The War of Thirdaire - ตำนานสงครามบัลลังก์เหนือ (รีไรท์)

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 5,804 Views

  • 125 Comments

  • 129 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

จำนวนแชร์
0

  • Month Views
    88

    Overall
    5,804

ตอนที่ 85 : 23 - พัวพัน "ข้ารู้แล้วว่าทำไมคนในวังถึงได้ปวดหัวกับเจ้านัก" (100%)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 105
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 9 ครั้ง
    3 ส.ค. 61

บทที่ 23

พัวพัน

 

แสงตะวันเพิ่งส่องพ้นเนินเขาไกลๆ เมื่อแอชลีนน์กับชาลัวห์ขี่ม้าออกไปพ้นด่านผ่านแดนสู่ชอร์ซา

ถึงแม้ว่าเวลานี้จะเป็นยามศึก ทหารยาร์ลาธที่เฝ้าอยู่ที่หน้าด่านกลับปล่อยให้หญิงสาวในคราบเด็กหนุ่มกับชายอีกคนขี่ม้าผ่านออกมาได้โดยง่ายเพราะป้ายไม้แกะสลักรูปนัยน์ตามังกรที่เธอได้มาจากรูอาร์คเมื่อก่อนหน้านี้ โดยคนให้บอกว่านี่เป็นตราสำหรับผู้สอดแนมสืบหาข่าวสารให้เจ้ามณฑลยาร์ลาธ ดังนั้นผู้ใดก็ตามที่สำแดงป้ายนี้จะสามารถเดินทางเข้าออกเมืองได้โดยอิสระ และในบางครั้งก็ขอความช่วยเหลือจากขุนนางในท้องที่ในด้านการอำนวยความสะดวกต่องานได้

ที่จริงหญิงสาวไม่ควรจะมีแผ่นป้ายนี้ แต่กระรอกแดงก็อุตส่าห์ไปหามาให้เธอพกติดตัวไว้โดยไม่ให้ใครรู้แม้กระทั่งอาเมียร์ และนับว่ายังดีที่เธอได้นำมาใช้ให้เป็นประโยชน์

ชาลัวห์ขี่ม้าอีกตัวนำราชินีซึ่งทรงเฟเนลลา ม้าพัลเฟรย์สีขาวของตนขึ้นไปบนเนินเขาเตี้ยๆ ที่มองลงมาเห็นเมืองเอนัคในกำแพงและหมู่บ้านตั้งอยู่รายรอบ แซมด้วยไร่นาซึ่งเหมือนถูกถางโล่งเตียนหลังเก็บเกี่ยว และเมื่อเหลียวหลังไปจะเห็นราวป่าไคล์ดอร์คาอยู่ไกลๆ

อาเมียร์คงยังอยู่ในนั้นใช่ไหมนะ...แอชลีนน์สงสัยแต่ก็ไม่กล้าถาม เธอออกมาโดยที่เขาไม่เห็นชอบ และก็ไม่อยากพูดคุยกับชายหนุ่มในเวลานี้เสียด้วย

ด้วยเหตุนี้เอง ราชินีจึงหันกลับมาที่หนทางลงสู่หมู่บ้านเบื้องล่าง ไม่ช้าทหารของยาร์ลาธก็คงจะเคลื่อนพลมาปะทะกับทหารชอร์ซาและทาราที่เฝ้าป้อมรอบเมืองอยู่เป็นแน่

ท่าน...จะให้ข้าพาไปไหนหรือเปล่าชายผู้มาด้วยถามตะกุกตะกัก

ตอนนี้ยัง ข้าแค่อยากออกมาดูเฉยๆหญิงสาวก้มลงมองเมืองเล็กๆ ที่ดูราวกับเป็นเมืองตุ๊กตาด้วยความรู้สึกที่บอกไม่ถูก ก่อนจะหันไปทางตะวันดวงกลมใหญ่สีแดงที่ค่อยๆ คืบขึ้นมาเหนือหมู่เขาทางทิศตะวันออก

รุ่งอรุณอันสวยงามกลับจะมาพร้อมกับการรบคร่าชีวิตน่ะหรือ...แอชลีนน์เม้มปากและยืนม้านิ่งอยู่ที่เดิม

ก็เธอตัดสินใจไว้แล้วไม่ใข่หรือว่าจะมาดู

แม้เข้าร่วมรบไม่ได้ เธอก็จะจดจำสิ่งที่เห็นไว้ เพื่อป้องกันไม่ให้มันเกิดขึ้นอีกครั้ง ประวัติศาสตร์ของการฆ่าฟันในธีร์ดีเรจะต้องจบลงไป

ไม่ช้า หญิงสาวก็เริ่มเห็นกลุ่มคนขี่ม้าและเดินเท้าที่เดินทางออกมาจากหน้าด่านแห่งเดียวกับเธอ ริ้วหญ้าไหวเอนราบใต้กีบเท้าม้าและฝ่าเท้าของพวกเขา และฝุ่นดินจางๆ ก็ดูเหมือนจะคลุ้งอยู่โดยรอบ

อีกไม่นาน...ทหารจากฝั่งเมืองเอนัคก็คงจะออกมาปะทะกัน

เดี๋ยวนะ กองทหารนี่จะไปไหนชาลัวห์ถามขึ้นมาอย่างตกใจ

บุกยึดเมืองเอนัคคืนแอชลีนน์ตอบ

ชายหนุ่มมองเธออย่างตื่นตระหนกเหมือนจะทำอะไรไม่ถูกแล้วพวกเราอยู่ตรงนี้ไม่เป็นอันตรายเหรอ

พวกเขาคงไม่สังเกตเห็นเราหรือขึ้นมาหรอกราชินีขมวดคิ้วเราแค่มาที่นี่เพราะ...อยากจะดูและจดจำคนที่ต่อสู้เพื่อพวกเราไว้ ในเมื่อเราไม่อาจะต่อสู้เช่นเดียวกับพวกเขาได้

อา…” ชายหนุ่มทำเสียงรับในคอข้า...เข้าใจ

ทั้งสองต่างเงียบไป ขณะที่เสียงโห่ร้องดังแว่วมาจากเบื้องล่าง บนกำแพงเมืองมีความเคลื่อนไหวเช่นกัน แสดงว่าทหารของทาราและอุลทูร์คงจะเริ่มประจันหน้ากับทัพข้าศึกแล้ว

การฆ่าฟันเริ่มขึ้นและดำเนินไปต่อหน้าต่อตา

แม้จะมีอาวุธพร้อมมือทั้งดาบ มีดสั้น และคันธนู หญิงสาวกลับทำเพียงมองลงไปอย่างนิ่งสงบ พวกเขาอยู่ห่างและสูงเกินกว่าที่จะเห็นสภาพการรบชัดเจน แต่แอชลีนน์ก็ยังหวนนึกถึงครั้งหนึ่งที่ตนอยู่ท่ามกลางความเป็นความตาย...เมื่อเหล่าราชองครักษ์ต่อสู้กับกลุ่มชาวอัสลานที่จะมาล้างแค้นพระราชบิดาของเจ้าหญิงน้อยในวันนั้น

กี่ชีวิตแล้วนะ ที่ต้องมาสังเวยเพื่อราชวงศ์ของเธอ

ราชินีเฝ้ามองต่อไป...จนกระทั่งเห็นควันไฟไม่คาดฝันที่นอกกำแพงเมือง

เกิดอะไรขึ้น ควันพวกนั้นดูเหมือนจะลอยมาจากหมู่บ้านที่อยู่ทางใต้ของเอนัค และตามที่พวกเขาวางแผนไว้ หมู่บ้านพวกนั้นไม่ใช่เป้าหมายของการโจมตีไม่ใช่หรือ

ไม่ได้การแล้ว...

แอชลีนน์เอื้อมมือขึ้นกำจี้ที่ตนสวมไว้ก่อนจะนึกถึงใครบางคน อาเมียร์ ท่านได้ยินข้าไหม

แอช เสียงของชายหนุ่มตอบรับเหมือนยินดี ตื่นเช้าจริง ข้ามีเรื่องจะคุยกับเจ้าพอดี

คงต้องไว้ก่อน ตอนนี้ข้าอยู่บนเนินเขาทางใต้ของเอนัค มีไฟไหม้หมู่บ้านที่ไม่ได้เป็นเป้าหมายของเรา

เพียงรายงานจบ แอชลีนน์ก็เหมือนจะสัมผัสความตึงเครียดของเขาได้ เจ้ารออยู่ที่เดิม พวกข้าจะรีบไปที่หมู่บ้านนั้นเอง อย่าไปเองเด็ดขาด

แต่พวกท่านต้องใช้เวลามากกว่าข้า อาจจะไม่ทันกาลก็ได้! หญิงสาวแย้ง

เจ้าตัวคนเดียวจะรับมืออย่างไรไหว!

ข้าไม่ได้มาตัวคนเดียว มีลอว์ราสอยู่ด้วย แอชลีนน์เงียบไปครู่หนึ่งก่อนจะนึกได้ อ้อ ชาลัวห์ด้วย

แค่นั้นพอซะที่ไหนเล่า! ชายหนุ่มขึ้นเสียง

ข้าจะบอกพวกเขาว่าข้าคือราชินี น่าจะถ่วงเวลาจนกว่าท่านกับหน่วยของท่านซิอ์บุลจะมาถึงได้ พวกเขาไม่ทำร้ายข้าหรอก หญิงสาวปล่อยมือจากจี้เพื่อตัดการติดต่อทันที เธอกระชับบังเหียนไว้มั่นก่อนจะหันไปทางชายอีกคนที่ดูเหม่อลอย เขาคงไม่ได้สังเกตว่าควันไฟจากหมู่บ้านนั้นเป็นสิ่งผิดปรกติด้วยซ้ำ

ชาลัวห์สุดท้ายแอชลีนน์จึงตัดสินใจเรียก ก่อนที่อีกฝ่ายจะตอบรับด้วยเสียงตื่นๆข้าจะลงไปดูหมู่บ้านที่ถูกไฟไหม้ข้างล่าง เราไม่ได้วางแผนโจมตีหมู่บ้านนั้น เจ้ากลับเข้ายาร์ลาธไปก่อนเถอะ จะได้ปลอดภัย

สีหน้าตกใจของชายหนุ่มกลับค่อยๆ เปลี่ยนเป็นลังเล ก่อนที่เขาจะมีท่าทางเหมือนตัดสินใจได้แล้วและพูดขึ้นมาข้า...ข้าจะไปด้วย อย่างน้อยมีสองคนก็ดีกว่าคนเดียวใช่ไหมล่ะ

หญิงสาวกลับส่ายหน้าและบอกเสียงแข็งขึ้นเจ้ารีบไปที่ด่านยาร์ลาธ บอกเขาว่าหมู่บ้านถูกโจมตี ทางนั้นจะได้ส่งกำลังทหารมาช่วย

ตะ...แต่ท่านเป็นถึงราชินี อย่าเข้าไปเสี่ยงเลย ชีวิตท่านมีค่ามากกว่าข้าหลายเท่านะ!อีกฝ่ายยังไม่วายแย้ง

ที่ข้าทำอย่างนี้เพราะมั่นใจว่าข้าดูแลตัวเองได้มากกว่าเจ้าราชินีบอกเรียบๆ ก่อนจะกระตุ้นเฟเนลลาให้ออกวิ่งพลางเอ่ยทิ้งท้ายรีบไปเสีย! เราจะได้ลดการสูญเสียลงได้มากที่สุด!

ดะ...ได้เธอได้ยินอีกฝ่ายตอบรับแผ่วเบา ก่อนที่ม้าที่ขี่อยู่จะนำตนวิ่งห่างออกไป

 

ข่าวที่อาเมียร์เพิ่งได้รับจากองค์ราชินีทำให้เขารีบรายงานหัวหน้าหน่วยรบพิเศษทางจิตในทันที ก่อนที่ซิอ์บุลจะออกคำสั่งให้พวกทหารถอนกำลังออกจากไคล์ดอร์คาโดยเร็วตามที่ชายหนุ่มคาดเดาไว้

เขาไม่รู้ว่าช่วงนี้จะมีมือที่สามเข้ามาแทรกแซงพื้นที่ในป่าหรือไม่ แต่ก็ไม่อาจปล่อยให้แอชลีนน์และคนในหมู่บ้านข้างนอกตกอยู่ในอันตรายได้มากกว่า

ขอให้พวกท่านคุ้มกันป่าแห่งนี้ไว้รอองค์ราชินีที่แท้จริงก็แล้วกันชายหนุ่มอดไม่ได้ที่จะนึกบอกวิญญาณนักรบแห่งซากปราการ ตราบใดที่ข้ายังไม่ได้พานางมาที่นี่

หากผู้ที่มามิใช่สายเลือดของราชินีเอริน ก็ขอให้วางใจเถอะ ว่าเราจะไม่ยอมให้พวกเขาล่วงผ่านไปแน่นอน

อาเมียร์ไม่ตอบอะไร และเพียงแต่ขี่ม้าไปตามขบวนอย่างเงียบงัน

ใจของเขาโลดแล่นไปหาที่อยู่ของคนที่ตนไม่ต้องการให้มีภัยแม้เพียงปลายเล็บรวดเร็วกว่าร่างกายเสียอีก

 

- 2 -

 

ภารกิจที่เลวอนได้รับช่างน่าหฤหรรษ์

ดูลัสบอกให้เขาบุกหมู่บ้านที่อยู่นอกแนวรบหน้ากำแพงเมือง ปล้นสะดมชิงอาหารในยุ้งฉางให้ได้มากที่สุด และฆ่าฟันคนในหมู่บ้านให้ได้มากที่สุดเช่นกัน จากนั้นก็นำอาหารที่ได้ไปซ่อนไว้ ทำเป็นไม่รู้เรื่องให้กองทัพของมณฑลยาร์ลาธรับความผิดไปในข้อหาปล้นชินเข่นฆ่าพลเรือน

เป็นแผนการป้ายสีที่ง่ายดายและน่าสะใจยิ่งนัก และในเมื่อทำเวลาได้ดี ก็ยังมีความสุขอีกแบบที่น่าลิ้มลอง

เขาคว้าข้อมือของหญิงสาวที่วิ่งหนีออกมาจากบ้านที่ไหม้ไฟ ฉุดกระชากไปหมายจะหามุมที่เหมาะสมหลังจากบอกให้ลูกน้องของตนช่วยดูต้นทาง

แต่เสียงร้องอย่างเจ็บปวดของคนของเขาไม่ใช่สิ่งที่ชายหนุ่มคาดการณ์ไว้

เลวอนปล่อยมือจากหญิงสาวและหันไปมอง เขาเห็นคนของตนล้มลงคุกเข่าบนพื้นโดยมีลูกธนูปักที่น่อง เลยไปอีกมีร่างบนหลังม้าที่ง้างคันธนูปล่อยใส่ตนในชั่วครู่ต่อมา ทว่าชายหนุ่มหลบได้และรีบชักดาบออกมาอย่างหงุดหงิด

บ้าเอ๊ย! ตัวน่ารำคาญนี่มาจากไหนกัน!

เขาจำต้องวิ่งเลี้ยวหลบธนูที่คนขี่ม้ายิงใส่ตนอีกสองสามดอก แต่ก่อนที่จะไปถึง ร่างบนหลังม้าก็พลันร่วงลงมา ตามด้วยเสียงร้องเหมือนเจ็บปวดและไม่ทันตั้งตัวเมื่อร่างนั้นกระทบพื้นดิน มือธนูของกลุ่มเขาที่เพิ่งตามมาสมทบและลูกธนูที่ปักอยู่บนหลังไหล่ขวาซึ่งเริ่มมีเลือดซึมออกมาอาบเสื้อของมันดูเหมือนจะเป็นคำตอบ

เจ้าเด็กนี่เป็นใคร เด็กธรรมดาในหมู่บ้านคงไม่หาญกล้าลุกขึ้นมาเอาธนูไล่ยิงพวกเขาเป็นแน่

ชายหนุ่มก้าวยาวๆ ไปหาอีกฝ่ายทั้งที่มือยังถือดาบ เขาใช้มือข้างที่ว่างอยู่กระชากผมสีน้ำตาลอ่อนของเด็กหนุ่มขึ้นมาจ้องมองใบหน้าก่อนจะเข่นเสียงแส่หาเรื่อง

อีกฝ่ายยังคงมองตอบเลวอนด้วยสายตาแข็งกร้าวอย่างไม่ลดละ ก่อนจะเอ่ยออกมาแผ่วเบาด้วยสีหน้าเหมือนทั้งประหลาดใจและขุ่นเคืองเลวอน...

ลูกชายของรองเจ้ามณฑลเลิกคิ้วอย่างประหลาดใจ ทั้งต่อชื่อที่อีกฝ่ายเรียกและน้ำเสียงกับเค้าหน้าที่ดูเหมือนหญิงสาวมากกว่าเด็กหนุ่มอย่างที่คิดไว้ทีแรกเจ้ารู้จักข้า?”

เราคือราชินีแอชลีนน์ เอริน อลาชตาร์ หากพวกเจ้าไม่ปล่อยเราและหยุดทำร้ายชาวบ้านละก็...ข้าจะสั่งลงโทษสูงสุดแน่นอน!

ราชินีงั้นหรือ...เลวอนนิ่งงันไปครู่หนึ่งด้วยความสงสัยว่าราชินีมาที่นี่เพียงลำพังได้อย่างไร แต่เมื่อตระหนักเรื่องบางอย่างขึ้นมาได้ เขาก็เหยียดยิ้ม

ถ้าเจ้าคือราชินีจริงๆ เอาไปส่งราชาที่ทาราน่าจะได้ผลตอบแทนอย่างงามมากกว่าเขาบอกก่อนจะผลักหญิงสาวหน้าคะมำลงไปกับพื้นอย่างไม่เบานัก ทำให้เธอร้องออกมาอีกครั้งหนึ่ง

 ภาพที่เห็นทำให้เลวอนยิ่งยิ้มกว้างขึ้น เขาเหยียบบนหลังของอีกฝ่ายและเอื้อมไปดึงสองแขนของเธอมามัดไพล่หลัง ถึงแม้หญิงที่อ้างตัวว่าเป็นราชินีจะยิ่งกรีดร้องดังขึ้นมา...คงเพราะกระเทือนแผลธนูที่ยังเสียบค้างอยู่บนไหล่ แต่ช่างปะไร เขาไม่ได้มีหน้าที่รักษามันอยู่แล้ว ดูลัสเองก็บอกว่าแค่อยากได้ราชินีที่เคนมารากลับไปอย่างมีลมหายใจเท่านั้น

สิ่งเดียวที่เขาทำต่อไปกับแผลจึงมีแค่หักก้านไม้ธนูไม่ให้ยาวเกะกะ และหันไปพูดกับคนของตน

พวกเจ้าพานางออกไปส่งพวกเรเวน…”

เขาพูดได้เพียงเท่านั้น เงาดำก็พลันโฉบเข้าใส่หน้า...นำพาความเจ็บปวดบนแก้มทั้งสองและหน้าผากที่ทำให้ตนร้องโหยหวนและทรุดลงไป

ท่านเลวอน!มีเสียงเรียกจากคนของเขา ตามด้วยมือที่ประคองชายหนุ่มขึ้นมา เลวอนกุมแก้มไว้ด้วยสองมือ สัมผัสของเหลวกลิ่นคาวที่เปียกมือจนลื่นได้อย่างชัดเจน

บ้าเอ๊ย...นี่เขาโดนอะไรเข้าไป!

เสียงร้องของนกเหยี่ยวเหมือนจะตอบคำพูดของชายหนุ่ม เขาหันไปเห็นหญิงสาวในคราบเด็กหนุ่นยืนขึ้นได้แม้ใบหน้าจะซีดเผือด มือของเธอกุมด้ามดาบไว้ ขณะที่นกเหยี่ยวขาวเกาะไหล่ของเธอและกางปีกเหมือนจะข่มขวัญ

เป็นราชินีที่มีเหยี่ยวผีคอยช่วยเหลือจริงๆ เสียด้วย...

หยุด...ทุกสิ่ง...ที่พวกเจ้ากำลังทำราชินีเอ่ยอย่างเคร่งเครียดหน่วยรบพิเศษของท่านซิอ์บุลกำลังมาที่นี่ ถ้าพวกเจ้าหยุดมือ เราก็ยังพอให้อภัยและลดโทษให้พวกเจ้าได้

เรื่องสิ! เขามาไกลเกินกว่าที่จะกลับตัวได้ ขืนยอมมอบตัวก็มีแต่ต้องรับโทษอยู่ดี แต่มาถึงขั้นนี้ ถ้ารีบเอาตัวราชินีหนีเข้าทาราไปได้ก็จะรอดมากกว่า

อย่าขู่ข้าเสียให้ยากเลย เจ้าอาจจะเป็นราชินีตัวจริง แต่มาแค่ตัวคนเดียวกับนกเหยี่ยวตัวกระจิดริดจะทำอะไรได้ คนของข้าต่างหากที่ล้อมที่นี่ไว้หมดแล้วชายหนุ่มตอบกลับไป

หญิงสาวขมวดคิ้วมองอีกฝ่ายเจ้าทำอย่างนี้ทำไม...ทำไมต้องทำร้ายผู้บริสุทธิ์นอกเขตรบด้วย!

เลวอนหัวเราะขบขันต้องถามด้วยหรือ

ข้าอยากได้คำตอบจากเจ้า!

มันก็เรื่องง่ายๆ แค่เพราะว่า ข้าทำได้ มันก็เท่านั้นชายหนุ่มตอบอย่างไม่ใส่ใจนักในสงครามจะเกิดความวุ่นวายก็ไม่แปลก ในสงคราม ใครแย่งชิงอะไรได้ก็เก็บไว้เป็นของตัวเองได้ทั้งนั้น

แต่เจ้าฆ่าคน...และกำลังจะขืนใจผู้หญิงราชินีเอ่ยเสียงสั่น แต่ดูเหมือนเป็นเพราะความโกรธมากกว่าความกลัวหากข้ามาไม่ทัน เจ้าก็คงทำร้ายนางไปแล้ว

เลวอนขมวดคิ้ว ใบหน้าของเขาแสบยิบๆ จนขี้เกียจที่จะต่อปากต่อคำเต็มทีจับเป็นองค์ราชินีของเราไปถวายราชาได้แล้ว!

คนของเขาตอบรับและรุกคืบเข้าไป ก่อนที่เจ้าเหยี่ยวขาวน่ารำคาญจะโฉบเข้าใส่คนที่อยู่ใกล้ที่สุดจนร้องออกมาอย่างเจ็บปวด กระนั้นคนที่เหลือยังคงโถมเข้าหาหญิงสาวที่เหมือนจะบาดเจ็บจนแม้แต่จับดาบยังลำบาก เลวอนเชื่อว่าต่อให้เธอต่อสู้สุดความสามารถ...ไม่นานก็ต้องเพลี่ยงพล้ำต่อนักรบที่มีจำนวนและมีประสบการณ์มากกว่า

แต่ราชินีหัวดื้อกลับไม่ยอมแพ้ง่ายๆ เหยี่ยวผีสิงนั้นก็เช่นกัน ไม่ช้ามันกลับเปลี่ยนจากโจมตีทหารของเขาเพียงเดี่ยวๆ ไปช่วยรุมคนที่หญิงสาวกำลังประมืออยู่ กระทั่งเธอสามารถแทงคนของเขาให้ล้มลงไปได้คนหนึ่ง

บ้าเอ๊ย! ไอ้นกผีนี่น่าฆ่าทิ้งชะมัด เลวอนคิดว่าน่าจะใช้ธนูยิงมันเสียให้ตาย...แต่ก็ห้ามตนเองไว้เพราะกลัวหญิงสาวจะถูกลูกหลงไปด้วย ทว่ายิ่งปล่อยให้การต่อสู้ยืดเยื้อ พวกเขาเองก็เริ่มเสี่ยงที่จะถูกฝั่งยาร์ลาธจับได้

ลองราชินีที่เคนมารารู้แล้วว่าพวกตนโจมตีหมู่บ้านโดยไม่มีคำสั่ง พวกเขาย่อมหนีโทษตามกฎอัยการศึกไม่ได้ ดังนั้นทางเดียวย่อมมีแต่รีบหนีเข้าทาราเพื่อให้ดูลัสคุ้มกันในฐานะพันธมิตรเท่านั้น

ถอย! ปล่อยมันไว้!สุดท้ายชายหนุ่มจึงตะโกนขึ้นมารีบถอยขึ้นเหนือไปเอนัค! เราต้องเข้าเขตแดนทาราให้ได้เร็วที่สุด!

แต่ไม่ทันขาดคำ เสียงโห่ร้องกลับดังขึ้นรอบด้าน

พวกใครอีก…? เลวอนมองไปโดยรอบ ก่อนจะเห็นอาเมียร์ที่ขี่ม้าตรงเข้ามาหาราชินีที่เคนมาราราวกับล่วงรู้ว่าเธออยู่ที่ไหน ทหารของเขาคนอื่นๆ ที่พยายามล่าถอยจากเธอระส่ำระสายและถูกชายคนทรายใช้ดาบโค้งยาวฟันจากหลังม้าจนล้มลงไปได้โดยง่าย

ลูกชายของรองเจ้ามณฑลสบถอยู่ในใจก่อนจะวิ่งไปหาม้าของตนและรีบขึ้นหลังของมัน เขากระตุ้นม้าให้วิ่งหลบหลีกเหล่านักรบหน่วยพิเศษโดยไม่สนคนของหน่วยตนที่ต่อสู้กับพวกนั้นหรือถูกคุมตัวไปแล้ว...แต่ไม่ช้าก็พบว่าตนเองถูกรุมล้อมไม่ต่างกัน

ชายคนทรายแขนเดียวยืนม้านิ่งอยู่เบื้องหน้าชายหนุ่มด้วยสีหน้าถมึงทึง

ลงจากหลังม้าและยอมจำนนเสียโดยดีมันยังมีหน้ามาบอกเขาอย่าให้ข้าต้องลงมือ

เจ้ามีสิทธิ์อะไรมาพูดกับข้าอย่างนี้!เลวอนขมวดคิ้วตอบไปข้าแค่เห็นหมู่บ้านนี้โดนทหารศัตรูโจมตี เลยรีบพาคนมาช่วยต่างหาก

อย่าโกหก ข้ามองออกว่าความจริงเป็นอย่างไรอีกฝ่ายกลับสำทับ

ชายหนุ่มกัดฟันก่อนจะชักดาบออกและกระตุ้นม้าให้วิ่งฝ่าวงล้อมเข้าใส่ด้านซ้ายของมัน

คนทรายนั่นไม่มีแขนซ้าย จะสกัดเขาที่หนีไปทางนั้นย่อมลำบาก

นั่นคือสิ่งที่เลวอนคิด ก่อนที่เขาจะรู้สึกปวดแปลบที่หลังไหล่ซ้ายจนล้มคะมำลงจากหลังม้า

ชายหนุ่มขบฟันกลั้นความเจ็บปวดเหมือนไหล่เดาะก่อนจะรีบลุกขึ้นยืนและชักดาบออกมา

เขาเห็นหัวหน้าหน่วยคนทรายนั่นลงจากหลังม้าพร้อมกับดาบโค้งยาวของมัน จึงได้รีบวิ่งเข้าหาพร้อมกับสะบัดดาบของตนเพื่อเปิดฉากโจมตีก่อน

ดาบของเขาเป็นดาบสำหรับประลองตัวต่อตัว ปลายดาบตรง คมบางและยืดหยุ่นเหมาะสำหรับแทงทะลุช่องว่างระหว่างเกราะ ดังนั้นหากแทงเข้าจุดใดก็ตามให้ถึงอวัยวะสำคัญได้ก็จบ

และจุดที่เลวอนเล็งก็คือซอกไหล่ของอีกฝ่าย...หากแทงเข้าไปได้ก็มีโอกาสเข้าถึงปอดหรือหัวใจ

ชายวัยกลางคนกลับไม่ขยับหลบแต่อย่างใด ทว่ามือของเขาขยับบิดดาบโค้งของตนเพียงเล็กน้อย สันดาบโค้งรูดไปตามใบดาบของเลวอนให้เบนวิถีออกไป ก่อนที่ปลายแหลมของดาบโค้งจะหยุดอยู่เบื้องหน้าลำคอของเขาภายในดาบเดียว

ลมหายใจของชายหนุ่มสะดุดลงทันทีที่เห็นปลายดาบแหลมดุจเขี้ยวหมาป่า

ทิ้งดาบเสีย

คมดาบที่จ่อคอบังคับให้เขาทำตามโดยง่าย ก่อนที่หัวหน้าหน่วยชาวทรายจะสั่งให้ทหารคนอื่นคุมตัวเขา สองมือของชายหนุ่มถูกมัดมือไพล่หลัง ที่ไหล่ยิ่งปวดตุบจนพาลไม่อาจขยับตัวได้อย่างใจคิด

แต่แม้จะถูกจับได้ แม้ต้องยอมจำนน อีกฝ่ายก็คงลงโทษเขาสูงสุดไม่ได้...ใช่ไหมนะ ถึงอย่างไรเขาก็เป็นถึงลูกชายของขุนนางระดับรองเจ้ามณฑล ท่านพ่อต้องไม่ปล่อยให้พวกคนเถื่อนนี่เล่นงานเขาได้ตามอำเภอใจแน่นอน

นั่นคือสิ่งที่เลวอนคิด ขณะที่หน่วยพิเศษรวบรวมพวกทหารที่ทำตามคำสั่งของเขามาคุมตัวไว้และพาไปในที่เดียวกัน


- 3 -

 

แอช! ไม่เป็นไรใช่ไหม!

เมื่ออาเมียร์ประคองแขนเธอไว้ แอชลีนน์จึงได้รู้สึกปวดหน่วงที่หลังไหล่ซ้ายของตนอีกคำรบ ดูเหมือนช่วงที่ต่อสู้กับพวกคนของเลวอน สติของเธอจะตั้งมั่นอยู่แค่ว่าจะรับมือกับพวกนั้นอย่างไรจนลืมความเจ็บไปชั่วคราวเสียก่อน

ถูกยิงแค่ดอกเดียว...ไม่เป็นไรหรอกหญิงสาวพยายามตอบให้เขาไม่เป็นห่วง

“ ‘แค่ดอกเดียวอะไรกัน!ชายหนุ่มบอกเสียงกร้าวเจ้าทำอะไรไม่คิดจริงๆ เกิดบาดเจ็บมากกว่านี้หรือถูกฆ่าขึ้นมาจะเป็นอย่างไร

ก็ลอว์ราสปกป้องข้าไว้…” เธอขมวดคิ้วและก้มหน้าตอบงึมงำ

ใช่ คราวหลังข้าจะสั่งให้มันปกป้องเจ้าแบบไม่ฟังเจ้าอีกแล้ว ทำไมเจ้าถึงสั่งให้มันไปช่วยชาวบ้านก่อนแทนที่จะอยู่คุ้มครองตัวเอง แถมตอนตัวเองโดนเล่นงานยังบอกให้มันอย่าฆ่าพวกเลวอนอีก!เสียงของอีกฝ่ายยังฟังขุ่นเคืองกว่าทุกครั้ง

ก็...ข้าอยากจับเป็นพวกเขาไปสืบสวน

ก็ไม่จำเป็นต้องจับเป็นทุกคนอาเมียร์ถอนหายใจฆ่าให้หมดตัวรกโลกไปบ้างก็ได้

เป็นตอนนั้นเองที่มีร่างหนึ่งเดินเข้ามาหาทั้งสองอย่างกล้าๆ กลัวๆ ชายหนุ่มจึงได้เงียบไปและหันมองเช่นเดียวกับราชินี เธอพบว่านั่นเป็นหญิงสาวที่เพิ่งรอดจากการฉุดคร่าของเลวอนมาได้

ขะ...ข้าขอบคุณท่านมากเจ้าค่ะ ที่ช่วยข้าไว้หญิงสาวค้อมคำนับแอชลีนน์อย่างต่ำราวกับจะหมอบราบลงไปกับพื้นหากไม่ได้ท่านช่วยไว้ ข้าคงจะแย่แล้วแน่ๆ

ไม่เป็นไร...เจ้าไม่เป็นไรก็ดีแล้วราชินีพยายามยิ้มตอบทั้งที่ยิ่งปวดแผลมากขึ้นเรื่อยๆ

เจ้ากับผู้รอดชีวิตคนอื่นๆ ไปรวมตัวกันที่ลานกลางหมู่บ้านเถอะอาเมียร์บอกพลางพยุงแอชลีนน์ไว้พวกข้าจะตามไปดู จะได้ให้ความช่วยเหลือเท่าที่ทำได้เขาบอกแล้วจึงหันมาสบตากับราชินี ส่วนเจ้า...รีบไปรักษาตัวเถอะ เดี๋ยวข้ากับท่านพ่อจะจัดการที่นี่เอง

หญิงสาวขมวดคิ้วทันทีและนึกตอบ ไม่ ข้าจะอยู่ด้วย แผลข้าไม่ได้หนักหนาอะไรสักหน่อย

ขืนทิ้งไว้นานๆ เนื้อจะงอกปิดปากแผล เอาลูกธนูออกมาลำบากกว่าเดิมนะ เสียงของชายหนุ่มเหมือนจะขู่

พวกเจ้าคงไม่พูดคุยข้ามวันข้ามคืนถึงขนาดนั้นหรอก แอชลีนน์ส่ายหน้าเบาๆ แผลข้ายังเบากว่ารูอาร์คในตอนนั้นเยอะ

อาเมียร์สบตากับเธอด้วยสีหน้าอ่อนใจ ได้ ข้ายอมแพ้แล้ว

หลังจากนั้น ชายหนุ่มจึงได้ขอให้หญิงสาวชาวบ้านที่ราชินีเป็นผู้ช่วยไว้นำทางพวกเขาไปยังลานกลางหมู่บ้านตามที่บอก

 

ที่ลานหน้าหมู่บ้านมีชาวบ้านทั้งที่ปลอดภัยและได้รับบาดเจ็บยืนกระจุกกันอยู่เป็นกลุ่มในมุมด้านหนึ่ง ที่เป็นเด็กเล็กก็ร้องไห้งอแงจนผู้ใหญ่ที่อยู่ด้วยต้องปลอบให้เงียบ นักรบหน่วยพิเศษรวมถึงรูอาร์คและท่านพ่อซิอ์บุลยืนอยู่ในอีกมุม มีบ้างที่บาดเจ็บและมีพยาบาลประจำหน่วยกำลังดูแลในเบื้องต้น ส่วนพวกนักรบของเลวอนรวมถึงเจ้าตัวเองถูกมัดมือไพล่หลังคุมตัวให้คุกเข่าอยู่ที่ตรงกลางลาน

เมื่ออาเมียร์ประคองราชินีแอชลีนน์มาถึง นักรบวัยกลางคนก็หันมาสบตากับเขาก่อนจะพยักหน้าน้อยๆ และเอ่ยขึ้นมาพวกข้าจะสืบสวนว่าทำไมพวกนักโทษจึงโจมตีหมู่บ้านนี้ ท่านอยากอยู่ฟังด้วยหรือไม่

หญิงสาวพยักหน้าตอบทันทีเขาบอกเราว่า เขาทำได้จึงได้ทำ เพราะว่าใครก็แย่งชิงอะไรก็ตามในสงครามได้ทั้งนั้น

ชายหนุ่มหรี่ตามองเลวอนที่ขบฟันอยู่ด้วยสายตาเย็นเยียบก่อนจะตัดสินใจพูดแต่หากไม่มีใครสักคนยุให้ทำ เจ้าก็คงไม่ทำ จริงไหม เลวอน มิคาสตา ลูกชายของรองเจ้ามณฑล การ์วอน มิคาสตา

มีเสียงฮือฮาดังเซ็งแซ่จากชาวบ้านโดยรอบหลังจากอาเมียร์เปิดเผยชื่อจริงของเขา แน่ละว่าใครๆ คงไม่นึกฝันว่าลูกชายของรองเจ้ามณฑลจะลดตัวลงมาทำเยี่ยงโจรป่าเช่นนี้

เจ้าทำ...เพราะมีคนสั่งการอยู่เบื้องหลังชายหนุ่มพูดต่อไปคนที่ต้องการป้ายสีทหารของยาร์ลาธว่าปล้นชิงเสบียง เข่นฆ่าพลเรือน คนที่นั่งอยู่บนบัลลังก์ที่ทารา

ไม่อาจเป็นใครอื่นได้นอกจากคนคนนั้น อาเมียร์รู้มานานแล้วว่าเลวอนกับพ่อของเขาเป็นสายให้ดูลัส แม้จะผิดหวังและโกรธเคืองที่ราชาซึ่งเคยเป็นราชองครักษ์ผู้ภักดีที่เขาชื่นชมฝีมือเมื่อกาลก่อนจะใช้เล่ห์กลชั่วช้าคร่าชีวิตประชาชนเช่นนี้

พะ...พูดบ้าอะไรของเจ้าเลวอนรีบพูดขึ้นมาทันที

ถ้าไม่มีคนเอาแผนการมาใส่หัวเจ้าและเผื่อทางถอยไว้ให้...อย่างโอกาสให้หนีเข้าทารา เจ้าจะกล้าทำเรื่องอุกอาจทั้งหมดนี้หรืออาเมียร์เอ่ยอย่างเคร่งขรึม

ข้าไม่จำเป็นต้องตอบเจ้าลูกชายของรองเจ้ามณฑลบอกพาตัวข้ากลับเคนมาราไปพบท่านพ่อเดี๋ยวนี้ ถึงอย่างไรข้าก็มีตำแหน่งขุนนางเหนือกว่าพวกเจ้า!

แต่ในฐานะทหาร เจ้าทำผิดกฎอัยการศึกซิอ์บุลกล่าวขึ้นบ้างและข้าในฐานะหัวหน้ากองกำลังมีสิทธิ์ลงโทษเจ้ากับคนของเจ้าได้ที่นี่โดยไม่ต้องกลับเมืองเอกด้วยซ้ำ

เจ้าทำอย่างนั้นไม่ได้อีกฝ่ายแย้งแม้เสียงจะเริ่มสั่นเจ้าไม่กล้าทำอย่างนั้นแน่ ท่านพ่อของข้าไม่ปล่อยให้เจ้าแตะต้องข้าได้เด็ดขาด

แต่ เรา มีอำนาจเหนือพ่อของเจ้าแอชลีนน์พูดขึ้นมาด้วยสีหน้าโกรธเกรี้ยวเรารู้ เราเห็นความชั่วช้าของเจ้าด้วยสองตาของตัวเอง เจ้ากำลังจะฉุดคร่าผู้หญิง และเจ้าก็คิดจะจับตัวเราไปส่งดูลัส!

ความเงียบเข้าครอบคลุมลานกลางหมู่บ้านครู่ใหญ่ ก่อนที่หัวหน้าหน่วยพิเศษจะหันมองไปโดยรอบและหยุดอยู่ที่เบื้องหน้ากลุ่มชาวบ้านมีใครจะแย้งไหมว่า คนพวกนี้ไม่ได้ปล้นชิงและฆ่าฟันพวกท่าน

ไม่มีคำตอบจากคนกลุ่มนั้น นักรบแขนเดียวมองมาทางอาเมียร์กับราชินีก่อนจะค้อมคำนับหากกระหม่อมจะลงโทษทหารพวกนี้ตามที่ควรทำ ฝ่าพระบาทจะขัดข้องหรือไม่

หญิงสาวเงียบไปเพียงครู่เดียวก็ส่ายหน้าไม่...ทำตามที่ท่านซิอ์บุลเห็นควรเถอะ

ชายหนุ่มรู้ว่าบิดาของตนคิดจะทำสิ่งใด เขาจึงได้พยักพเยิดให้รูอาร์คเข้ามาประคองหญิงสาวที่บาดเจ็บแทนก่อนที่ตนจะเดินเข้าไปใกล้เลวอนพร้อมกับทหารหน่วยพิเศษอีกคนหนึ่ง

จะทำอะไร!ชายที่ถูกมัดมือไพล่หลังอยู่พยายามสะบัดดิ้นรนทันทีที่คนทั้งสองกดหลังไหล่ให้เขางอร่างลงเบื้องหน้า ขณะเดียวกับที่ซิอ์บุลชักดาบโค้งยาวของตนออกมาไม่! พวกเจ้าทำอย่างนี้กับข้าไม่ได้! ระ...รีบปล่อยข้าเดี๋ยวนี้!

อาเมียร์รีบอ่านความทรงจำของเลวอนก่อนชีวิตของเขาจะดับไป...อย่างน้อยก็หวังว่าจะได้รู้มากขึ้นว่าดูลัสกับอีกฝ่ายติดต่อกันอย่างไร และมีแผนการอื่นใดหรือไม่

เพียงอีกชั่วอึดใจ ใบดาบก็ตวัดลงบั่นศีรษะของเลวอน มิคาสตา ทิ้งร่างไร้หัวให้คว่ำลงแน่นิ่งพร้อมกับเลือดที่ไหลนอง และเสียงร้องเซ็งแซ่ด้วยความตกใจของชาวบ้านบางคนกับผู้สมรู้ร่วมคิดของอีกฝ่าย

หัวหน้าหน่วยพิเศษหันไปทางชายอีกคนที่ถูกมัดไว้ และบอกให้อาเมียร์กับนักรบอีกคนช่วยกดไหล่เขาไว้เช่นกัน

อาจดูเหมือนโหดร้าย แต่เพื่อการปกครอง ชายหนุ่มเข้าใจว่าเหตุใดบิดาของตนจะทำเช่นนี้ การปล้นสะดมข่มเหงชาวบ้านเยี่ยงโจรเป็นความผิดร้ายแรงที่ทำให้ชื่อเสียงของกองทัพมัวหมอง พวกเขาต้องลงโทษผู้กระทำในสถานหนักแต่แรกเพื่อป้องกันไม่ให้ใครกล้ากระทำตามอีก

ถึงแม้ว่าคนผู้นั้นจะเป็นลูกชายของรองเจ้ามณฑลก็ตาม

 

- 4 -

 

แอชลีนน์นอนคว่ำหน้าเหงื่อโชกอยู่บนเตียงในเรือนพยาบาล หลังจากที่หมอหญิงซานานำลูกธนูออกจากแผลของเธอ หญิงสาวก็เพิ่งรู้สึกเจ็บปวดกว่าทุกครั้งขณะที่อีกฝ่ายกดซับห้ามเลือดและพอกสมุนไพรที่ปากแผล...เจ็บเสียยิ่งกว่าตอนที่ลูกธนูปักเข้าเนื้อและติดคาอยู่ แต่เธอก็ยังทนเก็บอาการไว้อย่างสุดความสามารถ จนกระทั่งหมอสาววางมือ

ท่านนอนพักไปก่อน ตอนนี้พยายามอย่าขยับตัวมากจะได้ไม่กระเทือนแผลอีกฝ่ายบอกพลางเก็บอุปกรณ์และเครื่องยาใส่กระเป๋ายังดีแผลไม่ลึกจนไม่ต้องใช้เหล็กร้อนจี้ปิดปากแผลละนะ

ราชินียิ้มเจื่อนกับคำพูดของอีกฝ่าย หลังจากเห็นรูอาร์คถูกจี้แผลอย่างนั้นกับตา เธอย่อมไม่อยากลองกับตัวเอง แต่หญิงสาวก็ไม่พูดออกไปและเพียงตอบเบาๆขอบคุณมากค่ะ ท่านหมอซานา

หมอฝึกหัดเจ้าค่ะ ทำไมใครๆ ไม่เรียกข้าให้ถูกต้องเสียทีหมอสาวถอนหายใจแต่ก็ดูเหมือนจะปลงเสียแล้วกับเรื่องนี้ เธอลุกขึ้นทำท่าจะผละไปเดี๋ยวข้าไปดูอาการของทหารคนอื่นต่อนะเจ้าคะ

แอชลีนน์กำลังจะตอบรับ ก็พอดีมีเสียงฝีเท้ามาจากข้างนอก...หยุดอยู่เพียงเบื้องหลังม่านที่กั้นระหว่างเตียงของเธอกับเตียงอื่นๆ ในเรือนหลังนั้น

องค์ราชินี...ทรงปลอดภัยแล้วใช่ไหมนั่นเป็นเสียงของอาเมียร์ หญิงสาวอยากชันกายขึ้นทักทายเขา แต่แน่นอนว่าทำไม่ได้ในสภาพนี้ ซ้ำร้ายใบหน้าของเธอยิ่งร้อนผ่าวขึ้นมาเพราะตระหนักได้ว่าเวลานี้ตนไม่ได้สวมใส่เสื้อเลย...ถึงแม้จะนอนคว่ำมีผ้าห่มคลุมไว้ก็เถอะ

ปลอดภัยแล้วเจ้าค่ะซานาตอบอีกฝ่ายอย่างสุภาพ ผิดกับครั้งที่เข้าใจไปว่าเอลม์กับแอชเป็นแค่สองพี่น้องพ่อค้าธรรมดาๆท่านจะเข้าไปเยี่ยมก็ได้ แต่อย่าเพิ่งให้ราชินีขยับตัวมากนัก

เข้าใจแล้ว ขอบคุณท่านหมอมากนะขอรับ

อีกสักครู่หนึ่ง เสียงฝีเท้าที่แอชลีนน์เดาว่าเป็นของหมอหญิงจึงดังไกลออกไปจนไม่ได้ยิน และเสียงฝีเท้าของอาเมียร์ก็ดังเข้ามาใกล้แทน เขานั่งลงที่เก้าอี้ข้างเตียงของเธอ เสื้อผ้าที่สวมเป็นชุดใหม่สะอาด แทนที่ชุดเกราะเบาซึ่งเปื้อนคราบเลือดของเหล่านักรบที่เพิ่งถูกประหารไป

ในตอนนั้น องค์ราชินีตกใจไม่น้อยที่ท่านซิอ์บุลถึงกับบั่นคอเลวอนกับพรรคพวกของเขาทุกคนกลางลานหมู่บ้าน เธอไม่คิดว่าคำขออนุญาตของตนให้ลงโทษคนพวกนั้นได้ตามสมควรจะถูกใช้โดยเร็วขนาดนี้ แต่ถึงแม้จะสงสัยว่าเขารีบลงโทษพวกเลวอนจนเกินไปหรือไม่ ความจริงที่ว่าชายคนนั้นเผาทำลายหมู่บ้าน เข่นฆ่าผู้บริสุทธิ์และกำลังจะขืนใจผู้หญิงก็ยังคงอยู่ ซ้ำหากคุมตัวเลวอนกลับมายังเคนมารา รองเจ้ามณฑลการ์วอนผู้เป็นบิดาก็คงจะหาทางช่วยไม่ให้ลูกชายถูกรับโทษประหารเป็นแน่

อีกทั้งต่อให้เป็นทหารของยาร์ลาธที่โจมตีหมู่บ้านนั้นก่อน การที่หน่วยรบอีกหน่วยของยาร์ลาธมาจัดการพวกนักรบที่ทำตัวนอกกฎให้ชาวบ้านเห็นต่อหน้าต่อตาและรีบให้ความช่วยเหลือก็ดูเหมือนจะทำให้พวกเขาไม่มองว่าทางยาร์ลาธเป็นศัตรู จึงได้ยินยอมให้หน่วยรบพิเศษให้ความช่วยเหลือคนบาดเจ็บและอพยพเหล่าผู้รอดชีวิตกับขนเสบียงเข้าเขตปลอดภัยในยาร์ลาธโดยง่าย ในเมื่อกำลังเสริมที่แอชลีนน์ให้ชาลัวห์ไปตามเดินทางมาถึงหลังจากนั้นไม่นาน

เราคุยกันธรรมดาได้เลย ข้าใช้เวทมนตร์ป้องกันเสียงเล็ดลอดออกไปแล้วชายหนุ่มบอกอย่างเคร่งขรึมก่อนจะเปลี่ยนเรื่องทันทีข้ารู้แล้วว่าทำไมคนในวังถึงได้ปวดหัวกับเจ้านัก

หญิงสาวขมวดคิ้วแต่ถ้าข้าไม่ได้ออกมา เราก็จะไม่รู้ว่าเลวอนโจมตีหมู่บ้าน แล้วถ้าข้าไม่ลงไปถ่วงเวลาพวกเขา ทางเราก็จัดการเลวอนไม่ทันกาลแน่

โชคยังดีที่ทุกสิ่งเกิดขึ้นอย่างประจวบเหมาะในเวลาอันเหมาะสม หากเธอไม่รู้เรื่องและเข้าไปสู้กับพวกเลวอนก่อน และหากพวกนั้นไม่รู้ว่าหน่วยพิเศษอยู่ใกล้แค่เพียงป่าบนเนินเขาไคล์ดอร์คาแทนที่จะเป็นหลังป้อมด่าน พวกเขาก็คงจะจับพวกคนทรยศไม่ได้คาหนังคาเขา

แต่เจ้าพาตัวเองเข้าไปเสี่ยงตาย แถมยังเสี่ยงถูกพวกนั้นจับตัวไปให้ดูลัสด้วยซ้ำชายหนุ่มมองเธอด้วยสายตาเหมือนดุเด็กครั้งนี้เจ้ารอดมาได้เพราะมีลอว์ราสอยู่ด้วยแท้ๆ

แต่ข้าก็ยิงธนูกับฟันดาบใส่พวกนั้นได้นะแอชลีนน์แย้งอย่างน้อยก็มีพวกมันบางคนที่ล้มเพราะฝีมือข้า

อาเมียร์ถอนหายใจเอาเถอะ ถึงอย่างไรมันก็จบลงไปแล้ว

อือ จบไปแล้วราชินีเอ่ยแผ่วเบาแต่การ์วอนล่ะ ลูกชายของเขาถูกฆ่าไปอย่างนี้ เขาต้องไม่อยู่เฉยแน่

แต่เขาก็ทำอะไรอย่างเปิดเผยไม่ได้ เพราะเลวอนมีความผิดจริง ท่านพ่อเพียงแค่ลงโทษตามอาญาศึกเท่านั้น เรื่องนี้อาจบีบให้เขาหนีไปที่ทาราแทนที่จะทนอยู่กับพวกเรา ซึ่งที่จริงก็ดี เพราะข้าเบื่อเวลาเขาพูดอะไรขึ้นมาในที่ประชุมตั้งนานแล้วชายหนุ่มตอบราบเรียบ ทำให้หญิงสาวเผลอยิ้มออกมา

เป็นอย่างนั้นได้ก็ดี ว่าแต่ท่านที่ปรึกษาไม่ไปทำงานดูแลพวกชาวบ้านที่มาด้วยกันจากหมู่บ้านหรือแอชลีนน์เริ่มซักไซ้ก่อนจะนึกขึ้นได้ไม่สิ...แล้วภารกิจของหน่วยพิเศษเมื่อคืนล่ะ

อ้อ ข้าเจอของที่บรรพบุรษของเจ้าทิ้งไว้ให้น่ะเขาบอก

หมายถึงอะไรกัน...หญิงสาวเลิกคิ้วถาม ก่อนที่อีกฝ่ายจะเล่าเรื่องที่ตนพบกลุ่มวิญญาณนักรบในป่านอกป้อมไคล์ดอร์คาให้เธอฟัง

หมายความว่า...ถ้าข้าไม่ไปด้วย พวกนั้นก็จะไม่ยอมให้เราไปต่อน่ะหรือแอชลีนน์ถามอย่างสนใจ

ดูเหมือนจะเป็นอย่างนั้น พวกข้าเลยต้องเลื่อนแผนการยึดป้อมเพื่อขนเสบียงออกไปก่อน

แต่ท่านบอกว่า...พวกดูลัสอาจจะเดาได้ว่าเรามีเป้าหมายอื่นไม่ใช่หรือหญิงสาวแย้งขึ้นมา

แต่ถ้าเราเข้าไปไม่ได้ ข้าคิดว่าพวกเรเวนก็จะเข้าไปไม่ได้เพราะวิญญาณพวกนั้นเช่นกัน

แอชลีนน์ขมวดคิ้วครุ่นคิดก่อนจะเผลอตัวลุกขึ้นจนผ้าห่มเลื่อนหลุดและต้องรีบคว้าไว้ไม่ให้ประเจิดประเจ้อ

อาเมียร์นิ่งอึ้งตามขณะที่เธอดึงผ้าห่มขึ้นคลุมไหล่ทั้งหน้าร้อนผ่าว อีกครู่หนึ่งเขาจึงได้พูดตะกุกตะกักข้า...ไปเอาเสื้อคลุมให้ไหม

มะ...ไม่เป็นไร เดี๋ยวค่อยเอาเสื้อผ้าใหม่มาให้ทั้งชุดดีกว่า ข้าจะได้ไปพูดคุยกับวิญญาณพวกนั้นกับท่าน ไปเดี๋ยวนี้ได้เลยยิ่งดี

ชายหนุ่มกะพริบตาปริบก่อนจะส่ายหน้าเจ้ายังไม่หายดีเลยนะ

แต่ข้าไม่อยากรอหญิงสาวตอบแม้อาการปวดตุบๆ ที่ไหล่จะกลับทวีขึ้นอีกพวกท่านคิดจะกลับไปเมื่อไรล่ะ คืนนี้หรือ

ยังไม่ได้สรุปเลย ถึงอย่างไรเจ้าก็ต้องพักผ่อนให้ดีขึ้นก่อน

แอชลีนน์นิ่งคิดอยู่ครู่หนึ่งจึงได้เอ่ยขึ้นให้ท่านลูเธียนมาช่วยรักษาข้าได้ไหม

อาเมียร์ยังคงทำหน้าเหมือนไม่เห็นด้วย

ถ้าไม่ใช่ว่าแผลอยู่ตรงที่ข้าจัดการเองลำบาก ข้าจะใช้แก้วสุริยะรักษาตัวเองไปแล้ว เราต้องแข่งกับเวลาไม่ใช่หรือ ถึงป้อมไคล์ดอร์คาจะมีนักรบของเอรินคุ้มกันอยู่ พวกดูลัสก็ยังมีผู้ใช้เวทอย่างมาดายนี่นาหญิงสาวให้เหตุผลนี่เป็นภารกิจที่เราจะพลาดไม่ได้นะ

สุดท้าย ชายหนุ่มจึงพยักหน้าช้าๆข้าจะรีบไปตามท่านลูเธียน

ราชินียิ้มรับคำพูดของอีกฝ่ายเหมือนหายเจ็บแผลเป็นปลิดทิ้ง

 

ไอ้คนเถื่อน! ไอ้ฆาตกร!การ์วอนตวาดใส่หัวหน้าหน่วยพิเศษที่เพิ่งรายงานเรื่องทุกอย่างต่อเจ้ามณฑลและรองเจ้ามณฑลที่ถูกตามตัวมาเป็นพิเศษด้วยเสียงราบเรียบ หากว่าทหารยามในห้องนั้นไม่รั้งไหล่ชายร่างท้วมไว้ เขาก็คงจะกรากเข้าไปเค้นคอนักรบชาวทะเลทรายเสียแล้วแกฆ่าเขาทำไม!

ข้าจะย้ำอีกครั้ง ว่าลูกชายของท่านหนีภารกิจที่ได้รับมอบหมาย นำคนในหน่วยของเขาไปปล้นสะดม ฆ่าฟันชาวบ้านและข่มเหงผู้หญิง ตามกฎอัยการศึก ข้ามีสิทธิ์ที่จะลงโทษเขา ณ ที่นั่น เพื่อเป็นเยี่ยงอย่างแก่ทหารอื่นๆ ในกองทัพนักรบแขนเดียวกลับตอบอย่างใจเย็นผิดกับอีกฝ่าย

โกหก! ลูกชายข้าจะทำอย่างนั้นทำไม! แค่คำพูดของเจ้าเชื่อถือได้แค่ไหน!

แต่องค์ราชินีก็ทรงอยู่ ณ ที่นั่น ทรงเห็นสิ่งที่เลวอนทำ และทรงได้รับบาดเจ็บเพราะเข้าขัดขวางพวกเขาเบเรคพูดขึ้นบ้างด้วยเสียงที่สงบนิ่งเช่นกันข้าเสียใจที่ท่านสูญเสียลูกชาย แต่...หากเขาคบมิตรที่ดี เรื่องเช่นนี้ก็คงไม่เกิดขึ้น

การ์วอนกลับเลื่อนสายตาโกรธแค้นมาทางเจ้ามณฑลเช่นกันเจ้าก็รวมหัวกับมันใช่ไหม...พวกเจ้าสองคน...วางแผนฆ่าลูกของข้าใช่ไหม! ใช่สิ...คนก็ตายไปแล้ว พวกเจ้าจะใส่ร้ายอย่างไรก็ได้!

มังกรน้ำโคลงศีรษะไม่ใช่แค่ท่านซิอ์บุลคนเดียวที่เห็นว่าเลวอนทำสิ่งใด ราชินีก็ทรงเห็น หน่วยรบทั้งหน่วยก็เห็น ชาวบ้านก็เห็นและบาดเจ็บล้มตายเพราะเขาจริงๆ เรื่องทั้งหมดจะไม่เกิดขึ้นหากเขาไม่กระทำผิดกฎ...เชื่อคำยุยงของราชาที่ยึดครองบัลลังก์โดยไม่ถูกต้อง

รองเจ้ามณฑลขบฟันข้าไม่ได้เลือกที่จะสวามิภักดิ์กับราชินีที่พวกเจ้ายกกันขึ้นมาเอง! จนทุกวันนี้ นางก็ไม่อาจพิสูจน์ตนเองได้ว่านางคือราชินีที่แท้จริง!

เบเรคครุ่นคิดอย่างเงียบๆ ก่อนจะตัดสินใจเอ่ยเช่นนั้น ข้ามีทางเลือกให้ท่าน

สีหน้าของอีกฝ่ายบ่งบอกว่าเขาไม่ต้องการที่จะฟังทางเลือกที่ว่า แต่เจ้ามณฑลก็ยังพูดต่อไป

ข้าจะให้ท่านพ้นจากตำแหน่งรองเจ้ามณฑล เครือญาติของท่านก็จะไม่มีความเกี่ยวข้องกับการบริหารงานในมณฑลหรือกองทัพของเราอีกต่อไป แต่ท่านจะยังคงเป็นขุนนางในยาร์ลาธ และใช้ชีวิตต่อไปได้อย่างสงบ ไม่ต้องยุ่งเกี่ยวกับสงคราม...ตราบใดที่อาณาเขตของมณฑลเราไม่ถูกทาราตีแตกชายวัยกลางคนกล่าวเรียบเฉยข้ารู้ว่านั่นไม่อาจนำชีวิตของลูกชายท่านคืนมาได้ แต่หากท่านไม่ต้องการยุ่งเกี่ยวกับพวกเรา นี่อาจเป็นโอกาสที่ดี

การ์วอนขมวดคิ้ว สีหน้าของเขาเหมือนจะบอกชัดเจนว่าไม่ยินดีรับข้อเสนอเจ้าเอาลูกชายของข้าไปไม่พอ...ยังจะไล่ข้าไปพ้นจากตำแหน่งอีกหรือ! ถ้าไม่ใช่เพราะลูกคนฟอกหนังอย่างพ่อเจ้า! ตำแหน่งเจ้ามณฑลก็จะเป็นของตระกูลขุนนางสายเลือดแท้อย่างข้าไปแล้ว!

เบเรคยังคงมองอีกฝ่ายด้วยสายตาที่ไม่เปิดเผยความรู้สึกข้ารู้ว่าท่านต้องใช้เวลาในการตัดสินใจ ดังนั้นข้าจะให้เวลาท่านทำศพและไว้ทุกข์ให้ลูกชายของท่าน แล้วหลังจากนั้นเราค่อยมาพูดคุยกัน...เมื่อท่านมีสติพร้อมกว่านี้

รองเจ้ามณฑลยังคงพยายามสะบัดแขนอย่างไม่เลิกรา แต่ทหารองครักษ์ก็คุมตัวเขาออกไปจากห้องทำงานของเจ้ามณฑลได้อย่างไม่ยากนัก

เหลือเพียงเขาอยู่กับซิอ์บุล หัวหน้าหน่วยรบพิเศษ ในความเงียบที่ดำเนินต่อไปเพียงไม่นาน

ท่านซิอ์บุลเองก็กลับไปพักผ่อนเถอะมังกรน้ำบอกชายอีกคนออกไปทำภารกิจทั้งคืนจนจะครึ่งค่อนวันอย่างนี้แล้ว ท่านคงจะเหนื่อยมาก

ไม่เป็นไรขอรับ ข้ายังไม่เหนื่อย และมีเรื่องต้องการจะพูดกับท่านเพียงสองคนขอรับซิอ์บุลกลับตอบเรียบๆ

มีอะไรหรือเบเรคเลิกคิ้วและพยักหน้าเป็นสัญญาณให้อีกฝ่ายพูดต่อ

ข้าต้องขออภัยท่านที่ประหารพวกเขาโดยไม่รอแจ้งท่านเสียก่อน และต้องขออภัยที่ให้หน่วยรบพิเศษบุกโจมตีป้อมหน้าด่านโดยไม่ได้แจ้งท่านเช่นกัน

เจ้ามณฑลส่ายหน้าองค์ราชินีทรงรับทราบแล้ว ท่านเองก็ลงโทษทหารพวกนั้นตามกฎเกณฑ์ทุกอย่าง ข้าต่างหากที่ต้องขอบคุณท่านที่ช่วยปกป้องลูกสาวข้าจากคู่หมายที่ไม่เหมาะสมเช่นนั้น ส่วนเรื่องบุกโจมตีโดยไม่บอกกล่าว ข้าเข้าใจว่าท่านอยากกระทำการอย่างลับที่สุด และผลก็ออกมาสำเร็จลุล่วง ข้ามอบหมายให้ท่านมีอำนาจเหนือหน่วยรบพิเศษนี้เต็มที่โดยไม่ต้องอยู่ภายใต้หัวหน้ากองกำลังป้องกันมณฑลมาแต่แรก...เพราะข้าเชื่อในการตัดสินใจของท่าน

ชายชาวทรายโค้งน้อยๆ ให้เขาขอบคุณมากขอรับ

ว่าไป ข้าเองก็มีอีกเรื่องต้องพูดกับท่านเช่นกันเบเรคเอ่ยขึ้นมาบ้าง

ขอรับ?” ซิอ์บุลมองเขาอย่างสงสัย

เรามัวแต่เรียกหน่วยรบของท่านว่าหน่วยรบพิเศษกันตลอด ยังไม่ได้ตั้งชื่ออย่างเป็นทางการเลยนี่นะ

เรื่องนี้...ให้ท่านหรือคนอื่นจัดการตามสมควรเลยขอรับ ข้าไม่มีหัวด้านตั้งชื่อเลย

คำออกตัวนั้นทำให้มังกรน้ำค่อยๆ ยิ้มออกมา

เหล่าเรเวนได้ฉายาว่าปีกสีนิลตามฟีอาคราซึ่งเป็นผู้นำของพวกเขา หน่วยรบของหมาป่าทมิฬซึ่งจะรับมือกับเหล่ากาดำก็ควรมีชื่ออันน่าเกรงขามให้สมตัวเช่นกัน

เช่นนั้น ท่านคงจะไม่รังเกียจชื่อเขี้ยวทมิฬสินะ

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 9 ครั้ง

3 ความคิดเห็น

  1. #103 Nithinae (@Anithin) (จากตอนที่ 85)
    วันที่ 31 กรกฎาคม 2561 / 19:47

    สวัสดีวันอังคารนะคะ กลับมาพบกับวันทำงานและเนื้อหาช่วงต่อไป นามสกุลของเลวอนนี่หาสดกันตรงนั้น 5555 ความหมายประมาณว่า หักงอ บิดเบี้ยว ในภาษาสก็อตติชเกลลิคค่ะ ตอนนี้เวลาเขียนก็นึกถึง Games of Throne ช่วงแรกๆ อยู่หน่อย ถ้าใครเคยดูมาแล้วก็น่าจะเข้าใจฟีลเหมือนกัน แล้ววันศุกร์มาเจอช่วงจบของตอนนี้นะคะ ขอบคุณที่ติดตามค่ะ ^^

    #103
    3
    • #103-2 Nithinae (@Anithin) (จากตอนที่ 85)
      10 สิงหาคม 2561 / 23:16
      เป็นตัวประกอบยังอุตส่าห์จะมีนามสกุล 55555555
      #103-2
    • #103-3 Nithinae (@Anithin) (จากตอนที่ 85)
      10 สิงหาคม 2561 / 23:16
      เป็นตัวประกอบยังอุตส่าห์จะมีนามสกุล 55555555
      #103-3
  2. #102 dkv9ieru (จากตอนที่ 85)
    วันที่ 28 กรกฎาคม 2561 / 10:49

    ที่ซิอ์บุลใช้นั่นท่าใน 1.47 สินะ

    https://www.youtube.com/watch?v=81vorq4E5CE

    #102
    1
    • #102-1 Nithinae (@Anithin) (จากตอนที่ 85)
      28 กรกฎาคม 2561 / 18:11
      ใช่แล้วค่ะ กระบวนท่าเดียวจบ 5555
      #102-1
  3. #101 Nithinae (@Anithin) (จากตอนที่ 85)
    วันที่ 24 กรกฎาคม 2561 / 22:17

    สวัสดีค่ะ ขอโทษที่วันนี้ลงช้าหน่อยนะคะ สำหรับตอนนี้ยาวกว่าตอนอื่นๆ นิดหน่อย เลยแบ่งเป็น 4 ส่วน เขียนจบตอนแล้ว จะลงได้สัปดาห์ละ 2 ครั้งค่ะ :)

    #101
    3
    • #101-2 Nithinae (@Anithin) (จากตอนที่ 85)
      17 ธันวาคม 2561 / 22:15
      สวัสดีค่า ขอโทษที่ตอบช้าไปหน่อยนะคะ TwT

      ยินดีที่ได้คุยกับคุณหมัดแมวเมาอีกครั้งนะคะ เรายังไม่ลืมผู้กล้าแมนเดรกนะคะ แต่ขอทยอยเคลียร์ไปทีละเรื่องก่อนน้่า
      #101-2
    • #101-3 Nithinae (@Anithin) (จากตอนที่ 85)
      17 ธันวาคม 2561 / 22:15
      สวัสดีค่า ขอโทษที่ตอบช้าไปหน่อยนะคะ TwT

      ยินดีที่ได้คุยกับคุณหมัดแมวเมาอีกครั้งนะคะ เรายังไม่ลืมผู้กล้าแมนเดรกนะคะ แต่ขอทยอยเคลียร์ไปทีละเรื่องก่อนน้า
      #101-3