เสน่หาลาภิณ

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 18,916 Views

  • 84 Comments

  • 121 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

  • Month Views
    14

    Overall
    18,916

ตอนที่ 24 : ลำดับความสำคัญ 2/3

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 949
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 35 ครั้ง
    28 ก.ค. 61

          เสียงหัวเราะของมัทนาทำให้พิพัฒยิ้มออกแม้ว่าในหัวใจจะร้อนรนจนอ้างเรื่องงานเพื่อที่จะได้มาหาเธอ การถามเรื่องนั้นทางโทรศัพท์คงไม่เหมาะนักทำให้เขาต้องอดทนรอเธอจนกระทั่งเห็นว่าข่าวนั้นคงเป็นเรื่องจริงเพราะลาภิณมาส่ง คู่หมั้นด้วยตัวเอง แต่มันอาจมีอะไรมากกว่าที่เห็นก็ได้หากเขาถามมัทนาคงให้คำตอบกระมัง

          “ข่าวที่แชร์ๆ กันคงเป็นเรื่องจริงใช่ไหมมัท พัฒเพิ่งรู้ว่ามัทกับคุณลาภิณคบกัน” พิพัฒเอ่ยแม้ใบหน้ามีความสุข แต่หัวใจกลับเหมือนถูกบีบ การที่รู้จักกันมานเกือบ 10 ปี ทำให้เขากลัวว่าจะเสียเพื่อนไปจนกลายเป็นเสียโอกาสที่จะบอกความในใจ มาถึงเวลานี้คงไม่มีประโยชน์ที่จะพูดออกไปอีกแล้ว

          มัทนาฟังแล้วยิ่งรู้สึกผิดเพราะเคยคิดว่าหากมีโอกาสมีวันสำคัญกับใครบ้าง พิพัฒต้องอยู่เป็นเพื่อนคนสำคัญในความสุขของเธอด้วย

          “ขอโทษพัฒด้วยนะที่ไม่ทันได้บอก งานหมั้นจัดขึ้นฉุกละหุกน่ะ มัทเข้าใจว่าเป็นงานเล็กๆ จัดในครอบครัวเลยไม่ได้เชิญใครเลย แต่กลายเป็นว่างานใหญ่กว่าที่คิด ไม่งั้นมัทคงโทรชวนพัฒแล้วล่ะ พัฒอย่าโกรธมัทเลยนะ”

          “พัฒไม่โกรธมัทหรอก” พิพัฒฝืนยิ้มไม่โกรธมัทนาจริงๆ แต่เขาอกหักโดยไม่ทันได้ตั้งตัวต่างหาก “วันนี้นอกจากมาแสดงความยินดีกับมัทแล้ว พัฒมีงานมาคุยกับมัทด้วย”

          พอเห็นพิพัฒยิ้มได้มัทนาค่อยสบายใจขึ้นมาได้หน่อย เธอคิดไว้อยู่แล้วว่าเขาย่อมเข้าใจไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้นก็ตาม

          “ถ้างั้นรอมัทแป๊บนึงนะ ขอคุยงานกับมะลิไม่เกิน 5 นาที”

          พิพัฒพยักหน้าแล้วรอที่เก้าอี้ตัวเดิมที่เคยนั่งทุกครั้งยามมาหามัทนา สายตาของเขาที่มองเธอไม่เคยเปลี่ยน แม้เวลานี้การหมั้นจะเกิดขึ้นไปแล้ว แต่หากมัทนายังไม่ได้แต่งงานเขายังมีสิทธิ์ชอบเธอต่อไป ลาภิณไม่เคยจริงจังกับใครยาวนาน เขาเป็นห่วงมัทนาแต่คิดว่าการพูดแบบนั้นคงทำให้เธอไม่สบายใจมากกว่า เพราะฉะนั้นการรอแม้จะไร้ปลายทางอาจเป็นทางออกของเขาในเวลาแบบนี้

 

          มาดาชงกาแฟมาวางที่โต๊ะทำงานของลาภิณซึ่งมีหนังสือพิมพ์ฉบับที่เขาอ่านประจำวางอยู่เหมือนที่ทำทุกวัน ด้านข้างมีแจกันใบเล็กซึ่งมีดอกกุหลาบสีขาวซึ่งเป็นดอกไม้ที่ลาภิณชอบที่สุด เลขาสาวเช็คความเรียบร้อยอีกครั้งก่อนออกไปยืนรอเจ้านาย แม้ว่าเธอจะลางานไป 2 วันเพราะเหตุผลส่วนตัว แต่เจ้านายไม่เคยต่อว่ามีแต่จะถามอย่างห่วงใยเท่านั้น ลาภิณออกจากลิฟต์ในเวลาเดิม

          “เป็นอะไรหรือเปล่า หน้าตาคุณซีดๆ ถ้าไม่สบายผมให้ลาหยุดได้นะ” ลาภิณเอ่ยเมื่อเห็นว่าเลขาดูสีหน้าเพลียๆ ผิดปกติกว่าที่เคยเห็น

          มาดายิ้มบางๆ “ขอบคุณค่ะคุณลาภิณ พอดีว่าเมื่อคืนเพื่อนบ้านทำเสียงดัง ดาเลยนอนไม่พอเท่านั้นเองค่ะ”

          มาดารีบเปิดประตูห้องทำงานให้ลาภิณและรอครู่หนึ่งจึงเริ่มอ่านนัดหมายต่างๆ ในวันนี้ซึ่งมีทั้งการประชุม พบลูกค้าและเวลาได้เคลียร์งานอีกสองชั่วโมง

          “แล้วก็คุณปารวีโทรมาค่ะ เธอบอกว่าแล้วจะโทรมาใหม่” มาดารายงานเป็นอย่างสุดท้าย

          ลาภิณเลิกคิ้วยังไม่ทันได้เอ่ยอะไร ฉัตรเพชรที่เปิดประตูเข้ามาได้ยินพอดีก็ชิงตอบเสียก่อน

“ต่อไปถ้าผู้หญิงคนนี้โทรมาไม่ต้องโอนสายไปให้ภิณนะคะมาดา”

          มาดาก้มหน้ารับคำสั่งเพราะลาภิณไม่ได้เอ่ยแย้งอะไรก่อนจะออกไปจากห้องเมื่อหมดหน้าที่ของเธอแล้ว ฉัตรเพชรมองหน้าเพื่อนแล้วค่อยสบายใจนึกว่าจะกลับไปอาการอกหักปางตายทุกครั้งที่ได้ยินชื่อปารวีเสียแล้ว

          “ทำหน้าอย่างนี้ รู้ข่าวมาแล้วล่ะสิ เพชรว่าแล้วยัยนี่ต้องมายุ่งวุ่นวายกับภิณอีก ภิณอย่าไปสนใจเลยนะ”

          ลาภิณมองเพื่อนที่ตอนนี้ทำตัวเหมือนพี่สาวเข้าไปทุกทีทั้งที่อายุก็เท่ากัน

“เพชรมีอะไรหรือเปล่าถึงได้มาหาแต่เช้า วันนี้ไม่ได้มีประชุมผู้ถือหุ้นสักหน่อย”

          “ไม่มี พอดีเห็นข่าวเลยมาดูภิณน่ะสิ ถ้าโอเคสบายๆ แบบนี้ เพชรกลับก่อนดีกว่า วันนี้นัดช่างมาตกแต่งบ้าน พร้อมเมื่อไหร่จะได้แต่งเสียที เดี๋ยวมีลูกไม่ทันภิณไงล่ะ” ฉัตรเพชรยิ้มล้อๆ เพราะเพื่อนมีคู่หมั้นอีกประเดี๋ยวก็ต้องแต่งงาน เธอกับเขาเป็นเพื่อนกันมาตั้งแต่เด็กๆ ถ้ามีลูกก็อยากให้โตทันกัน

          ลาภิณส่ายหน้าขี้เกียจอธิบาย “เพชรควรมีลูกล่วงหน้าไปก่อนเลย” 

          ฉัตรเพชรค้อนใส่ลาภิณเพราะรายนี้ชอบเก็บงำอะไรไว้กับตัวเองนักก็ไม่รู้ แต่ถ้าหมั้นแบบนี้ก็ต้องจริงจังแน่นอน เผลอๆ มีลูกก่อนเธอด้วยซ้ำ หญิงสาวยิ้มชอบใจพลางเดินฮำเพลงออกไปจากห้อง ลาภิณวางปากกาแล้วหันเก้าอี้มองออกไปยังกระจกเบื้องหลังที่เพิ่งเปิดม่านออกให้แสงเข้ามา หากอดีตลบได้เหมือนเมมโมรีการ์ดคงจะดีไม่น้อย เขาคงไม่รู้สึกหัวใจถูกบีบทุกครั้งที่ได้ยินชื่อผู้หญิงคนนั้น

          ภิณเป็นรักแรกของรวีนะ

          ชายหนุ่มยิ้มหยันตัวเองที่ยังจำคำพูดไร้ค่าของปารวีได้ หากเขาเป็นรักแรกของเธอคนนั้น คำว่าทางผ่านคงเหมาะสมกว่าเพราะเธอกลับเลือก เปลือก ของผู้ชายที่สามารถเป็นบันไดให้แทนความรัก

 

          ช่วงบ่ายหลังจากคุยงานกับพิพัฒเรียบร้อยแล้วมัทนาจึงวางแผนว่าจะไปสถานที่จริงพร้อมคนงานอีกสี่คนเพื่อเตรียมสถานที่ในวันพรุ่งนี้ ส่วนต้นไม้และดอกไม้อีกสองวันค่อยลำเลียงใส่รถกระบะไป งานครั้งนี้ไม่ยากเพราะเธอเคยไปที่สวนหย่อมกลางหมู่บ้านจัดสรรค์ซึ่งเป็นอีกหนึ่งธุรกิจครอบครัวของพิพัฒมาแล้ว อีกทั้งเจ้าของสถานที่มาเองเลยคุยงานกันง่ายว่าอยากได้อะไรตรงไหนบ้าง

          มัทนาโทรบอกอาธรซึ่งกำชับแค่ว่าให้เธอขับรถระมัดระวังเพราะเคยไปค้างเวลาทำงานนอกสถานที่บ่อยครั้ง หญิงสาวกำลังจะเก็บโทรศัพท์อยู่แล้วถ้าไม่เห็นแหวนที่นิ้วตัวเอง เธอรีบถอดแหวนแล้วเอาไปเก็บในตู้เซฟของสำนักงานซึ่งไม่เคยถูกโจรบุกมาก่อน ถ้าแหวนหายขึ้นมาเธอทำงานใช้หนี้หัวโตแน่ พอออกมาจากสำนักงานมัทนาเห็นพิพัฒกับคนงานยืนรอแล้ว หญิงสาวตะโกนบอกว่าขอโทรหาลาภิณก่อนแล้วหันไปจึงไม่เห็นสีหน้าของเพื่อนว่าเจื่อนไปทันที

มัทนารอสายอยู่นานจนกดวางเสียเองเมื่อคิดว่าลาภิณคงทำงานยุ่งอยู่กระมัง เธอรีบเดินเร็วๆ มาที่รถกระบะสี่ประตูของตัวเองพลางยิ้มให้พิพัฒด้วยความเกรงใจที่ต้องมารอกัน

          “คุณลาภิณไม่รับสายเหรอมัท” พิพัฒสังเกตเอาเองเพราะมัทนาโทรหาลาภิณไม่ถึงสองนาทีด้วยซ้ำ

          “อืม คงยุ่งอยู่มั้ง” หญิงสาวเปิดประตูพลางชี้ให้คนงานเข้ามาในรถก่อนหันไปคุยกับเพื่อน “ขับรถไปคนละคันดีกว่าเผื่อว่าพัฒมีธุระที่ไหน มัทจะได้มีรถใช้”

          “ตามใจมัทแล้วกัน ถ้างั้นมัทขับตามพัฒมานะอย่าซิ่งล่ะ”

          มัทนาตบไหล่พิพัฒเบาๆ เพราะเธอไม่ชอบซิ่งสักหน่อย แต่ก็ไม่ค่อยได้ขับรถช้าสักเท่าไหร่ จนพ่อเคยบอกเธอว่าถ้ายังชอบขับรถเร็วจะหาคนขับรถมาให้เพื่อตัดปัญหาเสียเลย เธอถึงยอมลดความเร็วเวลาขับรถเพื่อเอาใจพ่อให้ท่านสบายใจบ้าง

 

          ลาภิณก้าวลงจากรถพลางมองบ้านของมัทนาแล้วพิจารณาอย่างตั้งใจเป็นครั้งแรก บ้านเรือนไทยสองชั้นกลางพื้นซึ่งเต็มไปด้วยต้นไม้และดอกไม้ ดูเรียบง่ายต่างจากเขาโดยสิ้นเชิงยังไม่รวมถึงความคิด การศึกษาและฐานะทางสังคม แต่ทุกอย่างที่เขาเห็นตรงหน้าดูเป็นตัวตนของมัทนาดี เรียบง่าย เป็นธรรมชาติและอ่านไม่ยากเหมือนหนังสือธรรมดาๆ สักเล่ม

          อาธรกวักมือเรียกลาภิณก่อนจะนั่งที่เก้าอี้หินอ่อน บนโต๊ะมีอาหารส่งควันฉุยเพราะกับข้าวเพิ่งทำเสร็จเมื่อสักครู่ก่อนเวลานัดไม่ถึง 5 นาที ว่าที่ลูกเขยของเขาเป็นคนตรงต่อเวลาตามที่ได้ยินมาจริงๆ พอหนึ่งทุ่มตรงก็มาถึงพอดี

          “นั่งลงก่อนสิครับคุณลาภิณ”

          ลาภิณยกมือไหว้อาธรพลางนั่งลงที่เก้าอี้ฝั่งตรงข้ามแปลกใจเล็กน้อยที่เห็นข้าวเพียงสองจาน

“พอดีว่าผมอยากคุยกับคุณเรื่องยัยมัทน่ะ แต่คิดว่าคุยทางโทรศัพท์คงไม่สะดวกนัก” อาธรเอ่ยพลางเอ็ดเจ้าฮิปโปเสียงเบาๆ เพราะมันเห่าว่าที่ลูกเขยของเขาพอเป็นพิธี

          “มัทนาไปไหนล่ะครับ”

          “ยัยมัทไประยองน่ะ ยัยมัทยังไม่ได้บอกอีกหรือจนมืดค่ำแล้ว”

          ลาภิณชะงักไป “สงสัยว่ามัทนาโทรมาบอกผมเรื่องนี้ แต่ผมติดประชุมอยู่ พอคุณพ่อโทรให้มาหาที่บ้านผมเลยคิดว่าเดี๋ยวมาถามกับมัทนาก็คงได้น่ะครับ”

          อาธรพยักหน้าเข้าใจพลางตักทอดมันกุ้งใส่จานของลาภิณแล้วเริ่มทานข้าว ชายหนุ่มลงมือทานอาหารรู้สึกสบายๆ ไม่ได้อึดอัดแม้ว่าจะเป็นการพบกับอาธรแบบส่วนตัวครั้งแรก

          “ผมขอถามตามตรงเลยนะ ถึงคุณจะหมั้นกับยัยมัทแล้วแต่ก็ผมก็อยากรู้ว่าคุณรู้สึกยังกับลูกสาวของผมอยู่ดี”

          ลาภิณเสดื่มน้ำเมื่อต้องใช้ความคิดเพื่อตอบคำถามนี้ แม้การหมั้นจะเกิดจากข้อตกลงของเขากับมัทนา แต่การกระทำอื่นๆ ที่ตามมาเขาไม่ได้แสร้งพูดหรือคิด

          “มัทนาเป็นผู้หญิงที่ผมอยู่ใกล้ๆ แล้วไม่ทำให้โมโหเท่าไหร่แล้วครับ มีความตรงไปตรงมาไม่ซับซ้อน ดูเป็นผู้ใหญ่ทางความคิด แต่ผมคงต้องศึกษานิสัยใจคอกันอีกสักพัก ไม่อยากรีบร้อนอย่างตอนหมั้นนัก”

          อาธรหัวเราะเมื่อฟังคำตอบจากว่าที่ลูกเขย ลาภิณเลิกคิ้วไม่แน่ใจว่าพูดอะไรผิดไปหรือเปล่า

          “คุณตอบผมเหมือนประเมินลูกสาวของผมในมุมมองของนักธุรกิจเลย ถ้าคุณมองแบบผู้ชายที่มองผู้หญิงล่ะจะมีคำตอบแบบไหนกัน”

          ลาภิณฟังและคิดตามจึงเห็นด้วยกับอาธร บางครั้งเขามักลืมตัวประเมินทุกอย่างในเชิงของประโยชน์ที่มีมากกว่าความรู้สึกที่ขับเคลื่อนการดำเนินชีวิต

          “มัทนาเป็นคนดีครับ เป็นตัวของตัวเองดีไม่ประดิษฐ์เหมือนผู้หญิงที่ผมเคยพบมา ผมอยู่ใกล้ๆ แล้วสบายใจดีครับ”

          อาธรฟังแล้วชอบใจพยักหน้าเห็นด้วยพร้อมกับตักลูกชิ้นปลากรายให้ว่าที่ลูกเขยเป็นรางวัลพลางเอ่ยต่อไปว่า

          “ผมรักยัยมัทมาก ถ้าคุณเห็นยัยมัทเป็นคนดีก็ขอให้คุณทำดีกับแกนะครับ เท่านี้ผมก็สบายใจไม่กังวลอะไรแล้วล่ะ ผมรักลูกก็อยากเห็นลูกมีความสุข ถ้าวันหนึ่งคุณมีลูกคงเข้าใจ”

          ลาภิณยกมือไหว้อาธรเพราะคิดไว้อยู่แล้วว่าเขาคงอยากพูดเรื่องนี้  “ผมพยายามจะทำให้ได้ครับ”

          อาธรพยักหน้า “ทานข้าวต่อกันเถอะ กับข้าวมื้อนี้ฝีมือผมเอง เสียดายพี่สาวของผมไปค้างที่บ้านเพื่อน ไม่อย่างนั้นคุณคงถูกซักฟอกสนุกล่ะ ยัยมัทเคยเล่าเรื่องถูกป้าจับคู่ให้ฟังบ้างไหมล่ะ”

           “มัทนาไม่ได้เล่าครับ แค่พาผมไปบอกป้าอังกาบว่าเป็นแฟน”

ลาภิณนึกถึงเหตุการณ์ในตอนนั้นแล้วอดยิ้มในความแสบของมัทนาไม่ได้ ใครจะไปคิดว่าการขอเป็นแฟนปลอมๆ ของเธอในตอนนั้น ในเวลาต่อมาเขาจะกลับเป็นคนขอให้เธอเป็นคู่หมั้นในตอนนี้ แล้วการขอต่างเริ่มจากการทวงบุญคุณเหมือนกันเสียด้วย

         

          ขอให้มีความสุขในวันหยุดยาวนะคะ ^_^

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 35 ครั้ง

1 ความคิดเห็น

  1. #11 ผ่านมา (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 28 กรกฎาคม 2561 / 12:59

    สนุกค่ะ รอตอนต่อไปนะคะ

    #11
    0