THe Superman

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 142,523 Views

  • 746 Comments

  • 4,859 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

จำนวนแชร์
0

  • Month Views
    4,063

    Overall
    142,523

ตอนที่ 54 : ในที่สุดก็จะกลับมา

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 10795
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 810 ครั้ง
    19 มิ.ย. 61

ลู่เอินเป็นหนึ่งในคนที่ประทับใจกับเหตุการณ์นี้เช่นกัน ในตอนแรกเธอคิดที่จะพยายามตะโกนว่าหยางหลิวอยู่หลายครั้ง แต่พอเห็นท่าทางค่อนข้างชำนาญเวลาต่อสู้ของหยางหลิว เธอก็เลือกที่จะไม่พูดอะไรออกมาแทน ลู่เอินได้แต่ยืนนิ่งมองดูเขา จนกระทั่งเหตุการณ์พลิกกลับตาลปัตร เธอรู้สึกราวกับว่าหยางหลิวคนนี้มีความลึกลับเป็นอย่างมาก ยิ่งรู้จักกันมากเท่าไหร่ ก็ค้นพบความน่าอัศจรรย์ใจมากเท่านั้น


ในขณะเดียวกัน ข้างนอกร้านก็มีเหตุการณ์วุ่นวายเกิดขึ้น เนื่องจากกลุ่มฝูงชนที่มามุงดู ส่วนใหญ่ต่างก็เป็นลูกค้าประจำภัตตาคารโจวซือ ทำให้พอทราบว่าเหตุการณ์นี้เป็นแผนของภัตตาคารเซี่ยวบวกกับพวกเขาเห็นตำตาว่า สองคนที่สารภาพได้ชี้มาทางผู้จัดการหลิงเทียน นั่นยิ่งทำให้พวกเขาเชื่ออย่างสนิทใจ


และก็มีไข่จากทิศทางไหนก็ไม่ทราบถูกขว้างไปตกกลางหัวของผู้จัดการหลิงเทียน ไข่ดิบ ๆ ที่ยังไม่ผ่านการให้ความร้อน พอตกกระทบกับศีรษะที่ค่อนข้างแข็งบวกกับความเร็วจากการขว้างปา ทำให้เปลือกไข่ไม่สามารถต้านทานแรงจากภายนอก สุดท้ายไข่ก็พลันแตกกระจายออกมา พร้อมกับมีของเหลวเหนียวหนืด และกลิ่นไม่พึงประสงค์ลอยออกมาด้วย ที่แท้นี่ไม่ใช่ไข่ไก่ธรรมดา แต่เป็นไข่เน่า !


ผู้จัดการหลิงเทียนแทบคลั่ง เขาหันซ้าย แลขวา มองหาบุคคลที่ปาไข่เน่าใส่เขา แต่ยังไม่ทันได้พูดถามไถ่อะไร ทั้งส้ม ทั้งกล้วย สิ่งของสารพัดก็ถูกขว้างออกมาจากผู้คนโดยรอบ หลิงเทียนถูกรุมประชาทัณฑ์ เขาไม่สามารถทนยืนที่นี่ต่อไปได้อีก ในที่สุดเขาก็เริ่มวิ่งหนีออกไป แต่ระหว่างทางที่วิ่ง เขาก็ยังถูกสิ่งของขว้างปาไล่หลังมานับไม่ถ้วน กว่าจะวิ่งไปถึงภัตตาคารเซี่ยว เสื้อผ้าที่โดดเด่นดูมีสง่าราศี ก็แทบไม่เหลือชิ้นดีอีกแม้แต่น้อย


ลู่เอินกับหยางหลิวละสายตาออกจากผู้จัดการหลิงเทียน จากนั้นพวกเขาจึงหันมาจ้องหน้ากันแทน หยางหลิวยิ้มกว้างดูมีความสุขเป็นอย่างยิ่ง ในวันนี้แม้จะไม่ราบรื่น แต่ทว่าผลลัพธ์กลับใช้ได้ ลู่เอินเห็นรอยยิ้มตรงหน้า เธอรู้สึกรู้สึกขัดหูขัดตามาก โดยเฉพาะท่าทีที่เขาทำตัวเป็นลูกแมวน้อยต่อหน้าเธอ


“ นายยังมีเรื่องอะไรที่ยังเก็บซ่อนเอาไว้บ้างล่ะ ? ” ลู่เอินพูดกับหยางหลิวด้วยน้ำเสียงเคลือบแคลงใจ และเธอยังคงพูดต่อไปอีกว่า “ ฉันอยากจะรู้จักนายให้มากกว่านี้จริง ๆ ”


“ แล้วเธออยากรู้เรื่องอะไรจากผมล่ะ ? ” หยางหลิวถามลู่เอินกลับด้วยน้ำเสียงเจ้าเล่ห์ พร้อมกับทำหน้าตาทะเล้นเล็กน้อย


“ หึ ! ” ลู่เอินไม่พูดอะไร เธอเพียงแค่ส่งเสียงฮึดฮัดออกมาทางจมูก และไม่รู้ด้วยว่าเธอกำลังรู้สึกไม่พอใจเรื่องอะไรกันแน่


“ น้องหยางหลิว เมื่อกี้สุดยอดไปเลยนะ พี่คิดไม่ถึงจริง ๆ ว่าน้องหยางหลิวจะมีทักษะการต่อสู้ที่เก่งกาจ แถมยังความฉลาดที่มองแผนของพวกชั่วภัตตาคารเซี่ยวได้ออก ” ที่แท้ลู่เอินเห็นว่า ชิวหานและพวกเดินเข้ามาใกล้หยางหลิว และพยายามจะพูดอะไรบางอย่างกับหยางหลิว ลู่เอินจึงรู้สึกไม่พอใจ และทำทีเชิดหน้าไปทางอื่น


“ นั่นสิน้องหยางหลิว เมื่อกี้นี้ เท่ระเบิดเลย ” ฉิงเยว่พูดสมทบขึ้นมาพลางใช้ท่อนแขนควงแขนข้างขวาของหยางหลิว และใช้ใบหน้าแนบเข้ากับต้นแขนของหยางหลิวด้วยความเคยชิน


หยางหลิวค่อนข้างชินชากับการหยอกล้อของฉิงเยว่ เขาจึงไม่ได้คิดอะไรมาก เพียงแต่ยิ้มออกมาแก้เขินเท่านั้น แต่กลับเป็นลู่เอินที่ตัวแข็งทื่อ แม้ก่อนหน้านี้ลู่เอินกำลังทำทีเป็นไม่สนใจหยางหลิวอยู่ก็จริง ทว่าเธอก็กำลังลอบชำเลืองมองมาทางหยางหลิวอยู่เช่นกัน ด้วยความรู้ที่ยากจะคาดเดา


ทว่าในตอนนี้ สายตาของลู่เอินกลับเปลี่ยนเป็นจ้องมองหยางหลิวและฉิงเยว่ด้วยอารมณ์และสายตาที่หงุดหงิด ซึ่งแม้แต่เธอก็ไม่เข้าใจว่ามันกำลังเกิดอะไรขึ้นภายในจิตใจเธอตอนนี้


ขณะเดียวกันชิงฉือเห็นท่าไม่ดี เขาจึงพยายามส่งสายตาไปยังฉิงเยว่ ให้เลิกทำแบบนั้นกับหยางหลิว ฉิงเยว่ตอนแรกนึกว่าชิงฉือกำลังหึงหวงตนเอง เธอก็ยิ่งได้ใจ ฉิงเยว่จึงพยายามกอดรัดให้แน่นยิ่งขึ้นกว่าเดิม


ชิวหานก็เป็นอีกคนที่สังเกตเห็นเหตุการณ์อันซับซ้อนนี้ เขาจึงพยายามใช้นิ้วมือสะกิดฉิงเยว่ให้มองไปยังคนที่อยู่ตรงข้าม แม้ว่าในท้ายที่สุดเธอจะรู้สึกตัว แต่ทว่าไม่ทันการณ์เสียแล้ว


ฉิงเยว่ได้จ้องมองไปยังแววตาดวงนั้นของลู่เอิน แม้ลู่เอินจะไม่พูดอะไร แต่ฉิงเยว่กลับเข้าใจได้ เธอปล่อยมือที่เกาะอยู่กับหยางหลิวอย่างรวดเร็ว และกระเถิบตัวออกมาไปข้าง ๆ ชิงฉือ จนในที่สุดดวงตาคู่นั้นก็เลิกจับจ้องเธอไป


ทว่าสถานการณ์กลับกลายเป็นอึดอัดมากยิ่งขึ้น ต่างคนต่างเงียบไม่พูดอะไร มีก็แต่เพียงหยางหลิวเท่านั้นที่ไม่รู้ตัวว่าภูเขาที่เงียบสงบอยู่ตรงหน้าสามารถปะทุได้ทุกเมื่อ !


“ คุณหนู ! ” โชคดีที่มีเสียงเรียกดังขึ้นจากทางขวาของร้าน ทำให้บรรยากาศผ่อนคลายลง
ลู่เอินหันไปมองก็พบว่าเป็นพ่อบ้านของเธอเอง และเขากำลังส่งเสียงเรียกลู่เอินอยู่


“ คุณหนูครับ ถึงเวลากลับแล้วครับ นอกจากนี้คุณท่านก็มาถึงที่บ้านแล้ว และกำลังรอคุณหนูไปพบอยู่ขอรับ ” พ่อบ้านคนนี้เห็นทีว่าเพิ่งมาถึงได้ไม่นาน เขาวิ่งเข้ามาในร้านอย่างกระวนกระวายใจ


“ ทราบแล้วค่ะ ” ลู่เอินตอบรับ เธอเดินไปข้างหน้าโดยไม่เหลียวหันกลับมามองอีก


หยางหลิวเห็นว่าลู่เอินมีธุระด่วน เขาจึงไม่ได้ใส่ใจอะไรมากนักกับท่าทีของเธอ เขาทำเพียงแค่ตะโกนบอกลาลู่เอิน “ โชคดีนะ แล้วมาทานข้าวที่ร้านอีก ”


ลู่เอินชะงักฝีเท้าไว้ชั่วขณะ ผงกหัวขึ้นลง จากนั้นจึงเดินออกจากร้านไปในที่สุด




ในวันต่อมา เนื่องจากเพราะการรับสารภาพของคนที่มาป่วนร้านโจวซือ และท่าทีของผู้จัดการหลิงเทียน ทำให้เกิดผลกระทบเป็นวงกว้าง สำหรับชื่อเสียงของภัตตาคารโจวซือที่ดีอยู่แล้ว กลับดียิ่งขึ้นไปอีก กลับกันในส่วนของภัตตาคารเซี่ยวกลับเป็นแย่ลงอย่างเห็นได้ชัด ตั้งแต่การมาของสามปรมาจารย์อาหารแห่งแดนปฐพี ทำให้ลูกค้ามาอุดหนุนที่ภัตตาคารเซี่ยวอย่างไม่ขาดสายในปกติของทุกวัน และจำนวนลูกค้าของภัตตาคารเซี่ยวกับภัตตาคารโจวซือมักจะสูสีกัน อาจจะมีบ้างที่ภัตตาคารโจวซือมีลูกค้าเยอะกว่า ทว่าวันนี้ลูกค้าของภัตตาคารเซี่ยวกลับน้อยลงจนน่าเกลียด ตั้งแต่เช้าถึงเย็น จำนวนลูกค้าที่เข้ามาภัตตาคารเซี่ยวมีเพียงหนึ่งในสิบของที่เคย กลับเป็นภัตตาคารโจวซือมีลูกค้าเข้ามามากกว่าเดิมเกือบเท่าตัว


นี่ไม่ใช่เรื่องน่าแปลกใจเท่าใดนัก เพราะว่าคนส่วนใหญ่ไม่ชอบที่จะเห็นคนถูกรังแก ยิ่งภัตตาคารเซี่ยวขึ้นชื่อว่าเป็นภัตตาคารใหญ่ และมีอิทธิพลเป็นอย่างมากในย่านการค้าชิงหลัวแห่งนี้ ทำให้ลูกค้าส่วนใหญ่ที่รับรู้เรื่องราวเหล่านี้เกิดความไม่พอใจ จนเกิดการประท้วงแบบเงียบ ๆ โดยพยายามไม่ไปซื้อของ หรือแม้แต่กระทั่งไม่ใช้บริการของทางภัตตาคารเซี่ยว


เซี่ยวเฟิง หรือก็คือเถ้าแก่เซี่ยว เขาโกรธเป็นอย่างหนัก แผนการในครั้งนี้เขาคิดไม่ถึงว่ามันจะย้อนศรวกกลับมาทิ่มแทงตัวพวกเขาเอง ในตอนแรกคิดว่าแผนการมันสมบูรณ์ไร้ช่องโหว่ใด ๆ โดยเขาสั่งให้หลิงเทียนกำชับพวกอันธพาลที่เขาจ้างไว้ให้ดี ไม่ว่าฝั่งภัตตาคารโจวซือจะเค้นพวกเขาหนักอย่างไร หรือต่อให้พวกเขามีพิรุธมากขนาดไหน ก็ห้ามยอมรับเด็ดขาดว่ารับเงินมาทำลายชื่อเสียงภัตตาคารโจวซือ ขอเพียงแค่พวกเขาไม่ยอมรับ และไม่พูดออกมา พวกเขาก็จะได้เงินเพิ่มอีกหมื่นหยวน ทว่าใครจะไปคาดคิดกัน หยางหลิว เด็กหนุ่มคนหนึ่งที่จู่ ๆ ก็เลือดร้อนขึ้นมาเสียเฉย ๆ ต่อยตีพวกอันธพาลที่เขาจ้างมาด้วยท่าทีไม่มีความเมตตาแม้แต่น้อย จนทำให้พวกอันธพาลอีกสองคนที่เหลือเกิดความรู้สึกกลัวและยอมรับสารภาพในที่สุด


ไม่มีแผนการใดที่เขาทำพลาดมาก่อน แต่ตั้งแต่ที่หยางหลิวเข้ามาทำงานเป็นเชฟที่ภัตตาคารโจวซือ ไม่ว่าแผนการของเขาจะดีเลิศเลอขนาดไหน ไม่ว่าแผนการจะรอบคอบเพียงใด มันกลับถูกทำลายด้วยหยางหลิวเพียงคนเดียว


ตอนนี้เถ้าแก่เซี่ยวรู้สึกกังวลอย่างเห็นได้ชัด หมากที่เขาวางไว้ ถูกทำลายด้วยเด็กหนุ่มคนหนึ่ง หัวสมองเขาแทบระเบิด เขาพยายามคิดหาทางออกสำหรับเรื่องราวที่เกิดขึ้น “ หรือว่าเขาควรจะหาทางกำจัดเด็กหนุ่มคนนี้…? ” เถ้าแก่เซี่ยวขบคิดในใจ พร้อมกับเผยรอยยิ้มอันชั่วร้ายออกมา




ผ่านไปหลายวันภัตตาคารโจวซือก็ยังคงมีลูกค้ามาเข้าใช้บริการอย่างต่อเนื่อง และมีจำนวนลูกค้าเข้ามามากมายมหาศาลดังเดิมหรือแม้กระทั่งเพิ่มขึ้นมาอีกเล็กน้อยด้วยซ้ำ นอกจากนี้หยางหลิวยังได้รับข่าวดีอีกด้วย ลุงโจวซือ หรือก็คือเถ้าแก่โจวได้รับการติดต่อจากเชฟหลักคนก่อนหน้านี้แล้ว ลุงโจวได้พูดให้หยางหลิวฟังด้วยความตื่นเต้นว่า ที่แท้เชฟหลักไม่ได้อยากลาออก แต่เขาต้องการที่จะหาสูตรทำอาหารที่ดีกว่าเดิม และนำมาใช้ในภัตตาคารโจวซือ ซึ่งในตอนนี้เขาก็ค้นพบแล้ว อีกทั้งเขายังรู้อีกว่าตอนนี้มีเชฟหลักคนใหม่ที่ร้านโจวซืออีกด้วย ดังนั้นเขาจึงเป็นกังวลว่าเถ้าแก่โจวจะไม่รับเขากลับไปทำงาน


พอได้ฟังดังนั้น เถ้าแก่โจวก็ตบโต๊ะดัง “ เปรี้ยง ! ” ดังจนอีกฝ่ายที่โทรศัพท์มาได้ยิน ทำเอาเชฟหลักชะงักไปชั่วระยะเวลาหนึ่ง แต่ในตอนนั้นเถ้าแก่โจวก็ตอบกลับเขาไปด้วยเสียงที่มีความหนักแน่นว่า “ แน่นอนว่าต้องรับ ให้รีบกลับมาโดยด่วนที่สุด ! ” เมื่อความเห็นของทั้งคู่ตรงกัน สุดท้ายอดีตเจ้านายและลูกน้องเก่าก็จะได้กลับมาทำงานร่วมกันอีกครั้ง


ลุงโจวเล่าสิ่งที่เกิดขึ้นทั้งหมดให้หยางหลิวฟัง และในขณะเดียวกันกับที่เขากำลังพูด เขาก็ค่อย ๆ สังเกตสีหน้าของหยางหลิวว่ามีการเปลี่ยนแปลงอย่างไร แต่เขาก็พบว่า หยางหลิวไม่ได้มีสีหน้าคับข้องใจ หรือมีท่าทีไม่เห็นด้วยแม้แต่น้อย แต่หยางหลิวกลับมีสีหน้าท่าทางที่ค่อนข้างสบายใจ หรือเบาใจมากขึ้นเสียอีก ลุงโจวซือคงคิดว่าถ้าเชฟหลักกลับมาจริง ๆ อาจจะมีปัญหาระหว่างหยางหลิวกับเชฟหลักก็เป็นได้ ทว่าหยางหลิวกลับไม่ได้คิดอย่างนั้น หยางหลิวรู้สึกดีอย่างแท้จริง เหมือนกับมีใครมาปลดเปลื้องความกดดันออกไปจากตัวของเขา การได้เชฟหลักกลับมา เขาก็จะได้มอบหน้าที่ที่เขากำลังแบกรับเอาไว้อยู่คืนให้กับเชฟหลัก และไม่จำเป็นต้องเป็นแกนหลักของภัตตาคารโจวซืออีกต่อไป


สุดท้ายหยางหลิวได้ถ่ายทอดความคิดของเขาออกไปให้กับลุงโจว หยางหลิวต้องการที่จะถ่ายทอดสูตรอาหารที่เขามีให้กับเชฟหลัก และนอกจากนี้เขายังต้องการที่จะลาออกตามเดิม รวมถึงอาจจะไม่มารับหน้าที่เป็นเชฟพิเศษที่คอยมาทำงานในทุกวันหยุดด้วย แม้ว่าการมาทำงานที่ภัตตาคารโจวซือจะเป็นตัวเลือกที่ดีในการสั่งสมเงินทอง ทว่าหยางหลิวกลับไม่คิดที่จะเป็นเชฟตลอดชีวิต นอกจากนี้เหตุผลหลักที่เขามาทำงานก็เพื่อส่งเสียตัวเอง ให้สามารถเข้าไปเรียนต่อในมหาวิทยาลัยปักกิ่ง และได้มีความสุขที่ได้อยู่กับลู่เอิน ซึ่งในตอนนี้เขาก็มีเงินมากเกินพอที่จะทำสิ่งเหล่านี้ได้อย่างแน่นอนแล้ว ดังนั้นเขาจึงเสนอความคิดนี้ออกมา ลุงโจวซือแรก ๆ ก็ลอบตื่นตระหนกในใจ แต่ว่าเมื่อเขาคิดดูให้ดี หยางหลิวก็จะไม่หอยู่ที่นี่ตลอดไป อีกทั้งถ้าหยางหลิวถ่ายทอดสูตรอาหารและเทคนิคการทำให้กับเชฟหลักจริง ภัตตาคารโจวซือก็คงสามารถมีกำไรและมีชื่อเสียงไม่ต่างจากเดิมมากนัก ดังนั้นลุงโจวซือจึงยอมรับความคิดของหยางหลิว
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 810 ครั้ง

4 ความคิดเห็น

  1. #710 Rage_God (@Rage_God) (จากตอนที่ 54)
    วันที่ 19 ธันวาคม 2561 / 12:50

    ....เชฟหลักออกไปหาสูตรใหม่ หลังจากโดนนักชิมตำหนิ...เเต่มันไม่ได้คิดเหรอว่าตาเเก่โจวจะลำบาก .......ไม่ดีเลยนะ หายไปตอนที่เราลำบากที่สุดเเต่กลับมาตอนที่เรารุ่งโรจน์ที่สุด....เเย่ๆๆๆๆๆ

    #710
    0
  2. #427 Gnuh (@Gnuh) (จากตอนที่ 54)
    วันที่ 30 มิถุนายน 2561 / 11:48

    ขอบคุณครับ

    #427
    0
  3. #234 silensehun (@silensehun) (จากตอนที่ 54)
    วันที่ 26 มิถุนายน 2561 / 18:27
    สรุปเนื้อเรื่องหลักๆเลยก็คือทำเพื่อฮี
    #234
    3
    • #234-2 Jonhsamit (@Jonhsamit) (จากตอนที่ 54)
      11 สิงหาคม 2561 / 23:07
      คงจะมีตอน nc18+ให้ได้อ่านมั้งนะคลับถ้าทำเพื่อ ฮี ขนาดนี้5555
      #234-2
    • #234-3 Black_centaur (@Black_centaur) (จากตอนที่ 54)
      11 สิงหาคม 2561 / 23:30
      มันก็ไม่ได้ทำเพื่อลู่เอินอย่างเดียวหรอกครับ เพราะก็เพื่อคัวเอง เพื่อครอบครัวด้วยนั่นแหละ แต่มันยกถึงความรู้สึกต่อตัวลู่เอินมากไปหน่อย ซึ่งจะเห็นได้ว่าช่วงหลัง ๆ ก็มีคิดจะทำอะไรให้ตัวเองก้าวหน้าเหมือนกัน โดยเฉพาะยิ่งออกไปโลกภายนอกมากขึ้นเรื่อย ๆ มันก็จะทำให้รู้ว่ามีอะไรน่าสนใจกว่านั้นอีกเยอะ
      #234-3
  4. #162 Fikusa (@famedragonoy) (จากตอนที่ 54)
    วันที่ 25 มิถุนายน 2561 / 10:49
    ยังไม่รู้ว่าปมเรื่องคืออะไรแต่ก็ตามอ่านต่อล่ะนะ
    #162
    0