The War of Thirdaire - ตำนานสงครามบัลลังก์เหนือ (รีไรท์)

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 5,809 Views

  • 125 Comments

  • 128 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

จำนวนแชร์
0

  • Month Views
    93

    Overall
    5,809

ตอนที่ 86 : 24 - ที่มั่น "หาก...เป็นเช่นที่คิด ก็นับเป็นข่าวดีเพคะ" (100%)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 94
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 7 ครั้ง
    31 ส.ค. 61

บทที่ 24

ที่มั่น

 

ดูลัสขมวดคิ้วขณะอ่านสารจากสายของตนในยาร์ลาธ

เลวอนทำงานล้มเหลว มันถูกพวกหน่วยของคนทรายแขนเดียวนั่นจับกุมได้คาหมู่บ้านและประหารโดยไม่รีรอ ด้านหน่วยเรเวนที่เขาให้ไปยังป้อมปราการร้างเพื่อตรวจสอบว่ามีเสบียงข้าวซุกซ่อนอยู่จริงหรือไม่ก็หลงทางอยู่ในป่าโดยไร้เหตุผล เข็มทิศหมุนสั่นใช้การไม่ได้ ซ้ำพวกเขายังรู้สึกเหมือนมีคนจับตามองและได้ยินเสียงคนพูดคุยอยู่รอบกายตลอดเวลา ก่อนจะได้ยินเสียงเห่าหอนของหมาป่าและถูกหมาป่าฝูงใหญ่ขับไล่ออกมาอย่างประหลาด

นี่คือเวทมนตร์อย่างนั้นหรือ ข่าวลือที่ว่าป้อมไคล์ดอร์คามีผีสิงเป็นความจริง...หรือเจ้าคนทรายนั่นใส่เวทมนตร์ไว้เล่นงานพวกเขากันแน่

ราชาที่อยู่เพียงลำพังกำลังคิดจะเรียกนักบวชชรามาปรึกษา...แต่เสียงเคาะประตูห้องก็ขัดความคิดของเขาเสียก่อน

ใครชายหนุ่มถามออกไป

“...แอชลีนน์เอง...เพคะ

เข้ามาดูลัสตอบแม้จะขุ่นเคืองอยู่ทุกครั้งที่เคียรารายงานตัวต่อเขาด้วยชื่อนั้น หญิงสาวเดินนำนางกำนัลที่ยกสำรับอาหารเย็นมาให้เหมือนทุกมื้อที่องค์ราชาไม่ยอมเสด็จออกไปยังห้องเสวย แล้วจึงกำกับให้พวกนางกำนัลตั้งอาหารให้ถูกที่ก่อนจะบอกให้พวกนางออกไป

เหลือเพียงทั้งสองอยู่ด้วยกันในห้องทรงพระอักษรอันเงียบงัน ก่อนที่ชายหนุ่มจะเดินมานั่งที่โต๊ะเบื้องหน้าสำรับที่อีกฝ่ายตั้งไว้

ฝ่าบาท...ทรงควรผ่อนคลายบ้างนะเพคะเคียราเอ่ยแผ่วเบา

เราไม่ได้ทำงานตลอดเวลา เมื่อตอนบ่ายยังออกไปซ้อมดาบอยู่เลยดูลัสตอบเสียงแข็ง

นั่นเป็นความจริง ชีวิตของเขาเวลานี้วนเวียนกับการตื่นเช้ามาออกกำลังกาย รับประทานอาหารเช้าแล้วจึงว่าราชการประชุมเหล่าขุนนาง หากเสร็จสิ้นก่อนเที่ยงก็จะใช้เวลาในตอนบ่ายฝึกซ้อมอาวุธให้มีสมาธิและรักษาฝีมือ ในยามค่ำก็อ่านหนังสือโดยเฉพาะตำราการปกครองและการศึก และจัดการกับสารจากสายลับหรือตัดสินใจดำเนินการรบอย่างลับๆ ด้วยตนเอง

เรื่องอาหารการกินและความเป็นอยู่ทั้งหลาย ราชินีนอกสมรสเป็นผู้ดูแลให้เขาพร้อมสรรพ ออกจะเกินไปจนเขากลัวเป็นผลเสียต่อร่างกาย หากดูลัสไม่คิดว่าเวลานี้เขากลายเป็นราชาบนบัลลังก์ของทารา ส่วนเคียราเป็นราชินีที่ตนไม่ประสงค์จะร่วมหอด้วย ชายหนุ่มก็ต้องยอมรับว่า เขามีชีวิตเหมือนขุนนางที่ได้ภรรยาดีเพียบพร้อมคนหนึ่ง

และก่อนหน้าการลอบสังหาร ก่อนที่เขาจะฝึกฝนตนเองเพื่อปกป้องเจ้าหญิงแอชลีนน์ ก็ดูเหมือนฝ่าบาทกับองค์ราชินีจะทรงบอกเป็นนัยว่าจะให้เขาเป็นผู้ดูแลเคียราในภายภาคหน้า...หรือหมายความว่าจะให้ทั้งสองแต่งงานกันนั่นเอง

หากคำนึงว่าหญิงสาวเป็นลูกนอกสมรสของมหาอำมาตย์ ฐานะชาติตระกูลย่อมด้อยเกินไปต่อเขา แต่ในเมื่อเป็นพระธิดานอกสมรสของราชาอาร์กาด ดูลัสจึงได้เข้าใจว่าเหตุใดหญิงสาวจึงได้รับการดูแลดีกว่าลูกนอกสมรสของขุนนางทั่วไป และทำให้เขายิ่งนับถือองค์ราชินีบริอาเนียมากขึ้นไปอีกที่ทรงยอมรับธิดาของพระสวามีกับหญิงอื่นมาดูแลใกล้ชิดได้อย่างนี้

หม่อมฉันหมายถึง...ทรงพักผ่อนบ้างเถอะเพคะ การซ้อมดาบนับเป็นการพักผ่อนหรือเพคะเคียราพูดต่ออย่างกริ่งเกรง

ชายหนุ่มขมวดคิ้วใส่เธอแล้วเจ้าจะให้ข้าทำอะไร

หญิงสาวเงยมองเขาครู่เดียวด้วยนัยน์ตาแดงก่ำเหมือนจะร้องไห้ก่อนจะก้มหน้าลง

เธอรู้มากแค่ไหนกันนะ...ดูลัสยังคงสงสัย รู้มากเท่าไรว่าสถานะของตนคือตัวหมากราชินีสำคัญที่ทำให้เจ้าของกระดานอาจยอมเสียหมากราชินีอีกตัวไปได้โดยไม่ลังเล...หากว่าเจ้าของกระดานนั้นคือบิดาของเขา

หรือจะบอกว่า...ให้ทำอะไรกับเจ้าเพื่อเป็นการพักผ่อนกันล่ะดูลัสเอ่ยเสียงเย็น

เคียราสะดุ้งขึ้นมาทันที แม้เขาจะไม่ได้เข้าใกล้หรือแตะต้องเธอก็ตามฝ่าบาท...มะ...หม่อมฉันไม่ได้หมายความว่าอย่างนั้น…

ออกไปเสีย ข้าอยากอยู่คนเดียวราชาแห่งธีร์ดีเรพูดอย่างไม่ใส่ใจนักจะไปพักผ่อนที่ไหนอย่างไรก็แล้วแต่เจ้า

หญิงสาวถอนสายบัวให้เขาอย่างเงียบงันก่อนจะผละถอยไปโดยไร้คำพูดใด ทิ้งให้ดูลัสจัดการกับสำรับอาหารตามหน้าที่โดยไม่คำนึงถึงรสชาติของมันนัก

เรื่องที่อยู่ในห้วงความคิดของเขาคือ จะเอาชนะอาเมียร์ ชิงชัยเหนือป้อมในป่าไคล์ดอร์คาได้อย่างไรกัน เขาอาจต้องใช้เวทมนตร์ช่วยเพื่อการนั้น

ยังไม่ถึงเวลา เสียงของมาดายพลันผุดขึ้นในห้วงความคิด เมื่อถึงตอนที่ข้าจะช่วยท่านจัดการกับที่นั่น ข้าจะบอกท่านเอง

ดูลัสขมวดคิ้วกับคำตอบนั้น แต่ก็ยังคงฟังเงียบอยู่ในความสงบ

เอาเถอะ เขาเองจะรอจนกว่าจะถึงตอนนั้นก็ได้ ในเมื่อมีเรื่องอื่นๆ ที่ตนต้องจัดการมากกว่าเสียแล้ว

 

หลังจากตามพระมหาเถระลูเธียนมาช่วยรักษาราชินีหัวดื้อของเขาแล้ว หญิงสาวก็ขออาเมียร์เดินทางไปยังป่าที่มีดวงวิญญาณนักรบเฝ้าอยู่ในทันทีที่ทำได้ และว่ากันตามจริง ชายหนุ่มก็อยากให้เธอรีบไปรีบกลับโดยไม่ต้องรอกองทหารพักผ่อนหรือเดินทางร่วมกับพวกเขา จึงได้ขอให้มาลิอามาอยู่ที่เรือนพยาบาลแทนโดยใช้เวทมนตร์พรางให้ทุกคนเข้าใจไปว่าเธอคือแอชลีนน์ ส่วนเขากับราชินีตัวจริงขี่ม้ากลับไปยังป่าไคล์ดอร์คาโดยไม่บอกใคร

เมื่อทั้งสองไปถึงชายป่าก็เป็นยามโพล้เพล้ อาเมียร์ขี่ม้านำหญิงสาวเข้าไปอีกสักระยะจนถึงเบื้องหน้าบึงพรุ ก่อนจะรู้สึกได้ถึงสัมผัสความเย็นที่เคยจับได้เมื่อคืน

ควันเลือนรางคล้ายสายหมอกก่อตัวอยู่เบื้องหน้าทั้งสอง กลายเป็นเงาคล้ายกลุ่มคนสวมชุดเกราะอีกครั้ง

นี่น่ะหรือ…แอชลีนน์กระซิบแผ่วเบาเหมือนกริ่งเกรง

ใช่ พวกเขาคือวิญญาณนักรบของเอรินชายหนุ่มตอบก่อนจะตั้งจิตสื่อถึงพวกเขา ข้าพาองค์ราชินีของพวกข้ามาหาเจ้าแล้ว

วิญญาณกลุ่มนั้นเงียบเฉยอยู่ครู่ใหญ่ ก่อนที่ผู้เป็นหัวหน้าจะตอบกลับมา ใช่ พระองค์คือสายพระโลหิตของฝ่าบาทเอรินอย่างแท้จริง

ครั้นแล้ว กลุ่มควันนั้นก็ลดระดับลงราวกับคนที่คุกเข่าคำนับหญิงสาว ตามด้วยถ้อยคำดังเซ็งแซ่ ถวายบังคมฝ่าบาท

พวกเขาถวายบังคมข้างั้นหรือแอชลีนน์หันไปถามอาเมียร์ข้าได้ยินไม่ผิดใช่ไหม

ใช่ ข้าก็ได้ยินเช่นกันชายหนุ่มตอบและพยักพเยิดไปทางหัวหน้านักรบจากนี้ พวกเจ้าจะยอมให้พวกเราที่เป็นคนของราชินีเข้ามาขนเสบียงแล้วใช่ไหม

ย่อมได้ หากเป็นผู้ที่จงรักภักดีต่อท่าน วิญญาณนั้นตอบกลับ หากเป็นผู้ที่ท่านอนุญาต พวกเรายินดีให้ล่วงผ่านเข้ามาเสมอ

ก็ง่ายแค่นี้...อาเมียร์แทบถอนหายใจ จากนี้เราไม่จำเป็นต้องให้ราชินีเข้ามาทุกครั้งใช่ไหม

หากเป็นเจ้า หรือผู้ที่มีหลักฐานยืนยันตนว่ามาจากพระองค์ พวกเราจะให้เข้ามา อีกฝ่ายให้คำตอบ

หรือ...พวกท่านจะไปจากที่นี่กันล่ะหญิงสาวกลับเสนอขึ้นมาในเมื่อเอรินบอกให้พวกท่านเฝ้าอยู่ที่นี่ พวกท่านคงจะอยู่มาเป็นร้อยๆ ปีแล้ว หากต้องการเป็นอิสระ ข้าก็ยินดีที่จะปลดปล่อยวิญญาณของพวกท่านในตอนนี้

ขอบพระทัยสำหรับน้ำพระทัยของฝ่าบาท ทว่า...พวกเรายังคงไปไม่ได้ หากว่าหน้าที่ที่เราได้รับคำสั่งมาจากราชินีเอรินยังไม่สำเร็จลุล่วงเสียก่อน

หน้าที่...หน้าที่อะไรหรือราชินีถามอย่างสงสัย

เราต้องเฝ้ารออยู่ ณ ที่นี่ จนกว่าจะถึงวันที่ราชินีผู้สืบสายเลือดของเอรินจะมาหา และเราจะช่วยพระนางรบจนได้ครองบัลลังก์อย่างแท้จริง

อา...ขอบคุณมาก แต่...พวกท่านเป็นวิญญาณนี่นาแอชลีนน์ตอบอย่างไม่แน่ใจนัก

แต่พวกเขาอาจช่วยเรารับมือกับกองทัพวิญญาณของมาดายได้อาเมียร์แย้งขึ้นมาหรือแม้แต่มนุษย์ด้วยกัน...เห็นว่าที่พวกโจรป่าไม่คิดจะเข้าพักแรมหรือเก็บสิ่งของไว้ที่นี่มาตลอดเป็นเพราะมีวิญญาณของนักรบเหล่านี้เฝ้าอยู่

หญิงสาวนิ่งคิดไปครู่หนึ่งก็พยักหน้าเข้าใจละ พวกท่านจะช่วยเราจนกว่าจะได้เป็นราชินีของธีร์ดีเรอย่างแท้จริง หลังจากนั้นจึงจะไปสู่สุคติได้สินะ

ใช่พ่ะย่ะค่ะ หัวหน้านักรบค้อมคำนับ

เช่นนั้น เรายินดีที่จะรับความช่วยเหลือของพวกท่านราชินีเอ่ยพร้อมกับยื่นมือออกไปข้างหน้า

วิญญาณของชายสวมเกราะเอื้อมไปรับมือนั้นและทำท่าเหมือนกับจุมพิตแผ่วเบาบนหลังมือ ข้ามีนามว่าเบลค หากจะทรงเรียกรับใช้ประการใด ก็โปรดเรียกได้เสมอ

ขอบคุณมาก ท่านเบลคและทุกคนแอชลีนน์ตอบเขาอย่างแรกที่เราอยากจะขอให้ช่วย ก็คือช่วยเปิดทางให้เราขนเสบียงที่มีผู้นำมาที่นี่กลับไปกับเราละนะ…

รับด้วยเกล้าพ่ะย่ะค่ะ เบลคค้อมศีรษะลงถวายคำนับอีกครา ฝ่าบาทจะทรงเข้าไปตรวจตราเสบียงนั้นด้วยพระองค์เองในตอนนี้ก็ได้พ่ะย่ะค่ะ

แอชลีนน์หันมาสบตากับอาเมียร์ทันทีที่วิญญาณนักรบเสนอขึ้น ทำให้เขายิ้มแห้งๆ ออกมา

นั่นปะไร หาเรื่องให้องค์เหนือหัวของเขาเที่ยวต่อจนได้

ยังไม่ค่ำจนเกินไป ถ้าเจ้าอยากจะไปดู มากับข้าก็ได้ละนะ

หญิงสาวพยักหน้าด้วยรอยยิ้มงั้นไปกันเถอะ

 

 

- 2 -

 

แอชลีนน์ไม่นึกว่าตนเองจะได้มาเดินอยู่ในป้อมปราการของบรรพบุรุษเช่นนี้

เมื่อเธอกับอาเมียร์ขี่ม้าเข้ามาตามการนำทางของเบลค สิ่งที่พบก็คือคูน้ำแห้งล้อมรอบกำแพงหินที่ยังมั่นคงแม้จะผ่านกาลเวลามานาน และเบื้องหลังกำแพงนั้นก็มีหอคอยหินกับป้อมปราการขนาดใหญ่อย่างที่เรียกได้ว่าเป็นปราสาทขนาดย่อม

ชายหนุ่มจำเป็นต้องฟันต้นไม้และเถาวัลย์ที่ขึ้นรกรุงรังเพื่อเปิดเส้นทางบ้าง แต่เส้นทางนอกจากนั้นจัดได้ว่าโล่งสะดวกอย่างน่าประหลาดใจสำหรับป้อมร้าง คงเป็นเพราะกลุ่มทหารของชอร์ซาที่นำเสบียงเข้ามาก่อนหน้านี้ช่วยแผ้วถางทางให้ก่อนหน้าแล้ว

หัวหน้าวิญญาณนักรบนำทางทั้งสองลงมาดูโกดังเก็บเสบียงที่มีเมล็ดข้าวสาลีและธัญพืชอื่นๆ เต็มหลายกระสอบ ก่อนจะขึ้นไปที่คอกม้าขนาดใหญ่เบื้องหน้าบริเวณที่หากถางหญ้าและต้นไม้จนเตียนแล้วน่าจะได้ลานโล่งกว้างสำหรับระดมพลหรือฝึกทหาร ตามด้วยทางเดินในป้อมที่มีห้องหับทั้งห้องประชุมพลและห้องพักย่อยอีกมากมาย แล้วจึงไปสิ้นสุดที่ยอดหอคอยซึ่งมองออกไปเห็นอาทิตย์อัสดงเหนือราวป่าและที่ราบที่อยู่โดยรอบ

สวยจังหญิงสาวพึมพำเบาๆไม่น่าเชื่อเลยว่า จากในป่าจะมองออกไปได้ไกลขนาดนี้

ก็หอสังเกตการณ์นี่นาอาเมียร์ตอบเธอ

นั่นสิ เอรินคงจะเคยยืนมองแผ่นดินธีร์ดีเรจากตรงนี้สินะราชินีรำพึงขึ้นมาในระหว่างที่ชาวธีร์ดีเรกำลังรบกับซาเกรดา โซล

พ่ะย่ะค่ะ พวกกระหม่อมติดตามรับใช้พระนางตลอดชั่วชีวิต เบลคบอกพวกเขา ยินดีนักที่ได้กลับมารับใช้องค์รัชทายาทเช่นนี้ ทรงเป็นนักรบที่หาญกล้าไม่ต่างจากราชินีเอรินเลยพ่ะย่ะค่ะ

ไม่หรอก...เราคงยังห่างจากเอรินหลายเท่านักแอชลีนน์รู้สึกแปลกๆ อยู่บ้างที่วิญญาณที่คงจะมีอายุมากกว่าเธอหลายร้อยปีเอ่ยอย่างนั้นเห็นว่าพระนางทรงนำทัพออกรบเองไม่ใช่หรือ เราไม่มีวันทำอย่างนั้นได้แน่

ถึงจะอยากทำได้ก็เถอะ...ราชินีนึกอยู่ในใจ

ท่านเบลคอย่าให้ท้ายฝ่าบาทแอชลีนน์นักเลยที่ปรึกษาหนุ่มพูดขึ้นบ้างพระองค์ยังทรงต้องฝึกฝนอีกมากนัก ที่บาดเจ็บในวันนี้ก็เห็นได้ชัดแล้ว

หญิงสาวทำหน้าง้ำกับคำพูดของอีกฝ่ายเรายินดีจะฝึกฝนเพิ่ม ท่านก็มาช่วยเราฝึกสิ

ดวงวิญญาณนักรบทำเสียงเหมือนจะ...หัวเราะเบาๆ?

ท่านมังกรดำ ขอบคุณที่ดูแลราชินีของพวกเรา ข้าเชื่อว่าท่านเหมาะสมแล้วที่จะปกป้องพระนาง

อาเมียร์เงียบไปครู่หนึ่งขอบคุณท่านที่เอ่ยชม

ฝ่าบาทเองก็ทรงระวังพระองค์ให้มากเถิดพ่ะย่ะค่ะ เบลคกล่าวต่อ พวกกระหม่อมประสงค์ที่จะปกป้องพระองค์อย่างสุดความสามารถ แต่ด้วยเป็นวิญญาณ ย่อมมีข้อจำกัดกว่ามนุษย์ที่มีเลือดเนื้ออยู่ดี

ไม่เป็นไร เราเองก็ต้องพยายามให้เต็มที่เหมือนกันหญิงสาวยิ้มตอบอีกฝ่ายเพื่อไม่ให้ราชินีเอรินและญาติทุกพระองค์ที่เรารักต้องผิดหวัง

กระหม่อมเข้าใจพ่ะย่ะค่ะ หัวหน้ากลุ่มวิญญาณตอบ พวกเราจะรักษาคำสาบานที่ได้ถวายต่อฝ่าบาทเอรินให้ได้

แอชลีนน์พยักหน้ารับ ก่อนที่อาเมียร์จะพูดขึ้น

จวนค่ำแล้ว เรารีบกลับเคนมาราเถอะ มาลิอาคงบ่นจะแย่แล้ว

อือราชินีพยักหน้าอีกครั้งและหันไปทางเบลคขอบคุณท่านเบลคมากนะ คงต้องฝากท่านปกป้องที่นี่ให้พวกเราด้วย...โดยเฉพาะจากทหารอีกฝ่าย

รับด้วยเกล้าพ่ะย่ะค่ะ ดวงวิญญาณคุกเข่าถวายบังคมแล้วจึงได้เลือนหายไป

หญิงสาวเลื่อนสายตามาทางเพื่อนร่วมทางที่ดูมีสีหน้าครุ่นคิดทำไมหรือ ทัมมุซ

ข้ากำลังคิดว่า ป้อมไคล์ดอร์คานี่น่าจะมีคุณค่ามากกว่าใช้เป็นที่เก็บเสบียง หากปรับปรุงซ่อมแซมอีกสักนิด ก็น่าจะใช้เป็นฐานที่มั่นของพวกเราในชอร์ซาได้ไม่ยาก

ฐานที่มั่น...งั้นหรือแอชลีนน์ทำเสียงสงสัย

พวกท่านเบลคคอยเฝ้าที่นี่ให้พวกเราอยู่แล้วนี่ แล้วอีกอย่าง เราคงจะใช้จวนของท่านเบเรคหรือสถานที่ไหนในเคนมาราเป็นที่ประชุมและที่พักของกำลังพลหลักตลอดไปไม่ได้ มันเล็กและอยู่ไกลเขตแดนของชอร์ซาเกินไปชายหนุ่มให้เหตุผลถ้าเป็นที่นี่ เรามีโรงม้า มีเรือนพักของพวกทหาร มีโถงชุมนุมพล มีห้องประชุม มีโกดังเก็บเสบียงและอาวุธ มีห้องพักให้นายกองและขุนนางผู้เกี่ยวข้องต่างๆ เราก็แค่ต้องตัดถางป่าโดยรอบ ทำสะพานชักใหม่ เปลี่ยนเส้นทางแม่น้ำให้เข้ามาที่คูรอบปราสาท แล้วจะได้ฐานที่มั่นบนเขาที่เป็นชัยภูมิที่ดีมากด้วย

อา...ว่าไปก็ใช่นะราชินีพยักหน้ารับพลางลูบคางฝากท่านเสนอท่านเบเรคก็แล้วกัน เพราะข้าไม่ควรจะมาที่นี่แต่แรกอยู่แล้ว

รับด้วยเกล้าพ่ะย่ะค่ะ ฝ่าบาทอาเมียร์ค้อมคำนับหญิงสาวด้วยรอยยิ้ม

 

เมื่อที่ปรึกษาของมณฑลขอเข้าพบตนที่เรือนรับรองในวันหลังจากเกิดเหตุปะทะที่หมู่บ้าน ชาลัวห์ก็เหมือนจะรู้ว่าอีกฝ่ายมาพบตนด้วยเหตุใด

จากนี้เจ้าห้ามพาราชินีไปไหนโดยที่ข้าไม่อนุญาตเด็ดขาด

ข้ารู้แล้ว…ข้าขอโทษชายหนุ่มตอบเสียงเจื่อน

ข้าไม่คิดเหมือนกันว่าเรื่องนี้จะเกิดขึ้น...เขาห้ามตนเองไม่ให้แก้ตัวออกไปทัน

เขาคิดตื้นเกินไปที่ยินยอมขี่ม้านำทางราชินีเข้าเขตแดนศัตรูจริงๆ นั่นละ

ไม่เป็นไรอาเมียร์รับเรียบๆเจ้าไม่รู้เรื่องแผนการรบนี่ ข้าก็รู้นิสัยของแอชดีว่าดื้อแค่ไหน คราวนี้นางปลอดภัยก็ดีที่สุดแล้ว

อือ…ชาลัวห์รับอย่างไม่รู้จะพูดอะไร เขาอดคิดไม่ได้ว่าหากตนไปที่หมู่บ้านกับราชินีในตอนนั้นจะช่วยพระองค์ได้มากกว่านี้หรือไม่ แต่ดูเหมือนการไปตามกำลังเสริมจากหน้าด่านจะเป็นทางเลือกที่ดีที่สุดแล้วในตอนนั้น...ถึงแม้ว่าหน่วยรบพิเศษจะควบคุมสถานการณ์ได้ก่อนพวกเขาไปถึงก็เถอะ

ทว่า...อย่างน้อยก็มีเรื่องหนึ่งที่เขาอยากพูดไม่ใช่หรือ

นี่...มีอะไรให้ข้าช่วยอีกไหมสุดท้ายเขาก็ตัดสินใจเอ่ยให้ทำงานใช้แรงเหมือนตอนอยู่ที่ชายแดนก็ได้

หือ?” อาเมียร์ทำเสียงรับอย่างแปลกใจ

คือ...ให้อยู่เฉยๆ แล้วข้ารู้สึกไม่ดีชาลัวห์บอกตามตรงถึงจะบอกว่าราชินีทรงอภัยโทษให้แล้ว อยู่สบายแบบนี้ข้าก็...รู้สึกผิดอยู่ดี แต่ข้าเข้าพบท่านเจ้ามณฑลไม่ได้ ข้า...ไม่กล้าสู้หน้าท่าน

ที่ปรึกษาหนุ่มเงียบไปครู่หนึ่งก่อนจะถามช้าๆสนใจไปช่วยซ่อมแซมปราสาทในป่าไคล์ดอร์คาไหมล่ะ

เขาเลิกคิ้วมองอีกฝ่ายปราสาทที่ไหนนะ

ปราสาทร้างในไคล์ดอร์คา ข้าไปสำรวจแล้ว พบว่าเหมาะจะบูรณะเป็นฐานที่มั่นหลักของพวกเรา

ชาลัวห์ค่อยๆ นึกตามก่อนจะถามอย่างลังเลแต่...ข้าได้ยินว่าที่นั่นมีผีสิง ชาวบ้านชอร์ซาแถวนั้นยังไม่กล้าเข้าไปเลย

ข้ามีเวทมนตร์ ไปดูแล้วก็ไม่เห็นจะมีอะไรอาเมียร์บอกเขาหน้าตาเฉยที่รกร้างกลางป่า มีสัตว์ป่าอาศัยส่งเสียงตอนกลางคืน คนจะลือกันไปก็ไม่แปลก แต่ถ้าแผ้วถางป่า ซ่อมแซมให้มีคนมาอาศัยอยู่กันคับคั่ง เรื่องแบบนี้ก็จะหายไปเอง

ชายหนุ่มเป็นฝ่ายเงียบไปบ้างเข้าใจละ ข้าจะไปช่วยทางนั้นดูแล้วกัน

และก็หวังว่าจะไม่เจออะไรที่ไม่อยากเจอละนะ...

 

ระหว่างที่แอชลีนน์พักฟื้นจากอาการบาดเจ็บที่ไหล่ (ซึ่งทุเลาลงรวดเร็วกว่าปกติเพราะได้พระมหาเถระลูเธียนช่วยรักษาอีกแรง) อาเมียร์ก็ได้รายงานเรื่องป้อมปราการร้างกลางป่าไคล์ดอร์คาต่อเจ้ามณฑล ทหารของยาร์ลาธเข้าไปขนเสบียงมาเก็บภายในเคนมาราได้อย่างราบรื่น ด้านชาวบ้านจากหมู่บ้านที่ถูกเลวอนโจมตีก็ได้ที่ตั้งถิ่นฐานใหม่ภายในเขตแดนของมณฑลยาร์ลาธ รวมถึงได้เสบียงอาหารทดแทนจากที่ถูกปล้นหรือทำลายเสียหายไป และกองทหารกับนายช่างของมณฑลก็เริ่มงานฟื้นฟูฐานที่มั่นเก่าของเอริน โดยคาดว่าจะเสร็จสิ้นก่อนต้นหน้าหนาว

องค์ราชินีตั้งชื่อปราสาทนั้นใหม่ว่า โดคาส หรือ ความหวัง แทนที่ไคล์ดอร์คาหรือป่ามืดมิด หลังจากปรับปรุงปราสาทแล้ว หน่วยรบเขี้ยวทมิฬรวมถึงนักรบบางส่วนของยาร์ลาธจะเข้าประจำการที่นั่น ครอบครัวของอาเมียร์ก็จะย้ายมาดูแลความเป็นอยู่ของกองทหาร ท่านเบเรคเองก็จะมีห้องพักไว้สำหรับมาพักอยู่ยามต้องประชุมหารือเป็นเวลานานเช่นกัน

ในเมื่อช่วงนี้บรรยากาศเหมือนจะสงบลงบ้าง (และตนถูกสั่งห้ามซ้อมอาวุธหรือขี่ม้าเด็ดขาดจนกว่าแผลจะหายดี) หญิงสาวจึงได้มีเวลาทำสิ่งที่ตนทำค้างไว้นาน ก่อนจะนัดอาเมียร์มาพบที่สวนของจวนในช่วงเย็นวันหนึ่งที่เขามีเวลาว่าง

มีอะไรหรือ แอชชายหนุ่มทักเธอเมื่อมาถึง

ข้ามีของจะให้ท่านน่ะแอชลีนน์ยิ้มขณะไพล่สองมือไว้ข้างหลัง

อาเมียร์เลิกคิ้วของอะไรกันหรือ

หลับตาก่อนสิ

ครั้นเขาทำตามคำบอก องค์ราชินีจึงได้ก้าวไปข้างหลังก่อนจะสวมสายสร้อยทองให้ที่หลังคอชายหนุ่ม

อะไรน่ะเขาถามก่อนจะเหลียวกลับมามองหญิงสาวที่ส่งยิ้มให้ แล้วช้อนจี้ล็อกเก็ตทองฉลุลวดลายเชือกเงื่อนเกี่ยวพันกันตามศิลปะมงคลของธีร์ดีเรขึ้นมาดู

เปิดดูข้างในสิแอชลีนน์บอกเขา

อาเมียร์กดที่สลักให้ฝาล็อกเก็ตเปิดออก เผยให้เห็นเส้นผมสีน้ำตาลอ่อนที่เธอบรรจงถักขดเป็นรูปดอกกุหลาบอยู่ข้างใน (อย่างพยายามให้เรียบร้อยสุดความสามารถ) เขานิ่งไปครู่หนึ่งก่อนจะถามนี่...ผมของเจ้าหรือ

ใช่ ข้าว่าจะทำให้แลกกับจี้ที่ท่านให้มา แต่ช้าไปเพราะช่วงก่อนหน้านี้มีเรื่องยุ่งๆ อยู่

ชายหนุ่มกลับเงยมองเธออย่างเคร่งขรึมไม่ใช่ว่าข้าไม่ดีใจที่เจ้ายินดีฝากของสำคัญขนาดนี้ไว้กับข้านะ แต่มันอาจทำให้เจ้าตกอยู่ในอันตรายก็ได้

เพราะเส้นผมมีวิญญาณส่วนหนึ่งของเจ้าของน่ะหรือหญิงสาวถาม ก่อนจะพูดต่อหลังจากที่เขาพยักหน้ารับท่านยังให้ผมของท่านกับข้าเลยนี่นา ไม่เป็นไรหรอก ข้ามั่นใจว่าท่านปกป้องตนเองและของสำคัญจากข้าได้ อีกอย่าง...ข้าอยากให้ท่านรู้ว่า...ข้าจะอยู่กับท่านเสมอ

อาเมียร์ยิ้มเจื่อนก่อนจะยกล็อกเก็ตนั้นขึ้นจูบ แล้วใส่มันเข้าไปในคอเสื้อข้าจะรักษามันยิ่งชีวิต

แอชลีนน์ยิ้มก่อนจะหันมองไปมาแล้วกระซิบท่านพอใช้เวทมนตร์พรางตาไม่ให้ใครเห็นเราสองคนสักครู่ได้ไหม

ชายหนุ่มเลิกคิ้วแต่ก็พยักหน้าได้สิ ทำไมหรือ

แค่ทำตามที่ข้าบอกก่อนเถอะหญิงสาวพองแก้มใส่อีกฝ่าย

เขายักไหล่ก่อนจะยกสองมือขึ้นเรียบร้อยแล้ว

ราชินีก้าวเข้ามาตรงหน้าชายคนรักก่อนจะใช้สองมือวางบนไหล่ของเขา เธอจูบเขาเบาๆ แล้วทำท่าจะรีบผละออกมา...แต่สองมือของชายหนุ่มกลับโอบรอบหลังของเธอจนไม่ทันได้ถอยเสียก่อน

ซนอาเมียร์สบตากับหญิงสาวเหมือนเหนื่อยใจ ขณะที่แอชลีนน์กะพริบตาปริบและหน้าร้อนผ่าวกับท่าทางไม่คาดฝันของอีกฝ่าย

ละ...แล้วท่านกอดข้าไว้ทำไมเธอถามตะกุกตะกัก

ชายหนุ่มกลับโน้มลงจูบหญิงสาวอย่างนุ่มนวลและเนิบช้ากว่าเมื่อครู่ ก่อนจะค่อยๆ ปล่อยมือจากร่างของเธอข้าจะคลายมนตร์พรางตาแล้ว ของแบบนี้ใช้ออกนอกลู่นอกทางบ่อยๆ ไม่ได้นะ

อือ…แอชลีนน์ทำเสียงรับแม้จะเสียดายอยู่บ้างไม่เป็นไรหรอก ไว้ถึงวันไหนที่กอดท่านได้แบบไม่ต้องหลบๆ ซ่อนๆ ข้าจะกอดติดท่านเป็นลูกลิง ไม่ให้ห่างไปไหนได้เลย

อาเมียร์ส่ายหน้าและหัวเราะเบาๆ แล้วจึงบอกให้เธอกลับเข้าไปในจวนเพราะท้องฟ้าเริ่มมืดค่ำเต็มที 


- 3 -

 

การบูรณะปราสาทโดคาสเสร็จสิ้นโดยดีตามกำหนดเวลา ไม่ช้าแอชลีนน์ก็ได้ย้ายเข้ามาอยู่ที่นั่นพร้อมกับกองกำลังรวมถึงหน่วยเขี้ยวทมิฬตามที่คาดไว้ อีกทั้งยังมีขุนนางผู้เกี่ยวข้อง ช่างฝีมือโดยเฉพาะช่างทำอาวุธ หมออย่างซานา พระมหาเถระลูเธียนที่มาอยู่ประจำโรงสวดภาวนาเล็กๆ อย่างนักบวชธรรมดาคนหนึ่ง มาลิอาที่บอกว่าอยากมาเปลี่ยนบรรยากาศ และครอบครัวผู้ติดตามพวกเขามาสมทบด้วยจนมีประชากรเท่ากับเมืองย่อมๆ

และไม่ช้า พวกเขาก็ได้ฉลองซาวอิน เทศกาลเปลี่ยนฤดูกาลจากใบไม้ร่วงสู่ฤดูหนาวที่นั่น

เย็นย่ำในลานโล่งกลางกำแพงปราสาท กองไฟขนาดใหญ่ถูกจุดขึ้นเพื่อก่อไฟศักดิ์สิทธิ์สำหรับตามตะเกียงและไต้ที่จะใช้ต่อไปในปราสาทหรืออาคารบ้านเรือน ปศุสัตว์ที่ถูกล้มเป็นเครื่องสังเวยให้เหล่าวิญญาณตามธรรมเนียมถูกนำมาประกอบอาหารเลี้ยงคนในปราสาทโดยไม่มีแบ่งแยกชนชั้น แน่นอนว่าหัวหน้าครัวย่อมเป็นใครไปไม่ได้นอกจากท่านสิมาซึ่งมีลีชากับเหล่าภรรยาและลูกสาวของทหารหรือช่างในปราสาทมาช่วยกันร่วมปรุงและแจกจ่าย คนในปราสาทต่างมาร่วมกินอาหารจำพวกเนื้อย่าง พายและขนมปังอบใหม่จากข้าวที่เก็บเกี่ยวได้ในปีนั้น รวมถึงดื่มสุราหมักจากข้าวหรือผลไม้อย่างรื่นเริง พวกเด็กๆ ที่เมื่อครู่เพิ่งวิ่งเล่นเจี๊ยวจ๊าวกันมานั่งออดูรูอาร์คที่ใช้หัวฟักทองครอบเทียนไขทำเป็นโคมหุ่นมือเล่านิทานประกอบเทศกาลอย่างสนใจ ส่วนคนกลุ่มหนึ่งกำลังปรบมือพลางมองมาลิอาร่ายรำอย่างครื้นเครง

แอชลีนน์ยืนมองพวกเขาอยู่ไม่ห่างจากกองไฟ เชื่อกันว่าซาวอินเป็นคืนที่ดวงวิญญาณในโลกอีกฝั่งสามารถกลับคืนมาเยี่ยมโลกมนุษย์ เมื่อครู่เธอจึงเพิ่งทำพิธีถวายเครื่องเซ่นสรวงให้แก่ดวงพระวิญญาณของบรรพกษัตริย์ เสด็จพ่อ เสด็จแม่ และเสด็จพี่ไอลีช รวมถึงมอบให้แก่เฟย์ลิม นักรบราชองครักษ์ที่ต่อสู้เพื่อธีร์ดีเรกับเธอ ตลอดจนกลุ่มนักรบวิญญาณของเบลคบนโต๊ะพิธีภายในห้องโถงใหญ่ของปราสาท และแม้องค์ราชินีจะไม่อาจเห็นวิญญาณของอีกฝ่ายเต็มตา ก็ยังรู้สึกเหมือนว่าเหล่าวิญญาณที่ปราสาทแห่งนี้กำลังรื่นเริงตามบรรยากาศในเทศกาลไม่น้อย

โดคาสคงจะเป็นบ้านของเธอไปอีกสักพัก...สักปี หรือสองปี...ไม่มีใครบอกได้ว่าการรบจะสิ้นสุดลงเมื่อใด แต่การได้อยู่ท่ามกลางผู้คนที่รักและใช้ชีวิตกันอย่างรื่นเริงก็ทำให้รู้สึกอบอุ่นในใจอย่างประหลาด

คงเป็นเพราะภาพที่เห็นบ่งบอกว่าเธอไม่ได้อยู่เพียงลำพังกระมัง

แม้อาเมียร์จะไม่อาจมาอยู่ข้างกายบ่อยนัก ท่ามกลางฝูงชนอย่างนี้ เธอก็เห็นเขาอยู่กับพวกโทมาและนักรบหน่วยเขี้ยวทมิฬคนอื่นๆ ท่านเบเรคเองก็ยืนถือถ้วยเหล้ายืนพูดคุยกับท่านซิอ์บุล คงไม่ใช่เรื่องงานเพราะสีหน้าของเจ้ามณฑลดูยิ้มน้อยๆ เหมือนอารมณ์ดี ด้านเกล พรานใบ้อัสลานก็นั่งฉีกน่องแกะย่างแบ่งกับลูกครึ่งหมาป่าควินไปเงียบๆ ขณะที่เบอร์นาร์ด คาวานกับชาลัวห์นั่งกินอาหารอยู่ด้วยกันบนลานหญ้าราวกับไม่ใช่ชนชั้นขุนนาง

ดีจริงที่เทศกาลนี้มีความหมายมากกว่าครั้งอื่นๆ ในชีวิตของเธอ แม้จะมีสงครามรออยู่เบื้องหน้า สถานการณ์ของยาร์ลาธกับทาราก็ดูเหมือนจะกำลังสงบศึกชั่วคราวอยู่กลายๆ ตามธรรมเนียม แม้จะน่าเสียดายที่พวกเขาไม่อาจออกมาเจรจากันได้ก็ตาม

บางที อาจสายเกินกว่าจะคาดหมายให้เจรจาแล้วด้วยซ้ำนี่นา...

แอชลีนน์แกว่งแขนที่ยังคงรู้สึกแปลบๆ ติดๆ ตรงไหล่ขวาซึ่งเพิ่งหายบาดเจ็บได้ไม่นาน ก่อนที่เธอจะเดินไปหาของกินจากกลุ่มแม่บ้านและสาวๆ ที่กำลังตักแจกจ่ายให้สมาชิกปราสาท ด้วยสภาพผมตัดสั้นกับเสื้อผ้าอย่างผู้ชายที่เธอนิยมสวม คนส่วนมากจึงไม่รู้ว่าเด็กหนุ่มที่วนเวียนไปมาในปราสาทคือองค์ราชินี ซึ่งเป็นเรื่องดีแล้วเพราะพวกเขาปฏิบัติต่อเธออย่างเป็นธรรมชาติ เป็นมิตรและไม่เกร็งจนเกิดกำแพงกั้นระหว่างกัน

แอช รับพายเนื้อสักหน่อยไหมจ๊ะท่านสิมาที่มีอาซิซสะพายติดหลังยิ้มให้หญิงสาว

ขอชิ้นหนึ่งขอรับ แล้วก็ขอมันฝรั่งบดกับน้ำเกรวี่ด้วยนะขอรับ น่ากินมากเลยราชินีในคราบสามัญชนตอบไปด้วยรอยยิ้มเช่นกัน

ได้จ้ะ แต่อย่ากินให้อิ่มไปนะ ยังมีพุดดิ้งเอรีเป็นของหวานด้วยหญิงสาวบอกก่อนจะรับจานดินเผาที่ลีชาตักส่งมาให้

แอชลีนน์ขอบคุณพวกเขาก่อนจะเดินถือจานไปหาที่นั่งบนลานหญ้าที่ห่างออกไป ท้องฟ้ามืดลงเป็นสีเหมือนย้อมครามเข้ม ประดับด้วยดวงดาวได้ห้าหกดวงแล้วขณะที่เธอค่อยๆ ละเลียดอาหารของตนช้าๆ จนกระทั่งมีใครคนหนึ่งถือจานใส่อาหารมานั่งข้างกัน

หญิงสาวอมยิ้มให้เขาเราอยู่กันแบบนี้ได้หรือ

ก็ไม่ค่อยมีใครสนใจนี่อาเมียร์ยักไหล่และใช้มือหยิบเนื้อย่างเข้าปากเทศกาลแบบนี้ ใครๆ ก็อยากฉลองกับคนสำคัญของเขาทั้งนั้น

ท่านลองพายเนื้อสับหรือยัง อร่อยนะแอชลีนน์คะยั้นคะยอและบิพายเข้าปากอีกชิ้น

ยังเลย ตอนข้าไปมันหมดพอดี เขากำลังอบพายชุดใหม่กัน

งั้นแบ่งไปสิหญิงสาวฉีกแบ่งพายของตน ทีแรกเธอตั้งใจจะวางมันลงบนจานของอีกฝ่าย แต่แล้วก็ตัดสินใจเอื้อมขึ้นป้อนให้เขาแทน

อาเมียร์อ้าปากรับพายชิ้นนั้นไปเคี้ยวกลืนก่อนจะพูดตอบอร่อยจริงเสียด้วย

ข้าไม่เคยเจออะไรที่แม่ของท่านทำไม่อร่อยเลยแอชลีนน์หัวเราะเบาๆ

ขนาดไม่ใช่อาหารบ้านเกิดของท่านแม่นะ

ที่จริง...ไม่ใช่ของในวังเหมือนกันราชินีตอบเนื้อสับมันมาจากเศษเนื้อที่เหลือจากเนื้อชิ้นใหญ่ใช่ไหมล่ะ แล้วตัวพายนี่ก็เป็นมันฝรั่ง ของที่พวกชาวไร่ปลูกกินกันตายมากกว่า

แต่เจ้าก็กินได้นี่

อร่อยกว่าอาหารในวังที่ข้ากินอยู่คนเดียวมาหลายปีเสียอีกเธอบอกก่อนจะหยิบก้อนมันฝรั่งบดชุบน้ำเกรวี่ให้อีกฝ่ายข้ายังจำได้ว่า...โคลแคนนันที่บ้านท่าน อร่อยที่สุดตั้งแต่ที่ข้าเคยกินเมื่อสามปีก่อนหน้านั้นด้วย

ก่อนหน้า...เรื่องที่เกิดขึ้นกับครอบครัวเจ้าสินะเขากระซิบ

อือ…หญิงสาวรับเลื่อนลอยก่อนจะเงียบไปครู่ใหญ่ กระทั่งชายหนุ่มเป็นคนพูดขึ้นมาก่อน

ขอโทษนะ ข้าไม่ควรพูดเรื่องนั้นเลย

ไม่เป็นไร มันผ่านไปแล้ว นี่สี่ปีแล้ว ข้าก็พอจะทำใจได้บ้าง อีกอย่าง...ตอนนี้ข้าไม่ได้อยู่ตัวคนเดียวแล้วนี่นาแอชลีนน์ส่ายหน้าด้วยรอยยิ้มแม้นัยน์ตาจะเริ่มปริ่มน้ำข้ามีท่าน มีครอบครัวของท่าน มีรูอาร์ค มีท่านเบเรค มีชาวธีร์ดีเรอีกมากมายอยู่รอบกาย มีกระทั่งพวกท่านเบลคด้วย

ฮื่ออาเมียร์รับก่อนจะหยิบเนื้อส่วนหนึ่งบนจานเขามาวางบนจานของเธอข้าจำได้ว่าเจ้าชอบเนื้อส่วนนี้

อ๊ะ ขอบคุณเธอยิ่งยิ้มกว้างขึ้นก่อนจะหยิบเนื้อชิ้นนั้นมาละเลียดว่าแต่ไม่กลัวข้าอ้วนหรือไง

ไม่ปล่อยให้อ้วนหรอก ถ้าเห็นว่าจะอ้วน ข้าจะให้เจ้าฝึกหนักกว่าเดิม

แอชลีนน์หัวเราะเบาๆไม่กลัวข้าเป็นหญิงมีกล้ามโตเหมือนผู้ชาย?”

กล้ามคนเราไม่ได้ขึ้นง่ายดายขนาดนั้น

เอ้า ก็ได้ ข้ายอมแพ้ละหญิงสาวกินจนหมดแล้วจึงได้วางจานและปัดเศษอาหารจากนิ้วแต่ท่านก็ห้ามอ้วนเหมือนกันนะ

กินอยู่แบบท่านพ่อข้านี่ไม่น่าจะอ้วนได้เลยนะ

งั้นก็ดีแล้วละแอชลีนน์มองไปยังกองไฟอีกครู่ก่อนจะเงียบไป และสะกิดแขนชายหนุ่มทัมมุซ ท่านดูนั่นสิ

หือ...มีอะไรหรือ

นั่น...รูอาร์คกับลีชาใช่ไหมเธอพยักพเยิดไปทางเงาคู่หนึ่งที่เต้นรำอยู่เบื้องหน้ากองไฟ...ท่ามกลางเงาของคู่เต้นรำอื่นๆ

อาเมียร์ชะโงกดูตามสายตาของเธอก่อนจะพึมพำดูเหมือนจะใช่…

หลังจากที่เจ้ากระรอกแดงกลับจากชอร์ซา แอชลีนน์ก็ได้รู้ว่าเขาพาลูกชายของลีชากลับมาด้วยและรับเป็นพ่อบุญธรรมของเด็กคนนั้น ดูเหมือนหลังจากนั้นความสัมพันธ์ระหว่างทั้งสองจะดีขึ้นมากเกินคำว่าเพื่อน แต่ด้วยความที่ราชินีไม่ได้สนิทกับหญิงสาวและไม่ค่อยได้พบกัน เธอจึงไม่อยากละลาบละล้วงถามอีกฝ่าย และไม่อยากถามรูอาร์คที่มีแนวโน้มจะตอบเข้าข้างตัวเองขึ้นไปอีกขั้นเสียด้วย

พวกเขาเป็นคนรักกันแล้วหรือเธอเลยถามคนข้างกายแทน

ข้าก็ไม่รู้ แต่คงใช่...กระมังชายหนุ่มตอบขณะที่มองต่อไปเช่นเดียวกับแอชลีนน์ ดูเหมือนชายผมแดงจะกำลังสอนหญิงสาวเต้นรำอย่างเก้กัง

ไม่ช้า พวกเขาก็เห็นโทมาจูงมือซานาไปหน้ากองไฟเช่นกัน หมอสาวที่ตัวเล็กอยู่แล้วเป็นทุนเดิมยิ่งดูเตี้ยลงไปอีกถนัดใจเมื่อยืนอยู่เบื้องหน้านักรบหนุ่มร่างสูงอย่างอีกฝ่าย

แปลกดี แอชลีนน์ไม่คิดว่าคนอย่างหมอหญิงซานาจะชอบเต้นรำในงานเทศกาลอย่างนี้เสียด้วย...แต่คำพูดต่อมาของชายที่อยู่กับเธอกลับทำให้หญิงสาวแปลกใจยิ่งกว่า

อยากเต้นรำด้วยกันไหม แอช

เอ๋…หญิงสาวกะพริบตาและหันไปสบตากับเขา เธอไม่ได้หูฝาดไปใช่ไหมท่านว่าอะไรนะ

อาเมียร์ยิ้มให้เธอไปเต้นรำด้วยกันไหม

ตะ...แต่ข้าแต่งชุดผู้ชายอยู่นะ คนอื่นเห็นผู้ชายสองคนเต้นรำกันจะไม่ดูแปลกๆ หรือแอชลีนน์รีบแย้ง

ข้าไม่คิดอะไร แต่ถ้าเจ้ากลัวคนอื่นมอง ก็ไปเปลี่ยนชุดเป็นผู้หญิงสวมช้องผมก่อนก็ได้ ยังมีเวลานี่นาชายหนุ่มเสนอหรือจะให้ข้าใช้เวทมนตร์พรางตัวเราสองคนไว้ก็ได้นะ

เวทมนตร์...กลัวว่าใช้แล้วจะมีคนมาชนมนุษย์ล่องหนทั้งสองคนจนวุ่นวายน่ะสิ หญิงสาวนิ่งคิดไปครู่หนึ่งก่อนจะพยักหน้าและจับมืออีกฝ่ายแต่ท่านต้องขึ้นไปรอข้าแต่งตัวนะ

อือเขารับคำก่อนจะลุกขึ้นพร้อมกับเธอและจับมือเธอไว้

แอชลีนน์เดินไปกับเขาพลางยิ้มขณะนึกถึงเทศกาลลูคนาซัธที่ผ่านมา เทศกาลที่เธอขอเต้นรำกับเขา และเวลานี้ก็เป็นเขาที่ขอเต้นรำกับเธอเอง

หวังว่าเวลาแห่งความสุขเช่นนี้จะคงอยู่ไปนานๆ ...แม้ท่ามกลางยามสงครามก็ตาม

 

แม้ในคืนซาวอิน ราชาดูลัสก็อยู่ในห้องบรรทมของตนเพียงลำพัง

เมื่อช่วงกลางวัน เขากับราชินีทำหน้าที่ถวายเครื่องสังเวยตามธรรมเนียมแล้ว ซาวอินไม่ใช่เทศกาลรื่นเริงอย่างลูคนาซัธ แม้ตามประวัติศาสตร์ที่ผ่านมาจะเป็นช่วงสงบศึกและอาจมีการจัดแข่งกรีฑาขี่ม้าระหว่างเผ่าหรือมณฑลต่างๆ บ้าง ดังนั้นในคืนนี้เขาจึงจัดการการงานของตนต่อไปตามปรกติ

เขาต้องการสายที่จะเข้าไปดูในปราสาทโดคาส ฐานที่มั่นใหม่ที่พวกมังกรน้ำนำป้อมร้างในไคล์ดอร์คามาขัดสีฉวีฉวรรณเสียใหม่ อย่างน้อยช่วงฤดูหนาวก็เป็นเวลาที่ต่างฝ่ายต้องพักผ่อนตามสภาพอากาศที่ไม่เอื้ออำนวยต่อการรบ และพยายามใช้เสบียงให้น้อยที่สุดเพื่อรอคอยหน้าเพาะปลูกต่อไป

สาย...ก็ใช่จะเป็นไปไม่ได้ละนะเสียงของนักบวชชราดังขึ้นจากข้างหลัง

ราชาหนุ่มไม่สะดุ้งตกใจอีกต่อไป เขาเริ่มชินกับการมาแบบไม่ให้สุ้มเสียงของอีกฝ่ายขึ้นมาแล้วเช่นนั้นก็ไปจัดการให้ข้า ข้าอยากได้แผนที่ปราสาทนั้นอย่างละเอียด จำนวนกำลังพล และรายชื่อขุนนางที่ติดตามองค์หญิงไปที่นั่นด้วย

ดูลัสหันกลับไปทางร่างของมาดาย ซึ่งค้อมศีรษะน้อยๆ ให้เขา

ได้ ขอเวลาข้าสักสัปดาห์หนึ่ง แต่แม้จะได้ข้อมูลเหล่านั้นมา ปราสาทหลังนั้นก็มีผู้คุ้มครองที่ท่านยากจะชิงชัยได้โดยง่าย ดังเช่นที่ข้าบอกก่อนหน้านี้...เราต้องรอเวลาต่อไป

ชายหนุ่มหรี่ตาลงขอให้เป็นเช่นที่เจ้าพูด

เขาเลื่อนกองเอกสารที่เกี่ยวข้องกับสายในยาร์ลาธออกไป ก่อนจะอ่านงานชิ้นอื่นอย่างไม่สนใจ ด้วยรู้ว่าพอหมดธุระ อีกฝ่ายก็จะจากไปโดยไม่ร่ำลาเอง

ทว่า...พระเถระยังคงอยู่ต่อไป

ฝ่าบาทดูลัส ในคืนพิเศษเช่นนี้ ใจคอท่านยังไม่คิดจะทำอะไรนอกจากโหมงานอีกหรือเสียงของชายชราแฝงแววขบขัน

ก็แล้วจะให้เขาทำอะไรล่ะ...ชายหนุ่มหันกลับไปมองร่างที่ยืนพิงผนังด้วยสายตาขุ่นมัวจะให้ข้าติดต่อกับภูตผีสางพรายที่ไหนกันหรือไง

มิได้อีกฝ่ายกลับส่ายหน้ายิ้มๆ ก่อนจะเอ่ยต่อเขาเล่ากันว่า หากมีเด็กเกิดในครรภ์ของสตรีในคืนซาวอินจะเป็นลางดีไม่ใช่หรือมาดายพยักเพยิดไปทางประตูห้องนอนของราชินีในเมื่อท่านรู้แล้วว่านางมีสิทธิ์ในบัลลังก์เช่นกัน มีโอรสกับนางก็เป็นหลักประกันที่ดีนี่นา

ดูลัสขมวดคิ้วอย่างโกรธเคืองไม่ ข้าจะไม่ยุ่งเกี่ยวกับนางเป็นอันขาด

พระเถระเลิกคิ้วเพราะอะไรกัน เพราะท่านไม่ได้รักนางน่ะหรือ

เจ้าอ่านใจข้าได้ทะลุปรุโปร่ง ไม่เห็นต้องถามชายหนุ่มตอบเสียงเย็นก่อนจะหันกลับมาทางโต๊ะอักษรอีกครั้งหมดธุระแล้วก็ไปเสีย

ดูเหมือนว่ามาดายจะทำตามที่เขาบอก...ทว่าไม่วายทิ้งเสียงหัวเราะไล่หลังใส่เขาราวกับขบขันเสียเต็มประดา

 

- 4 - 


หิมะที่โปรยปรายจากฟ้าสีเทาเบื้องนอกหน้าต่างห้องบรรทมยิ่งทำให้เคียรารู้สึกหดหู่ไปกว่าเดิม

แม่ของเธอเสียชีวิตในฤดูหนาวในปีที่เคียราอายุสิบสอง ท่านหายตัวไปหนึ่งวันก่อนที่ศพจะถูกพบในบึงน้ำใกล้บ้านที่ทั้งสองอาศัยอยู่ ในเสื้อผ้ามีก้อนหินถ่วงไว้เต็มราวกับไม่ต้องการที่จะให้ร่างลอยขึ้นมาได้อีก

เด็กหญิงพบว่าแม่ทิ้งจดหมายไว้บนหมอนเพียงฉบับเดียว มันจ่าหน้าถึงท่านพ่อ แต่เธอก็ถือวิสาสะแกะออกดูก่อนด้วยความไม่เข้าใจและต้องการตัดพ้อ จึงได้พบว่าแม่เขียนขอพระราชทานอภัยโทษต่อองค์เหนือหัวและราชินี ขอโทษเคียรากับท่านพ่อ และ…ท่านแม่ทัพคาฮาล...สามีที่สมรสกันอย่างถูกต้องตามธรรมเนียม

ท่านพ่อเดินทางจากเมืองหลวงมาทำศพแม่เพียงลำพัง ไร้ญาติมิตรคนอื่น ร่างของแม่ถูกฝังในสุสานของโบสถ์ในหมู่บ้านที่ทั้งสองอาศัยอยู่ในยามเช้าของวันหิมะโปรย จากนั้นท่านพ่อจึงได้พูดคุยกับเด็กหญิงอย่างจริงจังว่าความเป็นมาเบื้องหลังจดหมายนั้นเป็นอย่างไร

เป็นครั้งแรกที่เคียราได้รู้ว่าแม่เป็นภรรยาของแม่ทัพใหญ่ของอาณาจักร และเป็นนางกำนัลของราชินีบริอาเนีย พี่สาวของท่านพ่อ กำเนิดของเด็กหญิงคือความผิดพลาดที่ไม่ควรเกิดระหว่างท่านพ่อกับท่านแม่ และเป็นสิ่งที่ทั้งสองต้องรับผิดชอบร่วมกัน

ท่านพ่อพยายามย้ำว่าเรื่องที่เกิดขึ้นไม่ใช่ความผิดของเคียรา แต่เด็กหญิงก็ยังรู้สึกได้ว่าตนเองเป็นส่วนเกินที่ทำให้ชีวิตของแม่ต้องย่อยยับ จากหญิงในตระกูลขุนนางและมีฐานะในวังกลับต้องหลบเร้นมาใช้ชีวิตในชนบทเพื่อดูแลลูกนอกสมรสอย่างเธอ ส่วนชื่อเสียงของท่านพ่อก็เสื่อมเสีย ภรรยาที่ถูกต้องของท่านพ่อและพี่น้องคนอื่นที่เคียราไม่เคยพบหรือรู้จักก็คงจะโกรธแค้นท่านแม่กับเธอไม่น้อย

บางครั้งหญิงสาวจึงไม่รู้ด้วยซ้ำว่าเธอถือกำเนิดมาทำไม เหตุใดพ่อแม่จึงอนุญาตให้เธอเกิดมาแทนที่จะทำลายทิ้งเสียก่อน

แม้หลังจากได้เข้าวังมาฝึกหัดเป็นนางกำนัลภายใต้การดูแลขององค์ราชินีบริอาเนีย เคียราก็ยังกังขา เธอมองออกจากท่าทางว่าคุณท้าวทราซา พระนมของเจ้าหญิงแอชลีนน์ไม่ชอบเธอนัก ถึงแม้ว่าองค์ราชากับองค์ราชินีจะทรงเอ็นดูเธออย่างเหลือเชื่อก็ตาม

เป็นบุญคุณของทั้งสองพระองค์ และความไม่ถือองค์ของเจ้าชายไอลีชและเจ้าหญิงแอชลีนน์นี่เองที่ทำให้หญิงสาวรู้สึกเหมือนชีวิตของตนกลับมีความหมายขึ้นมา

และ...การมีท่านดูลัสอยู่ใกล้ๆ

นางกำนัลสาวไม่รู้ว่าเขารู้ชาติกำเนิดของเธอหรือไม่ แต่ด้วยความที่ราชองครักษ์หนุ่มปฏิบัติต่อเธออย่างสุภาพบุรุษมาโดยตลอด เธอจึงอดไม่ได้ที่จะชื่นชม...กระทั่งบังเกิดเป็นความรู้สึกพิเศษ

แต่ต่อมา เธอบังเอิญล่วงรู้ว่าฝ่าบาททั้งสองทรงมีพระประสงค์ให้เขาแต่งงานกับเธอ แต่ท่านเข้ามณฑลอุลทูร์ผู้เป็นบิดาของเขาได้ปฏิเสธไปเสียแล้ว

นั่นสินะ...ลูกนอกสมรสอย่างเธอจะหวังสูงได้อย่างไรกัน หญิงสาวได้แต่เก็บเรื่องนี้ไว้กับตนอย่างเงียบงัน และหวังว่าชายที่เธอมีใจให้จะได้พบหญิงที่ทำให้เขามีความสุขเท่านั้น

และราวกับโอกาสนั้นมาในหายนะอันใหญ่หลวงที่สุด เพราะหากไม่มีเหตุลอบปลงพระชนม์ ท่านดูลัสย่อมไม่มีโอกาสเอื้อมถึงเจ้าหญิงแอชลีนน์

แต่นั่นเป็นแผนการร้ายที่เจ้ามณฑลอุลทูร์วางไว้ และเขาเองก็รับรู้จริงหรือ…

ความเจ็บแปลบที่ปลายนิ้วทำให้หญิงสาวสะดุ้งและก้มลงมองสะดึงปักผ้าเบื้องหน้า

ยังดีที่หยดเลือดจากปลายนิ้วไม่ได้เปื้อนผืนผ้า เคียราถอนหายใจและหยิบผ้าเช็ดหน้าขึ้นมากดแผลเพื่อห้ามเลือดของตน

สายตาล้าอย่างนี้ เธอควรจะเปลี่ยนไปทำอย่างอื่นเสียบ้าง

นี่ก็ใกล้เวลาพระกระยาหารเที่ยงแล้ว...ไปดูที่ห้องเครื่องดีไหมนะว่าเตรียมการไปถึงไหนแล้ว

เคียราวางสะดึงและเข็มลงบนโต๊ะเครื่องแป้งก่อนจะลุกขึ้นยืน แต่แล้ว...เธอกลับรู้สึกเหมือนรอบด้านหมุนคว้างจนสติวิงเวียนวูบไป

 

เมื่อนางกำนัลมาแจ้งว่าราชินีแอชลีนน์ทรงพระประชวรพระวาโยหรือเป็นลมล้มลงไป ราชาดูลัสจึงจำต้องไปเยี่ยมดูอาการที่ห้องบรรทมของราชินีอย่างเสียมิได้ ด้วยไม่ต้องการให้คนรอบข้างเห็นว่าทั้งสองห่างเหินต่อกันจนเกินไป

และเขาจึงได้มาเห็นหญิงสาวที่นอนอยู่บนเตียงกว้างในห้องนั้น สีหน้าของเธอซีดเผือด ริมฝีปากแตกระแหง ดูซูบผอมลงจากเดิมมากเมื่อชายหนุ่มเพิ่งได้มาเห็นในระยะใกล้กว่าทุกครั้ง สายตาเลื่อนลอยแฝงแววระทมทุกข์ คล้ายกับที่เขาเคยจำได้จากเจ้าหญิงแอชลีนน์ในวัยสิบสามชันษา ยามเซื่องซึมจากฤทธิ์ยาที่หมอหลวงถวายเพื่อให้เจ้าหญิงน้อยทรงสงบลง

นี่เธอดูป่วยหนักขนาดนี้เชียวหรือ...ชายหนุ่มคิด แต่ก็อดรู้สึกไม่ได้ว่าอีกฝ่ายควรจะดูแลตนเองให้ดีกว่านี้ในทีแรก ในเมื่อเขาเองใช่จะสามารถดูแลเธอได้ตลอดเวลา

หมอหญิงถอนสายบัวถวายบังคมราชาหนุ่มที่นั่งลงบนเก้าอี้ข้างเตียง ก่อนจะรายงานต่อเขาพระราชินีทรงประชวรพระวาโย และทรงเบื่อพระกระยาหารเพคะ หม่อมฉันจะจัดพระโอสถบำรุงให้

ก็คงจะเป็นไข้ตามฤดูกาลธรรมดา...ดูลัสคิดอย่างไม่สนใจนัก เขามีเรื่องให้ดูแลมากกว่าความเป็นอยู่ของราชินีตัวปลอมหรือมิใช่ ถ้อยคำที่ตอบไปจึงมีเพียงตามธรรมเนียมขอบใจท่านหมอมาก

อีกฝ่ายยังคงเหลือบมององค์ราชา สลับกับนางกำนัลที่ยืนเฝ้าอยู่ห่างออกไปอีกสักระยะ ก่อนจะเอ่ยต่อด้วยเสียงที่เบาลงฝ่าบาท...หม่อมฉันขอพระราชทานอนุญาตเสนอการวินิจฉัยเพคะ เวลานี้ยังไม่แน่นอนนัก แต่ว่า…

ชายหนุ่มขมวดคิ้วรับคำพูดนั้นแต่ว่าอะไรรึ

หมอหญิงสูดลมหายใจลึกพระราชินีทรงวิงเวียนบ่อยครั้ง เสวยพระกระยาหารได้ไม่มากนักก็มักทรงพระอาเจียน อีกทั้งนางกำนัลรายงานว่า...พระอุหลบหรือรอบเดือนของพระนาง...ขาดไปราวสองเดือนกว่าแล้ว หาก...เป็นเช่นที่คิด ก็นับเป็นข่าวดีเพคะ

ดูลัสห้ามความรู้สึกทั้งมวลไม่ให้แสดงออกทางสีหน้าและแววตา แม้เขาจะเดานัยแฝงของถ้อยคำเหล่านั้นได้จนร้อนอื้ออึงไปทั้งศีรษะ

ข่าวดีอะไรกัน...ในเมื่อเขาไม่เคย...และไม่คิดจะแตะต้องเธอแม้สักนิด!

แต่พระวรกายของพระนางในตอนนี้อ่อนแอมาก จำเป็นต้องบำรุงและให้พระนางทรงพักผ่อนให้เต็มที่ พระราชบุตรจะได้แข็งแรงดีอีกฝ่ายรายงานต่อหม่อมฉันจะดูแลให้สุดความสามารถเพคะ

เข้าใจแล้ว ขอบใจท่านหมอมากชายหนุ่มบังคับตนเองให้ยิ้มน้อยๆ ...หน้าที่บนบัลลังก์ช่วยฝึกยิ้มการเมืองให้เขาได้ดีจนเกินพอฝากดูแลองค์ราชินีด้วย เราติดภารกิจหลายอย่าง คงจะไม่ได้มีเวลามาดูแลพระนางมากนัก

หามิได้ เป็นหน้าที่ของหม่อมฉันอยู่แล้วเพคะหมอหญิงค้อมคำนับองค์ราชาอีกครั้ง

เราดีใจที่ได้ยินเช่นนั้น ว่าแต่…เรื่องนี้อย่าเพิ่งให้แพร่งพรายออกไปเถอะนะ เราอยากรอดูให้แน่ใจเสียก่อน

ได้เพคะ หม่อมฉันจะทำตามพระประสงค์อีกฝ่ายรับอย่างว่าง่าย

ขอบใจ เราขอเวลาอยู่กับองค์ราชินีตามลำพังได้ไหมดูลัสถามด้วยเสียงที่บังคับให้ฟังรื่นรมย์

ทั้งหมอหญิงและนางกำนัลยิ้มตอบน้อยๆ จากนั้นทั้งสองจึงได้ถอนสายบัวให้องค์ราชาและออกไปจากห้องอย่างเงียบๆ

เหลือเพียงหญิงสาวบนเตียง และชายหนุ่มบนเก้าอี้ข้างเตียงในความเงียบงัน ราวกับไม่แน่ใจว่าใครควรจะเอ่ยทำลายความเงียบขึ้นมาก่อน

สุดท้ายจึงเป็นดูลัส ถ้อยคำหนักและสั้นราวกับคำรามในคอขณะที่สองมือของเขากำแน่น

“ ‘มันเป็นใคร

เคียรายกมือขึ้นปาดน้ำตาโดยไม่หันมามองเขา หากไม่ติดว่าเขาไม่ต้องการแม้แต่จะสัมผัสเธอแค่ปลายก้อย ชายหนุ่มคงจะดึงข้อมือผอมบางมาบีบรอบขู่เข็ญไปแล้ว

บีบน้ำตาไปก็ช่วยอะไรไม่ได้ ข้าไม่เคยหลับนอนกับเจ้า แล้วเจ้าจะท้องขึ้นมาได้อย่างไร

หญิงสาวสะอื้น เธอยกสองมือปิดหน้าและพูดเสียงสั่นหม่อมฉันไม่ได้ทำอะไร หม่อมฉันห้ามตัวเองไม่ให้วิงเวียน ไม่ให้อาเจียน หรือสั่งให้รอบเดือนมาได้นี่เพคะ! ให้สาบานต่อองค์สุริยเทพก็ได้ว่าหม่อมฉันไม่เคยยุ่งเกี่ยวกับผู้ชายคนไหนทั้งนั้น!

สาบานดูลัสแค่นเสียงก็แค่ลมปาก จะโกหกปดโป้อย่างไรก็ได้ ถ้าเจ้าไม่ได้ท้อง ทำไมถึงมีอาการพวกนี้

เคียราเงยมองเขาด้วยนัยน์ตาแดงก่ำและส่ายหน้าแรงๆ สองแก้มของเธอเปียกน้ำตานองหม่อมฉันไม่ทราบเพคะ แต่หม่อมฉันรู้สึกเหมือนตัวเองป่วยมานานแล้ว หม่อมฉันอาเจียนหลังอาหารแทบทุกมื้อ...แต่...ฝ่าบาทไม่เคยสนใจนี่เพคะ

ชายหนุ่มขมวดคิ้วเจ้าจะบอกว่าข้าละเลยเจ้ารึไง

 หากเป็นเจ้าหญิงแอชลีนน์จริงๆ เพียงได้ข่าวว่าพระองค์ทรงประชวรพระวาโยหรือทรงพระอาเจียนแม้เพียงครั้งเดียว เขาก็คงจะรีบรุดไปหาและดูแลเจ้าหญิงของเขาอย่างเต็มที่แล้ว แต่ในเมื่อเป็นเคียรา ความรู้สึกที่เขามีจึงกลับกลายเป็นอีกอย่าง

ช่างเถอะเพคะ...อย่าใส่ใจราชินีตัวปลอมเลยหญิงสาวเบือนหน้าไปอีกทางหม่อมฉันแค่มีหน้าที่ตบตาไม่ให้ใครรู้ว่าราชินีแอชลีนน์ไม่ได้อยู่ที่นี่...จนกว่าจะถึงวันที่พระองค์กลับมาก็เท่านั้นเองน้ำเสียงของเธอแผ่วเบาลงเป็นพึมพำจะถูกมองว่าคบชู้หรือสร้างรัชทายาทตัวปลอมขึ้นมา...ก็สุดแท้แต่ฝ่าบาทจะทรงคิดก็แล้วกันเพคะ

องค์ราชายังคงขมวดคิ้วมองอีกฝ่าย เส้นผมสีน้ำตาลอ่อนที่เขารู้ว่าเป็นช้องผมยาวปรกลงปิดบังซีกหน้าของหญิงสาว กระทั่งมือที่วางบนผ้าห่มยังดูผอมลงจนแหวนแต่งงานบนนิ้วนางซ้ายหลวมไปอย่างสังเกตได้

ดูลัสสูดลมหายใจลึก เขาบอกตนเองว่าคงระแวงจนเกินไป เคียราไม่ใช่ผู้หญิงฉลาด ซ้ำยังยึดถือกรอบประเพณีมาโดยตลอด เธอคงไม่เสี่ยงมีสัมพันธ์กับใครให้ท้องขึ้นมาในสภาพที่เป็นอยู่ ในเมื่อไม่อาจทำให้เขายอมหลับนอนด้วยเพื่อสวมรอยเด็กที่จะเกิดมา

ถึงอย่างนั้น...

ถ้าเจ้าท้องจริง เด็กคนนี้จะไม่มีวันได้เกิดมาชายหนุ่มพูดเสียงเย็นแต่ถ้าไม่ท้องก็แล้วไป แม้มันจะไม่อาจยืนยันได้ว่าเจ้าบริสุทธิ์ไร้มลทินก็ตาม

มีเพียงเสียงสะอื้นไร้ถ้อยคำตอบกลับจากเคียรา องค์ราชาลุกจากเก้าอี้และเดินออกไปจากห้องนั้นอย่างเงียบๆ ...ก่อนจะปั้นสีหน้ากลับเป็นรอยยิ้มเช่นเดิมเพื่อตบตาเหล่าราชองครักษ์และนางกำนัลเบื้องนอก

 



ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 7 ครั้ง

6 ความคิดเห็น

  1. #109 iipangii (@asiran) (จากตอนที่ 86)
    วันที่ 1 กันยายน 2561 / 23:27
    ดูลัส ตายซ้าาาาา
    #109
    0
  2. #108 Nithinae (@Anithin) (จากตอนที่ 86)
    วันที่ 31 สิงหาคม 2561 / 23:06

    สวัสดีวันศุกร์สิ้นเดือนนะคะ

    จบตอนที่ 24 กันไปกับการปะทะของราชาและราชินีที่ทารา ไม่รู้ว่าจะมีคนรู้สึกว่าดูลัสยิ่งทำตัวงี่เง่าขึ้นทุกทีหรือเปล่า...แต่อาจจะเป็นไปตามแผนการของใครบางคนก็ได้

    ช่วงนี้ไรต์กลับมางานชุกแล้วนะคะ อาจจะลงช้าไปบ้าง อดใจรอกันซักนิดน้า ถ้ามีใครตามอ่านอยู่มาทักทาย พูดคุย ส่งกำลังใจได้นะคะ



    แก้ไขครั้งที่ 1 เมื่อ 31 สิงหาคม 2561 / 23:14
    #108
    0
  3. #107 Nithinae (@Anithin) (จากตอนที่ 86)
    วันที่ 24 สิงหาคม 2561 / 22:02

    สวัสดีผู้อ่านทุกท่านนะคะ


    ไรเตอร์มาช้ากว่าที่ตั้งใจไว้หน่อยเพราะมีงานด่วนเข้ามา ดังนั้นจะขอขยายเวลาลงช่วงที่ 4 เป็นวันศุกร์หน้าแทนค่ะ

    ขอบคุณที่ติดตามนะคะ สำหรับช่วงนี้ก็แอบรู้สึกเหมือนแอชได้ผ่อนคลายสักหน่อย (ตอนเขียนนี่ ไรเตอร์เปิดเพลง Theme of a Moonlit Night ของ Suikoden วนไปเลยค่ะ ให้บรรยากาศดี 55555) อย่างน้อยก็ก่อนที่จะต้องมารบกันอย่างเต็มตัวละนะ ส่วนดูลัสก็เครียดวนไปละกัน...

    #107
    0
  4. #106 Nithinae (@Anithin) (จากตอนที่ 86)
    วันที่ 10 สิงหาคม 2561 / 23:13

    โน้ตประจำช่วงที่ 2

    สวัสดีผู้อ่านทุกท่านค่ะ :D

    เวลาเขียนตอนนี้รู้สึกเหมือนเกมในดวงใจในสมัยก่อน คือ Suikoden อยู่หน่อยๆ เพราะตัวเอกในเกมทุกภาคก็ต้องมีปราสาทฐานที่มั่นของตัวเองทุกคนไป 5555

    ส่วนปราสาทของแอช ได้ต้นแบบดีไซน์มาจากปราสาท Maus ในเยอรมนีค่ะ ลองหาดูในอินเทอร์เน็ตจะพบรูปภาพสวยๆ หลายรูปเลยทีเดียว

    https://image.dek-d.com/27/0061/6024/127283106


    https://image.dek-d.com/27/0061/6024/127283111


    https://image.dek-d.com/27/0061/6024/127283112

    สำหรับรูปนี้ ไม่ใช่ปราสาท Maus แต่เป็นปราสาท Landsberg แต่เราชอบเถาวัลย์ที่เลื้อยลงมา เลยคิดว่าปราสาทของแอชน่าจะมีเหมือนกันค่ะ

    https://image.dek-d.com/27/0061/6024/127283113

    ส่วนนี่เป็น Yosemite Hotel ที่อเมริกา โครงสร้างบางส่วนของปราสาทก็จะเป็นหินผสมไม้แบบนี้ค่ะ

    https://image.dek-d.com/27/0061/6024/127283114


    ไรเตอร์จะมีธุระหายไป 1 สัปดาห์ จากนั้นจะกลับมาลงอีก 2 ช่วงที่เหลือของตอน ขอบคุณที่ติดตามนะคะ ^^



    แก้ไขครั้งที่ 1 เมื่อ 10 สิงหาคม 2561 / 23:15
    แก้ไขครั้งที่ 2 เมื่อ 21 สิงหาคม 2561 / 23:40
    #106
    0
  5. #105 w-rabbit (@nene-zero) (จากตอนที่ 86)
    วันที่ 10 สิงหาคม 2561 / 23:12
    น่าร้ากกกกกกกกกกกกก ^/////^
    #105
    1
    • #105-1 Nithinae (@Anithin) (จากตอนที่ 86)
      10 สิงหาคม 2561 / 23:22
      ได้เวลาหวานกันบ้างซะที ^^
      #105-1
  6. #104 Nithinae (@Anithin) (จากตอนที่ 86)
    วันที่ 7 สิงหาคม 2561 / 20:59

    สวัสดีต้อนรับตอนใหม่นะคะ ตอนนี้แบ่งเป็น 4 ช่วงเช่นเดียวกับตอนที่ผ่านมาค่ะ แต่หลังจากลงช่วงที่ 2 ในวันศุกร์แล้ว สัปดาห์หน้าไรเตอร์จะมีธุระมาลงไม่ได้นะคะ ยังไงก็ขอให้อดใจรอสักนิดค่ะ

    #104
    0