จันทร์ซ่อนใจ

  • 98% Rating

  • 6 Vote(s)

  • 36,198 Views

  • 346 Comments

  • 159 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

จำนวนแชร์
0

  • Month Views
    4

    Overall
    36,198

ตอนที่ 23 : ตอนที่ 20...100%

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 955
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 34 ครั้ง
    4 ธ.ค. 57

ตอนที่ 20

 

            ดรุณีมาหาสรัชตั้งแต่ก่อนเที่ยงเพื่อชวนเขาไปทานอาหารกลางวันด้วยกัน พอตกบ่ายเธอไม่มีคิวถ่ายละครเลยอยู่ที่ออฟฟิศของแฟนหนุ่ม พนักงานเริ่มชินกับการที่แฟนของเจ้านายมาที่นี่และมีนักข่าวตามมาถ่ายภาพคล้ายๆ ปาปารัสซี่  แต่เธอไม่สนใจ แค่พ่อกับแม่เริ่มจะยอมรับสรัชบ้างก็น่าดีใจแล้ว

            สรัชนั่งทำงานอย่างเงียบๆ ในตอนบ่าย หลังจากประชุมมาครึ่งวัน เมลจำนวนหนึ่งกำลังถูกเปิดอ่านเมื่อเขาว่าง แต่ไม่มีเมลไหนดึงความสนใจได้เท่าเมลจากสายของเขาในเอ็มไพร์ กรุ๊ป พอเปิดดูก็เป็นลิงค์ของคลิปที่มีคนจำนวนไม่น้อยเข้าไปดู ภาพและเสียงชัด แม้ว่าจะเป็นภาพที่ถ่ายจากจอโปรเจคเตอร์อีกที

            โน๊ตบุ้คถูกปัดลงพื้นพรมอย่างไม่ใยดี ดรุณสะดุ้งตกใจรีบวางหนังสือแฟชั่นที่กำลังอ่านแล้วเดินมาหาคนรักที่หน้าตาเหมือนกำลังโกรธใครสักคน

            “เป็นอะไรคะสรัช”

            “ไอ้ธิน!” สรัชแผดเสียงลั่นห้อง พอได้สติถึงได้เห็นว่าดรุณีหน้าซีดเพราะกลัวเขาไปแล้ว “ไม่มีอะไร วันนี้ณีกลับไปก่อนนะ ผมมีเรื่องต้องจัดการ”

            “แต่ว่าสรัชคะ”

            “ได้โปรดเถอะนะ ผมมีเรื่องต้องจัดการจริงๆ เอาไว้เสร็จเรื่องแล้วผมจะโทรหา”

            ดรุณีไม่อยากกลับ แต่จำต้องกลับ พอลับหลังเธอเท่านั้นสรัชก็ถอนใจโล่งอก เขาเบื่อการที่มีดรุณีตามไปไหนต่อไหน ตอนแรกที่คิดแย่งเธอมากจากพันธินมันก็เร้าใจอยู่หรอก แต่ความรู้สึกเหล่านั้นหายไปจากใจของเขาหมดแล้ว ช่างเถอะ ตอนนี้เขามีเรื่องสำคัญกว่าต้องจัดการด่วน สรัชกดหาเลขาแล้วสั่งงานทันที

            “โทรเรียกทนายมาหาผมที่ห้องทำงาน เดี๋ยวนี้”

            ต้องหยุดการเผยแพร่คลิปก่อน ป่านนี้ไอ้วิรัตน์คงลากไส้เขาแล้ว ถ้ามันไม่ยักยอกเงินในบริษัทไอ้ธิน มีหรือที่จะมายอมร่วมมือกัน แล้วความลับการประมูลที่ฮั้วกันจนเขาได้งานมาอีกล่ะ หากสืบย้อนกลับไปเรื่องใหญ่แน่ๆ ไม่ถึงห้านาทีทนายก็มาในห้องทำงานของสรัชแล้วประชุมเครียดทันที ในด้านภาพลักษณ์ เขาเสียไปแล้วเต็มๆ แต่มันต้องมีวิธีกู้หน้าคืนสินะ งานนี้วิรัตน์คงต้องรับผิดไปเต็มๆ เขาคงเป็นผู้หลอกล่อลวงให้หลงเชื่อเท่านั้น

           

            จิรกรกลับบ้านดึกตามเคย เขามักกลับบ้านไม่ทันเวลาอาหารเย็น ถ้าจิรเมธยังอยู่ เจ้านั่นคงอยู่กับพ่อ มันเป็นลูกรัก ลูกแท้ๆ ในขณะที่เขาเป็นแค่ลูกเลี้ยง มีไว้ใช้งาน เอาไว้ด่าว่าเวลาทำงานพลาด น้อยครั้งที่พ่อจะชม แต่พอจิรเมธตาย ความสำคัญของเขาดูเหมือนจะเพิ่มขึ้นมาบ้าง พ่อยังโทรถามว่าจะกลับบ้านหรือเปล่า ทำงานหนักไหม เขาชอบสภาพที่เป็นอยู่ในตอนนี้ที่สุดแล้ว การมีตัวตนในสายตาของพ่อเป็นสิ่งที่เขาต้องการ

            ไฟในห้องของจิณณ์ยังเปิด ด้วยความห่วงใยจิรกรเคาะประตูแล้วเปิดเข้าไป พ่อนั่งอยู่ที่โต๊ะทำงานทั้งที่เลยเวลาสามทุ่มไปหลายชั่วโมงแล้ว

            “ทำไมพ่อยังไม่นอนอีกล่ะครับ”

            “พ่อเพิ่งได้หลักฐานเรื่องการตายของเมธมาเพิ่มน่ะ เลยมานั่งคิดอะไรสักหน่อย” จิณณ์เอ่ย เขาไม่คิดจะคุยกับลูกชายในคืนนี้ แต่เมื่อพบแล้วจะรออะไร คำพูดของช่างประจำตัวที่มาหาเขาเมื่อตอนบ่ายเพื่อบอกเรื่องสำคัญยังก้องในสมอง

            กระดุมสามเม็ดนี้ทำพร้อมกัน ส่วนเม็ดนี้ทำขึ้นมาใหม่แน่ๆ ตัวเพชรน้ำคนละแบบกันเลย แม้ว่าลวดลายจะทำออกมาเหมือนก็ตาม

            เขาถามย้ำ แต่คำตอบยังคงเหมือนกัน กระดุมที่ได้จากจิรกรเป็นของที่ทำขึ้นมาใหม่ คำถามมากมายเกิดขึ้น มีเหตุผลอะไรที่จิรกรต้องทำกระดุมขึ้นมาใหม่ ถ้าแค่ทำหายไป หาไม่พบ ทำไมบอกไม่ได้ ถ้ากระดุมที่เพิ่งได้มาเป็นของจิรเมธ แล้วกระดุมที่ตกในที่เกิดเหตุล่ะเป็นของใคร

            จิรกรเลิกคิ้วเดินเรื่อยๆ ทั้งที่อยากกระโจนไปดูของในมือของพ่อ ยังมีอะไรหลงเหลืออีกอย่างนั้นหรือ ทว่าในมือของพ่อกลับมีเพียงกุญแจเพียงดอกหนึ่งเท่านั้น

            “แล้วไหนล่ะครับหลักฐาน”

            “พ่อให้คนเอาไปเก็บในตู้เซพของธนาคารแล้วล่ะกร เอาไว้กลับจากฮ่องกงเมื่อไหร่จะได้ส่งให้ตำรวจเสียเลย บางทีที่พันธินบอกอาจพูดถูก มีคนอื่นที่กล้องจับภาพไม่ได้ แต่ตอนนี้พ่อมีหลักฐานสามารถมัดตัวได้”

            “หลักฐานที่ว่าคืออะไรหรือครับ” จิรกรใจเต้นแรง เขาไม่เคยพลาด ไม่มีอะไรพลาดอีกแล้ว

            “เอาไว้พ่อกลับมาแล้วเราค่อยเอาหลักฐานไปให้ตำรวจพร้อมกันนะกร พ่อชักง่วงแล้ว” จิณณ์เอ่ยเสร็จก็เดินไปที่เตียง

            จิรกรช่วยปิดไฟให้แล้วออกมาจากห้องของจิณณ์ เขาเดินไปที่ห้องนอนของตัวเอง นั่งลงคิด สีหน้าเครียด โดยไม่รู้ว่าตอนนี้ทุกห้องภายในบ้านถูกติดกล้องวงจรปิดเอาไว้เพื่อจับภาพของเขาเพียงผู้เดียว โดยคนที่เพิ่งบอกว่าง่วงกำลังดูสิ่งที่ลูกชายแสดงออกมา จิรกรเดินไปมาอย่างหงุดหงิดก่อนจะเดินกลับไปเปิดลิ้นชักแล้วหาบางอย่าง

 

            อรอินทุ์เพิ่งทำงานเสร็จจึงออกมานั่งเล่นที่ระเบียงพอมองไปที่ระเบียงของบ้านหลังใหญ่ก็เห็นว่าว่างเปล่า ไม่มีใครออกมายืนอย่างที่หวัง ป่านนี้พันแสงคงเพลียจนหลับไปแล้ว ข่าวในหน้าหนังสือพิมพ์คงมาพรุ่งนี้ แต่ข่าวในโลกโซเชียลมีเดียกำลังครึกโครมสำหรับประเด็นร้อนเรื่องการเปิดปัญหาภายในของเอ็มไพร์ กรุ๊ป วิรัตน์กับสรัชและบรรดาญาติของคุณเธียรที่ถูกกล่าวหาว่าร่วมมือด้วย  แม้ว่าคลิปที่เธอเห็นพร้อมกับพันแสงจะถูกบล็อกไปแล้ว แต่คงไม่ช่วยอะไรเมื่อการวิพากษ์วิจารณ์ไปเร็วยิ่งกว่าสามจี(3G)

            อรอินทุ์รู้สึกว่ามีบางอย่างเฉี่ยวผ่านแขนไป พอหายตกใจก็มองหาที่มาถึงได้เห็นว่าพันแสงอยู่ที่สนามหน้าบ้าน ส่วนยัยเฉาก๊วยหลับเพลินจนไม่รู้เลยว่ามีคนเข้ามาในบ้าน

            “ทำอะไรน่ะคะคุณแสง” เธอถามพลางแกว่งดอกกุหลาบที่เพิ่งเก็บมาจากพื้น

            “เธอเคยบอกฉันว่าชอบนิยายเรื่องโรมิโอกับจูเลียตไม่ใช่หรือ โดยเฉพาะฉากที่โรมิโอปีนขึ้นไปหาจูเลียต ฉันเลยส่งดอกกุหลาบขึ้นไปก่อน”

            อรอินทุ์หัวเราะไม่เถียงหรอกว่าเธอเคยพูดแบบนั้น แต่มันนานมาแล้ว ไม่คิดเขาจะยังจำได้ ยัยเฉาก๊วยคงได้ยินเสียงเลยตื่นมาตั้งท่าจะเห่าพอเห็นว่าเป็นใครเท่านั้นแหละ วิ่งมาหากระดิกหางเป็นระวิงเชียว

            “อยากให้ฉันลงไปหาหรือเปล่าคะ”

            “อย่างนี้ดีแล้ว ลุงอิชย์คงฟังอยู่” เขาแกล้งพูดเสียงดัง อิชย์หัวเราะแล้วเดินกลับไปนอนต่อ

            “คุณแสงนอนไม่หลับหรือคะ”

            “วันนี้มีเรื่องปวดหัวทั้งวัน ถ้าได้คุยกับเธอคงจะหาย เห็นเธอมาอยู่ตรงระเบียงเลยเดินมาหา คุยกับเธอแล้วเผื่อจะหลับสบาย หรือถ้าให้บอกสั้นๆ ก็...คิดถึง” 

            “แล้ว...” เธอยิ้มหวาน เริ่มสงสัยว่าเราจะคุยกันแบบนี้เหรอ เขาได้เมื่อยคอแย่

            พันแสงยกโทรศัพท์โบกให้อรอินทุ์เห็น แล้วพิมพ์ข้อความผ่านไลน์ บางอย่างเราแค่รู้กันสองคนก็พอแล้ว

            ฉันอยากมาบอกเธอว่าการหมั้นของเราจะต้องเป็นเรื่องจริง ฉันจะทำให้การหมั้นเกิดขึ้นให้ได้ คนเดียวที่ฉันจะสวมแหวนให้มีเพียงเธอคนเดียวเท่านั้น

            อรอินทุ์มองไปข้างล่าง พันแสงเงยหน้าขึ้นมาสบตา ใจของเธอเบาหวิวอุ่นซ่าน ยังไม่ทันได้พิมพ์ตอบ อีกข้อความก็ตามมา

            และจะไม่มีการถอนหมั้น ฉันจะไม่ยอมถอนหมั้น ไม่ยอมให้เธอจากไป ไม่ยอมให้ผู้หญิงคนไหนมาแทนที่เธอ สิ่งเดียวที่ฉันจะขอจากเธอนอกจากหมั้นมีเพียงการแต่งงานเท่านั้น เธอจำคำพูดของฉันไว้นะ

            อรอินทุ์มองไปที่พันแสงอีกครั้ง เขาคงไม่รู้ แต่เธอรู้อยู่เต็มอกว่าสิ่งที่เขาปรารถนาไม่มีทางเป็นไปได้  ไม่ว่าเขาจะเป็นพันธินหรือพันแสง เธอไม่เคยมีค่าพอสำหรับการเป็นคู่รักของเขา

            “คุณแสง...”

            “ฉันอยากบอกด้วยตัวเอง ตอนนี้ก็ได้บอกแล้ว เพราะฉะนั้นเธอควรไปนอนมากกว่ามายืนถอนใจ เข้าใจไหม” เขาป้องปากตะโกนบอก

            “คุณแสงสบายใจแล้วหรือคะ” เธอตะโกนกลับแต่เสียงเบากว่า

            พันแสงยิ้มกว้างพยักหน้า “สบายใจแล้ว การได้พูดอะไรออกมาตรงๆ เป็นเรื่องที่ฉันจะทำกับเธอไปตลอดชีวิต เธอล่ะ จะทำแบบนี้กับฉันเหมือนกันหรือเปล่า”

            “ไหนว่าให้อรไปนอนได้แล้ว” เธอหัวเราะกลบเกลื่อนเมื่อตอบคำขอของเขาไม่ได้ การมีความลับก็เพื่อเขาทั้งนั้น

            พันสองถอนใจ เท่านี้ก็รู้แล้ว เธอยังไม่พร้อม “ก็ได้ ไปนอนเถอะ ฉันก็จะกลับไปนอนเหมือนกัน”

            อรอินทุ์โบกมือให้เขาแล้วเดินเข้าไปในบ้าน แต่กลับแอบมองจนเห็นพันแสงหันหลังเดินกลับไปยังบ้านหลังใหญ่ของเขา ถ้าการรู้ตัวว่ารักใครสักคนแล้วต้องเป็นฝ่ายจากไป คงไม่ต่างจากการกลั้นหายใจเพื่อให้หัวใจหยุดเต้น ทั้งที่รู้ว่าไม่มีทางเป็นไปได้ ทว่าเหตุการณ์ในหนหลังก่อนพันแสงจะไปอเมริกาทำให้เธอคิดได้ว่าไม่ควรเป็นฝ่ายทิ้งเขา ถ้าต้องจากกันอีกครั้ง เธอขอให้เขาเป็นคนเดินจากไปเอง

            หญิงสาวเดินเร็วๆ ลงมาจากบ้าน เธออยากบอกพันแสงไม่ว่าอะไรที่เขาขอ เธอเต็มใจยอมรับ ในอนาคตถ้าเธอจะต้องเสียใจเพราะรักเขาก็ช่างประไร ทำไมเราสองคนต้องเสียใจเพราะคุณเธียรเป็นครั้งที่สองด้วย

            “เดี๋ยวก่อนค่ะคุณแสง...”

            พันแสงหยุดเดินหันมายิ้มให้ แขนทั้งสองข้างผายออก ต่อไปนี้เขาจะแสดงให้เธอรู้ว่าภายในหัวใจดวงนี้ไม่เคยมีใครนอกจากเธอ ใบหน้าเปลี่ยน ชื่อเปลี่ยน ความรับผิดชอบเปลี่ยน แต่เขาไม่เคยเปลี่ยนใจไปจากเธอเลย

            อรอินทุ์ปรารถนาจะวิ่งไปหาอ้อมแขนของเขา ทว่ายังไม่ทันถึง บางอย่างกลับดึงดูดสายตาของเธอไปจากสายตาของเขา ดวงตาของเธอเปลี่ยนเป็นตื่นตระหนก

            “คุณแสงหลบ!

            “คลิกกก...”

            ร่างเพรียวกระโจนใส่ร่างสูงใหญ่จนล้มลงไปทั้งคู่

            “ปังงงงง...”

            มีเสียงปืนสวนไป ปริญวิ่งไปยังที่ซ่อนตัวของมือปืนเก็บเสียง คนในบ้านวัสวาน รวมทั้งอิชย์พากันแตกตื่น พันแสงขยับตัวลุกพร้อมกับดึงร่างเพรียวขึ้นมากอดแนบอก เธอเป็นคนช่วยเขาไว้ตอนที่ไอร้อนๆ ของกระสุนพุ่งผ่านแก้มไป 

            ขอบใจนะอร เจ็บตรงไหนบ้างหรือเปล่า

            เขากอดอรอินทุ์แน่นไปหรือเปล่า เธอถึงไม่ตอบ หรือว่ากำลังตกใจ พันแสงคลายกอดก้มหน้าลงมองใบหน้าของหญิงสาวในอ้อมแขน ทว่าดวงตาของเธอกลับปิดสนิท ความอุ่นของบางสิ่งสัมผัสที่อกของเขา กลิ่นที่ไม่เคยลืม มือหนายื่นไปแตะเบาๆ ที่เหนืออกซ้ายของอรอินทุ์

            เลือด!

            ไม่มีเวลาให้คิดอะไรอีก พันแสงอุ้มอรอินทุ์ไปหน้าบ้านที่ทุกคนในบ้านกำลังพากันออกมา แล้วสั่งเสียงดังลั่นให้เตรียมรถ เขาทนไม่ได้หากคนที่รักจะมาตายต่อหน้าตา หลายคำที่เขาอยากบอกกับเธอ เขายังไม่ได้บอกสักครั้ง เรียวปากหนาจูบเบาๆ ที่หน้าผากอุ่นก่อนเอ่ยคำรักที่ใบหูเล็ก ทว่าเธอกลับนิ่งเงียบ เลือดยังคงไหลไม่หยุดจนเสื้อของเธอชุ่มพอๆ กับน้ำตาที่ไหลอยู่ในอกของเขา มือหนากดปากแผลไว้เพื่อชะลอไม่ให้เลือดไหลออกมา ได้โปรด อย่าพรากคนที่เขารักไปอีก เขาไม่ต้องการรอดชีวิตเพื่อแลกกับการเสียใครไปอีกแล้ว

            ...อรอย่าตาย ได้ยินไหม ฉันรักเธอ

            พันแสงกอดร่างที่นอนนิ่งไม่ไหวติงอย่างโหยหาไออุ่น หัวใจของเขาชาหนึบ ไม่ปฏิเสธความรู้สึกของตนเองว่าในเวลานี้เขากลัว กลัวว่าอรอินทุ์จะไม่ฟื้นขึ้นมาอีก เขาอยากต่อเวลาที่เขามีร่วมกับเธอไปจนชั่วชีวิต ถ้าพระเจ้าจะแลกด้วยเวลาที่เขามีก็ยอม

           

            พันแสงคนช่วยอุ้มอรอินทุ์มานอนบนเตียงที่บุรุษพยาบาลเตรียมรอไว้ เตียงถูกเข็นเข้าห้องฉุกเฉินก่อนจะตามมาด้วยการผ่าตัดเร่งด่วน เขาเซ็นเอกสารต่างๆ อย่างรวดเร็วพอเดินมายื่นรอหน้าห้องก็เห็นลุงอิชย์ยืนรออยู่ก่อนแล้ว ผู้มากวัยกว่าใบหน้าอิดโรยจากความกังวล ดวงตาแดงๆ คู่นั้นมองไปที่ประตูห้องอย่างคนหัวใจสลาย

            ร่างสูงนั่งลงข้างๆ กลิ่นคาวเลือดยังติดจมูก ที่อกของเขายังมีเลือดของผู้หญิงบ้าระห่ำที่เอาตัวเข้าขวางกระสุนที่ควรพุ่งใส่เขา พันแสงรู้ว่าเธอรู้สึกยังไง แต่ไม่คิดว่าคำพูดช่างไร้ความหมายเมื่อมันเทียบกับสิ่งที่เธอทำไม่ได้สักนิด ชายหนุ่มยังคงจมอยู่กับความกลัวที่เกาะกินหัวใจ ถ้าเขาจะสำเหนียกถึงอันตรายที่จะเกิดขึ้นกับอรอินทุ์สักนิด เขามันแย่ เขามันเป็นผู้ชายที่ทำอะไรเพื่อผู้หญิงที่รักไม่ได้เลยแม้ในยามที่เธอโดดเดียวในห้องนั้นเพียงลำพัง

            ยามมองลุงอิชย์ เขารู้สึกเหมือนคนบาปที่กำลังทำให้พ่อคนหนึ่งตายทั้งเป็น ทำไมเขาถึงปกป้องเธอไม่ได้ มือทั้งสองข้างยกขึ้นไหว้ผู้ชายที่รักอรอินทุ์สุดหัวใจ

            “ผมขอโทษครับลุงอิชย์ เป็นความผิดของผมเอง ถ้าผมไม่ไปหาอร คงไม่เกิดเรื่อง”

            “ไม่มีใครผิดหรอกครับ นอกจากคนร้ายคนนั้น อรเลือกแล้วว่าจะทำแบบนั้น คุณ...ธินก็อย่าโทษตัวเองเลย” ความในใจนอกเหนือจากที่พูดของอิชย์มีอะไรบ้าง พันแสงคงได้ยินแล้ว

            ต่างคนต่างถอนใจ ความรักของแต่ละคนสะกดเหมือนกันก็จริง แต่การแสดงออกไม่เหมือนกัน พันแสงถอนใจยาวรู้สึกเสียดายช่วงเวลาสำคัญเหมือนที่เขาเคยพลาดตอนเห็นพันธินกำลังจะจากไป ตอนนั้นเขาบาดเจ็บจึงช่วยพี่ชายไม่ได้ แต่สำหรับอรอินทุ์ เธอเข้ามารับกระสุนแทน การกระทำของเธอบอกเขาแทนคำพูด แทนความในใจที่เธอไม่เคยพูดออกมา

            “อรจะต้องไม่เป็นอะไร ผมทนไม่ได้อีกแล้วถ้าคนที่ผมรักจะ...”

            “อย่าเพิ่งคิด...มันต้องไม่เกิดขึ้นอีก”

            อิชย์ยื่นมือไปบีบไหล่หนาเบาๆ พันแสงรู้สึกอย่าไงรกับลูกสาว เขารู้มานานแล้ว ตั้งแต่เป็นวัยรุ่น เด็กสองคนไม่เคยห่างกัน อาจทะเลาะกันบ้าง ดีกันบ้าง จนกระทั่งอรอินทุ์คิดว่าถูกแย่งเวลาไปเลยงอนใส่เพื่อนเพียงคนเดียว แต่พันแสงเสียอีกที่เอาตัวเข้ามาใกล้ไม่เคยยอมห่างไปไหน ทุกอย่างกำลังไปได้สวยสำหรับความรู้สึกดีๆ ของเด็กสองคน แต่เธียรนั่นเองที่ทำให้เด็กสองคนต้องห่างกันในที่สุดเพียงเพราะคำว่าไม่เหมาะสม อรอินทุ์ต้องเก็บความเสียใจไว้เพียงคนเดียว

            วันที่เดินทางกลับมา พันแสงบอกว่านอกจากเรื่องแก้แค้นแล้วก็อยากขอดูแลอรอินทุ์ในอนาคต เขาไม่รับปากเพราะอะไรๆ ในแต่ละวัน แต่ละปีไม่มีอะไรแน่นอน อีกทั้งตอนนั้นยังมีดรุณมีเป็นคู่หมั้น การเป็นพันธินจึงเหมือนการต้องแยกจากอรอินทุ์ราวกับเส้นขนาน แต่โชคชะตาก็เปิดโอกาสให้พันแสงได้ทำสิ่งที่ตั้งใจ จนมาถึงคืนนี้ คนหนึ่งยอมแลกด้วยชีวิต อีกคนยอมตายแทน แต่ไม่มีใครยอมให้ทำแบบนั้น

            พันแสงได้ยินทุกอย่าง รวมทั้งความลับที่เขาไม่เคยรู้ เขารักอรอินทุ์อย่างผู้ชายคนหนึ่งที่รักผู้หญิงคนหนึ่งหมดใจ อิชย์พยักหน้าเข้าใจ แต่เราจะไม่พูดเรื่องนี้ตอนที่เธียรกำลังเดินมาหาเราสองคน

            เธียรเดินมาถึงพอดี น่าแปลกใจไม่น้อยที่พ่อมาที่นี่ทั้งที่กีดกันความรักของเขากับอรอินทุ์มาตลอด

            เด็กคนนั้นต้องไม่ตาย ไม่อย่างนั้น...

            ไม่อย่างนั้นอะไร พันแสงอยากได้ยินต่อ มือหนากำแน่น เจ็บปวดแทนอรอินทุ์ที่ไม่เคยมีค่าในสายตาของพ่อเลย สายตาคมๆ คู่นั้นมองมาที่เขาก่อนจะไปมองลุงอิชย์

            “อรอินทุ์เป็นยังไงบ้าง”

            “หมอยังผ่าตัดอยู่ครับคุณเธียร”

            เธียรพยักหน้าถอนใจตาม น้อยครั้งที่คนเก็บอารมณ์และความรู้สึกจะแสดงออกมาแบบนี้ นานมาแล้วอิชย์ต้องมานั่งหน้าห้องผ่าตัด ครั้งนั้นอุบัติเหตุได้พรากคู่ชีวิตของอิชย์ เด็กนั่นกำพร้าแม่ แล้วเขายัง... ช่างน่าละอายใจ

            “ผมรักอร รักมานานแล้ว รักมาก่อนที่จะรู้ว่าความรักของผมที่มีต่ออรจะมีใครต้องการขัดขวาง อรเป็นเพียงคนเดียวที่เข้าใจผม ไม่ทำร้ายผม และเสี่ยงตายเพื่อผมได้ เท่านี้ยังไม่พอหรือครับสำหรับผู้หญิงที่จะอยู่กับผมไปตลอดชีวิต ทำไมพ่อถึงเห็นสิ่งที่ไร้ชีวิตมีค่ากว่าชีวิตของผมหรือของใครๆ ด้วย” เขาทนไม่ไหวอีกแล้ว ถ้าอรอินทุ์ทำขนาดนี้แล้วพ่อยังประเมินเธอเป็นเพียง เด็กคนนั้นอยู่ร่ำไป

            สีหน้าของพ่อไม่เปลี่ยน แต่พันแสงรู้ว่าพ่อผงะอยู่ในใจ เขาไม่กังวลอีกแล้วว่าพ่อจะเสียใจเพราะพ่อสมควรเสียใจบ้าง แต่ให้ตายเถอะ พูดไปแล้วเขาไม่ได้รู้สึกดีขึ้นเลยสักนิด

            อิชย์เข้ามายืนขวางเธียรกับพันแสงไว้ เขารู้ดีว่าเธียรมีเหตุผลถึงได้ทำแบบนั้น แต่พันแสงคงไม่เข้าใจง่ายๆ ในเวลานี้

            อย่าพูดเรื่องที่คุณแสงเป็นใครออกมาเด็ดขาด เขาขอร้อง ไม่เช่นนั้นอาจมีคนหัวใจสลายอีกคน...ตรงนี้

            พันแสงหลับตาข่มอารมณ์ เขาไม่ควรเอาความเสียใจมาลงกับพ่อ เหนือเหตุผลทางธุรกิจ เขามั่นใจว่าพ่อทำเพราะรักและห่วง มือทั้งสองข้างยกขึ้นไหว้

            “ขอโทษครับพ่อ”

            ร่างสูงเดินไปไปสงบอารมณ์พลุ่งพล่านของตัวเอง เขาคิดว่าเปลี่ยนตัวเองให้เหมือนพี่ชายได้แล้ว แต่ไม่เลย เวลานี้เขากำลังกลับมาเป็นตัวเอง อิชย์มองตามรอจนแน่ใจว่าพันแสงจะไม่กลับมาเร็วกว่าที่คิดจึงเอ่ยขึ้น

            ให้เป็นอย่างนี้ต่อไปไม่ดีกว่าหรือครับ ทำไมต้องบอกอรไปแบบนั้น คุณเธียรเคยเห็นแล้วไม่ใช่หรือว่าผลลัพธ์มันออกมาเป็นยังไง

            ก่อนหน้านี้เขาเห็นด้วยที่เธียรจะวางอนาคตของลูกชายด้วยการหาผู้หญิงที่ส่งเสริมกันในเรื่องธุรกิจ แต่ทุกอย่างเปลี่ยนไปแล้ว เด็กสองคนรักกันจนตายแทนกันได้ ควรแล้วหรือที่จะถูกจับแยกจากกันอีกจนใจสลายทั้งคู่

            เธียรส่ายหน้าปวดร้าวอยู่ในใจ ทำไมเขาจะไม่รู้ว่าลูกชายรู้สึกยังไง ยิ่งมันพูดออกมาเขายิ่งกลัวใจ แต่แผนที่วางเอาไว้อย่างสมบูรณ์แบบ สมควรหรือที่จะถูกทำลายลง

            ฉันกลัวว่าลูกชายจะพลาดเข้าสักวัน ทุกอย่างที่ฉันสร้างมาจะหายไปในพริบตา

            ไม่มีอะไรพังทลายได้เพราะคนเพียงคนเดียว ที่ผ่านมายังไม่มีอะไรน่าห่วงไม่ใช่หรือครับอิชย์แย้งในมุมมองของเขา

            ฉันยังไม่มั่นใจ ถ้านายมาเป็นฉันนายคงตัดสินใจเรื่องแบบนี้ไม่ได้ง่ายๆ หรอกเธียรถอนใจอีกครั้ง

            อิชย์ปลอบคนลูกแล้วก็มาปลอบคนพ่อ ทั้งที่ตอนนี้เขาเป็นคนที่เสียใจเพราะกลัวเสียลูกสาวไปที่สุด เขาอยากจะบอกเธียรเหลือเกินว่าความสำเร็จของชีวิตไม่ใช่จำนวนเงินในธนาคาร หรือความเติบโตของเอ็มไพร์ กรุ๊ป แต่เป็นการได้มีความสุขเป็นคนที่ได้ใช้เงิน ไม่ใช่ถูกเงินใช้ต่างหาก อย่างว่าล่ะ กรอบความคิดและความรับผิดชอบของเขากับเธียรต่างกัน พันแสงน่าจะเป็นคนที่เปลี่ยนใจพ่อของตัวเองได้

 

            พันแสงรู้แล้วว่าเวลานี้ไม่ใช่เวลาที่เขาจะอ่อนแอ เขาต้องเข้มแข็งเพื่ออรอินทุ์ ในเมื่อเธอมอบทุกอย่างในชีวิตให้กับเขา แม้กระทั่งลมหายใจซึ่งมันมากมายกว่าคำว่ารักที่เขาต้องการฟังจากปากเธอนัก ทุกอย่างเคลียร์ชัด อรอินทุ์ไม่เคยหมดใจไปจากเขาเลยไม่ว่าก่อนไปอเมริกาหรือหลังจากกลับมา หากนี่คือการบอกรักของอรอินทุ์ เขาก็ได้รับรู้แล้วผ่านหัวใจที่กำลังปริแตกของตัวเอง

            เมื่อเดินกลับมาเขาเห็นอิชย์นั่งอยู่เพียงลำพัง ปริญส่งข่าวมาว่ากำลังตามคนร้ายไปพร้อมกับตำรวจ มือปืนถูกยิงบาดเจ็บ บอดี้การ์ดของเขาหมายมั่นว่าจะต้องจับตัวมือปืนให้ได้เพราะการที่มีคนลอบยิงเป้าหมายได้เท่ากับเขาทำงานบกพร่อง ประตูห้องผ่าตัดยังคงปิดเงียบ การรอช่างทรมาน เวลาผ่านไปช้าราวกับอยากให้รู้ซึ้งถึงความหมายของชีวิต ร่างสูงนั่งลงที่เก้าอี้ตัวเดิมแล้วถอนใจออกมา

            “พ่อล่ะครับ”

            “กลับไปแล้วล่ะครับ” อิชย์หันมามองพันแสง  “ผมคิดว่าคุณเธียรห่วงถึงได้ตามมาดูให้แน่ใจว่าลูกชายไม่ได้เป็นอะไรจริงๆ แล้วก็อยากรู้อาการของยัยอรด้วย แข็งกับใครก็ได้นะครับ แต่กับพ่อ ถ้ายอมไม่ได้ก็หาทางเปลี่ยนใจท่านน่าจะดีกว่า”

            เหมือนเส้นผมบังภูเขา ทำไมไม่เคยคิดวิธีนี้มาก่อน “ครับ ลุงอิชย์”

            ประตูห้องผ่าตัดเปิดออกพอดี หมอเดินออกมาหาญาติของคนไข้ พันแสงช่วยดึงมือให้อิชย์ลุกขึ้นแล้วเดินมาหาหมอด้วยกัน สีหน้าของหมอไม่ช่วยให้เขามีความหวังได้เลย

            “หมอบอกผมมาตรงๆ ได้เลยครับ” อิชย์เอ่ย ใจเต้นแรง นานมาแล้วเขาเคยพูดประโยคคล้ายๆ แบบนี้ มือหนาของคนหนุ่มยื่นมาจับมือเหี่ยวย่นไว้ เราต่างต้องการฟังข่าวดีด้วยกันทั้งคู่

            “คนไข้พ้นขีดอันตรายแล้วนะครับ แต่ยังต้องอยู่ในห้องไอซียูก่อน ตอนนี้สบายใจได้แล้วครับ”

            แทบจะถอนใจออกมาพร้อมกัน การรอคอยเกือบสามชั่วโมงช่างดีเหลือเกินเมื่อได้รับข่าวดี อรอินทุ์ยังมีชีวิตอยู่ไปอีกนานแสนนาน

            “เข้าไปเยี่ยมได้ไหมครับ แค่แป๊บเดียว  ห้านาที ไม่สิ นาทีเดียวก็ได้” พันแสงถาม เขาอยากสัมผัสมืออุ่นๆ ของอรอินทุ์ อยากแน่ใจว่าเธอยังมีลมหายใจจริงๆ

            “ได้ครับ แต่แค่คนเดียวก่อนนะครับ”

            พันแสงไม่ต้องตัดสินใจด้วยซ้ำ ความรักของเขาที่มีต่ออรอินทุ์มากมายเท่าไหร่ก็ไม่มามากเท่าผู้ชายที่หัวใจเกือบสลายเพราะความกลัวเหมือนกับเขา

            “ฝากบอกอรแทนผมด้วยนะครับลุงอิชย์ว่าผมรอ มีคำพูดหลายคำที่ผมอยากบอกอรด้วยตัวเอง”

            “ครับ เดี๋ยวผมจะบอกให้” อิชย์ตบไหล่ของพันแสงเบาๆ ก่อนจะเดินตามพยาบาลไปยังห้องปลอดเชื้อ

            พันแสงยืนมองจนอิชย์เดินเข้าห้องไป ถึงจะไม่ได้เข้าไปหาอรอินทุ์ แต่เขามั่นใจ ถ้าเธอรับรู้ได้คงรู้ได้ว่าเขาจะไม่มีวันทิ้งเธอให้อยู่ตามลำพัง เหมือนครั้งหนึ่งในหลายๆ ครั้งที่เธอไม่ทิ้งเขาให้เดียวดาย ความทรงจำในคืนนั้นยังตราตรึงในความทรงจำ

            กลับไปได้แล้วน่า อีกเดี๋ยวพ่อของอรก็มาแล้ว

            เขาอยู่ในห้องสอบสวน ในขณะที่อรอินทุ์อยู่ข้างนอก แต่เพราะคำอ้อนวอนที่มาพร้อมน้ำตาทำให้ตำรวจยอมแง้มประตูให้

            ก็รอให้พ่อมาก่อน แล้วอรจะกลับ เพราะอร คุณแสงถึงถูกจับมาที่นี่ อรไม่คิดว่ามันจะกลายเป็นแบบนี้ คุณแสงตามอรมาทำไม

            เธอแหวลั่น แต่ก็ร้องไห้ไปด้วย ไม่ใช่เพราะความกลัว พันแสงรู้ อรอินทุ์รู้สึกผิดที่ทำให้เขาต้องมาอยู่ในสภาพนี้ แต่เขาเชื่อมั่นว่าตัวเองไม่ได้ทำอะไรผิด

            ดีแล้วต่างหากที่ฉันตามอรมา ถ้าเกิดอะไรขึ้นกับอรจากความไม่ได้เรื่องของฉัน อรคิดบ้างไหมว่าฉันจะรู้สึกยังไง เพราะฉะนั้น ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้น ฉันไม่กลัว

            แต่อรกลัว กลัวว่าคุณแสงจะลำบากเพราะอร

            ตอนนั้นเขาอยากเดินออกไปแล้วนั่งข้างๆ อรอินทุ์ แต่ทำไม่ได้ ตำรวจคงไม่ยอมให้ทำได้ถึงขนาดนั้น อีกทั้งนักข่าวก็เต็มโรงพักไปหมด ขนาดว่ากันได้แล้ว แสงแฟลชยังวาบมาถึงหน้าห้องห่างจากที่อรอินทุ์นั่งไปนิดเดียว

            ถึงฉันจะโมโหทุกครั้งที่มีใครพูดถึงว่าฉันเป็นลูกชายของใคร แต่เหตุการณ์นี้สิ่งที่ฉันไม่ชอบฟังคงช่วยฉันได้ อรไม่ต้องกังวลหรอกน่า

            เขาไม่ได้ฆ่าจิรเมธ ตรวจสอบเขม่าดินปืนที่มือของเขาก็จะรู้เอง ถึงแม้ที่ปืนจะมีรอยนิ้วมือของเขาก็ตาม อีกทั้งรอยช้ำที่ท้ายทอยคงบอกได้ว่าเขาถูกทำให้สลบก่อนมีการจัดฉาก

            จะไม่เป็นไรจริงๆ หรือคะคุณแสง

            ก็ใช่น่ะสิ

            ที่เขาตอบไปแบบนั้นก็เพราะไม่คิดว่าเรื่องราวมันจะเลยเถิดไปไกลจนพี่ชายของตัวเองต้องมาตายเพราะการใส่ร้ายของจิรกร ทำไมเขาไม่มีความสามารถพิเศษมาก่อนหน้านั้น ถ้าเขารู้ว่าใครเป็นคนทำ เหตุการณ์เลวร้ายก็จะไม่เกิดขึ้น พันธินจะไม่ตายและอาจจะกำลังได้พบผู้หญิงที่รักจากใจจริง ไม่ใช่แต่งงานเพราะคำสั่งของพ่ออยู่ก็ได้

            คุณแสงคะ ที่ผ่านมาอรขอ...

            ประตูถูกเปิดจนกว้างเพื่อให้ลุงอิชย์เดินเข้ามา การเห็นน้องชายบุญธรรมของพ่อทำให้เขามั่นใจว่าเรื่องร้ายๆ จะผ่านไปด้วยดี

            ผมมาแล้วครับ คุณแสงรออีกนิดเดียวนะครับ แล้วผมจะพากลับบ้าน อรกลับบ้านไปได้แล้วลูก

            อรจะรออยู่ตรงนี้ค่ะพ่อ รอกลับบ้านพร้อมกัน

            อรอินทุ์รักษาสัญญา เขาถูกสอบสวนตลอดทั้งคืน จนเช้าตรู่ตำรวจถึงยอมให้ประกันตัวกลับบ้านเพื่อเตรียมตัวสู้คดี การพูดว่าไม่ได้ทำอะไรผิด ในขณะที่มีพยานอย่างภาวิตยืนกรานว่าเห็นเขาอยู่กับจิรเมธ ทำให้เขาไม่หลุดพ้นข้อกล่าวหา การหาหลักฐานมายืนยันเป็นสิ่งที่ตำรวจต้องทำ ลุงดำรงเป็นคนรับผิดชอบคดี ทำให้พอเบาใจได้ว่าหลักฐานจะพูดความจริง

            เพราะฉะนั้นในเวลานี้ที่อรอินทุ์นอนอยู่ในห้องไอซียู เขาจะไม่ไปไหน เธอจะมีเขาอยู่ด้วยจนกว่าจะฟื้นขึ้นมาเพื่อที่จะได้รู้เสียทีว่าเธอสำคัญกับเขามาตลอด การเฉยชาก่อนเดินทางไปอเมริกาก็เพื่อให้เธอไม่เสียใจกับการจากไปของเขา ทว่าเธอไม่เคยหยุดติดต่อ แม้ว่าจะเป็นการติดต่อเพียงฝ่ายเดียวก็ตาม

            อิชย์ออกมาจากห้องไอซียูแล้วเดินมาหาพันแสงที่ยังนั่งรออยู่ สีหน้าของคนเป็นพ่อค่อยซับสีเลือดไม่ซีดเผือดอย่างเมื่อครู่

            “กลับก่อนดีกว่าครับ อรมีพยาบาลดูแลแล้ว ไม่มีอะไรน่ากังกล ตอนเช้าค่อยมาใหม่”

            “ผมจะอยู่ที่นี่อีกสักพัก ลุงอิชย์กลับไปพักผ่อนเถอะครับ นี่ก็ดึกมากแล้ว” ภาพที่อรอินทุ์วิ่งเข้ามากอดเขาไว้เพื่อเอาตัวเองปกป้องทำให้เขาไม่อาจข่มตาลงได้จนกว่าเธอจะฟื้นขึ้นมา

            “ผมบอกแล้วว่าไม่ใช่ความผิดของคุณ”

            “ให้ผมทำแบบนี้นะครับ ถึงลุงอิชย์จะบอกว่าผมไม่ผิด แต่ผมอยากทำอะไรให้อร อยากให้อรอุ่นใจว่ามีผมอยู่ตรงนี้ ถึงอรจะไม่รู้ว่าผมอยู่ตรงนี้ก็ตาม”

            อิชย์นั่งลงข้างๆ เขาเองก็ข่มตาหลับไม่ได้เหมือนกันถ้ายังไม่เห็นลูกสาวฟื้นขึ้นมา

            “ก็ได้ครับ ถ้างั้นก็อยู่ด้วยกัน ความจริงแล้วผมห่วงอรจนอยากร้องไห้ แต่ก็แปลกที่ร้องไม่ออก ตอนที่แม่ของยัยอรตาย ผมไม่มีโอกาสได้พูดลาก่อนตายด้วยซ้ำ ตอนนี้อรปลอดภัยแล้ว แต่ผมกลับกลัวว่าแกจะไปจากผมโดยไม่ลา” อิชย์เอ่ยเสียงเบา น้อยเหลือเกินที่เขาจะพูดเรื่องนี้ การจากกันเร็วโดยไม่ได้ลาทำให้ฝังใจมาตลอด จนมาวันนี้ความกลัวนั้นทำให้เขารู้ว่าอย่างได้ลังเลที่จะทำอะไรเพื่อคนที่เรารัก

            พันแสงยื่นแขนทั้งสองข้างไปกอดอิชย์ คนที่สูญเสียย่อมเข้าใจคนสูญเสียเหมือนกัน เขารักลุงอิชย์เหมือนพ่อ

            “ไม่หรอกครับ อรเข้มแข็ง ไม่มีทางจากคนที่รักตัวเองไปง่ายๆ แบบนั้นหรอก”

            อิชย์พยักหน้ายิ้ม พันแสงคลายกอดและนั่งรอข่าวดีว่าในอีกไม่นานนี้อรอินทุ์จะฟื้นขึ้นมา ผู้มากวัยกว่าคิด เธียรมองลูกชายไม่ครบทุกด้านอย่างที่เขาเห็นพันแสงกับพันธินทุกด้าน ความมั่นคงนอกบ้านอย่างไรก็ไม่เทียบเท่าความมั่นคงในจิตใจ เหตุผลที่เธียรรู้สึกไม่มั่นคงนอกบ้านก็เพราะไม่มั่นคงในจิตใจของตัวเอง ตุลยาแสดงออกถึงความรัก แต่เธียรรักผู้หญิงที่ตายไปแล้วและโหยหาความมั่นคงภายนอกมาชดเชยความมั่นคงในใจต่างหาก พันแสงนิ่วหน้าเขาเพิ่งรู้ว่าพ่อทำแบบนั้น

 

 

              แล้วจะมา up ต่อค่ะ วันที่ 5 ธันวาคม 2557 จะลบตอนที่ 6-16 ออกไปนะคะ เพื่อป้องกันการถูกลอกนิยาย ตอนนี้มี app แปลกๆ ที่ดึงนิยายในเว็บไปอ่านออฟไลน์แล้ว copy ได้ค่ะ ส่วนตอนอื่นๆ ยังลงต่อไปเหมือนเดิมนะคะ

            อัมราน_บรรพตี

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 34 ครั้ง

12 ความคิดเห็น

  1. #310 แว่นใส (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 8 ธันวาคม 2557 / 17:40
    ขอให้จับคนร้ายได้เร็ว ๆ นะ
    #310
    0
  2. #309 fsn (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 5 ธันวาคม 2557 / 14:12
    คนเราเนี้ย ทำทุกรูปแบบกันเลยนะคะ คิดสิ่งที่สร้างสรรค์มาเพื่อใช้ในทางลบ

    ปล แมวมีเก้าชีวิต แล้วคุณแสงใช้ไปกี่ชีวิตแล้วหนอ เส้นทางเดินนักธุรกิจเนี้ยโหดเหมือนกัน
    #309
    0
  3. #307 Tuu (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 4 ธันวาคม 2557 / 19:04
    ชอบย่อหน้าสุดท้ายจัง ที่ลุงอิชย์วิเคราะห์จิตใจ ความรู้สึกของเธียร

    ต้องค่อยๆ อ่าน เรียบเรียงกันทีเดียว เจ๋งมากค่ะไรท์เตอร์
    #307
    0
  4. #306 jackrussell (@greenpeppermint) (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 2 ธันวาคม 2557 / 17:09
    คุณเธียรจะเปลี่ยนใจยอมรับหนูอรได้หรือยัง
    #306
    0
  5. #305 Maichan (@ryuzaki) (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 1 ธันวาคม 2557 / 18:05
    เรื่องนี้ถ้ามีใครที่เลว ก็ต้องเป็นเธียรนั่นแหละ
    แทนที่จะบอกความจริง กลับมาพรากคนรักให้จากกัน แล้วเป็นไง
    ลูกก็ตาย 
    #305
    0
  6. #304 konhin-DinDow (@konhindindow) (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 1 ธันวาคม 2557 / 11:01
    น่าดิ น่าจะไม่เรียกคุณแสงบ่อยๆ ม่ะดีน้าาา เผลอง่ายๆ

    แต่ตอนนี้สงสารคนโดนยิง 
    #304
    0
  7. #303 Tuu (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 28 พฤศจิกายน 2557 / 21:03
    ตื่นเต้นเลย .. รอๆๆๆๆๆ
    #303
    0
  8. #302 konhin-DinDow (@konhindindow) (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 28 พฤศจิกายน 2557 / 17:58
    โอ๊ะ ฮึดสู้แล้ว
    #302
    0
  9. #301 zarn (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 28 พฤศจิกายน 2557 / 16:36
    ความลับของพันแสงกำลังจะแตก..เพราะอรอินทุ์เรียกคุณแสงทุกคำ ..แล้วจะมีใครบ้างที่มาได้ยิน ????.....ลุ้นๆๆๆ
    #301
    0
  10. #300 jackrussell (@greenpeppermint) (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 28 พฤศจิกายน 2557 / 16:31
    หนูอรคิดถูกแล้ว ทำตามที่หัวใจต้องการ
    #300
    0
  11. #299 โหล่วโล้ (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 28 พฤศจิกายน 2557 / 12:17
    เยี่ยมมากอรอินทุ์ ได้เรียนรู้จากความผิดพลาดและมีโอกาสครั้งที่สอง ก็ไม่น่าซ้ำรอยเดิม
    #299
    0
  12. #298 ขอให้สมปรารถนา (@whattobee) (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 28 พฤศจิกายน 2557 / 10:49
    รออ่านต่อนะคะ
    #298
    0