THe Superman

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 142,586 Views

  • 746 Comments

  • 4,859 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

จำนวนแชร์
0

  • Month Views
    4,126

    Overall
    142,586

ตอนที่ 289 : บททดสอบของ Smart-Tech

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 600
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 47 ครั้ง
    4 ม.ค. 62

 

นอกจากตระกูลหวังจะมีโรงแรมแห่งหนึ่งเป็นของตัวเองแล้ว ตระกูลหวังก็ทำอุตสาหกรรมเกี่ยวกับการส่งสินค้าภายในประเทศด้วย

 

 

ซึ่งมันก็นับว่าเป็นธุรกิจหลักของครอบครัวเลยทีเดียว และทำให้มีอิทธิพลอย่างมากในสายตาของใครหลายคน จึงไม่แปลกที่คราวนั้นพวกเขามีเส้นสายกับห้าสำนักใหญ่ที่มีชื่อเสียงทั่วประเทศเช่นกัน

 

 

อย่างไรก็ตามตระกูลหวังไม่ได้ผูกขาดทางการค้าเพียงบริษัทเดียว ทว่ามันมีบริษัทอื่น ๆ ที่แบ่งชิ้นเค้กไปในส่วนนี้ไปเช่นกัน นั่นเพราะว่าประเทศจีนเป็นประเทศที่ใหญ่มาก และหลายภาคส่วนก็มีอิทธิพลที่ค่อนข้างหนาแน่นจนตระกูลหวังไม่สามารถเข้าไปแทรกแซงหรือเปิดแหล่งค้าขายใหม่ได้

 

 

ซึ่งในยามปกติพวกเขาก็มีการแบ่งเขตอำนาจการค้ากันดี เช่น กลุ่มนี้ทำโซนเหนือ กลุ่มนี้ทำโซนใต้ อีกกลุ่มทำโซนตะวันออก หรืออีกกลุ่มทำโซนตะวันตก อาจจะมีบ้างที่บางพื้นที่มีส่วนเหลื่อมล้ำกัน แต่ส่วนใหญ่แล้วผลประโยชน์ก็ลงตัว เลยไม่มีปัญหากันเท่าใด

 

 

แต่พอคราวนี้หวังจิ่นลี่กับตระกูลหวังดันไปยุ่มย่ามกับบริษัท Smart-Tech เข้าให้

 

 

แม้เจตนาในการปั่นป่วนจะไม่ใหญ่นัก แต่ก็สร้างแรงกระเพื่อมไม่น้อย เพราะพวกเขาพยายามจะสร้างชื่อเสียให้ และใช้เส้นสายเพื่อกลั่นแกล้ง Smart-Tech

 

 

ดังนั้นตระกูลของว่านเซี่ยงกับกู๋เจ๋อก็ไม่รอช้า และทำการตอบโต้กลับโดยทันที

 

 

ซึ่งครั้งนี้พวกเขาก็ใช้เส้นสายที่หยั่งลึกไปทั่วทั้งปักกิ่ง โดยตัดสินใจแบนสินค้าจากตระกูลหวังอย่างเด็ดขาด แต่แค่การแบนในปักกิ่ง นั่นก็คิดเป็นมูลค่ากว่าหนึ่งในสี่ส่วนการส่งออกของตระกูลหวังแล้ว พอเจอเหตุการณ์นี้ตระกูลหวังก็แทบจะกลืนไม่เข้าคายไม่ออก

 

 

พูดกันตามตรงกรณีนี้มันเป็นการกลั่นแกล้งทางการค้าที่ค่อนข้างแรงมาก เผลอ ๆ อาจจะทำให้บางบริษัทหรือบางตระกูลล้มไม่เป็นท่าเลยก็ได้ แต่ที่ตระกูลทั้งสองทำเกินกว่าเหตุแบบนี้ก็ใช่ว่าจะไม่มีเหตุผลเอาซะทีเดียว เพราะมันก็เหมือนเป็นการเชือดไก่ให้ลิงดูนั่นแหละว่าอย่ามาท้าทายอำนาจของพวกเขา !

 

 

แล้วถามว่าบริษัทที่ทำการค้ากับตระกูลหวังไม่ยอมได้หรือไม่ ?

 

 

ก็ต้องคิดก่อนว่าขนาดบริษัทของตระกูลหวังยังโดนกลั่นแกล้งถึงขนาดนี้ แล้วถ้าพวกเขาไม่ยอมให้ความร่วมมือแต่โดยดี นั่นจะไม่ได้หมายความว่าจะถึงคราวล่มสลายของธุรกิจหรอกเหรอ ?

 

 

ยังไม่นับอีกว่าพวกเขาต้องอาศัยทำธุรกิจในเมืองปักกิ่งด้วย ถ้าหากพวกเขาไม่ยอมทำตาม แล้วไม่กี่วันถัดมาโดนกลั่นแกล้งรุนแรงขึ้นมา พวกเขาจะทำอะไรได้ ?

 

 

แม้จะให้รวมกลุ่มกันเพื่อต่อต้านอำนาจของทั้งสองตระกูล แต่พูดกันจริง ๆ ก็ไม่มีใครกล้า ถึงแม้จะทำสำเร็จจนสามารถยืนด้วยลำแข้งของตัวเองได้ แต่นั่นก็หมายถึงการต่อต้านสองตระกูลใหญ่ และเป็นอะไรที่ไม่มีใครอยากจะท้าทายเลยสักนิด !

 

 

อีกอย่างถ้าไม่เลือกตระกูลหวัง มันก็ไม่ได้เป็นปัญหาขนาดนั้น เพราะนอกจากบริษัทตระกูลหวัง มันก็ยังมีทางเลือกจากบริษัทอื่นอีกมากที่รอฉกฉวยผลประโยชน์ในคราวนี้

 

 

แถมการแทรกแซงของทั้งสองตระกูลก็ไม่ได้แค่โจมตีตระกูลหวังเพียงอย่างเดียว เพราะพวกเขาได้วางแผนสนับสนุนบริษัทอื่นที่เป็นคู่แข่งตระกูลหวังอย่างตรง ๆ ในเวลาไล่เลี่ยกัน

 

 

โดยพวกเขาได้เจรจากับบริษัทที่รู้จักกัน ซึ่งขอให้ลดราคาลงเพื่อให้เท่ากับหรือถูกกว่าที่ตระกูลหวังเคยค้าขาย แลกกับส่วนแบ่งการตลาดในเขตปักกิ่งที่นับว่าเป็นเค้กชิ้นใหญ่

 

 

พอคิดถึงผลประโยชน์ในส่วนนี้ แม้ว่าจะไม่ใช่บริษัทที่รู้จักกับทั้งสองตระกูลเป็นการส่วนตัว พวกเขาก็ยินดีเป็นอย่างมากที่จะเข้ามาแทนที่ตระกูลหวัง กะอีแค่ลดราคาลงเล็กน้อย มันไม่ใช่ปัญหาอะไรเลยเมื่อเทียบกับผลตอบแทนมหาศาล

 

 

คงจะไม่ผิดนักถ้าหากบอกว่าครั้งนี้เป็นคราวซวยอย่างแท้จริงของตระกูลหวัง ถ้าจะโทษก็คงโทษได้แต่ทิฐิของหวังจิ่นลี่ เพราะถ้าตอนนั้นหวังจิ่นลี่ยอมรับว่าหยางหลิวมีความสามารถเหนือกว่า มีอำนาจเหนือกว่าแล้ว และเปลี่ยนความคิดเป็นต่างคนต่างเลิกแล้วต่อกัน

 

 

มันก็คงไม่เกิดเหตุการณ์เช่นนี้ขึ้น แต่ด้วยความคิดที่โง่เง่า บวกกับความโกรธ ความอิจฉาริษยาเข้าครอบงำ มันจึงโดยผลกระทบครั้งใหญ่ที่เกือบจะเรียกว่าภัยพิบัติของวงศ์ตระกูลไปเต็ม ๆ

 


...

 

 

อีกด้านบริษัท Pineapple ก็ดำเนินธุรกิจต่อเนื่องอย่างฉับไว

 

 

คราวนี้พวกเขาเริ่มวางจำหน่ายสินค้าในประเทศใกล้เคียง และโซนยุโรปแล้ว

 

 

แถมผลตอบรับก็น่ายินดีเป็นอย่างมาก ยิ่งราคาโทรศัพท์เมื่อเทียบกับค่าครองชีพไม่ได้นับว่าแพงมากนัก คนในวัยทำงาน หรือแม้แต่วัยหนุ่มสาวก็เต็มใจที่จะซื้อมัน เพื่อแลกกับเทคโนโลยีที่ดีที่สุดในยุค ยิ่งตอนนี้เป็นเทรนด์ใหม่ที่กำลังมาแรง ไม่ว่าใครก็อยากจะเป็นเจ้าของโทรศัพท์ CellPhone ที่กำลังเป็นประเด็นร้อนแรงกันทั้งนั้น

 

 

ขนาดดารานักร้อง นักกีฬา บุคคลสาธารณะที่มีชื่อเสียงระดับโลกยังเริ่มหันมาใช้ CellPhone กัน แถมยังอวดรูป อวดโทรศัพท์ใหม่กันอย่างมากมาย ทั้งเกิดจากการโฆษณา หรือที่เกิดจากความชอบส่วนบุคคลก็ตาม

 

 

ซึ่งมันก็เป็นการรุกคืบตลาดโลกที่ค่อนข้างรวดเร็วมาก และความนิยม ความหลงใหลใน CellPhone ก็กำลังแพร่ระบาดไปทั่วโลกแล้ว !

 

 

อย่างไรก็ตามการวางแผนในด้านตลาดโลกของ Pineapple นับว่าดีเยี่ยมอยู่แล้ว มีการเตรียมโฆษณามากกว่า 3 เดือน แถมยังมีการเตรียมพร้อมด้านการจำหน่ายอยู่แล้วด้วย

 

 

ยิ่งเรื่องเงินลงทุนก็ไม่ขัดสน เพราะผลประกอบการบวกกับเงินทุนมีเพิ่มมากขึ้นเรื่อย ๆ มันจึงไม่มีปัญหาแต่อย่างใด และทุกอย่างก็เป็นตามที่ผู้บริหาร Pineapple คาดการณ์ไว้

 

 

แถมช่วงนี้ก็เริ่มมีโซเชียลเน็ตเวิร์กที่เข้าถึงหลากหลายมากขึ้น แม้จะเป็นช่วงเริ่มต้นของ F2F, TWIST และ InMemory แต่ในโซนยุโรปกับอเมริกาก็มีผู้ใช้งานรวมหลักร้อยล้านคนแล้ว

 

 

ดังนั้นเวลานี้จึงเป็นยุคที่กำลังเฟื่องฟูด้านอินเทอร์เน็ต และเป็นผลดีกับบริษัท Pineapple อย่างมาก เพราะว่าด้วยจำนวนยอดผู้ใช้งานที่มหาศาลระดับนี้ บริษัท Pineapple จึงเล็งเห็นความสำคัญของทั้งสามบริษัท และได้เริ่มต้นเจรจาเพื่อหาผลประโยชน์ร่วมกันเมื่อหลายเดือนก่อนแล้ว

 

 

ทำให้ในช่วงก่อนหน้านี้บริษัท Pineapple ได้ร่วมลงทุนทำวิจัย และพัฒนาการสร้างแอปพลิเคชันสำหรับทั้งสามบริษัทเพื่อให้สามารถใช้งานใน CellPhone บนระบบ cos ได้ง่ายขึ้น แลกกับการช่วยโฆษณาอย่างที่เป็นอยู่ในขณะนี้

 

 

แม้ Pineapple จะประสบความสำเร็จมาอย่างมหาศาลในด้านเทคโนโลยี แม้แต่ผลิตภัณฑ์โทรศัพท์รุ่นใหม่ยังมีผลตอบรับที่ดีเอามาก ๆ แต่บริษัท Pineapple ยังไม่พอใจกับผลลัพธ์แค่เท่านี้

 

 

เพราะแม้ข้ามผ่านบริษัทโทรศัพท์มือถือรุ่นเก่าไปแล้วด้วยยอดขายถล่มทลาย แถมทิ้งคู่แข่งเก่า ๆ อย่างไม่เห็นฝุ่นจนคนทั่วโลกเริ่มหันมาชอบระบบจอสัมผัสแทนที่ระบบปุ่มกด

 

 

แต่ด้วยความเป็นบริษัทด้านเทคโนโลยีระดับโลก และต้องการก้าวเป็นเบอร์หนึ่งของโลกด้านโทรศัพท์อย่างแท้จริงไปอีกนับทศวรรษ

 

 

พวกเขาจึงไม่อยากถูกคุกคามด้วยบริษัทอื่นที่มีศักยภาพในการเติบโตอย่างก้าวกระโดดเช่นบริษัท Smart-Tech หรือบริษัทอื่น ๆ

 

 

ดังนั้นจึงมีอยู่บ่อยครั้งที่บริษัท Pineapple สร้างแผนการกำจัดคู่แข่งทางธุรกิจตั้งแต่เนิ่น ๆ ซึ่งอย่าว่าแต่บริษัท Smart-Tech ของจีนเลย แม้แต่บริษัทในประเทศด้วยกันยังโดนกดหัวยับ จนล้มละลายไปแล้วก็มี

 

 

มันจึงไม่แปลกที่แผนการวางจำหน่ายในประเทศแถบเอเชียจึงถูกกระชับอย่างรวดเร็วมากขึ้น พร้อมกันนั้นยังมีการใช้เส้นสายพูดคุยกับนักข่าวเพื่อสร้างชื่อเสีย สร้างความอื้อฉาว เป็นการกลั่นแกล้ง และลดความน่าเชื่อถือลงตามแผนที่วางเอาไว้

 

 

ต่อจากนักนั้นพวกเขาก็พยายามรวบรวมหลักฐานทั้ง “ จริง ทั้ง “ เท็จ เพื่อใส่ความฝ่ายตรงข้าม และเตรียมฟ้องร้องต่อศาลเพื่อให้เรื่องนี้ดูสมจริงมากขึ้น ไม่ว่าผลลัพธ์จะเป็นความจริงหรือไม่ก็ตาม

 

 

ซึ่งกลยุทธ์นี้มีอยู่บ่อยครั้งในโลกของวงการธุรกิจ แม้ว่าคู่แข่งจะไม่ได้โกงหรือมีความผิดจริง อย่างไรก็ตามชื่อเสียงที่มันด่างพร้อยไปแล้ว และมันก็ยากที่จะกู้คืนมา

 

 

นอกจากนี้ยังมีคนจำนวนมากที่มักเชื่อกับเรื่องที่ยังไม่ถูกตัดสินว่าจำเลยหรือผู้ถูกฟ้องร้องเป็นฝ่ายผิดแน่ ๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อมีบทความยาว ๆ ของนักวิชาการหรือผู้อวดอ้างว่าตนเป็นผู้เชี่ยวชาญกล่าวหาหรือโจมตี บวกกับมีกระแสการก่นด่าของคนทั้งประเทศหรือคนทั่วโลก นั่นยิ่งเป็นเรื่องง่ายในการลดความน่าเชื่อถือของบริษัทคู่แข่ง และสร้างความเกลียดชังเพื่อไม่ให้อีกฝ่ายเติบโตขึ้นมาได้ง่าย ๆ

 

 

ตอนนี้จึงไม่แปลกหากจะกล่าวว่านี่เป็นปรากฏการณ์การแข่งขันธุรกิจระดับโลกอย่างแท้จริง ถ้าหากบริษัท Smart-Tech ไม่ได้แสดงศักยภาพมากขนาดนั้น มันก็อาจจะไม่ถือว่าอันตรายสักเท่าใดต่อตัวเอง

 

 

แต่ในเมื่อ Smart-Tech กล้าลงมาเล่นในเวทีโลก มันก็เป็นธรรมดาที่จะโดนรับ น้องใหม่ อย่างชั่วร้าย และไร้ความปรานี

 

 

ยิ่งไม่นับว่า Smart-Tech เป็นบริษัทน้องใหม่ในระดับโลก แม้จะมีเงินทุน ความสามารถ รวมทั้งอิทธิพลภายในประเทศ แต่มันก็ง่ายต่อการ ล้มอยู่ดี

 

 

เผลอ ๆ Smart-Tech หรืออาจจะเก่งได้แค่ในประเทศเท่านั้น เพราะคนทั่วโลกต่างไม่มีใครชื่นชอบ และไม่มีใครสนับสนุน เพราะความรู้สึกรังเกียจไปแล้ว

 

 

จากประวัติศาสตร์มีอัจฉริยะอยู่มากมายที่สร้างผลงานไว้อย่างโดดเด่น ทว่ามันก็เป็นเรื่องธรรมดาที่อัจฉริยะจะต้องปะทะกัน และมีหลายครั้งที่อัจฉริยะทั้งหลายเพลี่ยงพล้ำให้กับฝ่ายตรงข้ามเพราะอิทธิพลของอีกฝ่ายเหนือกว่า

 

 

ตัวอย่างก็เห็นกันมากมาย ความจริงของประวัติศาสตร์มักถูกบิดเบือนไปนับสิบปีนับร้อยปี กว่าจะมีคนพิสูจน์ความจริงว่าผลงานใครโดดเด่นกว่า ใครกันแน่ที่ขโมยผลงาน หรือเฉลยปมสลับซับซ้อนในประวัติศาสตร์ อัจฉริยะเหล่านั้นก็วายชนไปแล้ว ไม่มีโอกาสที่จะถูกยกย่องโดยคนร่วมสมัย แถมยังถูกก่นด่าอย่างเกลียดชังอีก

 

 

แม้กระทั่งวงการวิทยาศาสตร์ที่เต็มไปด้วยตรรกะ และข้อเท็จจริงจำนวนมาก ยังมีหลายคนที่ถูกทำลายชื่อเสียงจนย่อยยับไปเลยก็มี ครั้งนี้จึงเป็นบททดสอบที่ยิ่งใหญ่สำหรับบริษัท Smart-Tech ว่าจะหาทางออกอย่างไร…?

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 47 ครั้ง

0 ความคิดเห็น