Three river of my friends สายธารรักของเราทั้งสาม(จบ)

ตอนที่ 3 : Ep.3 คนเดินกลับมาในชีวิต

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 16
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1 ครั้ง
    31 ส.ค. 62

ผู้หญิงสวมเสื้อเชิร์ตสีขาวกางเกงยีนส์สีดำ หมวกแก๊ปสีขาว ยืนกดโทรศัพท์ราวกับรอใครบางคนอยู่


"นี่ผลประกวดดาวเดือนคณะออกแล้วนะ" มิวนิครีบวิ่งมาพูดด้วยความตื่นเต้น


"เสียดายที่แกไม่ลงประกวดไม่งั้นนะแกได้ชัวร์ๆเมลอน" 


"ไม่หรอก แล้วคณะเราใครได้" 


"เพลงน่ะสิ เรียนเอกฝรั่งเศษ"


"รู้จักๆ เพลงสวยนะได้ก็ไม่แปลก"


"แต่แกสวยกว่าตั้งเยอะ" มิวนิคมองค้อนเหมือนหงุดหงิดใจที่เมลอนไม่ยอมลงประกวดตามคำตื้อของเธอ


"แล้วใครได้เดือนเภสัช?" เมลอนถาม


"อ้อ ชื่อฟิวเจอร์น่ะ..." มิวนิคหยุดพูดเหมือนหยุดคิดอะไรไปครู่หนึ่ง


"..ฟิวเจอร์นี่คนที่แกชอบตอนมอปลายใช่ป่ะ?" 


"อืม เค้าได้เป็นเดือนแล้วก็คงโชคดีของเขานั่นแหละนะ" เมลอนพยักหน้า แม้ตอนนี้จะแทบไม่เหลือควมมชอบแล้วแต่บางครั้งเวลาคิดถึงเขาใจเธอมันก็หวิวๆ


"งัันเดี๋ยวฉันไปคุยกับพวกลีดหน่อยนะแกก็กลับก่อนเลยก็ได้" เมลอนพยักหน้ารับ


เธอเดินไปตามทางเดินของมหาลัย สายตาก็ไปโฟกัสที่ป้ายกระกวดดาวเดือนถ้าหากวันนั้นเราสมัครคงมีโอกาสได้เจอฟิวเจอร์บ่อยๆระหว่างการประกวด เป็นทั้งโชคดีและโชคร้ายที่เธอไม่ได้ลงประกวด


"ว้าย!" ระหว่างที่กำลังเดินอยู่นั้น ข้อเท้าของเธอก็เผลอพลิกจนล้มลงกับพื้น


"ทำไงดีเนี่ย" เธอพูดพร้อมๆกับจับข้อเท้าเพื่อดูว่าเจ็บแค่ไหน 


"เดี๋ยวเราดูให้" เสียงเรียบๆดังขึ้นจากด้านหลัง พร้อมๆกับมือหนาที่สัมผัสข้อเท้าของเธอ


"ฟิวเจอร์?"


เขาค่อยๆพยุงเธอขึ้นไปนั่งบนเก้าอี้ถอดรองเท้าออกจากอย่างช้าๆพร้อมกับนวดข้อเท้าเธอจนบรรเทา


"บ้านเธออยู่ไหนเดี๋ยวเราไปส่ง" 


"เรา...เราอยู่หออะเดี๋ยวเราเดินไปเอง" เธอรีบชักเท้ากลับ


"ไม่ต้องข้อเท้าระบมขนาดนี้เดี๋ยวกูไปส่ง" เขาที่เริ่มหงุดหงิดจัดการอุ้มเธอขึ้น


"ฟิวเจอร์ปล่อย" เมลอนดิ้นจากอ้อมแขนของเขาแต่ผู้ที่ถูกด่าล้วนไม่รู้สึกพร้อมๆกับที่จับหล่่อนโยนลงในรถ


"เห้ย!"


พวกเขาทั้งคู่ไม่รู้เลยว่าภาพเหตุการณ์นั้นมีคนแอบถ่ายรูปไว้แล้ว


.

.

.


"ทำแบบนี้ทำไมฟิวเจอร์?"


"ก็แค่เป็นห่วง เท้าเจ็บขนาดนี้ไกลก็ไกลขืนเดินมาคงเข้าโรงบาลแน่"


"เป็นห่วง? คำๆนี้อย่าใช้พร่ำเพรื่อนะ!" เธอตะคอกก่อนจะเดินขากะเผกออกจากรถไป


เขาลงรถไปตามแต่ไม่ได้เข้าไปคุยด้วย 


'ให้ตายสิผู้หญิงนี่มันเข้าใจยากจริงๆ'


'เป็นห่วงคำๆนี้อย่าใช้กับคนที่ไม่ได้คิดอะไรด้วย ฟิวเจอร์ไปใช้คำนี้กับดาวเหอะ'


"เมแกเป็นไรอะ?" มิวนิคที่บังเอิญลงมาเห็นเหตุการณ์นี้เข้า แต่เมลอนไม่ไดตอบคำถามของเธอ


เธอเลยเดินไปเผชิญหน้ากับฟิวเจอร์


"นี่นาย! เลิกยุ่งกับเพื่อนฉันได้ละไม่เห็นเหรอว่าเพื่อนฉันไม่ชอบนายอะ"


"เธอเป็นใคร?"


"ฉันชื่อมิวนิคเป็นเพื่อนเมลอน ฉันรู้จักนายเดือนคณะเภสัชมาป้วนเปี้ยนทำำไมแถวนี้ฮะ!"


"นี่ เป็นอะไรเป็นเมนส์เหรอหรือว่าโดนบอกเลิกทำตัวเป็นช้างตกมัน?"


"นี่นาย!"


กริ๊ง~


"ฮัลโหลดาว?" 


"เห็นม้ะ นายนี่มุนเจ้าชู้ที่สุด!" เสียงแหลมๆดังด่า พร้อมๆกับที่ถอดกระเป๋าถือจับฟาดใส่ฟิวเจอร์


"เห้ย! พอ"


'ฮัลโหล..ฮัลโหล?'


"ชู่! ดาวกูมีเรื่องจะบอก กูได้มาส่งเมลอนด้วยแต่มันเป็นเรื่องที่โคตรบังเอิญสุดๆว่ะ ไม่อยากจะคุย"


'จ่ะๆ ทำให้สำเร็จละกันนะ ใครบอกจะมีแฟนก่อนใครบางคน?'


"เออๆ กูเอง แค่นี้นะกูติดธุระ"


'เออ'


ตี๊ด—


"ตะกี้นี่แฟนนายเหรอ?"


"จะบ้าเหรอ? เพื่อน"


"เป็นไปไม่ได้อะ นายมีแฟนแล้วมาจงใจจะจีบเพื่อนฉันตะหาก"


"จะล้าเหรอ! ฟังไว้เลยนะยัยมิวอะไรไม่รู้ฉันยังไม่มีแฟนแล้วที่คุยตะกี้ก็เพื่อนสนิทฉันถ้าไม่เชื่อะอาเบอร์มันให้เลยเอามั้ย?!"


"เออ! เอา!" มิวนิคตะคอกพร้อมๆกับยื่นโทรศัพท์ให้ฟิวเจอร์


เขาเปิดมือถือตัวเองแล้วพิมเบอร์ของอิงดาวและเจ้าตัวลงไป


"ฉันจะเอาแค่เบอร์ผู้หญิงคนนั้นไม่ใช่เอาเบอร์นาย"


"จะได้รู้ไงว่ายัยป้าเพี้ยนโดนแฟนทิ้ง มันจะแน่สักแค่ไหน?"


"ชิ!" มิวนิคสะบัดผมก่อนเดินกลับคอนโดไป


.

.

.


หลังจากที่กล้าโทรไปคุยกับอิงดาวทำให้หล่อนได้รู้ว่าตั้งแต่แรกสองคนนั้นเป็นแค่เพื่อนกันทำให้เธอรู้สึกผิดเล็กๆอยู่ในใจ


"ยิ่งคิดถึงทำไมเหมือนหัวใจมันจะสั่นล่ะ?" เธอพูดกับตัวเอง หรือที่ทะเลาะกันจะทำให้มิวนิคเผลอใจให้ฟิวเจอร์แล้ว


ผู้ชายที่ทั้งหล่อและมีเสน่ห์ ถ้าฟิวเจอร์ชอบเมลอนจริงๆเธอจะหมดโอกาส 


ดวงตากลมจ้องไปที่เมลอนซึ่งนอนหลับอยู่


"ขอโทษนะเมลอน แต่ฉันว่าแกควรจะหาผู้ชายใหม่ดีกว่านะ" เธอพูดพร้อมๆกับนึกถึงคนๆนึง คนที่พอจะทำให้เมลอนที่ปักใจกับฟิวเจอร์หวั่นไหวได้

ติ้ง!


ระหว่างที่กำลังครุ่นคิดอะไรอยู่นั้น ข้อความหนึ่งก็เด้งขึ้นมา


"ไอดิน..." เธอพูดเสียงแผ่ว 'จริงสิไอดินทำไมเราถึงคิดไม่ถึงกันนะ'


.

.

.


กริ๊ง~


เมลอนเอื้อมมือไปรับโทรศัพท์ ปรากฏชื่อของดาว ทำให้หล่อนลังเลว่าควรรับดีมั้ยแต่ในที่สุดก็ตัดสินใจกดรับไป


'ฮัลโหล'


"ดาว..."


'เดี๋ยวนี้เราไม่ค่อยคุยกันเลยเนอะ พรุ่งนี้แกว่างป่ะมาที่ร้านไอติมแถวสยามดิ พาเพื่อนแกที่ชื่อมิวมาด้วยนะ'


"มิวนิคอะนะ?"


'เยส จะรอนะต้องมาให้ได้ล่ะ'


ตี๊ด—


คำพูดก่อนจะตัดสายทำให้เมลอนเริ่มติดค้างในใจหล่อนควรไแดีมั้ยหรือไม่ควรไปแต่เราก็ควรที่จะพบและเรียนรู้ ดาวไม่ได้ทำอะไรผิดถ้าไปพบก็ไม่เกิดอะไรขึ้นอยู่ดี


"มิวนิคพรุ่งนี้ไปสยามเป็นเพื่อนเราหน่อยนะ"


"ทำไมฉันต้องไปอะ"


"เราจะพาไปพบเพื่อนเก่า" เมลอนยิ้มจางๆให้มิวนิคโดยไม่รู้ว่าในวันพรุ่งนี้จะเจอใครหรืออะไร


.

.

.


"ฮาย~เมลอน" ผู้หญิงหน้าแบ๊วทักทายก่อนคนแรก สำหรับเมลอนแค่ดูวิธีการพูดก็รู้ได้เลยว่าใครเป็นใครสำหรับสองฝาแฝดอย่างอิงดาวและอิงฟ้า


"ฟ้า ดาว" เมลอนกล่าวเป็นเชิงทักทาย แล้วนั่งตรงที่ว่างพร้อมกับมิวนิค


"หวัดดีเรามิวนิคนะ"


"ยินดีที่ได้รู้จัก" อิงฟ้าที่ดูกระตือรือร้นยื่นมือออกไปจับมือมิวนิค


"เดี๋ยวรอก่อนนะมีเซอร์ไพรส์พิเศษมา" ดาวพูดแล้วยักคิ้ว เธอเปิดโทรศัพท์แล้วเลื่อนหาอะไรบางอย่างพร้อมๆกับที่ยื่นให้เมลอนดู 


"แก ชอบฟิวเจอร์ใช่ป่ะ?" เธอถาม


"เอ่อ..." หล่อนอ้ำอึ้งแล้วเผลอรับมือถือของดาวไปดูมันเป็นอินสตาแกรมของฟิวเจอร์


กริ๊ง~


"กรี๊ด!" เสียงโทรศัพท์ดังขึ้นหล่อนตกใจจนเผลอกดตัดสายทิ้ง


"ใครอะ!?" ดาวพูดอย่างตกใจพร้อมเร่งรุดกดโทรกลับทันที


'ดาว...'


"ซันตะกี้ฉันไม่ได้ตัดนะ แต่ตอนนี้ฉันคุยธุระอยู่ค่อยคุยกัน"


ตี๊ด—


"ใคร?" เมลอนถาม


"อ้อ เพื่อนที่มหาลัย" ดาวตอบ


"แค่เพื่อนแน่เรอะ ได้ข่าวว่าตามจีบพี่อยู่นี่"


"ฟ้าหุบปาก!"


"ตามจีบ? แกไม่ได้คบอยู่กับฟิวเจอร์เหรอ?" รอยยิ้มเจื่อนๆปรากฏอยู่บนหน้าตนที่ถูกถาม


สำหรับหล่อนแล้วอยากจะหัวเราะให้กับความโง่และหัวช้าของผู้หญิงแบบเมลอน นี่ถ้าเธอเป็นผู้ชายผู้หญิงแบบเมลอนจะเป็นช้อยส์แรกที่เธอตัดทิ้งแน่นอน


"เมคือ.." มิวนิคคล้ายจะพูดอะไรแต่ก็ถูกดักไว้ก่อนด้วยภาพของผู้ชายหน้าตาดีที่เดินมาจากทางข้างหลัง


"ฟิวเจอร์?" 


"ว่าไงดาว ฟ้าไม่ได้เจอกันชาตินึงได้"


"แค่ยัยฟ้าคนเดียวนะ ฉันเจอแกบ่อยมากจ่ะ" อิงดาวเอ่ยอย่างประชดพร้อมๆกับที่ฟิวเจอร์นั่งลง


"งั้นขอแนะนำให้กับมิวนิคเพื่อนเมลอนดีกว่า นี่น้องสาวฉันชื่ออิงฟ้า และนี่เพื่อนสนิทฟิวเจอร์ หวังว่าคุณมิวนิคจะจำได้ และไม่ลืมเรื่องที่เราเคยคุยกัน"


"..." มิวนิคได้แต่เงียบราวกับมีเรื่องปกปิดในใจ สำหรับหล่อนผู้หญิงคนนี้น่ากล้วและฉลาดมาก หากไม่มีข้อตกลงคงโดนเก็บต้งแต่ที่พูดประโยคแรกแล้ว


"เพราะฉะนั้นนะเมลอน เรากับฟิวไม่ได้คบกันและยิ่งไม่ได้เป็นอะไรกันด้วย เครนะจ้ะ"


เมลอนได้แต่พยักหน้านิ่งๆ พยายามไม่แสดงท่าทีอะไรออกไปให้มากที่สุด แต่ไม่รู้ทำไมนะความรู้สึกดีใจมันกลับน้อยกว่าที่คิดมาก


.

.

.


เมลอนบังเอิญ เดินไปตามทางเดินที่ค่อนข้างมืดเธอรู้สึกสับสนในชีวิต อยากจะกลับไปแอบชอบฟิวเจอร์เหมือนเดิมหรือตัดใจทิ้งไปเลยจะดีกว่า


ระหว่างทางที่กำลังเดินอยู่ไม่รู้โชคชะตาหรือฟ้ากลั่นแกล้ง ให้สายน้ำอาจไหลย้อนกลับไม่สิบางทีอาจเป็นสายน้ำที่ไหลกรรโชกกว่าเดิมก็เป็นได้


ในคืนที่เราจ้องมองตาสบกัน เหมือนฉันนั้นรู้สึก

ส่วนลึกข้างในหัวใจของฉันมันเปลี่ยนไป ไม่เป็นดั่งเช่นเคย

เธอยืนอยู่ตรงนั้น ไม่ไกลจากฉันเท่าไร

แต่ใจกลับไกลเหมือนเราไม่เคยใกล้กัน

กลางงานเต้นรำในคืนจันทร์เต็มดวง ผู้คนรายล้อมเรา

ตราบนั้นราตรีกาลยังคงงันเงียบเหงา ไม่เป็นดั่งเช่นเคย

ฉันยืนอยู่ตรงนี้ แม้มีผู้คนรายล้อมนับพัน

ช่างมันเพราะฉันไม่คิดมองใครอื่นเลย

ในคืนแสงจันทร์ส่อง ระยิบตา

ดวงดารา ดั่งดวงตานางฟ้าจ้องมอง

เป็นพยานในยามราตรีบรรเลงขับขาน

เพลงรักเพื่อเรา ฉันขอมือเธอเต้นรำกับฉันคืนนี้

แม้ช่วงชีวิตของฉันที่มีจะเป็นอย่างไรก็ตาม

แต่ฉันรอเพื่อพบเธอ

แม้ช่วงเวลาที่เหลือของฉันจะมีเท่าไรก็ตาม

แต่ฉันจะอยู่เพื่อรัก เพื่อบอกว่ารัก เพียงแต่เธอ

ในคืนแสงจันทร์ส่อง ระยิบตา

ดวงดารา ดั่งดวงตานางฟ้าจ้องมอง

เป็นพยานในยามราตรีบรรเลงขับขาน

เพลงรักเพื่อเรา ฉันขอมือเธอ

(ฉันขอมือเธอ)เต้นรำกับฉันคืนนี้

เพราะฉันรักเธอ หมดใจของฉัน ที่มี


เสียงเพลงที่คุ้นเคยเริ่มบรรเลงขึ้นอีกครา พอรู้ตัวอีกทีเบื้องหน้าเธอก็คือเขา นักร้องหนุ่มเจ้าเสน่ห์ บางทีอาจจะมีอยู่ก็ได้คนที่ทำให้จิตใจเธอเริ่มหวั่นไหวแทนที่ฟิวเจอร์

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

0 ความคิดเห็น