THe Superman

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 142,644 Views

  • 746 Comments

  • 4,859 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

จำนวนแชร์
0

  • Month Views
    4,184

    Overall
    142,644

ตอนที่ 63 : สามต่อหนึ่งก็แล้วทำไม

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 9473
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 711 ครั้ง
    22 มิ.ย. 61

“ หยุดเดี๋ยวนี้ ! ” เสียงนี้ไม่ใช่เสียงของใครที่ไหน มันเป็นเสียงของป่ายเฉียนนั่นเอง


เนื่องจากมีลูกน้องของป่ายเฉียนอยู่ที่นี่หลายคน พอเห็นว่ากำลังจะเกิดเรื่อง พวกเขาจึงไปตามป่ายเฉียนมา ให้ช่วยยุติปัญหาที่กำลังเกิดขึ้น


โชคดีที่ว่าป่ายเฉียนกำลังเดินมาดูหยางหลิวพอดี จึงทำให้เขามาระงับเหตุการณ์ได้ทันท่วงที


ทั้งผู้ชายคนนั้น และหยางหลิวล้วนเป็นบุคคลสำคัญสำหรับป่ายเฉียน หยางหลิวคือหนึ่งในคนที่เขาเสาะหามาเพื่อเป็นม้ามืดในงานการแข่งขันครั้งนี้ ทว่าชายที่หาเรื่องหยางหลิวก็เป็นบุคคลสำคัญไม่แพ้กัน


ชายคนนั้นคือหนึ่งในศิษย์หลักของสำนักเจิ้งเถียน


แล้วสำนักเจิ้งเถียนคืออะไร ?


สำนักเจิ้งเถียนคือหนึ่งในสำนักใหญ่ที่ขึ้นชื่อด้านการต่อสู้ในปักกิ่ง โดยในปักกิ่งจะมี 5สำนักใหญ่ ได้แก่ หวงเฟย หลิวเจีย หวังลั่ว อู๋หม่า เจิ้งเถียน


สำนักเหล่านี้ไม่ใช่สำนักต่อสู้ธรรมดาทั่วไป สำนักเหล่านี้คือสำนักที่เป็นสถานที่ฝึกฝนผู้คนมากหน้าหลายตา และส่งคนเหล่านี้ไปยังหน่วยงานของทหาร ตำรวจ หรือแม้กระทั่งองค์กรใต้ดินต่าง ๆ


ดังนั้นสำนักพวกนี้จึงสำคัญเป็นอย่างมาก ไม่ว่าจะเรื่องเส้นสาย อำนาจ บารมีต่าง ๆ ห้าสำนักนี้ถือว่าเป็นที่สุด ไม่ว่าใครก็ไม่อยากมีปัญหากับห้าสำนักนี้ รวมทั้งร้านเทียนเหมินที่แม้ว่าจะเป็นผู้มีอิทธิพลและไม่เกรงกลัวใครหน้าไหน ยังต้องไว้หน้าให้กับห้าสำนักนี้ !


ดังนั้นจึงสมควรแล้วที่บอกว่า ป่ายเฉียนโชคดี ถ้าป่ายเฉียนมาช้ากว่านี้จนหยางหลิวไปทำร้ายศิษย์หลักของสำนักเจิ้งเถียน ก็ไม่แน่ว่าการแข่งขันในครั้งนี้ หยางหลิวจะยังคงมีสิทธิ์เข้าร่วมต่อไปหรือไม่


“ ต้องขออภัยด้วยครับ คุณกัวฟู่เฉิง ได้โปรดไว้หน้าผมหน่อย ” ป่ายเฉียนพูดกับชายคนนั้น ซึ่งก็คือกัวฟู่เฉิงหนึ่งในศิษย์หลักของสำนักเจิ้งเถียน


กัวฟู่เฉิงเห็นป่ายเฉียนเข้ามาจัดการเรื่องราวในครั้งนี้ แสดงว่าคนที่เขากำลังมีเรื่องด้วยต้องไม่ธรรมดา และต้องมีความสำคัญต่อป่ายเฉียนเช่นกัน ดังนั้นเขาจึงไม่คิดที่จะหาเรื่องหยางหลิวอีก เขาจึงกล่าวว่า “ ในเมื่อคุณป่ายเฉียนพูดแบบนั้น ผมก็คงทำอะไรไม่ได้ ส่วนนายไว้เจอกันที่สนาม ! ” กัวฟู่เฉิงชี้นิ้วไปทางหยางหลิว และเดินจากไป


หยางหลิวก็รู้สึกว่ากัวฟู่เฉิงต้องเป็นคนที่ไม่ธรรมดาแน่นอน ดังนั้นเขาจึงรู้สึกโชคดีที่ยังไม่ทันได้จัดการกัวฟู่เฉิงไป ไม่เช่นนั้น แม้แต่ป่ายเฉียนก็อ่านจะจัดการเขาเช่นเดียวกับหม่าซูก็เป็นได้


หลังจากนั้น หยางหลิวและป่ายเฉียนจึงเข้าไปพูดคุยกันในห้องพักส่วนตัวอีกครั้ง ในครั้งนี้ป่ายเฉียนก็ได้อธิบายให้หยางหลิวฟังถึงความสำคัญของกัวฟู่เฉิง พอหยางหลิวเข้าใจเรื่องราว เขาก็หลั่งเหงื่อเย็นออกมา และหยางหลิวก็ลอบคิดในใจว่า ‘ โชคดีจริง ๆ ที่ยังไม่ทันได้ลงไม้ลงมือกับกัวฟู่เฉิง ’


ถัดจากนั้น ป่ายเฉียนก็ได้ขอร้องให้หยางหลิวรออยู่ในห้อง เขาจะให้ลูกน้องมาบริการหยางหลิวอย่างเป็นพิเศษ และเมื่อถึงเวลาแข่งขัน เขาก็จะให้ลูกน้องมาเชิญ และพาหยางหลิวไปที่สนามแข่งเอง


หยางหลิวเองก็เข้าใจป่ายเฉียน เขาจึงตอบตกลงในทันที



หลังจากนั้นหลายชั่วโมงการก็กำลังจะแข่งขันจะเริ่มต้นขึ้น


ลูกน้องของป่ายเฉียนพาหยางหลิวมาบริเวณหนึ่งเพื่อสังเกตการณ์การแข่งขัน ในวันนี้มีการแข่งทั้งหมด 16รอบ รอบละ 4คน โดยจะเริ่มจากบล็อก A B C และ D ตามลำดับ ซึ่งหยางหลิวอยู่ในบล็อก B และเขาจะแข่งในรอบที่ 5


หลังจากนั้นไม่นานการแข่งขันก็ได้เริ่มต้นขึ้น ในรอบแรกการแข่งขันในรอบนี้มีศิษย์จากห้าสำนักใหญ่สองคน และมีคนที่หยางหลิวรู้จักลงแข่งขันด้วย


หนึ่งในนั้นก็คือกัวฟู่เฉิงนั่นเอง นอกจากนี้ยังมีอีกหนึ่งคนที่เป็นศิษย์ของสำนักหลิวเจีย แต่ดูเหมือนว่าศิษย์สำนักหลิวเจียคนนี้ไม่ได้เป็นศิษย์หลัก และเขาดูค่อนข้างกดดันไม่น้อยที่ต้องมาเจอฟู่เฉิง นอกจากเขาแล้วคนอีกสองคนก็ค่อนข้างรู้สึกกดดันเช่นกัน การที่รอบแรกต้องมาเจอศิษย์หลักของห้าสำนักใหญ่เช่นนี้ถือว่าเป็นโชคร้ายอย่างแท้จริง


ทว่ามันก็ไม่ได้ถือเป็นโชคร้ายเสียทีเดียว นอกจากห้ามใช้อาวุธ ก็ไม่ได้มีกติกาที่ห้ามตกลงกันระหว่างผู้เข้าแข่งขัน ดังนั้นคนที่แข็งแกร่งที่สุดจึงถูกเพ่งเล็ง และคนที่แข็งแกร่งมากเกินไปก็จะถูกการจู่โจมเป็นคนแรกเช่นกัน


เมื่อการแข่งขันเริ่มต้นขึ้น กัวฟู่เฉิงก็ถูกรายล้อมด้วยคนถึงสามคน !


ทว่าบนใบหน้าของเขากลับไม่ได้มีท่าทีขลาดกลัวแม้แต่น้อย ลักษณะการแสดงออกของเขาเหมือนเป็นราชสีห์ที่กำลังเตรียมพร้อมจะไล่ล่ากวางน้อยทั้งสามมากกว่า


กัวฟู่เฉิงไม่รอให้คนทั้งสามขยับก่อน เขาพุ่งตรงไปยังศิษย์ของสำนักหลิวเจียในทันที


คนทั้งสามยังไม่ทันระวัง และร่วมกันสู้ พวกเขาก็ถูกกัวฟู่เฉิงเข้าจัดการ และในตอนนี้แม้ว่าพวกเขาจะขยับเข้าไปเพื่อรุมกัวฟู่เฉิงก็ไม่ทันการณ์เสียแล้ว


ในขณะนี้ กัวฟู่เฉิงใช้ฝ่ามือฟาดไปบริเวณคอของศิษย์สำนักหลิวเจีย และถึงแม้เขาจะหลบได้ แต่เขาก็พบว่าฝ่ามือที่ฟาดมานั้น เป็นฝ่ามือหลอก แท้ที่จริงกัวฟู่เฉิงกำลังรอให้เขาหลบ และใช้มืออีกข้างจัดการเขา


เพลี่ยงพลั้งแค่หนึ่ง ก็เป็นจุดพลิกผันของชีวิต


ศิษย์สำนักหลิวเจีย ไม่ทันได้แสดงลวดลายใด ๆ ก็ถูกจัดการอย่างเด็ดขาด


กัวฟู่เฉิงไม่รู้ว่าเก็บความโกรธมาจากไหน เขาไม่ได้ออมมือแม้แต่น้อย และเขาใช้กำลัง รวมทั้งกลยุทธ์อย่างเต็มที่ในการปะทะครั้งนี้ นั่นจึงทำให้คนที่อยู่ตรงหน้าไม่มีแม้แต่โอกาสที่สอง


ชายสองคนที่เหลือต่างขวัญหนีดีฝ่อ ศิษย์สำนักหลิวเจียหมดสติไปแล้ว แล้วพวกเขาจะเอาอะไรไปสู้กับชายตรงหน้า แต่ถึงอย่างนั้นพวกเขาก็ต้องลองเสี่ยงดู


อย่างกับที่นัดแนะกันไว้ คนทั้งสองพุ่งเข้ามาขนาบข้างกัวฟู่เฉิง แน่นอนว่าพวกเขากำลังใช้กลยุทธ์คนมากเข้าว่า


แต่ถึงอย่างนั้นก็ไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง


ผลการประลองในครั้งนี้ก็ยังต้องออกที่กัวฟู่เฉิง


แม้ว่าจะใช้คนมากกว่าหนึ่งก็ตาม ทว่ากัวฟู่เฉิงก็ไม่ใช่คนธรรมดาที่จะเอาคนมากเข้าว่ามาใช้ได้


ความแข็งแกร่งของกัวฟู่เฉิงนั้นเป็นของจริง ชื่อเสียงของศิษย์หลักสำนักเจิ้งเถียนก็เป็นของจริง ไม่น่าแปลกใจทำไมตอนนั้นที่หยางหลิวหลบได้ ถึงทำให้กัวฟู่เฉิงถึงโกรธควันออกหูขนาดนั้น


การที่หยางหลิวหลบหมัดกัวฟู่เฉิงได้ ถือว่าเป็นการตบหน้าเขาฉาดใหญ่ และเป็นการเสียชื่อของสำนักเจิ้งเถียน


หยางหลิวรู้สึกเสียวสันหลังวาบ ทำไมเขาถึงดวงซวยแบบนี้ ที่ต้องมาขัดหูขัดตาคนอย่างกัวฟู่เฉิง และในขณะนั้นเองกัวฟู่เฉิงก็เห็นหยางหลิวพอดี เขาจึงชี้ไปทางหยางหลิวพร้อมกับประกาศว่า “ จำครั้งนี้เอาไว้ ! ถึงรอบของนายเมื่อไหร่ นายไม่ตายดีแน่ ! ”


หยางหลิวถึงกับตกใจ ไอ้หมอนี่มันบ้าจริง ๆ เท่านั้นยังไม่พอ กลายเป็นว่าหยางหลิวที่ต้องการทำตัวไม่เด่นสะดุดตาใคร กลับกลายเป็นเป้าสายตาของทุกคน


แต่อย่างน้อยหยางหลิวก็ยังรู้สึกดีอยู่บ้าง ที่เขายังพอมีเกราะป้องกันอยู่หนึ่งชั้น นั่นคือหน้ากากของเขานั่นเอง ขอเพียงหยางหลิวไม่โดนเปิดโปงใบหน้า ก็จะไม่มีใครรู้จักเขา และเขาก็จะไม่มายุ่งวุ่นวายกับการประลองแบบนี้เป็นครั้งที่สองอย่างแน่นอน !

...


หลังจากหยางหลิวมองดูการต่อสู้ผ่านไปรอบแล้วรอบเล่า แต่ละคนก็มีฝีมืออยู่บ้าง แต่หยางหลิวคิดว่าไม่ค่อยมีใครเก่งกว่าตัวเขาเอง ดังนั้นหยางหลิวจึงรู้สึกอุ่นใจ และไม่คิดว่าการแข่งในครั้งนี้เขาจะแพ้ได้


ทว่าพอถึงรอบของหยางหลิว มันกลับเต็มไปด้วยกลุ่มคนที่มีความแข็งแกร่งรวมกันถึง 3คน นอกจากหยางหลิว อีกสองคนก็ยังเป็นหนึ่งในศิษย์หลักของอู๋หม่า และอีกคนก็ยังเป็นศิษย์หลักของสำนักหวงเฟย


แต่นั่นก็ถือว่าเป็นความโชคดีอย่างหนึ่งของหยางหลิว การที่มีคนทั้งมีชื่อเสียง และแข็งแกร่งอยู่ในกลุ่มนี้สองคน นั่นหมายความว่าหยางหลิวก็จะไม่กลายเป็นเป้าหมายในการโดนรุมโจมตีก่อน


ทว่าหยางหลิวคิดผิด ! เรื่องในตอนเย็นวันนี้แพร่สะพัดไปทั่วในหมู่ผู้เข้าร่วมการแข่งขัน ทั้งเรื่องที่หยางหลิวชกกระสอบทรายด้วยมือเปล่านับร้อยหมัด เรื่องที่หยางหลิวทะเลาะกับกัวฟู่เฉิง และหลบหมัดของชายคนนั้นได้ และยังเมื่อก่อนหน้านี้ที่หยางหลิวถูกกัวฟู่เฉิงชี้หน้าจะประกาศสงครามที่พร้อมจะห้ำหั่นกันทุกเมื่อ


นั่นจึงทำให้ศิษย์หลักต่างสำนักยอมร่วมมือกัน และเข้าไปจัดการหยางหลิวก่อนเพื่อลดความเสี่ยง จากนั้นพวกเขาก็ค่อยไปตัดสินกันในภายหลัง


การต่อสู้ในครั้งนี้หยางหลิวเป็นฝ่ายเสียเปรียบอย่างเห็นได้ชัด การต่อสู้แบบสามรุมหนึ่ง และสองในสามยังเป็นศิษย์หลักของห้าสำนักใหญ่อีกด้วย


แต่ถึงจะเป็นแบบนั้นก็ตาม หยางหลิวก็ไม่ได้รู้สึกแย่เท่าไหร่ ตั้งแต่เขารู้จักการต่อสู้ รู้จักระบบความสามารถ เขาก็ต้องสู้กับคนจำนวนมากเช่นนี้อยู่เสมอ พอหยางหลิวตั้งสติได้ เขาก็ค่อย ๆ ทำใจให้สงบ และหาช่องว่าง


แน่นอนว่าหยางหลิวไม่ได้พุ่งเป้าไปยังคนที่แข็งแกร่งสองคนตรงหน้า เขาเข้าไปจัดการกับคนที่อ่อนแอที่สุด ถึงแม้จะมีสามคน แต่ว่าคนพวกนั้นก็ไม่ได้เคยต่อสู้ร่วมกันมาก่อน นั่นจึงทำให้การเข้าไปโจมตีจุดอ่อนเป็นผลดีที่สุด และยังลดจำนวนคู่ต่อสู้ได้อย่างรวดเร็ว


ต้องบอกเลยว่าการเคลื่อนไหวของหยางหลิวนั้นรวดเร็วเกินไป ศิษย์หลักทั้งสองยังไม่ทันได้ตอบโต้ หยางหลิวก็จัดการไปเรียบร้อยหนึ่งคน เท่านั้นยังไม่พอ หยางหลิวยังพุ่งเข้ามาทางศิษย์หลักอู๋หม่าด้วยความเร็วที่มากกว่าเดิม


ชายคนนั้นทำได้เพียงยกแขนมาตั้งการ์ดป้องกันบริเวณใบหน้า ทว่าหมัดของหยางหลิวรุนแรงมาก ถึงขนาดที่ว่าถึงจะใช้แขนรับไว้ได้ แต่ตัวของเขาก็ยังถอยร่นไปจนติดเชือก


และก่อนที่ศิษย์หลักสำนักอู๋หม่าจะทันตั้งตัวจากการปะทะเมื่อครู่


หยางหลิวก็พุ่งเข้ามาอีกด้วยความรวดเร็วอย่างเหลือเชื่อ และต่อยเข้าไปที่ซี่โครงอย่างเต็มแรง นอกจากนี้ยังใช้เท้าเตะตัดขาจนทำให้ชายคนนั้นล้มลงไป และหมดสภาพไม่สามารถต่อสู้ได้อีก


ศิษย์หลักสำนักหวงเฟยเห็นท่าไม่ดี เขากำลังตัดสินใจที่จะขอยอมแพ้ แต่อีกใจหนึ่งเขาก็กลัวทำให้เสียชื่อเสียงของสำนักตนเอง


แต่ไม่ว่าอย่างไรก็ตาม ขณะที่เขากำลังคิดอยู่นั้น หมัดซ้ายก็พุ่งตรงมายังใบหน้าอย่างจัง แม้จะไม่ล้ม แต่ก็ทำให้เขาเซถอยหลังไปสองก้าว และหลังจากนั้นก็มีเท้าขวาข้างหนึ่งเตะอัดเข้ากลางลำตัวอย่างจัง










ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 711 ครั้ง

6 ความคิดเห็น

  1. #447 Gnuh (@Gnuh) (จากตอนที่ 63)
    วันที่ 1 กรกฎาคม 2561 / 09:30

    ขอบคุณครับ

    #447
    0
  2. #56 ผู้ติดตาม (จากตอนที่ 63)
    วันที่ 22 มิถุนายน 2561 / 11:29

    ลงเพิ่มอีกสักตอนจิ ติดตามอ่านมายาวๆ สนุกดีครับ

    #56
    0
  3. #55 Alannis (@alannis) (จากตอนที่ 63)
    วันที่ 22 มิถุนายน 2561 / 11:21
    ตอนใหม่มาไวดีครับเพิ่งอ่านไป อ่านแล้วสนุกดีครับ
    #55
    0
  4. #52 Apirak-Zero (@Apirak-Zero) (จากตอนที่ 63)
    วันที่ 22 มิถุนายน 2561 / 08:43
    เพิ่งมาอ่านสนุกดีครับ
    #52
    0
  5. #51 gean7777 (@gean7777) (จากตอนที่ 63)
    วันที่ 22 มิถุนายน 2561 / 08:19
    สกิลใหม่ดีนะเนี่ย(สกิลต่อสู้)
    #51
    0
  6. #50 Black_centaur (@Black_centaur) (จากตอนที่ 63)
    วันที่ 22 มิถุนายน 2561 / 08:18

    อ่านแล้วช่วยคอมเมนต์ รีวิวหน่อยนะครับ ^_^

    #50
    0