สนพ. DEEP Post It. คน ที่ ผม ไม่ รู้ จัก Yaoi จบแล้ว (อ่านก่อนลบตอน)

ตอนที่ 6 : Post It แผ่นที่ 5

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 602
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 51 ครั้ง
    1 พ.ย. 61



Post It แผ่นที่ 5

 

ผมลากมันเข้ามาคุยกันในห้องน้ำชายแล้วแอบขโมยป้าย กำลังทำความสะอาด ที่วางอยู่ตรงหน้าห้องน้ำหญิงมาวางไว้หน้าห้องน้ำชายแทน พร้อมกับปิดประตูลงกลอนแน่นหนาไม่ให้ใครเข้ามารบกวนได้ ยังไงวันนี้ผมก็ต้องเคลียร์กับมันให้รู้เรื่อง

“มีอะไรเหรอครับ?”

มันถามเสียงเนิบนาบเหมือนคนไม่ยินดียินร้ายหรือรู้ร้อนรู้หนาวอะไร เดี๋ยวๆ เมื่อวานมึงเพิ่งจะโดนเพื่อของกูซ้อมนะเว้ย อย่างน้อยถูกกูลากออกมาแบบไม่บอกเหตุผลก่อนอย่างนี้ต้องมีหวาดกลัวหรือสงสัยบ้างสิว่าจะถูกพาตัวมาทำร้ายอีกหรือเปล่า

อะ...ไอ้หมอนี่มันตัวอะไรกันแน่ฟะ

“แกน่ะ...เมื่อคืนนี้อยู่ที่ไหนเหรอ”

“เมื่อ...คืน?”

มันเอียงคอเล็กน้อยพลางเอ่ยทวนคำถามของผมซ้ำ กูล่ะอยากเห็นใบหน้าจริงๆ ภายใต้แมสพวกนี้ชะมัด บางทีอาจจะฟันเหยินจนแทบจะเฉาะหัวคนข้างหน้า หรือไม่ก็รูจมูกกว้างใหญ่ไพศาลเท่าป่าอเมซอนก็ได้ถึงปกปิดขนาดนี้

“ใช่! เมื่อคืน!

“ถ้าเมื่อคืนล่ะก็ ผม...”

“...”

“ผม...”

“...”

“ผม...”

“...”

“นอนอยู่ที่ห้องครับ”

แล้วมึงจะเว้นช่องไฟให้กูลุ้นตัวโกงเพื่ออะไร๊!

ผมแทบจะกระโดดถีบขาคู่ใส่คนตรงหน้าที่บังอาจปล่อยให้ลุ้นจนเยี่ยวเหนียว เส้นผมสีดำที่ปกปิดใบหน้านั้นเอาไว้โคตรน่ารำคาญเลย แอบเอากรรไกรไปเล็มอกตอนมันหลับดีไหมนะ

“แน่ใจเหรอว่าแกอยู่ที่ห้องจริงๆ”

“อืม...”

“...”

“แน่ใจครับ”

“เรื่องแบบนี้ทำไมต้องคิดก่อนตอบให้มันดูน่าสงสัยด้วยเล่า!

ผมแว้ดๆ ใส่หน้ามันอย่างเหลืออด กูพยายามจะตัดมึงออกจากการเป็นผู้ต้องสงสัย แต่ก็เป็นตัวมึงเองนี่แหละที่ทำให้มันน่าสงสัยทุกครั้ง พับผ่าสิ!

“สงสัย?”

“เออสิ”

“คุณสงสัยอะไรเหรอครับ?”

มีการเอานิ้วชี้ขึ้นมาแตะที่ปากด้วยนะนั่น มึงจะแอ๊บแบ๊วเกินไปละไอ้แว่นนน

“รู้ไหมว่าฉันเจอแมสของแกที่ไหน”

หงึกๆๆๆๆ

อีกฝ่ายส่ายหน้าดิก ล้านเปอร์เซ็นต์ที่ใจของผมคิดตอนนี้คือคนร้ายไม่ใช่หมอนี่แต่เป็นไอ้เด็กวัดที่พวกไอ้หยองพูดถึงอย่างแน่นอน เพียงแต่...ปริศนาอีกข้อที่ยังแก้ไม่ได้คือการหายตัวไปของไอ้เด็กวัดคนนั้นเมื่อคืนนี้ต่างหากล่ะ ทั้งที่หากวัดจากรูปที่มันส่งเข้ามาในไลน์ล่ะก็...

มันต้องอยู่หน้าห้องของผมแล้วไม่ผิดแน่

แต่เมื่อคืนนี้ในความเป็นจริงกับมีเพียงพี่สายฟ้าที่ปรากฏตัวออกมาเหมือนอัศวินขี่ม้าขาว และคนร้ายตัวจริงก็หายไปกับความมืดราวกับล่องหนได้

มันจะต้องมีอะไรแน่ๆ อะไรบางอย่างที่เกิดขึ้นหน้าห้องในช่วงที่ผมกำลังหวาดกลัวจนตัวสั่นอยู่ในห้องของตัวเอง! และนั่นแหละ คือสิ่งที่ผมจะต้องรู้และหาคำตอบให้ได้

“มันตกอยู่หน้าห้องของฉัน”

!!!

“ทำไมของของนายถึงไปอยู่ที่หน้าห้องของฉันได้ล่ะ?”

ผมยังคงไล่ต้อนไอ้แว่นทางคำพูด พยายามมองลอดผ่านรอยแยกระหว่างเส้นผมตรงหน้าม้าเพราะอยากจะเห็นสายตาของอีกฝ่ายที่มองมา แต่ก็ยากลำบากเหลือเกิน ยิ่งเพ่งยิ่งรู้สึกเหมือนตาจะเหล่...

ไว้ผมแบบนี้ไม่กลัวเดินชนเสาไฟฟ้าหรือว่าตกบันไดคอหักตายบ้างหรือไงวะถามจริง

“อาจจะมีพลังงานบางอย่าง...”

พลังงานพ่องมึงสิ!!!

“หรืออาจจะลมพัดไป...”

จะพัดมาถึงหน้าห้องกูได้ต้องเป็นพายุทอร์นาโดถล่มเท่านั้นแหละเฟ้ยยยย!

อีกฝ่ายเริ่มตัวหดเล็กลงไปเรื่อยๆ เมื่อเจอสายตาพร้อมฆาตกรรมของผมที่จ้องหน้ามันแบบไม่ละไปไหน โชคดีนะที่กูอารมณ์ดีมากเรื่องโพสอิทเมื่อเช้านี้ ไม่งั้นผมคงจะใช้สารพัดวิธีในการให้มันยอมบอกความจริงหรือไม่ก็นึกให้ออกว่ามันเอาแมสนี้ไปทำหล่นหายที่ไหนมาหรือเปล่าแน่

วิธีไหนบ้างน่ะเหรอ หึ! ก็อย่างเช่น...

เอาเทียนพรรษามาจุดไฟแล้วสะบัดน้ำตาเทียนใส่มัน หรือไม่ก็จับมันแก้ผ้าก่อนจะใช้ก้านมะยมสิบก้านมัดรวมกันฟาดจนเนื้อแตกแล้วสาดด้วยน้ำเกลือ!

ตัดภาพมาที่ความจริงกันเหอะ ขืนผมทำเรื่องพวกนั้นก็กลายเป็นฆาตกรไปแล้ว เต็มที่มันคงตายตั้งแต่โดนน้ำตาเทียนพรรษาแล้วล่ะ

“สรุปคือแกไม่รู้สินะว่ามันมาตกอยู่ข้างถังขยะหน้าห้องฉันได้ยังไง”

“หน้าห้องคุณไม่มีถังขยะนี่ครับ...”

“...”

“...”

“...”

“เอ่อ...ผะ...ผมนึกขึ้นได้ว่าปวดท้องมาก ขออนุญาตไปขี้ก่อนนะครับ”

หมับ!

ผมดึงร่างสูงที่เดินผ่านตัวผมเพื่อจะไปเข้าห้องน้ำเอาไว้แล้วกระชากกลับให้มายืนประชันหน้ากันอีกครั้ง คนถูกดึงรีบก้มหน้างุดทั้งที่ไม่ต้องก้มกูก็มองไม่เห็นแม้เศษเสี้ยวผิวหนังบนหน้ามึงอยู่แล้ว

“ทำไมถึงรู้ว่าหน้าห้องฉันไม่มีถังขยะ”

“เอ่อ...”

“จะบอกหรือไม่บอก ถ้ายังปิดปากเงียบก็ยืนมันในห้องน้ำนี่แหละทั้งวัน”

โครม!

พูดจบผมก็หันไปถีบประตูห้องน้ำห้องแรกให้เปิดกว้างออก กลิ่นอันไม่พึงประสงค์โชยออกมาจนแทบจะวิ่งหนีออกไป ใครมันหย่อนระเบิดไว้แล้วไม่ราดฟะ! แค่ตักน้ำราดมันหนักหนาสาหัสจนทำไม่ไหวเลยหรือไง! ตะ..แต่ก็เอาวะ ทน ไปก่อน เพราะมันคือวิธีทรมานวิธีเดียวที่ผมคิดออกในตอนนี้ (อย่างน้อยกูก็ไม่ต้องกลายเป็นคนบาปขโมยเทียนพรรษาจากวัดมาใช้แล้วกัน)

“มะ...มันเหม็นนะครับ”

“ถ้าแกไม่บอกความจริง ฉันก็จะเปิดมันไว้แบบนี้แหละ ยืนดมกันให้โพรงจมูกพังไปเลยแล้วกัน”

ผมยืนยันอย่างมุ่งมั่นและแน่วแน่ กระชากมันให้เข้ามาใกล้มากขึ้น จนปากที่สวมแมสอยู่ของมันเกือบจะชนกับหน้าผากของผมอยู่รอมร่อ เอาจริงๆ ก็ไม่ได้สูงกว่ากันเท่าไหร่หรอก เห็นแบบนี้แต่ผมก็ไม่ได้หุ่นบอบบางร่างน้อยขนาดนั้นนะครับ ยังพอมีก้ามนิดๆ หน่อยๆ ถ้าเข้าฟิตเนสบ่อยๆ รับรองกล้ามปูหนีผมไม่พ้นแน่

“ว่ายังไง จะบอกไหม”

อีกนิดเดียวมึงกับกูจะเข้าไปห้องน้ำอยู่แล้วนะ ถ้าไม่บอกมีหวังกูจับมึงยัดส้วมแน่ๆ ไอ้แว่น

“ถะ..ถ้าผมไปบอกแล้ว คะ...คุณจะโกรธ...ไหมครับ”

“ไม่รู้”

“อ้าว...”

“แต่แกต้องบอก เพราะถ้าไม่บอกฉันจะยิ่งโกรธเฟ้ย”

เอาแต่ใจดีไหมล่ะ...

“ผม...ผมแค่เห็นว่าเขาแอบถ่ายรูปคุณตอนที่รอจะข้ามถนนเมื่อวาน รู้ตัวอีกทีก็เผลอเดินตามไปจนถึงหอพักของคุณแล้ว พอนั่งรอไปได้พักใหญ่ก็เห็นเขาขึ้นบันไดเดินไปที่หน้าห้องของคุณ ที่ผมรู้ว่าเป็นห้องคุณเพราะตอนคุณขึ้นไปเขาเงยหน้ามองตามจนคุณเดินเข้าห้องผมเลยมองตามไปด้วยก็เท่านั้นเองครับ”

ไอ้แว่นเล่าไปตัวสั่นไป อยากจะคิดว่าลักษณะแบบนี้ของมันทำให้ภาพลักษณ์มันดูแย่และอ่อนแอ แต่ความจริงที่กำลังจะได้ฟังต่อหลังจากนี้ทำให้ผมไม่กล้าแม้แต่จะคิดว่ามันไม่ใช่ลูกผู้ชาย และมัน...อ่อนแอ

“ผมเดินตามเขาขึ้นไป และก็เห็นการกระทำทุกอย่าง ตอนที่เขากำลังจะใช้อุปกรณ์งัดห้องของคุณเข้าไป ผมก็เลย...”

“แปลว่าแกช่วยฉัน?”

หงึกๆๆๆๆๆ

มันส่ายหน้าจนหัวแทบจะหลุดออกจากคอ

“ยะ...อย่าคิดแบบนั้นเลยครับ คนอย่างผม...จะไปช่วยใครได้ ผมก็แค่เข้าไปล็อกตัวเขาเอาไว้แล้วพยายามลากเขาออกมาให้ได้ก็เท่านั้นเอง”

“แมสของแกคงหล่นลงมาตอนนั้นสินะ”

หงึกๆๆๆๆ

ไอ้แว่นพยักหน้า

“อาจจะใช่ครับ หลังจากลากเขาลงมาได้ผมก็โดนซ้อมจนหมดสติไป พอตื่นมาผมก็รีบกลับบ้านอาบน้ำและมาเรียนตามปกตินี่แหละครับ ไม่รู้เหมือนกันว่าเขาไปไหน”

“งั้นคนที่จับหมอนั่นแก้ผ้ากับลบรูปของฉันออกจากมือถือของมันก็ไม่ใช่แกเหรอ”

“เปล่านะครับ! ผมจะเอาเรี่ยวแรงจากไหนไปสู้เขาล่ะ กว่าจะลากออกมาได้ก็แทบตายแล้ว ที่สำคัญ...”

“อะไร?”

“เอ่อ...ปะ...เปล่าครับ ไม่มีอะไร”

มันก้มหน้าตามเดิมแล้วไม่ยอมพูดอะไร น่าแปลกที่ผมกลับรู้สึกโล่งใจเมื่อรู้ว่าหมอนี่ไม่ใช่คนร้ายและกลายเป็นคนที่ช่วยผมเอาไว้แทน หรือในใจลึกๆ ของผมจะภาวนาไม่ให้ไอ้แว่นเป็นคนร้ายกันนะ ทำไมล่ะ?

ขณะที่กำลังนึกสงสัยในความคิดของตัวเอง สายตาของผมก็เหลือบไปเห็นบางอย่างกำลังไหลทะลักออกมาตามซอกนิ้วของผมที่กำลังบีบต้นแขนของไอ้แว่นไว้เพื่อรั้งไม่ให้มันหนีไปได้ เดี๋ยวนะ... ในเมื่อมันไม่ใช่เลือดของผมอย่างแน่นอน ก็แปลว่าเป็นเลือดของ...

หมับ!

“อ๊ะ...”

ไอ้แว่นหลุดเสียงร้องออกมาเมื่อผมกระชากแขนขวาซึ่งเป็นข้างที่มีเลือดไหลซึมออกมาจากเสื้อนักศึกษาของมันอีกที

“เป็นอะไร”

“...”

“ฉันถามว่าแขนแกเป็นอะไร!!!

“ผมซุ่มซ่ามเองครับ ไม่มีอะไรหรอก”

“อย่ามาโกหกฉันนะ!

ผมตวาดไอ้แว่นหนักขึ้นจนมันตัวสั่นงกๆ ยิ่งกว่าเดิม ยิ่งเห็นยิ่งน่าสงสาร เหมือนว่าผมจะทำให้มันกลัวไม่น้อย เห็นแบบนั้นแล้ว มือที่บีบแขนมันเต็มแรงก็ค่อยๆ ผ่อนแรงลง

“ขอร้องล่ะ บอกฉันมา แผลนี่...เพราะเรื่องเมื่อคืนใช่ไหม”

“คะ...คุณฟรีไม่ต้องคิดมากหรอกนะครับ มันเป็นเพราะผมไม่ระวังเอง”

มันสะบัดตัวจนหลุดออกจากการเกาะกุมก่อนจะถอยหลังแล้วเดินกลับออกไปจากห้องน้ำทันที ผมยืนอึ้งบวกกับสับสนต่ออยู่ในห้องน้ำ มือขวาที่เปื้อนเลือดของไอ้แว่นเด่นชัดอยู่ตรงหน้า

“ไอ้บ้านั่น คิดว่าตัวเองเป็นอะไร ยอดมนุษย์เรอะ”

พูดกับตัวเองแค่นั้นก็รีบวิ่งตามไอ้แว่นออกไป มันกำลังจะเดินตรงกลับไปทางห้องเรียนโดยที่ใช้มือจับตรงจุดที่มรเลือดซึมออกมาเอาไว้เพื่อปิดบัง ผมรีบวิ่งตามไปจนกระทั่งถึงตัวมันในที่สุด

หมับ!

“ไปกับฉัน”

“อ๊ะ คุณฟรีครับ ปะ...ไปไหน...”

ผมไม่ตอบคำถามของไอ้แว่น แต่ลากมันให้ตามไปได้ในที่สุด คนอย่างไอ้ฟรี...ถึงจะไม่ใช่คนดีอะไรนัก แต่ก็รู้จักสำนึกบุญคุณคนที่ช่วยเหลือเหมือนกันนะ สำหรับเรื่องเมื่อคืนที่ทำให้ผมกลัวจนสติหลุดนั่น ถ้าไม่ได้หมอนี่ช่วยเอาไว้ได้ทันเวลาก่อนที่พี่สายฟ้าจะโผล่ไป ไม่รู้ว่าป่านนี้ผมจะเป็นยังไงบ้าง ไอ้โรคจิตนั่นอาจจะทำอะไรที่คาดไม่ถึงกับผมไปแล้วก็ได้

แต่ว่า...ถึงจะอยากตอบแทนบุญคุณแค่ไหน เรื่องสำคัญเพียงเรื่องเดียวที่ดูจะเป็นเรื่องยากที่สุดสำหรับผมคนนี้ก็คือ...การพูดคำว่า ขอบคุณ นั่นแหละนะ

 

 

 

บับเบิ้ลบิวชวนคุย :

มาอัพตอนที่  5 แล้วค่า รอบนี้แว่นน้อยคุงของเราก็ทำคะแนนไม่น้อยเลยน้า สรุปแล้วคนร้ายไม่ใช่แว่นจริงๆ ด้วยจ้า หนำซ้ำแว่นต่างหากที่เป็นพระเอกตัวจริง นอกจากจะช่วยน้องฟรีเอาไว้แล้วยังเจ็บตัวได้แผลมาเรียกคะแนนในจากน้องฟรีอีกด้วย งานนี้ใครจะมาวินที่สุดกันแน่นะ พี่สายฟ้า แว่น หรือว่า คนที่ไม่รู้จักคนนั้น? งานนี้ต้องติดตามกันต่อไปยาวๆ เลยล่ะค่า

นิยายเรื่องนี้จะตีพิมพ์กับสนพ. DEEP นะคะ ฝากติดตามด้วยจ้า

#คนที่ผมไม่รู้จัก ติดแฮชแท็กนี้เพื่อเม้ามอยกันในทวิตเตอร์ได้เลยยยย


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 51 ครั้ง

187 ความคิดเห็น

  1. #172 NJChokdee (@NJChokdee) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 5 มกราคม 2562 / 22:58
    มีแต่ปริศนาาาา แล้วคนที่โต้ตอบฟรีบนดาดฟ้าคือใครนรรร
    #172
    0
  2. วันที่ 13 ธันวาคม 2561 / 10:16

    สนุกจ้า
    #143
    0
  3. #127 พญานก T^T (@Khaofang_17) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 11 ธันวาคม 2561 / 11:47
    แว่นนนน
    #127
    0
  4. #18 aunaunmtyj (@aunaunmtyj) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 4 พฤศจิกายน 2561 / 09:10
    แว่นตลกจัง55555555 มีอะไรเหมือนฟรีจริงๆ
    #18
    0