ตอนที่ 7 : Post It แผ่นที่ 6

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 588
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 47 ครั้ง
    1 พ.ย. 61



Post It แผ่นที่ 6

 

ตึง!

“นั่งอยู่ตรงนี้ เฉยๆ นะ”

ผมดันไอ้แว่นให้นั่งลงบนเตียงในห้องพยาบาลของคณะฯ แต่ที่นี่ไม่มีอาจารย์ประจำเพราะเป็นแค่ห้องพยาบาลย่อยของมหาวิทยาลัยเฉยๆ ถ้าเป็นอะไรเล็กๆ น้อยๆ นักศึกษาก็จะดูแลกันเองได้ แต่ถ้าหนักหน่อยจะต้องไปห้องพยาบาลหลักเท่านั้น

เมื่อไอ้แว่นยอมนั่งนิ่งๆ ตามที่ผมบอก ผมก็เดินไปที่ตู้ยาและเปิดตู้ค้นหาอุปกรณ์ทำแผลเบื้องต้น อย่างพวกแอลกอฮอล์ เบตาดีน สำลีและผ้าก๊อซ พอได้ทุกอย่างครบแล้วก็เดินกลับมาทางมันที่กำลังมองเลือดที่ซึมเต็มแขนเสื้อแล้ว โดนไอ้เด็กวัดนั่นทำอะไรมากันแน่เนี่ย

“ถอดเสื้อ”

“คะ...ครับ”

ไอ้แว่นเริ่มถอดเสื้อตามที่ผมบอก แต่สงสัยว่ามันจะเจ็บแผลก็เลยดูเป็นการถอดที่โคตรลำบากและรอนานเป็นพิเศษ สุดท้ายผมเลยต้องวางอุปกรณ์ทำแผลลงบนเตียงแล้วช่วยมันถอดแทน

“อ๊ะ...”

“เฮ้ย ระวังสิวะ”

ผมดุอย่างไม่เต็มเสียงนัก จนสามารถถอดเสื้อมันได้สำเร็จ ผมเลยเพิ่งมีโอกาสได้สังเกตเรือนร่างของมันเต็มสองตา  ไอ้บ้านี่ก็ซ่อนรูปเหมือนกันเหรอเนี่ย ท่อนแขนมันมีกล้ามอยู่เยอะพอสมควรเลย อย่างน้อยก็เห็นเป็นมัดๆ มากกว่าผมแหละนะ ขนาดไอ้แว่นยังชนะผมได้เลยเหรอเนี่ย

น่าเศร้าชะมัด

“แผลนี่มัน...มีดเหรอ?”

“คะ...คัตเตอร์ครับ เขาพกคัตเตอร์มาด้วย”

“โชคดีนะที่ไม่ได้ลึกมาก แต่ที่เลือดไหลออกมาอีกรอบคงเพราะแรงบีบจากฉันสินะ”

ไอ้แว่นส่ายหน้า ถ้าจะให้เดามันคงกำลังบอกว่าไม่ใช่ความผิดของผมนั่นแหละ การที่มันไม่โทษผมเลยแบบนี้ยิ่งทำให้ผมอยากจะเอ่ยคำว่าขอบคุณและขอโทษ แต่มันก็เหมือนมีหินก้อนใหญ่มาถ่วงปากเอาไว้จนพูดไม่ออก

“แสบหน่อยนะ”

“ครับ ผมไม่...อ๊ากกกกกก”

พรวด...

ไอ้แว่นร้องลั่นห้องพยาบาลทันทีที่ผมเทแอลกอฮอล์ลงไปบนแผลมันไม่ยั้งจนเกือบหมดขวด ก่อนที่เจ้าตัวจะรีบหดแขนหนีแล้วเงยหน้ามองผม (คือผมคิดว่ามันน่าจะมองหน้าผมนะ) มือที่ถือขวด (ซึ่งเหลือแอลกอฮอล์อยู่แค่ก้นขวดแล้วจากเต็มขวด) ค้างเติ่งอยู่กลางอากาศ

“ก็บอกแล้วไงว่าแสบนิดหนึ่ง”

“คะ...คะ...คะ...ใครเขาสอนให้เทแอลกอฮอล์ลงบนแผลทีเดียวหมดขวดล่ะครับ”

มันว่าเสียงสั่นพร้อมกับถดตัวหนีผมไปไกลลิบ จะไปรู้ได้ยังไงล่ะวะ ตั้งแต่เกิดมาเคยทำแผลให้ใครที่ไหนล่ะ ถึงครอบครัวจะเป็นหมอกันหมดแต่ผมไม่ได้สนใจเรื่องการเป็นหมอก็เลยไม่คิดจะใส่ใจเรื่องพวกนี้เลยสักนิด หยิบขวดยาได้ถูกต้องนี่ก็บุญหัวมากแล้ว

“เออๆ โทษที จะค่อยๆ แล้วกัน แกก็บอกมานะว่าอะไรใส่เท่าไหร่ยังไง”

“คะ...ครอบครัวเป็นหมอกันหมดแท้ ระ...เรื่องพวกนี้คุณทำไม่เป็นได้ยังไงครับเนี่ย”

“รู้ได้ยังไงว่าครอบครัวของฉันเป็นหมอกันหมด?”

ไอ้แว่นเงียบไปทันตาเมื่อเจอผมยิงคำถามแบบไม่ตั้งตัว ผมเขยิบตัวเข้าไปใกล้มันพร้อมขวดเบตาดีนและสำลีเพื่อจะทำแผลต่อ

“คือ...คือว่า...”

“หรือว่าแกก็อ่านมาเหมือนกัน ไอ้ประวัติกับบทสัมภาษณ์ดาวเดือนของหมาวิทยาลัยในเว็บไซด์นั่น”

“ชะ...ใช่ครับ! ผมก็อ่านมาเหมือนกัน”

ถ้าอ่านมาจากในนั้นแล้วเมื่อกี้มึงจะชะงักหาพระแสงเลเซอร์อะไรล่ะเฟ้ย บทสัมภาษณ์นั่นใครก็มีสิทธิ์อ่านทั้งนั้นนั่นแหละเพราะมันเปิดให้ทุกคนอ่านอยู่แล้ว

“เอาแขนมา จะทาไอ้นี่”

“ครับ...”

มันยื่นแขนมาให้ตามคำสั่ง ผมเปิดขวดเบตาดีนและตั้งท่าจะเทมันราดลงไปบนแผลเหมือนเมื่อครู่ แต่ไอ้แว่นกลับชักแขนหลบก่อนจะเงยหน้ามองผม

“สะ...สำลีครับ ถ้าคุณเอามาแล้วไม่ใช่คุณจะหยิบมาทำไม”

“เออว่ะ นั่นสิ”

ผมลดขวดเบตาดีนลงแล้วหยิบสำลีขึ้นมาหนึ่งก้อนก่อนจะเทเบตาดีนลงไปบนสำลีจนชุ่มแทน

“แบบนี้โอเคหรือยัง”

หงึกๆๆๆ

ไอ้แว่นพยักหน้า ผมหัวเราะขึ้นมาอย่างไม่มีสาเหตุ แต่ไอ้ท่าทีกลัวการทำแผลของผมจนหัวหดของมันทำเอาหลุดขำออกมาจริงๆ อายุก็เท่ากันแท้ๆ แต่หมอนี่ทำตัวเหมือนเด็กชะมัด ผมค่อยๆ กดสำลีลงบนแผลของไอ้แว่น บาดแผลเกิดจากการถูกคัตเตอร์กรีดเป็นทางยาวลงมาจนเกือบถึงข้อศอก แต่ดีว่าไม่ลึกถึงขั้นต้องเย็บ เพียงแต่แผลมันยังไม่หายดีเพราะเพิ่งเกิดสดๆ ร้อนๆ เมื่อคืน แต่ผมกลับออกแรงบีบไปเต็มที่ แผลที่ยังไม่สมานดีเลยปริออกจนเลือดซึมออกมาอีกครั้งนั่นเอง

แบบนี้เหมือนกูเป็นคนกรีดเองยังไงไม่รู้สิ

“เจ็บไหม?”

“มะ...ไม่ครับ มือคุณฟรีเบาเหมือนปุยนุ่นเลย”

“ปุยนุ่น? ฮ่าๆๆๆ แกนี่ใช้คำลิเกฉิบหายเลยว่ะ”

ผมผลักหัวไอ้แว่นเบาๆ ตอนเด็กเคเยป็นพระเอกลิเกมาก่อนหรือไงฟะ ถึงได้เลือกใช้คำเปรียบเทียบชวนอ้วกแบบนั้นได้ น่าแปลกที่ผมกลับรู้สึกขำขันและตลกมากกว่าจะขนลุก

“ละ...แล้วจะให้ผมเปรียบเทียบกับอะไรล่ะครับ”

“อะไรก็ได้ที่ไม่ใช่ปุยนุ่นอ่ะ”

“สายไหม?”

“หวานไป”

“ก้อนเมฆ”

“เด็กน้อยสัส”

“ขี้”

“...”

“เบาเหมือน...ขี้”

“แกเคยถือขี้เหรอถามจริงถึงรู้ว่ามันเบาน่ะฮะ”

“ไม่เคยครับ”

“แกนี่มัน ฮ่าๆๆๆ โอ๊ย ทำฉันขำสองรอบแล้วนะเนี่ย”

“นั่นสินะครับ ผมคิดได้ยังไงนะ ฮะๆๆๆ”

เกิดความเงียบขึ้นชั่วอึดใจ ราวกับโลกทั้งใบหยุดหมุนไปเลยทีเดียว ผมที่กำลงจะเอาผ้าก๊อซปิดลงบนแผลของไอ้แว่นหยุดทุกการกระทำแล้วมองมันที่กำลังหัวเราะเบาๆ ถึงจะไม่เห็นสีหน้าตอนหัวเราะ แต่เสียงหัวเราะที่กำลังได้ยินอยู่ตอนนี้ก็เป็นครั้งแรกที่ผมได้ยินจากคนๆ นี้อยู่ดี!

ไอ้แว่นหัวเราะ...

ถ้าเอาเสียงหัวเราะของมันไปแลกเป็นเงินได้ผมคงกลายเป็นมหาเศรษฐีในพริบตาเลยล่ะ!

“คุณฟรี...เป็นอะไรไปเหรอครับ หรือว่าผม...พูดอะไรผิด?”

“เอ๊ะ? อ๋อ...ปะ...เปล่า ไม่มีอะไร พอดีฉันเผลอคิดเรื่องอื่นน่ะ”

ผมแถสดก่อนจะลงมือปิดผ้าก๊อซให้มันเป็นอันเสร็จเรียบร้อยสำหรับการทำแผลครั้งแรกและคงจะเป็นครั้งสุดท้ายของผม

“ขอบคุณนะครับ”

“เรื่อง?”

เอี้ยวคอหันกลับไปถามไอ้แว่นที่พูดขึ้นมาจังหวะที่ผมกำลังเดินไปเก็บอุปกรณ์ทำแผลใส่ในตู้ตามเดิม ความจริงหมอนี่ก็ไม่ใช่คนเลวร้ายหรือว่าไม่น่าคบหาอะไร แต่เพราะบุคลิกภายนอกที่ดูน่าเบื่อของมันเองนั่นแหละทำให้ไม่มีใครอยากจะเข้าใกล้

“ที่คุณช่วยทำแผลให้...”

มันตอบอ้อมแอ้ม ก้มหน้าลงราวกับกำลังเขินอายในสิ่งที่พูด ผมหันกลับมาเก็บของเข้าตู้ตามเดิม แต่ริมฝีปากกลับคลี่ยิ้มบางๆ

ในหัวใจมันพองโตกับคำขอบคุณที่ได้รับ ทั้งที่เป็นเพียงคำขอบคุณจากคนไม่โดดเด่นอะไร แต่ทำไมมันถึงชุ่มชื่นหัวใจได้ขนาดนี้กันนะ คงเพราะคนที่ตลอดมาเอาแต่หนี และพยายามเปลี่ยนแปลงตัวเองด้วยการทำตัวเข้าพวกกับแก๊งเด็กเกเรล่ะมั้ง ผมจึงไม่คิดว่าตัวเองจะได้รับคำขอบคุณจากใคร ไม่สิ พูดให้ถูกคือผมไม่สมควรได้รับเลยต่างหาก

ผมมัน...อ่อนแอจะตายไป

“ฉันก็เหมือนกันนะ”

“ครับ?”

“ทั้งเรื่องเมื่อคืนที่แกช่วยเอาไว้ ฉัน...ขอบใจนะ แล้วก็ที่ทำให้แผลแกเลือดออกอีกนั่นก็ด้วย ฉัน...ขอโทษ”

“คะ...คุณฟรี”

“เอาเป็นว่าฉันกับแกหายกันแล้วนะ ฉันไม่ชอบติดหนี้บุญคุณใคร ไปล่ะ”

ผมพูดทุกอย่างออกไปอย่างรวดเร็วภายในเวลาไม่ถึงสิบวินาทีด้วยซ้ำ ก่อนจะจ้ำอ้าวเดินออกมาทันทีโดยไม่หันกลับไปมองไอ้แว่นที่ยังนั่งจ๋องอยู่บนเตียงอีกเลย

 

“ไอ้ฟรี! หายไปไหนมาวะ แล้วมึงลากไอ้แว่นไปไหนมา”

ทันทีที่กลับเข้ามาในห้อง ไอ้หยองก็รีบมาลากผมไปนั่งที่แล้วซักไซ้ยกใหญ่ คิดถูกจริงๆ ที่ไม่เดินกลับเข้ามาพร้อมไอ้แว่น ไม่อย่างนั้นมันคงถูกลากเข้ามาสอบสวนพร้อมผมแน่

“ไม่มีอะไรหรอก กูมีเรื่องอยากจะถามมันนิดหน่อยเท่านั้น”

“เรื่องอะไรวะ”

“เรื่องส่วนตัว”

ผมตอบเน้นๆ พลางมองหน้ามันอย่างเด็ดขาดเพื่อไม่ให้มันถามอะไรต่ออีก ถ้าเป็นเมื่อก่อนผมคงไม่ได้มีพาวเวอร์อะไรกับใครขนาดนี้ แต่ในตอนนี้...ตำแหน่งเดือนมหาวิทยาลัยทำให้ผมค่อนข้างมีอิทธิพลกับคนในมหาวิทยาลัยพอสมควร ก็เลยทำให้ผมใช้ชีวิตอยู่ที่นี่ได้สบายกว่าสมัยเรียนมัธยมหลายเท่า

เป็นช่วงชีวิตที่ต่างจากของไอ้แว่นอย่างสิ้นเชิง

“แล้วนี่มึงไม่ไปหาไอ้เด็กวัดนั่นแล้วเหรอวะ ไหนบอกจะไปเสือก”

ไอ้หยองเปลี่ยนเรื่องคุยเมื่อเห็นว่าผมไม่มีทางบอกแน่นอนว่าคุยอะไรกับไอ้แว่น

“ไม่ต้องแล้วล่ะ ไม่จำเป็นละ”

“มึงนี่เปลี่ยนใจง่ายเหมือนเปลี่ยนกางเกงในเลยนะ”

“มึงเปรียบหัวใจกูกับกางเกงในเลยเหรอวะไอ้หยอง ใจร้ายเหี้ยๆ!

“อาจาร์ยมาแล้วๆ พวกมึงหุบปากกันเดี๋ยวนี้เลย อาจารย์คนนี้แม่งชอบดัดนินสัยนักศึกษาคุยกันด้วยการเทสต์ทันทีด้วย”

ไอ้ดอนหันมาสั่ง ผมกับไอ้หยองเลยหยุดการสนทนากันไว้แค่นั้นเพราะยังไม่พร้อมจะเทสต์ใดๆ ทั้งสิ้น

ว่าแต่...ไอ้แว่นยังไม่กลับมาอีกเหรอ?

 

บนดาดฟ้า

ใครบางคนเดินขึ้นมาบนดาดฟ้าที่มีโพสอิสแปะอยู่ตรงกำแพง คนๆ นั้นเดินตรงเข้าไปยังโพสอิทสีครีมที่ถูกเขียนข้อความต่อจากข้อความเดิมที่เคยมี มันถูกแปะติดไว้กับกำแพงและกดให้แน่นกว่าเดิมจนไม่สามารถหลุดออกมาได้ง่ายๆ สายตาไล่อ่านข้อความที่ถูกเขียนไว้ด้วยตัวอักษรหวัดๆ แบบลายมือผู้ชายทั่วไป

 

ฉันดีใจนะที่นายตอบกลับ แล้วก็ดีใจมากด้วยที่มีคนมีความคิดเหมือนกับฉันอยู่ โลกที่เต็มไปด้วยความโสมมพวกนี้มันน่าเบื่อมากจริงๆ ฉันอยากสร้างโลกของตัวเองขึ้นมาใหม่ นายคิดว่ายังไง?

 

“หึ...”

หัวเราะเบาๆ กับความคิดนั้นก่อนจะหยิบโพสอิทแผ่นใหม่ออกมาจากในกระเป๋าและเขียนตอบกลับไป

โพสอิทแผ่นใหม่ถูกแปะเรียงต่อจากสองแผ่นแรกเป็นแผ่นที่สาม...



บับเบิ้ลบิวชวนคุย :

มาอัปโพสอิทต่อแล้วค่า คนเขียนเขียนโพสอิทคุยกับน้องฟรีคือใครกันแน่น้า ตอนนี้มีผู้ต้องสงสัยในดวงใจกันบ้างไหมคะ ตอนนี้แว่นของเราทำคะแนนตีตื้นกับพี่สายฟ้าขึ้นมาเลย ถึงจะดูขี้กลัวไปบ้างแต่เอาจริงๆ แว่กน็เป็นลูกผู้ชายคนนึงเลยเนอะ  ยังไงก็ขอฝากเรื่องนี้ไว้ด้วยนะคะ มีแพลนตีพิมพ์กับสนพ. DEEP ค่า




ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 47 ครั้ง

187 ความคิดเห็น

  1. #173 NJChokdee (@NJChokdee) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 5 มกราคม 2562 / 23:12
    เดาไม่ถูกแว่นก็อาจเป็นไปได้ พี่ฟ้าก็มีสิทธิ์ หรือคนในความมืดว่ะ
    #173
    0
  2. #128 พญานก T^T (@Khaofang_17) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 11 ธันวาคม 2561 / 12:13
    น้องแว่นนนนนนนนน
    #128
    0
  3. #78 aairchayanis (@aair_r) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 3 ธันวาคม 2561 / 13:14
    เรื่องนี้สนุกมากกกกก
    #78
    0
  4. #19 aunaunmtyj (@aunaunmtyj) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 4 พฤศจิกายน 2561 / 09:15
    แว่นกับคนที่เขียนโพสอิทคนๆเดียวหรือเปล่า
    #19
    0