เสน่หาลาภิณ

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 18,812 Views

  • 84 Comments

  • 127 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

จำนวนแชร์
0

  • Month Views
    229

    Overall
    18,812

ตอนที่ 30 : ผมอยากพบคุณ 2/3

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 987
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 35 ครั้ง
    3 ส.ค. 61

          ตกเย็นพิพัฒขับรถเข้ากรุงเทพฯ พร้อมกับมัทนาโดยไม่ได้แวะที่ไหนเพราะไม่อยากให้ถึงบ้านดึกมากนัก ทำให้ใช้เวลาเพียงสองชั่วโมงกว่าๆ ก็มาถึงบ้านของมัทนาในที่สุด อาธรออกมาจากห้องครัวแล้วกลับเข้าไปเมื่อเห็นพิพัฒยกมือไหว้ทักทาย มัทนารับกระเป๋าเป้ใบใหญ่ซึ่งมีเสื้อผ้าใช้แล้วมาคล้องไหล่พลางโบกมือลาพิพัฒเพราะเขาบอกว่ามีธุระต่อเลยไม่ได้อยู่ทานข้าวก่อนกลับ

          “ขอบใจพัฒมากนะที่มาส่ง เอาไว้ถ้ามัทจะกลับไประยองค่อยโทรหานะ”

          “ได้สิ เราไประยองด้วยกันก็ดี มัทจะได้ไม่ต้องนั่งรถทัวร์เหนื่อยเปล่าๆ” พิพัฒเปิดประตูแล้วเข้าไปนั่งพลางมองมัทนา ถ้าวันนี้ไม่มีนัดกับพ่อเขาคงไม่พลาดเวลาที่จะได้อยู่ใกล้ๆ กับเธออีกสักนิด “ไปแล้วนะ”

          มัทนาพยักหน้ายืนรอจนพิพัฒขับรถจากไปจึงเดินเข้าบ้าน ทักทายเจ้าฮิปโปที่วิ่งเอาหัวมาถูขาแล้วร้องงี๊ดๆ อย่างกับจะบอกว่าคิดถึง หญิงสาววางกระเป๋าเป้ที่โต๊ะหินอ่อนแล้วหยิบโทรศัพท์ออกมาไลน์บอกลาภิณเพราะเพิ่งนึกได้ว่าเขาอาจไปหาที่แคมป์คนงานก็ได้

          ฉันกลับมาถึงกรุงเทพฯ แล้วนะคะ บอกคุณไว้ก่อนเผื่อว่าคุณไปหาฉันที่แคมป์คนงานค่ะ

          หญิงสาวปิดหน้าจอโทรศัพท์กำลังคว้าเป้มาจะสะพายเข้าบ้าน แต่ต้องหยุดมือไว้ก่อนเมื่อได้ยินเสียงไลน์ดังกลับมาทั้งที่เธอไม่ได้คาดหวังว่าลาภิณจะเขียนตอบ

แล้วกลับกรุงเทพฯยังไง ขับรถไปเองคนเดียวงั้นหรือ

          มัทนาพิมพ์กลับทันทีว่า เปล่าค่ะ รถของฉันอยู่ที่แคมป์ นั่งรถของพัฒมา สะดวกดีไม่ต้องเหนื่อยขับเอง

          ลาภิณอ่านข้อความแล้ว คราวนี้มัทนานั่งรอเผื่อว่าเขาจะถามอะไรกลับมาอีก แต่กลับเงียบจนเธอรอเก้อซะงั้น

          “อีตาบ้า ไม่คิดจะบอกว่า...ไปแล้วนะ สวัสดี ผมทำงานยุ่งต่อบ้างหรือไง หายจ้อยปล่อยฉันไว้กลางทางทุกที”

          มัทนาบ่นพึมพำก่อนหยิบเป้มาสะพายหลังแล้วเข้าบ้านไป หลังรั้วหน้าบ้านลาภิณมองหญิงสายจนลับจากสายตา โทรศัพท์ที่เพิ่งอ่านข้อความหน้าจอยังเปิดแสงสว่างจ้า เขาตั้งใจไปหามัทนาที่แคมป์คนงาน แต่กลับเห็นเธอขึ้นรถของพิพัฒแล้วออกไปด้วยกัน ชายหนุ่มจึงขับรถตามมาเรื่อยๆ จนกระทั่งถึงบ้านของมัทนา ข้อดีของผู้หญิงตรงไปตรงมาคือการไม่โกหก สำหรับผู้หญิงบางคนที่เขาเคยคบซึ่งเวลาผ่านไปกลับค่อยๆ พบข้อเสีย แต่กับมัทนากลับเริ่มจากติดลบแล้วค่อยๆ บวกขึ้นมาเรื่อยๆ เพราะเขาพบข้อดีของเธอเพิ่มขึ้นทุกวัน

 

          ลาภิณขับรถกลับบ้านโดยไม่ได้รู้สึกว่ากำลังแบกอะไรอยู่บนบ่าเหมือนทุกครั้ง วันนี้เขาสบายใจเมื่อรู้ว่าบนโลกใบนี้มีใครอีกคนที่วางใจได้นอกจากคนในครอบครัวได้ ก่อเกิดความรู้สึกบางอย่าง...การเชื่อใจ เขาสามารถเชื่อใจมัทนาได้ไม่ว่าในฐานะใดก็ตาม เธอจะไม่หักหลังเขาอย่างที่คนในอดีตเคยทำมา เธอเหมือนดอกไม้สีขาวที่เห็นแล้วสบายตา แม้ไม่สวยงามจนตะลึง แต่ไม่ลวงตาด้วยสีสันที่มองนานๆ แล้วอาจเคืองตา

          ลาภิณหักพวงมาลัยเลี้ยวรถเข้าบ้านพลางปรายตามองรถคันหนึ่งซึ่งจอดอยู่ก่อนแล้ว ไม่ใช่รถของลัลนา ชายหนุ่มยังไม่ทันได้หาคำตอบ แค่เพียงลงจากรถพร้อมความสุขใจที่ยังอบอวลในความรู้สึกจนไม่ทันมองร่างบอบบางที่ยืนรอจนกระทั่งเห็นเขาเดินผ่านราวกับไม่เห็นเธอด้วยซ้ำ

          “ภิณ...” น้ำเสียงหวานๆ ดังขึ้น

ลาภิณชะงักนิ่งหลายวินาทีก่อนหันไปมองแม้จะมีคำตอบในใจว่าใครที่เรียกเขาด้วยน้ำเสียงแบบนี้ การจากลาแม้ยาวนานแต่ตราบใดยังคงบาดเจ็บเพราะแผลในอดีตย่อมจดจำได้ การพบกันจะเป็นประโยชน์อะไร

“ไม่ได้พบกันมาหลายปีเลยนะ ถ้ารวีไม่หามาเองคงไม่ได้พบภิณกระมัง” ปารวีตัดพ้อเพราะหลายวันที่ผ่านมาเธอเพียรพยายามติดต่อลาภิณ แต่เขากลับปิดกั้นทุกทาง เธอเข้าใจว่าทำไมเขาถึงเป็นแบบนี้ แต่เวลา 5 ปียังไม่พอให้เขาให้อภัยเธออีกหรือ

ลาภิณมองปารวีแล้วได้แต่ถอนใจ อดถามตัวเองไม่ได้ว่านี่เองหรือผู้หญิงที่ครั้งหนึ่งเขารักมากจนยอมทำทุกอย่างเพื่อให้ได้แต่งงานกับเธอ เวลานี้เธอยังคงสวยและบอบบางเหมือนตุ๊กตาแก้ว ดวงตาที่เคยเป็นประกายสดใสกลายเปลี่ยนเป็นเศร้าจางๆ 

          “คุณมาทำไมไม่รู้หรือว่าการที่ผมปฏิเสธการพบก็เพราะไม่อยากเห็นหน้า ที่ผ่านมาคุณเป็นคนฉลาดทำไมถึงไม่เข้าใจในสิ่งที่ผมพยายามบอก”

          ปารวีเม้มปากจากที่มั่นใจว่าการกลับมาของเธอจะทำให้ลาภิณจำได้ว่าเคยรักกันมากขนาดไหน ทว่าสายตาของเขาที่มองมากลับว่างเปล่าจนน่าใจหาย

          “รวีเลิกกับทินแล้วนะคะ มันคงเป็นไปตามที่ภิณเคยบอก ถ้ารวีแต่งงานเพราะความเหมาะสมยังไงมันก็ไม่เวิร์ค มันไม่เวิร์คจริงๆ จนรวีคิดว่าตอนนั้น...”

          “ผมไม่อยากฟังเรื่องในอดีต ถ้ามันเปลืองสมองที่จะจำ ผมว่าเราควรลืมมันไปให้หมด”

ลาภิณก้าวต่อไปไม่อยากฟังอีก แต่ปารวีกลับคว้าแขนของเขาไว้ สายตาที่มองเขาเต็มไปด้วยความรักระคนเสียดาย หากวันนั้นเธอใช้ความรู้สึกมากกว่าเหตุผลมากมาย วันนี้เธออาจไม่ล้มเหลวเพราะการตัดสินใจผิดก็ได้

          “แต่รวีไม่เคยลืม ภิณก็ไม่เคยลืมเหมือนกันใช่ไหม”

          ถ้าปารวีมาเพื่อคุยเรื่องลืมหรือไม่ลืมคงไม่จบลงง่ายๆ เพราะการไม่ลืมของเขากับเธอไม่มีทางเหมือนกันได้

          “คุณมาหาผมเพราะอะไร บอกความต้องการที่แท้จริงของคุณมา ผมไม่มีเวลามากมายสำหรับคนอื่น”

          “เรากลับมาเป็นเพื่อนกันได้ไหมคะภิณ”

          ลาภิณส่ายหน้าเพราะมันจะกลายเป็นก้าวเล็กๆ ที่นำพาเขากลับไปอดีตอีก อะไรก็ตามที่เขาละทิ้งออกไปจากชีวิตแล้วจะไม่คว้ากลับมา

          “คงไม่ได้หรอก ผมจะกลับไปเป็นเพื่อนกับคุณได้ยังไง คุณคงลืมในด้านเลวร้ายไปแล้ว แต่ผมยังพอเหลือสมองให้จำได้ว่าถูกคุณหักหลังยังไง เชิญกลับไปได้แล้วและอย่ามาที่นี่อีก”

          ปารวีสะท้านอยู่ในใจเมื่อกลายเป็นคนอื่นสำหรับลาภิณไปแล้ว แต่ความมั่นใจที่เคยมีมาตลอดทำให้เธอคิดว่าเขายังโกรธกับเรื่องราวในอดีต รักแรกของเขาที่ดำเนินมา 5 ปีก่อนที่เธอจะไปแต่งงานกับวาทินไม่มีทางลืมได้ง่ายดายเพียงแค่พูดออกมา

          “รวีเสียใจ ถึงจะแก้ไขอดีตไม่ได้ แต่ถ้ารวีมีสิทธิ์เลือกในตอนนั้นรวีคงไม่ทำให้ภิณเสียใจ หัวใจของรวีไม่เคยมีใครอื่นนอกจากภิณคนเดียว ผู้ชายที่ได้ชื่อว่าเป็นอดีตสามีเป็นแค่คนที่พ่อแม่ของรวีเห็นว่าเหมาะสมกันและเอื้อประโยชน์ต่อธุรกิจของครอบครัวเท่านั้น”

          ลาภิณถอนใจยกมือห้ามไม่ให้ปารวีพูดอะไรอีก “ผมไม่อยากฟัง กลับไปเถอะ”

          ปารวีเข้าใจจากการรู้จักลาภิณมาตั้งแต่เรียนมัธยมว่าไม่ควรพูดอะไรจนกลายเป็นรดน้ำมันลงบนกองไฟ ตอนนี้เขาต้องการเวลาหญิงสาวจึงยอมเป็นฝ่ายเดินจากมาแล้วขับรถกลับบ้านไปก่อน เมื่อผ่านไปสักพักความเกรี้ยวกราดจะลดลงแล้วค่อยๆ ดีขึ้นและเขาจะหาข้อดีของการกลับมามีเธอในชีวิตอีกครั้ง

 

ลาภิณคิดว่าการอาบน้ำให้ร่างกายและสมองได้รับความเย็นสบายจะช่วยให้หัวใจกลับมานิ่งสงบได้ดังเดิม ทว่าเขาได้คำตอบแล้วว่ามันไม่ช่วยอะไรในเมื่อเขาไม่เคยลืมปารวี ไม่แน่ใจว่าในส่วนเล็กๆ ของหัวใจยังรักผู้หญิงคนนั้นอยู่บ้างไหม เขารู้แต่ว่าการมาของเธอทำให้เรื่องราวในอดีตถูกรื้อฟื้นในความทรงจำซึ่งเคยถูกปิดตายให้กลับมามีตัวตนอีกครั้ง

ชายหนุ่มเทเหล้าที่ไม่ได้แตะต้องมาสักพักใหญ่ๆ ลงแก้วแล้วดื่มทีเดียวหมด ก่อนจะเทซ้ำลงไป สมองที่มึนชาเริ่มเบาสบายขึ้นมาเล็กน้อย แม้ว่ามันจะวนคิดแต่เรื่องของปารวี  เธอคือรักแรกของเขา ความรักที่เติบโตจากเด็กวัยมัธยมสู่มหาลัย สู่วัยทำงานช่างยาวนาน แต่กลับจบลงอย่างเลือดเย็นและการบอกลาที่แสนสั้นนั้นเขายังไม่ลืมเลื่อนราวกับว่าเวลา 10 ปีไม่มีค่าเท่าการเข้ามาของชายอีกคนซึ่งใช้เวลาไม่ถึง 3 ปี

มันสายไปแล้ว ถึงตอนนี้หรือแม้แต่ก่อนหน้านี้รวีจะรู้ว่าภิณรักรวีมาตลอด แต่หัวใจของรวีเลือกแล้วว่ารักใครมากพอที่จะใช้ชีวิตอยู่ด้วยกัน ขอโทษนะ

          ชายหนุ่มส่ายหน้าไม่เข้าใจว่าปารวีจะขอโทษเขาทำไมในเมื่อเธอตัดสินใจเลือกไปแล้วและทิ้งเขาอย่างไม่ไยดี ผู้หญิงอ่อนหวาน บอบบาง แต่หัวใจแสนอำมหิตและเป็นจอมโกหก แต่เขาไม่เคยระแวงเธอสักครั้งเพราะความมั่นใจในความรักว่ามั่นคงพอตลอดการคบหาจนกระทั่งพูดคุยถึงการแต่งงาน เธอพูดคำหวาน ยิ้มดีใจ ทำท่าราวกับเจ้าหญิงที่มีความสุขเมื่อจะได้ครองรักกับเจ้าชาย ทว่าช่างจอมปลอมกว่าเขาจะรู้ว่าถูกหักหลังจากคนรักและเพื่อนที่ไว้ใจก็สายเกินไปแล้ว เขาไม่เพียงแต่อกหักเสียใจปางตาย แต่ยังเสียคนรักและเพื่อนสนิทไปพร้อมๆ กัน ซึ่งก็คุ้มเพราะมันทำให้เขาตาสว่างพอจะเห็นว่าโลกใบมีนี้อีกด้านที่เป็นจริงกว่าที่เคยรู้จักเสียที

ปารวีกลายเป็นผู้หญิงที่คล้ายๆ กับพวกดารานางแบบที่เขาคบไว้คลายเหงาแค่นั้น เธอช่างต่างจากผู้หญิงคนหนึ่งลิบลับ ภาพของหญิงสาวในชุดเสื้อเชิ้ตกับกางเกงทะมัดทะแมงเริ่มชัดเจนขึ้นในสมองของลาภิณ มัทนาตัวสูงเพรียว แข็งแรง เขาเห็นเธอยกกระถางหนักๆ ได้เหมือนของเบา เรียวปากหนายิ้มขันเมื่อนึกขึ้นมา เธอตรงไปตรงมาไม่ปิดบัง มีน้ำใจจนเขาเคยคิดว่าเธออาจแสร้งทำเพราะมีคนเห็น แต่ไม่ใช่เลย เธอทำเพราะเป็นนิสัยต่างหาก

          ลาภิณดื่มเหล้าที่เหลือจนหมดแก้ว สมองที่เคยจำแต่เรื่องเจ็บช้ำกำลังฉายภาพที่เต็มไปด้วยความสบายใจยามเขาอยู่ใกล้มัทนา ผู้หญิงแสนดื้อและปากกล้าคนนั้น

          ที่ผ่านมาคุณคง ขอโทษนะคะที่ฉันต้องพูดตรงๆ คุณทำตัวง่ายๆ กับคนง่ายๆ เพราะไม่ได้รัก ถึงคุณจะไม่ได้รักฉัน แต่ก็ควรให้เกียรติฉัน เพราะถ้าถึงเวลาที่ต้องถอนหมั้น ฉันอยากให้สามีในอนาคตไม่ผิดหวังที่มารักฉัน เพราะฉันไม่ได้ทำตัวง่ายๆ กับใครมาก่อน

          น่าขันไม่น้อยทั้งที่มัทนาต่อว่าเขาต่อหน้าอย่างที่ไม่เคยมีใครทำมาก่อน แต่ลาภิณกลับจดจำได้ทุกคำ ที่ผ่านมาเขาไม่ได้ทำตัวง่ายๆ แต่คนอื่นๆ ต่างหากที่อยากได้บางอย่างจากเขาจนทำตัวง่ายๆ ทำให้เขาไม่ต้องคิดหาวิธีเอาชนะใจ เพราะฉะนั้นทำไมเขาต้องคิดถึงเรื่องความรัก ในเมื่อความสัมพันธ์ของเขาเคยเริ่มที่ความรัก แต่จบด้วยผลประโยชน์ที่เมื่อใส่ตาชั่งแล้วมันไม่พอสำหรับผู้หญิงอย่างปารวี แต่มัทนากลับมองว่าความรักเป็นสิ่งสวยงามจนอยากเก็บไว้ให้คนที่รอคอย เขาอยากกลับไปรู้สึกแบบนั้นอีกครั้ง ทว่าหัวใจที่เจ็บชามานานไม่มีทางรักใครสุดหัวใจได้อีกแล้ว หากมัทนาเคยอกหักสักครั้งจะเข้าใจว่าความรักมันไม่ได้สำคัญอะไรเลย การมีความสุขโดยไม่ผูกมัดทางหัวใจต่างหากเป็นทางเลือกที่ดีที่สุด เธอช่างอ่อนต่อโลกเหลือเกิน

            ขอบคุณสำหรับการติดตามอ่านนะคะ...
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 35 ครั้ง

1 ความคิดเห็น

  1. #23 Yan Ming Ling (@jerry_lin11) (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 3 สิงหาคม 2561 / 15:29

    คนเรามีความรักแบบติดลบมาตั้งแต่แรก ก็จะมองในแง่ติดลบไปตลอด พอมีใครบางคนทำให้แง่มุมนั้นหายไป ก็จะกลับไปคิดได้ใหม่ว่ามันก็เป็นแค่วัฏจักรความรักของมนุษย์อย่างหนึ่ง

    #23
    0