The War of Thirdaire - ตำนานสงครามบัลลังก์เหนือ (รีไรท์)

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 5,809 Views

  • 125 Comments

  • 128 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

จำนวนแชร์
0

  • Month Views
    93

    Overall
    5,809

ตอนที่ 84 : 22 - การตัดสินใจ 'ผู้ที่จะบัญชาข้าได้มีเพียงสายเลือดของราชินีเอรินแห่งทาราเท่านั้น' (100%)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 99
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 7 ครั้ง
    20 ก.ค. 61

บทที่ 22

การตัดสินใจ

 

จู่ๆ คาเฮียร์ที่นั่งอ่านรายงานจากพวกทหารเกี่ยวกับสถานการณ์ในเมืองต่างๆ ของชอร์ซาก็รู้สึกได้ว่า เสียงแมลงกลางคืนที่ยังคงดังอยู่เมื่อครู่เงียบหายไปเสียเฉยๆ

ชายหนุ่มอยู่ในห้องพักของตน ณ ป้อมปราการที่ขวางกั้นชอร์ซากับยาร์ลาธ เขาขมวดคิ้วก่อนจะไขแสงตะเกียงให้สว่างขึ้น...ในเวลาเดียวกับที่เสียงประตูซึ่งถูกลงกลอนไว้กลับเปิดออก

ใคร!ผู้กองหนุ่มผุดลุกขึ้น ชักดาบที่ติดตัวออกหันกลับไป ก่อนจะเห็นชายวัยกลางคนร่างสูงใหญ่ผมสีดำ สวมชุดดำทะมัดทะแมงอย่างนักรบเดินเข้ามา ตามด้วยเงาร่างเล็กที่สวมผ้าคลุมกับฮูดสีขาว มีนกขนาดกลางสีขาวเกาะบนไหล่ซ้าย และร่างในชุดดำเหมือนกับชายคนแรกของชายหนุ่มผมดำที่ดูสูงกว่าร่างใต้ผ้าคลุมสีขาว แต่ยังเตี้ยและโปร่งบางกว่าร่างใหญ่ที่นำทางมาก่อน

ศัตรูหรือ...คาเฮียร์หรี่ตาลง คนพวกนี้เป็นนักฆ่ามือฉกาจขนาดไหนจึงเข้ามาอย่างไร้สุ้มเสียงจนเขาไม่รู้ตัวเลยได้อย่างนี้ ทว่าเขายังไม่ทันได้พูดอะไร ร่างที่สวมหมวกฮูดก็ยกสองมือขึ้นปลดมันลงมา เผยใบหน้าที่ล้อมกรอบด้วยเรือนผมสั้นสีน้ำตาล ดูละม้ายเด็กหนุ่มแม้น้ำเสียงจะบอกชัดเจนว่าเป็นหญิงสาว

ท่านผู้กองคาเฮียร์เธอมองตรงมาทางเขาด้วยแววตาที่แน่วแน่เราคือราชินีแอชลีนน์ เอริน อลาชตาร์ ตัวจริง เรามาเพื่อที่จะเจรจากับท่าน

ชายหนุ่มยังคงถือดาบจ่อตรงมาข้างหน้า แม้จะเห็นได้ว่าดาบของคนทั้งสามยังคงนิ่งสนิทอยู่ในฝักที่คาดเอวพวกเจ้าเข้ามาได้อย่างไร

เรามียารมที่ทำให้ทหารยามหลับไปโดยไม่เป็นอันตรายผู้บอกคือชายหนุ่มที่คาเฮียร์จำได้ว่าเคยเป็นผู้ติดตามอดีตพระคู่หมั้นเฟย์ลิม

อาเมียร์ คนทรายที่ว่ากันว่ามีเวทมนตร์ หรืออย่างน้อยก็เคยมี และเวลานี้ก็ยังคงไม่เลิกยุ่งเกี่ยวกับธีร์ดีเร

ข้าจะเชื่อได้อย่างไรว่าเจ้าพูดความจริงผู้กองขมวดคิ้ว

อีกฝ่ายดูเหมือนจะยิ้มตอบเจื่อนๆหากเราตั้งใจจะฆ่าพวกเขากับท่าน พวกท่านก็คงตายไปโดยไม่รู้ตัวแล้วชายหนุ่มชาวทรายให้คำตอบ

คาเฮียร์จ้องมองพวกเขาอย่างระแวดระวัง แต่ก็ตระหนักได้ว่าจริงของชายหนุ่ม ทั้งสามผ่านทหารยามเข้ามาด้วยอาวุธพร้อมมือราวกับใช้เวทมนตร์

แต่พวกเจ้าต้องการแค่เจรจา?”

ใช่หญิงสาวผู้อ้างตนว่าเป็นราชินีตอบรับ

ด้วยเหตุใดผู้กองหนุ่มถามพลางขมวดคิ้ว หากทั้งสามสามารถฆ่าทหารคนอื่นกับเขาได้อย่างเงียบเชียบเสียยิ่งกว่าหน่วยเรเวน จะต้องเจรจาให้เสียเวลาและเสี่ยงชีวิตไปทำไม

เพราะเราไม่อยากฆ่าชาวธีร์ดีเรด้วยกันหญิงสาวบอกหนักแน่นเราต้องการให้ความขัดแย้งนี้จบลงโดยที่ทั้งสองฝ่ายสูญเสียน้อยที่สุด

ช่างฟังดูดี...แต่จะเป็นเช่นนั้นได้หรือ คาเฮียร์ยิ่งคลางแคลง

ถึงเจรจาไป ข้าก็ไม่อาจให้คำตอบใดกับพวกเจ้าได้ ผู้ที่จะวินิจฉัยว่าใครคือราชินีตัวจริงคือขุนนางผู้รับใช้ใกล้ชิดที่ทารา ไม่ใช่ข้า

ต่อให้เราไปที่ทาราจริง ก็ไม่น่าจะได้เจรจาหญิงสาวแย้งพวกของแฟคท์นาต้องการราชินีหุ่นเชิด...ไม่ว่าจะเป็นตัวจริงหรือไม่ เราเชื่อว่าพวกเขาจะบีบเราให้ยอมแต่งงานด้วย ไม่ก็ฆ่าเราเหมือนที่เคยฆ่าเสด็จพ่อ เสด็จแม่ กับเสด็จพี่ของเราแน่

คาเฮียร์หรี่ตาลงเพราะคำพาดพิงนั้นมีสิ่งใดที่พิสูจน์ได้ว่า ท่านคือราชินีตัวจริงกันล่ะ

หากหมายถึงหลักฐานที่เป็นวัตถุ เราไม่มี แต่เราตอบคำถามที่พึงตอบในฐานะแอชลีนน์ได้หญิงสาวเอ่ยราบเรียบขอเพียงท่านถามมา

ชายหนุ่มนิ่งเงียบไปครู่หนึ่ง เขาไม่ใช่ขุนนางที่อยู่ในวังเป็นหลักมากพอที่จะบอกได้ว่ารู้จักราชินีแอชลีนน์ดีพอ แต่ก่อนหน้านี้ก็เคยได้ยินมาบ้างว่าในขณะที่เป็นเจ้าหญิง ทรงมีการหารือบางเรื่องกับพระคู่หมั้น แต่หลังพระราชพิธีเสกสมรสและราชาภิเษกแล้ว กลับมีเพียงราชาดูลัสที่ออกว่าราชการและดูแลเรื่องทุกอย่างในด้านการปกครอง

มีข่าวว่าราชินีทรงพระประชวร แต่เท่าที่ได้ยินมาว่ามีพวกขุนนางบ่นเรื่องที่พระองค์ทรงทำท่าอยากจะปกครองบัลลังก์เสียเองก่อนมีพิธีราชาภิเษก ก็ดูเหมือนว่านิสัยของพระองค์จะทรงเปลี่ยนแปลงไปจนผิดวิสัยใช่ไหมนะ

หากท่านคือราชินีพระองค์จริง แล้วราชินีอีกพระองค์ที่ทาราคือใครสุดท้าย คาเฮียร์จึงตัดสินใจถามออกไป

สีหน้าของหญิงสาวผู้อ้างว่าตนคือแอชลีนน์กลับดูหม่นลงนางคือเคียรา ลูกพี่ลูกน้องของเราเอง

เคียรา?” ผู้กองหนุ่มขมวดคิ้วกับชื่อของคนที่ตนเคยพบนางกำนัลของพระองค์?”

ท่านรู้จักนางสินะ เคียราเคยเล่าว่านางพบกับท่านในวันก่อนวันประลองครั้งแรก พร้อมกับชาลัวห์และเฟย์ลิม อาเมียร์ที่มากับเราและรูอาร์ค น้องชายของเฟย์ลิมก็อยู่ที่นั่นด้วยหญิงสาวเล่ารายละเอียดในวันนั้นได้ถูกต้องเคียรามีหน้าตาคล้ายเรามาก เราเคยให้นางปลอมตัวเป็นเรา เพื่อให้เราออกไปเรียนวิชากับอาเมียร์อยู่หลายครั้ง

คาเฮียร์มองหญิงสาวตรงหน้าอย่างพินิจพิเคราะห์ ในความทรงจำนั้นเขาเห็นความคล้ายคลึงระหว่างทั้งสองอยู่ไม่น้อย ทว่าตนเองก็ไม่เคยเข้าเฝ้าราชินีที่ทาราอย่างใกล้ชิดจนสามารถบอกได้อย่างแน่นอนว่าเจ้าหญิงกับนางกำนัลดูเหมือนกันจนสามารถปลอมตัวเป็นกันและกันได้อย่างแนบเนียน

แต่ถ้าหญิงตรงหน้าเขาคือราชินีแอชลีนน์จริงๆ

ควรแล้วหรือที่ราชินีตัวจริงจะมาร่วมมือกับคนนอกด่าน...แทนที่จะเสกสมรสกับราชาที่เหมาะสมผู้กองตั้งคำถามอย่างเคร่งขรึม

คาเฮียร์เป็นหนึ่งในผู้เข้าร่วมพิธีสยุมพร แม้ไม่ได้รักในตัวเจ้าหญิงหรือปรารถนาที่จะชิงชัยให้ได้เพื่อตำแหน่งราชา เขาก็ยอมรับว่าเฟย์ลิมและดูลัสมีความสามารถเหนือตน เป็นผู้ที่ควรยอมรับในฐานะผู้นำของธีร์ดีเร

ส่วนชายคนทรายที่สอนเฟย์ลิม...ถึงอย่างไรก็ยังอายุน้อย และมีความเป็นมาคลุมเครือเกินกว่าที่ผู้กองหนุ่มจะไว้ใจ

เวลานี้ อาเมียร์กับครอบครัวขอบเขาเป็นชาวธีร์ดีเรแล้วหญิงสาวตอบหนักแน่นส่วนเราคือผู้มีสายเลือดอลาชตาร์ เราคือผู้ที่ควรปกครองโดยชอบธรรม...ไม่ใช่แค่แม่พันธุ์สำหรับสร้างทายาทของราชวงศ์ โดยเฉพาะเมื่อการลอบปลงพระชนม์มีขุนนางใหญ่ของธีร์ดีเรอยู่เบื้องหลัง เพื่อให้ลูกของเขาได้เป็นราชา

คาเฮียร์ยิ่งขมวดคิ้วท่านหมายถึงข่าวลือเรื่องเจ้ามณฑลอุลทูร์?”

ผู้อ้างตนเป็นราชินีพยักหน้าเป็นความจริง มีชาวอัสลานที่รอดชีวิตมาจากเหตุการณ์นั้นเป็นพยานได้

ชายหนุ่มนิ่งเงียบไปอีกครู่ใหญ่พยาน...หรือจำเลยกันแน่ หากท่านเป็นราชินีจริง จะยังเชื่อคำพูดของพวกคนที่ฆ่าครอบครัวของท่านเองได้หรือ

แววตาของหญิงสาวดูจะสลดลงเราไม่อยากเชื่อ...เพราะเราไว้ใจดูลัส เราเคารพบิดาของเขา แต่...มีพยานหลักฐานที่ทำให้เราต้องเชื่อว่าเขาคือผู้บงการจริงๆ และ...เสด็จพ่อเป็นผู้มีพระบัญชาให้ฆ่าล้างเผ่าอัสลาน ก็ไม่แปลกที่ชาวเผ่าที่รอดมาจะคิดล้างแค้น เราเองก็รู้จักความแค้นนี้ดีเช่นเดียวกับพวกเขา เป็นแฟคท์นาต่างหากที่บงการให้ฆ่าเสด็จแม่และเสด็จพี่ไอลีชไปพร้อมกัน

ผู้กองหนุ่มมองหญิงสาวตรงหน้าก่อนจะสอดดาบเก็บเข้าฝัก และผายมือไปทางเก้าอี้ตัวเดียวในห้องนั้นเชิญท่านนั่งก่อนเถอะ เราคงมีเรื่องพูดคุยกันอีกไม่น้อย

หญิงสาวผู้บอกว่าตนเป็นราชินีพยักหน้ารับ ก่อนจะเดินไปนั่งลงโดยที่ยังคงมีเหยี่ยวสีขาวเกาะอยู่บนไหล่ สง่างามประหนึ่งเหยี่ยววิเศษของเอริน

เขาฟังเธอเล่าถึงสถานการณ์ที่เป็นอยู่อย่างเรียบเฉย ตั้งแต่แผนการยืมมือชาวอัสลานลอบปลงพระชนม์ของเจ้ามณฑลอุลทูร์ ความปรารถนาของหญิงสาวที่จะปกครองด้วยตนเอง ซึ่งทำให้เธอปลอมตัวเป็นเด็กหนุ่มไปเรียนร่วมกับเฟย์ลิม การพาอาเมียร์และชาลัวห์หนีออกไปเพื่อให้เกิดการพิจารณาคดีอย่างเป็นธรรม ตลอดจนการตัดสินใจหนีออกมาอีกครั้งเมื่อรู้ความจริงเบื้องหลังการสวรรคตของพระบิดา พระมารดา และพระเชษฐา

ผู้กองหนุ่มพบว่าหญิงตรงหน้าเริ่มแสดงความบ้าบิ่นสมกับเป็นเจ้าหญิงที่เขาเคยได้ยินกิตติศัพท์มา แต่กระนั้น...เขาก็ไม่อาจปักใจเชื่อได้ว่านี่คือราชินีพระองค์จริง

ข้าไม่อาจตัดสินได้ว่าท่านเป็นราชินีตัวจริงหรือไม่สุดท้ายคาเฮียร์ก็บอกตามตรงหลังจากที่อีกฝ่ายเล่าจบข้าเพียงแต่ได้รับมอบหมายจากท่านแม่ทัพให้มารักษาความสงบที่นี่

เราเข้าใจหญิงสาวตอบด้วยท่าทางไม่แปลกใจนักเราเพียงแต่หวังว่า...อย่างน้อยท่านจะแจ้งเรื่องทั้งหมดต่อท่านแม่ทัพคาฮาล เราไม่ต้องการให้ชาวธีร์ดีเรต้องสูญเสียเลือดเนื้อมากไปกว่านี้ ถ้าท่านคาฮาลทราบความจริง...เราเชื่อว่าท่านสามารถบัญชากองทหารทั้งหมดให้อยู่ในความสงบ และเราจะเผชิญหน้ากับดูลัสกับบิดาต่อหน้าสภาขุนนางได้ด้วยความจริงเช่นกัน

ผู้กองหนุ่มขมวดคิ้วข้ากับท่านพ่อไม่สามารถทำเช่นนั้นได้ เราได้รับบัญชาให้ตรึงกำลังเหนือชอร์ซาเท่านั้น

แอชลีนน์ตรงหน้าเขากลับเผยรอยยิ้มน้อยๆเราเข้าใจ ดังนั้น...เราจึงได้มากับอาเมียร์และท่านซิอ์บุล

คาเฮียร์เลิกคิ้วอย่างสงสัย...ก่อนจะพลันรู้สึกเหมือนประสาทสัมผัสเบาบาง และหนังตาของตนหนักอึ้งอย่างประหลาด

นี่…” เขากำลังจะถามว่าตนเองถูกวางยานอนหลับโดยไม่รู้ตัวได้อย่างไร แต่สติก็พลันดับวูบไปเสียก่อน

 

รุ่งสางวันนั้น ทหารจากทาราที่จะมาผลัดเวรยามกับทหารยามกลางคืนกลับพบว่าทหารชุดก่อนล้วนหลับลึกจนปลุกยากราวกับต้องมนตรา และหัวหน้ากองของพวกเขาก็อันตรธานหายไปจากห้องพักอย่างไร้ร่องรอย

ขณะเดียวกัน เจ้ามณฑลยาร์ลาธก็ได้ต้อนรับผู้กองคาเฮียร์ มาร์คาส เป็นอาคันตุกะพิเศษอีกคนหนึ่ง...ถึงแม้ว่าเขาจะอยู่ในสภาพหลับใหลไม่รู้สึกตัวเลยก็ตาม

และหน่วยพิเศษของมณฑลยาร์ลาธก็ได้ออกปฏิบัติการเป็นครั้งแรกในชั่วยามถัดมา...

 

- 2 -

 

ในคืนนั้น ราชาดูลัสนั่งเคร่งเครียดอยู่ที่โต๊ะเขียนหนังสือ ในเมื่อข่าวที่ตนได้รับมาจากหน้าด่านชอร์ซาล้วนเป็นข่าวอันเหนือความคาดฝัน

ผู้กองคาเฮียร์หายตัวไปจากป้อมปราการเพียงไม่ถึงชั่วยาม หน่วยรบใหม่ของยาร์ลาธก็เข้าโจมตีและยึดป้อมหน้าด่านระหว่างชอร์ซากับยาร์ลาธได้สำเร็จ

ทหารของมณฑลหลวงเพียงจำนวนน้อยหนีออกจากป้อมมาได้และล่าถอยมาจนถึงเมืองที่ใกล้ที่สุดเพื่อแจ้งข่าวให้ทารา ดูลัสจึงได้ให้แม่ทัพคาฮาลยิ่งตรึงกำลังป้องกันเมืองที่อยู่ถัดออกมา ขณะรอว่าอีกฝ่ายจะใช้คาเฮียร์เป็นตัวประกันเพื่อเจรจาหรือทำอย่างไรต่อไป

ถึงอย่างนั้น เขาก็เชื่อว่าอีกฝ่ายย่อมรู้ว่ามีตัวประกันไปก็ไร้ประโยชน์ ชีวิตของนายกองเพียงคนเดียวย่อมไม่มีค่ามากพอที่จะใช้ต่อรอง แม้ว่านายกองผู้นั้นจะเป็นลูกชายของแม่ทัพใหญ่ของอาณาจักรก็ตาม

น่าเสียดายที่พวกเขาประมาทเกินไป จึงวางใจให้หน่วยรบของผู้กองคาเฮียร์ดูแลหน้าด่านซึ่งพวกยาร์ลาธไม่น่าจะโจมตีโดยตรง และให้หน่วยเรเวนปราบปรามพวกโจรรวมถึงแฝงตัวเข้าระวังสายลับของยาร์ลาธที่อาจแทรกซึมเข้ามา ทำให้สูญเสียพื้นที่ที่ควรตรึงกำลังไปเสียโดยไม่รู้เนื้อรู้ตัว

ฟีอาคราคาดเดาว่าพวกศัตรูคงใช้ควันจากยารมจัดการพวกทหารยาม แต่ดูลัสมั่นใจว่าไม่ใช่แน่นอน

ต้องเป็นเวทมนตร์มืดของอาเมียร์

แต่เขาก็บอกใครไม่ได้ ทำได้เพียงเก็บข้อสันนิษฐานไว้กับตัวเพื่อเตรียมหาวิธีแก้ทางเท่านั้น ในเมื่อไม่มีผู้ใช้เวทมนตร์คนใดที่ตนไว้ใจได้เลย

เมื่อคิดขึ้นมาเช่นนี้ เขากลับรู้สึกเหมือนได้ยินเสียงของมาดายหัวเราะอยู่ในใจ

ข้าพร้อมให้ความช่วยเหลือทุกเมื่อที่ฝ่าบาทร้องขออยู่แล้ว ไยไม่คิดจะร่วมมือกันบ้างเล่า

ชายหนุ่มขมวดคิ้ว แต่ก็คิดอย่างปลงตก

หากเจ้าเข้ามาถึงนี่ได้...ก็เข้ามา

นับเป็นเกียรตินักที่ทรงเชิญข้า ฝ่าบาทดูลัสเสียงของชายชราพลันดังขึ้นข้างหลังเขา

ราชาหนุ่มหันกลับไปโดยไม่แปลกใจ และมองนักบวชที่จู่ๆ ก็มาปรากฏกายในห้องบรรทมราวกับใช้เวทมนตร์

น่าเสียดายที่แผนการนำตัวราชินีแอชลีนน์ตัวจริงล้มเหลวมาดายเอ่ยราบเรียบไม่อย่างนั้น อำนาจจะอยู่ในมือของท่านอย่างสมบูรณ์แล้วแท้ๆ

ดูลัสขมวดคิ้วข้าไม่ได้ให้เจ้ามาเพื่อตอกย้ำเรื่องนี้

ชายชราหัวเราะเบาๆข้าก็เช่นกัน

ชายหนุ่มมองอีกฝ่ายอย่างระแวดระวังมีธุระอะไรก็ว่ามา

นักบวชยืนพิงผนังหินและกอดอกท่านต้องการที่ปรึกษาเรื่องเวทมนตร์ไม่ใช่รึ นั่นคือสิ่งที่ข้าช่วยท่านและบิดาของท่านได้

แล้ว…” องค์ราชาตั้งคำถามพร้อมกับหรี่ตาลงทำไมเจ้าถึงช่วยพวกเรา ต้องการอำนาจในธีร์ดีเรหรือ

เมื่อหลายปีก่อน...คงราวห้าปีได้มาดายมองตอบเขาพร้อมกับเอ่ยช้าๆข้าเป็นนักบวชผู้ปราบปีศาจ ตามล่าอาเมียร์ซึ่งมีเวทมนตร์มืดมาตั้งแต่ตอนนั้น แต่กลับพลั้งมือถูกมันเล่นงานในดินแดนทะเลทรายจนเกือบไม่รอดชีวิต...จะเรียกว่าเป็นความแค้นส่วนตัวก็คงได้

แต่เรื่องนั้นไม่เกี่ยวข้องกับพระราชวงศ์ของธีร์ดีเรดูลัสแย้งเสียงเครียดท่านจะจับพวกพ่อมดนอกรีตก็จับไป ทำไมต้องมายุยงให้พ่อของข้าทรยศ...ฆ่านายตัวเอง ทำไม...ต้องทำลายราชวงศ์อลาชตาร์

สายตาของนักบวชชรายังคงเยือกเย็นต่อให้ข้าไม่ทำ ชะตากรรมก็จะนำพาให้อาเมียร์มาใกล้ชิดเจ้าหญิงของท่านและอาจได้นางไปครอง อีกอย่าง พ่อของท่านมีสิทธิ์ทวงชีวิตของพี่ชายท่านที่เสียไปเพราะความขลาดเขลาของราชาองค์นั้นไม่ใช่หรือ

ราชาหนุ่มรู้สึกเหมือนถูกตบหน้าจนชา เขากำหมัดแน่นและเม้มปาก

ใช่ว่าเขาไม่เคยได้ยินคำร่ำลือว่าพี่ชายทั้งสองของตนนำชีวิตไปทิ้งที่ป้อมปราการริมทะเลทางเหนือเพราะทาราไม่ยอมส่งกำลังเสริมให้เมื่อพวกโจรสลัดบุกโจมตีหนัก เนื่องจากกลัวว่าเมอร์คาห์จะไร้กองกำลังไว้ป้องกันตนเองจากพวกโจรสลัด แต่นั่นเป็นเรื่องที่ท่านพ่อมีสิทธิ์ถือโทษโกรธองค์เหนือหัวได้หรือ

แต่เจ้ารู้เรื่องพวกนั้นได้อย่างไรดูลัสถามอย่างหวาดระแวง

มาดายผายสองมือออกพร้อมกับยิ้มการหยั่งรู้อนาคตก็เป็นเวทมนตร์อย่างหนึ่ง

เป็นเวทมนตร์ที่ดูไร้ประโยชน์ ถ้าไม่อาจพาตัวเจ้าหญิงแอชลีนน์มาให้ข้าได้ในทันทีเหมือนกับที่ไอ้คนทรายนั่นทำชายหนุ่มย้อนกลับอย่างขุ่นเคือง

นักบวชชรากลับโคลงศีรษะเหมือนกับจะยั่วยุเขาเราไม่อาจทำได้เพราะทางนั้นใช้เวทมนตร์คุ้มครองนางไว้แล้ว แต่หากการรบดำเนินต่อไป...ก็มีโอกาสที่ท่านจะได้ครอบครองราชินีของธีร์ดีเรอย่างสมบูรณ์แน่นอน

ใบหน้าของดูลัสร้อนผ่าว หัวใจพลันเต้นรัวขึ้นมาเพราะคำพูดเหล่านั้น

จริงหรือ เขาจะได้เป็นเจ้าของแอชลีนน์อย่างที่ตนปรารถนามาตลอดใช่ไหม

นั่นเป็นเรื่องในอนาคตที่ข้าเห็น แต่เวลานี้ขอให้ท่านวางใจมาดายเอ่ยราบเรียบแม้จะมีเวทมนตร์ อาเมียร์ก็ไม่อาจใช้มันในการรบได้มากหรอก ท่านไม่ต้องห่วงว่ามันจะใช้เวทมนตร์ทำร้ายทหารพร้อมกันเป็นจำนวนมากเหมือนที่ท่านเคยเห็นในเคนมารา หรือล่วงล้ำเข้ามาในเขตการปกครองของท่านซึ่งข้าดูแลอยู่ได้ ข้าเป็นพันธมิตรของบิดาท่าน และไม่ต้องการเป็นศัตรูของท่าน ศัตรูของเราทั้งคู่คืออาเมียร์ต่างหาก

ดูลัสจ้องมองนักบวชชราด้วยสายตาระแวดระวัง ก่อนจะเอ่ยช้าๆหากเป็นเช่นนั้นจริง ข้าอยากให้ท่านพิสูจน์ ใช้เวทมนตร์ของท่านทำสิ่งใดสักอย่างให้ฝ่ายเราได้เปรียบมันขึ้นมา แทนที่จะปล่อยให้เราเป็นฝ่ายถูกมันเล่นงานอยู่แบบนี้

มาดายยิ้มมั่นใจ ก่อนจะโค้งกายให้เขารับด้วยเกล้าพ่ะย่ะค่ะ

เทียนไขซึ่งให้แสงสว่างในห้องนั้นพลันดับวูบลง ยังผลให้ห้องทั้งห้องตกอยู่ในความมืดสนิทไปครู่หนึ่ง

และเมื่อแสงไฟกลับมาส่องสว่างตามเดิม ก็ไม่มีนักบวชชราหรือแม้แต่ร่องรอยของเขาอยู่เบื้องหน้าราชาแห่งธีร์ดีเรอีกเลย

 

กระหม่อมขอเสนอให้เรายึดเมืองเอนัคเป็นที่ต่อมาพ่ะย่ะค่ะหัวหน้าหน่วยพิเศษซิอ์บุลกล่าวขึ้นมาในที่ประชุมเบื้องหน้าราชินีแอชลีนน์ ในวันเดียวหลังจากหน่วยรบใหม่ยึดป้อมปราการด่านกับชอร์ซาคืนมาได้อย่างง่ายดายโดยไร้ผู้สูญเสียชีวิต ผู้กองคาเฮียร์ถูกคุมตัวไว้เป็นเชลยเช่นเดียวกับทหารหลวงที่รอดชีวิตมาทุกนาย

ไม่มีขุนนางคนใดทราบเรื่องการปฏิบัติการครั้งนี้มาก่อนผลแพ้ชนะออกมา กระทั่งเจ้ามณฑลเบเรคก็เพิ่งรู้เป็นคนที่สองหลังจากแอชลีนน์ได้รู้จากอาเมียร์ทางกระแสจิต เมื่อหมาป่าทมิฬบอกมังกรน้ำในขณะที่นำตัวคาเฮียร์มาส่งให้ที่จวน

หากคาเฮียร์หายตัวไปจากป้อม พวกทหารจะตกใจและระส่ำระสาย หน่วยรบใหม่จะเข้าไปตีป้อมให้แตกได้ง่ายขึ้น ถือว่านักรบฝ่ายเราที่เพิ่งออกรบจะได้มีกำลังใจดีด้วย ชายหนุ่มบอกราชินี

และเป็นเช่นนั้นจริง หน่วยรบที่เพิ่งตั้งขึ้นและมีสมาชิกกว่าครึ่งซึ่งไม่เคยออกรบจริงมาก่อนกลับเอาชนะทหารหลวงที่ควรจะชำนาญศึกมากกว่าได้อย่างไม่น่าเชื่อ เหล่าขุนนางก็คงจะตกใจกับข่าวที่ได้รับไม่น้อย แต่สีหน้าของพวกเขาบางคนกลับเคร่งเครียดกับข้อเสนอของนักรบแขนเดียว

กระหม่อมขอคัดค้าน เอนัคไม่ใช่เมืองที่จะยึดได้ง่ายแน่พ่ะย่ะค่ะรองเจ้ามณฑลการ์วอนแย้งเมืองการค้าที่อยู่ติดเขตแดนทาราอย่างนั้น อีกฝ่ายต้องเฝ้าระวังอย่างเข้มงวดไปกว่าเดิมแน่ กองกำลังใหม่จะยึดเมืองคืนได้อย่างไร

ข้าไม่คิดว่าเราควรใช้หน่วยรบใหม่ในครั้งนี้ แต่เป็นกองกำลังเก่าของมณฑลซิอ์บุลบอกพวกเขาชำนาญการรบมากกว่า

การ์วอนมองชายอีกคนด้วยสายตาเคร่งเครียดถึงอย่างนั้น มันก็ดูจะยากไป เราควรวางกองกำลังดูแลหน้าด่านของเราให้แน่นหนามากกว่านี้ก่อน

ด้วยความที่เอนัคเป็นเมืองค้าขายริมด่านระหว่างทารากับชอร์ซา ทหารจะต้องป้องกันเมืองนั้นอย่างแน่นหนา แต่แอชลีนน์รู้เช่นเดียวกับท่านเบเรค ท่านซิอ์บุล และอาเมียร์ว่า เป้าหมายที่แท้จริงของพวกเขาไม่ใช่ที่นั่น

การบุกเอนัคเป็นแค่การเบี่ยงเบนความสนใจ เป้าหมายที่แท้จริงของพวกเขาคือยึดป้อมร้างริมป่าไคล์ดอร์คาเพื่อให้ได้คลังเสบียงลับของมณฑลชอร์ซา และภารกิจหลังจะเป็นงานลับของหน่วยรบพิเศษใหม่

แต่เราต้องการเสบียงท่านเบเรคพูดขึ้นบ้างยิ่งมีทหารเชลยมาเช่นนี้ ก็เท่ากับมีปากท้องที่ต้องดูแลเพิ่มขึ้นเช่นกัน

ท่านไม่เห็นต้องทำถึงขั้นนี้การ์วอนขมวดคิ้วหากถือว่าพวกเขาเป็นทหารศัตรูแล้วก็ต้องกำจัด จะมากักขังเลี้ยงดูให้สิ้นเปลืองอาหารไปทำไมกัน

เพราะเราไม่คิดว่าพวกเขาเป็นศัตรูราชินีย้ำคำพวกเขาคือประชาชนของเราเช่นเดียวกับชาวยาร์ลาธ

รองเจ้ามณฑลหันมามองหญิงสาวด้วยสายตาไม่สบอารมณ์ที่เธอคุ้นชินเสียแล้วเช่นนั้นก็สุดแท้แต่พระองค์จะทรงตัดสินพระทัยเถอะพ่ะย่ะค่ะ กระหม่อมทำได้เพียงหวังว่าเราจะไม่สูญเสียมากนัก

วางใจเถอะ ทั้งฝ่ายเรากับฝ่ายทาราล้วนต้องการปกป้องชาวเมืองเช่นกัน แม้จะเกิดการต่อสู้...ก็จะไม่ปะทะกันอย่างรุนแรงแน่นอนแอชลีนน์ตอบราบเรียบเราเพียงแต่จะบีบให้พวกเขาถอยไปจากเอนัคเท่านั้นเอง

หรือท่านการ์วอนจะเป็นห่วงลูกชายของท่านในกองกำลังหลัก ข้าจะอนุญาตไม่ให้เขาร่วมรบก็ได้ท่านเบเรคเสนอขึ้นมา

การ์วอนหรื่ตาลงเหมือนชั่งใจ แต่แล้วก็ตอบช้าๆข้าย่อมไม่อยากให้ลูกชายไปเสี่ยง โดยเฉพาะในการรบที่เรามีโอกาสพ่ายแพ้และสูญเสียมากกว่าโดยใช่เหตุ แต่หน้าที่ก็คือหน้าที่ หากเป็นลูกของท่าน ท่านคงจะไม่ขอให้เขาละเว้นหน้าที่ของทหารและนักรบเพื่อเอาชีวิตรอดเป็นแน่

เจ้ามณฑลพยักหน้าด้วยรอยยิ้มบางเช่นนั้นก็ดี เลวอนจะได้พิสูจน์ตนเองด้วยว่า ต่อไปเขาจะเหมาะที่จะช่วยข้าดูแลยาร์ลาธในฐานะใด

แอชลีนน์รู้ว่าท่านเบเรคพูดถึงเรื่องที่ฟิเดลมา ลูกสาวคนเล็กของตนเป็นคู่หมายของเลวอน ลูกชายของรองเจ้ามณฑล ที่จริงเจ้ามณฑลย่อมไม่ต้องการให้ลูกแต่งงานกับคนที่ตนไม่ไว้ใจอย่างอีกฝ่าย แต่จำต้องพูดออกไปเพื่อการเมือง เธอจึงไม่เอ่ยถึงเรื่องนั้น แต่กล่าวสรุปแทน

พรุ่งนี้เราจะให้กองกำลังหลักตีเมืองเอนัคตั้งแต่รุ่งเช้า ขอให้หัวหน้ากองกำลังเตรียมตัวให้พร้อม

ขณะที่หัวหน้ากองรบของยาร์ลาธรับคำ หญิงสาวก็กวาดมองทหารในที่ประชุมทุกคน ก่อนที่สายตาจะไปหยุดอยู่ที่ท่านซิอ์บุลกับอาเมียร์ซึ่งรู้แผนการลับเบื้องหลังการโจมตีเมืองที่ยากจะยึดคืนมาได้โดยง่าย

พวกเขาคาดหมายว่าการ์วอนจะเป็นสายคาบข่าวนี้ไปให้ฝ่ายมณฑลหลวง เพื่อให้ทางนั้นสนใจเฝ้าระวังเมืองแทนที่จะมาสอดส่องความเคลื่อนไหวของหน่วยพิเศษที่เพิ่งแสดงผลงานไป

เวลานี้เบ็ดได้ถูกวางแล้ว ต้องรอดูว่าปลาใหญ่จะมาฮุบมันอย่างที่คาดหวังไว้หรือไม่

 

ข่าวจากสายลับในยาร์ลาธมาถึงราชาแห่งธีร์ดีเรในยามบ่ายใกล้เย็น รายงานว่าเป้าหมายต่อไปของกองทัพมังกรน้ำคือเอนัค

หากพวกมันคิดจะทำอย่างนั้นจริง ก็เป็นแผนการรบอย่างบ้าบิ่นฆ่าตัวตายที่สุด เพราะเอนัคเป็นเมืองการค้าที่อยู่ติดพรมแดนทาราและชอร์ซา มณฑลหลวงสามารถส่งกำลังเสริมมาได้โดยง่าย ยิ่งทางยาร์ลาธจะไม่ให้หน่วยรบพิเศษของคนทรายนั่นเข้าร่วมรบในเวลาดังกล่าว ดูลัสจึงเชื่อว่าข่าวที่ตนได้รับมาจากเลวอนเป็นข่าวลวงเสียมากกว่า

พวกมันต้องการล่อความสนใจของพวกเขาไปที่เอนัค ขณะที่หน่วยลับมุ่งหน้าไปที่อื่นเพื่อทำบางสิ่ง แต่ที่ไหน...และทำอะไร

ไม่น่าใช่โจมตีหน้าด่านของทาราทางอื่น พวกมันไม่น่าจะมีกำลังเพียงพอ ยิ่งส่งทหารให้กระจายออกไป โอกาสที่จะป้องกันอาณาเขตที่มีอยู่ก็ทำได้ยากขึ้นไปอีก

ต้องมีอะไรสักอย่าง พวกมันเพิ่งได้ตัวขุนนางกองคลังของชอร์ซาที่รอดจากตะแลงแกงไปไม่ใช่หรือ เจ้ามณฑลชอร์ซาก็เห็นจะวางใจมันมากในระดับหนึ่ง มันอาจคาบข้อมูลอย่างคนในไปให้กับพวกยาร์ลาธก็เป็นได้

และนั่นก็คือข้อมูลที่เขาต้องรีบเดาให้ออก...ก่อนหน้าหน่วยพิเศษออกเคลื่อนไหวในเวลาเดียวกับการรบที่เอนัค

งานของฟาร์ควาร์เกี่ยวข้องกับเงินคลังของมณฑล ภาษีอากร...รวมถึงปริมาณข้าวในยุ้งฉาง

ข้าวที่คาลวาห์ อันวาทาค เจ้ามณฑลชอร์ซาอ้างว่าเก็บเกี่ยวได้น้อยลงจากปีอื่นๆ มากเพราะภัยแล้ง

แต่เท่าที่ดูรายงานสภาพอากาศ ปีนี้ก็ไม่ได้มีหน้าแล้งรุนแรงไปกว่าปรกตินัก ข้ออ้างของหมูป่าเขี้ยวตันอย่างคาลวาห์น่าจะมีบางสิ่งอยู่เบื้องหลัง ในเมื่อตัวมันเองโน้มเอียงไปสวามิภักดิ์ต่อราชินีที่ยาร์ลาธมากกว่าตั้งแต่ส่งลูกชายทั้งสองคนไปร่วมพิธีราชินีภิเษกที่นั่นแล้ว

หมายความว่า...มีสถานที่ที่พวกมันอาจซ่อนข้าวบางส่วนที่เก็บเกี่ยวได้เอาไว้ และสถานที่นั้นต้องอยู่ในระยะที่นักรบหน่วยพิเศษสามารถเข้าถึงได้ในเวลาเดียวกับที่มีการโจมตีเมืองเอนัค

ราชาหนุ่มดูในแผนที่ ทางใต้ของเอนัคมีป่าและซากป้อมปราการร้างเก่าแก่ เลยลงไปอีกจึงเป็นหมู่บ้านริมทะเลสาบชื่อเคทลินซึ่งอยู่ไกลเกินกว่าที่จะเดินทางไปถึงในช่วงเวลานั้น

ป้อมปราการร้างในป่าไคล์ดอร์คา...ต้องมีบางสิ่งอยู่ที่นั่นแน่

ดูลัสขมวดคิ้วและเรียกเกอร์มอนซึ่งยืนเฝ้าอยู่เพียงหน้าประตูห้องทรงพระอักษร

เขาจะส่งหน่วยเรเวนไปที่นั่นโดยเร็วที่สุด ต้องไปให้ถึงก่อนหน้าพวกมัน

ส่วนที่เอนัคซึ่งมีหมู่บ้านกสิกรรมรอบนอกก่อนถึงตัวเมือง ราชาที่ทาราก็มีแผนการให้พวกของเลวอนที่อยู่ในกองกำลังหลักเช่นกัน

  

- 3 -

 

ไม่ได้ อาเมียร์บอกราชินีทางจิตอย่างอ่อนใจ

ทำไม ทีรูอาร์คยังไปได้เลย เขารู้สึกเหมือนจะเห็นหญิงสาวทำหน้าง้ำขณะลูบจี้เครื่องรางไปมา

เพราะงานนี้เสี่ยงเกินไปจริงๆ และรูอาร์คก็ไปทำงานเหมือนกับข้า ชายหนุ่มย้ำคำเดิม

ข้าเชื่อว่าท่านปกป้องข้าได้ แอชลีนน์ยังไม่วายแย้ง

แอช ข้าให้เจ้าเรียนต่อสู้กับขี่ม้าไม่ใช่เพื่อให้เจ้าเป็นแม่ทัพนายกอง แต่ให้เจ้าป้องกันตัวได้ในยามคับขัน อาเมียร์ย้ำ นี่เป็นภารกิจทางทหาร เรามีโอกาสปะทะกับพวกเรเวนสูงมาก ข้าไม่เชื่อว่าดูลัสจะโง่จนมองไม่ออกว่าการโจมตีเอนัคเป็นแค่ตัวล่อเท่านั้น

ราชินีเงียบไปครู่หนึ่งก่อนจะถอนหายใจ ได้ ถ้าท่านยืนยันเช่นนั้น

ขอบคุณที่เข้าใจ...ชายหนุ่มตอบอย่างโล่งอก

แม้จะมีสายลับช่วยคาบข่าวลวง อาเมียร์ก็คิดไว้ว่าการรบครั้งนี้ไม่ได้ง่าย คนฉลาดอย่างดูลัสน่าจะเดาจุดประสงค์ของพวกเขาออก และส่งกำลังพลมาปะทะกับผู้ที่จะยึดป้อมในทันทีที่ทำได้

น่าเสียดายที่ระหว่างเอนัคกับป้อมไคล์ดอร์คา พวกเขาไม่มีตัวล่ออื่นมากนัก แต่ก็ทำได้เพียงดำเนินแผนการต่อไปตามที่วางไว้เท่านั้น

แต่พวกท่านจะไม่เป็นไรจริงๆ ใช่ไหม เสียงถามของแอชลีนน์กลับอ่อนลงเหมือนกังวล ท่านซิอ์บุลกับทัมมุซ...แล้วก็ทหารคนอื่นๆ ด้วย เพิ่งเริ่มตั้งหน่วยรบก็อาจต้องสู้กับพวกเรเวนแล้วนี่นา

เรื่องนั้นวางใจเถอะ ท่านพ่อฝึกพวกเขาให้รับมือพวกเรเวนมาโดยเฉพาะ เราไม่มีทางพ่ายแพ้ง่ายๆ แน่นอน

และหากเพลี่ยงพล้ำ เขาก็พร้อมที่จะใช้เวทมนตร์ช่วยสุดความสามารถ ทว่านั่นหมายความว่าตนต้องมีสติเพียงพอโดยไม่ต้องห่วงหน้าพะวงหลัง จะให้ปกป้องใครเป็นพิเศษย่อมเป็นไปไม่ได้อย่างสิ้นเชิง

หญิงสาวเงียบไปครู่ใหญ่ก่อนจะรับคำ อือ...ขอให้ทุกคนปลอดภัยกลับมานะ

ข้าจะดูแลให้พวกเขาปลอดภัยกลับมาได้มากที่สุด ข้าสัญญา ชายหนุ่มตอบอย่างหนักแน่นต่อราชินีของเขา

 

อิสรภาพที่มีกลับทำให้ชาลัวห์อึดอัดมากกว่าจะโล่งใจ

เวลานี้เขาอยู่ในสถานะอาคันตุกะของเจ้ามณฑลยาร์ลาธโดยสมบูรณ์จริงๆ โดยได้อาศัยอยู่ในเรือนพักรับรองแขกของมณฑลไม่ไกลจากจวนเช่นเดียวกับพี่ชายต่างแม่ และพี่เขยที่เพิ่งหนีรอดมาจากพวกเรเวนในชอร์ซา ต่อให้การรบที่รออยู่เบื้องหน้าทำให้ลูกชายของเจ้ามณฑลชอร์ซาไม่แน่ใจว่าต่อไปชะตากรรมของตนในยาร์ลาธจะเป็นอย่างไร ชายหนุ่มก็รู้ว่าเจ้ามณฑลย่อมรักษาคำพูดที่ว่าจะปกป้องเขา...ถึงแม้ว่าเขาจะเป็นคนที่ฆ่าเฟย์ลิม ลูกชายคนโตของท่านก็ตาม คงเพราะให้ชาลัวห์อยู่กับความทรมานของการสูญเสียบิดาไปกะทันหัน และความกลัวว่าญาติในตระกูลอันวาทาคคนอื่นๆ อย่างภรรยาเอกของท่านพ่อ พี่สาวของเขาและลูกสาวของนางที่ถูกคุมตัวไว้ในทิฟลีจะเป็นอย่างไรบ้างน่าจะเป็นโทษที่สมกันในความคิดของอีกฝ่ายมากกว่า

และอีกอย่างที่ทำให้เขาร้อนรนอยู่ในใจเพียงลำพัง ก็คือความอ่อนแอของตนที่ไม่อาจทำอะไรได้เลย

เมื่อถูกเนรเทศไปที่ชายแดน ชาลัวห์ยังรู้สึกสงบได้มากกว่านี้ คงเป็นเพราะมีหลายสิ่งให้ตนทำ แม้จะเป็นงานหนักอย่างแบกหามหรือจับพลั่วเสียมขุดลอกคูคลอง เขาก็รู้สึกว่ามันเป็นโทษทัณฑ์ที่ตนสมควรได้รับมากกว่าจะมานั่งๆ นอนๆ อยู่ในที่ปลอดภัยอย่างนี้ เขาเป็นต้นเหตุความทุกข์ของคนมากมาย จะให้ใช้ชีวิตสุขสบายอย่างเสียเปล่าก็น่ากระดากอายเสียเหลือเกิน

นั่นเป็นเรื่องที่ลูกชายของเจ้ามณฑลผู้ล่วงลับไม่สามารถพูดกับใครได้ เขาไม่ได้สนิทกับท่านพี่คาวานหรือพี่เขยอย่างเบอร์นาร์ดมากเพียงพอที่จะบอกเล่าหลายสิ่งได้อย่างสะดวกใจ คนที่พอจะรู้เรื่องราวและสนทนากันได้อย่างอาเมียร์หรือรูอาร์คก็ล้วนแต่มีหน้าที่อื่นๆ ที่ต้องทำอยู่ข้างนอกนั้น เขาไม่ได้พบอาเมียร์เลยด้วยซ้ำตั้งแต่อีกฝ่ายไปรับตนที่ชายแดนซาเกรดา โซล นับประสาอะไรกับรูอาร์คที่คงไม่อยากพบเขาอีกเป็นแน่

ด้วยเหตุนี้ ชายหนุ่มจึงประหลาดใจเมื่อทหารยามที่เฝ้าเรือนพักบอกว่าเขามีแขก และพบว่าแขกที่ว่าเป็นหญิงสาวผมสั้นในคราบเด็กหนุ่มซึ่งตนไม่ได้เห็นมานานพอกับชายคนทราย

ชาลัวห์รีบคุกเข่าถวายบังคมองค์ราชินี แต่อีกฝ่ายกลับรีบพูดเบาๆ เสียก่อนลุกขึ้นเถอะ เราไม่อยากให้เป็นเรื่องใหญ่

อะ...เอ้อ แล้วเสด็จมา…” ชาลัวห์รีบพูดตะกุกตะกักขณะรีบยันตัวขึ้นตามคำบอก

ไม่ต้องใช้ราชาศัพท์หรอก เรา...เอ้อ...ข้า...แค่มาหาเพราะมีเรื่องที่อยากขอให้ช่วยน่ะ

อา...เรื่องอะไรหรือพ่ะ...ชายหนุ่มถามอย่างสงสัย

เจ้าเคยไปที่เมืองเอนัคใช่ไหม

ชาลัวห์พยักหน้ารับโดยเร็วเคยสิ ทำไมหรือ

เห็นว่านอกเมืองมีหมู่บ้านที่ทำไร่นาอยู่บ้างสินะหญิงสาวลูบคางอย่างครุ่นคิด

มี...ข้าก็เคยไปเขาตอบอย่างงุนงง

งั้นหรือ ดีเลยแอชลีนน์เริ่มยิ้มออกมาข้าอยากไปดูที่แถวนั้น…”

ชายหนุ่มกะพริบตาปริบตะ...แต่นั่นเป็นเขตแดนศัตรูอยู่ไม่ใช่หรือ

ก็...ไม่ได้ตั้งใจจะจะเข้าไปในหมู่บ้านหรอก อาจจะแค่ดูจากที่ไกลๆ ...เท่าที่ปลอดภัยแหละนะหญิงสาวบอกอย่างลังเล

ชาลัวห์นิ่งอึ้งไปครู่หนึ่งก่อนจะถามต่อตอนนี้หรือพ่ะย่ะค่ะ

อีกฝ่ายส่ายหน้าไม่ใช่หัวค่ำแบบนี้สิ พรุ่งนี้เช้าต่างหาก ข้าพักอยู่แค่ใกล้ๆ นี้เอง จะมาหาและเอาม้ามาเผื่อเจ้าด้วย

แต่จะไปกันแค่สองคนหรือพ่ะย่ะค่ะชายหนุ่มขมวดคิ้วและกำลังจะบอกว่ามันเสี่ยงอันตรายเกินไป ทว่าแอชลีนน์กลับชูมือซ้ายขึ้นให้ร่างของนกสีขาวตัวหนึ่งโผลงเกาะแขนของเธอ

มีลอว์ราสอยู่ด้วยไม่ต้องเป็นห่วงหรอก เขาช่วยปกป้องข้าได้ราชินียิ้มน้อยๆข้าแค่อยากไปดูพื้นที่แถบนั้นเท่านั้นเอง

ชายหนุ่มครุ่นคิดอีกชั่วอึดใจก็พยักหน้าถ้า...ทรงต้องการให้รับใช้

อย่าคิดว่าเป็นการรับใช้เลย ถือเสียว่าข้าอยากให้เจ้าช่วยมากกว่า แต่ถึงอย่างไรก็ขอบคุณละนะหญิงสาวเอื้อมมือขวาออกมา

ชาลัวห์ก้มมองมือนั้นอย่างลังเลไปพักหนึ่งจึงได้ยื่นมือของตนออกไปจับมือกับอีกฝ่าย แม้เพียงครู่เดียวก็รู้สึกได้จากสัมผัสของมือที่กุมมือของตนอย่างหนักแน่นว่าฝ่ามือที่เล็กกว่าของแอชลีนน์สากกร้านขึ้นมากราวกับกลายเป็นนักรบเต็มตัวไปเสียแล้ว

ว่าไป องค์ราชินีคงจะได้ฝึกอาวุธและวิชาอย่างนักรบมากกว่าเขาเสียแล้วตอนนี้ ชายหนุ่มคิดแล้วก็ตระหนักว่าตนควรจะขอฝึกซ้อมอาวุธในทางใดทางหนึ่ง เผื่อว่าต่อไปจะได้ใช้ให้เป็นประโยชน์ในสงครามนี้

แต่นั่นหมายความว่าเขาควรขอออกรบเพื่อให้ชีวิตของตนมีประโยชน์ขึ้นหรือ

ชาลัวห์ไม่มีคำตอบสำหรับคำถามนี้ ชายหนุ่มทำได้เพียงรับคำเมื่อแอชลีนน์เอ่ยถึงเรื่องนัดหมายในวันรุ่งเท่านั้น

 

คิดถึงวันเก่าๆ แฮะรูอาร์คกระซิบกับอาเมียร์ในขณะที่หน่วยรบซึ่งนำโดยท่านพ่อซิอ์บุลเคลื่อนกำลังพลไปในความมืดของยามราตรีการทดสอบเดินทัพในฤดูหนาวปีก่อน

อือ…” ชายหนุ่มตอบรับแผ่วเบา เขายังจำความหนาวเย็นของแดนทดสอบในทารา รวมถึงใครบางคนที่ไม่ได้อยู่ที่นี่ด้วยได้ดี แต่นั่นเป็นเรื่องในอดีต เวลานี้พวกเขามีหน้าที่สำคัญที่ต้องทำ

หากทำได้ หน่วยรบพิเศษจะยังไม่ขนเสบียงกลับยาร์ลาธ แต่จะยึดป้อมแห่งนี้มาซ่อมแซมเป็นฐานที่มั่นแห่งใหม่เพื่อรุกคืบต่อไปในชอร์ซา เนื่องจากตัวป้อมอยู่ในแนวที่จะช่วยป้องกันหมู่บ้านเคทลินซึ่งควรมีไว้เป็นแหล่งทรัพยากรสำคัญได้อีกแห่งหนึ่ง

ขบวนนักรบทั้งบนหลังม้าและเดินเท้ามุ่งหน้าไปอย่างเงียบเชียบโดยมีเพียงแสงคบไฟที่นักรบบางคนถือไว้เป็นระยะๆ บอกทางไม่ให้พลัดหลง ทว่าเสียงแมลงกลางคืนพวกจักจั่นและนกฮูกดังเซ็งแซ่อยู่รอบกายพวกเขา บางครั้งฟังคล้ายเสียงคนหัวเราะหรือสะอื้นไห้

เมื่อได้ยินเสียงในป่าแล้ว อาเมียร์จึงได้เข้าใจว่าเหตุใดคนจึงคิดว่าที่นี่มีผีสิง ใครนอนหลับท่ามกลางเสียงเหล่านี้ได้ลงคงใจแข็งไม่น้อย

ทว่า...เขาไม่ได้คาดหมายสิ่งที่พวกตนจะได้พบเป็นอย่างต่อไป

จู่ๆ พวกนักรบด้านหน้าก็ส่งเสียงฮือฮาขึ้นมาอย่างตกใจ

ชายหนุ่มมองไปเช่นเดียวกับพวกเขา...ก่อนจะชะงักไปเมื่อเห็นกลุ่มแสงไฟสีฟ้าเขียวไหวระริกอยู่ท่ามกลางหมู่ไม้ ราวกับตะเกียงของสิ่งมีชีวิตจากอีกโลกหนึ่ง

หรือว่าที่นี่จะมีดวงวิญญาณสิงอยู่จริงๆ

อาเมียร์ลองตั้งสมาธิตรวจสอบ แต่แล้วเขาก็พบว่าไม่ใช่อย่างที่คิด ที่มาของดวงแสงเหล่านี้หาใช่ภูตผีปีศาจใดๆ

ไม่ต้องกลัว!เขาร้องบอกทุกคนนี่เป็นแค่แสงไฟจากบึงพรุ! พวกมันไม่มีชีวิตหรืออันตราย!

ชายหนุ่มไม่รู้จะอธิบายอย่างไร แต่เหมือนเขาเข้าใจว่าแสงไฟเหล่านี้เกิดจากสภาวะในบางพื้นที่ซึ่งเกิดไฟลุกไหม้กลางอากาศขึ้นมาได้ สาเหตุที่ทำให้ใครอื่นที่มาก่อนหน้านี้ไม่ต้องการเข้าใกล้ป่าและคิดว่าที่นี่มีวิญญาณสิงสู่น่าจะเป็นแสงประหลาดนี่เอง

โคมปีศาจ…” รูอาร์คพึมพำ แต่ดูเหมือนเขาจะไม่ได้กลัวมันใช่หรือเปล่า

อาเมียร์หันไปทางเพื่อนสนิทโคมปีศาจคืออะไร

เป็นตำนานท้องถิ่น ทำนองวิญญาณของคนเจ้าเล่ห์ที่โกงยมทูตจนไม่สามารถลงนรก แต่ตัวเองก็ไม่มีความดีพอจะขึ้นสวรรค์ เลยได้แต่ถือโคมไฟรอนแรมอยู่ในโลกนี้ชั่วกัลปาวสาน

ไม่ใช่ ข้าไม่รู้สึกถึงวิญญาณชายหนุ่มนึกตอบอีกฝ่ายก่อนจะเงียบไป

ไม่สิ เมื่อครู่...เขาเพียงแต่ไม่ทันสัมผัส

อากาศรอบด้านเหมือนจะเย็นขึ้นจนเขารู้สึกได้ว่าเส้นขนที่ท้ายทอยและแขนลุกชัน พร้อมกับเสียงอื้ออึงคล้ายเสียงพึมพำของคนมากมาย

อาเมียร์หรี่ตาลงขณะเพ่งมองเปลวไฟสีฟ้าและเขียวเบื้องหน้า พวกมันไม่ใช่เปลวไฟไร้รูปอีกต่อไป แต่เป็นเงาคล้ายหมู่คนยืนเรียงแถวท่ามกลางหมู่ต้นไม้

มีวิญญาณสิงสู่อยู่จริงๆ หรือนี่

เจ้าคนต่างถิ่น พวกเจ้าเข้ามาที่นี่ทำไม เจ้าชายแห่งความมืดได้ยินเสียงดังขึ้นในใจ

อาเมียร์ท่านพ่อซิอ์บุลที่ขี่ม้านำหน้าอยู่หันกลับมาเรียกชายหนุ่มอย่างเคร่งขรึม แม้จะไม่อาจสัมผัสวิญญาณได้อย่างชัดเจน ท่านคงรับรู้ได้จากบรรยากาศว่ามีบางสิ่งที่ไม่ปรกติ

แสงไฟพวกนี้เกิดจากปรากฏการณ์ธรรมชาติอาเมียร์ตัดสินใจปิดบังแต่เพื่อความปลอดภัย ข้าขอไปดูลาดเลาก่อน ในบึงพรุอาจมีจุดที่ลึกเกินคนหรือม้าเดินผ่านได้ หากจมลงไปในตอนค่ำมืดอย่างนี้จะยิ่งลำบาก

ชายหนุ่มส่งบังเหียนม้าของตนให้รูอาร์คแล้วจึงลงจากหลังม้า ก่อนจะเดินไปเผชิญหน้ากับเหล่าวิญญาณแห่งบึงพรุซึ่งดูคล้ายหมอกควันเลือนรางรูปคนในชุดเกราะหมวกศึกพร้อมรบ

เหล่านักรบแห่งบรรพกาลอย่างนั้นหรือ

เจ้า...ไม่ธรรมดา วิญญาณที่อาเมียร์จับสัมผัสได้ว่าเป็นผู้นำกลุ่มนักรบวิญญาณเบื้องหน้าเปรยขึ้นพร้อมกับจับจ้องเขา อำนาจในกายของเจ้า

ข้ามาดี ชายหนุ่มตอบกลับไปทางจิต ข้าเป็นผู้รับใช้ของราชินีแอชลีนน์ เอริน อลาชตาร์...ทายาทของราชินีเอรินของพวกท่าน

หัวหน้านักรบเงียบไปครู่หนึ่ง ข้าจะเชื่อได้อย่างไรว่าเจ้าพูดจริง

อาเมียร์สูดหายใจลึกก่อนจะก้าวออกไป และเอื้อมมือไปทางวิญญาณเบื้องหน้า ข้าทำให้ท่านดูด้วยตาของตัวเองได้

วิญญาณนั้นชั่งใจอยู่ครู่หนึ่ง แล้วจึงได้ค่อยๆ ส่งมือมาให้เขาพร้อมกับสัมผัสเย็นยะเยียบ

ชายหนุ่มนึกถึงความทรงจำเกี่ยวกับแอชลีนน์และถ่ายทอดให้อีกฝ่ายผ่านทางสัมผัสนั้น เหมือนเนิ่นนานแต่ก็ใช้เวลาเพียงครู่เดียว ก่อนที่เขาจะชักมือกลับมา

หัวหน้านักรบยังคงมองตรงมาทางเขาอย่างเคร่งขรึม เจ้าคือ...ผู้ที่มาตามคำทำนายอย่างนั้นรึ

เป็นอาเมียร์ที่ขมวดคิ้วในคราวนี้ คำทำนาย?

เหยี่ยวขาวจะถือกำเนิดในสายเลือดราชินีแห่งทารา สถาปนาตนครองบังลังก์ด้วยความช่วยเหลือจากมังกรสีนิลนัยน์ตาทอง วิญญาณบอกเขา เจ้าคือมังกรดำนั้นใช่ไหม

คำทำนายอันไม่คาดฝันทำให้ชายหนุ่มนิ่งงันไปพักหนึ่ง ข้าไม่ทราบ...แต่ข้าต้องการให้ท่านเปิดทางให้พวกข้าเพื่อราชินีพระองค์นั้น

เขาสัมผัสได้ว่าดวงวิญญาณเบื้องหน้ายังไร้วี่แววที่จะคล้อยตาม ผู้ที่จะบัญชาข้าได้มีเพียงสายเลือดของราชินีเอรินแห่งทาราเท่านั้น

อาเมียร์มองตอบไปอย่างเคร่งเครียด หมายความว่าอย่างไร

พวกข้าเฝ้าปราการป่าแห่งนี้ตามคำสั่งของราชินีเอรินแห่งทารา และมีเพียงสายโลหิตของพระนางเท่านั้นที่จะบัญชาให้เราอนุญาตให้ใครล่วงผ่านเข้าไปได้

แต่พวกท่านกลับยอมให้คนชอร์ซาขนเสบียงเข้ามาก่อนหน้านี้นี่ ชายหนุ่มแย้งเสียงแข็ง

นานหลายปีแล้วที่เรามิได้ดื่มกิน เราจึงมองว่านั่นเป็นเครื่องเซ่นสังเวยของพวกเรา คำตอบของวิญญาณทำเอาอาเมียร์ขำไม่ออก และพวกเขาเองก็ไม่ได้ใช้เวลาอยู่นานนัก...ส่วนหนึ่งเพราะเรารีบไล่พวกเขาออกไปด้วยละนะ

ได้ อยากได้เครื่องเซ่นอะไรก็บอกมา ถ้าพวกท่านยอมให้เราผ่านทาง ข้าจะทำพิธีสังเวยให้แน่นอน

นักรบมองเขาด้วยสายตานิ่งเฉยกับข้อเสนอนั้น เราต้องการพบราชินีของเจ้า

ชายหนุ่มขมวดคิ้ว เช่นนั้นข้าจะพานางมาพบพวกท่าน แต่ต้องเป็นหลังจากเช้าวันพรุ่งนี้

ไม่ได้ นางต้องเป็นผู้ขอให้พวกเจ้าเข้ามาได้ด้วยตนเอง มิเช่นนั้น...ข้าก็ไม่อาจรับรองความปลอดภัยของพวกเจ้า

อาเมียร์ยิ่งเดาะลิ้นด้วยความหงุดหงิด ข้าอุตส่าห์ขอร้องท่านดีๆ แล้วนะ! พวกข้ากำลังเร่งรีบ และด้วยอำนาจที่ข้ามีอยู่ในตัว ข้าไม่จำเป็นต้องเจรจา แต่สะกดหรือทำลายพวกท่านจนหมดได้ด้วยซ้ำ

แต่เจ้าไม่สามารถหยุดพวกเราทั้งหมดไปพร้อมกับปกป้องมนุษย์คนอื่นที่มากับเจ้าทุกคนได้ วิญญาณนักรบตอบอย่างผู้ถือไพ่เหนือกว่า ไม่จริงรึ

ชายหนุ่มกำมือแน่นขณะครุ่นคิด เขานึกเสียดายว่าตนน่าจะพาแอชมาด้วย...แต่ก็ไม่แน่ใจว่าวิญญาณตรงหน้าบอกความจริงหรือไม่

ถ้าจะสื่อสารผ่านกระแสจิตให้หญิงสาวตามมาสมทบพรุ่งนี้เช้าก็น่าจะทำได้ พวกหน่วยเรเวนยังไม่น่าจะมาถึงในตอนนั้น...แม้เขาจะอยากเห็นพวกมันถูกผีหลอกหัวโกร๋นก็เถอะ

ในเมื่อไม่รู้ว่าจะตัดสินใจอย่างไร ชายหนุ่มจึงใช้กระแสจิตบอกเล่าเรื่องที่ตนสนทนากับวิญญาณต่อหัวหน้าหน่วยซิอ์บุล ก่อนจะเดินกลับมาบอกพวกทหารคนอื่นว่าทางข้างหน้าเป็นบึงพรุที่ดูมีอันตรายเกินกว่าจะเดินทางยามกลางคืน

เช่นนั้น เราจะพักรอที่นี่ก่อน เมื่อถึงรุ่งเช้าค่อยเดินทางต่อนักรบวัยกลางคนตอบรับ

รูอาร์คทำท่าเหมือนมีเรื่องอยากถามอาเมียร์ที่เดินกลับมาที่ม้าอีกครั้ง คงจะเป็นเหตุผลที่เขายืนนิ่งเงียบอยู่ แต่ชายหนุ่มก็โบกมือปฏิเสธและกระซิบเบาๆ ว่าไว้พูดกันทีหลัง

เขาจะติดต่อแอชลีนน์ในตอนเช้า พวกเขายังพอมีเวลา ยังไม่สายเกินไป

ทว่า...อาเมียร์ไม่ทันคิดว่าราชินีของเขาจะตามตัวยากกว่าที่คิด

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 7 ครั้ง

4 ความคิดเห็น

  1. #87 Nithinae (@Anithin) (จากตอนที่ 84)
    วันที่ 13 กรกฎาคม 2561 / 23:23

    โคลสอัปค่ะ


    https://image.dek-d.com/27/0061/6024/127141720

    #87
    0
  2. #86 Nithinae (@Anithin) (จากตอนที่ 84)
    วันที่ 13 กรกฎาคม 2561 / 22:56

    แผนที่ประกอบตอนค่ะ


    https://image.dek-d.com/27/0061/6024/127141611

    #86
    0
  3. วันที่ 11 กรกฎาคม 2561 / 02:25

    รอลุ้นอยู่นะคะ

    #85
    1
    • #85-1 Nithinae (@Anithin) (จากตอนที่ 84)
      13 กรกฎาคม 2561 / 23:50
      ขอบคุณที่ติดตามนะคะ >w<
      #85-1
  4. #84 titania (@nilekia) (จากตอนที่ 84)
    วันที่ 6 กรกฎาคม 2561 / 23:48
    จะเป็นยังไงต่อล่ะนี่
    #84
    1
    • #84-1 Nithinae (@Anithin) (จากตอนที่ 84)
      13 กรกฎาคม 2561 / 23:51
      มาต่อแล้วนะคะ รอดูต่อไปได้เลยค่ะ
      #84-1