My Polaris ดาวเหนือตัวยุ่ง #Junhwan

ตอนที่ 7 : -7- พี่เมาเละ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 226
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 41 ครั้ง
    22 ก.พ. 62

T
B

         




                    "ออกกำลังกายเหรอ ข้างล่างคอนโดมียิมนะ"

 

          "หึ่ย.." ผมเบ้ปากมองพี่สิบทิศที่พูดจาดักผมไปทุกทาง ที่บอกว่าจะออกกำลังกายน่ะ แค่แก้ตัวเท่านั้นแหละ ชีวิตของผมอ่ะ มีแค่กินกับนอนก็เต็มไปหมดแล้ว ไม่เหลือเวลาให้ออกกำลังกายหรอก

 

          ผมกับพี่สิบทิศคุยกันไปเรื่อยเปื่อยจนขนมที่สั่งมาหมดทุกอย่างแล้ว พี่สิบทิศจึงลุกไปคิดเงินและชวนผมให้กลับทันที เห็นบอกว่ามีงานต้องทำต่ออีกด้วย

 

          รู้สึกว่าทำให้พี่สิบทิศเสียเวลาไปเยอะเลยแฮะ

 

          "เออนี่ เราได้เข้าเชียร์อีกกี่วัน" พี่สิบทิศถามผมตอนที่กำลังขับรถอยู่

 

          "น่าจะอีกอาทิตย์นึงอ่ะพี่ แล้ววันสุดท้ายเป็นวันรับเกียร์"

 

          "ต่อไปนี้คงมีแต่พวกพี่ปีสองลง พวกพี่คงไม่ได้มายุ่งแล้ว"

 

          "จริงเหรอ แล้วทำไมอ่ะ"

 

          "ก็ฝึกเด็กพวกนั้นให้เป็นรุ่นพี่ว้าก แล้วรุ่นต่อๆไปก็จะฝึกเหมือนกัน"

 

          "อ๋อ.. งั้นถ้าผมจะลองเป็นพี่ว้ากบ้างอ่ะ" ผมหัวเราะคิกคักตอนที่บอก

 

          "ให้เป็นฝ่ายสันทนาการยังดีกว่าเลย"

 

          ผมยู่ปากนิดหน่อย ยังไงผมก็ไม่มีทางไปเป็นพี่ว้ากอะไรนั่นหรอก ตะโกนจนปวดคอบีบน้ำมะนาวใส่ปากเป็นว่าเล่น คิดภาพตอนตัวเองตะโกนแล้วจะตายก่อน

 

          พี่สิบทิศเลี้ยวรถเข้ามาจอดในลานจอดรถแล้ว ผมขอตัวลงมาก่อนเพราะจะแวะซื้อขนมที่เซเว่นข้างล่าง

 

          "อ้าว ยัยตัวดี แต่งตัวซะน่ารักเชียว" ทันทีที่เข้าไปก็เจอกับไอ้เอกที่กำลังคิดเงินอยู่

 

          "ไปข้างนอกมา มึงซื้อไรอ่ะ" ผมเมินที่มันเรียกผมไปแล้วหาเรื่องคุยใหม่

 

          "ซื้อนมกับขนมดิ กูจะดูหนัง"

 

          "อ๋อ งั้นกูไปหาไรกินล่ะ จะขึ้นไปนอน"

 

          ผมกับเอกแยกย้ายกันแล้วก็เดินมาหาขนมกิน บางทีก็อยากตีปากตัวเองเหมือนกันว่าทำไมกินเยอะขนาดนี้แต่ตีไม่ลงเพราะเดี๋ยวปากแตกกินไม่ได้อีก

 

          จะบอกว่าเรื่องกินอ่ะ คือซิกเนเจอร์ของชีวิตผมไปแล้วจริงๆครับ

 

          ผมซื้อขนมสองสามอย่างพร้อมกับน้ำอัดลมสองขวดเผื่อให้พี่พายุด้วย ตอนไปกินขนมก็เห็นทำหน้าเบื่อๆเลยคิดว่าปล่อยให้อยู่คนเดียวดีกว่า

 

          แต่ตอนนี้ซื้ออะไรหวานๆไปให้พี่มันด้วย เพราะน้ำตาลลดแล้วจะรู้สึกไม่ดี แก่แล้วก็งี้แหละเนอะ

 

          "อ้าวพี่" ผมตกใจพี่สิบทิศที่ยืนพิงเสาอยู่หน้าลิฟท์

 

          "รอเหนือนั่นแหละ จะได้ขึ้นไปพร้อมกัน" ผมพยักหน้าเบาๆแล้วก็กดลิฟท์แทน ผมบอกลาพี่สิบทิศและออกจากลิฟท์ตอนที่ถึงชั้นสิบเก้า

 

          "มาไวนะมึง" มาถึงพี่พายุก็ยักคิ้วกวนตัแต่ทางเข้าห้องเลยเถอะ

 

          "ก็จะให้ไปนานทำไมล่ะ กินเสร็จก็กลับดิ"

 

          "ก็นึกว่าจะชวนกันไปออกเดท งุ้งงิ้งๆกันต่อ" พี่พายุพูดพลางแลบลิ้นปลิ้นตาใส่ น่าเอานิ้วจิ้มตาจริงๆ

 

          "อย่ามาล้อ! พี่เองก็เหมือนกัน มีแฟนไม่เคยบอกผมกับพ่อแม่บ้างเลย"

 

          "เดี๋ยวๆ ..." พี่พายุพูดแล้วก็ดึงผมให้หันกลับไปหา

 

          "อะไร"

 

          "กูมีแฟนตอนไหน"

 

          "เอ้า! ก็เจ้าของร้านขนมหวานไงพี่" พี่พายุมองผมงงๆก่อนจะพยักหน้าแล้วเม้มปากแน่น

 

          "อ๋อ.. ไอ้สิบทิศอีกแล้วเหรอ"

 

          "ทำไมอ่ะ.."

 

          "มันแม่ง... เปล่า ไม่มีไร" ทำหน้าทำตาโกรธเสร็จก็ปฏิเสธผมอย่างไว

 

          มันมีอะไรครับพี่มึง พิรุธเยอะนะ ผมหรี่ตามองพี่พายุที่ปล่อยผมไปแล้ว

 

          "พี่มีความลับอ๋อ" ผมเค้นเสียงสองมาพูดใส่หน้า รู้จักผมมั้ยครับ! เอนโดงาวะ ดาวเหนือ อ้าว! ไม่เข้าเหรอ

 

          "ไม่มี๊"

 

          "เสียงสูง"

 

          "ไม่มี" คราวนี้ก็ต่ำจ๊น

 

          "โอ้ยพี่ จะมีไม่มีมันเรื่องของพี่เหอะ ไปหานอนกลางวันแล้ว บายยยย" ผมสะบัดหน้าหนีหอบถุงเซเว่นเข้ามาในห้อง

 

-สิบทิศ Part-

 

          "ไง" ผมเอ่ยปากถามพายุที่ถ่อขึ้นมาหาผมถึงห้อง

 

          "มึงอีกแล้ว ไปเล่าอะไรให้ดาวเหนือฟัง" พายุถามพลางถอนหายใจอย่างหงุดหงิด น้องคงจะไปล้อเรื่องแฟนเก่ามาล่ะสิ

 

          "ทำไม.."

 

          "ก็มันมาถามว่ากูมีแฟนทำไมไม่บอกมัน แล้วซองให้กูบอกใครเหรอ" สงสัยยังช้ำใจไม่หายสินะ บางทีผมอยากจะดัดสันดานเพื่อนคนนี้จริงๆเลย

 

          เป็นคนปากร้ายแถมยังปากไม่ตรงกับใจ แบบนี้มันดีที่ไหนล่ะ

 

          "มึงเคยชัดเจนกับซองป่ะ ก่อนจะประกาศว่าเป็นแฟน"

 

          "ก็กูจะเปิดเผยแล้วซองก็ห้าม มึงให้กูทำไง" เออ เอาเข้าไป เข้าข้างตัวเองแบบไม่สนใจคนอื่นบนโลก

 

          "กว่ามึงจะยอมขอซองเป็นแฟนก็ปีกว่า มึงนี่นะพายุ"

 

          "เฮ้อ.." ยังจะมาถอนหายใจใส่กูอีก

 

          ผมส่ายหน้าแล้วหันมาจดจ่อกับงานของตัวเองที่ต้องสะสางก่อนที่พ่อจะเดินทางไปดูงานที่สาขาต่างประเทศ

 

          ช่วงนี้ผมงานยุ่งเกินไปจนไม่มีเวลา บางวันผมก็ขาดเรียนขาดกิจกรรมจนโดนอาจารย์เตือนมา แต่ทำยังไงได้ หน้าที่ของผมคือต้องเข้ามาบริหารงานแทนคุณพ่อที่กำลังจะสละตำแหน่งประธานให้กับผม

 

          ตอนแรกผมไม่คิดว่าพ่อจะส่งต่อให้เร็วขนาดนี้เลยไม่ทันเตรียมตัวอะไร เดือนก่อนจู่ๆพ่อก็มาและทำทุกอย่างให้เร็วขึ้นจนผมตั้งตัวไม่ทัน ต้องเรียนรู้งานและเรียนไปด้วยแบบนี้ อาจจะลำบากหน่อยแต่ผมก็ยังไหวอยู่

 

          "แล้วมึงหน้าเครียดทำไม ตอนที่พ่อกับแม่บอกจะไปดูงานต่างประเทศ" ผมสงสัยตั้งแต่ก่อนจะออกไปกับดาวเหนือแล้ว

 

          "เปล่า" สีหน้าเดิมในตอนนั้นกลับมาทันทีที่ผมพูดถึง อยากบอกมันเหมือนกันว่ามันโกหกไม่เก่งเลย

 

          "เก็บไว้คนเดียวระวังเครียดตายนะ"

 

          "เออ ตายๆไปเหอะ"

 

          "ตายเร็วระวังดาวเหนือจะดีใจจนจัดงานเลี้ยงล่ะ"

 

          "ไอ้เวร! มึงอ่ะตัวดีเลย พามันไปนู่นไปนั่นจนมันเหลิงแล้ว" ผมหมุนเก้าอี้หันไปมองพายุที่ไม้สบอารมณ์อยู่ข้างหลัง

 

          "อย่ามาเปลี่ยนเรื่อง จะบอกกูมั้ยเรื่องที่มึงไม่สบายใจ" ผมมองหน้าไอ้พายุที่หันมาสบตาผมแล้ว สายตาเคลือบแคลงไปด้วยความไม่พอใจก่อนจะเศร้าหมองลง

 

          "อืม"

 

          "งั้นว่ามา"

 

          "ที่พ่อแม่ไปต่างประเทศน่ะ เรื่องงานก็มีส่วน"

 

          "แล้วทำไมมึงเครียด" ผมมองออกว่าพายุมันเครียด เครียดมากแต่ก็พยายามไม่แสดงออกเพราะตอนนี้มีน้องมาอยู่ด้วย

 

          "มันมีอีกเรื่อง ที่ดาวเหนือยังไม่รู้" ผมขมวดคิ้ว

 

          "อะไร"

 

          "เรื่องที่พ่อมีน้องอีกคน"

 

          ผมไม่รู้ว่าควรอึ้งหรือรู้สึกยังไง ตั้งแต่รู้จักกับไอ้พายุมาผมไม่เคยรู้เลยว่าครอบครัวมันมีน้องกี่คน แต่ดาวเหนือเป็นน้องที่ผมได้ยินจากปากของพายุมากที่สุด หรือไม่ก็พายุมันบอกว่ามีน้องคนเดียว

 

          "มึงหมายความว่ายังไง"

 

          "ดาวเหนือไม่รู้... ไม่รู้ตัวเลยว่ามีน้อง"

 

          "แล้วอะไรที่ทำให้มึงกังวลวะพา"

 

          "กูเลี้ยงดาวเหนือมา กูรู้ว่าน้องกูนิสัยยังไง"

 

          "..."

 

          "ถึงมันชอบออกไปตะลอนๆข้างนอกแต่มันโคตรจะเปราะบาง"

 

          "..."

 

          "มันรักพ่อมาก และมันก็อยากให้พ่อสนใจมัน รักมัน เอาใจใส่มัน"

 

          "..."

 

          "กูไม่เคยว่าถ้าพ่อจะรักไอ้เหนือมากกว่าเพราะมันขี้อ้อน ขนาดกูยังหลงมันเลย"

 

          "ทำไม..."

 

          "ถ้ารู้ว่ามีน้องอีกคน ดาวเหนือจะรู้สึกโดนแย่งความรัก"

 

          "..."

 

          "มึงเข้าใจใช่ไหมสิบทิศ ว่าน้องอยู่แบบเป็นน้องสุดท้องมาตลอด อยากได้อะไรพ่อก็ไม่เคยขัด"

 

          "อืม"

 

          "แล้วน้องคนนี้ไม่ได้เกิดจากแม่คนเดียวกันด้วย"

 

          "พายุ..." ผมมองมันที่ก้มหน้าเล่าเรื่องทุกอย่าง

 

          "อืม.. พ่อกูมีเมียน้อย และแม่กูรับได้"

 

          ผมมองพายุที่กำลังหงอยลง การที่รับรู้ว่ามีน้องเข้ามามันอาจจะเจ็บน้อยกว่าที่รู้ว่าน้องเป็นลูกเมียน้อย แต่พายุรับรู้หมด รับรู้ทุกความเจ็บปวด

 

          และมันคงจะเจ็บกว่านี้ถ้าดาวเหนือรู้เรื่อง และคนที่เจ็บที่สุดไม่ใช่ใคร ก็คงเป็นดาวเหนือ

 

          "มึงโอเคมั้ย"

 

          "กูไม่โอเคหรอกสิบ.. แต่กูต้องโอเค โอเคเพื่อดาวเหนือ"

 

          มันพูดแบบนี้ผมเองก็ทำอะไรไม่ได้เช่นกัน พายุมันเป็นคนเข้มแข็ง เข้มแข็งกับทุกเรื่องในชีวิต ผมเองยังนับถือใจเพื่อนคนนี้เลย ว่ามันเข้มแข็งจริงๆ

 

          "แล้วจะทำยังไง ต่อให้มึงไม่บอก สักวันเหนือก็จะรู้เอง"

 

          "กูไม่รู้สิบทิศ กูไม่อยากให้น้องมารับรู้แล้วเจ็บปวด"

 

          ผมเงียบ ผมไม่สามารถพูดอะไรออกไปได้ มันไม่ใช่เรื่องของผมแต่เพื่อนผมคนนี้แบกมันเอาไว้เต็มบ่า จะให้ผมปล่อยเลยไปก็คงไม่ได้

 

          "เก็บเรื่องนี้เอาไว้ก่อนนะ กูยังไม่อยากเห็นรอยยิ้มของน้องหายไป"

 

          "..."

 

          "เพราะรอยยิ้มน้องคือรอยยิ้มที่กูมี"

 

          พายุพูดแค่นั้นก่อนจะปรับสีหน้าเป็นปกติแล้วเดินออกจากห้องไป

 

          ผมเคาะปากกาลงบนกระดาษนึกถึงรอยยิ้มของเด็กคนนึง คนที่ชนกับผมเข้าเต็มแรงในวันแรกที่เจอกัน คนที่ยิ้มกว้างชอบมองผมตลอดเวลาที่เจอหน้ากัน

 

ถ้ารอยยิ้มของน้องหายไป ชีวิตของผมคงไม่มีที่ผ่อนคลายเหมือนกันสินะ

 

          หลับตาลงปรับความคิดของตัวเองก่อนจะลงมืออ่านเอกสารและทำงานของตัวเอง

 

-ดาวเหนือ part-

 

          ผมตื่นมาในช่วงเย็นของวัน มองไปนอกหน้าต่างก็เห็นว่าเริ่มจะมืดแล้ว ผมลุกออกจากที่นอนพลางบิดขี้เกียจเปิดประตูออไปข้างนอก

 

          แต่ทั้งห้องดันมืดไปหมดนี่สิ ... ผมควานหาสวิตซ์ไฟและดปิดมันทั้งหมด

 

          "หิว.." ตื่นมาอาการหิวก็ตามมาด้วย แต่เอ๊ะ...

 

          ตัวอะไรมันขดบนโซฟาวะนั่น ..

 

          ผมขยี้ตาไล่ขี้ตาออกและเพ่งมองชัดๆ เดินไปใกล้ๆก่อนจะพบว่า

 

          "พี่พา! มานอนไรตรงนี่เนี่ย" ผมดึงแขนคนที่นอนอยู่ขึ้นมา

 

          "อื้อ.. มึงไม่นอนอ่ะ มันดึกแล้ว" ดึกเหี้ยไรของพี่มึงอ่ะ

 

          "โหยยย.. เหม็นเหล้าอ่ะ" กลิ่นแอลกอฮอล์ปะทะกับจมูกของผมอย่างไวตอนที่พี่มันพูด

 

          เหม็นฉิบหายเลยเนี่ย

 

          "มันดึกแล้ว ไปนอนๆ" พี่พายุยังไงยกมือขับไล่ผม แลเวมันดึกซะที่ไหนกันล่ะ ตอนนี้เพิ่งจะหกโมงกว่าๆเอง

 

          "พี่ลุกไปอาบน้ำมากินข้าว เดี๋ยวเจียวไข่ให้" ผมดึงแขนพี่พายุที่กำลังทำหน้ามุ่ยให้ลุกขึ้น

 

          "ม่ายยย"

 

          "พี่มึงอย่าดื้อ ลุกไปอาบเร็วๆ" ผมที่ไม่เคยรับมืออะไรกับคนเมามาก่อนก็แทบเหงื่อตกตอนลากพี่มันเข้าไปในห้องน้ำ

 

          ผมปาดเหงื่อตัวเองที่ไหลลงมาแล้วเดินไปทางครัว หยิบไข่สองสามใบออกมาตอกๆ ปรุงแล้วก็รีบเจียวทันที วันนี้ผมต้องมาทำอะไรแบบนี้ด้วยเหรอวะ

 

          ก๊อกๆ

 

          ใครมาอีกวะเนี่ย

 

          ผมเจียวไข่เสร็จแล้วก็วางจานเอาไว้ก่อน ออกไปเปิดประตูดูว่าใครมา

 

          "ใครครับ" พูดแล้วก็เปิดประตู

 

          "พี่เองครับ"

 

          ผมมองพี่กายตาปริบๆพร้อมกับถุงน้ำแข็ง เหล้า และโซดาในมือ ด้านหลังเป็นพี่ครามที่ถือถุงน้ำอัดลม โห... พี่พายุมันเมาขนาดนี้แล้วยังจะพาพวกมากินอีกเหรอ

 

          "สวัสดีครับพี่กาย พี่คราม" ผมทักทายแล้วเปิดประตูกว้างๆให้พี่ๆทั้งสองคนเข้ามาด้านใน

 

          "หอมกลิ่นไข่เจียว กำลังทำกับข้าวเหรอ" พี่กายวางของลงบนพื้นแล้วหันมาถามผม

 

          "อ่าครับ พอดีหิวอ่ะ พวกพี่กินด้วยมั้ยผมจะทำเพิ่ม"

 

          "ไม่เป็นไร พวกพี่สองคนแวะกินมาก่อนแล้ว"

 

          ผมยิ้มแล้วเดินเข้าไปในห้องพี่พายุอีกครั้ง คราวนี้พี่มันเดินเอ๋ออยู่หน้าห้องน้ำแทน

 

          "พวกพี่กายมาแล้ว แล้วนี่สร่างเมายัง" ผมเดินเข้าไปบีบขมับให้พี่พายุที่นิ่วหน้าเป็นตูด

 

          "อือ หิวข้าว"

 

          "เหนือทำไข่เจียวแล้ว แต่งตัวแล้วก็ออกมากิน" ผมเอามือตัวเองออกจากหัวพี่มันแล้วรีบเดินออกมา

 

          ไม่รู้เครียดอะไรจนต้องไปกินเหล้าเมาขนาดนั้น แต่ช่างเถอะ ออกมากินข้าวก็คงไปกินเหล้ากับเพื่อนๆต่อนั่นแหละ

 

          "น้องเหนือ พวกพี่ซื้อขนมมาฝากด้วย" พี่กายมานั่งตรงนี้พูดไปเยอะมากแล้วเนอะ ส่วนพี่ครามรายนั้นน่ะ นั่งกดมือถือไม่สนใจโลกเลย

 

          "ขอบคุณครับ"

 

          "เหนือ.. มากินข้าว" พี่พายุออกมาแล้วเรียกผมที่กำลังง่วนกับขนมของพี่กายอยู่

 

          "โอเค~"

 

          ผมวางขนมเอาไว้ก่อนและเดินเข้ามากินข้าวกับพี่พายุ ผมมองหน้าพี่พายุที่กำลังอึนๆกับความเมาของตัวเอง นี่ต้องกินไปขนาดไหนถึงเมาจนไม่รู้เรื่องขนาดนี้เนี่ย

 

          "มองไร" ไม่วายยังมากวนอีก

 

          "เมาแล้วก็เลิกกิน เดี๋ยวแฮงค์ไปเรียนไม่ได้"

 

          "พรุ่งนี้วันอาทิตย์ เผื่อมึงลืม"

 

          "วันอาทิตย์พี่ก็ต้องพักผ่อนดิ แล้วเครียดไรถึงเมาขนาดนี้" ผมหรี่ตามองพี่พายุที่กินข้าวอย่างไม่สนใจ

 

          "ไม่มีไร แค่อยากกิน"

 

          "งั้นเหรอ"

 

          "มึงลองมั้ยล่ะ เดี๋ยวกูชงให้" เป็นพี่ที่ดีมาก จะชงเหล้าให้น้อง ถามจริงงงงง มีพี่ที่ไหนมาชวนน้องกินเหล้าวะเนี่ย

 

          "ไม่เอาอ่ะ เห็นสภาพพี่เมาแล้วไม่อยากจะแตะ"

 

          "อย่างน้อยกูเมายังหน้าตาดีกว่ามึงแล้วกัน" แหม ช่างกล้า

 

          "เหรอ.. เมื่อกี้ใครเมาจนนอนหลับน้ำลายยืดล่ะ" ไม่ยืดหรอก แค่โกหกเฉยๆ

 

          "มึงอ่ะนอนปุ๊บ น่าเกลียดปั๊บเลยนะ"

 

          "พี่อ่ะหน้าเหมือนน้องหมาหน้าย่นเลย พูดจริงงง"

 

          "มึงอ่ะแหละ"

 

          "พี่นั่นแหละ"

 

          "มึง-"

 

          "หยุดเถียงกันได้แล้ว วันนี้จะได้กินไหม" ผมมองพี่สิบทิศตาปริบๆ

 

          "ไม่ต้องสงสัย ไอ้กายเปิดให้" ผมรีบก้มหน้างุดทันที โหมดดุแบบนี้ไม่เคยเจอเลย

 

          แล้วดุอย่างกับพี่พายุเป็นลูกชาย หรือพี่สิบทิศจะชอบพี่พายุวะ

 

          คิดแล้วผมก็เงยหน้ามองพี่สิบทิศกับพี่พายุอีกครั้ง ทั้งสองคนมองหน้ากันแล้วถอนหายใจใส่กันหลายครั้งจนผมหยุดกินแล้วไปมอง

 

          นี่มันอาการสามีภรรยางอนกันชัดๆเลยนะ

 

          "มึงเลิกมองได้แล้ว รีบกินแล้วไปนอน"

 

          "เพิ่งตื่นเอง จะให้นอนเร็วไปไหน"

 

          "เออๆ รีบกิน" พี่พายุดูไม่ค่อยสบอารมณ์เท่าไหร่ โห.. งอนหนักเลยนะเนี่ย

 

          "คิดอะไรอยู่เราอ่ะ มองพี่แปลกๆมานานแล้วนะ"

 

          "อุ้ย" ผมตกใจพี่สิบทิศที่ยังยืนอยู่ที่เดิม ก็จะไม่ให้มองแปลกได้ไงล่ะ เล่นมามองตากับพี่พายุแล้วถอนหายใจใส่กันเนี่ย

 

          "กูอิ่มล่ะ ฝากเก็บด้วย" พี่พายุพูดแล้วเดินออกไปเลย ทิ้งผมกับพี่สิบทิศอยู่ด้วยกันอีกแล้ว

 

          "ไงเรา"

 

          "ก็ไม่มีอะไรหรอกครับ พี่มากินเหล้ากับพวกพี่พาเหรอ" เปลี่ยนเรื่องคุยดีกว่า แบบนี้สบายใจขึ้นเยอะ

 

          "อ๋อ.. ไม่หรอกพี่มีงานต้องทำ"

 

          "แล้วพี่ลงมาทำไมอ่ะ"

 

          ผมสงสัยเอามากๆ ขี้สงสัยแต่ก็ขี้เกียจถามอ่ะ งงมั้ย ผมก็งงนะ

 

          "ลงมาหาพวกนี้เฉยๆ อีกเดี๋ยวพี่จะขึ้นไปแล้ว"

 

          ผมพยักหน้าแล้วหันมาเก็บจานของผมกับพี่พายุไปล้างจนเสร็จ ไม่ทันได้พูดอะไรพี่สิบทิศก็หายไปแล้ว ผมเลยมานั่งจุมปุกบนโซฟาเดี่ยว พวกพี่พายุเองก็นั่งล้อมวงที่พื้น

 

          ผมแกะขนมที่ได้มานั่งกินแล้วเล่นมือถือไปด้วย ช่วงนี้ต้องตามข่าวในมหาวิทยาลัยตลอดเพราะต้องตามกิจกรรม มอผมถ้าไม่เข้ากิจกรรมให้ครบก็ไม่ผ่าน เรียนไม่จบไปหลายราย พี่พายุเลยย้ำให้ผมเข้าร่วมกิจกรรมบ่อยๆ

 

          ได้ยินมาว่าเสาร์หน้าจะต้องเข้าร่วมพิธีรับเกียร์ของคณะด้วยสิ ผมยังไม่ทันได้ไปหาลายเซ็นรุ่นพี่เลยด้วย แต่พวกพี่ว้ากปีสามก็อยู่นี่แล้ว ไหนๆก็มาทั้งที ขอไปเลยดีกว่า

 

          ผมวางขนมกับมือถือแล้วรีบวิ่งเข้าห้องไปเอาปากกากับสมุดล่าลายเซ็นออกมา

 

          "พี่ๆครับ" ผมเรียกพวกพี่ที่กำลังคุยกันอย่างออกรส

 

          "ครับ ว่าไง" พี่กายตอบ

 

          "เอ่อ.. พี่ช่วยเซ็นให้ผมหน่อยได้มั้ยอ่ะ ผมยังไม่ไปขอกับคนอื่นเลย"

 

          "มึงขี้เกียจเองก็ว่ามาเถอะ ทำไมต้องแก้ตัว" พี่พายุนี่จอมดักผมจริงๆเลยนะ ยิ่งพ่อกับแม่ไปต่างประเทศด้วย ผมจะมีอะไรไปฟ้องไปขู่พี่พายุอีกล่ะ คิดแล้วเสียใจ

 

          "โหยพี่ ตั้งห้าร้อยลายเซ็น" ผมยู่ปาก กว่าจะครบห้าร้อยผมไม่ตายก่อนหรือไงกัน

 

          "น้องยังดีที่ห้าร้อย พวกพี่พันนึงเลยอ่ะ" พี่กายว่าแล้วหยิบสมุดออกจากมือผมไปเซ็นให้ด้วย

 

          "เยอะขนาดนั้นได้ยังไงกัน"

 

          "เซ็นให้มันง่ายจังวะ" พี่พายุเสริมขึ้น

 

          "มึงจะทำให้ยุ่งยากทำไมล่ะ พวกปีสองยิ่งจ้องเล่นน้องมึงอยู่" หา? จ้องเล่นอะไรกัน

 

          "ช่างมันดิ เอาสมุดมานี่" พี่พายุคว้าออกจากมือพี่ครามที่เซ็นเสร็จแล้ว

 

          "ใกล้วันเช็คลายเซ็นเดี๋ยวกูคืนให้ ห้าร้อยใช่มั้ยที่พวกนั้นสั่งมา"

 

          "อือ ใช่"

 

          "เออ" พี่พายุขานตอบแล้วกรอกเหล้าเข้าปาก ผมอยากจะด่าจริงๆ กินอย่างกับน้ำเปล่าแหนะ แบบนี้จะไม่เมาได้ไง

 

          พอพี่พายุเอาสมุดไปแล้วผมก็ไม่มีอะไรจะคุยต่อเลยกลับมานั่งที่เดิมปล่อยให้พวกพี่เขาล้อมวงกันไป

 

          หนังฉายในทีวีเองก็มีแต่หนังเก่าที่เคยดูแล้ว ผมเบื่อจัง อยากหาอะไรเล่น

 

          ครืด...ครืด...

 

          "ฮัลโหล"

 

          (ไอ้เหนือออออออ)

 

          "ใครอ่ะ"

 

          (ไม่เจอกูวันนึงนี่จำไม่ได้เลยเถอะ กูจ้าว! จำไว้!) ผมรีบเอาโทรศัพท์ออกห่างจากหูทันทีที่ไอ้จ้าวมันตะโกนชื่อตัวเองใส่ผมดังๆ

 

          "โอ้ย กูแสบหู แล้วมีไร"

 

          (คือชีทวิชาเอกกูหายอ่ะ)

 

          "อ่าห้ะ ... แล้ว"

 

          (กูกะจะมายืมมึง แต่กูท้องเสีย)

 

          "จะให้เอาไปให้"

 

          (เออดิ กูไปเข้าห้องน้ำแล้ว ไม่ล็อคห้องนะเข้ามาเลย ไม่ไหวแล้วโว้ยยยย)

 

          ตู๊ด.. ตู๊ด...

 

          จบการสนทนา ไม่ทันได้รับปากเลยว่าจะเอาไปให้ จริงๆหอมันก็ไม่ไกลหรอกแต่ขี้เกียจ

 

          ถอนหายใจแล้วก็ลุกขึ้นหยิบคีย์การ์ดกับกระเป๋าตังค์ไปด้วย แวะซื้อยาให้มันก่อนดีกว่า เผื่อที่ห้องมันไม่มี ผมเข้ามาหยิบชีทเรียนวิชาเอกแล้วเดินออกไป

 

          "ไปไหน"พี่พายุถาม

 

          "ไปหาไอ้จ้าวอ่ะ"

 

          "อืม"

 

          ผมออกมาจากห้องแล้วก็เหงาๆยังไงไม่รู้ ปกติเวลาไปไหนมาไหนผมจะไปกับไอ้จ้าว ลองชวนไอ้เอกด้วยดีกว่า

 

          ดาวเหนือคนหล่อ : เอกจ๋า

 

จ๋า : เอกอี้เอ้กเอ๊ก

 

        ดาวเหนือคนหล่อ : ไปหาจ้าวด้วยกันมั้ย เหงาอ่ะ

 

          ไปดิ เดี๋ยวลงไปนะ : เอกอี้เอ้กเอ๊ก

 

          ทำไมตกลงง่ายจังวะ นี่ถ้ามีใครหลอกว่าเป็นผมแล้วล่อมันออกไปข้างนอกคงโดนฉุดแน่ๆ

 

          แล้วใครจะฉุดมันนี่คือสิ่งที่ผมคิด

 

          "มาแล้วๆ" ผมมองเอกที่ดีใจหน้าระรื่นมาแต่ไกล

 

          ปกติไอ้จ้าวมันรำคาญเอกมาก มันเลยไม่ค่อยสนใจไอ้เอกเท่าไหร่หรอก มีแต่ผมกับไอ้ภีมเท่านั้นแหละที่สนใจมันบ้าง

 

          "ไม่ชวนไอ้ภีมเหรอ"

 

          "ไปแปปเดียวเอง"

 

          "ชวนมันหน่อย มันบ่นเหงาๆอยู่" นั่นสินะ ผมเห็นภีมลงสเตตัสในทวิตเตอร์ว่าเหงาบ่อยๆ สงสัยเป็นคนขี้เหงา

 

          "งั้นมึงก็ชวน เจอกันหอไอ้จ้าว"

 

          "โอเค๊" เอกพยักหน้าแล้วกดโทรศัพท์รัวๆ วันนี้ผมนึกสนุกอยากขี่สามล้อไปหอไอ้จ้าวเลยเดินหาสามล้อหน้าปากซอย

 

          "พี่ไปหอ x ครับ"

 

          "สี่สิบบาทครับ" ผมพยักหน้ารับกับราคาที่คุณคนขับเสนอมา ใกล้แค่นี้สี่สิบบาทก็คุ้มแล้วสำหรับชีวิตเมืองกรุง

 

          ผมชอบบรรยากาศขี่สามล้อเวลานี้มากเลย ได้เห็นแสงสีบนถนนชัดเจนและผู้คนออกมาเดินเล่นในวันหยุด

 

          ดูสบายใจแต่ก็วุ่นวายดี

 

          สิบกว่านาทีพวกเราก็ถึงหอไอ้จ้าว เอกบอกว่าภีมจะมาแต่คงนานหน่อยเพราะรถติด หอภีมอยู่ไกลจากเราไม่มากหรอกแต่การเดินทางอ่ะทำให้ยาวนาน

 

          "เดี๋ยวแวะร้านขายยาก่อนนะ" เอกทำหน้าสงสัยนิดหน่อยแต่ก็ไม่ได้ถามอะไร

 

          ผมซื้อยาเคลือบกระเพาะและยาแก้ท้องเสียไป เอกเห็นแล้วก็พยักหน้าเข้าใจไม่ได้ว่าอะไร

 

          "จ้าว" ผมเคาะห้องมันสองสามทีแล้วมันเงียบ ผมเลยเปิดเข้าไปเลย

 

          "มึง..." อนาถแท้

 

          ผมมองไอ้จ้าวที่กำลังหน้าซีดเซียวนอนเป็นผักต้มเปื่อยอยู่หน้าห้องน้ำตัวเอง

 

          "กูเหนื่อย.." เสียงแหบแห้งของจ้าวทำเอาผมเหนื่อยแทน

 

          "มึงลุกๆ มากินยาก่อน" ผมกับเอกพยุงให้จ้าวลุกขึ้นไปนั่งบนเตียง แล้วแกะยาให้มันกินไม่นานภีมก็มา

 

          "พวกมึงมาทำไรกันวะ" จ้าวดูดีขึ้นเมื่อกินยาแล้ว ตอนนี้พวกเราเลยมานั่งล้อมวงกันอยู่ข้างเตียง

 

          "กูเหงาอ่ะ เลยชวนพวกนี้มาด้วย"

 

          "ละมาแล้วจะทำอะไร" จ้าวถาม

 

          "มานั่งเล่นไง ไอ้ภีมซื้อน้ำอัดลมมาเยอะเลยนะเนี่ย" ผมชูถุงให้ไอ้จ้าวดู

 

          "แล้วกูกินได้มั้ยเถอะ พวกมึงก็กินไป กูขอนอนก่อน" จ้าวพูดแค่นั้นแล้วก็ล้มตัวนอนไปเลย สงสัยจะเหนื่อยจริงๆแหละเนอะ เล่นขี้จนหมดไส้หมดพุงขนาดนั้น

 

          ผมปล่อยให้จันทร์จ้าวนอนพักไป พวกผมมานั่งกินน้ำกับขนมและดูหนังไปด้วย มาแบบนี้ก็ดีเหมือนกัน ถ้าอยู่ห้องกับพวกเพื่อนพี่พาคงได้เฉาตาย

 

          "เออ เห็นว่าพรุ่งนี้วันอาทิตย์นี่หว่า"

 

          "ทำไมวะ"

 

          "ของที่ห้างมันลดราคาอ่ะ"

 

          "มึงจะชวนพวกกูไปซื้อของ พูดมาแต่แรกก็จบมั้ยเอก" ผมกับภีมส่ายหัวใส่มัน พอจะชวนคนอื่นทีก็กระดากปาก

 

          "แหะๆ" ยังมีหน้ามาหัวเราะแห้งใส่อีก

 

          "พวกมึง.. กูถามไรหน่อยดิ"

 

          "ไรเหนือ ถ้าคำถามยากไม่ตอบนะ" ผมกลอกตามองไอ้ภีม

 

          "ยากมาก ชนิดที่พ่อแม่มึงก็ยังไม่รู้"

 

          "เออ งั้นไม่ต้องถาม กูไม่ตอบ"

 

          "ไอ้เวร"

 

          "ล้อเล่นๆ มีไร" ภีมหัวเราะแล้วก็ลูบแขนผม

 

          "พวกมึงได้ลายเซ็นรุ่นพี่ครบยัง" ผมถามพวกมันทั้งสองคน

 

          "ยังอ่ะ ยังไม่ได้สักลายเซ็น" ภีมว่า

 

          "ได้สองเอง" เอกทำหน้ามุ่ย

 

          ผมคิดว่าพี่พายุคงจัดการให้แต่ถ้าขอให้พี่มันทำให้เพื่อนผมคงได้โวยวายแน่ ขนาดของไอ้จ้าวผมยังไม่กล้าจะเอาไปให้เลยกลัวพี่มันเขวี้ยงทิ้งมากกว่า

 

          "สรุปพรุ่งนี้ไปห้างใช่มั้ย กี่โมง" ผมเคี้ยวขนมอยู่ในปาก

 

          "เที่ยงดิ ไปหาไรกินด้วย" เอกว่า

 

          "ละใครจะมารับกูอ่ะ" ผมไม่มีรถนะบอกเลย บอกเอาไว้เลยว่าไม่มีรถสักคัน มอเตอร์ไซค์หรือจักรยานก็ไม่มี

 

          "ไอ้ภีมไง มันมีรถ"

 

          "กูอีกแล้วเหรอ"

 

          "เออ มึงนั่นแหละ หล่อ รวย ใจดี สปอร์ตมากจ้าป๋าาา" ผมขำกับท่าทางไอ้เอกที่มุดอกภีมและทำท่าทางแต๋วใส่

 

          "สัส เออก็ได้" ภีมรีบรับปากและผลักไอ้เอกออก

 

          รายนี้คิดจะบ้าก็บ้า คิดจะนิ่งก็นิ่ง โว้ยยยย มีเพื่อนทั้งทีจะปกติสักคนมั้ย

 

 

 

 

          เรากลับมาที่คอนโดตอนดึกนิดหน่อย ไอ้ภีมมาส่งผมกับเอกลงที่หน้าซอยแทน

 

          "น่ากลัวอ่ะเหนือ" เอกพูดแล้วก็เกาะแขนผมแน่น

 

          "มันน่ากลัวที่ไหนล่ะเอก ไฟสว่างอย่างกับงานวัด โว๊ะ!" ผมหยุดเดินแล้วหันไปด่าคนขวัญอ่อน

 

          "ก็มีแค่เราสองคนที่เดินอยู่อ่ะ รีบๆเดินเหอะ น่ากลัว" ไอ้เอกนี่มันไอ้เอกจริงๆ

 

          "งั้นรีบเดิน มันดึกแล้วเนี่ย"

 

          ผมรีบดึงแขนมันให้เดินตามเข้ามาข้างใน เดินมาก็ไม่ถึงสิบนาทีก็ถึงแล้วมั้ยอ่ะ

 

          ครืด...ครืด...

 

          ใครโทรมาละเนี่ย

 

          -Misscall Payu- ฉิบหายแล้ว พี่มันโทรมาทำไมเนี่ย

 

          "ฮัลโหล"

 

          (มายางงงงงง) อื้อหือ.. เสียงยานชนิดที่เมาแล้วน็อคเอาท์แน่ๆ

 

          "อยู่ในลิฟท์เนี่ย"

 

          (เอามานี่ๆ) ผมได้ยินเสียงใครบางคนและเสียงกุกกัก

 

          "...."

 

          (น้องเหนืออยู่ไหนครับ)

 

          "อยู่ในลิฟท์ครับ จะถึงแล้ว"

 

          (งั้นเหรอ รีบขึ้นมาเลยนะ พายุมันโวยวาย)

 

          "ครับๆ"

 

          พี่สิบทิศวางสายไปผมก็ถึงชั้นสิบเก้าพอดี

 

          "เห้ย.." ผมมองซากขยะและซากคนที่นอนเรี่ยราดไปทั่ว พี่กายกับพี่ครามที่เอาหัวจุ่มโซฟาไปแล้ว แต่พี่พายุ

 

          พี่มึงจะอ้วกใส่พรมไม่ได้!!!!

 

          โว้ยยยยยย!!!!

 

          "ฮือ... พรมขนสัตว์ของแม่" ผมอยากจะบ้าตายเลยจริงๆ

 

          "ช่วยพี่พามันไปนอนทีนะ พี่คนเดียวไม่ไหว"

 

          "มายางงงงง ไอ้เหนือออออ รีบกลับ!" พี่พายุตะโกนเสียงดังจนผมเหม็นปาก

 

          ฮือ... พ่อแม่ครับ กลับมาจัดการพี่มันก่อนสิ

 

          "เหนือไหวนะ" พี่สิบทิศถามผมที่กำลังจะแบกพี่พายุขึ้น

 

          "ไหวครับ ฝากทางนี้ด้วยนะ"

 

          ผมกึ่งพยุงกึ่งลากพี่มันเข้าห้องจนเสร็จ กว่าจะยกพี่มันขึ้นเตียงได้ก็ใช้เวลาไปนานพอสมควร

 

          ต่อไปนี้คงจะเป็นการเช็ดตัวใช่มั้ย เห็นในหนังทำกันตอนอีกคนเมาอ่ะ ผมรีบเข้าห้องน้ำแล้วเปิดน้ำใส่กะละมังใบเล็ก หาผ้าขนหนูผืนเล็กที่อยู่ในตู้ออกมาและเดินออกไป

 

          "พรุ่งนี้ลุกไม่ได้จะสมน้ำหน้าให้นะพี่นะ" ผมเช็ดตัวและหน้าให้พี่มันอย่างชุ่มชื้นก่อนจะเก็บของและห่มผ้าให้

 

          นอนหลับให้สบายนะครับ ไม่ต้องตื่นมาอีก กูปวดหัว!!!

 

          ผมปิดประตูห้องแล้วออกมาหาพี่สิบทิศที่เก็บซากพวกพี่กายเรียบร้อยแล้ว

 

          "เหนื่อยมั้ยเรา"

 

          "เหนื่อยดิ ทีหลังถ้ากินแบบนี้เมาให้ตายไปเลยนะ ชิ"

 

          "แล้วอ้วกมันจะทำยังไง"

 

          "ทิ้งไปทั้งอ้วกทั้งพรมนี่แหละ ขี้เกียจซัก" ผมว่าก่อนจะนั่งลงมองดูสองคนที่เมาสลบไปเรียบร้อย

 

          "เดี๋ยวพี่ตามป้ากานต์ให้นะ แม่บ้านของที่นี่แหละ"

 

          "ครับ"

 

          "ไปนอนได้แล้วไป วันนี้กลับดึกนะ" ผมหันไปยู่หน้าใส่พี่สิบทิศ

 

          "ฝากล็อคห้องด้วยนะครับ ฝันดีนะ" ผมยิ้มกว้างและเข้ามาในห้องนอนของตัวเอง

 

          "ฝันดีเหมือนกันนะ น้องดาวเหนือ"

 

          บ้าจริง!... ทำไมเสียงมันใกล้ประตูจังเลยอ่ะ





ฝากสกรีมแท็ก #ดาวเหนือตัวยุ่ง กันด้วยน้าาาาาา


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 41 ครั้ง

65 ความคิดเห็น

  1. #62 min-nalinee (@lonelyluhan) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 3 มิถุนายน 2562 / 16:29
    คิดถึงจังง
    #62
    0
  2. #58 XGINGX_ (@XGINGX_) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2562 / 13:55
    แงงงงงง แววม่ามาแต่ไกล น้องเหนือของคูมแม่ พี่พาฮึบๆน้า
    #58
    0
  3. #57 iaaooa (@galaxy-tpy) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2562 / 21:09
    พี่พายุแงงงงงงงง
    #57
    0
  4. #56 SButthanu (@SButthanu) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 22 กุมภาพันธ์ 2562 / 22:23
    พี่พาาาา ถึงจะจิกกัดกันเป็นประจำแต่ก็รักเหนือมากๆใช่มั้ยละ ก็มีกันแค่นี้อะเนอะ กลัวว่าน้องจะเสียใจกลัวน้องจะคิดว่าพ่อกับแม่ไม่รักแล้ว ยอมที่จะเก็บเอาไว้เพราะไม่อยากให้รอยยิ้มดาวเหนือหายไป ยอมแล้วอยากได้พี่พา(ไม่ใช่ละ) ส่วนพี่สิบทิศคือความหล่อทั้งมวล ไม่มีอะไรลบล้างได้ละมุนสุด (จ้าวนั้นหายไวๆนะลูก วงวาร5555)
    #56
    0
  5. #55 vgavga (@vgavga) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 22 กุมภาพันธ์ 2562 / 22:20
    พี่พาาาาาาาาา​ ไม่เครียดๆนะะ​
    #55
    0
  6. #54 jiraxxi (@jiraxxi) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 22 กุมภาพันธ์ 2562 / 20:15
    พี่พายุกรักน้องมากเลย ถึงจะชอบกัดกันก็เถอะ
    ไม่เครียดๆนะพี่พา
    #54
    0
  7. #53 meax (@kunatth) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 22 กุมภาพันธ์ 2562 / 18:06
    น้องงงเหนืออออ พี่พาตอนนี้ดูเป็นห่วงครสน้องมากเลย ต่อหน้าน้องก็กวนเหมือนเดิมแต่ลับหลังก็ไม่ไหวแน้ว ;-; พี่พาไม่เป็นไรนะ ไม่เครียดๆๆๆ
    #53
    0