เสน่หาลาภิณ

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 18,916 Views

  • 84 Comments

  • 121 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

  • Month Views
    14

    Overall
    18,916

ตอนที่ 23 : ลำดับความสำคัญ 1/3

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 974
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 39 ครั้ง
    27 ก.ค. 61

          มัทนาเพิ่งออกมาจากห้องน้ำผมเปียกหมาดๆ สีหน้ายังคงเพลียเพราะวันนี้พิธีการต่างๆ ทำให้เธอเหนื่อยไม่น้อย แต่เมื่อเห็นทุกคนยิ้มอย่างมีความสุขจึงอดคิดไม่ได้ว่าหากการหมั้นเกิดจากความรักไม่ใช่สัญญาเพื่อบางอย่างคงดีไม่น้อย ที่ผ่านมาเธอคิดว่าลาภิณเป็นพวกชอบทำตามกฏ ไร้น้ำใจและอาจไม่รู้ด้วยซ้ำว่าการทำให้คนอื่นมีความสุขต้องทำอย่างไร แต่วันนี้เขาพิสูจน์แล้วว่าทำได้ แม้ว่าการหมั้นไม่ได้เกิดขึ้นเพราะความรักของเธอกับเขา แต่อย่างน้อยก็เกิดจากความเห็นใจและอยากให้คนอื่นมีความสุข หญิงสาวค่อยยิ้มออกบ้างเมื่อพอจะย้ำกับตัวเองได้ว่าการทำแบบนี้อาจไม่ถูกต้องนักแต่ไม่ผิดเสียทีเดียว

          หญิงสาวทิ้งตัวลงนอนบนเตียงคิดว่าคงหลับได้ในอีกไม่กี่นาทีเพราะความเพลีย หากแต่ว่าโทรศัพท์จะไม่ดังขึ้นมาและชื่อที่โชว์เป็นลาภิณ เธอกดรับสายทั้งที่ตากำลังปิด

          “โทรมาทำไมหรือคุณ อย่าบอกนะว่าคิดถึงฉัน” เธอถามไปอย่างนั้นเองเพราะรู้ว่าเขาไม่ได้คิดอะไรถึงกล้าล้อเล่น

          “ใช่ ผมคิดถึงคุณ” ลาภิณยียวนกลับมาและได้ยินเสียงมัทนาหักโขกอะไรสักอย่างร้องโอ้ยเบาๆ ช่างซุ่มซ่ามได้ตลอดเวลา “คิดถึงว่าพรุ่งนี้ผมจะไปรับเลยโทรมาหา หมดธุระแล้ว คุณไปนอนเถอะ”

          “แล้วคุณจะมารับฉันทำไมล่ะ” มัทนาถามพลางคลำหัวที่เพิ่งชนขอบหัวเตียงป้อยๆ แต่ปลายสายกลับเงียบกริบพอมองหน้าจอถึงได้รู้ว่าลาภิณวางสายไปแล้ว ดูเถอะช่างทำอะไรเอาแต่ใจไม่เคยเปลี่ยน

“อีตาบ้า โทรมาเพื่อสั่งฉันชัดๆ คิดถึงแบบนี้อย่าดีกว่า”

มัทนาวางโทรศัพท์แถมยังค้อนใส่ราวกับลาภิณจะรับรู้ได้ เธอเพิ่งรู้ว่าเขาพูดเล่นเป็นเสียด้วย เมื่อครู่ตอนที่เขาบอกว่า...คิดถึง เธอเกือบหวั่นไหวอยู่แล้วเชียว ผู้ชายอะไรมีแฟนมาตั้งหลายครั้งไม่รู้หรือไงว่าเวลาอยากให้ผู้หญิงทำอะไรให้ควรพูดดีๆ สิไม่ใช่สั่ง ทำแบบนี้เขาคงแต่งงานกับใครไม่ได้หรอกอยู่บานคานเหมือนเธอแน่ๆ มัทนาหัวเราะชอบใจก่อนจะหลับไป

           

          มัทนาตื่นเช้ากว่าปกติทำให้อาธรแปลกใจไม่น้อยแต่พอเห็นว่าลาภิณเพิ่งขับรถเข้ามาจอดแล้วลงมายกมือไหว้ถึงได้เข้าใจว่าทั้งสองคนคงนัดกันไว้  ผู้เป็นพ่อมองลูกสาวที่มีสีหน้าปกติไม่ได้ยิ้มหวานให้ชายหนุ่มก่อนจะพากันออกไปทำงานอย่างแปลกๆ แต่ยังไม่แน่ใจว่าอะไรที่ทำให้เขารู้สึกแบบนั้น แต่พอมาคิดว่าทุกอย่างมันเกิดขึ้นอย่างรวดเร็วคงเป็นเขาเองที่ปรับตัวไม่ทันกระมัง

          ลาภิณส่งแท็บเล็ตให้มัทนาดูข่าวในโลกโซเชียลซึ่งควรมีภาพการหมั้นแต่ไม่ควรมีภาพของหญิงสาวตามที่ตกลงกันไว้กับนักข่าว แต่บางอย่างกลับเหนือการควบคุมเพราะในงานมีแขกกลุ่มอื่นๆ ด้วยนั้นเอง

          “น่าจะเป็นแขกที่มาร่วมงานอาจเป็นทั้งญาติฝ่ายผม ฝ่ายคุณและคนสนิทของพ่อกับแม่ผม ไม่น่าจะเป็นนักข่าว พวกนั้นไม่กล้าเสี่ยงมาโดนฟ้องให้เสียทั้งเงินทั้งเวลา”

          มัทนาพยักหน้าคิดไว้บ้างหมือนกันว่าคงห้ามการถ่ายภาพไปลงโซเชียลได้ยาก อย่างน้อยภาพของเธอก็พอดูได้ไม่ใช่ถ่ายไปตอนกำลังอ้าปากกว้างหรือทำหน้าง่วง ถ้าเป็นอย่างนั้นคงน่ากลุ้มใจกว่าเดิม

          “ถ้าเรื่องแค่นี้คุณโทรบอกฉันก็ได้นี่คะ ไม่เห็นจะต้องมารับด้วยตัวเองเลย”

          “ผมเชื่อแล้วว่าคุณไม่สนใจข่าวดาราจริงๆ” ลาภิณส่ายหน้าแต่ก็ยังมีแก่ใจอธิบายให้มัทนาเข้าใจว่า “เมื่อวันก่อนเจนจิราเพิ่งให้ข่าวว่ากำลังตามง้อผม ดูเหมือนว่าผมเริ่มใจอ่อนเสียด้วยนะ ช่างโกหกได้เป็นเรื่องเป็นราวเหลือเกิน พอมีรูปงานหมั้นของเราออกไปในสื่อ งานนี้บรรดาแฟนคลับของเจนจิราก็เลยมีทั้งต่อว่าผมและด่าคุณ เมื่อคืนเจนจิราโพสต์ไอจีว่า...บางอย่างที่คนคนหนึ่งทำ ขอแค่อย่าทำเพราะฝืนใจ เลยกลายเป็นดราม่าสาดมาใส่ผมกับคุณ”

          มัทนาเข้าใจได้ทันทีถ้าลาภิณไม่ใช่แฟนเก่าของเจนจิรา ป่านนี้ใครจะมาสนใจว่าเขาหมั้นหรือแต่งงานกับใคร งานติ่งต้องมาสินะ เธอเลยได้รับความซวยไปด้วยเต็มๆ

          “อ๋อ แฟนเก่าของคุณอยากบอกว่าที่คุณมาหมั้นกับฉันเพราะมีความจำเป็น ไม่ได้เต็มใจประมาณนี้ใช่ไหมคะ”

          “ใช่ ผมเลยมารับคุณเผื่อว่าจะมีแฟนคลับสายดาร์คมาทำร้ายหรือทำอะไรไม่ดี” แต่พอมาเห็นมัทนาสีหน้าปกติและไม่มีใครมาทำเรื่องอย่างนั้นตามที่ลาภิณกังวลก็นับว่าเป็นเรื่องดี

          “เรื่องแฟนคลับอะไรนั้นฉันไม่กลัวหรอกค่ะ ลองเข้ามาทำอะไรสิฉันจะต่อยให้ร่วงเลย แต่เรื่องข้อมูลผิดเนี่ยฉันว่าคุณต้องแก้ไข ขอยืมโทรศัพท์ของคุณหน่อยสิคะ”

          ลาภิณมองมัทนาที่แบมือรอแล้วชักไม่แน่ใจ แต่เขาก็ยอมส่งโทรศัพท์ให้เธออยู่ดี

          “คุณจะทำอะไร โทรหาเจนจิราอย่างนั้นหรือ ผมโทรไปแล้วบอกเลยไม่มีประโยชน์”

          “ฉันไม่โทรหาคุณเจนจิราหรอกค่ะ ทำแบบนี้ง่ายกว่า เดี๋ยวนักข่าวก็ช่วยกระจายข่าวให้คุณเอง”

          มัทนาคว้ามือของลาภิณมาวางบนมือของเธอแล้วถ่ายรูปไว้ก่อนจะเข้าไอจี  ของลาภิณแล้วจัดการลงรูปที่เพิ่งถ่ายลงไปในนั้น ประกายของแหวนหมั้นกำลังสวยพอดีงานนี้แค่ใส่แคปชั่นโดนใจเสียหน่อย หญิงสาวนิ่วหน้านึกแป๊บเดียวก็ได้ข้อความเด็ดๆ ว่า

          ...มารับคู่หมั้นไปทำงานครับ #ผมก้าวหน้าแล้วไม่ถอยหลัง... 

          ลาภิณมองโพสต์ล่าสุดในไอจีของเขา แต่มัทนาเป็นคนโพสต์แล้วยิ้มบางๆ เพิ่งรู้ตอนนี้เองว่าเธอก็แสบใช่เล่น

          “ความคิดไม่เลวเลยนะ”

          มัทนาหรี่ตาใส่ลาภิณก่อนจะหัวเราะชอบใจเมื่อเห็นเขากลับไปตั้งใจมองถนน

“เริ่มกลัวฉันแล้วใช่ไหมล่ะคุณ รับรองได้เราถอนหมั้นกันเมื่อไหร่ฉันไม่บีบน้ำตาออกสื่อแน่นอน”

          ลาภิณหันมามองมัทนาแวบหนึ่ง หญิงสาวเลยยิ้มค้างไม่แน่ใจว่าพูดอะไรผิดหรือเปล่า ครั้งพอจะถามก็พอดีมีสายโทรเข้าจากพิพัฒทำให้คุยอยู่หลายคำกว่าจะวางก็ลืมไปแล้วว่าอยากถามลาภิณเรื่องอะไร

         

          เจนจิราแทบปาโทรศัพท์ทิ้งหลังจากอ่านแคปชั่นของลาภิณในไอจีส่วนตัวของเขาจบ เป็นครั้งแรกที่ชายหนุ่มประกาศออกสื่อถึงความสัมพันของเขากับผู้หญิงที่เข้ามาชีวิต คราวของเธอนั้นไม่เคยมีเหตุการณ์แบบนี้ เป็นเธอเองที่ประกาศออกสื่อและเขาไม่ปฏิเสธถึงการคบหาเท่านั้น แต่กับมัทนาคนนี้กลับแปลกไป เขายอมเอาตัวเองออกสื่อให้คนรู้เรื่องส่วนตัวทั้งที่บอกว่าไม่ชอบให้ใครมายุ่งวุ่นวาย

          “ทำถึงขนาดนี้เลยหรือภิณ นังนี่มันดีอะไร สวยก็กลางๆ ไม่ได้โดดเด่นตรงไหน ทำไมภิณถึงยอมหมั้นกับมัน”

          ดาราสาวได้แต่รำพึงรำพันกับตัวเองทั้งเสียใจระคนอิจฉา ช่างแต่งหน้าที่ได้ยินทำได้เพียงก้มหน้าก้มตาทำงานไปไม่อยากตกงานเพราะพูดไม่เข้าหู

          “มีอะไรหรือคะพี่กบ เจนกำลังจะโทรหาไปพอดีเลยค่ะ” น้ำเสียงเจนจิรากลับมานุ่มนวลอ่อนหวานทันทีเพราะขืนทำเสียงแข็งใส่พี่กบดูสิมีหวังเธอคงถูกเขียนข่าวเสียหายใส่ไข่น่ะสิ

          “ปารวีกำลังจะกลับมา พี่เลยอยากคอนเฟิร์มว่าคุณลาภิณกับคุณปารวีเคยหมั้นหมาย แต่ยังไม่ทันได้แต่งงานก็เกิดเรื่องบางอย่างจนไม่ได้แต่งเนี่ย น้องเจนพอจะรู้อะไรจากคุณลาภิณบ้างไหมจ๊ะ”

          เรียวปากของนางเอกสาวเบ้ใส่โทรศัพท์อย่างเสียอารมณ์ เรื่องพวกนี้ทำไมต้องมาถามเธอ ถึงรู้เธอก็ไม่ตอบหรอกเรื่องอะไรจะทำให้ลาภิณโกรธ

          “เจนไม่รู้เลยค่ะพี่ ถ้าเจนมีข้อมูลอะไรจะโทรบอกนะคะ”

          เจนจิราคุยเออออไปอีกไม่กี่คำก็วางสาย แต่ชื่อของปารวียังคงติดอยู่ในความทรงจำเพราะเคยได้ยินฉัตรเพชรพูดถึง พอมานึกดูเจนจิราก็เริ่มจำได้ว่าปารวีเป็นลูกสาวเจ้าของบริษัทผลิตเฟอร์นิเจอร์ชั้นนำของประเทศ แล้วทำไมตอนนั้นถึงได้เลิกกับลาภิณ เธอเองก็ไม่รู้คำตอบเพราะมีแต่ข่าวว่าปารวีแต่งงานกับวาทินซึ่งเป็นนักธุรกิจชื่อดังลูกครึ่งไทย-ฮ่องกง แล้วย้ายไปอยู่อเมริกานานหลายปีแล้ว แล้วทำไมถึงกลับมาไทย พอเจนจิราหาข่าวจากเพื่อนกลุ่มไฮโซจึงได้คำตอบเด็ดๆ ว่าปารวีแยกกันอยู่กับสามีและทำเรื่องขอหย่าอยู่นั่นเอง ถ่านไฟเก่าจะคุขึ้นมาอีกครั้งไหมนะ นางเอกสาวยิ้มชอบใจเพราะมีวิธีเขี่ยคู่หมั้นหมาดๆ ให้ออกไปจากเส้นทางรักของเธอแล้ว 

         

          มัทนานั่งสังเกตลาภิณมาตลอดถึงได้เพิ่งรู้ว่าเขาขับรถได้ดีแม้จะใช้แขนและมือเพียงข้างเดียว เป็นเธอเองนั่นแหละที่เข้าใจว่าเขาถนัดมือขวาทั้งที่จริงๆ แล้วถนัดทั้งสองข้าง ช่างเก่งเกินความคาดหมายไปอีก แต่ถ้าเขาขอให้ช่วยขับรถให้เธอคงยอมทำอยู่ดี การที่เขาบาดเจ็บในครั้งนั้นไม่ว่ายังก็เพราะปกป้องเธอจากมอเตอร์ไซค์ที่จนป่านนี้ตำรวจยังหาคนขี่ไม่ได้เสียที

          มัทนาบอกทางลาภิณจนมาถึงออฟฟิศสวนไม้เมืองของเธอ ตรงบันไดทางขึ้นมีชายคนหนึ่งนั่งรออยู่ มัทนาจำได้ทันทีว่าเป็นพิพัฒซึ่งนัดกันทางโทรศัพท์กันเมื่อครู่

          “จอดตรงนี้แหละค่ะ ตรงนั้นไม่มีที่จอด เดี๋ยวฉันเดินไปนิดเดียวก็ถึงออฟฟิศแล้วล่ะ” หญิงสาวรีบบอกเพราะถึงแม้ลาภิณจะขับรถได้ปกติดี แต่การต้องถอยจอดรถในสภาพแบบนี้คงเกร็งแขนจนเจ็บเปล่าๆ

          ลาภิณพยักหน้าพลางมองไปที่ออฟฟิศสองชั้นเล็กๆ กลางพื้นที่ประมาณ 20  ตารางวา บริเวณรอบๆ มีดอกไม้และต้นไม้ดูร่มรื่นสมกับเป็นบริษัทรับจัดสวน

“เหมือนจะมีคนมารอคุณอยู่นะ”

          “อ๋อ พิพัฒค่ะ เพื่อนสนิทตั้งแต่เรียนมหาลัยของฉันเอง ฉันไปล่ะนะคุณ ขอบคุณที่มาส่งนะ” มัทนายกมือไหว้ลาภิณตามความเคยชิน

          ลาภิณรู้ดีว่าอายุมากกว่ามัทนาแค่ 5 ปี แต่เธอไม่ต้องไหว้เขาบ่อยๆ ก็ได้ ครั้นจะบอกก็ไม่ทันแล้วเมื่อเจ้าตัวเดินเร็วๆ ไปหาชายหนุ่มหน้าตาจัดว่าดีมีความขาวตี๋และสูงใหญ่ ผู้ชายคนนี้เองที่มัทนาคุยด้วยทางโทรศัพท์ ลาภิณมองมัทนาที่เข้าไปตบไหล่พิพัฒแล้วยิ้มคุยกันอย่างสนิทสนมอยู่ครู่หนึ่งจึงขับรถจากไป
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 39 ครั้ง

1 ความคิดเห็น

  1. #25 แป้ง (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 6 สิงหาคม 2561 / 09:07

    ถ้าเป็น ผม"เดิน"หน้าแล้วไม่ถอยหลัง จะเหมาะกว่านะคะ

    #25
    1
    • #25-1 อัมราน (@Darrano) (จากตอนที่ 23)
      11 สิงหาคม 2561 / 14:39
      ขอบคุณค่ะ จะลองไปปรับในฉบับจริงนะคะ
      #25-1