[นิยายแปล] หนึ่งใจมีไว้รักคุณ

ตอนที่ 12 : 9 คุณกับฉันในที่ที่ต่างกัน (1)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2,109
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 136 ครั้ง
    21 ธ.ค. 61

เวิงอวี่ฟังคำถามของเพื่อนแล้วต้องชะงักไปหลายวินาทีเพราะความไม่เข้าใจ บ้านหลังใหม่ที่เธอพูด หมายถึงอะไร

เฉินหานซินจ้องหน้าเวิงอวี่เขม็งอยู่นาน ก่อนยกมือขึ้นตบหน้าผากตัวเอง แล้วโบกไม้โบกมือด้วยท่าทางหมดแรง “...ไม่มีอะไร ฉันไม่คิดว่าด้วยไอคิวอย่างเธอจะหาบ้านหลังใหม่ที่เหมาะสมได้หรอก”

พอได้ยินคนเป็นเพื่อนพูดถึงระดับไอคิวของเธอ เวิงอวี่ก็เบะปากก่อนยันตัวขึ้นจากโซฟา ฉันจะไปทำสปาแล้วพักผ่อนสักหน่อย เฮ้อ...เหนื่อยจะตายอยู่แล้ว

สปาแห่งนี้เป็นที่ที่พวกเธอสามคนมักจะมากันบ่อย ๆ พนักงานเองก็คุ้นเคยกับพวกเธอเป็นอย่างดี เวิงอวี่ขึ้นไปนอนบนเตียง พูดคุยกับพนักงานนวดสักพัก ก่อนเผลอหลับไปท่ามกลางกลิ่นหอมอ่อน ๆ ที่ลอยฟุ้งอยู่รอบตัว

เมื่อเธอตื่นขึ้นมาอีกครั้ง ก็รู้สึกราวกับได้เกิดใหม่ อาบน้ำเสร็จ เดินออกจากห้องนวดมาที่โถงต้อนรับก็เห็นว่าเฉินหานซินและเจิ้งอวิ้นจือนั่งรอเธออยู่ที่โซฟา

เพิ่งมีคนโทร.มาหาเธอ แต่ฉันช่วยรับให้แล้วละ เป็นคนจากร้านสัตว์เลี้ยงโทร.มา บอกว่ามีสัตว์เลี้ยงจะเอามาส่งให้เธอที่บ้าน เฉินหานซินยกโทรศัพท์ของเวิงอวี่ขึ้นมาโบกไปมา

สัตว์เลี้ยงเหรอ เวิงอวี่งง ฉันไม่เคยซื้อสัตว์เลี้ยงนะ

เฉินหานซินได้ยินเพื่อนบอกอย่างนั้นก็มองเพื่อน แล้วรีบก้มลงกดดูในมือถือด้วยความเร็วแสง ถ้าวัดจากความซื่อบื้อของเธอเนี่ย บางทีเธออาจจะซื้อ แล้วดันลืมว่าตัวเองเพิ่งซื้อไปก็ได้นะ

เวิงอวี่รับโทรศัพท์ที่เฉินหานซินส่งมาให้ แต่ฉันมั่นใจนะว่าตัวเองไม่เคยซื้อสัตว์เลี้ยงมาก่อนแน่

ถ้างั้นพวกเขาคงเข้าใจผิดมั้ง เฉินหานซินว่า พวกเขาบอกว่าอีกชั่วโมงจะไปถึงบ้านเธอ

โอเคแม้ในใจของเวิงอวี่จะรู้สึกแปลกอยู่สักหน่อย แต่เธอก็พยักหน้า ถ้างั้นฉันจะกลับไปดู

ยายปีเตอร์แพน ก่อนที่เวิงอวี่จะผละจากมา เฉินหานซินกับเจิ้งอวิ้นจือเดินเข้ามาจับมือของเธอทั้งซ้ายขวาด้วยสีหน้าจริงจัง

ถ้าเหยียนเฉียวมาหาเธอ ไม่ว่าเขาจะขอร้องยังไง เธอต้องอย่าใจอ่อนเป็นอันขาดนะ”

ถ้าคู่หมั้นของเขามาระรานเธอ ก็ไม่ต้องไปสนใจ ถ้ายายนั่นยุ่งกับเธอมาก ๆ ก็โทร.หาฉันได้

ห้ามปล่อยให้ตัวเองหิวจนตายอยู่ในบ้านล่ะ”

ห้ามร้องไห้จนหน้าโทรมเหมือนผีด้วย

แม้เพื่อนทั้งสองคนเป็นห่วงว่าเธอจะอกหักจนเสียผู้เสียคน แต่ยิ่งเวิงอวี่ได้ฟังคำพูดของทั้งคู่ก็ยิ่งรู้สึกว่าออกทะเลไปไกล สุดท้ายอดไม่ได้ต้องดึงมือออกพลางพูดว่า ...พวกเธอคิดมากเกินไปแล้ว ฉันคงไม่ไปกระโดดแม่น้ำหวงผู่เพื่อฆ่าตัวตายหรอกน่า”

พอเวิงอวี่พูดจบ เฉินหานซินกับเจิ้งอวิ้นจือก็พูดเป็นเสียงเดียวกัน คนไอคิวต่ำอย่างเธอรู้ด้วยหรือยะว่าแม่น้ำหวงผู่น่ะอยู่ตรงไหนของเซี่ยงไฮ้

 

ไม่ง่ายเลยที่จะสลัดเพื่อนสนิททั้งสองคนออกไปได้ เวิงอวี่นั่งรถกลับถึงบ้านก็ลงมือทำอาหารเย็นไปพลาง รอการมาถึงของพนักงานจากร้านสัตว์เลี้ยงไปพลาง

หญิงสาวเพิ่งจะวางบะหมี่ลงบนโต๊ะกินข้าว พลันได้ยินเสียงกริ่งดังขึ้น เธอเช็ดไม้เช็ดมือเสร็จแล้วรีบเดินไปเปิดประตูทันที เมื่อประตูเปิดออก ก็เห็นเด็กสาววัยรุ่นคนหนึ่งส่งยิ้มกว้างขณะยืนถือกรงขนาดใหญ่อยู่หน้าประตู

ขอโทษนะคะ ไม่ทราบว่าคุณคือคุณเวิงรึเปล่าคะ เด็กสาวคนนั้นเอ่ยถามอย่างกระตือรือร้น

ค่ะ ฉันเอง

นี่เป็นของของคุณค่ะ” เด็กสาวคนนั้นส่งกรงให้เวิงอวี่อย่างระมัดระวัง “กระต่ายตัวนี้ คุณฟู่ไปซื้อที่ร้านของเราเมื่อวาน แล้วบอกให้เรานำมาส่งให้คุณวันนี้ค่ะ”

คุณฟู่หรือคะ หญิงสาวรับกรงกระต่ายมา พลางก้มลงมองกระต่ายสีขาวตัวเล็กที่อยู่ในกรง พลันตกอยู่ในภวังค์ ไม่สามารถละสายตาจากเจ้าตัวน้อยนี้ไปได้

ใช่ค่ะ คุณฟู่อวี้ เด็กสาวเปิดกระเป๋าเป้ หยิบอาหารกระต่ายออกมาส่งให้เธอ เวิงอวี่ได้แต่กะพริบตา เป็นผู้ชายที่หล่อมากจริง ๆ นะคะ!”

คงเป็น...ฟู่อวี้จริง ๆ ที่ซื้อและส่งเจ้ากระต่ายน้อยตัวนี้มาให้เธอ

เวิงอวี่อุ้มกรงกระต่ายเอาไว้ ในหัวก็นึกถึงมือของเขาที่คอยลูบศีรษะเธอเช้าวันนี้

เขายังบอกให้พวกเราเตรียมอาหารกระต่ายและทำความสะอาดกรงกระต่ายให้คุณด้วยค่ะเด็กสาวพูดแล้วยิ่งส่งยิ้มหวานมาให้ “แถมเขายังเขียนรายละเอียดต่าง ๆ รวมถึงวิธีเลี้ยงกระต่ายไว้ให้คุณในสมุดด้วยค่ะ หนูจะหยิบออกมาให้คุณนะคะ

หลังจากที่คุณฟู่ออกจากร้านไปแล้ว ทุกคนในร้านต่างพูดเป็นเสียงเดียวกันเลยค่ะว่าคุณน่ะน่าอิจฉามาก ๆ” เด็กสาวหยิบสมุดขึ้นมาวางไว้ให้เธอบนตู้ พวกเราเปิดร้านมาหลายปี ยังไม่เคยเจอลูกค้าผู้ชายคนไหนที่ช่างดูแลเอาใจใส่แบบนี้เลย

เวิงอวี่ฟังคำบอกเล่าของเด็กสาว ไม่รู้ว่าจะตอบกลับยังไงดี หัวใจค่อย ๆ พองโต เป็นความรู้สึกที่อธิบายไม่ถูก

ก่อนบอกลา เด็กสาวยังส่งกระดาษให้เธอหนึ่งแผ่น ถ้าคุณมีปัญหาอะไรก็โทร.หาหนูได้ตลอดเลยนะคะ ร้านของเราอยู่ใกล้หมู่บ้านนี่เองค่ะ ออกจากหมู่บ้านไปแล้วเลี้ยวซ้าย เดินไปอีกสิบกว่าเมตรก็ถึงแล้วค่ะ ใกล้มาก ๆ

“แม้กระต่ายจะเป็นสัตว์ที่เลี้ยงไม่ง่ายนัก แต่หลังจากที่เราสอนมันให้รู้จักกฎต่าง ๆ แล้วก็จะเลี้ยงง่ายขึ้นค่ะ

ค่ะ ขอบใจมาก

หญิงสาวรีบปิดประตูแล้วอุ้มกรงไปวางไว้บนโต๊ะกาแฟ ก้มลงสำรวจดู

เธอชอบสัตว์เลี้ยงตัวเล็ก ๆ มาตั้งแต่เล็กจนโต แต่เพราะกลัวว่าจะเลี้ยงพวกมันได้ไม่ดี ก็เลยไม่เคยลองเลี้ยงสักที เธอรู้ดีว่ามันแย่แค่ไหนตอนที่สัตว์เลี้ยงเหล่านั้นหายไปหรือลาจากโลกนี้ไป

เจ้ากระต่ายขาวที่อยู่ในกรงตรงหน้าของเธอนี้ ตาของมันดำสนิท มีวงกลมเล็ก ๆ กระจายอยู่รอบดวงตาและหู หางเป็นพุ่มของมันเป็นสีน้ำตาลเข้ม เจ้าตัวเล็กห่อตัวด้วยท่าทางแบบนี้ มองแล้วน่าเอ็นดู

นั่งมองมันครู่ใหญ่ เธอก็หยิบมือถือขึ้นมาค้นหาเบอร์โทร.ของฟู่อวี้ นั่งมองอยู่ชั่วครู่จึงตัดสินใจส่งข้อความไปหาเขาอย่างระมัดระวัง

[คุณไปถึงอังกฤษรึยังคะ การเดินทางเรียบร้อยดีไหม]

วางโทรศัพท์ลง เวิงอวี่ก็หิ้วกรงของเจ้ากระต่ายน้อยไปวางที่โต๊ะกินข้าว กินบะหมี่ไปพลาง อ่านวิธีเลี้ยงมันไปพลาง

ตัวหนังสือที่เขียนไว้บนกระดาษทำให้เธอสามารถจินตนาการได้ถึงตอนที่เขาเขียนข้อความพวกนี้ด้วยท่าทีสุขุม ตั้งแต่วิธีอุ้มกระต่ายอย่างถูกต้อง วิธีให้อาหาร วิธีทำความสะอาดกรง วิธีเล่น รวมถึงวิธีตรวจร่างกายพื้นฐานของกระต่าย กฎและข้อห้ามต่าง ๆ ก็เขียนบอกไว้ด้วยภาษาที่เข้าใจง่าย คนเลี้ยงมือใหม่แบบเธออ่านแล้วยังเข้าใจ

ทำไมเขาต้อง...ซื้อกระต่ายมาให้เธอด้วยนะ

หญิงสาวกินบะหมี่เกือบหมดชามแล้วก็ยังไม่มีข้อความตอบกลับ ในใจของเวิงอวี่กังวลเล็กน้อยขณะรีบจัดกระเป๋าเดินทางเพื่อไปทำงานวันพรุ่งนี้ แล้วจากนั้นก็เริ่มต้นเล่นกับกระต่ายน้อยตามคำแนะนำที่เขียนไว้ในสมุด

เมื่อมองหน้าตาน่ารักของเจ้าตัวน้อยแล้ว เธอก็เพิ่งนึกขึ้นได้ว่า สถานที่ที่ฟู่อวี้กลับไปนั้นเวลาต่างจากที่นี่ถึงแปดชั่วโมง

ทั้งที่รู้จักเธอได้ไม่ถึงหนึ่งเดือนดี เขากลับดีต่อเธอมากมาย จากนี้ไปต้องอยู่ห่างจากเธอไปอีกเป็นปี

พอคิดถึงหน้าเขาแล้ว จิตใจของเธอก็พลันสงบขึ้น หนึ่งชั่วโมงผ่านไปเร็วจะตาย เธออุ้มเจ้ากระต่ายน้อยไปวางไว้ในกรง กำลังเตรียมตัวไปอาบน้ำ

หญิงสาวเพิ่งจะลุกขึ้นก็ได้ยินเสียงเคาะประตู ก๊อก ๆดังขึ้น

อีกฝ่ายไม่ได้กดกริ่ง แต่กลับเคาะประตูห้องเธอรัว ๆ เธอเดินไปส่องที่ช่องตาแมว เห็นหน้าผู้มาเยือน หัวใจของเธอหล่นลงไปอยู่ที่ตาตุ่ม

...เสียวอวี่ ผมรู้นะว่าคุณอยู่ในห้องเสียงของเหยียนเฉียวที่อยู่อีกฟากของประตูดังเข้าหูของเธออย่างชัดเจน คุณเปิดประตูให้ผมหน่อยได้ไหม ผมแค่อยากเห็นหน้าคุณ อยากคุยกับคุณแค่สองสามคำเท่านั้น

เธอรู้สึกทันทีว่าเขาเมา คำพูดที่เปล่งออกมาฟังไม่ชัด แก้มของเขาแดงก่ำภายใต้แสงไฟของโถงทางเดิน ทั้งเสื้อผ้าและทรงผมยับยุ่งไปหมด

เสียวอวี่ ผมขอร้องคุณละ” เขาพูดพลางพิงร่างทั้งร่างกับประตูห้องของเธอ แล้วพูดซ้ำอีกครั้ง ผมขอร้อง...เปิดประตูเถอะนะ

น้ำเสียงแบบนั้น ปลายเสียงเจือแววสะอื้นของเขา ทำให้มือของเวิงอวี่เลื่อนไปจับกลอนประตู

ผ่านไปพักใหญ่ นานจนกระทั่งเขาไม่ได้พูดอะไรอีก เธอหลุบตาลง แล้วค่อย ๆ เปิดประตูออก แอ๊ด

โถงทางเดินหน้าห้องของเธอเงียบสงบ

หญิงสาวมองเหยียนเฉียวที่นั่งพิงผนังห้องอยู่ใกล้ ๆ กับประตูห้องของเธอ เขาหายใจสม่ำเสมอ เมื่อได้ยินเสียงประตูเปิด ก็รีบยันตัวขึ้นแล้วเดินเข้ามาหา

เสียวอวี่ดวงตาทั้งสองข้างของเขาแดงก่ำ มองเธอเหมือนจะขาดใจ ปากสั่นระริก ...งานหมั้นที่จัดขึ้นเมื่อวาน คุณเห็นแล้วใช่ไหม

เวิงอวี่ทำหน้าเรียบเฉย มองเขา

เมื่อวานเย็น คุณแม่กับเซี่ยงเหมิงบอกผมหมดแล้ว ความจริงทั้งสองคนต่างเคยมาหาคุณลับหลังผม... ชายหนุ่มพยายามบังคับไม่ให้เสียงสั่น ตอนนั้นคุณก็เลยดูแปลกไป แต่ผมดันโง่ที่ไม่รู้อะไรเลย ไปกดดันคุณซ้ำอีก...

เสียวอวี่ ผมรู้ว่าถึงผมจะอธิบายอะไรตอนนี้ก็ไม่มีประโยชน์อีกแล้ว

ขอโทษนะครับที่ผมยอมหมั้นตามความต้องการของครอบครัว หลังจากเมาก็ทำเรื่องเลว ๆ กับเซี่ยงเหมิง ผมทรยศคุณ...

เขายกมือขึ้นชกกำแพง เสียงดังก้องไปทั่วโถงทางเดิน ...ผมเข้าใจคุณ เพราะผมเองก็ต้องทนแบกรับความกดดันมาตลอด ผมเข้าใจทั้งหมด แต่เป็นเพราะผมเห็นแก่ตัว คิดแต่จะดึงคุณให้อยู่ข้างกายผมให้นานขึ้นอีกวัน ผมยอมถูกคนอื่นด่าว่าเป็นคนเลวและน่ารังเกียจไปตลอดชีวิต

“แต่ความรู้สึกของผมตลอดสามปีมานี้ ผมอยากให้คุณแน่ใจ มั่นใจโดยไม่มีข้อแม้ เพราะเป็นคุณนะครับ เวิงอวี่ คุณเป็นคนที่ผมรักและมีค่าที่สุดในโลกสำหรับผม ในชีวิตนี้ผมคงไม่มีโอกาสได้เจออีกเป็นครั้งที่สอง ใครก็ไม่สามารถมาแทนที่ได้...”

เขายังไม่ทันพูดจบก็สะอึกสะอื้น

เวิงอวี่รู้ว่าที่เขาพูดมานั้นเป็นความจริง

ใช่แล้ว สามปีที่ผ่านมา สุดท้ายแล้วเขาหักอกเธอเสียยับเยิน

แต่สามปีมานี้เขาทำเพื่อเธอทุกอย่าง มอบความรักหมดใจของเขาให้เธอ

เพราะเธอยังคงเขินอาย เขาไม่บังคับให้เธอจูบเขา เธอรู้ว่ามันยากแค่ไหนสำหรับผู้ชายที่โตเต็มวัยแบบเขา และเธอก็รู้อีกว่าสามปีที่ผ่านมานี้เขาเคารพพ่อแม่ของเธอ ดูแลเพื่อน ๆ ของเธอ และคอยจัดการปัญหาทุกอย่างรอบ ๆ ตัวเธอ

การที่เขาเป็นคนชอบบงการและชอบแสดงความเป็นเจ้าของก็เพราะเขารักเธอมากเกินไป

เธอไม่สามารถปฏิเสธสิ่งที่เขาทำเพื่อเธอทั้งหมดนั้นได้เพียงเพราะเขาหักหลังเธอ

เหยียนเฉียว เธอค่อย ๆ จิกเล็บกับฝ่ามือตัวเองอย่างอดกลั้น ขอบคุณคุณมากนะคะ

ชายหนุ่มยังมองเธอไม่ขยับตัวไปไหน

ขอบคุณที่คอยดูแลเอาใจใส่ฉันมาตลอดสามปีที่ผ่านมา สุดท้ายเธอก็เงยหน้าขึ้นสบตาเขา ฉันไม่เสียใจเลยนะคะที่ได้คบกับคุณตลอดสามปีนี้

คุณมักจะบ่นว่าฉันดูไม่ค่อยจะรู้สึกอะไรกับคุณเลย ถ้าเป็นแบบนั้นจริง ฉันคงไม่สามารถจดจำเรื่องราวต่าง ๆ ที่ทำร่วมกับคุณตลอดสามปีนี้ได้

ฉันไม่โกรธคุณหรอกค่ะ และไม่เคยเกลียดคุณด้วย แต่ก็ไม่อยากเป็นตัวถ่วงชีวิตของคุณไว้เช่นกัน ฉันหวังแค่ว่า...วันนี้จะเป็นวันสุดท้ายที่เราได้พบกัน”

ในเมื่อตอนนี้เขามาหาเธอแล้ว เธอก็อยากจะใช้โอกาสที่ได้มองหน้ากันนี้บอกลาเขา

ชีวิตของคนเราไม่ยืนยาวนัก ประสบการณ์สั้น ๆ ครั้งนี้ทำให้เธอมีความสุข เจ็บปวด และยังทำให้เธอเติบโตขึ้น ดังนั้นจึงไม่มีอะไรให้เธอต้องเสียใจ

เสียวอวี่ เรื่องของเราจะต้องจบลงแบบนี้จริง ๆ หรือครับเขาเอ่ยถามด้วยความเสียใจ แล้วน้ำตาที่อดกลั้นไว้ของเขาก็พลันไหลออกมา จากนี้ไป ผมจะเข้าไปในโลกของคุณอีกไม่ได้แล้วใช่ไหมครับ

หญิงสาวเงียบไปครู่ใหญ่ ก่อนพยักหน้ายอมรับ

ผมเข้าใจแล้ว...ตั้งแต่ที่ผมรู้ว่าเซี่ยงเหมิงเชิญคุณมางานหมั้นในตอนนั้น ก็รู้ว่าเราคงจบกันแล้วอย่างแน่นอน สีหน้าของเขาโศกเศร้า ครอบครัวกับคนรักยังไงก็แยกออกจากกันไม่ได้ ถึงแม้ปกติคุณจะหัวช้า แต่กับสถานการณ์แบบนี้ คุณกลับเข้าใจหลักการนี้ได้อย่างชัดเจน คุณคงไม่ยกโทษให้ผม

“แต่ผมก็ยังอยากมาหาคุณ ถึงแม้จะมีโอกาสแค่หนึ่งในพันเท่านั้น แต่ผมก็อยากลองดู...”

เวิงอวี่ไม่กล้าเงยหน้าขึ้นมองเขา ค่อย ๆ ถอยหลังกลับ วางมือไว้ที่ประตูแล้วบอกเขาเสียงแผ่วเบา ดึกแล้ว คุณกลับไปเถอะค่ะ เดี๋ยวคุณแม่กับเซี่ยงเหมิง...จะเป็นห่วง

เหยียนเฉียวจ้องมองเธออยู่นาน ก่อนค่อย ๆ พยักหน้า ยกมือขึ้นจับแก้มของเธออย่างแผ่วเบา “...เสียวอวี่ หลังจากที่คุณเลิกกับผมแล้ว ครอบครัวของผมก็คงจะไม่มารบกวนคุณอีก หวังว่าคุณจะมีแต่ความสุขความสบายใจนะครับ

ผู้หญิงที่เขารักปักใจมานานหลายปีและทุ่มเทปกป้องมานานหลายปีเป็นคนที่ไม่เหมือนใคร ผู้หญิงที่ทั้งเรียบง่ายและใจดี ชีวิตของเธอต่อจากนี้คงจะมีแสงตะวันสาดส่องให้ความอบอุ่นตลอดไป

เขาโลภมาก มีเธอยืนอยู่ข้างกายมานานแล้ว นำพาเมฆฝนพายุคะนองมาให้เธอจนพอแล้ว

คงต้องพอสักที

ดูแลตัวเองให้ดีนะครับ

นานมากกว่าที่เขาจะละมือจากใบหน้าของเธอแล้วยกมือขึ้นขยี้ตาแรง ๆ ก่อนหันหลังเดินกลับไปทางลิฟต์

และตอนนี้ หลังจากที่เดินออกมาจากแสงสว่างรอบตัวเธอแล้ว ชั่วชีวิตนี้ก็คงไม่มีแสงใดสาดส่องเข้ามาอีก

 

หลังจากเหยียนเฉียวจากไปแล้ว เวิงอวี่ก็ใช้เวลาอาบน้ำนานกว่าปกติ

กว่าเธอจะเดินเช็ดผมออกมาจากห้องน้ำก็เกือบเที่ยงคืนแล้ว เธอหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาตั้งเวลาปลุก ก็เห็นว่าบนหน้าจอมีข้อความจากฟู่อวี้

[เครื่องล่าช้านิดหน่อย ผมเพิ่งมาถึง ราตรีสวัสดิ์นะครับ]

ดูเวลาของข้อความแล้วก็เห็นว่าเวลาตอนนี้ห่างจากเวลาที่ข้อความเข้าตั้งสองชั่วโมง หญิงสาวทิ้งตัวลงบนเตียง พิมพ์ข้อความตอบกลับไป

[เพิ่งอาบน้ำเสร็จค่ะเลยไม่เห็นข้อความของคุณ ที่อังกฤษหนาวไหมคะ ระวังสุขภาพด้วยนะ]

รออยู่พักใหญ่ก็ยังไม่มีข้อความตอบกลับ เธอคิดว่าเขาเพิ่งไปถึงที่โน่นคงเหนื่อยมาก ทั้งยังมีธุระต้องทำอีกมากมาย จึงคิดว่าจะกล่าวราตรีสวัสดิ์ แล้วบอกให้เขาเข้านอนให้เร็วสักหน่อย

แต่พิมพ์ไปได้แค่สองตัวอักษร หน้าจอของเธอก็มีสายเข้า เป็นเบอร์ที่เธอไม่รู้จัก

จะใช่เขาไหมนะ

หญิงสาวลังเลชั่วครู่จึงค่อยสไลด์นิ้วรับสาย ยกมือถือขึ้นแนบหู

ผมเองนะ เสียงของฟู่อวี้ดังมาตามสายอย่างรวดเร็ว

ค่ะ เธอนอนฟังเสียงที่คุ้นเคยพลางพลิกตัวไปมา คุณกลับถึงบ้านรึยังคะ

เพิ่งมาถึงครับ เสียงของเขาดังขึ้นอีก พอได้ฟังจากทางโทรศัพท์แล้ว เสียงเขาทั้งนุ่ม ทั้งลึก ฟังไพเราะทีเดียว

ที่เซี่ยงไฮ้น่าจะเที่ยงคืนแล้ว ยังไม่นอนหรือครับ

เธอยกมือถือขึ้นแล้วเงียบไป กำลังคิดว่าเธอควรจะเล่าเรื่องที่เหยียนเฉียวมาหาเธอให้เขาฟังดีไหม

ได้รับของขวัญคริสต์มาสย้อนหลังจากผมรึยังครับ ดูเหมือนว่าเขาจะเดินออกมาพูดโทรศัพท์ที่อื่นที่เงียบสงบกว่าเดิม

ค่ะ...ฉันได้รับแล้ว พูดถึงเจ้ากระต่ายน้อย เธอก็อารมณ์ดี ฉันชอบมันมากเลยค่ะ น่ารักมาก ๆ เลย ขอบคุณนะคะ

ตั้งชื่อให้มันรึยังครับ

พอเขาถามแบบนี้ เธอก็เพิ่งนึกออกว่ายังไม่ได้ตั้งชื่อให้เจ้าตัวเล็กเลย ยังไม่ได้คิดเลยค่ะ ฉันคิดชื่อไม่ค่อยเก่ง คุณลองคิดสิคะ...”

เขาฉลาดขนาดนั้นน่าจะคิดชื่อที่น่ารัก ๆ ให้เจ้ากระต่ายได้

ถ้างั้นให้มันชื่อโต้วหน่าย[1] เป็นไงครับเขาว่า

เวิงอวี่คิดทบทวนแล้วก็ร้องขึ้น ดีค่ะ!

ขาว ๆ นุ่ม ๆ แถมยังมีประโยชน์ เป็นความคิดที่ดีมาก

คุณชอบก็ดีแล้ว เขาหัวเราะเบา ๆ

ผ่านไปครู่ใหญ่ ทั้งสองคนไม่ได้พูดอะไรอีก เวิงอวี่ฟังเสียงจากปลายสาย คล้ายกับว่าเขากำลังรื้อกระเป๋าเดินทางอยู่ แต่แค่ได้ยินเสียงหายใจของเขา เธอก็รู้สึกสบายใจแล้ว

ราวกับว่าเขายังคอยดูแลเธอ อยู่ข้าง ๆ เธอ

เสียวอวี่ครับ ชายหนุ่มเรียกชื่อของเธอ

คะ

“ผมซื้อโต้วหน่ายให้คุณ เพราะหวังว่าคุณจะเรียนรู้การดูแลมันให้ดี ขณะเดียวกันคุณก็ต้องดูแลตัวเองให้ดีด้วย” เขาพูดไม่ช้าไม่เร็ว เพราะผมคงไม่สามารถเปิดประตูแล้วเดินไปสองสามก้าว ก็จะรู้เรื่องทุกอย่างที่เกิดขึ้นกับคุณได้

หญิงสาวได้ยินคำพูดของเขาทุกถ้อยคำอย่างชัดเจนก็ค่อย ๆ ถอนหายใจ ไม่รู้เหมือนกันว่าทำไม รู้สึกเพียงว่าสายตาเธอกำลังพร่ามัว

แต่ผมอยู่ข้าง ๆ คุณเสมอนะครับ เวลาและระยะทางไม่มีผลอะไรทั้งนั้นเสียงของเขาคล้ายเสียงกระซิบแผ่วเบาดุจปุยเมฆ ดังนั้นเมื่อไหร่ที่คุณรู้สึกไม่ดี ต้องบอกให้ผมรู้นะครับ เข้าใจไหม

“เพราะผมเป็นห่วงคุณ


 



[1]แปลว่า นมถั่วเหลือง

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 136 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

67 ความคิดเห็น

  1. #55 vpcok_a (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 11 มีนาคม 2562 / 09:32
    อบอุ่นเกินไปแล้ว~~~
    #55
    0
  2. #36 สามีโยชิโกะ (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 9 มีนาคม 2562 / 20:05
    อบอุ่นมากเเม่ ฮือออขอพี่ฟู่อวี้กลับบ้านที่หนึ่ง
    #36
    0