[นิยายแปล]เกิดใหม่เป็นนางร้ายในโอโตเมะเกมกับความสัมพันธ์ระหว่างผู้ติดตามและเหล่าหนุ่มสุดยันเดเระ!!!

ตอนที่ 5 : Ch 5 | ผู้เป็นนายได้ตระหนักถึงความโหดร้ายของความเป็นจริงแล้วล่ะค่ะ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 920
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 115 ครั้ง
    12 พ.ค. 63

Chapters 5 | ผู้เป็นนายได้ตระหนักถึงความโหดร้ายของความเป็นจริงแล้วล่ะค่ะ

 

มันเป็นช่วงฤดูร้อนที่ฉันอายุได้ 13 ปี และท่านแม่ก็เสียชีวิต แม้ว่าจะไม่มีใครบอกฉันแต่ท่านก็ป่วยหนักเป็นเวลานานแล้วนี่เนอะ

ฉันกับแอชลีย์เจอท่านเป็นคู่แรก เราเลือกช่อดอกไม้แล้วไปที่ห้องของท่านเพื่อมอบมัน เราเห็นว่าท่านนอนหลับอยู่บนเตียงตามปกติ พอเราเดินเข้าไปใกล้ท่าน ท่านก็ยังไม่ลืมตาตื่น ฉันเลยคิดว่าเธอคงนอนหลับสนิท แต่แล้วแอชลีย์กลับยื่นมือมาบดบังสายตาของฉัน แล้วก็พูดว่า “ออกไปข้างนอกกันเถอะครับ” ก่อนที่เขาจะพาฉันออกจากห้อง

 

พอเราออกมาแล้วแอชลีย์ก็เรียกเมดที่เดินผ่านมา และฉันก็ได้ยินเสียงกระซิบของเขา “คุณผู้หญิง ท่าน....” ในหูของเมด เมื่อเขาพูดจบก็เดินกลับมาหาฉันและสวมกอดฉัน

‘เรายังไม่ให้ดอกไม้ท่านเลยนะแอชลีย์ เราปลูกพวกมันเพื่อท่านใช่ไหม?’ นั่นคือสิ่งที่ฉันอยากจะพูด แต่ฉันก็พูดไม่ออก ขณะที่แอชลีย์จับฉันไว้ด้วยสีหน้าที่เจ็บปวด

พิธีฝังศพก็จัดขึ้นหลังจากนั้นทันที ท่านพ่อออกไปแล้ว ท่านจะต้องรู้ว่าท่านแม่จะต้องตายในไม่ช้า เพราะงั้นท่านจึงเตรียมงานศพไว้ล่วงหน้า และพยายามทำใจยอมรับในเรื่องนี้แล้วเช่นกัน แต่ไม่ว่าจะเตรียมใจไว้แล้ว แต่ยังไงก็ไม่มีอะไรที่สามารถบรรเทาความเศร้าโศกที่ตามมาได้

ท่านพ่อยืนต่อหน้าโลงศพของท่านแม่ที่นอนยิ้มอยู่ในโลงศพ ท่านพ่อจับที่ตัวฉันและร้องไห้เหมือนกับเด็ก ‘อย่างน้อยในวันนี้ ฉันอยากให้ท่านพ่อร้องไห้ออกมา’ ฉันคิด และตัดสินใจว่าจะไม่ร้องไห้ออกมาต่อหน้าของท่าน

เมื่อถึงเวลาที่เด็กๆ สมควรเข้านอน ฉันกับแอชลีย์ก็ถูกส่งกลับมายังคฤหาสน์

 

“ท่านเซชิลครับ...” แอชย์ลีเรียกฉันอย่างลังเล ขณะที่ฉันเข้าไปพักในห้องหลังจากนั้น

 

“แอชลีย์ เราจะทำยังไงดี? วันนี้เรายังไม่ได้รดน้ำดอกไม้ที่สวนเลยนะ”

 

“คุณหนู.....” แอชลีย์เอ่ยและกอดฉันแน่นพลางปลอบประโลมฉัน น้ำตาเม็ดใหญ่หยดออกมาจากดวงตาของเขาทีละหยด แม้กระทั่งตอนที่ยังร้องไห้ใบหน้าของเขายังคงหล่อเหลา

 

“เจ้าร้องไห้เพราะเห็นแก่ท่านแม่เหรอ?”

 

“คุณผู้หญิงเป็นคนที่วิเศษมากครับ ทั้งใจดีและมีความเห็นอกเห็นใจผู้อื่น และคุณหนูก็ชอบท่านมาก ท่านเป็นคนที่คุณหนูรักและไม่มีใครสามารถแทนที่ท่านได้สินะครับ?” แอชลีย์ดึงฉันเข้าไปในอ้อมแขนของเขา

 

“เพราะงั้นได้โปรดอย่าเก็บมันไว้เลยนะครับ ท่านสามารถร้องไห้ออกมาได้นะครับ ข้าจะให้ท่านซบไหล่ของข้า ถึงอย่างนั้นอย่าพยายามแบกความเจ็บปวดพวกนั้นไว้ตัวคนเดียวเลยนะครับ”

 

จนป่านนี้แล้วฉันร้องไห้ต่อหน้าเด็กคนนี้ไปกี่ครั้งกันนะ? ทั้งๆ ที่ฉันอายุมากกว่าแท้ๆ

 

“ไม่ยุติธรรมเลยแอชลีย์....เจ้าไม่ควรทำเหมือนกับข้าเป็นเด็กแบบนี้นะ ข้าอายุ 13แล้วนะรู้ไหม?”

“ไม่ว่าท่านจะอายุเท่าไหร่ ท่านก็ควรร้องไห้ออกมาเมื่อท่านเศร้านะครับ”

 

คืองี้นะแอชลีย์ ฉันรู้ ฉันรู้ว่าท่านแม่จะต้องตาย แอชลีย์ได้บอกไว้ในเกมแล้ว ท่านพ่อ ท่านแม่ของฉันก็ใจดีกับเขามาก แต่พอเขาอายุ 12 ท่านแม่ก็เสียและเขาก็ทำใจไม่ได้ แต่ฉันก็พยายามที่จะลืมทุกสิ่งทุกอย่างฉันพยายามบอกกับตัวเองว่า ไม่มีอะไรที่ตายตัวเพื่อให้ท่านมีชีวิตอยู่ ตั้งแต่ที่แอชลีย์และฉันเริ่มแตกหักตามบทของเกม ฉันบอกกับตัวเองว่าท่านแม่ก็เหมือนกัน ท่านสามารถมีโชคชะตาที่ต่างไปได้เหมือนกัน

แต่สุดท้ายแล้วมันไม่ง่ายเลย

 

“สิ่งที่ข้าทำได้คือร้องไห้ต่อหน้าเจ้า”

“พอคุณหนูพึ่งพาข้า นั่นทำให้ข้ามีความสุขครับ”

 

นี่เป็นครั้งแรกของฉันที่มีคนใกล้ตัวเสียชีวิต นี่เป็นครั้งแรกที่ฉันได้สัมผัสกับความโหดร้ายของโลกใบนี้ ฉันเองก็ต้องตายเหมือนกันเมื่ออายุ 17 ดังนั้นฉันคิดว่าพ่อกับแม่และเพื่อนๆ ของฉันคงกลัวเหมือนกันเมื่อมันเกิดขึ้นกับฉัน แต่ฉันก็ไม่คิดถึงเรื่องนั้นมากนัก

ยังไงก็เถอะฉันคิดว่าชีวิตในชาติก่อนนั่นเป็นชีวิตของคนอื่น ฉันแค่มีความทรงจำของคนอื่น มันเหมือนกับว่าฉันอ่านเรื่องราวเกี่ยวกับวิถีชีวิตและความรู้สึกนึกคิดของพวกเขาจากหนังสือ และตอนนี้ฉันก็คือ เซชิล ออลดินตัน ไม่ใช่เธอคนนั้นอีกต่อไปแล้ว อย่างเช่น ถ้า’ ยัยนั่น’ ตาย ชีวิตที่ผ่านมาของเธอก็ไม่ใช่’ ยัยนี่’ (เซชิล) เพราะงั้นฉันเลยรู้สึกเหมือนว่าฉันแทบไม่มีอะไรเกี่ยวข้องกับเธอเลย นั่นเป็นเหตุผลว่าทำไมนี่จึงเป็นครั้งแรกที่ฉันได้ลิ้มลองมัน ความกลัวที่จะสูญเสียใครสักคน

แต่แอชลีย์ก็ต้องฝืนแบบรับความเศร้าโศกนี่ตอนเขาอายุเพียงหกปี พอลองนึกภาพหัวใจของฉันก็ถูกบีบรัดอย่างเจ็บปวดภายในอก

 

“แอชลีย์...ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น ได้โปรดอย่าทิ้งข้า.....”

 

แม้ว่าช่วงเวลานั้นจะมาถึง เวลาที่เธอจะต้องจากฉันไป อย่าไปไหนเลยนะ อย่าไปที่ที่ฉันไม่สามารถพบเธอได้อีกแล้ว

 

“แน่นอนครับ....ข้าจะอยู่เคยข้างท่าน ตลอดไป......”

 

ขณะที่ฉันกำลังคิดถึงท่านแม่มากโดยไม่รู้ตัวในที่สุดฉันก็ผล็อยหลับไป เมื่อฉันลืมตาขึ้นอีกครั้ง ฉันก็นอนอยู่บนเตียงในห้องของตัวเองและแอชลีย์กำลังนั่งอยู่บนเก้าอี้และกุมมือของฉันไว้ ดวงอาทิตย์ในยามเช้าสาดส่องไปที่ผมสีบลอนของทำจนเปล่งประกาย รู้สึกราวกับว่านั่นคือของขวัญที่ท่านแม่ส่งมาให้ ดังนั้นฉันที่ไม่สามารถสัมผัสมันได้ ได้แค่ใช้ปลายนิ้วมือผ่านมันไปเท่านั้น ฉันเอื้อมมือสางผมของแอชลีย์ผ่านไหล่ของเขาในที่สุดมันก็ยาวพอๆ กับการเติบโตของเขา ผมของเขาผ่านนิ้วมือของฉันให้ความรู้สึกที่นุ่มลื่น

 

“สงสัยจัง ถ้าข้า.....”

 

ถ้าฉันตาย แอชลีย์จะร้องไห้ออกมาเท่าที่ร้องไห้กับท่านแม่รึเปล่า? มันไม่ได้เหมือนว่าฉันจะตายแล้วทิ้งเขาไปหรอกนะ

ฉันไม่ต้องกังวลว่าแอชลีย์จะฆ่าฉันอีกแล้วล่ะ แต่ภัยคุกคามที่อันตรายที่สุดในชีวิตของฉันก็ยังมาปรากฏออกมา ฉันสงสัยจังว่าตัวละครที่ซ่อนอยู่จะออกมา.... ความหวังของฉันคือพอเขาปรากฏตัวเขาจะเปิดตัวออกมาเป็น “ข้าจะต้องตายแน่หากไม่มีเจ้าอยู่” พวกชอบทำร้ายตัวเอง อีกไทป์หนึ่งของยันเดเระยังไงล่ะ เพราะไทป์นี้มันยังไม่มี มันไม่เหมือนใคร และเป็นสิ่งที่ดีที่สุดสำหรับฉัน ด้วยไทป์นี้ฉันไม่ต้องกังวลว่าเขาจะติดตามมาหรือทำร้ายแอชลีย์ สิ่งที่ฉันต้องทำคือแค่บอกกับเขาว่า “เราเข้ากันได้นะ” กับนางเอก ฉันก็จะปลอดภัย

อีกอย่าง มีอีกไทป์ที่อันตรายกว่ายังไม่ปรากฏออกมา : ไม่สนใจไยดีโลก ลาสบอสของยันเดเระ “ถ้าข้าไม่มีเจ้าแล้ว โลกนี้สำหรับข้ามันก็ไร้ค่า” ตัวอันตรายจนน่าหัวเราะ ไทป์บ้าอำนาจ ถ้าตัวละครที่ซ่อนอยู่เป็นไทป์นี้คือโคตรแย่ และไม่ใช่แค่สำหรับฉัน ด้วยตัวละคร(สันดาน)ไทป์แบบนี้ ในกรณีที่เลวร้ายนี้จะมีคนที่ตกเป็นเหยื่อนับไม่ถ้วนเลยล่ะ

 

“แม้ว่าข้าจะไม่อยู่ที่นี่แล้ว เจ้าจะปลอดภัยใช่ไหม.....?”

“.....อย่าพูดเรื่องน่ากลับแบบนั้นสิครับ”

“เจ้าตื่นอยู่เหรอ?”

“ข้าพึ่งตื่นครับ”

 

ศีรษะของเขายังคงอยู่บนเตียงของฉันโดยที่ไม่หันมามอง แอชลีย์ก็บีบมือฉัน รู้สึกได้จากนิ้วมือที่ประสานกันเลยว่าเขาตัวสั่น ท่านแม่พึ่งจะเสียไป เพราะงั้นการพูดอะไรแบบนี้ไม่ใช่ความคิดที่ดีนัก

 

“ท่านจะตามนายหญิงไปเหรอครับ คุณหนู?”

“ไม่มีทาง ข้าไม่คิดสั้นขนาดนั้น และปล่อยให้เจ้าอยู่คนเดียวแน่”

 

ฉัน ตัวฉัน อย่างน้อยล่ะนะ แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าคนอื่นจะไม่ได้เข้ามา และช่วงชิงชีวิตนี้ไปจากฉัน... แต่ฉันจะพยายามจนถึงที่สุดเพื่อไม่ให้มันเกิดขึ้น

 

“ถ้าท่านหายไป ข้าก็จะตามหาท่านจนสุดขอบโลก จะตามหาให้เจอ...” เขาพูดและเริ่มร้องไห้อีกครั้ง

 

“อย่าร้องสิ แอชลีย์”

“......”

 

เด็กคนนี้มักใช้เวลาอยู่กับท่านแม่....แอชลีย์เป็นคนโปรดของท่านเสมอ แต่ฉันต้องไปและพูดสิ่งนี้ในเวลาแบบนี้ ฉันหวังว่า ฉันได้ไม่ได้พูดมัน

 

“ถ้าเจ้าร้องไห้ทั้งท่านแม่และข้าจะเสียใจนะ”

“ถ้างั้นก็หยุดพูดเรื่องแบบนี้สิครับข้าตัดสินใจที่จะใช้เวลาทั้งชีวิตนี้ ในการรับใช้ท่าน ข้าไม่มีวันปล่อยให้ท่านหายไป”

 

ฉันอยากจะขอบคุณเขาที่คอยอยู่กับฉัน และฉันก็เริ่มลูบเรือนผมของเขาอีกครั้ง เขาคลายมือที่บีบแน่นกับมือฉัน แล้วกลับมาเปลี่ยนเป็นประสานมือของฉันไว้อย่างหลวมๆ ฉันคิดว่าคำพูดของตัวเองต้องทำให้เขาสบายใจ ทำให้เขามั่นใจว่าฉันจะไม่หายไปไหน

 

“ข้าสงสัยว่าท่านแม่จะมีความสุขไหมนะ”

“ท่านอาจไปเกิดเป็นลูกสาวที่เหมือนกับคุณหนูหลังจากนั้นก็ได้ครับ”

“ท่านยังมีพ่อและแม่ที่คอยเคียงข้างท่านด้วย”

 

ฉันยังไม่เคยพบพ่อและแม่ของท่านแม่มาก่อน ได้ยินมาจากเมดคนหนึ่งที่รับใช้เรามาเนิ่นนานแล้วว่า พวกท่านเคยต่อต้านการแต่งงานของท่านพ่อและท่านแม่ เพราะงั้นท่านพ่อเลยลักพาตัวท่านแม่เพื่อที่ท่านทั้งสองจะได้อยู่ด้วยกัน แต่นั่นก็ทำให้ฉันประหลาดใจว่าท่านพ่อกับท่านแม่ได้แต่งงานกันตามที่หวังไว้ไหม? มีอยู่ครั้งหนึ่งที่ฉันถามเธอเกี่ยวกับเรื่องนี้ ท่านยิ้มตอบกลับมาอย่างงดงามก่อนที่จะบอกว่าท่านรักทั้งท่านพ่อและฉัน แล้วเธอก็ได้เลือกเส้นทางนี้ด้วยตัวของท่านเอง

 

“ข้าอยากจะมีชีวิตอยู่พอข้าตายข้าสามารถพูดได้ว่าข้ามีความสุขสุดๆ ไปเลยล่ะ”

 

ฉันต้องใช้ชีวิตอย่างเต็มที่เพื่อที่พอเวลานั้นมาถึง ฉันจะสามารถหลับไปอย่างสงบสุขในที่สุด

 

“ได้โปรดอย่าพูดถึงเรื่องพวกนั้นสิครับ”

 

พอแอชลีย์หันหน้ามาทางฉัน ฉันเห็ดได้เลยว่าเหมือนมีเงาดำๆ ใต้ๆ ดวงตาของเขา เหมือนว่าเขาจะเหนื่อยมาก เพราะเขาไม่ได้นอนเลย

 

“เมื่อไหร่ที่ข้ามองที่ใบหน้าของท่าน คุณหนู.....ข้าเริ่มรู้สึกกังวลเหลือเกินครับ”

“อา.....”

“ถ้าข้าหยุดฟังลมหายใจของท่านสักครู่ ข้าก็จะเริ่มรู้สึกไม่สบายใจที่คิดว่าจะมีบางอย่างที่ไม่ดีเกิดขึ้นกับท่านในช่วงเวลาแวบเดียวเมื่อข้าหลับตา ข้าคิดว่าหัวใจของท่านอาจหยุด หรือจิตใจของข้าอาจหลงผิดกระทำสิ่งที่ไม่ควรครับ”

 

การเห็นแอชลีย์ที่ยังคงสั่นเทาอยู่ทำให้ฉันอยากปลอบประโลมและดูแลเขา

 

“ข้าอยู่ตรงนี้ แอชลีย์”

 

ฉันจะยัง.....อยู่ตรงนี้

 

“ข้ารู้.....”

 

อย่าไป

แม้ว่าเขาจะไม่พูดมันออกมาดังๆ เขาไม่จำเป็นต้องทำแบบนั้นเลยด้วยซ้ำ ฉันเห็นมันเขียนอยู่บนหน้าของเขา ขณะที่เขาเอนหน้าผากแนบกับหน้าผากของฉันพลางหลับตาลงอย่างช้าๆ จากนั้นเขาก็วางมือลงบนไหล่ของฉันและสูดหายใจเข้าลึก

 

“คุณหนูครับ ถ้ามีอะไรเลวร้ายเกิดขึ้นกับท่าน ข้าจะปกป้องท่านไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นเองครับ แม้จะต้องแลกด้วยชีวิตของข้านั่นเป็นหน้าที่ของข้า เป็นสิ่งที่ข้ามีความสุขที่สุดครับ”

“อย่าพูดว่าการสละชีวิตของตัวเองออกมาง่ายๆ แบบนี้สิ เมื่อถึงเวลาที่เจ้าต้องเลือกระหว่างชีวิตของข้ากับตัวเจ้าเอง ได้โปรดอย่าคิดถึงข้า คิดถึงเพียงตัวเจ้าเองก็พอ”

“แต่ข้าคือผู้ติดตามของท่านนะครับ”

“ถึงอย่างนั้นก็เถอะ ได้โปรดแอชลีย์”

“หากเป็นแค่คำขอ ข้าก็ไม่มีสิทธิ์ปฏิเสธ”

 

เขา(เถียง)แย้งกับฉันได้ดีเกินไปจริงๆ

 

“คุณหนู ข้าหวังว่าท่านจะนึกถึงตัวท่านเองมากกว่านี้นะครับ”

“ข้าก็จะพูดแบบเดียวกับเจ้า แอชลีย์ คาไลน์ ข้าไม่ชอบที่ท่านจะต้องจากข้าไปอย่างนี้”

 

ฉันค่อยๆ เลื่อนหน้าผากของเราออกจากกัน พร้อมมองจูบอันแสนอ่อนโยนบนหน้าผากของเขาเหมือนกันที่ท่านแม่เคยทำ

 

“เจ้าเป็นคนสำคัญสำหรับข้า แอชลีย์”

“.....”

“.....แอชลีย์?”

“.....!!”

 

แอชลีย์เด้งตัวไปทางด้านหลังและจบลงด้วยการที่เขาหงายหลังตกเก้าอี้ ฉันได้ยินเสียงกระทบดังตุบ เมื่อศีรษะของเขากระแทกพื้น

ฟังดูไม่ดีเลย เป็นเสียงที่น่ากลัวสุดซึ้งจากเสียงที่ศีรษะของเขา

 

“แอชลีย์เจ้าโอเครึเปล่า!?”

 

เขาเอามือข้างหนึ่งจับที่ศีรษะพลางจ้องหน้าฉันเขม็ง แล้วอ้าปากเหมือนกับว่าจะพูดอะไรบางอย่างแต่ก็ต้องหุบลงด้วยที่ไม่สามารถสรรหาคำพูดมาได้

 

“คนสำคัญ.....?” ในที่สุดเขาก็สรรหาคำพูดออกมาได้

“หืม? อ๋อ ใช่ แน่นอน เพราะเราอยู่ด้วยกันมาตลอดนี่ ถึงเจ้าจะเป็นแค่ผู้ติดตามของข้า แต่สำหรับข้าแล้วเจ้าก็เหมือนเป็นน้องชายที่แสนสำคัญ เจ้าสำคัญมากสำหรับข้า”

“.....”

 

ที่สำคัญกว่านั้นเขาไม่เจ็บหัวเลยเหรอ?

 

“แอชลีย์หัวของเจ้าโอเคนะ?”

“ท่านหมายถึงอะไรเหรอครับ?”

“หืม? ข้าหมายถึงที่หัวของเจ้า.....”

“ท่านพยายามที่จะบอกว่ามีบางอย่างผิดปกติที่หัวของข้าสินะครับ? ข้าคงเข้าใจผิดไปเองสินะ?”

“อะไรนะ? ไม่! แน่นอนว่าไม่! ข้าไม่ได้พูดแบบนั้นนะ”

 

ทำไมเขาถึงอารมณ์ไม่ดีล่ะ.....?

แอชลีย์ยันตัวขึ้นจากพื้นแล้วมองมาที่ฉัน หลังจากนั้นก็เคลื่อนตัวเข้ามาปัดผมที่หน้าผากฉันออก

 

“ด้วยสัตย์จริงเลยนะครับ ท่านใสซื่อจนข้าไม่รู้จะพูดอะไรแล้วล่ะครับ”

 

แอชลีย์ดึงเสื้อผ้าสีฉูดฉาดของเขาให้ตรงแล้วมองไปยังนาฬิกาที่แขวนอยู่บนกำแพง

 

“ฟ้ายังไม่สาง ท่านสามารถนอนต่อได้อีกสักหน่อย ข้าจะกลับมาปลุกท่านอีกสักครู่นะครับ”

“แล้วเจ้าล่ะ?”

“ท่านกังวลเรื่องสวนเมื่อก่อนหน้านี้สินะครับ? ไม่ต้องกังวลครับ ข้าจะไปรดน้ำดอกไม้แล้วกลับมา”

 

แอชลีย์ไม่ง่วงนอนสักนิดเลยเหรอ?

 

“ให้ข้าไปแทนดีกว่า แอชลีย์ควร---”

“ถ้าข้าไปนอนตอนนี้ ข้าจะหลับทั้งวันครับ อย่าสนใจเลยครับ คุณหนู”

“ถ้างั้นก็ไปด้วยกัน”

“ถ้านั้นคือสิ่งที่ท่านต้องการ ก็ได้ครับ”

 

มันเป็นสวนที่เราปลูกไว้เพื่อท่านแม่ แม้ว่าท่านจะไม่ได้ชื่นชมมันอีกต่อไป ถ้ามันเหี่ยวเฉาและถูกปกคลุมไปด้วยวัชพืชหลังจากความตายของท่านในไม่ช้า ท่านจะไม่เสียใจเหรอ? นอกจากนี้ดอกไม้พวกนั้นเป็นสิ่งที่พวกเราตั้งใจปลูก อย่างน้อยที่สุดที่เราสามารถทำได้คือดูแลพวกมันจนถึงวินาทีสุดท้าย บางทีท่านแม่อาจจะดูพวกเราและชื่นชมอยู่ทางด้านบน

 

อีกสองปีมันจะถึงเวลาที่ข้าออกจากบ้านหลังนี้สินะ”

 

จู่ๆ ก็นึกขึ้นได้เมื่อเราเดินไปตามทางเดิน

ในโลกนี้มีสถาบันการศึกษาหลายแห่งและฐานะทางสังคมคือตัวตัดสิน และเนื่องจากครอบครัว ออลดินตัน ได้รับตำแหน่งเป็นไวท์เคาท์ ฉันจึงต้องถูกส่งตัวไปยังโรงเรียนสำหรับชนชั้นสูงอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ส่วนคนรับใช้ของเหล่าชนนั้นสูงนั้นหากเขามีอายุใกล้เคียงกับนายของพวกเขา ก็มักจะจบลงด้วยการเข้าโรงเรียนเดียวกัน เพื่อที่จะสามารถดูแลนายของพวกเขาได้ขณะที่อยู่ที่นั่น เหมือนว่าท่านพ่อจะส่งแอชลีย์ไปยังโรงเรียนเดียวกันกับฉัน แถมต้องอยู่หอพักเหมือนกับคนอื่นๆ ท่านคงรู้สึกสบายใจถ้าแอชลีย์อยู่กับฉัน

ฉันคิดว่ามันไม่เป็นแบบนั้นหรอกนะ เกมมันจะไม่สามารถรวบรวมตัวละครสำคัญทั้งหมดไว้ด้วยกันที่เดียว

 

“เมื่อถึงเวลาที่ข้าต้องไปอยู่ที่โรงเรียน ข้าจะออกจากสวนไปหาท่านครับ”

 

ตอนนี้ฉันคิดแล้วว่าสวนน่าจะเป็นที่เดียวที่แอชลีย์และฉันใช้เวลาด้วยกันมากที่สุดในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา

 

“ข้าจะต้องออกจากที่นี่เร็วๆ นี้ หลังจากที่คุณหนูไป”

“หลังจากนั้น ให้ข้าเดานะความรับผิดชอบทั้งหมดจะเป็นของท่านพ่อแน่ๆ”

“คนอื่นๆ ที่อยู่ที่นี่ก็เต็มใจที่จะดูแลสวนอันเป็นที่รักของคุณหนูอยู่แล้วล่ะครับ เพราะทุกคนที่ทำงานที่นี่ใส่ใจท่านอย่างแท้จริง”

“เจ้าคิดอย่างนั้นเหรอ?”

 

“เป็นเช่นนั้นครับ” แอชลีย์พึมพำ พร้อมกับมอบรอยยิ้มอันแสนนุ่มนวลที่หาได้ยากกับฉัน

 

----------------------------

 

ผู้แปล : แค่พี่น้องพูดมาได้ไงคำนี้~ โถ่คนดีรู้มั้ยมันไม่น่าร้ากกก

แอชลีย์ถ้ามาหาเราล่ะก็เราให้นายเป็นมากกว่าพี่น้อง 555

สวัสดีค่ากราบขออภัยที่มาช้า ไฟดับค่ากว่าจะได้แปลได้ลง

ถ้าตรงไหนอ่านแล้วรู้สึกว่า อิหยังนิ คือเราดำน้ำค่ะ

(สารภาพบาปแต่โดยดี)

เราคิดว่าเดี๋ยวก็ถึงเวลาที่จะเจอตัวละครใหม่ๆแล้วล่ะค่ะ

อยากให้รอติดตามกันต่อไปนะคะ

ปล.ยังไม่แก้คำผิดค่ะ เดี๋ยวมาแก้ที่หลัง

11/05/20

 

ผู้แปล : มาแก้คำผิดเสยๆ อย่าใส่ใจ

12/05/20

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 115 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

82 ความคิดเห็น

  1. #72 knunkim (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 19 ธันวาคม 2563 / 11:11
    เจ็บหัวไม่พอยังมาเจ็บใจแปล๊บๆอีก5555
    #72
    0
  2. #62 ohjesus (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 26 พฤศจิกายน 2563 / 01:36
    พี่น้องโซน55555
    #62
    0
  3. #48 Giharu (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 27 มิถุนายน 2563 / 11:59

    เศร้า....ขุนแม่จากไปแล้ว

    #48
    0
  4. #32 TTFUN (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 26 พฤษภาคม 2563 / 23:51
    น้องชาย พูดเบาๆก็เจ็บ5555brother zoneไปอีกกก
    #32
    0
  5. #22 FongBeer That's จริต (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 13 พฤษภาคม 2563 / 15:56
    โถถถ สงสารน้องชายคนสำคัญ มาๆๆ กอดๆๆๆ
    #22
    0