จันทร์ซ่อนใจ

  • 98% Rating

  • 6 Vote(s)

  • 36,206 Views

  • 346 Comments

  • 158 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

  • Month Views
    3

    Overall
    36,206

ตอนที่ 25 : ตอนที่ 22...100%

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1987
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 74 ครั้ง
    11 ม.ค. 58

 

ตอนที่ 22

 

            เหลือคนที่เป็นคนของจิณณ์และภาวิตรวมกันแล้วเพียงห้าคน แต่อีกเกือบยี่สิบคนกลับไปอยู่ฝ่ายเดียวกับพันแสง รวมทั้งตำรวจที่สวมรอยมาเป็นคนของจิณณ์ด้วย เกิดคำถามมากมายในสมองของคนถูกหักหลัง เงินซื้อไม่ได้ทุกอย่าง แค่เกือบทุกอย่าง รวมทั้งการยอมเป็นคนของใครในท้ายที่สุด คนที่เหนือกว่าภายในพริบตายิ้มเหี้ยมกว่า เขาเคยมีแผนบี แผนซี แต่นี่แหละแผนเอเพียงแผนเดียวของเขา แผนที่ใช้เวลายาวนานเป็นปีกว่าจะได้ลงมือจริง

            “คิดหรือว่าผมจะยอมเอาชีวิตมาทิ้งที่นี่จริงๆ อย่าขยับ คนของพวกคุณ อ้อ ไม่สิตอนนี้เป็นคนของผมแล้วน่ะแม่นปืนพอที่จะยิงทีเดียวตัดขั้วหัวใจ ตายไม่ทรมานดี แต่ผมคิดว่ามันคงเร็วไป ยิงขา ยิงแขน ยิงท้อง เฉี่ยวขมับ อ้อ ที่อกอีกนัด เท่านี้ก็ได้ลิ้มรสชาติของความเจ็บที่พวกคุณเคยทำให้ใครต่อใครตายเพียงคำสั่งมักง่ายไม่กี่คำ”

            “ไอ้พันธิน!” ภาวิตแผดเสียงลั่นด้วยความคับแค้นใจ คนของเขารวมกับคนของไอ้จิณณ์ยังไงก็สู้มันไม่ได้

            “แกต้องการอะไร” จิณณ์ถามเสียงต่ำ ดวงตาทั้งคู่วาววามเคียดแค้น เขาไม่คิดว่าพันธินจะเหี้ยมเหมือนกับที่เขาเหี้ยมใส่มันกับน้อง

            “มันจะฆ่าพวกเรา มันวางแผนมาตั้งแต่แรก”

            พันแสงหันไปมองจิรกร เจ้านี่เป็นคนเดียวที่รู้ทันเกมของเขา แต่เพราะความชั่วของตัวเองทำให้ต้องมาตกอยู่ในสภาพนี้

            “แกฆ่าน้องตัวเองยังไง ถ้ายอมบอก ฉันจะยอมปล่อยพ่อของแกไป”

            ปืนถูกเล็งไปที่จิณณ์เช่นเดียวกับภาวิต ดำรงมองสถานการณ์จากภายนอกแล้วไม่วางใจพันธินจึงสั่งให้ตำรวจเข้าใกล้โกดังไปอีก ด้วยเกรงว่าจากที่ต้องจับภาวิตกับจิณณ์จะกลายเป็นจับพันธินในข้อหาเจตนาฆ่าแทน

            ภายในโกดังยังเงียบกริบไม่มีเสียงตอบ พันแสงไม่อยากรอ อีกไม่นานตำรวจจะเข้ามาคุมสถาการณ์และเขาจะไม่มีโอกาสได้ทำอะไรอีก ปืนถูกยิงออกไปเฉียดปลายเท้าของจิณณ์เพียงนิดเดียวเท่านั้น จิรกรก่นด่าลั่นในขณะที่จิณณ์หน้าซีดเผือดไม่นึกว่าจะถูกทำร้ายได้ง่ายๆ ถ้ามันเอาจริงเขาคงตายแน่

            “พูดมา!

            จิรกรรวบรวมความกล้า เขาไม่เคยสนใจวิธีว่าจะฆ่าคนที่เกลียดได้ยังไง ทว่าการรักษาชีวิตคนที่รักไว้กลับเป็นเรื่องยาก แต่เขาเห็นพ่อตายต่อหน้าต่อตาไม่ได้

            “เสพยาเกินขนาด มันทั้งเหลวไหล ไม่ได้เรื่อง ขี้ยา แต่ฉันกลับต้องทำทุกอย่างให้มัน แต่มันกลับได้ทุกอย่างไป เหตุผลเท่านี้ไม่พอที่จะฆ่ามันหรือไง ไอ้เมธมันดันจะเปิดโปงฉัน ฉันก็ต้องฆ่า เข็มเดียวจอด ส่วนน้องชายแกมาเข้าแผนของฉันพอดี ช่วยไม่ได้ เสือกมีเรื่องกันมาก่อน”

            “ไอ้กร!

            จิณณ์อยากจะฆ่าไอ้เด็กที่เขาขอมาเลี้ยงนัก เขารู้ว่ามันฆ่าลูกชายของเขา แต่ไม่นึกว่ามันจะเหี้ยมโหดได้ถึงขนาดนี้ เขาพาไอ้เลวนี่มาฆ่าลูกชายตัวเอง

            “ช่างเป็นครอบครัวที่รักกันเสียจริง” ภาวิตหัวเราะลั่น

            พันแสงไม่ได้หัวเราะตาม ความจริงที่เกิดขึ้นในครอบครัวย่อมมีเรื่องเจ็บปวดแอบซ่อนอยู่เสมอ ทุกคนต่างมีเหตุผลที่เข้าข้างตัวเองในการจะทำเรื่องชั่วร้าย เขาเองก็เช่นกัน

            “ผมมีข้อเสนอให้คุณจิณณ์ ถ้าคุณยอมบอกความจริงกับผม ผมจะยกจิรกรให้”

            “แกอยากรู้อะไร”

            “คุณส่งคนไปฆ่าเราสองพี่น้องทำไม ถ้าคุณยอมบอก จิรกรจะเป็นของคุณ และคุณกับลูกชายสุดที่รักจะได้ออกไปจากที่นี่” พันแสงเดินเข้าไปใกล้ ในขณะที่คนของเขาตามมาพร้อมปืนที่เล็งใส่เป้าหมายที่เหลือคนขนาบข้างเพียงสองคนเท่านั้น

            “ฉันไม่ได้ทำ ส่วน มันฉันไม่อยากเห็นหน้าอีก”

            “คุณโกหก”  เขานึกแล้วจิณณ์จะไม่ยอมรับ “เอาตัวจิรกรมาให้ผมเดี๋ยวนี้ปริญ”

            ร่างของจิรกรถูกลากมากลางวงในสภาพสะบักสะบอมตั้งแต่แรก ปืนในมือของพันแสงเริ่มเล็งอีกครั้ง ในขณะที่สมุนที่เหลือของจิณณ์ก็ถูกเล็งเช่นกัน ขืนขยับอาจตายไม่รู้ตัว ปลายกระบอกปืนของคนกลับมาแก้แค้นอยู่ตำแหน่งกลางหน้าผาก ระยะไม่ถึงสองเมตรมั่นใจได้ว่าไม่พลาด นิ้วที่ทาบกับกระบอกปืนงอลงแล้วเข้าไปที่ไก เขารู้ต้องมีใครสักคนที่ยอมพูด เขาได้ยิน เขารอ

            พูดออกมาเสียที!

            “ฉันเองที่ทำ พ่อไม่เกี่ยว รวมทั้งคราวก่อนที่ระยอง ฉันส่งคนไปเอง ปล่อยพ่อฉันไป ใครก็ตามที่ทำร้ายพ่อ ฉันเกลียดมันทุกคน รวมทั้งแกด้วย จะฆ่าก็ฆ่าเลย แล้วก็ปล่อยพ่อฉันไป แล้วถ้าสำนึกในสิ่งที่ฉันยอมบ้างก็กรอกปากไอ้ภาวิตด้วยปืนในมือของแกให้ฉันด้วย แล้วจะบอกตำรวจว่าฉันฆ่าก็ได้” จิรกรละล่ำละลักบอกด้วยกลัวว่ากระสุนจะถูกยิงออกมา เขาดิ้นให้หลุดจากมือที่ล็อกไว้ อยากเข้าไปบังพ่อไว้ แต่ทำไม่ได้

            พันแสงถอนใจแล้วลดปืนลงเพื่อให้โอกาส แม้ว่าไอ้สองพ่อลูกจะไม่เคยให้โอกาสเขาเลย จิณณ์กำลังสับสนระหว่างความรักกับความเกลียด เขาเกลียดจิรกร แต่พอมันมาปกป้องเขากลับใจอ่อนไม่อยากให้มันต้องตายต่อหน้าต่อตา

            “คุณจะยอมให้เป็นอย่างนี้หรือครับคุณจิณณ์ คุณรู้อยู่แก่ใจว่าใครกันแน่ที่ทำ”

            สีหน้าของจิณณ์เรียบกริบไม่ตอบ เขารักจิรเมธพอๆ กับจิรกร แต่มันเป็นคนฆ่าลูกชายของเขาเพราะฉะนั้น มันสมควรรับผิดแทนเขา พันแสงสุดจะทน เขาเกลียดผู้ชายคนนี้ เกลียดที่ความคิด การกระทำ  ปืนข้างตัวถูกยกขึ้นมาใหม่คราวนี้ตำแหน่งเปลี่ยนเป็นที่หัวใจ

            ดรัณตะโกนลั่นถึงเพื่อนจะไม่ได้ยินว่าอย่าทำก่อนจะวิ่งไปสมทบกับตำรวจนอกเครื่องแบบ ดำรงสั่งให้บุกทันที!

            “แกจะทำอะไร”

            “ทำในสิ่งที่แกสมควรได้รับน่ะสิ”

            “ยิงเลยเว้ย เอาสิเว้ย” ภาวิตชอบใจไม่น้อยเพราะเขาเองก็มีแผนเหมือนกัน ปืนที่ซ่อนไว้ถูกดึงออกมา

            พันแสงรู้ดีว่าเขาจะทำอะไรเช่นเดียวกับรู้ดีว่าอะไรจะตามมา แต่เคยไหมสักครั้งในชีวิตที่ยอมเสียทุกอย่างเพื่อทำสิ่งที่ปรารถนา สิ่งเดียวที่เขาปรารถนาคือฆ่าคนที่ส่งคนไปฆ่าพันธินด้วยมือตัวเอง ไม่ว่าจะติดคุกกี่ปี เขาก็ยอม ปืนถูกเล็งเป้านิ้วเลื่อนมาที่ไกแล้ว...

            ...คุณแสงอย่าทำนะ

            ...แสงอย่าทำ ชีวิตของนายมีค่ากว่าไอ้สวะนี่ เพื่อพี่ อย่าทำเลยนะ

            “ปังงงงง?!?

            และตามติดมาด้วยเสียงปืนหลายนัดในวินาทีเดียวกับที่ประตูโกดังเปิดออกพร้อมๆ กับตำรวจหลายสิบนายเข้าจู่โจมด้วยแก๊สน้ำตา พันแสงถูกปริญดึงออกมาจากกลุ่มควัน ดรัณตะโกนเรียกเพื่อนดังลั่น ในขณะที่จิรกรส่งเสียงร้องเรียกโหยหวนบนร่างของจิณณ์ เกิดการยิงตอบโต้ แต่เพียงไม่นานเสียงปืนก็เงียบกริบ หลังควันจางลงมีคนเจ็บนอนจมกองเลือด แต่ไม่ได้หนักหนาถึงตาย อดีตลูกน้องของจิณณ์กับภาวิตกลายเป็นตัวแปรสำคัญที่ทำให้การเข้าจับกุมง่ายขึ้นเพราะไม่มีใครยิงตอบโต้ตำรวจแม้แต่นัดเดียว ตำรวจเข้าไปชาร์ตัวภาวิตไว้ เจ้าตัวโวยวายลั่น

            “ปล่อยผม ผมเป็นผู้เสียหายนะคุณตำรวจ” ก่อนจะโบ้ยไปยังคนที่ถูกล้อมไว้ราวกับกลัวมันตาย “โน่นเลยถ้าจะจับไปจับไอ้พันธิน มันยิงคนตาย”

            ปริญได้ยินแล้วทนไม่ได้จริงๆ ตำรวจกำลังมองมาอย่างไม่แน่ใจว่าใครเป็นผู้ร้ายตัวจริงกันแน่

            “ผิดแล้ว คุณธินไม่ได้ยิง” บอดี้การ์ดหนุ่มส่งปืนที่เขาแย่งมาจากมือพันธินให้กับตำรวจ “ปืนของคุณธินเพิ่งใช้ไปนัดเดียว ส่วนใครยิงคุณจิรกร คุณตำรวจต้องไปหาให้ได้เองครับ”

            ทุกคนคนต่างมองไปยังร่างที่นอนแน่นิ่ง เลือดกำลังไหลซึมออกมาให้เห็น คนบอกว่าจะยิงกลายเป็นผู้ต้องสงสัยทันที ภาวิตทำหน้าไม่รู้ไม่เห็น พันแสงกับดรัณมองหน้ากัน เขาคงต้องให้เบาะแสกับตำรวจสักหน่อยกระมัง

            “ผมคิดว่าไปลองๆ หาปืนที่ผู้ชายคนนี้เพิ่งโยนไปทางนั้นคงเจอครับ”

            ภาวิตหน้าซีดมองตามมือที่ชี้ไปยังทิศทางที่เขาโยนปืนออกให้พ้นจากมือหลังจากฉวยโอกาสยิงไปกลางวงตอนตำรวจเข้ามา ตำรวจเข้าไปเก็บหลักฐานใส่ถุงซิป ตรวจหัวกระสุนก็รู้แล้วว่ากระสุนปืนที่ยิงออกมามาจากปืนกระบอกไหน

            “ใครยิงใครไม่ต้องห่วงหรอกครับ ถ้าหลักฐานพยานพร้อม คนร้ายต้องไปชดใช้กรรมในคุกแน่นอน”

            เสียงร้องของจิรกรเงียบไปแล้ว จิณณ์ขยับตัวแล้วเลื่อนร่างของลูกชายที่ปกป้องเขาให้นอนลงกับพื้น คนเคยสั่งฆ่ามีหรือจะไม่รู้ว่าจิรกรคงรอดยาก กระสุนสามนัดที่ขา หน้าอกและท้อง ทั้งๆ ที่คิดว่าจิรกรสมควรตาย แต่พอเห็นลูกใกล้ตายจริงๆ เขากลับเสียใจ ทั้งที่ควรดีใจ ลูกคนอื่น แต่เขาเลี้ยงมากับมือ มันจะเลว จะชั่ว อย่างไรเสียก็เป็นลูกของเขาอยู่ดี

            “กร อย่าเป็นอะไรนะลูก พ่อ...”

            “ผมขอโทษครับพ่อ ผมฆ่าน้อง ผมอิจฉาน้อง ผมกลัวว่าพ่อจะไม่รักผม” จิรกรพยายามพูดพร้อมกับยกมือพนมไหว้ ก่อนที่จะไม่ได้พูดอีก เขาเคยกลัวตาย แต่เขากลัวพ่อตายมากกว่า

            จิณณ์วางลงทุกความแค้น ไม่ว่าจิรกรทำอะไร ตอนนี้โทษเหล่านั้นหมดลงแล้วเมื่อชีวิตแลกด้วยชีวิต

            “ช่างมันเถอะ เรามาเริ่มต้นกันใหม่”

            “คงไม่ทันแล้วครับพ่อ ผมอยากขอว่าถ้าชาติหน้ามีจริง ผมขอมาเกิดเป็นลูกพ่อจริงๆ นะครับ ไม่ใช่ลูกใครก็ไม่รู้เหมือนชาตินี้” จิรกรไม่เคยเชื่อเรื่องชาติหน้า แต่ถ้ามีจริงเขาขอมีครอบครัวที่พร้อมหน้าพร้อมตาพ่อแม่ลูกก็พอแล้ว

            “หลบก่อนครับ เราจะพาคนเจ็บไปส่งโรงพยาบาล”

            จิณณ์รีบขยับหลีกทางให้เจ้าหน้าที่ แต่ตัวเขาเองกลับชาตั้งแต่เอวไปจนถึงข้อเท้าทั้งสองข้าง พอจะลุกตามลูกชายไปกลับทำไม่ได้

            “คุณเป็นอะไร” พันแสงถาม

            “ออกไปให้พ้น” จิณณ์ตวาดลั่น แต่กลับล้มลง พอใช้มือยันก็ถูกเศษแก้วบาด “โอ๊ะ!

            พันแสงหันหน้าหนี สำหรับคนที่เลวร้ายแบบจิณณ์สมควรได้รับความลำบากบ้าง ทว่าพอมองกลับมาจิณณ์กลับยังนั่งอยู่ที่เดิมสภาพหอบตัวโยนที่หลังมีแก้วชิ้นใหญ่แทงอยู่ คงเป็นตอนที่จิรกรโถมเข้าใส่พ่อแล้วเอาตัวเข้ามาบังกระสุนจากภาวิต  ร่างสูงย่อตัวลงแล้วจับแขนของจิณณ์มาพาดไหล่ ปริญเข้ามาช่วยดึงแขนอีกข้างให้จิณณ์ลุกขึ้นมาได้

            “ผมช่วย ไม่ได้หมายความว่าผมให้อภัย แต่เพื่อมนุษยธรรมที่คุณกับลูกชายของคุณไม่เคยมี” พันแสงเอ่ย

            จิณณ์อยากจะบอกให้ปล่อย แต่เขาต้องยั้งตัวเองไว้เมื่อขาทั้งสองข้างไม่มีแรงแม้จะเดินเอง มันเกิดอะไรขึ้น เจ้าหน้าที่เข้ามารับตัวจิณณ์เข้าไปในรถพยาบาล พันแสงเดินกลับมาหาคนที่เขาซื้อตัวไว้ด้วยจำนวนเงินมหาศาลตลอดเก้าเดือนที่ผ่านด้วยเงินส่วนตัวของเขา แต่ก็คุ้มถ้าได้แก้แค้นให้พันธิน

            “พวกคุณแยกย้ายกันไปก่อน เงินจะโอนเข้าบัญชีครั้งสุดท้ายพรุ่งนี้ก่อนสิบเอ็ดโมงเช้า”

            คนของเขารับคำสั่งแล้วก็เดินออกไปจากโกดัง ตำรวจขอตรวจอาวุธและบันทึกประวัติไว้เพื่อให้ง่ายต่อการเรียกตัวมาให้ปากคำ ยกเว้นบางคนที่กระสุนหายไปจากแม็กกาซีนต้องตามไปโรงพัก ดรัณถอนใจโล่งอกกลัวเพื่อนกลายเป็นฆาตกรต้องติดคุกแทบแย่

            “จบเรื่องเสียที งานนี้นายภาวิตน่ะเข้าคุกแน่ๆ ถ้าจิรกรไม่ตายก็คงได้เข้าคุกไปด้วยกัน แต่คุณจิณณ์ ฉันว่านายอาจจะต้องทำใจ”

            ถ้าเป็นเมื่อสิบนาทีก่อนพันแสงคิดว่าเขาคงไม่ยอมให้เรื่องจบลงง่ายๆ ตอนที่กำลังจะเหนี่ยวไก เขาคิดอะไรหลายอย่าง ยอมแลกทุกอย่างที่มีในชีวิตเพื่อฆ่าคนที่ทำให้พันธินต้องตาย แต่ว่าเขากลับเปลี่ยนใจเมื่อคิดว่ามีใครบ้างที่รอให้เขาออกมาจากคุก เขายังมีคนที่รักและรอคอย ในขณะที่จิณณ์ไม่มีอีกแล้ว

            ถึงไม่มีใครให้คำตอบว่าจิรกรจะเป็นอย่างไรต่อไป แต่เขารู้ว่าสมองที่เงียบสนิทนั้นคงไม่มีโอกาสได้คิดอะไรอีก บั้นปลายชีวิตของจิณณ์จะโดดเดี่ยว ไม่เหลือใคร และอาจตายอยู่บนเตียงโดยไม่มีใครอาลัย หรืออาจจะมีการแก้แค้นตามมา เขามั่นใจว่าแข็งแรงพอจะปกป้องทุกคนที่รักได้

            “บางทีการรับผลของการทำชั่วอาจไม่ใช่การติดอยู่ในคุกก็ได้ แล้วฉันจะตามไปโรงพัก ระหว่างนี้สงสัยอะไรถามปริญ” พันแสงเอ่ยแล้วหันไปมองปริญที่คงยังงงไม่หายว่าเขากลายเป็นนายใหญ่ของคนพวกนั้นได้ยังไง “นายอยู่กับดรัณทางนี้”

            “แล้วจะรีบไปไหนวะ แล้วทำไมคนของนายจิณณ์กับนายภาวิตถึงกลายเป็นคนของนายไปเสียค่อน นายทำได้ยังไง” ดรัณสงสัย ปริญพยักหน้าอยากรู้ไม่แพ้กัน

            พันแสงยิ้มราวกับได้ปลดพันธนาการของคำว่าแก้แค้นออกไปได้เสียที ตอนนี้จิณณ์ได้ลิ้มรสความสูญเสียแล้วถึงสองครั้ง เขาเองก็เกือบไปเช่นกัน ถึงแผนการที่วางไว้จะรัดกุมเพียงใดย่อมมีช่องโหว่ ไม่อย่างนั้นจิณณ์จะส่งมือปืนไปฆ่าเขา โดยที่คนที่เขาซื้อตัวไว้ไม่รู้เรื่องได้หรือ

            “นายลองอ่านนามสกุลของฉันสิ แล้วจะนึกออกเองว่าฉันทำได้ยังไงสิบเอ็ดเดือนที่ฉันหายไป นายคิดว่าฉันทำอะไรอยู่ล่ะ”

            ดรัณทำหน้าอึ้งๆ เมื่อคิดได้ว่าเขาก็เป็นหมากตัวหนึ่งของพันธินเหมือนตำรวจทุกคน เหมือนจิณณ์กับจิรกร การแก้แค้นคงเริ่มต้นตั้งแต่เพื่อนฟื้นขึ้นมาแล้วรู้ว่าพันแสงตายไปแล้ว เป็นครั้งแรกที่เขาชักจะกลัวเพื่อนตัวเอง เขาน่าจะรู้ แต่กลับไม่เคยสงสัย พันธินกลายเป็นคนที่เขาไม่แน่ใจว่ารู้จักระดับไหนกันแน่

 

            พันแสงมาถึงโรงพยาบาลเร็วที่สุดเท่าที่เขาจะทำได้ ใบหน้าที่เรียบจนระหว่างคิ้วกดลึกและหมองเศร้ามองไปยังประตูบานนั้นที่เมื่อห้าชั่วโมงก่อน เขากับลุงอิชย์นั่งรอให้อรอินทุ์ฟื้นขึ้นมาด้วยกัน ในยามนี้มีคนมานั่งแทนที่ด้วยสีหน้า เศร้าใจและทุกข์ตรมไม่ต่างกัน เขาถามหาอาการของคนรักจากพยาบาลก่อนจะรีบเดินไปยังห้องที่หญิงสาวเพิ่งถูกพาย้ายไป หัวใจที่หนักอึ้งราวกับได้รับไออุ่นแสนเบาสบาย

            ...อรฟื้นแล้ว

            หัวใจของผู้ชายคนหนึ่งชาวาบก่อนจะเอิบอาบด้วยความฉ่ำชื้นของความหวัง

            เขาเคาะประตูแล้วเข้าไปในห้องพิเศษ ลุงอิชย์ยังอยู่ในชุดเดิม แม้ใบหน้าจะอิดโรย แต่ประกายแห่งความสุขจากดวงตาเจิดจ้าเช่นเดียวกับเขา ร่างสูงรีบเดินไปนั่งข้างๆ คนไข้ที่ไม่ได้ยิ้มกว้างแล้วมองเขาอย่างดีใจเพราะเธอหลับ แต่เบาใจได้ว่ามืออุ่นในมือของเขาจะมีชีวิตยืนยาว

            อรฟื้นแล้วครับ ถามถึงคุณแสงใหญ่เลยว่าเป็นอะไรหรือเปล่า เพิ่งจะหลับไปเมื่อครู่นี้เองอิชย์บอกน้ำตาเริ่มคลออีกครั้งเมื่อคิดว่าตอนที่ลูกสาวฟื้นเขาดีใจขนาดไหน เรากอดกันแล้วร้องไห้ดีใจไม่มีใครจากกันไปอีก

            พันแสงนิ่งฟังราวกับเวลาที่อรอินทุ์ฟื้นเขาได้ไปอยู่ตรงนั้น ความดีใจ ความคิดถึง เขารับรู้เมื่อเราต่างรักผู้หญิงคนเดียวกัน

            ลุงอิชย์ไปพักก่อนไหมครับ เดี๋ยวผมเฝ้าอรต่อให้เอง

            ทุกอย่างเรียบร้อยดีนะครับอิชย์ชี้ไปที่แก้มของพันแสงซึ่งมีรอยแดงจางๆ

            “เอาไว้ผมจะเล่าให้ฟังนะครับลุงอิชย์”

            ผู้มากวัยกว่าถอนใจโล่งอก เขาไม่เคยให้ความสำคัญกับการแก้แค้น แต่ไม่เคยปฏิเสธการขอความช่วยเหลือ ในเวลานี้ถ้าความแค้นสิ้นสุดลง เขาจะดีใจมาก การใช้ชีวิตอยู่บนความแค้นพันแสงย่อมเห็นแล้วว่ามีอะไรเกิดขึ้นได้บ้าง พันแสงหันมายิ้มให้ก่อนที่ลุงอิชย์จะเปิดประตูเดินออกไป

 

            การสร้างเป้าหมายใหม่ทำให้เรารู้ว่าจะก้าวต่อไปเพื่ออะไร ก่อนหน้านี้เป้าหมายของพันแสงมีสองอย่าง หนึ่งคือแก้แค้น สองคือทำให้อรอินทุ์กลับมารักกัน เมื่อความแค้นถูกทำให้เบาบางลงและกดไว้เพื่อไม่ให้คนใกล้ตัวต้องได้รับผลไปด้วย คำถามนี้จึงกลับมาใหม่ เป้าหมายต่อไปในชีวิตของเขาคืออะไร คำตอบช่างง่ายดาย เป้าหมายที่สองอย่างไรล่ะ

            อย่าเป็นอะไรนะคุณแสง

            พันแสงก้มหน้าลงมองใบหน้าคนป่วยที่ยังหลับตาพริ้ม เธอกำลังคิดทั้งที่หลับหรือว่ากำลังฝัน เขาเอียงหูลงไปใกล้ๆ เรียวปากหนายิ้มกว้าง

            ถ้ายอมหมั้น อรจะไปป่วนงานให้ล่มเลยคุณแสง

            มือนุ่มกำแน่นเหมือนหมัดทั้งที่ยังหลับอยู่ พันแสงยื่นมือไปคลายนิ้วมือของอรอินทุ์ออก สงสัยอยู่ว่าเกิดเธอกัดฟันด้วยความโมโหเขาจะช่วยยังไงดี เปลือกตาคนปากแข็งเริ่มขยับ เขาถอนใบหน้าออกมาแล้วยิ้มรอจนกระทั่งดวงตาสีดำสนิทที่เขารอมองมาอย่างมึนงง

            “คุณแสง...” 

            “ยินดีต้อนกลับมา” เขาก้มหน้าลงไปใกล้อีกนิดเมื่อเห็นว่าเธอหรี่ตาราวกับมองเห็นไม่ชัด

            เรียวปากบางที่ยังซีดเซียวยิ้มกว้าง ความกังวลมากมายที่ก่อกวนเธอแม้ในยามหลับราวกับหายไปในพริบตาเพียงได้เห็นรอยยิ้มของพันแสง เขายังมีชีวิตอยู่

            “นึกแล้วลืมตาอีกครั้งต้องได้เจอ” มือที่เพิ่งรู้ตัวว่าเขาจับไว้ยื่นไปลูบเบาๆ ที่แก้มตรงรอยแดงจาง “ทำไมที่หน้า...”

            พันแสงดึงมือช่างสงสัยมาจูบให้หายคิดถึง ถึงจะจากกันไม่กี่ชั่วโมง แต่ภาพที่เห็นอรอินทุ์มีเลือดเต็มตัวทำให้เขากลัวไม่อยากเห็นเธอในสภาพนั้นอีก เขารู้การลาจากจะเกิดขึ้นอีก แต่อีกยาวนานจากตอนนี้

            “ฉันหกล้มตอนที่เธอกระโจนเข้าใส่ไงล่ะ จำไม่ได้เหรอ” พันแสงหัวเราะหลิ่วตาใส่ล้อๆ เขาจะบอกเธอทุกเรื่อง แต่คงต้องรอให้เรื่องราวต่างๆ จัดการเรียบร้อยก่อน “ต่อไปห้ามทำแบบนี้กับฉันอีก อย่ามาปกป้องฉัน ถ้ามีใครจะมาฆ่าฉันอีก เธอต้องหนีไปไกลๆ ลมหายใจของเธอมีค่ามากที่สุดสำหรับฉัน เข้าใจไหม”

            “ดุจัง ไม่ปลอบใจสักคำ คนอะไรเนี่ย”

            อรอินทุ์จุกอยู่ในอก ถ้าเธอมีค่าเธอสำหรับเขา แล้วเขาล่ะ ไม่คิดว่ามีค่าต่อเธอบ้างหรือ วินาทีที่เข้าไปขวาง เธอไม่ได้คิดอะไรนอกจากไม่ยอมให้เขาตาย การที่พันแสงยังมีชีวิตแล้ววันหนึ่งเธออาจเป็นวิญญาณที่เฝ้ามองเขาคงเป็นเรื่องที่น่าเศร้า แต่มันคงดีกว่าที่เราสองคนเป็นวิญญาณ หรือเขาเป็นวิญญาณเพียงลำพัง

            พันแสงยิ้มน้ำตาคลอ คงน่าตลกที่ผู้ชายอย่างเขาเกิดซาบซึ้งทั้งที่ถูกดุ แต่ความในใจของเธอทำให้เขาเหมือนมีบางสิ่งที่เย็นจัดมาจี้ตรงหัวใจ ใบหน้าคร้ามยื่นหน้าไปใกล้แล้วจูบที่ริมฝีปากซีดไม่ลุกล้ำ แต่แนบชิดนิ่งนาน อรอินทุ์หลับตารู้สึกดีเกินกว่าจะนึกโกรธในสิ่งที่พันแสงกำลังทำอยู่ เรียวปากหนาคลี่ยิ้มแล้วเลื่อนใบหน้าออกมาเพียงนิดเดียวเพื่อที่จะสบตาคนที่เอาแต่ปิดตาซ่อนความเขินอาย

            “ฉันรักอร รักมาตั้งนานแล้ว แล้วก็จะรักไปจนตายด้วย ทีนี้ลืมตาได้หรือยัง”

            อรอินทุ์ไม่ค่อยแน่ใจเท่าไหร่ แต่ก็ยอมลืมตาแล้วถึงรู้ว่าหลงกลพันแสงเข้าแล้ว ดวงตาของเขาสวยกว่าทุกวันแล้วอยู่ใกล้จนเธอเห็นใบหน้าของตัวเองในดวงตาของเขา คำรักที่รอฟังช่างละมุนละไมสมหวัง ราวกับพลังที่ทำให้หัวใจดวงเดิมเต้นเร่าเปี่ยมสุข เธอมั่นใจว่ารักพันแสงตอนที่เขาหันมามองเธอแล้วเราก็จากกันตั้งแต่ตอนนั้น แต่เขารักเธอได้ยังไงในเมื่อชีวิตของเขาปั่นป่วนวุ่นวายก็เพราะเธอทั้งนั้น หรือว่าเพราะเธอยอมตายแทนเขา หัวใจเปี่ยมสุขสวยงามหม่นมัวไปชั่วขณะ

            “ไม่ต้องทำแบบนี้เพราะอรเกือบตายจากการช่วยคุณแสงหรอกนะคะ”

            “ฉันรักอรจริงๆ นะ ทำยังไงถึงจะเชื่อ” พันแสงถามอย่างใจเย็น ถ้าไม่รู้ว่าเธอคิดอย่างไร คงโกรธไปแล้ว เขาไม่เคยบอกรักผู้หญิงคนไหนนอกจากแม่ เธอเป็นคนแรก แต่กลับถูกเข้าใจว่าเป็นการตอบแทนการเสียสละ อรอินทุ์หนอ ช่างไม่รู้เลยว่าเขารักเธอก่อนที่เธอจะรู้ตัวว่ารักเขาเสียอีก

            “อย่าโกรธอรนะ คุณแสงน่าจะรู้ว่าเราต่างกันมาก อรก็แค่ตั้งกำแพงไม่อยากผิดหวังเพราะรักคุณ แล้วอยู่ๆ คุณมาบอกว่ารักอรเลย...ไม่แน่ใจว่าคุณแสงรักอรเพราะอะไร”

            “ฉันรักอรเพราะความสวยงามที่จิตใจของอร เวลาที่ฉันไม่มีค่าพอให้ใครเห็น อรเห็นคุณค่าในตัวฉัน เวลาที่ฉันทุกข์ใจ อรนำความสุขมาให้ และถ้าไม่ใช่อร ฉันคงไม่ยอมให้มาปั่นป่วนชีวิต  อรคนเดียวที่ทำได้ อรคนเดียวที่ฉันยอม ฉันคิดถึงอร ตอนกลับมาจากอเมริกา ฉันอยากกอดอรใจจะขาด อยากบอกอรเป็นคนแรกว่าฉันเป็นใคร เพื่อที่จะได้ความรักของอรมา อรทำให้ฉันรู้ว่า ในหัวใจดวงนี้มีแต่ฉันคนเดียว ไม่ว่าพันธิน จิรกรหรือผู้ชายคนไหนก็ไม่มีสิทธิ์ได้ไป ฉันรักอรด้วยหัวใจ ไม่ใช่เหตุผลที่อรกังวล”

            อรอินทุ์พูดไม่ออก ได้แต่พยักหน้ารับ การได้รักและสมหวังในความรักเป็นเรื่องที่ดีที่สุด ไม่สิ ดีรองลงมาจากการที่พันแสงยังมีชีวิตอยู่ แต่ความรักอย่างเดียวจะพอจริงๆ หรือ

            “ฉันจะคุยกับพ่อเรื่องของเราอย่างจริงจัง อรพร้อมจะสู้กับฉันไหม” พันแสงรู้ดีเรื่องของเขากับอรอินทุ์ยังมีอุปสรรคต้องผ่านไปให้ได้ เธอจะไม่เป็นฝ่ายเสียใจอยู่คนเดียวเหมือนคราวที่แล้วอีก

            “อรจะเป็นตัวถ่วงคุณแสงหรือเปล่า อรไม่มีอะไรที่จะส่งเสริมคุณแสงได้เลยสักอย่าง สำหรับผู้หญิงธรรมดาที่มอบให้คุณแสงได้คงมีแค่ความรู้สึกดีๆ ที่อรมีให้คุณแสงมาตลอด ความก้าวหน้าของคุณแสง อรไม่มีความสามารถมากพอที่จะช่วยอะไรได้เลย มันคุ้มหรือคะถ้าคุณแสงจะเสียโอกาสหลายๆ อย่างไปเพราะอร” อรอินทุ์แข็งใจถามแม้น้ำตาจะไหลพรากมาที่หางตา เธอไม่อยากทำให้เขาเสียใจทั้งที่เรารักกันมันเป็นเรื่องที่ดี

            พันแสงไล้นิ้วเบาๆ ช่วยเช็ดน้ำตาให้ ทำไมใครๆ รวมทั้งอรอินทุ์ถึงห่วงอนาคตของเขานัก ทำไมถึงไม่ห่วงตัวเองกันบ้าง ไม่คิดบ้างหรือว่าเขาก็ห่วงเธอเหมือนกัน

            “คุ้ม ให้ฉันเสียทุกอย่างไปก็คุ้ม ถ้ามีอรอยู่กับฉันไปตลอดชีวิต อรน่าจะรู้ว่าฉันไม่เคยมองอรแล้วประเมินออกมาเป็นผลประโยชน์ อรคือกำลังใจ เป็นแหล่งพลังงานให้ฉันอยากมีชีวิตต่อไป ถ้าฉันต้องเป็นธินไปตลอดชีวิต ฉันอยากให้อรอยู่กับฉัน เป็นอีกคนที่รู้ว่าฉันเป็นใครในโลกใบเล็กๆ ของเราสองคน อรไม่ต้องส่งเสริมอะไรฉัน แค่รักฉัน อยู่กับฉัน อย่าทิ้งฉันไปก็พอแล้ว”

            อรอินทุ์ดึงมือของพันแสงมากอดไว้แล้วหลับตาด้วยความเพลียส่วนหนึ่ง แต่อีกส่วนหนึ่งเธอต้องการเวลาสำหรับคิด ผู้หญิงหลายคนคงด่าเธอว่าช่างโง่แสนโง่ที่มีผู้ชายดีๆ มาบอกรัก แต่กลับลำบากใจที่จะรับรัก ที่เป็นอย่างนี้ก็เพราะเธอรักเขาเกินกว่าจะทนเห็นเขาตกต่ำเพื่อความรักได้อย่างไรล่ะ

            อรรักคุณแสง แต่คุณเธียรคงไม่ยอม คนคนนั้นทำได้ทุกอย่าง

            พันแสงไม่เซ้าซี้อยากให้เวลา เขานั่งเงียบๆ รอจนกระทั่งอรอินทุ์หลับไป จุดอ่อนของพ่อคืออะไร ทำอย่างไรพ่อจะยอมรับได้เสียทีว่าเขาไม่ได้ต้องการอะไรมากไปกว่าการมีครอบครัวอบอุ่น มีเงินพอใช้ ไม่ใช่มีจนล้นฟ้า แต่กลับนอนไม่กลับ เฝ้าแต่กังวลว่าทุกอย่างจะพังทลายอย่างที่พ่อเป็นอยู่ในตอนนี้ พ่อต้องเรียกหมอมาพบเพราะการนอนไม่หลับมากี่ปีแล้ว

 

            อิชย์อาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าแล้วก็รีบมาดูแลอรอินทุ์ พันแสงจึงขอตัวไปโรงพักเพื่อให้ปากคำ มีนักข่าวไปรอทำข่าวกันไม่น้อยเพราะการตายของจิรกรได้รับการยืนยันแล้ว แต่ที่ทำให้อึ้งไปตามๆ กันคือจิณณ์บาดเจ็บที่หลังมีความเป็นไปได้สูงว่าจะเป็นอัมพาต พันแสงไม่ดีใจ ไม่เสียใจ เขาคิดว่าทุกอย่างเป็นกรรมที่เดินทางมาถึง แม้ว่าจะมาช้าไปมากสำหรับคนรอ ภาวิตยิงจิณณ์ จิรกรเลยกระโจนเข้ามาบังพ่อไว้จนตัวเองตาย จิณณ์ถูกกระแทกล้มจนหลังถูกเศษกระจกแทงทำให้เส้นประสาทขาด อาจเป็นอัมพาต ส่วนภาวิตคงติดคุกถ้าหลักฐานที่ตำรวจได้จากที่เกิดเหตุมากพอ

            แล้วเขาล่ะได้รับผลอะไรจากการแก้แค้นในครั้งนี้ แน่ล่ะเขาได้พ้นกำแพงที่ตัวเองตั้งไว้ ได้อิสระในชีวิตของตัวเองกลับมา ทรมานเหมือนตายทั้งเป็นตอนที่กลัวอรอินทุ์ตาย ทุกอย่างล้วนเป็นบทเรียน ขอบคุณความรักที่ดึงเขากลับมาก่อนที่จะเป็นฆาตกรเสียเอง พันแสงเดินกลับมาที่รถซึ่งจอดอยู่ด้านหลังกันนักข่าวไม่ให้เข้ามารบกวนแล้วตัดสินใจขับรถกลับบ้าน

            พ่อบ้านดีใจที่เขากลับมา คงเห็นข่าวกันแล้ว สาวใช้พากันมองมาแล้วซุบซิบ เขารีบเดินไม่อยากฟังเรื่องตัวเอง พ่อนั่งรออยู่ที่สวน เมื่อเห็นว่าเขามาหาสิ่งที่ไม่คาดคิดก็เกิดขึ้นเมื่อพ่อลุกขึ้นมาแล้วกอด หลายสิ่งที่พ่อคิดพรั่งพรูให้เขารู้ว่าพ่อห่วงและกลัวว่าเขาจะบาดเจ็บหรือไม่ได้กลับมา พ่อโทรหาลุงดำรงและสั่งคำขาดว่าต้องพาเขากลับมาอย่างปลอดภัยให้ได้ พันแสงกอดตอบเมื่อรู้แล้วภายใต้หน้ากากเย็นชา พ่อรักเขา แม้จะคิดว่าเขาเป็นพันธินก็ตาม นานพอที่จะรู้ว่าห่วงเธียรเป็นฝ่ายคลายกอดแล้วนั่งลงที่เดิม

            นั่งสิ พ่อคิดว่าธินคงมีเรื่องพูดยาวมาก

            พันแสงนั่งลงกับพื้นเหมือนที่เคยทำ พ่อกับธินมักจะนั่งตรงข้ามกัน ในขณะที่เขาชอบนั่งกับพื้นมากกว่าการต้องถูกจ้องมองจากพ่อ

            มีบางอย่างที่ผมต้องบอกพ่อครับ แต่ก่อนที่ผมจะบอกพ่อ ผมมีบางอย่างจะถามพ่อก่อน  

            ถามอะไรล่ะ ถ้าพ่อตอบได้ก็จะตอบ

            พ่อจะเสียใจมากไหมครับถ้าคนที่อยู่กับพ่อตรงนี้เป็นแสง ไม่ใช่ธิน

            พันแสงคิดเรื่องนี้มาสักพักแล้ว ไม่ว่าพยายามแค่ไหน เขาไม่เคยเป็นพี่ชายที่สมบูรณ์แบบ สักวันหากความสมบูรณ์แบบพังทลายกลายเป็นไร้หวัง พ่ออาจเสียใจยิ่งกว่านี้ หรือบางทีอาจเป็นเขาเองที่เห็นแก่ตัวอยากให้พ่อรักเขาบ้าง ไม่ใช่คิดว่าเขาตายไปแล้ว

            พ่อเสียใจที่ลูกชายตาย แต่ไม่เสียใจหากว่าลูกคนใดคนหนึ่งจะรอดชีวิตกลับมาหาพ่อ แสงอยากรู้ใช่ไหมว่าพ่อรู้สึกยังไงที่เป็นแสงกลับมาไม่ใช่ธิน

            พันแสงชะงักลมหายใจ ไม่คาดคิดว่าจะกลายเป็นแบบนี้ได้

            พ่อ...รู้

            ราวกับถูกฟ้าผ่าลงกลางใจ เขาได้ยินความคิดที่มาพร้อมๆ กับคำพูด พ่อรู้ว่าเขาเป็นพันแสงมาตั้งแต่แรก แต่ไม่เคยคิดอะไรให้เขารู้ว่าพ่อรู้เลยสักครั้ง คนเดียวที่ทำให้เป็นอย่างนี้ได้...ลุงอิชย์ เขาเป็นลูกชายของพ่อหรือว่าเป็นแค่มนุษย์ที่จะถูกพ่อบงการเปลี่ยนแปลงชีวิตอย่างไรก็ได้งั้นหรือ คนที่มีความลับกลายเป็นพ่อกับลุงอิชย์

            เขาถูกหลอกตั้งแต่วินาทีแรกที่ฟื้นขึ้นมา!

            เธียรจับไหล่ลูกชายไว้ เขารู้ดีนิสัยพันแสงเป็นยังไง คิดว่าคนเป็นพ่อตัดสินใจง่ายๆ อย่างนั้นหรือ ถ้าต้องทำอะไรกับชีวิตของลูกชายตัวเอง การทำให้พันธินกลายเป็นผู้ที่ตายไปอย่างโดดเดี่ยวกลายเป็นความรู้สึกผิดจนเขายิ่งนอนไม่หลับ อาการแย่กว่าแต่ก่อน

            ทำไมแสงถึงคิดว่าพ่อจะไม่รู้ ในเมื่อคนที่รับคำสั่งทุกอย่างจากพ่อคืออิชย์ แต่ที่พ่อต้องทำให้แสงเป็นธินก็เพราะมีเหตุผล

            เพื่อเอ็มไพร์ กรุ๊ปหรือครับถ้าคำตอบเป็นอย่างนี้เขาคงอยู่ที่นี่ไม่ได้อีกแล้ว

            เธียรถอนใจ สำหรับคนธรรมดาคงมีเหตุผลไม่มาก แต่สำหรับคนที่ต้องดูแลพนักงานอีกเป็นพันคน การคิดวางแผนอนาคตของลูกชายจึงเป็นเรื่องสำคัญ เขาเสียใจจนถึงวินาทีนี้ แต่ไม่เคยเสียใจที่พันแสงรอดชีวิต เหตุผลมากมายถูกขมวดจนออกมาเป็นข้อสรุป ใช่เพื่อบริษัทที่เขาสร้าง แต่เหตุผลสำคัญมีมากกว่านั้น

            ส่วนหนึ่ง ส่วนสำคัญที่สุดคือพ่อไม่อยากให้แสงถูกตามล่า ถ้าคนที่กลับมาเป็นแสงจริงๆ ล่ะก็ พ่ออาจเสียลูกชายไปอีกคนก็ได้ เมื่อถึงเวลานั้นคงไม่เหลือใครที่จะดูแลเอ็มไพร์ กรุ๊ปอีกแล้ว

            เขาดีใจที่พ่อห่วงจนคิดแผนต่างๆ ขึ้นมาเพื่อเขา แต่สุดท้ายบริษัทที่พ่อสร้างก็เป็นตัวแปรสำคัญอยู่ดี เจ้าของดอกรักเร่ที่อรอินทุ์เห็นมาจากพ่อนั่นเอง

            ผมเป็นเพียงหมากในกระดานธุรกิจของพ่ออยู่ดี พ่อรักผมบ้างหรือเปล่า

            เธียรไม่คิดให้พันแสงได้ยิน แต่เลือกที่จะตอบจากปากของตัวเอง เป้าหมายของพ่อมีเพียงลูกชายกับเอ็มไพร์ กรุ๊ป วันหนึ่งแสงจะเข้าใจว่าทำไมพ่อถึงทำแบบนี้ ความรักไม่ได้หมายความว่าเรามีเพียงเป้าหมายเดียว พ่อรักแสง แต่จนถึงเวลานี้พ่อยังไม่มั่นใจในตัวแสงได้เหมือนกับที่มั่นใจในตัวธิน

            จนถึงเวลานี้พ่อยังไม่เห็นในสิ่งที่เขาทำอีกหรือ ไม่หรอก เขามั่นใจว่าพ่อเห็น แต่กำลังสร้างแรงจูงใจให้เขาใหม่เหมือนตอนเด็กๆ ต่างหาก พ่อรู้นิสัยของเขา แต่ครั้งนี้เขาไม่ยอมเดินตามเกมของพ่อฟรีๆ เด็ดขาด

            ผมจะทำให้พ่อเห็น แล้วถ้าผมยืนยันที่จะแต่งงานกับอรอินทุ์เพียงคนเดียว พ่อจะยังขัดขวางอีกไหมครับ”

            “ถ้าแสงทำให้พ่อมั่นใจได้เมื่อไหร่ คำถามนี้จะได้รับคำตอบ” เธียรเปิดโอกาสให้ เขาจะลองเชื่ออิชย์ สิ่งที่เขาสร้างคงไม่พังทลายเพราะผู้หญิงเพียงคนเดียว

            ถึงจะผิดคาดและผิดหวังเรื่องที่พ่อเป็นคนวางแผนทุกอย่าง แล้วจงใจให้พันธินตายอย่างโดดเดี่ยว แต่เขาก็ดีใจที่ได้กลับมาเป็นพันแสง แม้จะมีคนรู้เพียงไม่กี่คนย่อมดีกว่าไม่มีใครที่เขาไว้ใจได้เลย

            พ่อรู้ใช่ไหมครับว่าผม...

            เธียรพยักหน้าทั้งที่ฟังยังไม่จบด้วยซ้ำ เขานึกอยู่แล้วว่าพันแสงจะสงสัยเข้าสักวัน

            ใช่ ไม่อย่างนั้นพ่อคงคิดทุกเรื่องที่อยากคิดเวลาอยู่กับแสง อิชย์ต้องบอกพ่อ ไม่อย่างนั้นแสงจะเป็นคนที่เสียใจที่สุด ธินไม่ได้ถูกลืม แต่หลายสิ่งบนโลกใบนี้ย่อมมีบางเรื่องที่ไม่สามารถบอกใครนอกจากตัวเองแล้วเก็บไว้เป็นความลับตลอดไป

            ความรักกับการแสดงออกไม่มีใครสามารถเขียนรูปแบบออกมาได้ พันแสงไม่คาดหวังว่าพ่อจะแสดงออกว่ารักเหมือนพ่อลูกทั่วไป เพราะฉะนั้นเขาจะไม่ตั้งคำถามถึงความรักจากพ่ออีก สิ่งที่พ่อทำนั้นเป็นการแสดงออกว่ารักแล้ว ในอนาคตเขาจะแสดงออกว่ารัก แต่ไม่ซับซ้อนอย่างที่พ่อทำ เขาอยากรู้อย่างเดียวเท่านั้น ธินรู้ไหมว่าพ่อรักนายเหมือนกัน

 

 

 

 

 

            แล้วจะมา up ต่อค่ะ

            อัมราน_บรรพตี

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 74 ครั้ง

24 ความคิดเห็น

  1. #346 เปาหมูสับ (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2558 / 12:56
    ยังรออยู่นะ
    #346
    0
  2. #345 อัมราน (@Darrano) (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2558 / 09:53
    แล้วจะมา up ต่อค่ะ แต่ช้านิดนึงนะคะ
    #345
    0
  3. #344 8lek (@8lek8) (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2558 / 10:20
    จะลงตอนต่อไปอีกมัยรอค่ะ ^^
    #344
    0
  4. ความเห็นนี้ถูกลบแล้ว :(
  5. #342 fsn (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 11 มกราคม 2558 / 15:25
    อย่างน้อยเรื่องที่หนักอย่างชดเชยให้คุณธิน ก็ได้ทำแล้วนะคะ เรื่องที่เหลือ ก็เหลือบ่ากว่าแรงแล้วละ
    #342
    0
  6. #341 8lek (@8lek8) (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 11 มกราคม 2558 / 13:53
    สนุกมากๆๆค่ะ ^^
    #341
    0
  7. #340 ViVi (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 11 มกราคม 2558 / 12:54
    ขอบคุณค่ะไรเตอร์
    #340
    0
  8. #339 โหล่วโล้ (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 11 มกราคม 2558 / 10:01
    สรุปคุณเธียรน่ากลัวสุด
    #339
    0
  9. #338 nina (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 5 มกราคม 2558 / 20:18
    พันแสง น่ารักจังเลย
    #338
    0
  10. #337 เมเปิ้ล (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 5 มกราคม 2558 / 19:58
    ทำไมคุณเธียรวุ่นวายจัง
    #337
    0
  11. #336 jackrussell (@greenpeppermint) (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 5 มกราคม 2558 / 19:24
    พันแสงจะหาวิธีไหนทำให้คุณเธียรยอมรับหนูอร
    #336
    0
  12. #335 konhin-DinDow (@konhindindow) (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 5 มกราคม 2558 / 12:39
    อยากให้คุยกันให้เข้าใจ
    #335
    0
  13. #333 เมเปิ้ล (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 1 มกราคม 2558 / 20:50
    สวัสดีปีใหม่ขอให้มีความสุขสมหวัง สุขภาพแข็งแรงค่ะ
    #333
    0
  14. #332 8lek (@8lek8) (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 1 มกราคม 2558 / 00:34
    HAPPY NEW YEAR 2015  ค่ะ
    #332
    0
  15. #331 โหล่วโล้ (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 29 ธันวาคม 2557 / 12:37
    ยังดีที่แสงคิดได้ก่อน ส่วนจิณณ์ ตายทั้งเป็นสะใจกว่าเยอะ สวัสดีปีใหม่ค่ะ ขอให้หนังสือที่เขียนดังทุกเล่ม ประสบความสำเร็จทุกๆด้านนะคะ
    #331
    0
  16. #330 jackrussell (@greenpeppermint) (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 29 ธันวาคม 2557 / 11:53
    พันแสงเป็นคนเดินเกมในครั้งนี้
    #330
    0
  17. #329 konhin-DinDow (@konhindindow) (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 29 ธันวาคม 2557 / 11:32
    โอ๊ยยย ใจหายใจคว่ำ ดีนะที่คิดได้ทันก่อนสาย ว่าแต่ หว่านเงินไปเยอะอ่ะดิ
    #329
    0
  18. #328 แว่นใส (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 29 ธันวาคม 2557 / 10:41
    น่ากลัวจริงด้วย
    #328
    0
  19. #327 โหล่วโล้ (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 24 ธันวาคม 2557 / 12:50
    ลุ้นนนนนนนนนนนน
    #327
    0
  20. #326 nidka (@nidka) (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 24 ธันวาคม 2557 / 09:25
    ภาวิตยิงแน่ ๆ ค้างมากเลย
    #326
    0
  21. #325 เมเปิ้ล (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 23 ธันวาคม 2557 / 19:59
    ค้างงงงงงง
    #325
    0
  22. #324 jackrussell (@greenpeppermint) (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 23 ธันวาคม 2557 / 17:19
    กระสุนจากปืนของใคร
    #324
    0
  23. #323 MamiTa (@madame-fabric) (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 23 ธันวาคม 2557 / 15:16
    โห จบแบบค้างงงงงงงงงงง
    #323
    0
  24. #322 ขอให้สมปรารถนา (@whattobee) (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 23 ธันวาคม 2557 / 11:15
    รออ่านต่อนะคะ    

    #322
    0