Forest of Memories [ Fic Creepypasta ]

ตอนที่ 8 : Forgot

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 120
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 14 ครั้ง
    30 ส.ค. 63

            [ " เด็กอย่างเธอเนี่ย ประหลาดดีนะ " ]

 


 

  " เ...ฟ..! "

 

             [ " ดูเหมือนว่าจะมาจากคนคนนั้น " ]

 

 

  " ตื.. เ..ซ..!! "

 

 

                  [ " เราต้องรอดูท่าทีไปก่อน " ]

 

 

  "..น ส...!!! "

 

 

                     [ " เธอจะต้องอยู่ที่นี่ " ]

 

 

  " ....ไฟร์!! ต...ส!! " 

 

 

                 [ " ไม่มีเวลาแล้ว!! เร็วเข้า! " ]

 

 

  " ห....ใ..เซฟ...ร์ "

 

 

 

 

[ ......... ]

 

                   [ " เธอเป็นของของฉัน " ]

 

    [ " และฉันไม่ชอบให้ของโดนขโมยซะด้วยสิ " ]

 

          [ " ดังนั้นฉันจะหาเธอจนเจอในที่สุด " ]

 

      [ " และอย่าหวังว่าเมื่อเจอกันอีกมันจะจบดี " ]

 

       [ " ดังนั้นก็อย่าลืมใช้เวลาที่เหลือให้คุ้มล่ะ]         


 

                              [ " D . E . D " ]

 

 

 

-------------------

 

           " เซฟไฟร์!! ตื่นสิ!! ไอ้หนู!! "

 

             " เฮือก!! "

 

    ดวงตาสีเขียวล้าเปิดออกอย่างตื่นตระหนก ก่อนแสงไฟจ้าสีขาวแสบตาทำให้มันต้องหรี่ลงอีกครั้ง       โดยที่ยังไม่ได้ตั้งตัวอย่างไร เธอก็รับรู้ว่ารอบๆตัวเกิดความโกลาหลขึ้นทันที

 

          " คนไข้ฟื้นแล้ว! "

 

        " ค่าความดันล่ะ! " 

 

        " จ่า! คนไข้ฟื้นแล้วครับ! "

 

            เสียงตะโกนเซ็งแซ่ดังไปทั่ว ก่อนเซฟไฟร์จะย้อนนึกถึงประโยคผิดปกติ

 

     คน.. ไข้ ?

 

   ในระหว่างที่ยังคงสับสนกับทุกสิ่งทุกอย่าง เซฟไฟร์มองไปรอบกายทันทีด้วยความหวาดกลัว แต่ผนังสีขาวและแรงสั่นสะเทือนทำให้เด็กสาวพอจะสบายใจได้ว่าตอนนี้เธออยู่บนรถพยาบาล และไม่นานก็รู้สึกถึงบางอย่างที่ครอบปากของเธออยู่

 

        " ท่อ.. ช่วยหายใจ.. ? "

 

     เมื่อมือสีซีดพยายามจะยกขึ้นสำรวจตน ก็พบว่ามันถูกมัดติดอยู่กับราวสีเงินลื่น แต่ก่อนจะได้เอ่ยปากพูดอะไร เสียงทุ้มเข้มก็ดังขึ้นข้างๆเธอ

 

       " เซฟไฟร์!! ไม่เป็นไรนะ! หายใจได้รึเปล่า! "

 

    ชายวัยกลางคนคนหนึ่งถามเธออย่างเป็นกังวล เขาสวมชุดสีเข้มและเสื้อกันกระสุนที่เขียนไว้ว่าตำรวจ

 

        " .....ลุงแซม? "

 

     เด็กสาวเอ่ยอย่างมึนๆ จ้องมองคนข้างหน้าขณะกระพริบตาเพื่อปรับให้ทุกอย่างหายเบลอ

 

       " ใช่! ใช่ฉันเอง! จำฉันได้ใช่ไหม ไม่ได้ปวดหัวอะไรนะ?! "

 

       เซฟไฟร์พยักหน้าเบาๆอย่างงุนงง ทำให้ชายในเครื่องแบบถึงกับถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอกสุดขีด 

 

        " ขอบคุณพระเจ้า.. " เขาพูดเบาๆ

 

 

  「 เจ้าหน้าที่จับกุมภาคสนาม ซามูเอล แลนเดอร์  เพื่อนสนิทของคุณพ่อตอนอยู่ในกรม เป็นคู่หูที่เข้ากันได้ดีอย่างกับฝาแฝด แม้หลังจากที่คุณพ่อลาออกมาแล้วทั้งคู่ก็ยังคงติดต่อกันอยู่ ทำให้เซฟไฟร์รู้จักกับเขามาตั้งแต่เด็ก จนเขาเปรียบเสมือนสมาชิกครอบครัวอีกคนเลยก็ว่าได้ 」

 

      เธอหันมองรอบตัวอีกครั้ง เห็นแพทย์สองคนกำลังง่วนอยู่กับเครื่องบางอย่าง

 

          " เกิด.. เกิดอะไรขึ้นคะ ทำไมถึง.. หนูโดนมัด?  ..แล้วพ่อ..คุณพ่อล่ะ..! แล้วคุณพ่อละคะ!? "

   

       เด็กสาวเริ่มตื่นตระหนก มือซีดพยายามกระชากออกจากเครื่องพันธนาการอย่างสุดชีวิต เมื่อหันซ้ายขวาแล้วพบแค่ตนเพียงคนเดียว

 

     ' ขอร้องล่ะ อะไรก็ได้ แต่ไม่ใช่คุณพ่อ!!... '

 

          เสียงราวเหล็กดังแข่งกับเสียงเครื่องยนต์และไซเรน ชายที่ถูกเรียกว่าลุงพยายามดึงแขนเธอไว้ให้สงบลง และหันไปมองพยาบาลที่กำลังเตรียมยาสลบกันอย่างเร่งรีบประมาณว่า ฉันรับมือได้น่า 


 

         เขาหันกลับมาหาเธอ และพยายามพูดด้วยน้ำเสียงที่สงบที่สุด

 

       " ใจเย็นไว้ก่อน เซฟไฟร์, แมทธิวอยู่ที่รถอีกคันกับฮาวส์กี้ เขาไม่เป็นไรมากหรอก ไม่ต้องห่วง ทุกอย่างจะเรียบร้อย "

 

            เซฟไฟร์มองเขาด้วยสายตาเชื่อครึ่งไม่เชื่อครึ่ง เธอยังไม่ลืมภาพเลือดจำนวนมหาศาลที่ไหลออกมาจากศรีษะของบิดา 

 

         " แต่คนที่น่าเป็นห่วงน่ะ คือเธอนะยัยหนู แน่ใจนะว่าไม่เป็นไร "

 

    ดวงตาที่เต็มไปด้วยริ้วรอยมองเธออย่างเป็นห่วง 

 

         " หนู.. หรอ? "

 

     เด็กสาวถามด้วยความงุนงง เธอจำได้ว่าตนสลบไป แต่นอกจากแผลถลอกและรอยรัดคอก็คิดว่าไม่มีอะไรน่าเป็นห่วงมากนัก

 

          " ไม่รู้ตัวสินะ.. " เขาพึมพำเบาๆ และชี้ไปที่เครื่องช่วยหายใจกับสายระโยงระยางมากมาย 

  " เห็นไอ้พวกนั้นแล้วคงจะพอรู้นะว่ามันหนักน่ะ "

 

        " ตอนแรกที่เราเจอเธอ เธอนอนสลบอยู่ใกล้ๆกับแมทธิว ฉันตกใจมากเลยล่ะพอรู้ว่าเป็นเธอ ตอนนั้นเรารีบปฐมพยาบาลหมอนั่นแล้วพาขึ้นรถฉุกเฉิน แต่พอจะพาเธอขึ้นไปด้วย อยู่ดีๆเธอก็ดันกระตุกขึ้นมา อย่างกับคนเป็นลมชักแหนะ "


 

     เขาเว้นจังหวะแล้วหัวเราะแห้งๆ 

 

         " เห็นท่าไม่ดีเราเลยพาเธอขึ้นรถคนละคันกับหมอนั่น แล้วเธอก็อาการแย่ลงเรื่อยๆ ตอนเธอหยุดหายใจน่ะฉันแทบจะเป็นบ้าเลยล่ะ แถมพอใส่เครื่องช่วยหายใจเธอยังจะกระชากมันออกอีก บอกฉันทีเถอะว่าเธอไม่ได้โดนผีสิง " 

 

       " ตอนแรกเราแค่คิดว่าจะกดแขนเธอไว้เฉยๆ ไปๆมาๆเธอดันทำท่าเหมือนถูกผีสิงเข้าจริงๆ ดิ้นไม่หยุดเลยล่ะ เลยต้องมัดแขนขาเอาไว้กับเตียง ใช้ยาสลบไปตั้งเกือบสามเข็มเลยนะกว่าเธอจะยอมนอนอยู่นิ่งๆได้ "

 

        ชายร่างสูงลูบผมสีน้ำตาลของตน ถึงแม้อากาศในรถฉุกเฉินจะเย็นจนหนาวสักแค่ไหน เซฟไฟร์ก็สังเกตุเห็นหยาดเหงื่อตามผมและใบหน้าของเขาอย่างชัดเจน

 

        เด็กสาวใจเย็นลง พยายามนึกถึงเหตุการ์ณน่าสะพรึงในโรงพยาบาลแห่งนั้น แต่นอกจากภาพสีแดงแล้วเธอก็มองเห็นทุกอย่างเป็นรูปร่างที่มองไม่ออก 

 

           " ....คนอื่นๆล่ะคะ.. "

  

       เซฟไฟร์นึกถึงจำนวนคนในสถานที่นั้น ถึงมันจะเป็นเพียงโรงพยาบาลเล็กๆที่ไม่เป็นที่รู้จักนัก แต่ปฎิเสธไม่ได้เลยว่ามีคนเข้ารับการรักษาที่นั่นเป็นจำนวนมาก

 

           เจ้าหน้าที่ตำรวจในชุดสีดำถอนหายใจ

 

   " เรากำลังออกค้นให้ทั่วโรงพยาบาลอยู่... มันมีแต่เรื่องประหลาดๆน่ะ.. ทั้งคนไข้เสียสติเอย.. ทั้งคราบเขม่าปริศนาเอย.. ทุกอย่างตอนนี้น่ะมันบ้าไปหมดแล้ว.. "

 

           ชายวัยกลางคนเอนหลังลงพิงผนังสีขาวที่สั่นไปมาอย่างเหนื่อยกาย เด็กสาวรู้ได้เลยว่ามันคงไม่ง่ายแน่ๆกับการรับมือเรื่องประหลาดที่เกิดขึ้นอย่างกระทันหันแบบนี้

 

           " ว่าแต่เธอน่ะ โอเคจริงๆใช่ไหม "

 

     แซมถามเธออีกครั้งเพื่อความแน่ใจ เด็กสาวบอกเขาว่าเธอไม่เป็นไรแล้วยิ้มให้เพื่อขอบคุณ

 

      เขายิ้มตอบ ก่อนจะพูดต่อ

 

           " ดีแล้ว งั้นก็นอนพักสักหน่อยแล้วกัน อีกแปปนึงก็จะถึงโรงพยาบาลแล้ว " 

 

        เซฟไฟร์พยักหน้าแล้วค่อยๆเอนตัวลง

 

           " อ้อ แล้วก็ถ้าพยายามนึกเรื่องที่เกิดขึ้นออกได้ล่ะก็จะเยี่ยมไปเลย รับรองว่าเธอต้องโดนเรียกไปคุยในฐานะพยานแน่ๆ ถ้าหายดีแล้วน่ะนะ "

 

         เขาพูดแล้วขำให้กับมุขของตน เซฟไฟร์ยิ้มบางๆแล้วหลับตาลง

 

             เธอรู้สึกว่าแพทย์คนหนึ่งกำลังหันมาคุยกับชายผมน้ำตาล แต่ถึงแม้สองหูจะได้ยินเสียงชัดเจน เธอกลับรู้สึกว่าสติตอนนี้นั้นเลือนรางเกินกว่าจะรับรู้เนื้อหาของบทสนทนาได้ 

 

        ไม่นานเธอก็จมลงสู่ห้วงนิทราอีกครั้ง..

 

-------------------

 

          เซฟไฟร์ลืมตาขึ้นช้าๆ ครั้งนี้ไม่มีแสงมาคอยแยงตาและไม่มีความสั่นมาทำให้นอนไม่สงบแล้ว เธอค่อยๆยืดตัวขึ้นบิด มือเรียวซีดไม่ได้ถูกมัดติดไว้กับราวแล้ว แถมพื้นที่ยังกว้างขวางต่างกับบนรถฉุกเฉินเมื่อครู่ลิบลับ แต่สิ่งที่ยังคงอยู่คือเครื่องแปลกๆและสายน้ำเกลือมากมาย 

 

       อากาศในห้องพักคนไข้กำลังดี  เธอรู้สึกว่าวันนี้เป็นวันที่หลับได้เยอะที่สุดในรอบหลายเดือนแห่งโปรเจคไม่รู้จบ  เพิ่งรู้ว่าการเป็นคนไข้มันดีขนาดนี้..


 

      เด็กสาวสะบัดหน้า ดียังไงกัน เธอเพิ่งจะผ่านประสบการ์ณเฉียดตายมาสดๆร้อนๆ  แถมบิดายังบาดเจ็บหนักอีก ไม่ใช่เรื่องที่ควรมาดีใจเลยสักนิดเดียว

 

        เธอล้มตัวลงอีกครั้ง ถึงจะนอนมาจนเมื่อยขา แต่ร่างกายกลับประท้วงบอกว่ามันยังไม่พอ พลันเด็กสาวนึกได้ถึงเรื่องที่คุณลุงแซมบอกเมื่อไม่นาน


 

    " อ้อ แล้วก็ถ้าพยายามนึกเรื่องที่เกิดขึ้นออกได้ล่ะก็จะเยี่ยมไปเลย รับรองว่าเธอต้องโดนเรียกไปคุยในฐานะพยานแน่ๆ ถ้าหายดีแล้วน่ะนะ "


 

" เรื่องที่เกิดขึ้น.. งั้นหรอ.. "


 

เซฟไฟร์นึกไล่ย้อนเหตุการ์ณต่างๆ ตั้งแต่มาโรงพยาบาล เจอหมอแปลกๆ ช่วงเวลารอคิวอันน่าเบื่อ ไฟดับ สัตว์ประหลาด ภาพสีแดง คุณพ่อโดนโจมตี มีคนมาช่วย....

 

เดี๋ยวนะ

 

มีคนมาช่วย..

 

...ใช่แล้ว สามคนแปลกๆนั่นที่บอกว่าจะให้เธอไปด้วย คนที่ตะโกนเรียกเธอตอนที่ตำรวจมา นายหน้ากากน่าโมโหที่ให้ผ้าพันแผล และโทบี้..

 

เธอเพิ่งจะรู้สึกตัวว่าโทบี้เป็นคนเดียวที่เธอรู้จักชื่อและข้อมูลเยอะที่สุด จากคำถามหลายๆคำรวมกันแล้ว  เขาเป็นโรคทิคส์.. เขาอายุมากกว่ายี่สิบ.. สวมแว่นตาสีเหลือง..  ขวานสีแดง..


 

เซฟไฟร์หยุดนิ่งเมื่อนึกถึงเรื่องผิดปกติที่เกิดขึ้น ทำไมเธอถึงไม่เอะใจเรื่องประหลาดพวกนี้เลยนะ..

 

ดูๆแล้วพวกเขาไม่ใช่ทั้งแพทย์และพยาบาลแน่ๆ แถมยังต่อกรกับพวกปีศาจประหลาดๆนั่นได้อีก และไม่แสดงท่าทีตื่นกลัวหรือตกใจเจ้าพวกนั้นเลยแม้แต่น้อย ทั้งยังบอกให้เธอไปด้วยโดยที่ไม่มีรายละเอียดใดๆทั้งสิ้น 

 

ทั้งยังอาวุธพวกนั้นอีก..

 

เซฟไฟร์กลืนน้ำลาย แต่ที่น่าโมโหกว่าคือเธอเกือบจะไปกับพวกเขาแล้วหากไม่ได้สลบไป คิดดูดีๆแล้วคนดีที่ไหนบ้างล่ะจะหลบตำรวจ เธอเกือบไปแล้วจริงๆ..

 

แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าความรู้สึกพวกนั้นเป็นของปลอม.. เธอจำความอุ่นใจและคุ้นเคยเหล่านั้นได้แม่นอย่างเหลือเชื่อ ตอนนี้สมองที่ตีกันเองของเธอเหมือนกำลังจะระเบิด..

 

     [ ก๊อก ก๊อก ]

 

เสียงเคาะประตูดังขึ้นขัดความคิดของเธอ แล้วประตูเลื่อนบานใหญ่ก็เปิดออก เผยให้เห็นนายตำรวจที่คุ้นเคยและแพทย์พยาบาลอีกสองคน


 

" อ้าว ตื่นแล้วหรอเซฟไฟร์ เป็นยังไงบ้าง "

 

เด็กสาวมองไปยังผู้มาเยือนสักพักและจึงตอบกลับไป

 

" ..ลุงแซม ก็ดีค่ะ ไม่ปวดหัวแล้ว คุณพ่อเป็นยังไงบ้างคะ "

 

ชายร่างสูงได้ยินคำถามแล้วก็หัวเราะออกมา ก่อนจะลากเก้าอี้ไม้สีอ่อนมานั่งข้างๆเตียงของเธอ ขณะที่แพทย์พยาบาลกำลังจัดแจงเช็คเจ้าพวกอุปกรณ์ต่างๆ

 

" ยังติดพ่อไม่เปลี่ยนเลยนะยัยหนู แมทธิวสบายดี ต้องเย็บแผลนิดหน่อยแต่ก็ไม่สาหัส ให้นอนพักสักสองวันก็คงจะออกจากโรงพยาบาลได้   อ้อ แล้วก็ ฉันโทรไปบอกลิเลียแล้วนะ เธอบอกว่าจะมาในอีกสักสองชั่วโมง เธอเพิ่งออกไปข้างนอกเมืองน่ะ "

 

  คุณแม่...


 

เซฟไฟร์ไม่อยากคิดเลยว่าแม่จะตกใจขนาดไหน ทั้งพี่คิวมัสที่เพิ่งกลับมาบ้านด้วยแล้ว ถ้าเธอไม่ต้องไปที่โรงพยาบาลล่ะก็.. 

 

ถ้าเธอไม่ได้สบตากับเจ้าปีศาจนั่นล่ะก็..


 

เด็กสาวก้มหน้าลง ก่อนจะเงยขึ้นมองเจ้าหน้าที่ผมน้ำตาลเมื่อนึกได้ว่ามีคำถามสำคัญ

 

" จะว่าไป ทางตำรวจเจอผู้ชายสามคนที่.. เอ่อ.. ใส่หน้ากากแปลกๆบ้างไหมคะ.. "

 

เมื่อพูดไปแล้วจึงนึกขึ้นได้ทีหลังว่าถามอย่างนี้จะไม่ประหลาดไปหน่อยหรือ นั่นมันเหมือนกับบอกลักษณะผู้ก่อการร้ายเลยนี่นา

 

" หน้ากากหรอ? อืม.. คิดว่าไม่นะ มีอะไรหรือเปล่า "

 

  แต่ว่า.. พวกเขาอาจจะเป็นคนร้ายก็ได้นี่..

 

" เอ่อ... "

 

เพียงแต่บางสิ่งในตัวของเธอกำลังบอกว่าให้ปกป้องและปิดข้อมูลของพวกเขา ทำไมล่ะ ไม่มีอะไรยืนยันได้สักหน่อยว่าเกิดอะไรขึ้น และพวกเขาเป็นคนดีจริงๆหรือ 

 

" ...หนูคงตาฝาดไปเองน่ะค่ะ ตอนนั้นหนูรู้สึกไม่ค่อยดี ไม่ต้องใส่ใจหรอกค่ะลุงแซม "

 

เด็กสาวบอกปัด เป็นข้ออ้างที่โง่ที่สุดที่เธอเคยใช้ แต่ช่วยไม่ได้ ตอนนี้สมองของเธอยังไม่พร้อมใช้งานนี่นา

 

" ...... "

 

นายตำรวจเงียบไป เหมือนไตร่ตรองว่าเธอต้องการจะสื่ออะไร แต่แล้วก็ถามขึ้นมาเอง

 

" นี่.. ถ้ามีอะไรจริงๆเธอบอกเราได้นะ ตอนนี้ทางตำรวจยังสรุปเหตุการ์ณที่เกิดขึ้นไม่ได้เลย ถ้ามีคำให้การของคนที่เห็นทุกอย่างละก็ต้องเป็นประโยช์นแน่ๆ "

 

เซฟไฟร์ดูออกว่าเขาพยายามจะเกลี้ยกล่อม แต่เขาก็ไม่อยากจะบังคับเธอจนเกินไป

 

ทำไมถึงไม่พูดความจริงล่ะ


 

" ....หนูคิดว่าน่าจะตาฝาดจริงๆแหละค่ะ คงไม่มีใครใส่หน้ากากมาโรงพยาบาลหรอกเนอะคะ "

 

เธอพูดเสียงนิ่งๆแล้วยิ้มอย่างเหนื่อยๆ เพื่อเป็นการไม่ให้คุณซามูเอลเซ้าซี้ไปมากกว่านี้ ยังไงก็ต้องไปให้การกับตำรวจอยู่ดี ถ้าสติกลับมาดีกว่านี้ตัวเธอในตอนนั้นคงจะบอกเองนั่นล่ะ

 

" ...นั่นสินะ เอาเถอะ เดี๋ยวพวกพี่ๆหมอเค้าจะมาเช็คอาการเธอนิดหน่อย เสร็จแล้วก็นอนพักซะนะยัยหนู ฉันกลับก่อนล่ะ เดี๋ยวแม่เธอก็มาแล้ว "

 

เขาพูดและลุกขึ้นลากเก้าอี้ไปที่เดิม 

 

" .. ขอบคุณนะคะลุงแซม ไว้แม่มาแล้วหนูจะโทรไปหา "

 

เธอกล่าวขอบคุณ เขาหันมายิ้มให้เธอและเดินออกจากห้องไป

 

------------------------

 

อุณหภูมิ 24 องศาฯ ทำให้ห้องดูเคว้งคว้างขึ้นนิดหน่อยเมื่ออยู่คนเดียว เซฟไฟร์เปิดช่องทีวีวนไปมาจนเบื่อ แต่ก็ยังไม่มีวี่แววของข่าวโรงพยาบาลวันนี้เลยสักนิด และข่าวการประท้วงของต่างประเทศก็ทำให้เธอเบื่อ จนสุดท้ายก็ลงเอยที่การหยิบโทรศัพเครื่องเงินขึ้นมาเล่น  แต่ก็ต้องสดุ้งกับข้อความที่ไม่ได้อ่านเกือบร้อยข้อความจากไม เธอนอนพักเสียจนลืมไปเลยว่าวันนี้โดดเรียนมา 

 

เด็กสาวกดเข้าแชทและไล่อ่านข้อความกับมิสคอลแสดงความเป็นห่วงจนตาลาย ก่อนจะพิมพ์ตอบไปว่าเธอโอเค

 

Z : ขอโทษที่ไม่ได้บอกว่าวันนี้จะลานะ ไปตรวจร่างกายที่โรงพยาบาลมา

 

   พิมพ์เสร็จจึงเลื่อนออกจากแอพ แต่ก็ต้องสดุ้งอีกครั้งเมื่ออีกฝ่ายตอบกลับมาในทันที

 

M : ยัยบ้า!! ไปตรวจร่างกายแล้วเค้าบังคับปิดเน็ตรึไง T^T คราวหลังอย่าหายไปเฉยๆอีกนะ ไม่งั้นจะโกรธจริงๆด้วย! >*<

 

เมื่อเห็นข้อความจากเพื่อนสาวแล้วจึงยิ้มออก ขอโทษที่ลืมเธอไปนะเนี่ย

 

Z : ไม่เอาน่าา ฉันขอโทษนะเด็กน้อย เดี๋ยวสัปดาห์หน้าจะพาไปเลี้ยงไอติมปลอบแล้วกัน

 

M : จริงอ่ะ?! โอเค! หายโกรธล่ะ >v•~♡

 

Z : *ส่งสติ๊กเกอร์หัวเราะ*

 

M : อ้อใช่! ฉันส่งงานในห้องกับการบ้านไปให้แล้วนะ อย่าลืมทบทวนล่ะ!

 

M : *ส่งสติ๊กเกอร์ให้กำลังใจ

 

Z : จ้า ขอบคุณมากนะเพื่อนเลิฟ 

 

M : 55 อย่าลืมเรื่องไอติมก็แล้วกัน! เจอกันจ้า

 

Z : จ้า ไว้เจอกัน 

 

เซฟไฟร์กดปิดโทรศัพท์ด้วยรอยยิ้ม ใครจะรู้ว่ามีเพื่อนสนิทเป็นไมชีวิตจะมีสีสันขนาดนี้

 

[  ก๊อก ก๊อก ]

 

  เสียงเคาะที่ประตูเลื่อนดังขึ้นอีกครั้ง เด็กสาวหันไปที่ต้นตอของเสียงพลางนึกว่าคุณแม่มาเร็วกว่าที่บอกไว้ตั้งหลายชั่วโมง ก่อนจะจัดท่าลุกขึ้นมานั่ง

 

[ ครืด- ]

 

" คุณแม่ มาเร็วจังนะค-- "

 

เสียงของเซฟไฟร์ขาดหายไปทันที เมื่อประตูเลื่อนเปิดออกแต่ร่างที่เห็นนั้นไม่ใช่คุณแม่ของตน กลับเป็นชายหนุ่มสองคนที่เธอสาบานว่าไม่เคยเห็นมาก่อนในชีวิต

 

" ...... "

 

เด็กสาวนั่งเงียบ ก่อนที่สองคนนั้นจะปิดประตูลง เธอจึงรีบถามพวกเขาออกไป

 

" ..พวกคุณเป็นใคร "

 

มือเรียวซีดคลำหาปุ่มเรียกพยาบาลอย่างตื่นตระหนก ก่อนที่ชายทั้งสองจะเดินเข้ามาด้วยท่าทีสบายๆ

 

" ....พวกคุณเป็นใคร "

 

เด็กสาวถามเป็นครั้งที่สอง และตัดสินใจกดปุ่มเรียกพยาบาลในทันที

 

" อะไรกัน ผ่านไปไม่ถึงวันก็ลืมกันแล้วรึไง "

 

ชายคนแรกพูดขึ้นหน่ายๆ เซฟไฟร์หยุดกึกไปทันที เสียงนี้มัน...คุ้นๆ...

 

" .....นายหน้ากาก? "

 

[ มีอะไรให้ช่วยหรือคะ ]

 

เสียงหวานของพยาบาลดังขึ้นมาตามสาย เด็กสาวมองไปยังโทรศัพท์สลับกับชายหนุ่มทั้งสองที่ไม่มีท่าทีเดือดร้อนอะไรเลย

 

" ...... "

 

[ คนไข้คะ? ]

 

" ...อ่า.. มือคงไปโดนน่ะค่ะ ขอโทษนะคะ "

 

เธอพูดตอบพยาบาลไปก่อนจะกดตัดสาย แล้วหันไปมองผู้บุกรุกทั้งสองอย่างงงๆ เธอทำแบบนั้นทำไมนะ 


 

" ขอบใจแล้วกันที่ไม่เรียกพยาบาลมา ไม่งั้นคงต้องได้กระโดดลงจากชั้นเก้าจริงๆแล้วล่ะ "

 

ชายทั้งสองที่ไม่รู้จักชื่อนั่งลงข้างๆเตียงของเธออย่างชิวๆ ต่างกันเด็กสาวที่ตอนนี้ไม่เข้าใจอะไรเลยสักอย่าง

 

" ..เอ่อ.. พวกคุณมาทำอะไร "

 

เซฟไฟร์ถามอย่างสับสน ไม่กลัวโดนจับกันรึไงนะ


 

ชายอีกคนที่สวมฮู้ดสีเหลืองมองมายังเธอแล้วตอบเหมือนไม่ใช่เรื่องใหญ่

 

" มาลักพาตัวเธอนี่ไง ยัยหนู "

 

==================

 

ไรท์ talk :

      อย่างแรกเลยนะคะ ขอโทษจริงๆที่ช่วงนี้ไม่ได้อัพเลย และอาจจะเป็นแบบนี้ไปจนถึงช่วงเดือนเมษา-พฤษภา เลยค่ะ ขอโทษจริงๆ ><; แต่สัญญาว่าจะไม่ขี้เกียจกับเรื่องนี้แน่ๆค่ะ ช่วงนี้ใกล้ปิดเทอมใหญ่แล้ว โปรเจคก็เลยใหญ่ตาม เลยจะขาดอัพนะคะ *ร้องไห้* ขอโทษจริงๆ ;-;

 

-TBC.

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 14 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

10 ความคิดเห็น