าต่างแทน ลาภิณมองแล้วได้แต่คิดว่าเธอรู้ตัวช้าเหลือเกิน หากเมื่อคืนมัทนามาหาเขาจริงๆ ไม่แน่หรอกว่าเธอจะได้กลับบ้านหรือเปล่า

          “ผมไม่เคยพาใครมาที่บ้าน ผมมีคอนโดอีก 3 ห้อง แค่นั้นก็พอแล้ว หายสงสัยหรือยัง”

          มัทนาพยักหน้าทึ่งๆ อย่างนี้เองพวกดารานางแบบถึงอยากได้ลาภิณเป็นแฟนนักเป็นพ่อบุญทุ่มแบบนี้นี่เอง

          “เคลียร์มาก คุณจะอาบน้ำก็ไปเถอะค่ะ เดี๋ยวฉันไปเดินดูสวนแล้วกัน”

          ลาภิณยิ้มกว้างรู้สึกสบายใจอย่างไรไม่รู้ยังไม่อยากหาคำตอบ มัทนาช่วยพับผ้าห่มให้ชายหนุ่มจนเริ่มนึกได้ว่ายังไม่ได้คำตอบเลยว่าเขาอยากพบด้วยเรื่องอะไร ครั้นจะตะโกนถามก็ไม่ใช่เรื่องจึงออกจากห้องมาทานนมอุ่นๆ ที่แม่บ้านจัดมาให้ไปหลายอึกก่อนลงไปเดินเล่นที่สวนข้างบ้าน เมื่อได้กลิ่นดอกไม้หอมๆ หัวใจที่เต้นแรงเพราะลาภิณก็เริ่มกลับมาเชื่อฟังกันบ้าง

ต่อไปเธอจะห้ามตัวเองให้ทันไม่มาหาลาภิณก่อนอีกแล้วพราะกลัวเหลือเกินว่าอาจหลุมรักจนเสียน้ำตาเหมือนผู้หญิงที่ผ่านมาของเขา

          “คุณมัทนานี่เอง เห็นตอนแรกดานึกว่าเป็นคุณลัลนาน่ะค่ะ”

          มัทนาหันไปตามเสียงเห็นมาดานั่นเอง เธอยิ้มพลางเอ่ยทักทายเลขาของลาภิณที่มาบ้านเจ้านายพร้อมแฟ้มในอ้อมแขน

          “สวัสดีค่ะคุณมาดา มาหาคุณลาภิณหรือคะ”

          “ใช่ค่ะ พอดีว่าคุณลาภิณสั่งงานไว้ว่าให้นำแฟ้มที่ต้องอนุมัติด่วนมาให้เซ็นเพราะวันนี้จะไม่เข้าออฟฟิศ” มาดารีบอธิบายเพราะไม่อยากให้มัทนาเข้าใจผิด เธอไม่อยากโดนวีนใส่อย่างที่เจนจิราเคยทำ

          มัทนาพยักหน้า “ถ้างั้นคงต้องรอแป๊บนึงนะคะ คุณลาภิณกำลังอาบน้ำ มาเดินเล่นในสวนด้วยกันไหมคะ ฆ่าเวลาระหว่างรอ”

          “ดาขอไปนั่งตรวจเอกสารเช็คความเรียบร้อยที่ห้องรับแขกดีกว่าค่ะ คุณลาภิณเป็นคนละเอียดมาก ดารีบเสียด้วยไม่รู้มีตรงไหนพิมพ์ผิดบ้างหรือเปล่า”

          “หูย ถ้างั้นคุณมาดาเชิญที่ห้องรับแขกเลยค่ะ ขอให้งานผ่านฉลุยนะคะ”

          มาดายิ้มแทนคำขอบคุณก่อนเดินไปยังห้องรับแขก มัทนาเดินไปนั่งเล่นที่ศาลาคิดว่าถ้าลาภิณต้องสะสางงานเธอคงไม่รอถามเขาแล้วล่ะว่าอยากพบด้วยเรื่องอะไร แต่ไม่ทันได้ใช้คำว่ารอลาภิณก็เดินมาหาแล้วนั่งลงที่ศาลาด้วยกัน เธอมองเขาอย่างทึ่งๆ ว่าเวลาไม่ถึง 15 นาทีเขาอาบน้ำและแต่งตัวเสียใหม่อย่างเร็ว แถมยังหล่อเนี้ยบแม้จะใส่เสื้อเชิ้ตแขนสั้นกับกางเกงสามส่วนเท่านั้น สมองของเธอคงต้องจูนเสียใหม่หากมองใครว่าหล่อทั้งที่หล่อมากอยู่แล้วแสดงว่ากำลังอยู่ในอาการตกหลุมรักใช่ไหม

          “เซ็นเอกสารเสร็จแล้วหรือคุณ” มัทนาชิงพูดก่อนเพื่อทำลายความเงียบเสียเอง

          “อืม แค่แฟ้มเดียว ผมอ่านไม่ถึง 3 นาทีก็เสร็จแล้ว” ลาภิณตอบ “ทำไมคุณคุยกับผม แต่กลับมองต้นไม้ มันพูดได้เหมือนผมหรือไง”

          “ที่คุณส่งข้อความว่าอยากพบฉันเพราะมีเรื่องไม่สบายใจหรือเปล่า ไหนๆ ฉันก็มาแล้วคุณจะไม่บอกฉันหน่อยหรือไงว่าเพราะอะไร” มัทนาถามเข้าเรื่องจะได้รีบกลับบ้าน มาดาคงกลับไปแล้วช่างน่าอิจฉาเพราะคงไม่ลาภิณถูกจิกกัดแบบเธอแน่ๆ

          ลาภิณมองมัทนาไม่แน่ใจว่าเธอมองออกได้ยังไง

“ทำไมคุณถึงคิดว่าผมมีเรื่องไม่สบายใจล่ะ ผมอาจจะส่งไลน์ให้ผิดคนก็ได้นี่นา”

          มัทนาชะงักเพิ่งฉุกคิดว่าลาภิณอาจส่งไลน์ผิดคนก็ได้ แต่ถ้าเขาทำแบบนั้นจริงๆ ทำไมไม่บอกตั้งแต่แรก มันไม่ใช่เรื่องที่พูดยากเท่าการบอกว่ามีเรื่องไม่สบายใจสักหน่อย

          “คุณเป็นคนรอบคอบ เพราะฉะนั้นเรื่องส่งไลน์ผิดน่าจะตัดออกไปได้เลย” เธอน่าจะคิดถูกเพราะเขาไม่ปฏิเสธสักคำ “ฉันขอคิดเอาเองแล้วกันว่าคุณอยากคุยกับใครสักคน อย่างพ่อของฉันน่ะคุณเวลามีเรื่องไม่สบายใจชอบบอกให้แม่มาอยู่ใกล้ๆ แต่ก็ไม่ค่อยยอมบอกว่ามีเรื่องอะไร

          ลาภิณขมวดคิ้วทำหน้าเฉย “ถ้างั้นผมคงไม่บอกคุณเหมือนกันว่ามีเรื่องอะไรที่ทำให้ไม่สบายใจเพราะมันคงอยู่กับผมไม่นานหรอก”

          มัทนาแกล้งขมวดคิ้วใส่ลาภิณบ้างเพื่อเก็บความดีใจเล็กๆ น้อยๆ ไว้ที่ตัวเอง อย่างน้อยในเวลาที่ไม่สบายใจคนที่เขาคิดถึงให้อยากมาปรับทุกข์ด้วยคือเธอ

          “วันนี้นอกจากมาหาผมแล้วคุณจะไปไหนอีกหรือเปล่า”

          “ฉันจะไปที่ออฟฟิศแล้วไประยองทำงานของพิพัฒให้เสร็จ” มัทนาหันมาตอบ  “คุณถอนใจทำไมหรือคะ”

          ลาภิณถอนใจอีกรอบ “ผมเข้าใจแล้วว่าทำไมคุณถึงไม่เคยมีแฟน”

          “ฉันไม่ชอบพูดเรื่องส่วนตัว” มัทนาค้อนใส่ชักหมั่นไส้คนมีแฟนจนหัวกระไดบ้านแห้งไม่ทัน เขาจะมาซ้ำเติมเธอด้วยเรื่องนี้ทำไมกันเล่า “ถ้าไม่มีอะไรแล้วฉันไปแล้วนะ”

          ลาภิณรีบคว้ามือมัทนาไว้ “กินข้าวด้วยกันก่อนสิคุณ เดี๋ยวเป็นลมตอนขับรถผมจะกลายเป็นเจ้ากรรมนายเวรของคุณอีก”

          มัทนาบิดข้อมือออกแล้วเป็นฝ่ายเดินนำลาภิณเข้าบ้าน เรื่องกินเรื่องใหญ่ตอนนี้กำลังหิวหากใครชวนกินข้าวอย่าได้ปฏิเสธเชียว ลาภิณเดินตามมาได้แต่ส่ายหน้ายิ้มอ่อนใจเพราะผู้หญิงอะไรแค่ล่อหลอกด้วยของกินก็ยอมตกลงง่ายๆ แล้ว

 

          ขอบคุณสำหรับการติดตามอ่านนะคะ^_^

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 36 ครั้ง

1 ความคิดเห็น

  1. #24 onnysireen (@onnysireen) (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 4 สิงหาคม 2561 / 20:59

    ต้องเปลี่ยนเป็น เสน่หามัทนาแล้ว เพนาะนู๋มีทน่ารักเกิ๊น..`(*∩_∩*)′~♥~

    #24
    1
    • #24-1 อัมราน (@Darrano) (จากตอนที่ 31)
      11 สิงหาคม 2561 / 14:40
      หลงหนูมัทอีกคนแล้ว
      #24-1