EXO Hight school magic

ตอนที่ 5 : Magic :Five (5/5)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 72
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 2 ครั้ง
    3 พ.ย. 60

  "ทุกคนไม่ต้องสงสัยในตัวข้าหรอก...อย่างที่ศาสตราจารย์ไรเฟอร์รู้ข้าคือสัตว์ในตำนาน...ที่คอยปกป้องตระกูลเวทย์น้ำ...ฉะนั้นไว้ใจได้ว่าข้าสามารถปกป้ององค์หญิงจุนมยอนได้เป็นอย่างดี"พิกซี่ยิ้มและยืนกรานที่จะคอยปกป้องจุนมยอนไว้ภายใต้ปีกสีขาวที่จะคอยกอดกุมจุนมยอนให้พ้นจากอันตรายทั้งปวง
"ข้าเข้าใจท่านนะท่านพิกซี่แต่คำทำนายได้กล่าวไว้ว่า ให้พวกเค้าทั้งหกคนคอยปกป้ององค์หญิง ข้าไม่มีสิทธิเถียงในคำทำนายเก่าแก่"ไรเฟอร์ตอบกลับ ดวงตาคมภายใต้แว่นตามองสำรวจตัวพิกซี่อย่างรอบคอบ เพื่อจะดูให้แน่ชัดว่าไม่ใช่ฝ่ายศัตรู
"งั้นข้า...จะขอเป็นคนคอยติดตามอีกคน...ข้าจะดูแลองค์หญิงทั้งหมดเพียงคนเดียว"จุนมยอนที่นั่งฟังสะดุ้งกับประโยคที่พิกซี่พูด จะเป็นไปได้อย่างไรในเมื่อพิกซี่เป็นยูนิคอร์นเวทย์ของเค้าคือสามารถกลายร่างเป็นคนได้แล้วจะมีพลังพิเศษได้อย่างไร
"คริส...จะรับหน้าที่คอยปกป้องจุนมยอนเอง"คริสที่ยืนฟังอยู่เงยหน้าขึ้นมามอง พลางกำมือแน่นอย่างโดนขัดใจ
"ข้าจะปกป้องอี้ชิงเท่านั้น!!!!"คริสยืนกรานตอบกลับ จุนมยอนมองหน้าคริสแล้วก้มหน้าลงไป เค้าก็อยากที่จะมีคนปกป้องเค้าด้วยความเต็มใจเหมือนกัน ไม่ใช่เพราะถูกบังคับ
"ไม่เป็นไรคับ...พิกซี่ก--"
"ไม่!!!คริสเท่านั้น!"
"ศาสตราจารย์!!!ข้าก็รู้ว่าจำเป็นต้องมีคนปกป้อง...เทาสิ!!!ไม่ใช่ข้าคนเดียว"คริสผลักไสงานมาให้เทาทั้งๆที่ก็รู้ดีว่าเทานั้นไม่ยอมอยู่แล้วแต่ในเมื่อคริสอยากที่จะปกป้องแค่อี้ชิงเลยเป็นปัญหา
"ท่านพอเถอะ...ผมเป็นผู้ชาย...ไม่ใช่ผู้หญิงผมดูแลตัวเองได้"จุนมยอนลุกขึ้นเเล้วตัดปัญหาทั้งหมดด้วยการเดินออกจากห้องประชุม ใบหน้าหวานเต็มไปด้วยความสับสน แม้ว่าจะตัดปัญหาด้วยการเดินหนีออกมาก็ใช่ว่าจะไม่คิดอะไรอีก ในหัวต่างตีกันจนวุ่นร่างบางที่คิดไปมาจนไม่รู้ว่าตัวเองเดินมาถึงไหนแล้ว ไม่รู้ว่าตัวเองเดินออกมานอกเขตโรงเรียนไปแล้ว
[ คำเตือน:ห้ามนักเรียนออกนอกเขตโรงเรียนจนกว่าจะได้รับอนุญาตหรือมีเวทย์ขั้นสูงแล้ว ]
เสียงรองเท้ากระทบกับกิ่งไม้จนแตกหัก ทุกกิริยาการกระทำนั้นมีผู้คนต่างจับจ้องโดยที่จุนมยอนไม่รู้ตัว ร่างบางอยากกลับบ้านจะแย่อยู่แล้ว อยากกลับไปโดนแม่ด่าอยากกลับไปอ่านหนังสือให้พ่อฟัง อยู่ที่นี่มีแต่ความลำบากเพื่อนก็ไม่มีสักคนมีแค่พิกซี่...เอ๊ะ!!
"ท....ที่ไหนเนี่ย!!!"ไม่รู้ว่าเดินมาไกลแค่ไหนแล้วแต่ที่รู้ๆ...ไม่เห็นโรงเรียนแล้วและเจอแค่ทุ่งหญ้าทุ่งใหญ่ จุนมยอนมองซ้ายมองขวาก่อนจะหันหลังกลับแล้วรีบเดินกลับด้วยความเร็ว
"จะไปไหนจ้ะคนสวย"
"อ่ะ!!..."เสียงทุ้มชวนขนลุกปรากฎให้เห็นชายหนุ่มรูปร่างสูงโปร่งใบหน้าหล่อเหลาเอาการที่ยืนอยู่บนก้อนเมฆที่ลดต่ำลงจนในที่สุดเมฆนั้นก็หายไปกับพื้นดิน
"โอ้!~ของโอชาเลยนี่...องค์หญิงรุ่นที่หนึ่งซะด้วย...ไม่มีม้ามาเกะกะเหมือนร้อยปีที่แล้ว"
"พูดอะไรน่ะ!ชั้นไม่เคยเจอกับนายหลีกไปชั้นจะกลับ!"จุนมยอนผลักบุรุษชายคนนั้นให้พ้นทางก่อนจะเดินไปโดยไม่หันหลังกลับมา
"เดี๋ยว~"บุรุษชายผู้นั้นดึงจุนมยอนก่อนจะเหวี่ยงลงพื้น ร่างบางกระแทกลงกับพื้นจนรู้สึกเจ็บที่ก้นอย่างบอกไม่ถูก คนที่ดึงแขนเค้าดมที่มือของตัวเองก่อนจะเลียแล้วยิ้มออกมา
"ไม่เจอกันตั้งนาน ยังหอมหวานไม่เคยเปลี่ยนเลยสินะซูโฮ"
"ซูโฮอะไรข..ของนายชั้นชื่อจุนมยอนผิดคนแล้ว!!"จุนมยอนพยายามดันตัวเองขึ้นจากพื้นแล้วเดินกระเผลกหวังที่จะไปให้พ้นจากชายผู้นี่ แต่เค้าดันสะดุดล้มไปตรงอกของชายผู้นั้นอย่างหมดแรง
"ไม่เจอกันตั้งร้อยกว่าปี...เจอกันเพลานี้เจ้าถึงกับอ่อยข้าเลยรึซูโฮ"บุรุษชายผู้นั้นเลียที่คอจุนมยอนแล้วโอบที่เอวอย่างรุกล้ำ จุนมยอนผลักเค้าออกก่อนจะเช็ดที่คออย่างขยะแขยง 
"ชั้นบอกว่าไม่รู้จักนาย!"จุนมยอนใช้หินขว้างใส่หน้าเค้าทันที แล้วรีบเดินออกมาแต่ใครจะคิดหละว่าจุนมยอนจะเดินออกมาได้อย่างสง่างาม
"กล้าปาหินใส่ข้างั้นรึ...คงต้องโดนลงโทษก่อนสิ"บุรุษผู้นั้นกระชากจุนมยอนแล้วเหวี่ยงไปที่กองหญ้าอย่างเกรี้ยวกราดใบหน้าหล่อคมที่เต็มไปด้วนความโกรธแล้วเริ่มเดินไปหาจุนมยอนที่นอนจุกจนเกือบจะหมดสติไปอยู่แล้ว จู่ๆเสียงบางอย่างที่ดังก้องฟ้าจนต้องปิดหูก็ดังขึ้น ปรากฎให้เห็นมังกรตัวสีดำที่พ่นลมหายใจจนเกิดควันออกมา บุรุษผู้นั้นจ้องมังกรตนนั้นอย่างแปลกใจ แต่ก็ต้องแสยะยิ้มออกมาเพราะรู้ว่าที่มังกรปรากฎมาเพราะใคร
"หึ!เจ้าหาเรื่องประหลาดใจให้ข้าอีกแล้วซูโฮ"มังกรที่พอเท้าใหญ่แตะลงพื้นก็กลายร่างเป็นมนุษย์ดังเดิม แต่ยิ่งกว่าประหลาดใจคือเค้าคนนั้นกลายเป็นคริส
"โอ้!!~น้องชายที่น่ารักคนนี้นี่เอง"
"อย่ามาเรียกข้าแบบนั้นข้าไม่ใช่น้องเจ้า'ไรอั้น' "คริสหันหน้าหนีก่อนจะเดินไปหาจุนมยอนแล้วอุ้มขึ้นในท่าเจ้าสาว
"เด็กเจ้าน่ารักดีนี่...เดี๋ยวนี้เล่นของสูงแล้วหรอ"ไรอั้นยิ้มก่อนจะนั่งที่ก้อนเมฆแล้วมองไปที่จุนมยอนอย่างติดใจในรสชาติหอมหวานของร่างกาย
"อย่าเอานิสัยหยามคายของเจ้ามาเปรียบเทียบกับข้าสิ"คริสตอกกลับด้วยคำที่รุนแรง แต่ไม่ได้ทำให้ไรอั้นเจ็บปวดสักนิด แต่ไรอั้นกลับหัวเราะกับประโยคที่คริสพูดออกมา
"นั่นรุ่นที่หนึ่งเชียวนะข้าไม่ได้เจอเป็นพันกว่าปี...แค่ทักทายเบาๆเท่านั้นเอง"คริสที่รู้ว่าจุนมยอนเป็นรุ่นที่หนึงจึงเกร็งไปทั้งตัวโดยจิตวิญญาณเลยเผลอกระชับอ้อมแขนมากขึ้น
"พูดมากไปแล้ว...แกน่ะ!"คริสพูดกลับก่อนที่จะมีมังกรสีแดงบินมารับคริส คริสกระโดดขึ้นไปบนหลังมังกรก่อนจะทิ้งประโยคหนึ่งไว้ให้กับไรอั้น แล้วก็บินหายไปพร้อมกับมังกร
'แกไม่มีทางได้แตะท่านรุ่นหนึ่งอีกแน่...แม้แต่ปลายเล็บก็ไม่มีวัน'
"หึ...ยังเย่อหยิ่งในพลังเหมือนเดิมสินะ..."ไรอั้นยิ้มก่อนจะทวนซ้ำในชื่อของจุนมยอนพลางยิ้มอย่างเจ้าเล่ห์








"ไรอั้น!!!!"คาเบลพูดขึ้นด้วยเสียงที่ตกใจกลัวไม่ต่างจากพิกซี่ที่แข็งไปแล้วเพราะความเกรงกลัวต่อพลังของไรอั้นเมื่อพันปี 
ไรอั้นเกือบจะครองวิลแพลตวินเทอร์ได้แต่องค์หญิงทั้งหกพระองค์สละกายรับพลังทั้งหมดจนได้เกิดใหม่ที่โลกมนุษย์
"ล..แล้วเป็นยังไงต่อ?"
"มันจะข่มขืนจุนมยอน"คริสตอบพลางกอดอกอย่างคิดหนัก ถ้าเค้าไปช้ากว่านี้ไรอั้นคงได้องค์หญิงเป็นภรรยาและมีเวทย์ขั้นที่ไม่สามารถหยุดยั้งได้..
ถ้าเค้าไปไม่ทัน....ถ้าเค้าไม่เถียงและรับจุนมยอนมาดูแล...อาจจะแก้ไขทุกอย่างได้
"ท่านคาเบล...ข้าจะดูแลจุนมยอนเอง"คาเบลมองหน้าคริสก่อนจะระบายยิ้มออกมา
"ไม่!!!ข้าไม่ไว้ใจเจ้า!!เจ้าปฎิเสธเค้าแล้วไม่มีสิทธิรับเค้ามาดูแลอีก!!!"พิกซี่ดันคริสออกแล้วทำหน้านิ่วคิ้วขมวดใส่คริส พลางกางปีกออกเหมือนพยายามปกป้องร่างบางที่สลบอยู่บนเตียงไม่รู้เรื่อง คริสชันเข่าซ้ายขึ้นแล้วพูดคำปฎิญาณ
"ข้าขอสัญญาว่า...ข้าจะดูแลองค์หญิงด้วยเลือดและเนื้อของข้า..."คริสกรีดเลือดที่นิ้วก่อนจะประทับ ที่ปีกของพิกซี่เป็นเชิงว่า 'ข้าจะดูแลองค์หญิงอย่างดี'เลือดของคริสที่ประทับที่ปีกต่างโดนผสมเข้ากับปีก จนปีกกลายเป็นสีแดงแซมขาว พิกซี่มองคริสก่อนจะหุบปีกลง
"ข้าจะไว้ใจเจ้า...แต่ถ้าองค์หญิงเป็นอะไรขึ้นมา...เจ้าจะเจ็บหนักกว่าเค้า...หลายล้านเท่า"คริสคำนับรับแล้วเดินไปที่เตียงของจุนมยอน แล้วกัดที่ปากตัวเองจนเลือดและค่อยๆประทับริมฝีปากไปที่ปากสีชมพูอ่อนของจุนมยอนมือหนาบีบเข้าที่ปากบางเบาๆ ให้เผยอออกแล้วค่อยๆใช้ลิ้นเลียเลือดเพื่อส่งต่อในปากของจุนมยอน คาเบลที่ยืนอยู่ยืนอึ้งจากการกระทำของคริส
"ค...คริส...จ..เจ้าทำอะไร!??"คาเบลทำท่าจะดึงคริสออกมาแต่คริสชูมือขึ้นห้ามไว้รวมถึงพิกซี่ที่ดึงแขนของคาเบลเป็นเชิงว่า...อย่าไปยุ่งกับ'พิธีกรรม'
คริสกัดริมฝีปากตัวเองเรื่อยๆจนเลือดออกมากขึ้น แล้วอมเลือดตัวเองไว้ในปาก พลางประทับจุมพิตลงที่จุนมยอน
"ท..ท่านพิกซี่...ค..เค้าทำอะไร?"
"พิธีกรรม...ผู้ที่ได้ดื่มเลือดของสายพันธุ์ตระกูลมังกร จะทำให้ตระกูลมังกรรู้ว่าครที่ดื่มเลือดนั้นอยู่ที่ไหน"พิกซี่อธิบายให้คาเบลฟัง คาเบลมองไปที่ภาพตรงหน้าก็อดเขินแทนจุนมยอนไม่ได้ ทั้งๆที่รู้ว่าพิธีกรรมเบื้องหน้านั้นศักดิ์สิทธิเพียงไหน แต่การที่ผู้ชายกับผู้ชายจูบกันมันก็....น่าอาย
"เฮือก!!!!"จุนมยอนสะดุ้งตื่นก่อนจะรู้สึกว่ามีอะไรบางอย่างประทับเข้าที่ปากตัวเอง เพราะการสะดุ้งเมื่อกี้ทำให้จุนมยอนเผลอกลืนลงไป แต่ก็ต้องตกใจเพราะใบหน้าหล่อคมที่เค้าเพิ่งจะคิดหนักอยู่ไม่นาน...จูบเค้าอยู่...ใจนึงก็อยากจะปฎิเสธอีกใจนึงก็บอกว่ามันน่าจะมีความสำคัญแต่เค้าจะทำได้อย่างไรในเมื่อคริสมีบาดแผลที่นิ้วตัวเอง คริสถอนจูบออกมาก่อนจะมองที่หน้าจุนมยอน จุนมยอนเหวอหนักก่อนจะจับที่ปากตัวเอง
"ท...ทำอะไรน่ะ!!!"จุนมยอนกุมปากตัวเองอย่างเขินๆนี่เค้าจะเก็บจูบแรกไว้ให้ภรรยาเค้านะทำไมหมอนี่มาชิงไปซะก่อนหละ!
"....ก็แค่อยากจูบ"คริสตอบกวนๆทั้งๆที่ความจริงจูบเมื่อกี้สำคัญต่อคริสและจุนมยอนมาก
"...นายมัน...ช..ใช้ไม่ได้เลย"จุนมยอนชูกำปั้นน้อยๆขึ้นก่อนจะล้มตัวลงนอนแล้วหันหลังใส่คริส
"....เราไปกันเถอะ"คาเบลลากพิกซี่อกมาก่อนจะพูดประโยคที่ทำให้พิกซี่ถึงกับหลุดยิ้ม
"เค้า'สองคน'ต้องทำความรู้จักกันอีกเยอะ"ประมาณสิบนาทีกว่าๆที่จุนมยอนนั้นหลับไปคริสถือถาดอาหารมาวางข้างโต๊ะแล้วจะปลุกจุนมยอนแต่ดันสะดุดกับหน้าตาน่ารักที่เพิ่งสังเกตุซะก่อน ริมฝีปากสีชมพูกุหลาบอ่อนๆและผิวกายที่เนียนขาวราวกลับกระต่ายขนปุยเนื้อตัวก็ดันนุ่มนิ่มน่าบีบนี่อีก คงเป็นอะไรที่น่ารักสุดๆ...
"อาา...จุนมยอนนายก็น่ารักเหมือนกันนะ"

 

เฮียคริสร่างมังกรสีแดงนะฮับ^-^


นี่ก็ร่างมังกรอีกร่างนึงนะฮับ^-^


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 2 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

4 ความคิดเห็น