[นิยายแปล] หนึ่งใจมีไว้รักคุณ

ตอนที่ 14 : 11 เปลี่ยนไปอย่างเงียบ ๆ (1)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2,262
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 113 ครั้ง
    21 ธ.ค. 61

ฟังฟู่อวี้พูดจบ ร่างทั้งร่างของเวิงอวี่ก็อ่อนยวบลง ได้แต่นั่งพิงพนักเก้าอี้ลูกเดียว

หน้าจอของอีกฝั่งหนึ่ง เจ้ากระต่ายโต้วหน่ายในภาคผู้หญิงที่ยังอยู่ในสายตาของฟู่อวี้ดูคล้ายกำลังอยู่ในม่านหมอก ปฏิกิริยาของเธอคล้ายกับกำลังพยายามจับใจความคำพูดของเขาอยู่

            ถามแบบนี้ ดูท่าแล้วกระต่ายน้อยคนนี้คงจะเริ่มเข้าใจอะไร ๆ ขึ้นมาบ้าง ไม่ยังงั้นก็คงเป็นคนใกล้ตัวของหญิงสาวที่สะกิดให้เธอรู้ตัว

            ชายหนุ่มนั่งกอดอกพลางมองใบหน้าแดง ๆ ของเธอ รอดูท่าทีของเธอตอนตอบกลับ

            ไม่รู้ว่าเวลาผ่านไปนานเท่าไหร่ เขาได้ยินแค่คำว่า อ่า จากเวิงอวี่ที่อยู่อีกฝั่งหนึ่ง ก่อนที่เธอจะละล่ำละลักบอก เอ่อ ขอโทษด้วยนะคะที่ถามเรื่องส่วนตัวของคุณ...

            ไม่เป็นไรครับ เขาตอบเสียงเรียบ สักวันคุณก็ต้องรู้เรื่องนี้อยู่ดี

            เวิงอวี่ไม่ได้สนใจคำอธิบายของเขา แค่ร้องอ้อสั้น ๆ ใบหน้าแดงก่ำยิ่งกว่าเดิม ฉันอยากไปนอนแล้วค่ะ วันนี้รู้สึกง่วงนิดหน่อย

            ในใจของฟู่อวี้คิดว่าน่าสนใจ แต่ก็เข้าใจว่าตอนนี้ยังไม่ถึงเวลาที่เหมาะสม ไม่ควรทำให้เธอลำบากใจมากนัก จึงกระแอมเบา ๆ แล้วตอบด้วยเสียงอ่อนโยน ครับ รีบไปนอนเถอะ

            ...ราตรีสวัสดิ์ค่ะ”

            หญิงสาวไม่รู้เหมือนกันว่าเธอเขินอะไร แต่ตอนนี้เธอไม่กล้าเงยหน้าขึ้นมองหน้าจอเลย กำลังคิดว่าจะเอื้อมมือไปปิดคอมพิวเตอร์ก็ได้ยินเขาพูดว่า เพลงกล่อมเด็กวันนี้ ผมร้องและอัดเป็นข้อความเสียงส่งไปให้คุณทางวีแชตแล้วนะครับ

            เวิงอวี่งุนงง คล้ายสมองของเธอยังประมวลผลไม่ได้

            เพลงกล่อมเด็กเพลงนั้นชื่อ Sleep Song” เสียงของเขาทั้งทุ้มและแหบพร่าถ้าก่อนนอนได้ฟังเพลงนี้จะนอนหลับสนิท ผมเคยเจอคนอังกฤษหลายคนต่างก็ใช้เพลงนี้กล่อมลูกหรือคนรักให้นอนหลับฝันดี

            หลังจากนี้ผมจะร้องเพลงนี้ให้คุณฟังทุกวัน

            เสียวอวี่ ฝันดีนะครับ

            ภาพสุดท้ายบนหน้าจอเป็นภาพที่ชายหนุ่มใช้มือลูบใบหู แล้วส่งยิ้มให้เธอ

รอยยิ้มนั้นทั้งจับใจ ทั้งมีบางอย่างที่บอกไม่ถูก...อืม เรียกว่าเสน่ห์ดึงดูดใจมั้ง

เวิงอวี่สำรวจหัวใจของตัวเองก็พบว่ามันเต้นแรงขึ้นอีกแล้ว

เธอคิดมาตลอดว่าสิ่งที่เธอเห็นและรู้สึกก่อนหน้านี้เป็นสิ่งที่ฟู่อวี้ทำอยู่ทุกวัน

แต่หลังจากที่โจวรั่วพูดเมื่อบ่าย ความรู้สึกของเธอก็ค่อย ๆ เปลี่ยนไป

ต้องใช้เวลาอีกพักหนึ่งกว่าที่หน้าจอคอมพิวเตอร์ของเวิงอวี่จะดับลง เธอผลักคอมพิวเตอร์ออกห่างจากตัวเล็กน้อย ยืนขึ้น หยิบมือถือแล้วเดินกลับเข้าไปในห้องนอน ทิ้งตัวลงบนเตียง

หญิงสาวเปิดวีแชต เช็กข้อความเสียงที่ยังไม่ได้อ่าน น้ำเสียงนุ่มทุ้มที่เธอคุ้นเคยพลันดังก้องอยู่ในหู

เนื้อเพลงที่ทั้งอบอุ่นและอ่อนโยน เธอฟังแล้วฟังอีก แต่ก็ไม่ทำให้เธอหลับได้อย่างเมื่อวาน แก้มของเธอกลับร้อนผ่าว นิ้วมือพลันอ่อนแรง

นี่เธอ...เป็นอะไรไป

คนฟากโลกหนึ่งนึกสงสัย สุดท้ายก็นึกออก ส่วนอีกฟากโลกหนึ่ง ในใจของคนที่รอคอยมานานก็รู้สึกดีขึ้น

 

ปิดโปรแกรมสไกป์แล้ว ฟู่อวี้ก็ดื่มน้ำอีกหลายอึก พลางเปิดแพลนเนอร์ที่วางอยู่บนโต๊ะ

            สายตาหยุดอยู่ที่เดือนมีนาคมบนปฏิทิน เขารีบหยิบโทรศัพท์ขึ้นมากดหารายชื่อหนึ่ง

            ท่านอธิการบดีครับ”

            เมื่อปลายสายกดรับ ฟู่อวี้พูดภาษาอังกฤษด้วยทันที “ท่านครับ วันหยุดอีสเตอร์[1]ปลายเดือนมีนาคมจนถึงเมษายนของปีนี้ ผมอยากลาพักร้อนครับ”

            ปลายสายคือโอนิส อธิการบดีของอิมพีเรียลคอลเลจ เขาชะงักไปหลายวินาทีกว่าจะตอบ “…ถ้าคุณจะลาพักร้อนผมก็ไม่มีปัญหาอะไรหรอกนะ เพราะนี่เป็นวันหยุดภาคบังคับของบรรดาอาจารย์และนักศึกษาอยู่แล้ว

            ขอบคุณมากครับ

            “แต่... ชายชราชาวอังกฤษเงียบไปคล้ายกำลังคิดหาคำพูดเหมาะ ๆฟู่ ผมจำได้ว่าวันหยุดอีสเตอร์ของปีก่อน ๆ คุณก็ไม่ยอมหยุด ขังตัวเองอยู่ในห้องแล็บเพื่อเขียนเปเปอร์[2]ไม่ใช่หรือ ผมบอกให้คุณหยุด คุณก็ไม่ยอมหยุด”

            ก็ใช่ครับ ชายหนุ่มตอบ แต่ปีนี้ทุกอย่างไม่เหมือนเดิมแล้วครับ

            แบบนั้นหรอกหรือ... ความสัมพันธ์ระหว่างโอนิสกับฟู่อวี้ไม่ห่างกันมากนัก เรื่องครั้งนี้จึงทำให้เขารู้สึกขบขันอยู่ไม่น้อย แล้วในใจของคุณตอนนี้มีเรื่องที่สำคัญเท่ากับการเขียนเปเปอร์แล้วหรือ

            ฟู่อวี้ชะงักไปพักหนึ่ง ก่อนยกยิ้มมุมปาก

            “ต้องพูดว่า ผมมีเรื่องสำคัญกว่าการเขียนเปเปอร์แล้วครับ”

 

ทุกวันนี้ชีวิตของเวิงอวี่นอกจากทำงานแล้วกลับบ้านก็คือการดูแลเจ้าโต้วหน่าย และก่อนนอนก็ต้องคุยโทรศัพท์หรือวิดีโอคอลกับฟู่อวี้

            ดูเหมือนว่าเขาจะกะเวลาพักผ่อนของเธอได้ เลยมักจะโทร.มาหลังจากที่เธออาบน้ำเสร็จแล้ว เตรียมตัวรับสายจากเขา

            เวลาคุยโทรศัพท์ของเขาและเธอทุกวันนี้ อย่างน้อยก็นานหนึ่งชั่วโมง อย่างมากก็นานถึงสองชั่วโมง เวิงอวี่ไม่เคยรู้เลยว่าเธอเป็นคนที่พูดมากขนาดนี้ เมื่อก่อนตอนที่คบกับเหยียนเฉียวก็คุยโทรศัพท์กันน้อยมาก แต่กับฟู่อวี้นั้น ราวกับว่าเธอมีเรื่องราวมากมายที่อยากจะเล่าให้เขาฟัง

ทั้งเรื่องของผู้โดยสารที่เจอขณะทำงาน เรื่องตลกที่อ่านจากเวยปั๋ว[3] ท่าทางของเจ้าโต้วหน่ายตอนที่เธอเล่นกับมัน...ทั้งเรื่องเล็กเรื่องใหญ่ล้วนอยากเล่าให้เขาฟังหมด

            แม้ทุกครั้งที่คุยโทรศัพท์กับเขา เธอมักจะขวยเขิน บางครั้งยังหน้าแดง

            แต่เธอกลับรู้สึกว่าฟู่อวี้ทำตัวเป็นธรรมชาติกับเธอ ไม่มีอะไรแตกต่างไปจากเดิมเลย ไม่มีคำพูดคลุมเครือ ความหมายสองแง่สองง่าม และไม่เคยพูดถึงความรัก ยิ่งเวลาผ่านไป เธอจึงคิดว่าไม่ควรคิดเข้าข้างตัวเองมากจนเกินไปนัก

            เขาคงแค่อยากเป็นเพื่อนกับเธอจริง ๆ ก็ได้

 

วันเวลาผ่านไปอย่างรวดเร็ว วันคริสต์มาสและปีใหม่ผ่านไปในพริบตาเดียว วันตรุษจีนค่อยขยับเข้ามาเงียบ ๆ ปีนี้การฉลองตรุษจีนมีขึ้นกลางเดือนกุมภาพันธ์ แต่สำหรับเวิงอวี่แล้วเรื่องนี้ไม่ได้มีผลอะไรกับเธอเลยเพราะอาชีพของเธอนั้นไม่ได้หยุดตามเทศกาล วันหยุดตรุษจีนปีนี้เธอมีแค่วันหยุดสุดสัปดาห์สองวันเท่านั้น

            สองวันนี้แน่นอนว่าต้องกลับบ้านไปหาพ่อแม่ หญิงสาวออกจากสนามบินกลับถึงบ้านก็รีบจัดของ แล้วอุ้มกรงของเจ้าโต้วหน่ายขึ้นมา เตรียมตัวนั่งรถไฟฟ้าใต้ดินกลับบ้านของพ่อแม่

            ขึ้นรถไฟฟ้าใต้ดินแล้วเธอก็นึกได้ว่าเมื่อเช้าตอนที่แม่โทร.หาเธอ ยังบอกให้เธอเชิญเหยียนเฉียวมาด้วย

            ...แย่แล้ว

เวิงอวี่พลันรู้สึกว่าเหงื่อซึมทั่วตัว

            เพราะยุ่งกับงาน เรื่องที่เธอเลิกกับเหยียนเฉียว เธอจึงผลัดออกไปเรื่อย ๆ จนสุดท้ายแล้วก็ลืมบอกพ่อกับแม่...

            เธอรู้ดีว่าพ่อแม่ชอบเหยียนเฉียวมาก ทั้งยังหวังว่าปีนี้เธอกับเหยียนเฉียวจะแต่งงานกัน แต่พวกเธอไม่เพียงแค่เลิกกันไปได้สองเดือนแล้ว เหตุผลที่เลิกกันยังซับซ้อน แล้วแบบนี้เธอควรจะบอกพ่อกับแม่ยังไงดีล่ะ

            พ่อแม่ฟังแล้วในใจคงจะเสียใจมาก ต้องผิดหวังมากแน่ ๆ...

            เวิงอวี่นั่งคิดหาวิธีไปตลอดทางที่นั่งรถไฟฟ้าใต้ดินกลับบ้าน แต่คิดเท่าไหร่ก็คิดไม่ออก เมื่อลงจากรถไฟฟ้าแล้ว เธอยืนนิ่งอยู่ท่ามกลางลมหนาวอีกครู่ใหญ่ จึงตัดสินใจส่งข้อความไปหาฟู่อวี้

[วันนี้ฉันไปบ้านพ่อแม่นะคะ แต่ก่อนหน้านี้ฉันลืมบอกพวกท่านเรื่องที่ฉันเลิกกับแฟน...]

รออยู่พักหนึ่งเขาก็ยังไม่ตอบกลับ เธอก้มลงดูนาฬิกาข้อมือ คิดว่าเขาอาจจะกำลังสอนอยู่ จึงบอกตัวเองให้เดินไปยังบ้านของพ่อแม่

“แม่คะ สุขสันต์วันตรุษจีนค่ะ” เธอยิ้มกว้าง พลางขอพรอยู่ในใจเงียบ ๆ ไม่ให้คุณแม่เวิงนึกถึงเหยียนเฉียวขึ้นมาได้เร็วนัก

สุขสันต์วันตรุษจีนจ้ะ คุณแม่เวิงรับกรงกระต่ายจากมือของลูกสาวไปวางบนโต๊ะ แล้วก้มลงหยิบรองเท้าแตะจากตู้เก็บรองเท้าให้เวิงอวี่ มา เข้ามาเร็ว วันนี้ที่เซี่ยงไฮ้อุณหภูมิลดลงเหลือแค่สี่องศา หนาวนะ

ใช่ค่ะ วันนี้ตอนหนูอยู่บนเครื่องก็รู้สึกหนาวมาก น้ำมูกไหลเลย... หญิงสาวทำตัวเป็นลูกลิงที่เกาะแผ่นหลังของแม่ แม่คะ ถ้าเป็นหวัดจะทำยังไงดี หนูไม่อยากไปฉีดยาที่โรงพยาบาล...

พอ ๆ ๆ ทำไมถึงโตมาก็พูดมากเป็นนกแก้วนกขุนทองแบบนี้ โตแล้วไม่ใช่หรือ ยังจะชอบอ้อนแม่อยู่อีก แม้คุณแม่เวิงจะว่าแบบนั้น แต่ก็ยังอดยิ้มไม่ได้ ไม่ใช่ว่าปกติก็คอยอ้อนเหยียนเฉียวแบบนี้หรอกนะ แม่ก็พูดให้หนูฟังแล้วเมื่อเช้าว่าอย่าโตแต่ตัว เอาแต่ทำตัวเป็นเด็กแบบนี้ เขาจะเหนื่อยที่ต้องดูแลหนู...”

แผ่นหลังของเวิงอวี่เย็นวาบ ใบหน้าแข็งค้างไปชั่วครู่

ตอนนี้เองที่พ่อถือจานกับข้าวเดินออกมาจากห้องครัว เมื่อเห็นว่าลูกสาวมาคนเดียว จึงเอ่ยถามโดยไม่ตั้งใจ เสียวอวี่ เสี่ยวเหยียนยังต้องทำงานอีกเหรอ อีกเดี๋ยวถึงจะตามมาใช่ไหม ลำบากเขาแล้ว

            แย่จริง... คุณแม่เวิงหันไปพยักพเยิดกับคุณพ่อเวิง ตรุษจีนแบบนี้ยังจะทำงานอีก ฉันยังคิดอยู่เลยค่ะว่าทำไมเขาไม่มาพร้อมกับเสียวอวี่           

            พ่อคะ แม่คะ...

            ตอนนี้เวิงอวี่ยืนกำกางเกงของตัวเองแน่นพลางกัดฟัน ในหัวเห็นแต่ภาพของมีด หนู หนูมีเรื่องจะบอกพ่อกับแม่ค่ะ...

            เรื่องอะไรจ๊ะ คุณพ่อเวิงและคุณแม่เวิงต่างมองหน้าเธอ

            คือว่า... เธอพูดตะกุกตะกัก คล้ายลิ้นกับปากไม่ใช่ของเธอ คือว่า...หนูกับเหยียนเฉียว...

            ติ๊ด ๆ ๆ”

            ยังไม่ทันที่เธอจะพูดจบ มือถือของเธอในกระเป๋าถือก็พลันส่งเสียงเรียก เธอหันไปค้นโทรศัพท์ในกระเป๋าด้วยความกลัว แล้วก็เห็นว่าเป็นเบอร์ของฟู่อวี้ที่โทร.เข้ามา

            ฮัลโหล... เธอยกโทรศัพท์ขึ้นแนบหูท่ามกลางสายตาของพ่อกับแม่ที่มองมา เสียงสั่นเล็กน้อย

            เสียวอวี่ เสียงของฟู่อวี้ดังมาตามสายอย่างใจเย็น ตอนนี้ส่งโทรศัพท์ให้พ่อแม่ของคุณก่อนครับ

            หญิงสาวนิ่งไปครู่หนึ่ง แล้วค่อย ๆ ส่งมือถือให้คุณแม่เวิง แม่คะ

            ใครน่ะ คุณแม่เวิงรับสายด้วยความแปลกใจ ใช่เสี่ยวเหยียนรึเปล่าจ๊ะ

            อีกสิบวินาทีต่อมา เวิงอวี่ก็เห็นสีหน้าของแม่เปลี่ยนไป จากที่ตอนแรกมีสีหน้าไม่เชื่อ เป็นตกใจ แล้วก็เปลี่ยนเป็นเรียบเฉย...จากนั้นคุณแม่เวิงก็ถือโทรศัพท์ของลูกสาวเดินเข้าไปในห้องนอน

            ใครโทร.มาน่ะลูก คุณพ่อเวิงถามกลางโต๊ะอาหาร ทำไมต้องให้แม่เขารับโทรศัพท์ของหนูด้วย

            เอ่อ...เขาเป็นเพื่อนของหนูค่ะ หญิงสาวเองก็ไม่ค่อยรู้เรื่องราวชัดเจนนัก จึงตอบได้แค่นี้

ดูเหมือนว่าจะคุยกันนานประมาณยี่สิบกว่านาที คุณแม่เวิงถึงได้เดินออกมาจากห้องนอน แล้วยื่นมือถือให้ลูกสาวด้วยสีหน้าอ่อนโยน เสียวอวี่ อาอวี้ต้องรีบกลับไปสอนต่อ บอกว่าอีกเดี๋ยวจะโทร.กลับนะจ๊ะ

            เวิงอวี่พยักหน้ารับคำเงียบ ๆ

            มา ๆ พวกเราเตรียมตัวกินข้าวกันได้แล้ว หลังจากนั้นคุณแม่เวิงก็เดินเข้าไปในครัวด้วยใบหน้าที่น่าสงสัย ก่อนไปคุณแม่เวิงหันมาบอกเวิงอวี่ว่าเสียวอวี่ หนูไปล้างมือก่อน

            หญิงสาวล้างมือช้า ๆ ก่อนกลับไปที่ห้องรับแขก บนโต๊ะอาหารมีกับข้าววางเอาไว้เรียบร้อยแล้ว เธอนั่งประจำที่ คุณพ่อเวิงและคุณแม่เวิงสบตากันครั้งหนึ่ง ยิ้มกว้างพลางยกแก้วขึ้น สุขสันต์วันตรุษจีน ขอให้เสียวอวี่ของเราโชคดีมีความสุขตลอดปีนะจ๊ะ”

            ...พ่อคะ แม่คะ สุขสันต์วันตรุษจีนค่ะ เธอเองก็ยกแก้วขึ้น แต่ไม่รู้ว่าเพราะอะไร เธอกลับรู้สึกว่าตอนนี้พ่อกับแม่กำลังมีความสุข

            ชนแก้วเสร็จ คุณพ่อเวิงก็จัดการเปิดทีวี เปลี่ยนช่องไปรอดูการถ่ายทอดสดงานฉลองตรุษจีน ส่วนคุณแม่เวิงก็คีบกับข้าวมาวางในชามของเธอหลายอย่าง กินเยอะ ๆ นะลูก หน้าหนาวต้องสะสมไขมันไว้ป้องกันความหนาวนะรู้ไหม

            ค่ะ... เธอคีบกับข้าวมากินเงียบ ๆ พลางคิดว่าจะต้องบอกพ่อกับแม่เรื่องของเหยียนเฉียวหรือเปล่า

            เสียวอวี่ คุณพ่อเวิงวางรีโมตทีวีลง ปัดมือแล้วพูดเสียงดังว่า หนูฟังพ่อนะ ความสุขของหนูสำคัญที่สุด อย่าเจ็บปวดกับเรื่องเล็กน้อยที่เกิดขึ้น ชีวิตของคนเรายังอีกยาวไกล ย่อมต้องเดินหน้าต่อไป!

            แน่นอนอยู่แล้ว เสียวอวี่ของเราน่ารักขนาดนี้ คุณแม่เวิงที่ตอนนี้กำลังดันถ้วยซุปส่งมาให้ลูกสาวพูดขึ้น เด็กน้อยของพ่อกับแม่โตขึ้นเป็นสาวสวยแล้ว สุดท้ายจะต้องได้แต่งงานกับผู้ชายที่ดีแน่ ๆ ไม่ต้องไปแต่งให้ผู้ชายที่ไม่มีความรับผิดชอบแบบนั้นหรอก

            เอาละ ไม่ต้องพูดเรื่องนี้กันอีก มันผ่านไปแล้วแล้วคุณพ่อเวิงก็หัวเราะฮ่า ๆ เสียงดัง กินข้าว ๆ นาน ๆ ทีเสียวอวี่จะกลับบ้าน กินเยอะ ๆ นะ

            เวิงอวี่มองท่าทางตื่นเต้นแปลก ๆ ของพ่อก็ต้องอ้าปากค้าง

            ดูท่าว่าพ่อกับแม่คงจะรู้เรื่องที่เธอเลิกกับเหยียนเฉียวแล้ว แต่ท่าทางแบบนี้น่าจะเป็นเพราะสายจากฟู่อวี้ คงจะไม่มีอะไรใช่ไหมนะ...

            กับข้าวส่งกลิ่นหอม มื้อส่งท้ายปีนี้ครอบครัวของเธอกินกันอย่างมีความสุขจริง ๆ หลังจากมื้อเย็นเวิงอวี่ก็ลุกขึ้น คิดจะเดินไปช่วยแม่ล้างชาม แต่คุณแม่เวิงกลับใช้มือชี้ไปอีกทางหนึ่ง หนูไปนั่งที่โซฟาดีกว่า

            ไม่รอให้เธอพูดอะไร คุณแม่เวิงก็ยิ้มอย่างมีความหมายบางอย่าง รอสักพัก เดี๋ยวอาอวี้ก็โทร.มาหาหนูแล้ว ถ้าหนูไปยุ่งอยู่ในครัวแล้วพลาดสายของเขาจะทำยังไง

            อย่าลืมอวยพรให้อาอวี้กับครอบครัวมีความสุขในวันปีใหม่ด้วยล่ะ

ปากของเวิงอวี่เดี๋ยวหุบเดี๋ยวอ้าเมื่อได้ยินชื่อเรียก อาอวี้ ตอนนี้หญิงสาวรู้สึกมึนงง และคิดว่าเรื่องที่ฟู่อวี้พูดกับแม่นั้นต้องมีเรื่องที่เธอไม่รู้ด้วยแน่ ๆ

เขาพูดอะไรไปบ้างนะ...

           

ฟ้าค่อย ๆ มืดลงทุกที เสียงพลุและดอกไม้ไฟดังผ่านหน้าต่างที่เปิดไว้เข้ามา เวิงอวี่ถือโทรศัพท์เดินออกไปที่ระเบียง ยืนพิงระเบียงรอสายของฟู่อวี้เงียบ ๆ

            ไม่รู้ว่าผ่านไปนานเท่าไหร่ เสียงโทรศัพท์ก็กรีดร้อง ใจของหญิงสาวพลันเต้นแรง ความจริงแล้วเธออยากจะกดปุ่มรับสาย แต่กลับเห็นว่าครั้งนี้ฟู่อวี้ไม่ได้โทร.มาหา แต่กลับวิดีโอคอลผ่านทางเฟซไทม์[4]

            เธอรีบกดรับแล้วยกโทรศัพท์ในมือขึ้น ใบหน้าหล่อเหลาของฟู่อวี้ก็ปรากฏบนหน้าจอมือถืออย่างรวดเร็ว

            เสียวอวี่ คุณมองเห็นไหมครับ ชายหนุ่มคลี่ยิ้มให้เธอ ดูเหมือนสัญญาณจะไม่ค่อยดี

            ตอนนี้เองที่เวิงอวี่มองเห็นเขาเข้ามาใกล้ ใบหน้าใหญ่โตในหน้าจอโทรศัพท์ทำให้เธอมึนงง คิดว่าหัวใจของเธอเต้นแรงจนใกล้จะกระดอนออกมานอกอก

            เธอเพิ่งกินข้าวเสร็จ ยังไม่ทันล้างหน้าล้างตา ไม่รู้ว่าหน้าของเธอมีเศษอาหารหรือคราบอะไรติดอยู่รึเปล่า...

            คุณเงียบไปนะครับ ไม่ต้องห่วง ถ้าบนหน้าของคุณตอนนี้มีอะไรติดอยู่ ผมบอกเลยว่าผมมองไม่เห็นครับ” เขาหัวเราะเสียงนุ่ม เหมือนจะรู้ใจเธอไปซะทุกอย่าง

            ค่ะ ถ้างั้น... หญิงสาวเม้มปาก มองหน้าเขา รู้สึกประหม่าจนใกล้จะทนไม่ไหว รีบเปลี่ยนเรื่องอย่างรวดเร็ว ถ้างั้น...ที่คุณพูดสายกับแม่ของฉันน่ะค่ะ คุณพูดเรื่องอะไรบ้างคะ

            เขานิ่งไปสองวินาที อยากรู้จริง ๆ หรือครับ

            ...ค่ะ เธอพยักหน้า

            ไม่ใช่แค่อยากรู้เท่านั้น เธอยังประหลาดใจที่เขาสามารถใช้เวลาสั้น ๆ แค่ยี่สิบกว่านาทีเล่าเรื่องของเธอและเหยียนเฉียวให้พ่อกับแม่ของเธอเข้าใจโดยที่พวกท่านไม่มีท่าทางเสียใจหรือผิดหวังกับการเลิกกันของเธอและเหยียนเฉียวเลย ทั้งยังสามารถทำให้พวกท่านรู้สึกประทับใจคนแปลกหน้าอย่างเขาได้อย่างยอดเยี่ยม

            ผมบอกท่านว่า... พลันมีพลุชุดใหม่พร่างพรายอยู่บนท้องฟ้าบริเวณหน้าหมู่บ้าน ภายใต้ความสว่างไสวอันงดงามจากพลุนั้น ทำให้เธอมองเห็นริมฝีปากของเขาได้อย่างชัดเจน

“You are my best gift in this world.”

คุณเป็นของขวัญที่ดีที่สุดในโลกนี้ของผม


 



[1]เป็นหนึ่งในเทศกาลในศาสนาคริสต์ จัดขึ้นเพื่อเฉลิมฉลองการคืนชีพของพระเยซูหลังจากที่ถูกตรึงกางเขนและตายไปแล้วสามวัน 

[2]บทความทางวิชาการ

[3]เป็นเว็บไซต์คล้ายทวิตเตอร์ผสมกับเฟซบุ๊ก และเป็นหนึ่งในเว็บไซต์ยอดนิยมที่สุดของจีน

[4]แอพพลิเคชั่นประเภทวิดีโอคอลประเภทหนึ่ง ใช้ได้เฉพาะในระบบไอโอเอส

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 113 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

67 ความคิดเห็น

  1. #57 vpcok_a (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 11 มีนาคม 2562 / 09:43
    น้องขอนอนตายอย่างสงบศพสีชมพู~~~~
    #57
    0
  2. #38 สามีโยชิโกะ (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 9 มีนาคม 2562 / 20:35
    โอ้ยพรี่ฟู่!!
    #38
    0
  3. #22 Pankkie (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 10 มกราคม 2562 / 00:47
    นอนตายอย่างสงบศพสีชมพูแล้วค่ะ ฮือๆ
    #22
    0