Three river of my friends สายธารรักของเราทั้งสาม(จบ)

ตอนที่ 4 : Ep.4 เค้าดีกับเรา

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 10
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1 ครั้ง
    2 ก.ย. 62

"เมลอน...ใช่ม้ะชื่อเมลอนสินะ?" เขาเข้ามาทักเธอ


"ใช่ นายไอดินสินะ"


"นั่งก่อนๆ เดี๋ยวเราให้คนมาเสิร์ฟน้ำที่ดีที่สุดของร้านเราให้" เขาเอ่ยพร้อมยักคิ้ว


รอยยิ้มที่ปรากฏบนใบหน้าเขาแบบนี้ แค่มองครู่เดียวก็รู้สึกเหมือนหัวใจจะเต้นรัวมากขึ้น


"มีอะไรรึป่าว? เหมือนมิวจะเคยบอกเราว่าเธอไม่ชอบที่ๆมีคนเยอะๆ"


"ไม่มีอะไร จะว่าไปดินเรียนมหาลัยคณะอะไรเหรอ?"


"อ้อ เราเรียนวิศวะอยู่มอเอเคอร์"


"เอเคอร์ มหาลัยที่ดังเกือบจะที่สุดในประเทศอะนะแสดงว่าต้องรู้จักอิงดาวสิ?"


"อิงดาว? ดาวคณะบริหารอะนะ รู้จักสิดังมากแต่ว่าตอนนี้เหมือนคบกับคนๆนึงอยู่"


"ใครอะ?!"


"ไม่แน่ใจแต่ไม่น่าจะคบหรอกมั้งแค่ข่าวลือก๊อสซิปของพวกขี้เผือก"


"เหรอ?"


"อ่าห้ะ แล้วเธออยากรู้ไปทำไมล่ะ?"


"เปล่าๆ ไม่มีอะไรหรอก แค่ดาวเป็นเพื่อนกันตอน ม.ปลายแค่น้้นเอง"


"แล้วนี่ตกลงเธอมีปัญหาอะไรรึปล่าวไม่ใช่ว่าเรื่ององค์หญิงของคณะบริหารหรอกนะ?"


"จะว่าไม่ก็ไม่ แต่จะว่าใช่ก็ใช่ คือฉันแค่สงสัยน่ะว่าคนที่ฉันเคยชอบเขาชอบดาวรึป่าว?"


"หืม?..." เขาเอียงหัวเล็กน้อย รอยยิ้มบางๆเจือนออกมาจากใบหน้าอันหล่อเหลา


.

.

.


"มิวนิค ยัยมิวนิค!" ฟิวเจอร์วิ่งตามมิวนิคไป เธอไม่ใช่เพียงได้ยินแต่ไม่หยุดกลับเร่งฝีเท้าให้เร็วขึ้น


"มิวนิค!"เขากระชากแขนมิวนิคจนทั้งสอบเผชิญหน้ากัน


"มีอะไร?"


"ฉันเรียกเธอตั้งนานเธอไม่ได้ยินเหรอ หรือว่าหูตึงหรือหูหนวกไปแล้ว?"


"นี่นาย!"


"ฉันแค่จะถามเธอว่าที่ดาวพูดมันคืออะไร? ข้อตกลงอะไร?"


"จะรู้ไปเพื่อ ก็แค่เรื่องไร้สาระของผู้หญิง นายเป็นผู้ชายไม่มีสิทธิ์ที่จะรู้ด้วยซ้ำ"


"ฉันอยากรู้ การที่คนอย่างดาวไม่พูดแล้วแม้แต่ฟ้าก็ยังไม่รู้มันมีอยู่เหตุผลเดียวนั่นคือเป็นสิ่งร้ายแรงมากถึงมากที่สุด"


"หึ! คิดงั้นจริงอะ?" ฟิวเจอร์เงียบไปครู่หนึ่งก่อนที่มิวนิคจะพูดอะไรเพิ่มขึ้น


"ฟิวเจอร์นายชอบเมลอน ในตอนแรกฉันก็คิดว่านายอะนะมีแฟนแล้วพยายามขัดขวาง แต่เสียใจด้วยตอนนี้คงสายไปแล้ว เมลอนเค้าคงอยู่กับไอดินผู้ชายคนใหม่ที่จะทำให้เขาชอบแทนที่นาย" รอยยิ้มชวนขนลุกที่ปรากฎบนใบหน้าหล่อนทำให้เขานึกกลัว


เขาไม่ทันพูดอะไรต่อก็รีบย่างก้าวไปที่รถ ดวงตาคู่สวยมองพระจันทร์ที่อยู่บนท้องฟ้าพรางคิดในใจถึงเหตุการณ์วันนั้น


คืนวันนั้น 


'ฮัลโหล?'


"คุณอิงดาวใช่มั้ย ฉันมิวนิคเพื่อนเมลอนค่ะคือฉันได้เบอร์มาจากฟิวเจอร์"


'ฟิว? มีอะไร?'


"คือฉันอยากถามว่าคุณกับฟิวเจอร์คบกันรึปล่าว?"


'ปล่าวไม่ได้คบ ไปฟังมาจากใคร..หึ! ไม่ต้องตอบฉันรู้ละเมลอนล่ะสิ ผู้หญิงคนนั้นชอบคิดเยอะคิดลึกมีปัญหาอะไรไม่เคยถาม สมแล้วล่ะที่จนป่านนี้ยังไม่มีแฟน'


"นี่คุณ! อย่ามาว่าเพื่อนฉันแบบนั้นนะ"


'เหรอ? ถ้างั้นสมมุติว่ามีเพื่อนรักของเธอสองคนที่ชอบกันอยากคบกันแต่ต่างฝ่ายต่างไม่บอกเป็นเธอจะหงุดหงิดม้ะ'


"..."


'ถ้าเป็นฉันฉันไม่อยากให้คบหรอก แต่พอดีว่าหัวใจก็เป็นของพวกเขาฉันไม่มีสิทธิ์ก้าวก่าย ถ้าไม่มีอะไรแล้วแค่นี้นะ'


"เดี๋ยว! คือ..."


"คือฉันเองก็ไม่อยากให้คบคุณอิงดาวเรามาทำข้อตกลงกันเถอะ ช่วยฉันขัดขวางไม่ให้พวกเขาคบกัน"


'...ฉันร่วมมือกับเธอไม่ได้หรอกเพราะมันคือการทรยศเพื่อน แต่ฉันว่าเรื่องแบบนี้แค่เธอคนเดียวก็พอมั้งถ้ายังไงฉันจะเก็บเป็นความลับให้ แค่นี้นะ'


ตี๊ด—


.

.

.


"จริงดิ?"


"ใช่"


"555" 


ภาพเบื้องหน้าเขาคือชายหญิงสองคนในสถานบันเทิงกำลังคุยเล่นกันอย่างสนุกสนาน มิรู้ว่าเพราะโกรธหรือแรงหึงทำให้ฟิวเจอร์มุ่งไปที่โต๊ะนั้น


"เมมึงไปกับกู" ฟิวเจอร์ดึงแขนหญิงสาวเอาไว้


"ไม่ต้อง เธออยู่นี่แหละ มึงตะหากที่ต้องออกไป!" ไอดินดึงเจ้าหล่อนกลับ


เธอได้แต่มองคนสองคนที่ต่างจับมือเธอไว้คนละข้างเมลอนไม่เคยเข้าใจเลยว่า ทำไมพวกเขาถึงต้องทำแบบนี้


"นี่มันที่สาธารณะอย่ามาใช้กำลังกับผู้หญิงแบบนี้" 


"ไอ่ไอดิน!"


"พอได้แล้วฟิวเจอร์ แกกลับไปก่อนเหอะ" เมลอนพูดพร้อมผลักอกเขาออกห่างตััวมือของเขาที่กุมหล่อนไว้ต้องผละออก ทั้งที่มือของไอดินยังคงจับมือหล่อนไว้แน่น


"เมลอน นี่มึงเลือกมันเหรอ?"


"ฉันไม่ได้เลือก! แต่สิ่งที่แกกำลังทำรบกวนคนอื่นถือว่าฉันขอให้เกียรติและเห็นแก่หน้าของคนที่อยู่ที่นี่ด้วย"


"..." เขาไม่มีอะไรจะพูดนอกจากการเดินออกมาจากตรงนั้น


ทันทีที่เข้าไปในรถ เขาก็เอาหน้าฟุบลงกับพวงมาลัย"อ๊ากกกก!!" เสียงกรีดร้องที่แสดงทั้งความแค้นและความเจ็บปวดนั้นเห็นจะไม่สามารถดังไปถึงคนที่เขารักได้


เมลอนทรุดตัวลงที่เก้าอี้มือบางกำแน่น น้ำตาเริ่มไหลรินใบหน้าเนียนคล้ายแปดเปื้อนไปด้วยคราบน้ำตา


"เมลอน..." ไอดินเงียบไปครู่หนึ่ง


ในใจของเขาเริ่มสงสารผู้หญิงที่อยู่ตรงหน้าเธอทั้งสวยทั้งน่ารักนิสัยหวานๆแต่ก็เรียบร้อยและดูมีเสน่ห์บางทีในตอนนี้เขาอาจจะชอบเธอแล้วก็ได้ เขาไม่เหมือนกับไอ่เวรนั่นที่ชอบก็คือชอบไม่มีการหลอกตัวเอง


"ไปนั่งรถเล่นกันมั้ย?" 


"?" เธอเงยหน้าออกมาอย่างอดสงสัยไม่ได้ ก่อนที่เขาจะเอาทิชชูมาเช็ดน้ำตาให้กับเธอ


ช่วงเวลานั้นเมลอนได้ลืมฟิวเจอร์ไปหมดแล้วบางทีในหัวใจของเธออาจจะเหลือแค่ผู้ชายคนนี้ที่ชื่อไอดินก็ได้?


"เราพาไป...เจ๊วันนี้ผมลานะไม่เอาค่าแรง" เขาตะโกนออกไปก่อนจับมือและพาเธอออกจากร้าน


ไอดินพาเมลอนมาหยุดอยู่ที่หน้ามอเตอร์ไซค์สีดำคันหนึ่งก่อนจะหยิบหมวกกันน็อคออกมาและจะสวมให้เธอ


"ไม่เป็นไรค่ะ ฉันสวมเองได้" เธอพูด


"ไม่เป็นไร เราอยากใส่ให้" 


"ขอโทษนะ เป็นเพราะฉันนายเลยต้องออกมา"


"พูดอะไรน่ะ?" เขาแค่นหัวเราะก่อนขึ้นไปบนมอเตอร์ไซค์


"ขึ้นมาสิ.." ไอดินพูดก่อนตบที่เบาะหลัง เมลอนจึงค่อยๆขึ้นไปในทีแรกเธอจับที่ไหล่ของเขา แต่เขาค่อยๆย้ายมือเธอมาจับที่เอว


"จับแบบนี้จะได้ไม่ตก" รอยยิ้มที่อ่อนโยนแบบนั้นบางทีนี่อาจจะเป็นสิ่งที่เธอโหยหามากกว่าใบหน้าเย็นชาก็ได้


.

.

.


พวกเขาขี่รถมาจนมาถึงที่สะพานแห่งหนึ่งค่ำคืนมืดมิดค่อยๆผ่านไปพร้อมกับ วิวอันงดงามในยามค่ำคืน


"ตอนนี้เรารู้แล้วล่ะว่าสิ่งกังวลใจของเธอคืออะไร คือผู้ชายคนนั้นสินะ?"


"เค้าชื่อฟิวเจอร์ เป็นเพื่อนสมัยม.ปลาย ฉันแอบชอบเขามานานแล้วล่ะแต่เพราฉันในทีแรกคิดว่าเขาคบกับเพื่อนของฉันฉันเลยตัดใจ แต่ว่าเมื่อไม่นานมานี้ฉันได้รู้ว่าเขาไม่ได้คบกับเพื่อนของฉันพอรู้แบบนั้นตอนแรกก็ไม่ได้รู้สึกอะไรพอเขาเริ่มตื้อเข้าเลยหวั่นไหว"


"เพื่อนคนนั้น คืออิงดาวใช่มั้ย?"


"ใช่" เธอพยักหน้าช้าๆ น้ำตาเริ่มไหบออกมาจากดวงตา ในเวลานี้ไม่อยากจะร้องไห้แต่น้ำตากลับไหลออกมาซะอย่างนั้นเมลอนคิด


ไอดินค่อยๆจับที่ไหล่ของเธอ รอยยิ้มที่แสนอ่อนโยนพร้อมๆกับมืออันอบอุ่นที่คอยเช็ดน้ำตาให้ 


"ไม่เป็นไรหรอก ทำตามที่ใจของเธอคิดวันนึงเธอจะรู้เองว่าอะไรก็ความรักอะไรคือความชอบ"


"หมายความว่ายังไง?" เขาไม่ตอบคำถามนั้นได้แต่ยิ้มโดยไร้เสียงตอบ เมลอนไม่รู้เลยว่าสิ่งที่ในใจไอดินหวังแม้โอกาสจะน้อยนิดแต่เขาอยากลองดู ว่าหากใกล้ชิดต่อไปแบบนี้เขาจะรักเธอมั้ยและเธอเองจะรักเขารึปล่าว?


"นายดีกับฉันมากเลย" เมลอนยิ้ม


.

.

.


"มิวนิคฉันว่าฉันชอบเมลอนแล้วว่ะ" ไอดินพูดกับมิวนิคขณะกินไอศกรีม


"จริงดิ? งั้นแกจีบเมลอนให้เราได้แล้วใช่ป่ะ?"


"ฉันบอกแค่ชอบ แต่ไม่ได้รับประกันว่าจะจีบติดสักหน่อย มาดูดีๆนะ เมลอนเหมือนไม่ได้ชอบฟิวเจอร์มากมันแค่ความรู้สึกติดค้างในอดีต แค่ฟิวเจอร์นี่สิ..."


"แกจะบอกว่าฉันหมดหวังงั้นสิ?"


"ก็ไม่ได้อะไร สมมุติว่าเรานกคู่เรามาคู่กันเลยดีม้ะ?"


"อีดิน มึงบ้าป้ะเนี่ย!"


"เห้ย! แค่ล้อเล่นแต่ว่าเรารู้ละแค่นิดเดียวถ้าฟิวเจอร์พยายามอีกนิดเมลอนได้กลับไปชอบฟิวเจอร์แน่"


"ฉันไม่มีวันยอม"


"ถึงตอนนั้นก็ต้องปล่อยไปป่าววะ?"


"ไม่รู้แหละ ถ้าแกทำไม่สำเร็จฉันจะโกรธแก"


"มิว..." มิวนิคไปฟังคำพูดเธอรีบเดินออกจากร้านทันที โดยที่ทิ้งให้ไอดินนั่งกินและจ่ายตังเอง


เขาฟังเพลงที่ทางร้านเปิด


เพื่อนคนนึงแอบรักเธอ เก็บงำความลับนั้นอยู่ภายใน

ก็ไม่เคยเปิดเผยไป ด้วยกลัวจะเสียใจและเสียเธอ

ปิดบังอยู่ตั้งนาน แหละมันอัดอั้นใจ

ยิ่งเราใกล้ชิดกัน ยิ่งหวั่นไหว

เธอสบตา กลับหลบตาเธออยู่เรื่อยไป

ห่างแค่เพียงเอื้อมมือ แต่มันก็แสนไกล

ยิ่งเธอเป็นเหมือนเพื่อนสนิท ยิ่งไม่มีสิทธิ์จะบอกไป (ว่ารักเธอ)

หากเป็นใครไม่ใช่เธอ สักวันอาจให้รู้อาจบอกไป

แต่เป็นเธอที่คุ้นเคย ก็เลยต้องยับยั้งคอยชั่งใจ

ปิดบังอยู่ตั้งนาน แหละมันอัดอั้นใจ

ยิ่งเราใกล้ชิดกัน ยิ่งหวั่นไหว

เธอสบตา กลับหลบตาเธออยู่เรื่อยไป

ห่างแค่เพียงเอื้อมมือ แต่มันก็แสนไกล

ยิ่งเธอเป็นเหมือนเพื่อนสนิท ยิ่งไม่มีสิทธิ์จะบอกไป (ว่ารักเธอ)

ห่างแค่เพียงเอื้อมมือ แต่มันก็แสนไกล

ยิ่งเธอเป็นเหมือนเพื่อนสนิท ยิ่งไม่มีสิทธิ์จะบอกไป (ว่ารักเธอ)

ห่างแค่เพียงเอื้อมมือ แต่มันก็แสนไกล

ยิ่งเธอเป็นเหมือนเพื่อนสนิท ยิ่งไม่มีสิทธิ์จะบอกไป (ว่ารักเธอ)

ห่างแค่เพียงเอื้อมมือ แต่มันก็แสนไกล

ยิ่งเธอเป็นเหมือนเพื่อนสนิท ยิ่งไม่มีสิทธิ์จะบอกไป (ว่ารักเธอ)

...อ้างอิง https://www.siamzone.com/music/thailyric/6392


ตอนนี้เขาเริ่มไม่แน่ใจแล้ว ว่าความรู้สึกที่ผ่านมามันคืออะไร เพลงนี้คล้ายตรงกับชีวิตเขา บางทีในตอนที่ไม่รู้ตัวเจาอาจจะชอบเพื่อนสนิทอย่างมิวนิคไปแล้วก็ได้


.

.

.


หลายปีก่อน


"เราชื่อมิวนิคยินดีที่ได้รู้จัก"


"อื้ม เราไอดิน" 


พวกเขาทั้งคู่จับมือกันคล้ายเป็นสัญญาณ ในวันนี้พวกเขาเป็นเพื่อนกัน แต่ในวันหน้าบางทีอาจไม่เป็นแบบนั้น


.

.

.


เพราะแบบนั้นบางทีเขาอาจจะรู้สึกพิเศษกับมิวนิคตั้งแต่ตอนนั้นแต่ก็ไม่ได้พัฒนาความสัมพันธ์ต่อจนกระทั่งวันนี้ก็ยังคงเป็นเพื่อนกัน


'เพราะแบบนั้นตอนมิวขอให้ช่วยเลยปฏิเสธแต่ตอนนี้ทำไมผู้หญิงจืดชืดอย่างเมลอนถึงเข้ามาเติมเต็มหัวใจของเราได้นะ?'


ความคิดแบบนั้นดังอยู่เสมอแม้กระทั่งออกจากร้านแล้ว จนกระทั่วไปพบกับร้านขายเครื่องประดับหนึ่งเข้า


"ขอโทษนะครับอันนี้เท่าไหร่?"


"299บาทค่ะ "


"เอาอันนี้ครับ" เขาตัดสินใจซื้อสร้อยคอห่วงสีเงินที่คล้ายแหวน แม้ว่าตอนนี้เขาจะยังไม่รู้จะให้ใครแต่ในอนาคตเขาจะต้องหาคำตอบให้ได้

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

0 ความคิดเห็น