เสน่หาลาภิณ

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 18,817 Views

  • 84 Comments

  • 127 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

จำนวนแชร์
0

  • Month Views
    234

    Overall
    18,817

ตอนที่ 15 : อะไรนะ? ลดน้ำหนัก 2/3

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 975
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 31 ครั้ง
    20 ก.ค. 61

          ลาภิณทำงานเงียบๆ อยู่ไม่นานลัลนาก็เข้ามาหาด้วยใบหน้ายิ้มกริ่ม หากที่ผ่านมาเธอปล่อยให้พี่ชายกับมัทนาค่อยๆ รู้จักกันเองมันคงช้าไปและไม่มีจุดเชื่อมโยงเพราะเหตุผลนี้ละลัลนาจะทำให้เกิดโมเมนต์ระหว่างกันให้ได้ เธอเป็นความหวังของแม่เชียวนะที่จะพาพี่ชายให้ได้พบผู้หญิงดี ๆ เพราะฉะนั้นวันนี้เธอคงต้องลงมือสักหน่อย

          “วันนี้ลัลชวนคุณมัททานข้าวด้วยกันนะคะพี่ภิณ” ลัลนาเว้นวรรคที่จะพูดต่อไว้ก่อนพลางมองสีหน้าลาภิณซึ่งฟังดูเฉยๆ ไม่ได้จะถามอะไรให้ปวดสมองในการหาคำตอบ “อีกเดี๋ยวอาหารที่บ้านโน้นคงมาส่ง พอดีคุณแม่อยากตอบแทนคุณมัทตอนที่ช่วยปู่ ให้เงินก็ไม่รับ ถ้างั้นตอบแทนด้วยอาหารอร่อยๆ น่าจะได้อยู่นะคะพี่ภิณ”

          “จะตั้งโต๊ะหรือยังล่ะ พี่เริ่มหิวแล้ว” ลาภิณถามพลางวางมือจากงาน

          ลัลนาชักแปลกๆ ในท่าทีของพี่ชายเพราะดูให้ความร่วมมืออย่างดีจนน่าสงสัย แต่หากเธอถามอะไรออกไปได้ถูกสงสัยกลับมาแน่

          “ไม่เกิน 15 นาที พี่ภิณไปนั่งรอก่อนนะคะ ลัลจะได้ไปตามคุณมัทด้วย”

          ลาภิณพยักหน้าแล้วเดินไปรอที่ห้องอาหารแต่โดยดี ลัลนาพลอยยิ้มออกนึกว่าจะยากกว่านี้เสียแล้ว หญิงสาวรีบไปตามมัทนาซึ่งเสร็จงานพอดีมาบนบ้าน

          มัทนาอยากปฏิเสธอยู่เหมือนกันถ้าลัลนาจะไม่เอ่ยถึงคุณลลิตาทำให้เธอเกรงใจจนยอมเดินตามมาในบ้านซึ่งตลอดการทำงานในสวนเธอไม่อยากเข้ามาหากไม่จำเป็นเพราะเจ้าของบ้านดูรักความเป็นส่วนตัวเหลือเกิน

          บรรยากาศบนโต๊ะอาหารเหมือนอยู่ในสมรภูมิสำหรับมัทนาเพราะไม่รู้ว่าระเบิดที่ชื่อว่าลาภิณจะแผลงฤทธิ์ออกมาตอนไหน มีเพียงลัลนาที่ชวนคุยสัพเพเหระและไม่ย่อท้อแม้ว่าพี่ชายจะเกิดอาการถามคำตอบคำอย่างกับแกล้ง เธอเลยหันความสนใจมาที่มัทนาแทน

          “ลัลลืมถามเลยว่าทำไมวันนี้คุณมัทแต่งตัวสวยจังคะ มีอะไรพิเศษหรือเปล่าเอ่ย”

          มัทนามองตัวเองแล้วหัวเราะเบาๆ “มัทไปงานแต่งงานของเพื่อนมาน่ะค่ะเลยขี้เกียจเปลี่ยนเสื้อผ้าไปมาหลายชุดค่ะคุณลัล พอดีว่าเพื่อนคนนี้ขอไว้ว่าอยากได้เพื่อนเจ้าสาวไม่ใช่เพื่อนเจ้าบ่าว ไม่งั้นมัทคงไม่ยอมแต่งตัวแบบนี้หรอกค่ะ”

          ลาภิณทำทีเหมือนจะพูดอะไรแต่กลับเปลี่ยนใจไม่พูดเสียอย่างนั้น ลัลนาเลยลุ้นเก้อไป

          “แต่งแบบนี้ก็สวยแปลกตาดีออก ใช่ไหมคะพี่ภิณ” ลัลนาหันไปหยอดกับพี่ชาย

          ลาภิณมองมัทนาอย่างจงใจ ถ้าเป็นผู้หญิงที่ผ่านมามักก้มหน้าเขินอาย แต่เธอกลับมองตอบเขา

          “ถ้าคุณมัทนาแต่งตัวแบบนี้บ่อยๆ ก็ไม่แปลกตาหรอกยัยลัล”

          เจอคำตอบแบบนี้เข้าไปทำเอาลัลนาถึงกับไปไม่เป็น ต่างจากมัทนาที่พยักหน้าเห็นด้วย

          “อิ่มแล้วหรือคะคุณมัท รับของหวานไหมคะ ลัลจะได้ให้...” ลัลนาเงียบได้ไม่นานก็หาเรื่องคุยได้ต่อ

          “พอแล้วล่ะค่ะ มัทอิ่มแล้ว วันนี้ขอบคุณมากนะคะที่เลี้ยงอาหารเย็น ฝากบอกคุณลลิตาด้วยนะคะว่าอร่อยมาก ถ้าไม่ว่าอะไรมัทขอตัวกลับบ้านเลยนะคะ” มัทนาไม่อ้อมค้อมเพราะตัวเธอเองก็ไม่ธุระต้องไปจัดการ ส่วนลาภิณน่าจะไม่อยากเสียเวลากับเธอนัก

          ลัลนายิ้มรู้สึกเมื่อยหน้าเหลือเกินเพราะมีเธอยิ้มคอยสร้างบรรยากาศอยู่คนเดียว ส่วนพี่ชายนั้นเธอดูไม่ออกว่าพอใจหรือไม่พอใจกันแน่ แต่การยอมทำตามใจเธอก็น่าจะมองเห็นความหวังได้บ้างล่ะน่า

          “ได้สิคะ คุณมัทคงเหนื่อยแล้ว ลัลเดินไปส่งที่รถนะคะ”

          มัทนายกมือไหว้ลาภิณตามมารยาทเพราะเขาอายุมากกว่าไม่ใช่เพราะเขาเป็นเจ้าของบ้าน ลัลนาเดินตามไปส่งแขกเสียงคุยกระหนุงกระหนิงค่อยๆ ห่างลาภิณไปเรื่อยๆ ชายหนุ่มมองตามเมื่อได้รับคำตอบ นับว่าไม่เสียเวลาที่เขายอมให้คนแปลกหน้าฝ่าเข้ามาในกำแพงที่แง้มเพียงเล็กน้อยเพื่อหาคำตอบบางอย่าง

 

          ลัลนายังไม่เลิกล้มความพยายาม วันต่อหญิงสาวขับรถตามพี่ชายมาที่บ้านในเวลาเย็นมากแล้ว พอเห็นว่ารถของมัทนายังจอดอยู่ค่อยโล่งอกเพราะเธอจะได้มาไม่เสียเที่ยว ขนาดน้ำหยดลงหินทุกวันยังกร่อน ถ้าเธอหยอดทางพี่ชายบ้าง ทางมัทนาบ้าง สักวันอันใกล้ต้องมีใครสักคนหวั่นไหวบ้างล่ะน่า

          ลาภิณเดินไปที่รถของมัทนาซึ่งหญิงสาวกำลังโหย่งตัวเอาของเข้าไปเก็บอยู่พอดี ลัลนารีบเดินตามมาทันได้ยินพี่ชายถามมัทนาว่า

          “ทำไมยังไม่กลับหรือคุณ รถมีปัญหาอะไรหรือเปล่า”

          มัทนาขยับตัวออกมาจากรถมองลาภิณที่เรียบกริบตั้งแต่เส้นผสมจรดปลายเท้า ในขณะที่เธอนั้นแค่เยินยังน้อยไปกระมัง วันนี้ฝนคงตกใหญ่แน่ๆ ที่เขาทักทายเธอก่อน

“เปล่าหรอกค่ะ พอดีฉันเห็นว่ามีงานวัดตรงโน้น แต่ถ้าขับรถไปอาจไม่มีที่จอดฉันเลยคิดว่าจะขอจอดรถไว้ที่นี่ก่อนได้ไหมคะ”

          “โหย ได้สิคะ มีงานวัดเสียด้วย ไม่เคยรู้เลย ลัลขอไปด้วยได้ไหมคะ คงน่าสนุก” ลัลนายิ้มร่าเมื่อคิดแผนการณ์ในใจออกได้ภายในเสี้ยววินาที

          “ได้สิคะ”

          “พี่ภิณไปด้วยกันสิคะ ไหนๆ ตอนนี้พี่ภิณก็ว่างอยู่ ไปพักสมองแล้วค่อยกลับมาทำงานต่อก็ดีนะคะ”

          ริมฝีปากของลาภิณเผยอเปิดราวกับยิ้มยามที่ตอบน้องสาวว่า “ก็ได้ แต่ลัลควรไปเปลี่ยนรองเท้าก่อน ใส่ส้นเข็มไปเดินงานวัดคงได้หกล้มกันพอดี”

          ลัลนาไม่รอช้ารีบกลับมาที่รถตัวเองแล้วหารองเท้าแตะมาใส่แล้วตามมาสมทบลาภิณกับมัทนา ลาภิณเป็นฝ่ายเดินนำอย่างกับเคยไปมาแล้ว แต่เมื่อคิดถึงความหรูไฮโซของเขาทำให้มัทนาคิดว่าไม่น่าเป็นไปได้

          เสียงโฆษกของงานได้ยินแว่วๆ ระหว่างการเดินผ่านต้นไม้สองข้างทางซึ่งจะนำไปสู่วัด มีชาวบ้านบริเวณนั้นกำลังเดินไปที่งานวัดเช่นกัน ทำให้ไม่เปลี่ยวและยังครึกครื้นเมื่อยิ่งใกล้เสียงเพลงยิ่งดังกระหึ่ม ชิงช้าสวรรค์กลายเป็นเหมือนแลนด์มาร์คของงานก็ว่าได้เพราะมันเด่นชัดกว่าเครื่องเล่นอื่นๆ มัทนาเดินเร็วขึ้นเพื่อไม่ให้ห่างจากลาภิณมากนักพลางคว้ามือลัลนามาด้วยเผื่อพลัดหลงกัน ลัลนามองแผ่นหลังของพี่ชายแล้วยิ้มบางๆ พลันโทรศัพท์ของเธอก็ดังขึ้น หญิงสาวทำทีรับสายพูดไปเรื่อยๆ กับเพื่อนที่คงงงว่าเธอเจื้อยแจ้วอะไรอยู่ก่อนจะวางสายพลางทำหน้าเสียดาย

          “ว้าแย่จังเลยค่ะ ลัลคงต้องกลับก่อนแล้วล่ะ ลืมไปได้ยังไงก็ไม่รู้ว่านัดกับเพื่อนไว้ว่าจะไปซื้อของขวัญให้เพื่อนอีกคนด้วยกัน เอาไว้คราวหน้าลัลมาเที่ยวงานวัดกับคุณมัทใหม่นะคะ”

          มัทนาฟังแล้วก็เข้าใจ “อ้อ ค่ะ”

          ลัลนายิ้มให้มัทนาอย่างสบายใจเพราะคงไม่ทันสงสัย แต่ลาภิณต่างหากที่มองมาเหมือนจับได้ว่าเธอใช้เล่ห์กลนิดหน่อย แต่จะพูดออกมาตรงๆ คงไม่สะดวกนัก

          “ไม่ต้องเดินไปส่งลัลกันนะคะ ทางแค่นี้เดินคนเดียวสบายมาก”

          ลาภิณมองลัลนาพลางกอดอกและเลิกคิ้ว เขาเป็นพี่ชายทำไมถึงจะไม่รู้ว่าเวลาน้องสาวมีความลับมักทำตัวลุกลนจนถูกจับได้อยู่เรื่อยๆ

          มัทนามองตามไปจนแน่ใจว่าลัลนาคงกลับได้เอง แต่ลาภิณต่างหากที่กลายเป็นปัญหาใหญ่ของเธอเสียแล้ว

          “คุณลาภิณจะกลับก่อนก็ได้นะคะ ฉันเกรงใจ”

          ลาภิณจงใจมองมัทนาด้วยความอยากรู้ว่าเธอพูดจากใจจริงหรือเป็นเพียงลูกไม้ของผู้หญิงที่มักใช้เพื่อให้ผู้ชายง้องอนอย่างที่เขาพบมาเป็นประจำกันแน่ แต่ท่าทีไม่ได้สนใจเขาเป็นพิเศษคงเป็นคำตอบได้ว่าน่าจะเป็นอย่างแรก

          “เกรงใจทำไม ผมอยากมาที่นี่เอง ไม่ได้ถูกใครบังคับเสียหน่อย อีกอย่างเดินมาตั้งไกลคุณจะไล่ผมกลับเลยเชียวหรือ”

          “ไม่ใช่อย่างนั้นค่ะ” มัทนางงอยู่ในใจว่ากลายเป็นเธอไล่เขาได้ยังไง “ฉันแค่คิดว่าคุณคงไม่ค่อยชอบหน้าฉันเท่าไหร่ ถ้าไม่ต้องอยู่ใกล้ๆ คุณคงสบายใจกว่า”

          “ผมทำให้คุณรู้สึกอย่างนั้นหรือ” ลาภิณไม่คิดว่ามัทนาจะพูดตรงๆ ในเรื่องที่เกี่ยวกับเขา เธอไม่กลัวว่าเขาอาจไม่พอใจแล้วส่งผลต่อเรื่องงานเลยหรือไง

          มัทนาหัวเราะเก้อๆ อยากตะปบปากตัวเองก็ไม่ทันแล้ว ถ้าลาภิณโกรธเคืองเธอคงไม่รู้จะห้ามยังไงเหมือนกัน

          “ช่างมันเถอะค่ะ คุณอยากเดินดูหรือว่าหาอะไรเล่นคะ”

          “มาทางนี้สิ ผมอยากเล่นอะไรสักหน่อย”

          ลาภิณเป็นฝ่ายเดินนำมัทนาไปยังบริเวณที่วัยรุ่นกำลังมุงกันอยู่ เสียงเพลงเปิดดังเร้าใจและแสงไฟก็เข้าจังหวะ มัทนาเขย่งมองจนเห็นว่าข้างในคือลานขับรถบั๊มนั่นเอง อดไม่ได้เลยที่หญิงสาวจะมองชายหนุ่มที่ยังคงเรียบกริบตั้งแต่เส้นผมจรดปลายเท้า ถ้าเป็นอย่างนี้แสดงว่าเขาเคยมางานวัดแน่ๆ ดูเชียวชาญไม่น้อยเชียวล่ะ

          จบจากรถบั๊มที่ลาภิณได้ขับไปสามรอบโดยมีมัทนาเล่นด้วยเพราะชอบเหมือนกัน ตามด้วยสอยดาวที่อาจดูเบาๆ ไม่มีอะไร แต่เขาก็เสียเงินไปเป็นร้อย ส่วนมัทนาขอมาเติมพลังด้วยหอยทอดและผัดไทย ลาภิณมองหญิงสาวร่างเพรียวสูงเพียงไหล่ของเขาแล้วก็นึกแปลกใจที่เธอกินได้อร่อยและไม่บ่นว่ากลัวอ้วนอย่างที่เคยพบมาไม่น้อย พออิ่มหนำมัทนาไม่รอช้ารีบเดินไปยังซุ้มที่เธอไม่เคยยอมพลาด

          “ฉันอยากเล่นยิงเป้า คุณลาภิณสนใจไหมคะ” หญิงสาวหันไปถามเพื่อนร่วมเที่ยวที่เวลานี้แขนเสื้อพับมาถึงศอกและกระดุมถูกปลดไปสองเม็ดทำให้เห็นอกหนารำไรช่างเป็นภาพแปลกตาสำหรับเธอในการเห็นเขาแบบนี้

          ลาภิณพยักหน้าและไม่ใช่แค่เพียงยืนมองแต่ยังยิงเป้าจนได้ตุ๊กตามารวมกับมัทนาเกือบสิบตัว เธอบอกว่าจะเอาไปแจกเด็กๆ แถวบ้าน ลาภิณเดินต่อมาเรื่อยๆ คราวนี้ไม่ได้เข้าไปเล่นอะไรเพราะคนเริ่มมากขึ้นจนเบียดเสียดรวมทั้งชิงช้าสวรรค์ มัทนาเห็นลาภิณมองอย่างสนใจจึงถามคล้ายชวน

          “คุณลาภิณอยากขึ้นชิงช้าสวรรค์หรือเปล่าคะ”

          “เปล่า ผมแค่เห็นแล้วนึกถึงตอนเด็กๆ มันนานมากแล้ว พอเห็นแล้วเลยคิดถึงขึ้นมา”

          มัทนาพยักหน้ายิ้มผ่อนคลายเพราะวัยเด็กของแต่ละคนอาจไม่เหมือนกัน แต่อย่างน้อยก็เคยได้เล่นสนุกก่อนมาเครียดจากการทำงาน ภายใต้หน้ากากเหมือนแบกโลกทั้งใบไว้ลาภิณเป็นคนอย่างไรกันแน่ บางทีเธอคงไม่ได้รู้จักเขานานพอที่จะได้รู้ อีกเพียง 2 วันสวนของเขาก็จะเสร็จแล้ว หลังจากนั้นเธอกับเขาคงไม่มีโอกาสได้พบกันอีกไม่ว่าเรื่องงานหรือเหตุใดๆ น่าแปลกที่มัทนาคิดถึงเรื่องนี้ขึ้นมา แค่รู้สึกว่าลาภิณเป็นเหมือนหนังสือที่อย่าว่าแต่มีโอกาสได้อ่าน แค่ซื้อคงเกินกำลังพราะมันคงอยู่ชั้น Most wanted ที่คนแย่งกันซื้อ เธอคงไม่ใช่หนึ่งในนั้น

          ปัง...ปังงง
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 31 ครั้ง

1 ความคิดเห็น

  1. #2 aieng (@ojiaieng) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 20 กรกฎาคม 2561 / 19:43
    รอต่อๆค่ะ เกิดเหตุแล้วหนูมัท
    #2
    0