สุดปลายยอดสน

ตอนที่ 9 : คนของเธอ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 34
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 3 ครั้ง
    5 ก.ย. 61

บทที่  9

คนของเธอ

                “...อย่า...อย่าเข้าใกล้ผม..”  เสียงคนตัวเล็กบนเตียงพูดพร่ำกระสับกระส่ายอย่างคนละเมอฝันร้าย  เสียงโทรศัพท์ที่วางไว้บนโต๊ะสั่นสะท้านไม่มีหยุดแต่เจ้าของหาสนใจไม่ 

                เพื่อน ๆ คงโทรมาตาม...ไมมีทาง  กว่าจะได้อยู่ด้วยกันสองต่อสอง  ตลอดมา  เสกข์คิดว่ามันยากมากกับการเผชิญหน้าคนที่ตนเองหลงรัก  มันกลัวมันกังวลไปสารพัดสารเพ  กลัวเขาไม่รัก  กลัวเขาเกลียด...

                แต่พอได้มาอยู่ชิดใกล้จริง ๆ แล้ว มันแย่มากกว่านั้น...มันเหมือนโลกทั้งใบหยุดหมุนแล้วตัวเราก็หยุดไปพร้อมกับโลก...ไม่มีอนาคต  ไม่มีแม้กระทั่งวันพรุ่งนี้  มีเพียงวันนี้  วันที่ได้อยู่เคียงข้าง...

                เสกข์ตัดสินใจแล้วว่าในเวลานี้  ในเวลาที่มีต้นสนอยู่ใกล้...อยากจะยื้อมันให้นานที่สุดเท่าที่จะนานได้  เพราะตอนนี้ตัวเองยังไม่สิทธิ์...แต่ถ้ามีเมื่อไหร่..

                “สน...ตื่นเถอะ  พี่ใจไม่ดี...ฝันร้ายเหรอครับ ?”  หมอก็บอกว่าไม่ได้เป็นอะไรมาก  เหมือนจะเพลียจากแดดลมและพักผ่อนน้อย

                หลังจากพาต้นสนไปหาหมอ  นอนให้น้ำเกลือเรียบร้อยเสร็จสรรพ  ต้นสนก็ยังไม่ตื่น  เสกข์จึงตัดสินใจพาน้องกลับมาที่บ้านส่วนตัวของตนเอง...บ้านจัดสรรที่พ่อและแม่ของเสกข์ซื้อให้เพื่อให้ลูกชายแยกออกมาอยู่คนเดียวตามที่ลูกต้องการ

                เสกข์ปลุกคนตัวเล็กไปพลาง  ใช้ผ้าชุบน้ำเช็ดตามใบหน้าและเนื้อตัวไปพลาง...

                พิษจากความรักความปรารถนามันทรมานนัก...อยากแตะต้องคนที่รักด้วยความหลงใหลก็กลัวความผิดติดตัวไปจนตาย  ได้แต่ซับลูบจูบไล้เพียงแผ่วเบาเพื่อลดหลั่นความทรมาน

                “ถ้าสนไม่ตื่น  คืนนี้ก็ต้องนอนกับพี่นะ  พี่ไม่รู้จะไปส่งสนที่บ้านได้ยังไง...”  คนตัวสูงหาข้ออ้างให้ตัวเองเสร็จสรรพ  ทั้ง ๆ ที่เพื่อนของทั้งเจ้าตัวเองและของต้นสน  ต่างกระหน่ำโทรศัพท์โทรหาตัวต้นเรื่องอย่างไม่หยุดหย่อน  และเสกข์เพิ่งนึกขึ้นได้ว่าถ้าตัวเองยังไม่รับโทรศัพท์อีกพวกนั้นคงได้ยกโขยงกันมาที่นี่เป็นแน่

                “ไอ้เสกข์!!!  มึงพาน้องไปไว้ที่ไหน!  เพื่อนน้องจะแหกอกกูอยู่แล้ว!

                ยังไม่ทันพูดฮัลโหล  เสียงเพื่อนก็แทรกเข้ามาในสายอย่างฉับไว

                “มึงทำอย่างนี้ไม่ได้นะ  นี่มันลักพาตัว  เรื่องใหญ่เลยนะเว้ย!!!

                “...”

                “มึงจะโดนข้อหากักขังหน่วงเหนี่ยว...ข่มขืน...กระทำชำระ...”

                “พูดพอรึยัง...”  ถามออกไปอย่างเซ็งจิต

                “อะ...เออ ๆ...ทำไมรับโทรศัพท์ช้าจังวะ!  ทุกคนเป็นห่วงน้องกันหมด..”

                “กูอยู่โรงพยาบาล...น้องไม่สบาย...”  ตัดสินใจโกหกออกไปเพียงครึ่ง...

                “อะ...อ้าวเหรอ!  แล้วเป็นไงบ้าง  หมอเค้าว่าเป็นอะไร  เพื่อนน้องยังอยู่กับกูอยู่เลย”

                “ไม่เป็นไรแล้ว  เดี๋ยวกูเฝ้าให้...ไว้ใจกู...กูสาบาน  กูจะไม่ทำ...”

                “เออ ๆ เดี๋ยวกูเคลียร์ทางนี้ให้แล้วกัน”

                “ขอบใจ...”  ทีนี้เราก็ได้อยู่กันสองคนต่ออีกนิดแล้ว...ดีจัง

                ******************************************************************************

                รุ่งเช้า  ภายในห้องนอนยังคงเงียบสงบปราศจากความเคลื่อนไหว  บนเตียงกว้างปรากฏร่างคนสองคนนอนเคียงกันอยู่...

                “...อืม...ปวดหัว...เหนื่อยจัง...”  ต้นสนเป็นคนแรกที่ได้สติหลังจากสลบมายาวนานเกินกว่า  10  ชั่วโมงแต่แปลกมากที่ยังรู้สึกเพลีอยู่...

                “อะ...ที่นี่”  เหมือนเดจาวูเลย  ตื่นมาอยู่ที่ไหนกัน  แล้ว...โดนทำอะไรรึเปล่า!’

                ว่าแล้วเริ่มจับสำรวจไปตามเนื้อตามตัว  ไม่มีอะไร...แต่เพลียจัง

                “อะ....ใคร!  หลังจากนั่งจากนั่งจับต้นชนปลายไม่ถูกอยู่นานก็เพิ่งรู้ว่าไม่ได้อยู่คนเดียว

                คนที่นอนอยู่อีกฝั่งของเตียงขยับพลิกตัวแล้วค่อย ๆ ปรือตา...

                เหมือนเจ้าตัวจะนึกขึ้นได้ว่าเมื่อวานทำอะไร  แล้วเอาใครมานอนด้วย...ฉับพลันตาที่หรี่ปรือก็เบิกกว้าง

                “อะ!  พี่ไม่ได้ทำอะไรนะ...ไม่ได้ทำนะครับ...อะ  แค่ก ๆ”  คนเพิ่งตื่นรีบลุกขึ้นมาอธิบายอย่างร้อนรนจนไอสำลักเสียงดัง

                ต้นสนไม่รู้จะพูดหรือรู้สึกอย่างไรดี  คนคนนี้ไม่ได้ทำอะไร...  ทำท่าตลกอีกแล้ว...แต่ไม่มีแรงขำแล้วนะ  เพลียมาก...

                “ที่นี่...ที่ไหนครับ ?”  ตัดสินใจถามออกไปเพื่อขัดคอคนพูดไม่รู้เรื่อง

                “อ๋อ...เอ่อ...บ้านพี่เอง”

                พอมาได้พูดคุยกันดี ๆ แล้ว  ก็รู้สึกเก้อกระดากด้วยกันทั้งคู่  แต่แล้วต้นสนก็รู้สึกว่า  วันนี้  เกิดเรื่องไม่ดีขึ้นแล้ว

                “พี่ครับ...พาผมกลับบ้านที  ตอนนี้เลย !

                ******************************************************************************

                “สน  ทำไมเพิ่งกลับมาละลูก  ทุกคนเป็นห่วงมาก...แล้วเมื้อกี้...ใครมาส่ง ?”  ป้าแหวนถามไถ่อย่างห่วงใย

                “นางเข็มบอกกับป้าว่าสนไปกับ...ไอ้หมู”

                เหมือนสายป่านบางอย่างที่ยึดโยงความสัมพันธ์ระหว่างต้นสนและเข็มหอมขาดสะบั้นลง  พี่เข็ม...ยังไม่เลิกคิดอย่างนี้อีกเหรอ...

                “ป้าไม่เชื่อหรอกนะ  แต่นางเข็มมันดันปากสว่างไปบอกคุณท่าน  แล้วคุณท่านก็...”

                นาทีนั้น  ต้นสนไม่รู้เลย  ว่าไปทำอะไรให้คนพี่เกลียดชังถึงขนาดใส่ร้ายป้ายสีทั้ง ๆ ที่ก็รู้ว่ามันไม่ใช่  เข็มหอมนั้น...ต้นสนก็รู้สึกว่าตนเคารพเสมือนพี่สาวแท้ ๆ แล้วอีกฝ่ายล่ะ...เห็นต้นสนเป็นอะไร

                “ผมไม่ได้ไปกับพี่หมู...”

                “ป้ารู้...แต่คุณท่านบอกให้สนไปพบ  รีบเถอะลูก...อธิบายกับท่านดี ๆ พูดความจริง  เราไม่ได้ทำอะไรผิด  ไม่ต้องกลัว”

                ต้นสนยิ้มรับคำสอนของป้าแหวน  รีบเดินไปอาบน้ำแต่งตัวเพื่อไปพบกับผู้เป็นใหญ่ในบ้าน

                ภายในห้องรับแขกเงียบสงบ  ต้นสนค่อย ๆ เดินไปแล้วทรุดนั่งตรงแทบเท้าของคุณมรกต  คุณท่านของบ้าน...

                “แกจะเอายังไง...บอกฉันสิ  ไอ้สน”  น้ำเสียงเรียบเย็นเอ่ยถามผู้น้อยที่นั่งอยู่เบื้องต่ำ

                “...ผมอธิบายได้ครับ”  ว่าพลางหันไปสบตากับป้าแหวนที่ยืนอยู่มุมห้องอย่างขอกำลังใจ

                “ลูกชายชั้นฝากฝังแกไว้...แล้วดูที่แกทำสิ  ว่าไง...ฉันต้องให้ไอ้วินหน้าปากซอยนั่น  มันมาสู่ขอแกเลยไหม  จะได้สมใจแก!

                ไม่ฟัง...ไม่ฟังกันบ้างเลย  “ผมไม่ได้ไปกับพี่หมู”

                “แล้วแกหายไปไหนมา!  นางเข็มเป็นคนบอกฉัน  ว่าแกก็เคยทำแบบนี้บ่อย ๆ ตอนที่ฉันไม่อยู่บ้าน”

                พี่เข็ม  จะเอาแบบนี้ใช่ไหม  อยู่กันดี ๆ ไม่ได้อีกแล้วเหรอ...

                “ผมไม่สบาย  เป็นลม  เพื่อนเลยพาไปหาหมอ  แล้ว...ค้างที่บ้านเพื่อน  ผมขอโทษครับ  ที่ไม่ได้โทรมาบอกใคร”  ว่าพลางยื่นถุงยาไปข้างหน้าให้คนเป็นเจ้านายดูให้ชัด ๆ

                “เฮอะ!  ทำไมฉันต้องเชื่อแกกับแค่ถุงยาแค่นี้...”

                “แหวนเชื่อค่ะคุณท่าน  เมื่อเช้าแหวนเห็นมีรถยนต์  หรูหราเชียวค่ะ  ขับมาส่งสนมันที่หน้าบ้าน  ไม่มีท่าทางลับ ๆ ล่อ ๆ แต่อย่างใดเลยค่ะ”  ป้าแหวนรีบช่วยอธิบายกลัวหลานรักเดือดร้อนไปมากกว่านี้  แล้วอีกอย่างเรื่องนี้ดูก็รู้ว่าใครโกหกตอแหล...  อีเลว  อีเข็ม  อย่าให้กูเจอนะ!’  ป้าแหวนคาดโทษในใจ

                “ไอ้หมูมันเป็นแค่วิน  มันไม่มีปัญญาขับรถหรูขนาดนั้นหรอกค่ะ”

                คุณท่านของบ้านมีท่าทางคลายโทสะลงบ้าง

                “จริงเหรอ  ป้าแหวน”

                “จริงค่ะคุณท่าน  ถ้าไม่เชื่อแหวน  ไปถามไอ้สันต์ได้เลยค่ะ  มันเป็นคนเปิดประตูให้สนมันกับมือ”

                เมื่อได้รับการยืนยันหนักแน่น  คุณท่านของบ้านจึงยอมปล่อยต้นสนไป  แต่ไม่วายข่มขู่ทิ้งท้าย

                “ห้ามแกทำแบบนี้อีก  ถ้ามีครั้งหน้า  แกเตรียมกระเด็นออกจากบ้านไปได้เลย”

                “ครับ  คุณท่าน”

                หลังจากที่เดินออกมาจากห้องรับแขก  ป้าแหวนก็เข้ามาลูบหลังลูบไหล่เป็นการใหญ่

                “รอดไปนะลูก  แล้วไม่สบายมากเหรอ  ถึงต้องไปโรงพยาบาล”

                “สนหายดีแล้วละครับ  หมอเขาว่าเพราะตากแดดมากเกินไป  เลยไข้ขึ้นครับ”  บอกออกไปตามที่คนตัวสูงเล่าให้ฟังระหว่างพามาส่งที่บ้าน

                “แล้วนี่อีเข็มมันไปไหน  ป้าจะแพ่นกบาลมันให้ยุบเลย  มันพูดแบบนี้ได้ยังไง... ”

                “เพราะพี่เข็มอยากไล่สนออกจากบ้านนะสิครับ...ก็เพราะว่าวันนั้น...”  ต้นสนตัดสินใจเล่าเรื่องที่เกิดขึ้นวันนั้นให้ป้าแหวนฟัง  ว่าเข็มหอมทำอะไรกับบ้านหลังนี้บ้างเมื่อไม่มีเจ้านายอยู่

                ในเมื่อเคยเตือนอ้อม ๆ แล้วคนพี่ไม่เคยเข้าใจ  ต้นสนก็จำต้องทำแบบนี้

                พี่เข็ม  พี่บังคับสนเองนะ...

                เมื่อทราบเรื่อง  ป้าแหวนโกรธเกินกว่าจะด่าทอพี่เข็มให้เสียแรงอีก  จึงเรียนเรื่องนี้ให้คุณท่านทราบ  ถึงแม้คุณท่านจะเกลียดชังสนเพียงใดแต่ก็ไม่อาจละเลยปล่อยคนที่กินบนเรือนขี้รดบนหลังคาอย่างพี่เข็มให้อาศัยบารมีอีกต่อไปได้...วันนี้ พี่เข็มจึงถูกไล่ออกไปจากบ้านทันทีโดยไม่มีสิทธิ์อุทธรณ์ใด ๆ

                ตอนที่พี่เข็มวิ่งร้องไห้ออกมาจากห้องของคุณท่าน  ต้นสนเพียงมองเมินและไม่สนใจอะไรอีก  แต่อีกฝ่ายกลับเข้ามาหา

                “สน  สนทำอย่างนี้กับพี่ได้ยังไง!  เสียแรง...”  คนพูดพูดไปสะอื้นไป

                “สนทำอะไร ?”

                “มึงยังมาทำไขสืออีก  ที่กูโดนไล่ออก  ก็เพราะมึงไง  ไอ้เด็กเวร!

                ต้นสนไม่เคยเจอใครที่เลวร้ายแบบนี้มาก่อน  ทั้ง ๆ ที่ตัวเองเป็นฝ่ายผิด  กลับมาร้องไห้น่าสงสารเสมือนเป็นผู้ที่ถูกกระทำ

                “พี่ต่างหาก...สนอยากถาม  ว่าพี่...ทำสนทำไม”  สนพูดด้วยน้ำเสียงเรียบเย็น  คนถูกถามย่อมรู้อยู่แก่ใจ  ว่าทำอะไรกับคนอื่น...

                “...อึก...แต่มึง!...”

                “คุณท่านไม่ชอบสน...พี่รู้ใช่ไหม”

                เข็มหอมอยากถามว่า  แล้วเกี่ยวอะไรกับที่เธอกำลังโวยวายอยู่ตอนนี้  แล้วต้นสนก็พูดต่อ...

                “แต่คุณท่านไม่ได้โง่...ว่าใครทำอะไรหรือ...ไม่ทำอะไร”  ต้นสนว่าพลางเงยหน้ามองข้างบนเสาต้นหนึ่งตรงทางเดินแล้วรีบจากไปอย่างไม่อยากเสวนาด้วย

                เข็มหอมมองตามสายตาของต้นสนแล้วพลันหน้าซีดเผือด...กล้องวงจรปิด

                “ลืมไปได้ยังไง  นี่กูลืมได้ยังไง...ฮือ ๆ”  นาทีนี้เข็มหอมคงได้แต่คร่ำครวญโทษตัวเอง...

                “แล้วจะไปหางานที่ไหนทำ  ฮือ ๆ”

                ******************************************************************************

                “สน!  เมื่อวานทำไมไม่มาเรียน  ไอ้พี่เสกข์มันทำไรแกรึเปล่า!  บุ้งกับสรวิ่งหน้าตื่นเข้ามาหาแล้วถามขึ้นแทบจะพร้อม ๆ กัน

                “ใจเย็น ๆ บุ้ง  สร  เขาไม่ได้ทำอะไรฉัน”  ต้นสนเมื่อเห็นเพื่อนเป็นห่วงก็รู้สึกผิดที่ลืมโทรศัพท์ไปบอกเพราะมัวแต่ยุ่ง ๆ อยู่

                “แกไม่สบายจริง ๆ ด้วย  ฉันนึกว่าแกจะหลบ...”  สรกำลังจะพูดออกมาแต่บุ้งก็เอามือมาปิดปากไว้ก่อน

                “อะไรของแกสองคน  ทำท่าทำทางแปลก ๆ”  ต้นสนว่าออกมาด้วยความงงงวย

                “เอ่อ  ไม่มีไรจ้า  แหะ ๆ”

                “สน  แล้วแกว่ายังไง  เรื่องพี่เสกข์”  บุ้งถามออกมาอย่างอยากรู้  เพราะอุตส่าห์เปิดทางให้ขนาดนี้แล้ว...

                “...ฉัน...ไม่รู้สิ”  เมื่อได้คำตอบจากเพื่อน  ทั้งบุ้งและสรก็ตาวาวทันทีและแอบกระซิบกันเบา ๆ

                “ฉันว่ามีลุ้น...”

                ต้นสนไม่รู้  ไม่รู้จริง ๆ เกี่ยวกับผู้ชายคนนั้น  อยู่ ๆ เขาก็เข้ามาโดยไม่ทันตั้งตัว  ต้นสนเคยเกลียดคนคนนี้  เกลียดจนไม่อยากมองหน้า  แต่ไม่รู้ทำไม  เพราะวันนั้นเหรอ...?  วันนั้น  วันที่สลบไปด้วยความกลัว  ท่ามกลางความมืดอันน่าขนลุก  ไม่มีทางออก  แต่ต้นสนได้ยิน...ได้ยินเสียงของหัวใจ  เสียงของชีวิต  มันเต้นดัง  ดังเข้ามาในหู  และเสียงใครบางคน...เป็นเสียงของคนคนหนึ่ง...คนที่มีความรัก  ความรักที่มาจากหัวใจ  เสียงแบบนั้น...

                ต้นสนไม่ได้ยินมัน...มานานมากแล้ว 

               

               

               

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 3 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

5 ความคิดเห็น