THe Superman

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 142,466 Views

  • 746 Comments

  • 4,857 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

จำนวนแชร์
0

  • Month Views
    4,006

    Overall
    142,466

ตอนที่ 53 : แสดงทักษะด้านการต่อสู้

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 10472
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 669 ครั้ง
    19 มิ.ย. 61

จานชามที่ถูกวางไว้อยู่บนโต๊ะ พอถูกชายผู้หนึ่งจับผ้าปูโต๊ะ ดึงออกมาสุดแรง ทำเอาทั้งจานทั้งผ้าปูโต๊ะลอยออกมาจากโต๊ะอย่างรวดเร็ว โชคดีที่ว่าจานอาหารส่วนใหญ่นั้นได้กระเด็นไปยังบริเวณที่ไม่มีคน ทว่าเป็นโชคร้ายของลู่เอิน มีจานอาหารบางส่วนถูกทำให้ลอยมายังเธอ


หยางหลิวมีปฏิกิริยาที่ฉับไวยิ่ง เขาสังเกตเห็นวิถีของจานเหล่านั้นกำลังเคลื่อนที่เข้าไปหาลู่เอิน ดังนั้นเขาจึงขยับเขยื้อนตัวไปบังที่บริเวณด้านหน้าของลู่เอิน จากนั้นใช้สองแขนโอบตัวของลู่เอินเข้ามาหาตนเองอย่างแนบแน่น ด้วยความกังวลว่าผู้หญิงอย่างลู่เอินจะได้รับอันตรายจากอุบัติเหตุในครั้งนี้ เขาจึงไม่ได้คิดถึงเรื่องเขากำลังทำอยู่ว่าสมควรหรือไม่


ในด้านของลู่เอิน เธอเห็นจานบางส่วนลอยมาหาตนเองจึงเกิดอาการตกใจ ทว่าในเวลาเสี้ยววินาที จู่ ๆ เธอก็ถูกสองแขนของหยางหลิวดึงเข้ามาโอบกอดอย่างแน่นดีที่ยังหายใจออก แต่พอเธอคิดถึงเรื่องนี้ ทำให้ลู่เอินตกใจยิ่งกว่าเดิมบวกกับนี่เป็นครั้งแรกของเธอที่มีชายอื่นซึ่งไม่ใช่พ่อมากอด ทำเอาลู่เอินอับอายจนไม่รู้จะเอาหน้าไปไว้ที่ไหน


“ เพล้ง ! เพล้ง ! เพล้ง ! เพล้ง ! ” ในเวลาเดียวกันนั้น พลันบังเกิดเสียงจานชามแตกดังก้องทั่วร้าน ลู่เอินซบไปยังบริเวณอกของหยางหลิวตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่มีใครทราบ เธอค่อย ๆ ตั้งสติ ดึงใบหน้าของเธอที่แนบอยู่บนอกออกมาและลืมตาขึ้นช้า ๆ เธอรู้สึกว่าไม่ได้ยินเสียงของจานหรือชามกระทบเข้ากับแผ่นหลังของหยางหลิวบวกกับเธอได้ยินเหมือนเสียงจานแตกบริเวณด้านหลังของเธอ ลู่เอินจึงค่อย ๆ หันกลับไปดูบริเวณด้านหลัง ที่แท้เป็นเพราะว่าหยางหลิวขยับมาหยุดและยืนในตำแหน่งเยื้องกับบริเวณด้านหน้าของเธอเล็กน้อย ทำให้ตอนที่หยางหลิวดึงลู่เอินเข้ามาใกล้ ตำแหน่งที่ลู่เอินยืนอยู่จึงถูกเลื่อนไปและรอดพ้นจากอันตรายจากจานที่ลอยเข้ามาหาเธอ


ลู่เอินมองไปเห็นจานแตกอยู่บริเวณด้านหลัง เธอจึงค่อย ๆ รู้สึกโล่งอกเป็นอย่างมากที่หยางหลิวไม่ได้รับบาดเจ็บ อีกทั้งยังรู้สึกดีใจเล็กน้อย


แต่ในขณะที่เธอหันกลับมา ลู่เอินจึงตระหนักว่าในตอนนี้เอง เธอถูกหยางหลิวกอดเธออยู่เป็นเวลานาน ซึ่งลักษณะการที่หนึ่งชายหนึ่งหญิงกอดกันแบบนี้ ทำให้เธออายจนหน้าแดงในทันที ลู่เอินจึงใช้สองมืออันบอบบางของเธอผลักไปยังบริเวณอกของหยางหลิวด้วยความเขินอย่างยิ่งยวด


ถึงแม้ว่าแขนของลู่เอินจะดูบอบบางก็จริงทว่ากลับมีแรงส่งออกมาไม่น้อย แม้แต่หยางหลิวยังไม่ทันคาดคิด จนกระทั่งไม่ทันตั้งตัวใด ๆ จึงถูกลู่เอินผลักออกไปจนเสียสมดุล หยางหลิวเดินเซถอยหลังไปหลายก้าว โชคดีที่ยังไม่ล้มและนั่งทับเศษอาหารที่อยู่บนพื้น มิเช่นนั้นชุดที่หยางหลิวซื้อมาใหม่ในวันนี้คงเละเทะอย่างไม่ต้องสงสัย และคงไม่สามารถที่จะใช้ใส่ได้ในครั้งหน้าเป็นแน่


หยางหลิวเองพอถูกลู่เอินผลักออกมา จึงรู้ตัวว่าตนเองทำผิดที่ไปล่วงเกินลู่เอิน ถึงแม้ว่าจะเป็นเจตนาที่ดีที่อยากจะช่วยลู่เอิน แต่ถึงจะเป็นแบบนั้นก็ไม่ควรที่จะไปกอดกันแน่นเสียขนาดนี้ นี่ก็เหมือนการที่เขาฉวยโอกาสลู่เอิน ดังนั้นเขาจึงพูดอะไรไม่ออก แต่ถึงกระนั้นเขาก็ยังคงส่งสายตาอ้อนวอนขอความเห็นใจจากลู่เอิน


ลู่เอินก็ใช่ว่าจะเป็นคนไม่มีเหตุผลเสียทีเดียว เธอจึงไม่คิดโทษหยางหลิว กลับกันเธอรู้สึกขอบคุณเขาอย่างใจจริง ถ้าไม่เป็นเพราะหยางหลิวมาช่วยเธอ เธอก็คงได้ไปหลายแผลอย่างแน่นอน แต่ทว่าไม่รู้เหตุผลอันใด ลู่เอินไม่สามารถที่จะพูดออกไปตรง ๆ ได้ เธอจึงทำทีเป็นไม่สนใจสายตานั้น พลางเชิดหน้าไปอีกด้านแทน


หยางหลิวเห็นท่าทีไม่พอใจของลู่เอิน เขาจึงรู้สึกจนปัญญา ฉับพลันเขาก็บังเกิดความคิดอันหนึ่งได้ เขาหันไปด้านกลุ่มคนที่ดูมีลักษณะคล้ายอันธพาลเหล่านี้ พวกคนเหล่านี้พลันหน้าซีดเซียว โชคดีว่าหยางหลิวดึงตัวลู่เอินมาทำให้เธอปลอดภัยจากอันตราย ไม่เช่นนั้นเรื่องอาจไม่จบแค่วันนี้ พวกเขาคงได้ขึ้นโรงขึ้นศาล หรือแม้กระทั่งเข้าคุกเข้าตารางก็ไม่นับว่าแปลก


“ พวกแก ! ” หยางหลิวตวาดเสียงดังพร้อมกับชี้นิ้วตรงไปยังคนทั้งสี่ซึ่งยืนอยู่ด้านหน้า รู้สึกเหมือนเลือดขึ้นหน้า ถ้าเขาเคลื่อนไหวช้ากว่านี้จนทำให้เกิดอันตรายต่อลู่เอินแล้วเขาจะทำอย่างไร ตอนนี้ภายในใจของหยางหลิวคุกรุ่น เขาจึงตัดสินใจด้วยความบ้าระห่ำ โดยไม่คิดถึงผลได้เสียใด ๆ ที่เป็นแบบนี้เพราะเขาไม่กลัวคนเหล่านี้แม้แต่น้อย หยางหลิวเคยต่อสู้มาแล้ว ผ่านประสบการณ์อันตรายกว่านี้มาแล้ว บวกกับด้วยความสามารถของระบบ กะอีแค่คนสี่คนเหล่านี้จึงไม่น่าเป็นอันตรายสำหรับเขา


หยางหลิวก้าวเดินไปข้างหน้า และในตอนนั้นเอง เขาก็ปล่อยหมัดออกไปอย่างรวดเร็วจนแทบจะมองไม่เห็น หมัดกระทบเข้าไปยังบริเวณใบหน้าของชายผู้ซึ่งเป็นคนดึงผ้าปูโต๊ะออกมา หยางหลิวต่อยไปเพียงหนึ่งหมัดก็ทำให้ชายคนนี้จนล้มลงไปกองกับพื้น เมื่อหลังติดพื้นชายคนนี้พลันรู้สึกได้ถึงฝ่าเท้าอันหนักหน่วง กระแทกเข้ามาอย่างจังกลางอกในเวลาต่อเนื่องกัน และแม้ว่าเขาจะไม่ได้พยายามขยับตัวลุกขึ้น แต่ก็เหมือนลำตัวถูกทำให้กระเด้งขึ้นจากพื้นและลอยขึ้นมาชั่วขณะ ทำเอาอีกสามคนที่เหลือตาเบิกกว้าง จ้องมองมาทางหยางหลิว เด็กหนุ่มผู้หนึ่งอย่างประหลาดใจ


สองในสามคนนั้นตั้งสติได้ พวกเขาก้าวออกไปในระยะที่สามารถต่อยได้ พวกเขาจึงใช้มือปล่อยหมัดขวาตรงออกมา แต่ทว่าหยางหลิวกลับมองเห็นหมัดขวากำลังพุ่งเข้ามาหาเขาอย่างเชื่องช้า ทำให้รู้สึกดีเล็กน้อย นี่แสดงให้เห็นว่าระบบยังคงดีดังเดิม และเขาไม่จำเป็นต้องกังวลสำหรับการต่อสู้กับคนเหล่านี้


หยางหลิวก้าวตัวหลบหมัดที่พุ่งมาทางเขาโดยเบี่ยงตัวหลบไปด้านข้าง และเข้าไปประชิดใกล้คนที่อยู่ซ้ายมือ หยางหลิวต่อยหมัดไปยังบริเวณกลางลำตัว ทำเอาได้ยินเสียงเหมือนกระดูกซี่โครงหักสองสามท่อน จนทำให้ชายคนทำท่าจะส่งเสียงร้องโอดโอยออกมา ทว่ากลับไม่มีแม้แต่เรี่ยวแรงใด ๆ ที่สามารถปล่อยให้เสียงหลุดออกมาจากปากได้แม้แต่น้อย


ชายอีกสองคนจ้องมองหน้ากันและกันด้วยความรู้สึกกลัว พร้อมทั้งพยักหน้าเหมือนตกลงบางอย่างได้ ทันใดนั้นเหมือนบริเวณเข่าของทั้งสองคนมีแรงดึงดูดมากมายมหาศาลจนทำให้ทั้งคู่ทรุดตัวมานั่งคุกเข่าลงกับพื้น พร้อมกับเสียงกระแทกของเข่ากับพื้น


หยางหลิวที่กำลังจะก้าวเข้าไปจัดการกับสองคนที่เหลือพลันชะงักฝีเท้าเอาไว้ พร้อมจ้องมองพวกเขาสองคนด้วยสายตาอันรุนแรงดุดัน ถึงแม้หยางหลิวจะยังไม่มีสิ่งที่เรียกว่า “ จิตสังหาร ” ของคนผู้ซึ่งผ่านการเข่นฆ่ามานับไม่ถ้วน แต่การกระทำที่ผ่านมาของหยางหลิวก็สามารถข่มขวัญคนที่อยู่เบื้องหน้าได้เป็นอย่างดี อีกทั้งยังทำให้พวกเขาทั้งคู่รู้สึกหวาดกลัวไปถึงส่วนลึกของจิตใจ และไม่กล้าที่จะคิดทำอันตรายใด ๆ อีก

“ พวกเราต้องขอโทษด้วย ! พวกเราถูกจ้างมาจริง ๆ อย่าทำร้ายพวกเราอีกเลย ! ” หยางหลิวยังไม่ทันได้ถามอะไร สองคนที่เหลือก็ได้สารภาพบางอย่างออกมาอย่างรวดเร็ว พร้อมกับโน้มตัวไปข้างหน้าเป็นลักษณะขอโทษหยางหลิว


“ จริง ๆ นะ ! พวกเราถูกจ้างมาจริง ๆ ! เชื่อพวกเราเถอะ ” ชายวัยกลางคน คนหนึ่งในคนที่สารภาพเห็นว่าไม่มีเสียงตอบกลับใด ๆ ออกมา เขาจึงลนลานสารภาพออกมาอย่างหมดเปลือก
“ เป็นผู้ชายคนหนึ่งเดินมาบอกพวกเราทั้งสี่คนว่ามีงานง่าย ๆ ให้ทำ แค่ไปป่วนร้านแห่งหนึ่งก็พอ เขาให้เงินเรามาเยอะมากจึงไม่ปฏิเสธ ”


“ ว่าไงนะ !? ” กลุ่มพนักงานที่กำลังยืนตกตะลึง จากการได้เห็นภาพหยางหลิวที่เหมือนถูกปีศาจร้ายเข้าสิง พร้อมกับอาละวาดต่อยตีลูกค้าที่ดูน่ากลัวเหล่านี้ไม่ยั้ง แต่จู่ ๆ พวกเขากลายเป็นตะลึงยิ่งกว่าเพราะพวกเขาเพิ่งได้ยินว่า สี่คนนี้เป็นคนที่ถูกจ้างมาให้ทำลายชื่อเสียงของร้านตัวเอง ฉับพลันพวกเขาก็ลืมเรื่องที่หยางหลิวทำร้ายคนเหล่านี้อย่างร้ายกาจและมองหยางหลิวราวเทพบุตร จากนั้นจึงค่อย ๆ หันไปจ้องสองคนที่เหลือเหล่านี้แทนด้วยแววตาอาฆาตแค้นอย่างเป็นที่สุด


พนักงานหลังจากที่ได้ยินคำสารภาพก็ว่าตกตะลึงแล้ว หยางหลิวกลับเป็นคนที่ตกตะลึงอย่างที่สุด เมื่อกี้เขาเพียงทำด้วยอารมณ์เท่านั้น พอคิดว่าลู่เอินจะเป็นอันตรายเพราะกลุ่มคนเหล่านี้ เขาจึงไม่คิดที่จะเจรจาใด ๆ อีก เขาจ้องมองและพุ่งเข้าไปหาชายคนที่เกือบทำให้ลู่เอินได้รับบาดเจ็บ และต่อยออกไปอย่างสุดแรงเกิด ทว่าพอหยางหลิวระเบิดอารมณ์ได้ไม่นานเรื่องราวที่เกิดขึ้นกลับเหนือความคาดหมาย และในตอนนี้เองสีหน้าของหยางหลิวจากที่กำลังตกตะลึง จึงค่อย ๆ กลับมาเป็นสุขุมมากขึ้นดังเดิม โชคดีที่ว่า พนักงานทั้งหมดไม่ได้มองมาทางหยางหลิวแล้ว จึงไม่มีใครรู้ว่าเรื่องที่หยางหลิวทำเมื่อกี้เป็นเรื่องบังเอิญเท่านั้น


“ นั่น ! คนนั้น ! ” หนึ่งในสองคนที่รับสารภาพ พลันเห็นคนที่ว่าจ้างตนเองยืนมุงดูอยู่นอกร้าน เขาจึงชี้ไปที่ชายคนดังกล่าว ซึ่งในตอนนี้เองคนดังกล่าวก็เปลี่ยนจากใบหน้าบิดเบี้ยวซึ่งกำลังโกรธที่แผนการของเขาล้มเหลว กลายเป็นตื่นตระหนก


ชายผู้นี้ไม่คาดคิดเลยว่ากลุ่มคนที่เขาลงมือใช้เงินจ้างไปนับหมื่นหยวน จะกลายเป็นผู้ทรยศและบังเอิญเห็นเขาในขณะที่กำลังมุงดูอยู่เช่นนี้


ฝูงชนที่กำลังมุงดูอยู่ก็มองมาทางเขาด้วยความรู้สึกประหลาดใจ คนบางคนก็รู้จักคนผู้นี้ และจากนั้นก็มีเสียงตะโกนหนึ่งดังขึ้นจากด้านในภัตตาคารโจวซือ


“ เป็นมัน ! นี่พวกมันจะไม่เลิกตอแยกับร้านเราจริง ๆ ใช่ไหม ” ชิงฉือพูดด้วยอารมณ์ทั้งโกรธทั้งเกลียด ชายคนที่ถูกชี้ไม่ใช่ใครอื่น แต่เป็นหนึ่งในพนักงานของภัตตาคารเซี่ยว ผู้จัดการหลิงเทียน !


“ ไอ้พวกภัตตาคารเซี่ยว พวกแกนี่มันเลวจริง ๆ ”


“ ไอ้สารเลว ! ”


“ ไอ้ชั่ว ! ”


พนักงานหลายคนเคยเจอประสบการณ์เลวร้ายจากพวกภัตตาคารเซี่ยว พวกเขาจึงควบคุมอารมณ์เอาไว้ไม่อยู่ ตะโกนด่าออกมาหลายคำ กลุ่มคนที่มุงอยู่ได้เห็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทั้งหมด ตอนแรกพากันกลัวหยางหลิวที่อารมณ์รุนแรงเกินไป ทว่าในตอนนี้พวกเขากลับรู้สึกยกย่องชื่นชมเป็นอย่างยิ่ง สำหรับคนหนุ่มวัยไม่ถึงยี่สิบปีคนหนึ่ง กลับมีความสามารถด้านการต่อสู้มากมายขนาดนี้ และยังมีหัวสมองอันเฉียบแหลม สามารถวิเคราะห์สถานการณ์เลวร้ายนี้ออกอย่างทะลุปรุโปร่ง สุดท้ายก็ยังสามารถพลิกสถานการณ์จากเสียเปรียบเป็นได้เปรียบอีก เมื่อพวกเขาที่กำลังมุงดูจะไม่รู้สึกชื่นชมได้อย่างไรทว่าในที่แห่งนี้ไม่มีใครรู้เลยว่าหยางหลิวไม่ได้ทำไปด้วยความสุขุมรอบคอบ แต่เป็นอารมณ์ล้วน ๆ ต่างหาก !


= = = = = = = = = = = = = = = = = = = = = = = = = = = = = = = = = = = =
เดี๋ยวขอเปลี่ยนเป็นอัปลงวันละ 2 ตอนละกันครับ = = = = = = = = = = = = = = = = = = = = = = = = = = = = = = = = = = = =
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 669 ครั้ง

2 ความคิดเห็น

  1. #233 silensehun (@silensehun) (จากตอนที่ 53)
    วันที่ 26 มิถุนายน 2561 / 18:23
    ก็ยังคงเป็นสารคดีติดฮีต่อไป
    #233
    0
  2. #157 Fikusa (@famedragonoy) (จากตอนที่ 53)
    วันที่ 24 มิถุนายน 2561 / 23:00
    เฮียแกไม่ได้ทำอะไรเลย แค่อัดสองสามทีเรื่องก็ง่ายเฉย
    #157
    0