จันทร์ซ่อนใจ

  • 98% Rating

  • 6 Vote(s)

  • 36,207 Views

  • 346 Comments

  • 158 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

  • Month Views
    0

    Overall
    36,207

ตอนที่ 24 : ตอนที่ 21...100%

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1166
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 62 ครั้ง
    17 ธ.ค. 57

 

ตอนที่ 21

 

            ทันทีที่ธนาคารเปิด จิรกรไม่รอช้ารีบตรงดิ่งไปหาผู้จัดการสาขาที่เขาโทรมาบอกล่วงหน้าว่าจะมาทำอะไรที่นี่ เจ้าหน้าที่เดินนำทางไปยังตู้เซฟตามคำสั่งของผู้จัดการ เขาเดินตามไปเรื่อยๆ ดูเหมือนไม่รีบร้อน แม้ว่าใจจริงอยากวิ่งไปให้ถึงตู้เซฟเสียเดี๋ยวนี้

            เขาเข้าไปที่ตู้เซฟแล้วใส่รหัสก่อนจะใช้กุญแจที่เขากับพ่อมีคนละดอกไข ตู้เซฟเปิดออกอย่างง่ายดาย ภายในมีกล่องอยู่ใบเดียว นอกนั้นเป็นซองเอกสารที่ดินซึ่งเขาเป็นคนเอามาเก็บไว้ด้วยตัวเอง กล่องถูกหยิบออกมาเปิดออก

            ภายในกล่องมีกระดุมที่รวมกันอยู่สามเม็ด และอีกหนึ่งเม็ดที่แยกออกมา แต่ทำไมมันถึงมีสี่เม็ดในเมื่อกระดุมของจิรเมธหายไปตั้งนานแล้ว พ่อไปได้กระดุมอีกเม็ดมาจากที่ไหน รู้หรือยังว่ามีบางอย่างผิดปกติจากกระดุมของเขา ถ้าอย่างนั้นที่บอกว่ามีหลักฐานก็คงเป็น...

            กับดัก!

            เขามันโง่เองที่คิดว่าไม่มีอะไรหากจะให้กระดุมพ่อไป ไม่ได้การ จิรกรเอากระดุมทั้งหมดมาใส่กระเป๋า เก็บกล่องเข้าไปที่เดิมรีบปิดเซฟแล้วไปถอนเงินสดออกมาเกือบหมดบัญชี เจ้าหน้าที่สอบถาม เขาตอบอย่างใจเย็นว่าจะเอาเงินไปจ่ายพนักงาน บัญชีของบริษัทมีปัญหา ไม่มีใครสงสัยอะไร เขาเดินแกมวิ่งออกมาที่ลานจอดรถ พอปลดล็อคก็รีบเข้าไปนั่งในรถ ประตูยังเปิดอ้า กุญแจรถเสียบเข้าไปในเบ้า แต่ยังไม่ทันบิดเสียงที่เขาจำได้ดีก็ดังขึ้น

            “ฉันคิดแล้วว่าแกต้องมา วัวสันหลังหวะ ไอ้ลูกชั่ว” จิณณ์ชกหมัดใส่แก้มของจิรกรจนหน้าหันก่อนจะหันไปสั่งคนของเขา  “พาตัวมันไป”

            จิรกรได้สติรีบสตาร์ตรถแล้วเหยียบคันเร่งเพื่อหนีให้พ้นคนของจิณณ์ที่วิ่งมาคว้าบานประตูรถที่ยังเปิดอ้าไว้ เขาไม่สนใจยังเหยียบคันเร่งต่อไปจนออกมาถนนใหญ่ แล้วกระชากประตูปิด เสียงโหยหวนดังกระชากเมื่อมือของคนตามถูกกระแทกจนต้องยอมปล่อย

            “คุณกรขับรถหนีไปแล้วครับ”

            “ไปเอาตัวมันกลับมาให้ได้สิวะ” จิณณ์สั่งเสียงเหี้ยม

            คนของเขารีบทำตามคำสั่งขับรถตามจิรกรไป จิณณ์ทั้งโกรธและเจ็บปวดจากแค่สงสัยกลายเป็นเรื่องจริง ถ้าจิรกรไม่มีชนักติดหลังมันจะเอากระดุมทั้งหมดออกมาทำไม มันอยู่กับจิรเมธในคืนนั้น ที่บอกว่ากระดุมหายจนต้องทำขึ้นมาใหม่ก็เพราะกระดุมของมันตกอยู่ข้างศพอย่างไรล่ะ มันนี่เองที่วางแผนทุกอย่าง อีกทั้งยังถอนเงินอย่างกับเตรียมหนี ไอ้เด็กสวะที่เขาเก็บมาเลี้ยง มันฆ่าลูกชายของเขา

 

            จิรกรขับรถฝ่าออกไปนอกเมือง ขืนขับในเมืองเขาไม่รอดแน่ พ่อวางแผนเอาไว้แล้ว เขามันโง่ ตอนนี้อะไรก็ตามที่พ่อสงสัยคงได้คำตอบแล้ว เขาฆ่าน้องตัวเอง แล้วยังไง มันไม่ใช่น้องของเขา ก็แค่ไอ้ขี้ยาที่ไม่ต้องทำอะไรเป็นชิ้นเป็นอัน แต่กลับได้ทุกอย่างไป เขาเสียอีกที่ทำให้มันทุกอย่าง แต่กลับได้เพียงเศษเงิน

            ถนนเริ่มโล่งและกลายเป็นถนนลาดยางแถว สองข้างทางเป็นพื้นที่ร้างที่หญ้าขึ้นรก เขาจะไปไหนดี คงต้องไปหาบ้านเช่าไกลๆ ที่ไม่มีใครสนใจ หลังจากนั้นค่อยหาทางหนีต่อ พ่อไม่เก็บเขาไว้แน่ๆ ว่าแต่ไอ้รถตู้คนนั้นมันจะขับจี้ท้ายทำไม เขาเหยียบคันเร่งหนี มันยิ่งตามติดก่อนจะแซงแล้วปาดหน้า เขาเหยียบเบรกในระยะกระชั้น แต่รถตู้คันนั้นกลับไม่เลี้ยวเข้าซอยหรือขับต่อไป มันจอดนิ่งจนน่าโมโห จิรกรหันไปมองข้างหลัง พอเบาใจได้ว่าคนของพ่อยังตามมาไม่ทัน     

            เขาเลื่อนกระจกลงแล้วตะโกนด่าลั่น “ไอ้บ้า! หลบไปสิโว้ย คนกำลังรีบไม่เห็นหรือไง”

            เจ้าของรถตู้เลื่อนกระจกลงเหมือนกัน แล้วตะโกนกลับ “เห็น! แต่ไม่หลบ”

            ด้วยความโมโหจิรกรลงจากรถ ทว่าพอเห็นชายสามคนลงมาจากรถตู้แล้วตรงเข้ามา เขารีบกลับเข้าไปในรถ แต่ช้าไปเมื่อประตูรถถูกกระชากเปิด เขาถูกลากตัวออกมา ชายสองในสามคนเข้ามาขนาบข้างไว้ทั้งซ้ายขวา

            “เอาตัวมันไป สภาพยังมีลมหายใจ อีกเดี๋ยวพ่อของมันก็ตามมา”

            “ใครจะยอมให้พวกแกพาตัวไปง่ายๆ วะ” เขากระโจนหวังให้หลุด ปืนอยู่ที่คอนโซลหน้ารถ แต่กลับไม่มีโอกาสได้ใช้ป้องกันตัวเอง

            “ผมคิดว่าถ้าคุณไม่อยากสมองกระจุยก็น่าจะตามผมกับพวกไปดีๆ ดีกว่านะครับ ปืนน่ะผมมีเอาไว้ยิง ไม่ได้เอาไว้แค่ขู่”

            “พวกแกต้องการอะไร” จิรกรถ่วงเวลาเผื่อว่าจะมีรถผ่านมาหรือแม้กระทั่งรถของลูกน้องพ่อ แต่ให้ตายเถอะ ทำไมไม่มีใครผ่านมาเลยวะ

            คนของภาวิตยิ้มเหี้ยมเลื่อนปลายกระบอกปืนมาที่ขมับ “คุณไม่ใช่คนที่นายของผมต้องการต่อรอง”  ไม่ทันจบคำด้ามปืนก็ฟาดลงที่ขมับของจิรกรเต็มแรง เหยื่อแน่นิ่งไปทันที “เอาตัวมันไป”

            ร่างหนาถูกลากแกมประคองไปยังรถตู้ซึ่งติดฟิล์มทึบ รถของจิรกรถูกทิ้งไว้ตรงนั้น เพื่อให้คนของจิณณ์มาพบและหาว่าเจ้าของรถหายไปไหน ไม่นานนักภาวิตก็เริ่มเกม เขาโทรหามิตรในคราบศัตรูพร้อมกับเดินทางไปยังที่ตายของสองพ่อลูกนี่ ป่านนี้หลุมศพคงขุดเอาไว้ลึกพอดี

 

            อิชย์หลับไปด้วยความเพลีย แต่พอพันแสงโทรเรียกคนขับรถ คนมากวัยกว่ากลับยืนกรานจะรออยู่ด้วยกัน เราออกไปเดินเล่นและหาอะไรกินกันตอนใกล้สิบโมงเช้า พอกลับมาก็รอกันต่อ เพียงแต่คราวนี้มีหนังสือพิมพ์ติดมือมาด้วย ข่าวดีคืออรอินทุ์หายใจได้เองแล้ว ส่วนข่าวร้ายเธอยังไม่ฟื้น ปริญหายเงียบไปพอพันแสงกดโทรหา คนตายยากก็โทรมาเพื่อบอกข่าวดีที่ดึงรอยยิ้มเหี้ยมๆ จากคนแค้นเต็มอก

            “เดี๋ยวผมกลับมานะครับลุงอิชย์”

            “คุณแสงจะไปไหนหรือครับ” อิชย์เดาว่าต้องเป็นเรื่องใหญ่ไม่งั้นพันแสงจะยอมไปจากอรอินทุ์ทั้งที่รอมาทั้งคืนทำไม

            “มีบางอย่างต้องจัดการครับ สำคัญมาก แล้วผมจะรีบกลับมา ลุงอิชย์อยู่ที่นี่นะครับ ถ้าอรฟื้นจะได้รู้สึกว่ามีใครรอ ฝากบอกถ้าผมกลับมาช้าว่าผมจะรีบที่สุดเพื่อมาให้อรเห็นหน้า”

            อิชย์จับมือพันแสงไว้ก่อนจะจำใจยอมปล่อย ได้แต่บอกในใจให้ระวังตัว ร่างสูงเดินแกมวิ่งไปที่ลิฟต์ ในขณะที่คนมากวัยกว่ามองอย่างเป็นห่วงก่อนจะโทรหาเธียร เขากลัวเหลือเกินว่าคราวนี้เรื่องจะใหญ่เกินไปจนเป็นอันตรายถึงชีวิต แผนการต่างๆ ที่พันแสงเตรียมไว้ตั้งแต่ยังรักษาตัวไม่มีส่วนไหนบอกว่าปลอดภัยได้เลย เธียรต้องช่วยลูกของตัวเองก่อนที่จะไม่มีโอกาส

 

            พันแสงขับรถมายังบ้านหลังหนึ่งที่ปริญเป็นคนบอกว่าพามือปืนที่จับตัวจนได้มาไว้ที่นี่และตอนนี้เขายังไม่ได้บอกตำรวจหลังจากนายต้องการเจอตัวมือปืนก่อน มือปืนมีเพียงคนเดียวและถูกมัดอยู่ที่เสากลางบ้าน ปืนที่ก่อเหตุวางอยู่บนโต๊ะกระสุนถูกเอาออกหมดแล้ว

            ความโกรธแค้นแล่นพร่านอยู่ในเลือดของพันแสง มันคนนี้ทำให้ผู้หญิงที่เขารักเกือบตาย มือหนาแบออก สายตามองไปที่ปืนของปริญ บอดี้การ์ดหนุ่มยอมส่งปืนให้คิดว่าก็แค่เอาไปขู่กระมัง

            ปลายกระบอกปืนกดลงที่กลางหน้าผากไอ้วายร้าย มือปืนยังยิ้มเพราะเข้าใจว่าเจ้านายของไอ้บอดี้การ์ดนั่นคงใช้ปืนไม่เป็น พันแสงยิ้มเหี้ยม ไม่มีใครรู้หรอกว่าเขาทำอะไรได้บ้าง การพักรักษาตัวนานถึงสิบเอ็ดเดือนเขาไม่ได้กิน นอน เดินเล่น แต่มีอะไรมากกว่านั้น อย่างเช่นการยิงปืน เขาไม่ใช่แต่ยิงปืนเป็น แต่มั่นใจว่าแม่นเชี่ยวล่ะ

            “บอกมาว่าใครจ้างแกมาฆ่าฉัน”

            “ให้ผมจัดการเองดีกว่าครับ” ปริญคิดว่าน่าจะเสียเวลา เรื่องเค้นความจริง เขาถนัดกว่า

            “ไม่ต้อง!

            พันแสงกดปากกระบอกปืนเข้าไปจนเนื้อตรงหน้าผากโปน ดวงตาวาววามพร้อมจะฆ่า

            “ฉันนับแค่ถึงสาม ถ้าไม่พูด แขน หรือขา อะไรก่อนดี”

            มือปืนยังทำหน้าเฉยไม่กลัวอะไร ไอ้นี่มันแค่ขู่ ลูกคนรวยจะไปทำอะไรเป็น

            “หนึ่ง...สอง...” ปืนถูกปลดเซฟ นิ้วของพันแสงอยู่ที่ไก มั่นคงและแน่ใจ เขายิงมันได้ทุกเมื่อ แต่ยังมีสติมากพอ ถ้าเขาติดคุกแล้วใครกันที่จะดูแลอรอินทุ์

            “ปัง...”

            มือปืนกระถดตัวชิดเสา ไอ้นี่มันยิงปืนเป็นนี่หว่า ปริญก็อึ้งเหมือนกัน พันธินจงใจยิงให้กระสุนถากไหล่ของเจ้านั่น หรือว่ายิงพลาดกันแน่

            “ไหนว่าจะนับถึงสาม” มือปืนโวยวายลั่น สูดปากถึงจะโดนยิงถากๆ แต่ก็เจ็บไม่เบา

            ร่างของมือปืนถูกระชากให้ยืนขึ้น  “พูดมา!” น้ำเสียงพันแสงใกล้เหมือนระเบิดที่พร้อมระเบิดเต็มที

            “ผมไม่รู้” มือปืนกัดฟันตอบ พอเห็นสายตาลังเลของเจ้านั่นเขาก็กระหยิ่มอยู่ในใจ ไอ้โง่ ขืนบอกว่าคุณจิณณ์จ้าง กูก็ตายอยู่ดี มันจะยิงจริงๆ หรือวะ

            พันแสงปล่อยร่างของมือปืนกระแทกลงพื้นแล้วเดินห่างออกมา ปริญเดินเข้ามาขอปืน ในขณะที่มือปืนกำลังจะถอนใจโล่งออก ทว่าจู่ๆ คนเป็นนายก็หันมาแล้วยิ้มเหี้ยมก่อนจะคำรามลั่น

            “สาม”

            “ปัง...ปัง”

            กระสุนถูกยิงออกไปคราวนี้มันชำแรกแทรกเข้าไปตรงเนื้อบริเวณต้นขาห่างจากจุดสำคัญของผู้ชายเพียงนิดเดียวเท่านั้น ก่อนจะแถมท้ายด้วยกระสุนถากๆ ที่ขมับ คนยิงไม่กระพริบด้วยซ้ำ มือนิ่งไม่สั่น ปริญมองผลงานของนายแล้วเป็นฝ่ายอึ้งพอๆ กับคนรับกระสุนปืน

            “เอามันไปส่งให้ตำรวจได้” พันแสงคืนปืนให้ปริญ ยามพูดคนเราจะโกหกเท่าไหร่ก็ได้ แต่ความคิดไม่เคยโกหก มันพลาดแล้วที่ไม่รู้ว่าเขาได้ยินอะไรบ้าง

            “แล้วคุณธินจะไปไหนครับ”

            “ไปหาคนที่จ้างมันมาฆ่าฉันน่ะสิ ป่านนี้คงใกล้ตายเหมือนกันกระมัง”

            ดรัณโทรมาบอกเขาระหว่างขับรถมาที่นี่ว่าจิรกรถูกจับตัวไปซ่อนซึ่งตรงกับสายข่าวของเขา เดาได้ไม่ยากว่าจิณณ์ต่างหากที่ภาวิตต้องการล่อให้ไปตาย

            “ถ้างั้นผมคงต้องไปด้วย เจ้านี่ก็มัดมันไว้ตรงนี้ อีกเดี๋ยวคนของผมจะมาพามันไปให้ตำรวจ” ปริญรีบโทรบอกคนของเขาแล้วขับรถตามพันธินไป

            น่าแปลกในประวัติ เป้าหมายของเขาไม่เคยหัดยิงปืน ไม่เคยหยิบปืน แต่เมื่อครู่ที่เห็นเรียกว่าชำนาญคงได้ด้วยซ้ำ ถ้าพันธินปกป้องตัวเองได้ ทำไมต้องมีเขาเป็นบอดี้การ์ดด้วย ตบตาคนอื่นงั้นหรือ แล้วทำไปเพื่ออะไร

 

            จุดนัดพบอยู่จุดใกล้โกดังร้างแถวสมุทรปราการ ดรัณคอยโทรบอกทางทำให้พันแสงไม่หลงทางไปเสียก่อน เขาลงจากรถพอหันมองปริญก็มายืนประกบทำเหมือนกับเขามีอันตรายอยู่ตลอดเวลา พอเดินใกล้ๆ หมอนั่นรีบรายงานว่ามือปืนถูกพาไปส่งตำรวจแล้ว ส่วนเราสองคนก็กำลังมาหาตำรวจเหมือนกัน

            ดำรงกับตำรวจในเครื่องแบบสองนายรออยู่ที่นั่น พร้อมกับตำรวจนอกเครื่องแบบอีกสามนาย บนโต๊ะตัวเก่ามีแผนผังโกดังที่เขียนขึ้นเองกางอยู่ ตอนนี้ภาวิตกับจิณณ์อาจจะกำลังใกล้ฆ่ากันตาย ส่วนจิรกรกลายเป็นตัวประกัน ถึงจะเป็นลูกเลี้ยง แต่จิณณ์คงไม่ตัดขาดคนที่ฆ่าลูกชายตัวเองกระมังไม่อย่างนั้นคงไม่มาที่นี่

            “คนของลุงอยู่ในกลุ่มคนของภาวิตแล้ว คราวนี้คงจับได้เสียที คดีเก่า คดีใหม่จะได้เคลียร์ได้หมด”

            “แต่การตายของพัน..แสงยังไม่มีหลักฐานสาวถึงตัวคนทำได้เลยนะครับ แม้กระทั่งเรื่องกระดุม ถ้าคุณจิณณ์ไม่ยอมรับว่าจิรกรทำกระดุมปลอมขึ้นเพื่อปิดบังเรื่องเลวๆ ทุกอย่างก็ไม่มีความหมาย คนร้ายยังลอยนวล” พันแสงแย้ง

            ทุกคนพยักหน้าเห็นด้วย ถ้าจิณณ์เกิดเปลี่ยนใจช่วยลูกชาย สิ่งที่ตำรวจสันนิษฐานก็เป็นอันจบลงด้วยการไร้ข้อสรุป แล้วยังคดีลอบฆ่าพันแสงอีก

            “คนของพ่อทำอะไรได้อีกไหมครับ อย่างถ่ายภาพออกมา” ดรัณลองถามดูเผื่อว่าจะช่วยได้

            “คงยาก ถ้าอัดเสียงคงได้” แต่ก็เสี่ยง สายของตำรวจที่อยู่ในโกดังมีเพียงคนเดียว ถ้าพลาดเขาจะขาดพยานทันที

            พันแสงเห็นด้วยในสิ่งที่ดำรงคิด ในโกดังสถานการณ์เปราะบาง แค่เสียงปืนดังคงได้ฆ่ากันตาย คนที่รอดคงไม่มีทางพูดความจริง

            “ผมจะเข้าไปข้างในนั้น”

            “จะบ้าหรือวะ” ดรันโวยลั่น ปริญพยักหน้าเห็นด้วย นี่มันเรียกว่าฆ่าตัวตายชัดๆ

            “ฉันมีแผน” เขาเตรียมการระหว่างที่รักษาตัวมาเพื่อวันนี้ ถ้าเขาไม่เสี่ยงคงไม่มีโอกาสอีก

            เขาบอกแผนให้ดำรงและตำรวจนายอื่นๆ ได้ฟัง สีหน้าของปริญกับดรันดูไม่ต่างกันเท่าไหร่เพราะต่างไม่เห็นด้วย แต่คนตัดสินใจไม่ใช่พวกเขา แต่เป็นดำรงที่เห็นด้วยกับแผนนี้ การเตรียมการให้แนบเนียนจึงเกิดขึ้นในนาทีต่อมา ปริญยืนกรานว่าเขาต้องเข้าไปด้วยไม่อย่างเขาจะทำให้คนในโกดังรู้ตัว พันแสงหัวเราะชอบใจ ก่อนจะยอมให้บอดี้การ์ดตามไปด้วย อย่างน้อยหมอนี่จะได้รู้ว่าเขาไม่ได้พาตัวเองเข้าไปตาย 

 

            จิรกรไม่เคยคิดถึงช่วงเวลาแบบนี้มาก่อนในชีวิต เขาฟื้นมาก่อนที่จะเห็นการเผชิญหน้าไม่นานนัก พ่อมาถึงโกดังร้างพร้อมลูกน้องมือดีไม่ต่ำกว่าสิบคน ในขณะที่ไอ้ภาวิตก็เตรียมคนไว้รอรับมือไม่น้อยกว่าสองเท่า สองฝ่ายต่างถือปืนประจันหน้าใส่กัน เราถูกล้อมไว้จนมองไม่เห็นทางรอด เขามองพ่อด้วยความรู้สึกผิดและเสียใจ ทว่าสายตาที่มองกลับมากลับเต็มไปด้วยความเกลียดชัง

            “คงไม่ต้องสร้างภาพของมิตรต่อกันแล้วสินะไอ้เพื่อนสารเลว แกต้องการอะไรก็ต่อรองมา ก่อนที่ฉันจะต่อรองกับแกบ้าง” จิณณ์กัดฟันกรอด  

            “ก็ได้ แกพูดมาก่อน อยากรู้แทบตายแล้วว่าแกมีอะไรจะมาต่อรองกับฉันได้” ภาวิตถอยไปนั่งตรงกองไม้แล้วรอฟัง ปืนถูกดึงมาควงเล่นอย่างกวนอารมณ์จิณณ์นัก

            “ปล่อยลูกชายของฉัน แล้วฉันจะไม่ปล่อยคลิปอุบาทว์ของแก พรากผู้เยาว์ ตาเฒ่าตัณหากลับ มือถือสากปากถือศีล บริจาคเงินให้เด็กกำพร้าปีนึงหลายล้าน แต่กลับชอบ...ไม่อยากพูดให้เสียปาก”

            ภาวิตผงะ จิณณ์กดยิ้มที่มุมปาก เรื่องเน่าๆ ของไอ้สารเลวนี้เขามีอีกหลายอย่าง แต่แค่คลิปอุบาทว์ของมันก็ทำให้แผนลงเล่นการเมืองล้มไม่เป็นท่าแล้ว

            “ไหนล่ะหลักฐาน”

            “ถ้าแกอยากดูก็เอาไป” จิณณ์โยนโทรศัพท์ที่มีคลิปไปให้ ลูกน้องของภาวิตรับได้รีบเอามาให้นายดู

            ภาวิตรีบเปิดคลิปด้วยมืนที่สั่นนิดๆ เมื่อเห็นสภาพของตัวเองกับคู่นอนที่อายุยังไม่ถึงสิบห้าด้วยซ้ำ ดูก็รู้ว่าเป็นการแอบถ่าย ไอ้จิณณ์! เขากัดฟันกรอด ไอ้เพื่อนเลว ต่อให้ผ่านไปนานเท่าไหร่มันก็ยังเลว

            “ฉันไม่เชื่อว่าแกไม่ทำสำเนาไฟล์ไว้”

            “คนอย่างฉันไม่ลอบกัดเหมือนแกหรอกไอ้วิต คิดหรือว่าแค่เรื่องของหนีภาษีจะทำอะไรฉันได้ ตอนนี้แกได้สิ่งที่ต้องการแล้วก็ปล่อยตัวประกันมา” จิณณ์ต่อรองสีหน้าเรียบๆ

            “นี่แกโง่หรือแกล้งโง่กันวะ ฉันไม่ได้อยากได้ชีวิตลูกชายแก แต่ฉันอยากได้ชีวิตแกต่างหากเล่า แกอาจจะยังไม่รู้ตัวว่าตอนนี้น่ะคนของฉันมากกว่าแกสองเท่าเป็นอย่างน้อย หลุมฝังศพแกฉันก็ให้คนขุดไว้รอแล้ว” ภาวิตหัวเราะลั่น ฆ่ามันแล้วค่อยไปหาคลิปที่มันเก็บไว้ไม่ง่ายกว่าหรือ จะมาเสียเวลาต่อรองทำไม

            จิรกรไม่เคยคิดว่าถ้าต้องตายจะตายในสภาพไหนถ้าพ่อรู้ว่าเขาทำอะไรลงไป แต่เขาไม่คิดว่าในวันที่เขาจะตายกลับพาพ่อมาตายด้วย ถึงจะเลวแค่ไหน แต่เขาก็รักพ่อ

            “พ่อหนีไปเถอะครับ ไม่ต้องห่วงผมหรอก ผมมันเลว”

            “หุบปาก ฉันไม่ได้เอาแกกลับไปเป็นลูกชายคนเดียวของฉัน แต่ฉันอยากฆ่าแกต่างหากล่ะ” จิณณ์ตวาดลั่นให้ทุกคนในที่นี้รู้ว่าจิรกรไม่ได้มีความสำคัญ

            “พ่อ...!

            ภาวิตส่ายหน้าทำหน้าเอือมๆ ราวกับเหมือนเอียนความรักจอมปลอมของพ่อลูกคู่นี้เต็มที แต่เอาเถอะ ในเมื่อมาหาที่ตายและเขาได้ในสิ่งที่ต้องการแล้ว กระสุนอีกสองนัดคงพอให้สองพ่อลูกเดินทางไกลไปหาจิรเมธพร้อมกัน ปืนถูกเงื้อขึ้นแล้วเล็งไปยังไอ้คนลูก จิณณ์กำมือแน่นกำลังจะสั่งให้ยิงสวนถ้าประตูโกดังจะไม่เปิดออก คนของมันเข้ามากระซิบบางอย่างที่ทำให้ไอ้สารเลวนั่นยิ้มออกมาได้

            “มีข่าวดีว่ะ คนของฉันจับตัวไอ้พันธินได้ เสือกตามพวกแกมา ก็ดีนะ แค่งานนี้แกจะได้เครดิตเป็นคนฆ่าลูกชายของเธียร วิวัสวาน ข่าวการตายของแกคงครึกโครมไปทั้งเมือง”

            ยังไม่ทันจบคำพันแสงและบอดี้การ์ดก็ถูกลากเข้ามาในโกดังในสภาพเหมือนผ่านการชกต่อยมาพอหอมปากหอมคอ ใบหน้าหล่อเหลามีรอบช้ำจางๆ เหมือนกับคนติดตาม จิรกรหัวเราะลั่น อย่างน้อยก่อนตายเขายังได้เห็นพันธินในสภาพหมาจนตรอก จิณณ์ยืนนิ่งตะลึงงัน เขาสั่งฆ่ามันไปแล้ว ทำไมมันยังไม่ตายอีก

 

            ห่างออกไปประมาณห้าร้อยเมตรตำรวจนอกเครื่องแบบจำนวนหนึ่งเตรียมกำลังเอาไว้พร้อมแล้ว เพียงรอคำสั่งบุก ภาพของการเดินเท้าไปยังโกดังและการสู้กันเพื่อให้สมจริงผ่านกล้องตัวจิ๋วซึ่งส่งสัญญาณมายังตัวรับแล้วแสดงผลที่โน๊ตบุ้ค ทำให้ดำรงและคนอื่นๆ ได้เห็นจำนวนคนทั้งหมดในโกดัง สภาพตัวประกันและผู้ต่อรอง

            ภาพและเสียงชัดเจนดีครับตำรวจซึ่งควบคุมการเชื่อมต่อสัญญาณรายงาน

            ดำรงค่อยถอนใจโล่งได้หน่อย แต่ยังมีเรื่องให้หนักใจกว่านั้นว่าพันธินจะทำยังไงให้คนร้ายยอมพูดความลับของตัวเองออกมา ที่สำคัญเกิดลูกชายของคุณเธียรที่เหลืออยู่คนเดียวเป็นอะไรไป เขาแย่แน่

            สั่งให้คนของเราประจำตามจุดที่มาร์คไว้ตามแผน สั่งเมื่อไหร่เข้าเคลียร์ได้ทันทีแล้วพาตัวพันธินออกมา

            ครับ

            ดรัณเผลอพยักหน้าตามทั้งที่ไม่ได้มีส่วนในคดี แต่มาเพราะห่วงเพื่อนล้วนๆ

            ปลอดภัยออกมานะโว้ยไอ้ธิน อ้อ บอดี้การ์ดหน้าเดียวของแกด้วย

            ตำรวจนอกเครื่องแบบออกจากที่ซ่อนแล้วลอบไปยังจุดต่างๆ ที่สามารถเข้าไปยังโกดังได้ภายในสิบวินาที ทีมแม่นปืนอยู่ห่างออกไปบนตึงสูงซึ่งยังอยู่ในระยะการยิง เธียรโทรมาในเวลานั้น แต่มันคงช้าไปเมื่อพันธินเข้าไปสู่วงล้อมของศัตรูเรียบร้อยแล้ว

 

            ภาวิตแสร้งเข้าไปกอดพันธินอย่างผู้ใหญ่ที่เมตตา ทว่าความคิดที่ผู้มาใหม่ได้ยินนั้นช่างเลวร้ายกว่าที่เขาคิดไว้ พล็อตน่าสนใจดี กำจัดจิณณ์กับลูกชาย โดยใช้มือเปื้อนเลือดของเขา เรียวปากหนาแสร้งยิ้มกลับ ทั้งที่ถูกหมายมั่นให้เป็นฆาตกรที่คงไม่มีโอกาสได้ให้ปากคำ เมื่อต้องตายไปพร้อมหลักฐานว่าเขาฆ่าเพื่อแก้แค้นให้น้องชาย ชั่วจนอยากสำรอกออกมา

            “ไม่นึกว่าจะได้พบกันในเวลานี้นะหลานชาย มาทำอะไรแถวนี้ พอดีอามีเรื่องสำคัญต้องทำ หลานคงต้องรอสักพักล่ะนะ”

            “พอดีผมมีเรื่องอยากถามคุณจิณณ์ก็เลยขับรถตามมาเท่านั้น เราน่าจะร่วมมือกันนะครับคุณภาวิต ไหนๆ เราก็มีศัตรูคนเดียวกัน” พันแสงเอ่ยพร้อมกับปรายตามองไปที่จิณณ์ “ตกใจมากหรือครับที่ผมยังไม่ตาย ตอนนี้มือปืนคงให้การว่าใครส่งมันมาฆ่าผมแล้ว”

            ภาวิตหัวเราะ ไอ้นี่มาเข้าแผนพอดี “งั้นเรอะ”

            “อย่าไปเชื่อมัน เพราะมันนี่แหละที่ปั่นหัวพ่อและเราทุกคน” จิรกรตะโกนลั่น เขาไม่ยอมตายโดยที่ไอ้พันธินยังเสวยสุขอยู่เด็ดขาด

            พันแสงหัวเราะเสียงหยัน คิดหรือว่าลากไส้เขาออกมาแล้วตัวเองจะรอด “คนที่ฆ่าน้องชายตัวเองอย่างนายยังมีความน่าเชื่อถืออีกหรือจิรกร”

            ภาวิตห่อปาก ดูท่าเรื่องจะยาว ไอ้จิณณ์แย่งผู้หญิงของเขา ลูกชายของมันฆ่ากันเอง จิรกรอยากจะเถียงแต่พูดไม่ออก พ่อรู้แล้วว่าเขาทำไร จากการกระทำของเขาเอง จิณณ์หันมามองจิรกรเพียงหางตา สงสัยครามครันว่าเรื่องที่เขารู้คนแรก เป็นไปได้อย่างไรที่พันธินก็รู้เช่นกัน

            “แกรู้ได้ยังไง” จิณณ์ถาม

            “ก็เหมือนที่คุณรู้ว่าผมทำอะไรอยู่ที่ไหนจนส่งมือปืนไปเก็บเมื่อคืน แต่ขอโทษด้วยที่พลาด ผมไม่มีทางยอมตายถ้าไม่ลากคนเลวๆ เข้าคุก” พันแสงยิ้มกว้าง เขารู้แค่คำพูดคนอย่างจิณณ์ไม่สะทกสะท้านหรอกตราบใดยังมีคนของตัวเองอยู่รอบกาย

            “ไหนๆ ตอนนี้อาก็ไม่ได้มีกรณีอะไรกับธิน เรามาร่วมมือกันอย่างที่ธินเสนอดีกว่า ล้างแค้นไปเสียพร้อมๆ กันเลย” ภาวิตตาวาว แผนสุดท้ายช่างงดงาม มันนี่แหละจะทำให้เขาไปจากที่นี่อย่างคนมือสะอาด ไม่ได้เหนี่ยวไกปืนฆ่าใคร

            “ไอ้โง่เอ๊ย ไอ้ภาวิตเป็นคนที่ใส่ร้ายน้องชายแก เนี่ยเหรอคนที่แกอยากจะร่วมมือด้วย”

            “เป็นอย่างนั้นเหรอเปล่าครับคุณภาวิต”

            ภาวิตถอนใจเดินมาโอบไหล่พันธินไว้ก่อนจะมองไปที่ลูกน้อง พริบตาเดียวพันแสงกับปริญก็ถูกล็อคตัวไว้กลายเป็นตัวประกันไปทันที

            “น่าเสียดาย อาคิดว่าจะเก็บหลานชายไว้เป็นคนสุดท้าย ตอนนี้เราคงร่วมมือกันไม่ได้แล้วล่ะ”

            จิรกรหัวเราะสะใจ เขากับพ่อยังมีคนมากกว่าที่พันธินมี คิดดูแล้วกันว่าใครมีโอกาสรอดมากกว่า ภาวิตหันมามองหัวเราะสะใจกลับ

            “อีกเดี๋ยวพวกแกก็ตายกันหมดนั่นแหละ แกว่าฉันชั่วร้าย แล้วพวกแกล่ะ ขนของหนีภาษี ทั้งยาเสพติด ลูกก็ดันมาฆ่ากันเอง ส่วนไอ้คนพ่อ ถ้าฉันเดาไม่ผิด มันนี่แหละที่ส่งคนไปฆ่าน้องชายแก”

            “แก...ไอ้สารเลว” จิณณ์ชักปืนมายิงใส่ไอ้เพื่อนเลว

            “ปัง”

            “ปัง ปัง”

            ร่างของจิณณ์โงนเงนไปข้างหลัง เมื่อถูกภาวิตยิงสวนอีกทั้งมันไม่เป็นอะไรแม้แต่นิดเดียว ในขณะที่เขาจุกจนพูดไม่ออก ไม่มีเลือดไหลมาจากแผลที่ถูกยิงเพราะจิณณ์รอบคอบพอที่จะใส่เสื้อกันกระสุนไว้ คนของเขามายืนขนาบพร้อมยิงเมื่อได้รับคำสั่ง แม้จะคนน้อยกว่า แต่ถ้าไม่สู้ก็ตายเหมือนกัน

            จิณณ์จ้องภาวิตเขม็ง เขาพลาดเองที่ประมาท ไม่คิดว่ามันจะเตรียมคนไว้รอเขามากมายขนาดนี้ เรื่องจะหนีออกไปคงยากแล้ว ไม่! เขาไม่ยอมตาย มือที่จับอกเลื่อนไปเหนือราวนมแล้วกดเบาๆ

            “บอกมาว่าแกยังเก็บคลิปไว้ที่ไหนอีก”

            “คนอย่างแกตายคงง่ายไป ให้ตายทั้งเป็นน่าจะดีกว่า” จิณณ์ยิ้มเหี้ยม ปล่อยให้มันแสดงความโง่ไปเถอะ ถ้าเขาไม่ตาย มันจะได้เห็นว่าใครที่เป็นผู้ชนะมาตลอด

            พันแสงยืนฟังอยู่เงียบๆ นับว่าจิณณ์รอบคอบ แต่คงลืมไปว่าไม่มีอะไรแน่นอน แผนสองอาจจะกลายเป็นความเงียบ

            “นายครับ มีคนส่งคลิปนี้มา”

            ภาวิตรับโทรศัพท์จากลูกน้องมาดูก่อนจะเปิดโทรศัพท์ของตัวเองดูบ้าง คนอื่นๆ ต่างได้รับข้อความ MMS ซึ่งเป็นภาพเคลื่อนไหนสั้นเพียงสามวินาที ใบหน้าของคนในคลิปแดงก่ำด้วยความโกรธ ป่านนี้คลิปคงเดินทางไปไหนต่อไหนแล้ว

            “ไม่ใช่ฝีมือคนของฉัน แกก็เห็นว่าฉันไม่ได้ทำอะไรเลย คลิปที่ฉันมีอยู่กับแกแล้ว” นี่ไม่ใช่แผนสองของเขา

            “ฉันไม่เชื่อ พอกันที เสียเวลา ฆ่ามันทีละคน แล้วฝังมันรวมกัน”

            พันแสงกอดอกมอง เขาคงรอดในสถานการณ์นี้ได้ ดรัณปล่อยคลิปได้ถูกจังหวะ นอกจากจิณณ์ที่มีคลิป ดรัณก็มีเหมือนกัน การหาความอุบาทว์จากภาวิตไม่ใช่เรื่องยากเลยสักนิดเมื่อหมอนี่หาเด็กมาบำรุงบำเรอเกือบทุกคืน แต่ถ้าเขาไม่ทำอะไรเสียที จิณณ์กับจิรกรคงไม่รอด สองคนนี้ยังตายไม่ได้ ความตายถือว่าปราณีเกินไป การต้องทรมานไปตลอดชีวิตต่างหากเป็นสิ่งที่เขาต้องการ

            “แน่ใจหรือครับว่าทำได้” พันแสงขึ้นกลางวง

            ภาวิตหันมามองแล้วทำหน้าฉุนเมื่อพันธินกลายเป็นอิสระ เช่นเดียวคนของมัน ปริญเองยังงงว่าคนของภาวิตปล่อยเขากับนายทำไม อีกทั้งคนที่เข้ามาตัวเปล่า ปืนสักกระบอกก็ไม่มียังไม่สะทกสะท้านต่อคำสั่งฆ่า

            “ไอ้พวกเวร ปล่อยมันทำไมวะ” ภาวิตหัวเสีย “พวกมึงไปสั่งสอนมันแล้วเอาตัวพันธินมานี่แล้วฆ่ามันเป็นคนแรก”

            คนของภาวิตขยับเดินไปหาพันแสงกับปริญ เช่นเดียวกับคนของจิณณ์ ความสับสนเกิดขึ้นในวินาทีนั้น ภายนอกดรัณส่ายหน้าให้พ่อ เขาไม่รู้เหมือนกันว่าเหตุการณ์กลายเปลี่ยนเป็นอย่างนี้ได้ยังไง สถานการณ์ภายในโกดังดูเหมือนจะตึงเครียดและเปลี่ยนไปในพริบตาเดียว!

 

 

 

 

 

 

 

 

             แล้วจะมา up ต่อค่ะ 11 เดือนที่พันแสงหายไป ไม่ได้มาที่นี่เพื่อรอเวลาตายแน่นอนค่ะ สถานการณ์จะเปลี่ยนไป มนุษย์มักหาเหตุผลอันชอบธรรมเพื่อแก้แค้นให้อีกฝั่งย่อยยับ แต่อะไรจะมากพอให้หยุด การสูญเสียอีกครั้งอย่างนั้นหรือ

            อัมราน_บรรพตี

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 62 ครั้ง

11 ความคิดเห็น

  1. #321 fsn (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 20 ธันวาคม 2557 / 14:21
    มันส์เชียวคะ แอบขำมุกน่ารักๆ ของบอดีการ์ดหน้าเดียว
    #321
    0
  2. #320 เมเปิ้ล (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 18 ธันวาคม 2557 / 15:09
    ลุ้นสุดๆๆๆ
    #320
    0
  3. #319 nidka (@nidka) (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 17 ธันวาคม 2557 / 17:07
    รออ่านค่ะ กำลังตื่นเต้นเลย
    #319
    0
  4. #318 ViVi (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 17 ธันวาคม 2557 / 09:56
    รอนะค่าาไรเตอร์ ขอบคุณมากค่ะที่อัพ
    #318
    0
  5. #317 konhin-DinDow (@konhindindow) (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 16 ธันวาคม 2557 / 00:06
    ก็ยังไม่น่าเข้ามาอยู่ดี ดูดิ มีคนจะให้เป็นแพะด้วย
    #317
    0
  6. #316 jackrussell (@greenpeppermint) (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 15 ธันวาคม 2557 / 19:51
    พันแสงรู้หมดแล้ว ใครคิดอะไรอยู่
    #316
    0
  7. #315 เมษา (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 11 ธันวาคม 2557 / 10:33
    เนื้อเรื่องสนุกมากกก ภาษาดี แต่อ่านแล้วสะดุดทุกครั้งที่เล่าเรื่องแล้วแทนตัวคนเล่าว่า เรา หลายๆ จุดน่าจะเป็น เขา มากกว่านะคะ
    #315
    0
  8. #314 8lek (@8lek8) (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 11 ธันวาคม 2557 / 10:29
    สนุกมากๆๆค่ะ ^^
    #314
    0
  9. #313 konhin-DinDow (@konhindindow) (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 9 ธันวาคม 2557 / 00:58
    จะไปทำไมมมมมมม

    รักษาตัวให้รอดน้าาา เข้าไปตอนเสือสองตัวกัดกัน ระวังมันจะแว้งกัด

    แก้ไขครั้งที่ 1 เมื่อ 11 ธันวาคม 2557 / 11:20
    #313
    0
  10. #312 ขอให้สมปรารถนา (@whattobee) (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 8 ธันวาคม 2557 / 23:03
    รออ่านต่อนะคะ
    #312
    0
  11. #311 แว่นใส (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 8 ธันวาคม 2557 / 17:47
    จะฆ่ากันให้หมดเลยเหรอ
    #311
    0