The War of Thirdaire - ตำนานสงครามบัลลังก์เหนือ (รีไรท์)

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 5,809 Views

  • 125 Comments

  • 128 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

จำนวนแชร์
0

  • Month Views
    93

    Overall
    5,809

ตอนที่ 83 : 21 - การเจรจา "เราไม่รับคำปฏิเสธ" (100%)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 122
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 7 ครั้ง
    29 มิ.ย. 61

บทที่ 21

การเจรจา

 

หลังวันลูคนาซัธ ข่าวร้ายจากชอร์ซามาถึงราชาบนบัลลังก์แห่งทาราในยามรุ่งเช้าโดยนกพิราบนำสาร ว่าเมืองสถานีการค้าย่อยอิเรียถูกกองโจรปล้นสะดมและเผาทำลาย

เขาเดาได้ไม่ยากว่าเมื่อการปกครองภายในมณฑลระส่ำระสาย พวกนอกกฎหมายย่อมฉวยโอกาส หรือมิเช่นนั้น...เจ้าพวกกบฏยาร์ลาธก็เป็นผู้สร้างสถานการณ์ปั่นป่วนพวกเขาเสียเอง แต่ไม่ว่าอย่างไรก็ตาม ทางออกของปัญหานี้ย่อมชัดเจน

เราต้องนำกองกำลังจากมณฑลหลวงไปเฝ้าระวังทุกเมือง จะคาดหวังเพียงทหารชอร์ซาไม่ได้ดูลัสกล่าวขึ้นมาในการว่าราชการต้องปราบปรามโจรพวกนี้ให้ราบคาบ และตรึงหน้าด่านทุกด้านของชอร์ซาไว้ รวมถึงด้านใต้ของทั้งทาราและชอร์ซา อย่าให้เกิดการเดินทางอ้อมด่านซาเกรดา โซลทางใต้ได้ ขอให้ท่านแม่ทัพคาฮาลจัดสรรกำลังพลตามสมควรด้วย

น้อมรับพระบัญชาพ่ะย่ะค่ะชายวัยกลางคนเจ้าของนามซึ่งยืนอยู่ในที่ของตนค้อมคำนับองค์ราชันพร้อมกับตอบอย่างหนักแน่น

หากต้องการนักรบเรเวนเป็นกำลังเสริมเมื่อใด ก็ขอให้บอกมา อย่าได้เกรงใจองค์ราชาตัดสินใจเอ่ยต่อหลังจากคิดอยู่ครู่หนึ่ง ในเมื่อกองกำลังเรเวนมีฝีมือเป็นที่ประจักษ์ อีกทั้งบิดาของเขาเคยเสนอให้ใช้กองกำลังของมณฑลต่อหน้าที่ประชุมขุนนาง เขาก็ควรจะพิจารณาตามสถานการณ์ไป

ถึงอย่างไร ความภักดีของหน่วยเรเวนก็ไม่มีสิ่งใดให้คลางแคลง และสำคัญคือพวกเขาต้องตรึงอำนาจเหนืออาณาเขตที่มีให้แน่นหนาก่อนดำเนินการรบต่อไป

 

เมื่อนามูนาเดินนำหญิงสาวที่แต่งตัวเสร็จแล้วออกมาข้างนอกบ้าน หมอฝึกหัดก็มองไปโดยรอบ ภายในหมู่บ้านเล็กๆ มีไร่นาซึ่งเก็บเกี่ยวไปแล้วสลับกับบ้านผนังโคลนหลังคามุงฟาง มีคนไม่น้อยที่เมียงมองเธออย่างสงสัย พวกเขาส่วนมากมีสีผมและสีตาอย่างชาวอัสลานชัดเจน มากกว่าครึ่งเป็นผู้หญิง เด็ก และวัยรุ่นประมาณเดียวกับนามูนา

ภาพที่เห็นทำให้หญิงสาวอดไม่ได้ที่จะนึกไปถึงการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ชาวอัสลานเมื่อสิบแปดปีก่อน คนส่วนใหญ่ในนี้ดูเหมือนจะเป็นผู้รอดชีวิต ไม่ก็ลูกหลานของพวกเขา แต่ก็มีชาวธีร์ดีเรอาศัยอยู่ร่วมหมู่บ้านด้วยเช่นกัน เป็นภาพแปลกประหลาดที่เธอไม่คิดว่าจะพบเห็น

ไม่นานเด็กสาวก็พาหญิงสาวมายังบ้านหลังหนึ่งที่ดูข้างนอกไม่ได้แตกต่างไปจากบ้านหลังอื่นๆ ก่อนจะเปิดประตูเข้าไปโดยไม่พูดอะไร

ภายในนั้นมีคนจำนวนหนึ่งรออยู่แล้ว ซานามองตรงไปยังชายวัยกลางคนคนหนึ่งที่นั่งขัดสมาธิอยู่บนพื้นเบื้องหน้าตน ข้างกายเขามีหญิงวัยกลางคนที่มีเค้าหน้าคล้ายนามูนานั่งอยู่ เลยมาอีกคือเกลซึ่งเป็นคนเดียวที่หมอฝึกหัดรู้จักในห้องนั้น และชายชราผมหงอกขาวที่นั่งบนเก้าอี้รถเข็น มีผ้าห่มคลุมตักลงมาปิดถึงปลายเท้า

หญิงสาวค้อมคำนับเหล่าคนที่มีอายุมากกว่าอย่างไม่แน่ใจนัก ก่อนที่ชายที่อยู่ตรงกลางจะพูดขึ้น

นั่งลงเถอะ

เธอนั่งลงบนพื้นตามคำบอกของเขา นามูนาเองก็นั่งลงข้างๆ หญิงสาวเช่นกัน

ข้าชื่อเตมูร์ เป็นหัวหน้าหมู่บ้าน นี่ภรรยาของข้า เออร์เดเน และท่านคอนน์ ผู้เฒ่าของเราชายวัยกลางคนแนะนำก่อนจะพยักพเยิดไปทางเกลเจ้าช่วยชีวิตเนอร์กุยไว้สินะ เขาบอกเรามาเช่นนั้น

เจ้าค่ะ ข้าเป็นหมอฝึกหัด และพบเขาบาดเจ็บอยู่ในลำธารเมื่อสี่ปีก่อนซานาตอบเรียบๆ

ที่ช่วยก็เพราะเจ้าเป็นชาวอัสลานเหมือนกันน่ะหรือ

ซานาส่ายหน้าถึงข้าไม่ใช่ชาวอัสลาน ข้าก็จะช่วย นี่เป็นหลักการของหมอเจ้าค่ะ

เตมูร์มองเธออย่างพินิจพิเคราะห์นอกจากเขา เจ้าเคยพบชาวอัสลานคนอื่นอยู่ข้างนอกอีกไหม

ไม่เจ้าค่ะหญิงสาวตอบมีท่านเป็นพวกแรกนี่แหละ

ถ้าอย่างนั้น...เจ้าอยู่ที่ไหน เติบโตขึ้นมาอย่างไรกันภรรยาของหัวหน้าหมู่บ้านถามแผ่วเบา

พ่อบุญธรรมของข้าเป็นอดีตนักรบประจำอารามของซาเกรดา โซล ส่วนแม่บุญธรรมเป็นหมอ ท่านพ่อไปพบข้าหลังจากเผ่าถูกสังหารหมู่ และพาข้าไปเลี้ยงในหมู่บ้านเล็กๆ ริมทะเลสาบ ชื่อหมู่บ้านเคทลินเจ้าค่ะ

หมู่บ้านทางใต้ในชอร์ซาชายชราบนรถเข็นพูดขึ้นพลางลูบเคราแล้วเจ้ากับพ่อหนุ่มนั่นตั้งใจมาที่นี่ หรือไปที่ไหนกัน

หมอฝึกหัดนิ่งคิดไปครู่หนึ่งก่อนจะตัดสินใจปิดบังความจริงเราเดินทางรักษาคนไปเรื่อยๆ แต่ระหว่างทาง...ข้ารู้สึกเหมือนตัวเองจะเป็นไข้ แล้วก็คง...กลายร่างเป็นสัตว์ไป

เตมูร์จ้องมองหญิงสาวด้วยสีหน้าเรียบเฉยจนไม่อาจหยั่งอารมณ์ตรงกับที่เนอร์กุยเล่า เขาบอกว่าเจ้าเพิ่งกลายร่างจึงคุมสติไม่ได้และบินจากไป เขาจึงตามมาช่วยไม่ให้หลงทาง แต่ไม่นึกว่า...เจ้าจะบินมาที่หมู่บ้านนี้ด้วยตนเอง

แล้ว...ข้าตอนเป็นนกจะมาที่นี่ทำไมกันซานาถามอย่างสงสัย

คงเป็นสัญชาตญาณกลับฝูงของนกกระมังชายวัยกลางคนตอบน่าเสียดาย เจ้าอยู่ข้างนอกนั้นคงไม่มีใครสอนเรื่องพิธีเติบใหญ่หรือร่างสัตว์ หากไม่ควบคุมตัวเองให้ได้ สักวันเจ้าอาจกลายเป็นสัตว์โดยสมบูรณ์ ไม่อาจคืนร่างเป็นคนได้อีก

“...มันร้ายแรงขนาดนั้นเชียวหรือหญิงสาวรับอย่างคลางแคลง

ร้ายแรงขนาดนั้น นอกจากจะมีคนสอนเจ้าควบคุมพลังเสียงของเตมูร์ยังคงเรียบเฉยก็คงต้องเป็นคนที่นี่ เนอร์กุยไม่น่าจะสะดวก

พรานใบ้พยักหน้ารับคำพูดนั้นขณะที่หญิงสาวขมวดคิ้ว

 สอน...แล้วใช้เวลานานเท่าไรกันเธอถามกลับ

ปรกติก็สักครึ่งถึงหนึ่งเดือน

ซานารีบแย้งแต่เราไม่มีเวลานานขนาดนั้น

หากทิ้งเวลาให้เนิ่นช้าเกินไป ด่านผ่านแดนระหว่างซาเกรดา โซล กับยาร์ลาธมีโอกาสที่จะปิดลง เวลานี้เธออยู่ที่ไหนก็ไม่รู้ ซ้ำโทมากับเบอร์นาร์ดก็ไม่ได้อยู่ด้วย หมายความว่าเธออาจต้องออกตามหาพวกเขาเสียก่อน

ดูท่าทางพวกเจ้าเร่งรีบไปที่ไหนสักแห่ง คงไม่ได้ตระเวนรักษาคนป่วยไปเรื่อยๆ อยู่กระมังชายชราที่ชื่อคอนน์พูดขึ้นบ้างพลางลูบเคราของตนมีธุระอะไรสำคัญที่ต้องไปทำอย่างนั้นหรือ

หากมี ก็ขอให้ตอบตามสัตย์จริง ข้าไม่อยากระแวงว่าพวกเจ้าจะเป็นภัย และจัดการในฐานะอื่นที่ไม่ใช่อาคันตุกะหัวหน้าหมู่บ้านเหมือนจะสำทับ

ซานานิ่งคิด ก่อนจะตัดสินใจบอกตามตรง...คงเพื่อให้รู้ว่าพวกตนไม่ได้นำอันตรายมาสู่คนที่นี่ และญาติมิตรชาวอัสลานของพวกเขาที่ถูกหลอกใช้จะได้พ้นมลทิน

เรากำลังจะไปหาราชินีที่ยาร์ลาธ เพราะเนอร์กุยเป็นพยานยืนยันได้ว่า มีขุนนางผู้ใหญ่อยู่เบื้องหลังการลอบปลงพระชนม์

เมื่อหญิงสาวพูดจบ ความเงียบก็เหมือนจะทิ้งตัวลงกดทับทุกคนในที่นั้นอยู่เป็นนาน จนกระทั่งเตมูร์เอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงเคร่งเครียด

เช่นนั้น พวกเจ้าสองคนก็รีบออกไปเสีย ข้าเคยลั่นวาจาไว้แล้วว่าใครเกี่ยวข้องกับเรื่องต่ำทรามนั่นก็ไม่ถือเป็นคนในความดูแลของข้าอีก

เนอร์กุยไม่แสดงท่าทีโต้แย้ง ชายหนุ่มค้อมศีรษะให้หัวหน้าหมู่บ้านเหมือนจะขออภัย จากนั้นก็ทำท่าจะลุกจากไป ถึงแม้ว่าเออร์เดเนทำท่าจะพูดอะไรบางอย่างและมองมาทางหมอฝึกหัดสลับกับสามีของตน

ข้ายังไม่รู้เหนือใต้เลยว่าตัวเองอยู่ที่ไหน แต่พวกท่านคงไม่คิดจะบอกอยู่แล้วสินะซานาตอบราบเรียบเพื่อความปลอดภัยของคนในความดูแลของท่าน

ชายวัยกลางคนพยักหน้าแม้เจ้าจะเป็นสายเลือดอัสลานก็ยังนับเป็นคนนอก เนอร์กุยเพียงขอให้พวกเราพยาบาลเจ้าจนได้สติแล้วจะพากลับไปเท่านั้น หากเจ้าไม่ยินยอมเรียนรู้การควบคุมร่างสัตว์ ก็ไม่มีเหตุผลที่จะอยู่ที่นี่อีก

แต่...หากเจ้ามีคำถาม...เรื่องพ่อแม่หญิงวัยกลางคนพูดขึ้นมาอย่างลังเลจะถามก็ได้นะ…”

หญิงสาวเงียบไปเพราะข้อเสนอนี้ เธอย่อมเคยสงสัยว่าพ่อแม่ที่แท้จริงของตนเป็นใคร แต่ในเมื่อเวลาล่วงเลยมานานถึงเพียงนี้แล้ว ความหวังที่ว่าทั้งสองจะรอดชีวิตมาหรือได้พบกันอีกก็ไม่มีเหลือ

พวกเขาคงไม่อยู่ในโลกใบนี้แล้วเจ้าค่ะสุดท้ายซานาก็ตัดบท ข้ากับเกล...ไม่สิ...เนอร์กุยยังมีธุระต้องรีบไปตามที่บอกท่าน ดังนั้นขอตัวก่อนเจ้าค่ะ

หญิงสาวทำท่าจะลุกขึ้น แต่หญิงวัยกลางคนกลับพูดขึ้นโดยเร็วทั้งเสียงสั่นเครือ

“...ข้า...เคยมีลูกสาวคนหนึ่ง...กับสามีเก่าที่ตายไป...หากนางยังมีชีวิตอยู่ ก็คงจะอายุสิบแปดปี...รุ่นราวคราวเดียวกันกับเจ้า ข้าซ่อนตัวนางไว้...ก่อนที่ข้าจะ...จะถูกจับตัวไป

หมอฝึกหัดนิ่งไปขณะหันกลับมามองอีกฝ่ารย เห็นนัยน์ตาคาดหวังของนางรื้นแดงและมีน้ำตารินออกมา

ข้า...เสียใจด้วย ข้าไม่รู้ว่าข้าเป็นลูกสาวของท่านหรือเปล่าซานาเอ่ยอย่างลังเลแต่ท่านก็มีครอบครัวใหม่ มีลูกสาวอีกคนแล้ว ก็น่าจะเป็นครอบครัวที่มีความสุขดีไม่ใช่หรือ

ทันทีที่หมอฝึกหัดพูดจบ เออร์เดเนก็พลันหลบสายตาของเธอ นางส่ายหน้าโดยไม่พูดอะไร ก่อนจะลุกขึ้นแล้วรีบเดินออกไปจากบ้านหลังนั้นอย่างเงียบๆ ยังผลให้หญิงสาวหน้าเสียว่าตนพูดอะไรผิดไปหรือไม่

นามูนาเหมือนจะมองหมอฝึกหัดด้วยสายตาคาดโทษก่อนจะลุกตามแม่ของเธอออกไปด้วยอาการปั้นปึ่ง ทำให้ซานายิ่งใจร่วงวูบไปกว่าเดิม

เตมูร์เพียงมองตามหลังภรรยากับลูกสาวไปจนลับตา แล้วกวาดมองเกลสลับกับหญิงสาวอย่างนิ่งเฉยก่อนจะตัดบท

เจ้าทั้งสองไม่ใช่คนของอัสลานแล้ว จงออกไปเสีย และอย่าได้กลับมาอีก

หมอฝึกหัดห้ามตนเองไม่ให้ถอนหายใจก่อนจะลุกขึ้นยืน ค้อมคำนับคนที่เหลืออยู่และเดินตามหลังเกลไป

 

- 2 -


เมื่อถึงรุ่งเช้า รูอาร์คก็เห็นแนวกำแพงไม้ของด่านระหว่างธีร์ดีเรกับซาเกรดา โซลอยู่ไม่ไกลนัก

ชายหนุ่มระบายลมหายใจ คงเป็นความโชคดีในความโชคร้ายที่เขามีโอกาสขี่ม้าห้อเต็มเหยียดมาจากเมืองอิเรียในยามกลางคืน จึงได้มาถึงหน้าด่านเร็วกว่าที่คิดไว้

ที่เหลือก็คือทำให้พวกทหารซาเกรดา โซล ยอมให้เขาเดินทางเข้าไปเพื่ออ้อมสู่ยาร์ลาธ

แต่ก่อนหน้านั้น ถ้าหาอาหารเช้ากับชาร้อนๆ มาช่วยให้ตาสว่างได้คงดี

หลังจากผ่านทหารของชอร์ซามาได้ด้วยเหรียญทองพันวีร์ รูอาร์คก็บังคับม้าให้เดินเหยาะเข้ามาในบริเวณที่พวกทหารซาเกรดา โซลบนป้อมกำแพงมองเห็นชัดเจนโดยมีก็อธฟรีด์ที่ยังหลับอยู่ถูกผูกไว้บนหลัง เมื่อคืนเขาจำเป็นต้องทิ้งสัมภาระบางส่วน และนำติดตัวมาเพียงเงิน เสบียง อาวุธและของใช้ที่จำเป็น แต่เป็นอย่างนี้ก็คล่องตัวดี ถ้าขาดเหลือข้าวของอะไร ก็คงหาซื้อตามเมืองหน้าด่านได้ไม่ยากนัก

ไม่นานชายหนุ่มก็มาถึงปลายแถวรอเดินทางออก ซึ่งถึงแม้จะยังเช้ามากก็มีผู้คนและขบวนเกวียนต่อแถวรออย่างเนืองแน่น เขาเดาว่าสถานการณ์อันไม่สงบในชอร์ซาคงมีส่วนผลักดันให้เกิดการอพยพลี้ภัยเข้าซาเกรดา โซล มากเช่นนี้ โดยก็ไม่รู้ว่าเทวณาจักรจะตัดสินใจปิดด่านผ่านแดนหรือไม่ และเมื่อไร

รูอาร์คลงจากหลังม้าและจูงมันไปตามแถวที่เคลื่อนตัวไปอย่างเชื่องช้า เขาภาวนาไม่ให้ตนเองถูกจับที่นี่ พวกทหารยามระหว่างด่านยาร์ลาธและชอร์ซาจำเขาได้แม่นยำก็จริง แต่ทหารของชอร์ซาที่อยู่ด่านทางใต้ไม่น่าเคยเห็นชายหนุ่มในฐานะลูกนอกสมรสของเจ้ามณฑล อีกทั้งพอได้เงินที่เขายัดมือให้ก็พร้อมที่จะให้ความช่วยเหลือในทันที

อีกพักใหญ่เขาจึงมาอยู่ที่หัวแถวหลังขบวนเกวียนที่ถูกรื้อค้นจนแทบจะทลายโครงลงมา ทหารยามตบๆ ตามกระเป๋าสัมภาระที่เขาแขวนไว้ข้างอานม้า แล้วขอเปิดดูก่อนจะถามชายหนุ่มมีแค่เจ้ากับเด็กสองคนหรือ

ขอรับ ข้าอยากรีบพาลูกไปในที่ปลอดภัยรูอาร์คตอบ

แล้วแม่เด็กล่ะ

เสียไปนานแล้วขอรับชายหนุ่มแสร้งทำเสียงเศร้า

ทหารของซาเกรดา โซล เงียบไปครู่หนึ่งกับคำตอบของเขา ก่อนจะตอบเบาๆ ว่าเสียใจด้วยและโบกมือบอกให้ทั้งสองข้ามผ่านอาณาจักรไปโดยง่าย

รูอาร์คค่อยๆ ผ่อนลมหายใจและห้ามมือไม่ให้หายสั่น ถึงจะเคยดำเนินแผนการช่วยสหายหรือครอบครัวของอีกฝ่ายหนีมาแล้ว นี่กลับเป็นครั้งที่ชายหนุ่มตื่นเต้นและวิตกกังวลเรื่องความปลอดภัยของเพื่อนร่วมทางวัยเยาว์มากที่สุด

อย่างไรก็ดี ในเมื่อผ่านด่านมาได้โดยไม่มีปัญหาแล้ว เขาควรทิ้งความกังวลนั้นไว้เบื้องหลังและหาอาหารมาเติมพลังให้ตนเองก่อนจะมุ่งหน้าต่อไปเสียที

กลิ่นหอมของขนมปังอบใหม่ เนื้อย่างและซุปในหม้อใหญ่โชยมาจากเพิงขายอาหารเบื้องหน้า รูอาร์คจึงได้แวะผูกม้าให้มันได้พักกินน้ำ และซื้อขนมปังห่อเนื้อมาเป็นเสบียงกินระหว่างขี่ม้าเพื่อไม่ให้เสียเวลา

เพิ่งมาจากธีร์ดีเรหรือคนขายอาหารซึ่งเป็นชายวัยกลางคนร่างท้วมเอ่ยถามขึ้น

ใช่เขาตอบตามตรง

ได้ยินว่าวุ่นวายน่าดู เจ้ามาคนเดียวกับลูกเล็กหรือนี่

ใช่ พวกเรารีบหนีมาจากอิเรีย ก็ยังดีที่มีกันแค่สองคน ไม่อย่างนั้นคงลำบากกว่านี้รูอาร์คถอนหายใจอย่างเหนื่อยอ่อน

ดีแล้ว รีบไปเถอะ ได้ข่าวว่าทหารเมืองหลวงกำลังจะมาเพิ่ม ข้าก็ไม่รู้ว่าด่านตรงนี้จะเปิดถึงเมื่อไรพ่อค้าโคลงศีรษะข้าก็คงค้าขายตรงนี้ลำบาก ไม่ก็ต้องเลิกขายไปก่อน

ไปยาร์ลาธไหมล่ะ ทางนั้นยังต้องการขนมปังอร่อยๆ อยู่แน่ชายหนุ่มพูดทีเล่นทีจริง เรียกเสียงหัวเราะจากอีกฝ่าย

ไม่ละ ข้าไม่อยากเจอสงครามกลางเมือง อยู่ซาเกรดา โซล น่าจะสงบสุขกว่าเยอะ

รูอาร์คยิ้มแห้งๆ กับพ่อค้านั่นสิ แต่ที่ไหนมีครอบครัวรออยู่...มันก็คือบ้านที่ข้าต้องกลับไปละนะ

ข้าเข้าใจพ่อค้าพยักหน้ารับ ก่อนจะมองอีกฝ่ายนิ่งอยู่ครู่หนึ่งแล้วหยิบขนมปังเนยสดเนื้อนุ่มชิ้นหนึ่งมาห่อกระดาษไขข้าแถมให้เด็กน้อยนะ ขอให้พวกท่านเดินทางปลอดภัย

ขอบคุณมากขอรับรูอาร์คตอบด้วยรอยยิ้มขณะรับขนมปังไปเก็บไว้ขอให้ท่านโชคดีเช่นกันขอรับ

ไม่นานชายหนุ่มก็กลับขึ้นหลังม้าและขี่มันออกไปต่อตามหนทางอีกครั้ง โดยหวังว่าจะไปถึงด่านผ่านแดนสู่ยาร์ลาธก่อนเย็น

 

หลังจากเมืองอิเรียถูกปล้นเมื่อคืน วันนี้ก็มีการเคลื่อนพลจากมณฑลหลวงเข้ามาในชอร์ซามากขึ้น ทั้งประจำอยู่ที่เมืองต่างๆ และหน้าด่านทั้งทางตะวันตกกับด้านใต้พ่ะย่ะค่ะ

ราชินีแอชลีนน์ฟังการรายงานของเจ้ามณฑลยาร์ลาธในเช้าวันต่อมาด้วยความกังวลถึงคนที่ยังเดินทางอยู่ข้างนอก แต่เธอก็พยายามไม่แสดงท่าทีออกมาในที่ประชุม

ไม่ต้องห่วงรูอาร์คหรอก เขาขี่ม้าออกจากเมืองไปอย่างปลอดภัย อาเมียร์บอกเธอทางจิต หวังว่าจะมาถึงภายในวันสองวันนี้

อือ...พวกท่านหมอซานาก็เหมือนกัน หญิงสาวรับพลางฟังรายงานต่อไป

เมื่อเย็นวาน ทหารที่หน้าด่านทางใต้ส่งพิราบนำสารมาว่า เบอร์นาร์ด ฟาร์ควาร์ มาถึงด่านทางใต้พร้อมกับนักรบรับจ้างชื่อโทมาพ่ะย่ะค่ะ แต่นายพรานอัสลานกับหมอหญิงไม่ได้มาด้วย พวกเขาบอกว่ามีเหตุจำเป็นทำให้สองคนนั้นแยกตัวไป แต่ไม่ช้าจะตามมาสมทบพ่ะย่ะค่ะ

เหตุจำเป็นหรือ...แอชลีนน์นึกเป็นห่วงทั้งสองขึ้นมา แต่ก็ยังคงเก็บเงียบไว้

กระหม่อมได้บอกให้ทหารของเรารีบอารักขาทั้งสองมาที่เคนมาราแล้ว บ่ายวันนี้คงมาถึงสภาเมือง และกระหม่อมจะสอบถามสถานการณ์จากเบอร์นาร์ดเองพ่ะย่ะค่ะ

เราจะอยู่ด้วยราชินีตอบหนักแน่นเราคงมีเรื่องต้องถามเขามากเช่นกัน

รับด้วยเกล้าพ่ะย่ะค่ะเจ้ามณฑลค้อมศีรษะให้เธอต่อไปเป็นข้อมูลกองกำลังของทาราที่สายของเราสืบมาได้ ผู้กองคาเฮียร์ บุตรชายของแม่ทัพคาฮาลเป็นผู้เฝ้าหน้าด่านด้านตะวันตกของชอร์ซาซึ่งติดกับเราพ่ะย่ะค่ะ...

ชื่อนั้นทำให้แอชลีนน์ครุ่นคิดขึ้นมา ผู้กองคาเฮียร์...รองชนะเลิศในพิธีสยุมพรครั้งใหม่ และพี่ชายต่างบิดาของเคียราน่ะหรือ

ตระกูลมาร์คาสของแม่ทัพคาฮาลเป็นผู้จงรักภักดีต่อราชวงศ์ ดังนั้นทั้งสองไม่น่าจะเห็นดีกับแผนการของแฟคท์นาที่ให้เคียราสวมรอยเป็นราชินี นั่นทำให้แอชลีนน์คิดว่า บางทีเธออาจเจรจากับคาเฮียร์ได้โดยไม่ต้องสูญเสียเลือดเนื้อ หญิงสาวจึงได้ตัดสินใจเอ่ยขึ้นท่านเบเรคคิดว่า เราจะเสนอเจรจากับผู้กองคาเฮียร์อย่างสันติได้ไหม ได้ยินว่าเขาเป็นคนตรงไปตรงมา ถ้ารู้เรื่องลอบปลงพระชนม์กับราชินีตัวปลอมก็ไม่น่าจะยอมทำตามแผนของเจ้ามณฑลอุลทูร์อีก

สีหน้าของชายวัยกลางคนดูกังวล แต่เขาก็ตอบแบ่งรับแบ่งสู้พอจะมีโอกาสเป็นไปได้เจ้าค่ะ และหากเราทำให้ตระกูลมาร์คาสร่วมมือกับเราได้...เราก็มีโอกาสที่จะพลิกสถานการณ์ในเวลานี้ได้มากทีเดียว

ความจริงอยู่กับพวกเรา ขอเพียงเรามีวิธีพิสูจน์ให้เขาเห็นแจ้ง...ราชินีนึกด้วยสีหน้าเคร่งขรึมต้องทำให้เขาเชื่อว่าเราคือราชินีตัวจริง แต่เราก็ไม่ได้สนิทกับผู้กองคาเฮียร์หรือท่านแม่ทัพคาฮาลนักนี่สิ...

กระหม่อมเชื่อว่า หากพระองค์ทรงอธิบายเรื่องที่เกิดขึ้นได้ตามจริง พวกเขาต้องเชื่อแน่นอนพ่ะย่ะค่ะอาเมียร์เสริมขึ้นมา

ถ้าอย่างนั้น เราจะส่งสารนัดหมายวันเวลาไปให้พวกเขา หากนัดพบกันได้ในวันพรุ่งนี้หรือมะรืนนี้เลยก็ดีแอชลีนน์เอ่ยสถานที่เจรจาคือหน้าด่านระหว่างยาร์ลาธกับชอร์ซา ถ้าเป็นพื้นที่กลาง พวกเขาคงไม่ระแวงว่าเป็นกับดัก

พ่ะย่ะค่ะ กระหม่อมจะให้อาลักษณ์ร่างสารให้เจ้ามณฑลรับคำพร้อมกับค้อมศีรษะรับ

ขอบคุณมาก เรามาว่าเรื่องต่อไปกันเถอะราชินีตอบก่อนจะกล่าวต่อไปเพื่อดำเนินการประชุม

หวังว่าทั้งสองฝ่ายจะสามารถหลีกเลี่ยงการปะทะ และรวมแผ่นดินกลับเป็นหนึ่งได้สำเร็จ

 

ขอโทษนะ ข้าทำให้เจ้าลำบากมากจริงๆซานาแหงนมองชายที่กำลังแก้เชือกผูกม้าของเขา แต่อีกฝ่ายก็หันหน้ากลับมาส่ายหน้าเบาๆ พร้อมกับพึมพำว่าไม่หรอก

หญิงสาวพยายามไม่ถอนหายใจและถามต่อเอาเถอะ แล้วโทมากับเบอร์นาร์ดล่ะ

ล่วงหน้าไปยาร์ลาธเลยเกลขยับริมฝีปากช้าๆไปเจอกันที่นั่น

อ๋อหมอฝึกหัดพยักหน้ารับอย่างโล่งอกดีแล้ว แล้วที่นี่ไม่ไกลจากยาร์ลาธใช่ไหม

พรานอัสลานพยักหน้าช้าๆ ก่อนจะทำริมฝีปากอีกครั้งไปถึงก่อน เรื่องพลังไว้วันหลัง ข้าสอนได้

อื้อ ขอบคุณมากซานาตอบรับ

ชายหนุ่มโบกมือตอบเธอก่อนจะลูบหัวเจ้าลูกครึ่งหมาป่าควินน์ แก้เชือกที่ผูกมันไว้กับหลักแล้วจึงได้จับบังเหียนม้าให้นิ่งเพื่อให้ซานาขึ้นนั่งบนหลังของมัน จากนั้นตนเองจึงได้ขึ้นตามไปนั่งด้านหลังหญิงสาว

แต่ในขณะที่เกลกำลังจะบังคับม้าให้เดินออกไป เสียงของใครบางคนกลับดังขึ้นเสียก่อน

พี่เนอร์กุย

ซานาหันไปเห็นนามูนากับห่อผ้าห่อหนึ่ง เด็กสาวเดินกึ่งวิ่งเข้ามาใกล้ม้าที่ทั้งสองขี่อยู่ แล้วส่งห่อผ้านั้นให้ชายหนุ่ม

นี่เป็นเสบียงของพี่ เดินทางปลอดภัยนะเจ้าคะ ขอเทพแห่งสายลมคุ้มครองท่าน

ว่าแล้วอีกฝ่ายก็หมุนตัวทำท่าจะเดินจากไปโดยไม่สนใจซานา หมอฝึกหัดจึงได้รีบพูดเดี๋ยวก่อน

นามูนาหยุดเท้าและเหลียวกลับมามองหญิงสาวด้วยสายตาที่ไม่ต่างจากในบ้านหลังนั้น

ข้า...อยากขอโทษท่านเออร์เดเน ข้าไม่ควรพูดอย่างนั้นซานาบอกพลางสบตากับเด็กสาวเจ้าช่วยบอกนางได้ไหมว่าข้าขอโทษ

นางไม่ใช่แม่ท่าน ไม่เห็นต้องสนใจเลยนี่นามูนาตอบเสียงห้วนก่อนจะหันหน้ากลับและก้าวยาวๆ จากไป

 หมอฝึกหัดก้มหน้าลงอย่างเงียบงัน ขณะที่เกลกระตุ้นม้าให้เดินออกไปจากหมู่บ้านลึกลับโดยไม่รั้งรอ

 

- 3 -


กระหม่อม เบอร์นาร์ด ฟาร์ควาร์ ขอถวายบังคมองค์ราชินีพ่ะย่ะค่ะ

แอชลีนน์ซึ่งยืนอยู่หน้าเก้าอี้หัวโต๊ะประชุมมองชายผมสีทองที่คุกเข่าอยู่เบื้องหน้าตนอย่างพินิจพิจารณา ก่อนจะเอ่ยตอบเรียบๆทำตัวตามสบายเถอะ ท่านเบอร์นาร์ด เรายินดีที่...ท่านจะให้ความร่วมมือกับพวกเรา

หากกระหม่อมจะช่วยได้...กระหม่อมก็ยินดีพ่ะย่ะค่ะชายหนุ่มบอกและค้อมศีรษะลงอีกครั้ง

นั่งลงเถอะ เรามีเรื่องอยากถามท่านเกี่ยวกับชอร์ซา หวังว่าท่านจะให้ข้อมูลที่เป็นประโยชน์ต่อพวกเราได้

พ่ะย่ะค่ะขุนนางหนุ่มรับคำก่อนจะนั่งลงบนเก้าอี้ที่ว่างอยู่ ณ โต๊ะวางแผนการรบซึ่งมีเพียงเจ้ามณฑลเบเรค หัวหน้านักรบซิอ์บุล และอาเมียร์นั่งรออยู่ในการประชุมย่อย

ชายหนุ่มหยิบแผนที่ซึ่งเขานำติดตัวมาออกวางคลี่บนโต๊ะ ก่อนจะพูดขึ้นนี่คือแผนที่ที่ละเอียดที่สุดของชอร์ซาซึ่งมีเพียงฉบับเดียว และเป็นแผนที่ที่บอกที่ตั้งของยุ้งฉางลับของมณฑลด้วยพ่ะย่ะค่ะ

องค์ราชินีชะโงกเข้าไปดูแผนที่ซึ่งมีจุดกำกับไว้เป็นพิเศษบนเนินเขาใกล้ชายป่าแห่งหนึ่งก่อนจะเลิกคิ้วปราสาทร้าง?”

พ่ะย่ะค่ะ เมื่อก่อนที่แห่งนี้เป็นป้อมปราการของเอรินในยามสงคราม แม้ช่วงหลังจะถูกทิ้งร้าง ก็ยังมีโกดังเก็บของที่อยู่ในสภาพดี สามารถถนอมอาหารและธัญพืชได้ และที่สำคัญคือ...ไม่มีใครคิดจะเข้ามาแม้แต่พวกโจรพ่ะย่ะค่ะ

แปลกจริงหญิงสาวทักขึ้นทำไมถึงเป็นอย่างนั้นล่ะ

เพราะสถานที่แห่งนั้นได้ชื่อว่ามีผีดุมากพ่ะย่ะค่ะเบอร์นาร์ดตอบด้วยท่าทางจริงจัง

แอชลีนน์ชะงักไปเพราะคำพูดของเขามีผี?”

ร่ำลือกันมานานหลายปีแล้วพ่ะย่ะค่ะ ตั้งแต่สมัยเจ้ามณฑลคาลวาห์ ไม่ว่ากองโจรหรือนักรบรับจ้างที่ไหนจะไม่พักแรมที่นั่น แม้แต่พักแรมใกล้ๆ ก็ไม่กล้า ดังนั้นพวกเราจึงเชื่อว่า เสบียงจะปลอดภัยที่นั่นแน่นอนขุนนางชอร์ซาขยายความ

ภายในนั้นซ่อนเสบียงไว้เท่าไรนะท่านเจ้ามณฑลตั้งคำถาม

ประมาณหกร้อยบุชเชลขอรับชายหนุ่มตอบอีกครั้ง

มีปริมาณมากพอที่เราจะใช้เป็นสเบียงของแคว้นในฤดูหนาวพ่ะย่ะค่ะอาเมียร์รับ

แต่ประเด็นคือ เราต้องนำเสบียงนั้นมาให้ได้ก่อนราชินีลูบคางปราสาทอยู่ลึกเข้าไปในชอร์ซาอย่างนี้ จะลักลอบเข้าไปอย่างไรกัน ไม่นับว่าจะขนผ่านแดนไปได้อย่างไร...หากไม่ทำให้ผู้กองคาเฮียร์เป็นพันธมิตรกับเราเสียก่อน

เรายังรับประกันไม่ได้ว่าการเจรจาจะสำเร็จ แต่ก็ต้องลองดูพ่ะย่ะค่ะ หากทรงมีพระประสงค์จะเจรจาเสียก่อนเจ้ามณฑลเอ่ย

ค่ะแอชลีนน์พยักหน้าและหันไปทางผู้มาใหม่ขอบคุณท่านเบอร์นาร์ด หากมีสิ่งใดต้องการบอกพวกเรา ก็ขออย่าได้เกรงใจ เราถือว่าท่านเป็นอาคันตุกะของเรา

ขะ...ขอบพระทัยเป็นอย่างยิ่งพ่ะย่ะค่ะขุนนางชอร์ซาลุกขึ้นค้อมคำนับ

หญิงสาวส่งยิ้มปลอบโยนให้อีกฝ่ายก่อนจะเอ่ยต่อไปเรื่องคลังเสบียงลับนี้ ขอให้รู้กันเพียงคนที่อยู่ ณ ที่นี่เท่านั้น อย่าได้แพร่งพรายออกไป ในหมู่ขุนนางข้างนอกยังมีคนที่เรายังไม่แน่ใจเรื่องความภักดีอยู่

รับด้วยเกล้าพ่ะย่ะค่ะเบอร์นาร์ดถวายบังคมอีกครั้ง

ขอบคุณมาก ในเวลานี้ เราขอปรึกษาเรื่องกำลังพลและสภาพภูมิประเทศในชอร์ซาต่อไปได้ไหม

ชายหนุ่มรับคำ การประชุมลับจึงได้ดำเนินต่อไป

แม้แอชลีนน์จะหวังว่า การเจรจาเป็นก้าวแรกที่จะจบความขัดแย้งโดยสันติ พวกเธอก็ยังประมาทไม่ได้เช่นกัน

 

เย็นวันนั้น ลีชาทำงานทุกอย่างไปตามปรกติ เธอช่วยท่านสิมาทำอาหารและดูแลเด็กๆ ...โดยไม่คาดฝันว่าจะมีอาคันตุกะมาในยามเย็นย่ำ

ใครเจ้าคะเสียงเคาะประตูทำให้หญิงสาวเดินไปถามอย่างไม่แน่ใจ เพราะช่วงนี้ท่านซิอ์บุลมักจะค้างที่ค่ายหน่วยรบใหม่ ส่วนอาเมียร์ก็พักที่จวนของเจ้ามณฑลเพราะมีงานต้องทำ ทั้งสองจึงกลับมาเพียงครั้งคราว

ทว่าเสียงที่ตอบกลับมาต่างไม่ใช่เสียงของทั้งสอง

ข้าเอง

เป็นเสียงของรูอาร์ค ครั้นรู้ตัวอีกฝ่าย ลีชาก็เปิดประตูให้เขาโดยไม่แปลกใจนัก เพราะชายหนุ่มมักจะแวะเวียนมาเมื่อไรตามใจตนเองอยู่แล้ว แต่เธอไม่ได้เตรียมใจรับใครอีกคนที่มากับอีกฝ่าย

เด็กนัอยที่อยู่ในอ้อมแขนของเขา เด็กที่โตขึ้นมากจากในความทรงจำของเธอ ทว่าเธอย่อมจำได้ว่าเขาเป็นใคร

ก็อธฟรีด์!หญิงสาวเรียกเสียงดัง ดวงตาของเธอเริ่มร้อนผ่าวนี่...ก็อธฟรีด์ใช่ไหม

เด็กชายมองเธอเหมือนกับคนไม่รู้จัก แต่ลีชาก็เอื้อมมือไปแตะตัวเขาและทำท่าจะอุ้มแทนรูอาร์ค ยังผลให้เด็กน้อยส่งเสียงร้องเหมือนจะเริ่มร้องไห้อุทธรณ์

โอ๋ๆ ก็อธฟรีด์ นี่ท่านแม่ไง ท่านแม่ที่เคยเลี้ยงเราตอนเด็กๆ จำไม่ได้เหรอชายหนุ่มช่วยพูดและส่งตัวเด็กชายซึ่งหนักกว่าที่หญิงสาวจำได้มากให้กับเธอเอาขนมกับของเล่นล่อหน่อยเดี๋ยวก็ชิน อยู่กับข้ามาสองสามวัน เขาก็เรียกข้าว่าพ่อแล้ว

พ่อ?” ลีชามองชายผมแดงอย่างแปลกใจขณะพยายามกอดเด็กชายที่ดิ้นยุกยิก

ข้าขอเป็นพ่อบุญธรรมของก็อธฟรีด์ ท่านพ่อของข้าอนุญาตแล้ว แต่ข้าจะไม่พรากเขาไปจากเจ้าหรอก เจ้าจะได้เลี้ยงดูเขาในฐานะแม่ ส่วนข้าจะดูแลเรื่องการเรียนให้เขาเมื่อเขาโตขึ้น

อา…” หญิงสาวทำเสียงรับทั้งน้ำตารื้น “แต่ทำไม...ทำถึงขนาดนี้

เธอมองเด็กชายในอ้อมกอดแทนที่จะสบตากับชายหนุ่ม จู่ๆ เขาก็อุตส่าห์ไปพาลูกของเธอมา อีกทั้งยังจะช่วยให้มีอนาคตไกลเกินหวังเสียอีก...แล้วผู้หญิงตัวคนเดียวอย่างเธอจะตอบแทนเขาได้อย่างไรกัน

ข้าไม่รู้ว่าจะตอบแทนท่านได้อย่างไรดีลีชาตอบเสียงแผ่วและก้มหน้าลง

ไม่ต้องคิดว่าเป็นบุญคุณหรือคิดว่าต้องตอบแทนข้าหรอก ข้าทำอย่างนี้เพราะเห็นว่าถ้าปล่อยไว้ที่นั่น เกิดการปะทะขึ้นมาเขาจะลำบาก อย่างน้อยข้าก็รู้จักเด็กคนนี้เพราะเจ้ากับปู่ของเขาล่ะนะ แต่ว่าไป ถ้าเจ้าอยากตอบแทนจริงๆ ข้าก็อยากขอให้เจ้าทำอะไรอย่างหนึ่งให้ข้าหน่อย

ลีชาเงียบไปครู่หนึ่งก่อนจะเงยมองเขาแล้วพยักหน้า

ไม่ว่าจะเป็นอะไร เธอก็ตั้งใจว่าจะตอบแทนเขา

แม้ตั้งใจไว้ตั้งแต่รักและแต่งงานกับเกล็นแล้วว่าตนเองจะไม่มีวันกลับไปขายเรือนร่างหรือมอบกายให้กับคนที่ไม่ได้รักอีก รูอาร์คก็อุตส่าห์เสี่ยงอันตรายพาลูกคนเดียวของเธอกลับมาให้ไม่ใช่หรือ

ข้าอยากให้เจ้ากับลูกใช้ชีวิตอย่างมีความสุข

หญิงสาวเบิกตากว้างกับคำขอนั้นแค่นี้เองหรือ

แต่เมื่อก่อนเจ้าทำไม่ได้เพราะสูญเสียคนที่รัก แถมลูกคนเดียวยังถูกพรากไปด้วยนี่ชายหนุ่มบอกเวลานี้ ถึงจะไม่คิดมีครอบครัวกับใคร หรือไม่คิดที่จะมีลูกคนใหม่ เจ้าก็ยังมีก็อธฟรีดนะ

ลีชาพยักหน้าขอบคุณมากเจ้าค่ะ

ลีชา รูอาร์คมาใช่ไหมจ๊ะ เชิญเขามากินข้าวมื้อเย็นด้วยกันสิเสียงของท่านสิมาดังแว่วมาจากในบ้าน

เจ้าค่ะหญิงสาวตอบกลับก่อนจะหันมาทางชายผมแดงจะเข้ามากินข้าวเย็นด้วยกันไหมเจ้าคะ

อา ขอฝากท้องอีกมื้อนะขอรับชายหนุ่มบอกด้วยรอยยิ้มก่อนจะโค้งน้อยๆ แล้วบอกให้หญิงสาวอุ้มลูกชายนำไปก่อน

ลีชายิ้มน้อยๆ ให้เขาจากใจจริง ก่อนจะอุ้มเด็กชายเข้าบ้านไปในอ้อมกอดที่แนบแน่นเหมือนจะไม่มีวันยอมปล่อยอีกครั้ง

 

ซานา! เจ้าไม่เป็นไรใช่ไหมโทมาโล่งอกเป็นที่สุดเมื่อได้กลับมาพบหญิงสาวณ โรงแรมที่เขาพักในเมืองหลวงของยาร์ลาธในเช้าวันต่อมา หลังจากที่จู่ๆ เธอก็กลายร่างเป็นนกไปต่อหน้าต่อตาและบินหายไป กระทั่งเกลเสนอให้นักรบหนุ่มล่วงหน้าไปกับขุนนางชอร์ซาก่อน ขณะที่เขาตามรอยไปช่วยพาเธอกลับมา

หมอสาวยิ้มเหนื่อยๆ แต่ก็ดูจะดีขึ้นกว่าเมื่อวันก่อนข้าไม่เป็นไร

แล้วเกิดอะไรขึ้น เจ้ามากับเกลสองคนลำบากไหมชายหนุ่มยังคงถามอย่างเป็นห่วง

เขาไว้ใจว่าเกลย่อมดูแลซานาเป็นอย่างดีที่สุด แต่ก็อดกังวลไม่ได้ว่าทั้งสองเผชิญอะไรมา ยิ่งโทมาไม่ได้เป็นชาวอัสลาน เขายิ่งไม่เข้าใจว่าการกลายร่างเป็นสัตว์ให้ความรู้สึกอย่างไรบ้าง...และเป็นอันตรายมากหรือไม่

ไม่ลำบาก ข้า...คืนร่างเป็นคนตอนอยู่ใกล้หมู่บ้านแห่งหนึ่ง เกลเลยพาเข้าไปที่นั่น ดีที่พวกชาวบ้านให้เราพักแรม ตอนเช้าออกเดินทางยังได้เสบียงจากพวกเขามาเพิ่มหญิงสาวเล่าด้วยเสียงเรียบๆ

งั้นหรือ ค่อยยังชั่วหน่อย

เจ้ากับเบอร์นาร์ดล่ะ เป็นอย่างไรบ้าง

เรียบร้อยดี พอมาถึงด่านของยาร์ลาธก็มีทหารรอรับตัวอยู่แล้ว พวกเขาพาหมอนั่นไป ส่วนข้าให้มาพักรอพวกเจ้าที่นี่กับค่าตอบแทนนิดหน่อยโทมาพยักพเยิดไปทางพรานใบ้เดี๋ยวพวกเขาคงจะเรียกพบเกลเหมือนกัน

ซานาพยักหน้ารับพวกเราต้องอยู่ที่นี่กับเกลละนะ

ฮื่อ ข้ารู้ว่าเจ้าไม่อยากให้เกลเป็นอันตรายนักรบหนุ่มตอบ

และข้าก็คงต้องเรียนรู้วิธีควบคุมพลังของคนอัสลานจากเขาไปด้วยหญิงสาวบอกชายหนุ่ม

โทมาเลิกคิ้วอย่างแปลกใจ แต่ก็รับเพียงว่างั้นหรือแล้วรอฟังเธอพูดต่อไป

จากนี้...เราคงต้องอยู่ที่มณฑลนี้นานละนะ โทมา

ชายหนุ่มพยักหน้าข้ารู้ เจ้าต้องการช่วยราชินีที่ยาร์ลาธสินะ

หญิงสาวพยักหน้ารับคำของเขาเช่นกันเท่าที่เห็นจากแอชข้าเชื่อว่านางคือราชินีตัวจริง แต่ที่สำคัญกว่านั้น ข้าคิดว่านางจะทำให้ธีร์ดีเรสงบสุขได้

นักรบหนุ่มนึกย้อนไปถึงตอนที่เจ้าหญิงซึ่งปลอมตัวมากับรูอาร์คและชายที่เป็นที่ปรึกษาของเจ้ามณฑลร่วมทางไปกับพวกเขา ชายหนุ่มที่มากับเธอช่วยเขากับเกลต่อสู้กับพวกโจรอย่างเต็มที่ ส่วนเด็กสาวในคราบเด็กหนุ่มก็ช่วยดูแลพยาบาลคนเจ็บอย่างเต็มที่เช่นกัน

น้ำใจที่เห็นจากทั้งสองไม่ใช่การเสแสร้ง และนั่นหมายความว่าราชินีแห่งยาร์ลาธน่าจะเป็นผู้บรรเทาทุกข์ให้แก่ประชาชนในอาณาจักรที่ฉ้อฉลมานานได้

เจ้าจะอยู่ที่ไหน ข้าก็จะอยู่กับเจ้าโทมาเอ่ยหนักแน่นพวกเขาย่อมต้องการทั้งหมอและนักรบนี่นะ

หมอสาวมองเขาด้วยสายตาห่วงใย แม้จะพยักหน้ารับคำตอบของเขา

นักรบหนุ่มยิ้มและเอื้อมมือไปวางบนไหล่ของเธออย่างปลอบโยน

ก็หลายปีแล้วไม่ใช่หรือ ที่เขาตัดสินใจร่วมทางมากับหญิงสาวที่สูญเสียไปทั้งพ่อแม่บุญธรรมมาจนถึงตอนนี้

ยิ่งในสภาพการณ์ที่เป็นอยู่ พวกเขายิ่งต้องไปด้วยกันให้ถึงที่สุด

 

สองวันหลังจากราชินีที่ยาร์ลาธส่งสารไปยังหน้าด่านยาร์ลาธและชอร์ซา ก็มีสารตอบกลับมาว่า ผู้กองคาเฮียร์ไม่ตกลงที่จะเจรจา

เหตุผลในสารคือเขาไม่อยู่ในสถานะที่จะตัดสินใจตอบ หากราชินีตัวปลอมต้องการเจรจาสงบศึก จะต้องเดินทางไปเข้าเฝ้าราชาและราชินีตัวจริงที่พระราชวังหลวงแห่งทาราเท่านั้น

แอชลีนน์ไม่แปลกใจกับคำตอบดังกล่าว แต่ทางเลือกของตนก็ยังคงไม่แปรเปลี่ยน และหญิงสาวก็ขอบอกทางเลือกนั้นกับเหล่าผู้ที่ไว้ใจได้ คือท่านเบเรค ท่านซิอ์บุล และอาเมียร์เท่านั้น

เธอขอพบทั้งสามเป็นการส่วนตัว ก่อนจะแจ้งความประสงค์ของตน

เราจะลอบไปพบผู้กองคาเฮียร์ที่ป้อมปราการในคืนนี้

สีหน้าของเจ้ามณฑลเปลี่ยนเป็นเคร่งเครียดทันที ทว่าอีกสองพ่อลูกยังคงเรียบเฉยอยู่ ชายคนรักของเธอคงจะรู้ก่อนที่เธอจะเอ่ยปากด้วยซ้ำ

มันเสี่ยงเกินไปพ่ะย่ะค่ะ

ราชินีกลับยิ้มรับน้อยๆเราเคยอยู่ในสถานการณ์ที่เสี่ยงกว่านี้มามากแล้ว เราเชื่อว่าอาเมียร์กับท่านซิอ์บุลจะคุ้มครองเราได้ ด้วยเหตุนี้จึงได้มาแจ้งเรื่องนี้กับท่านเบเรค และ...เราไม่รับคำปฏิเสธ

มังกรน้ำนิ่งงันไปครู่หนึ่งก่อนจะหัวเราะออกมาเบาๆรับด้วยเกล้าพ่ะย่ะค่ะ จะทรงให้กระหม่อมเตรียมการอย่างใดก็บอกมาเถิดพ่ะย่ะค่ะ

ไม่เป็นไร เราจะไปกับท่านซิอ์บุลกับอาเมียร์เอง ก่อนรุ่งเช้าน่าจะได้ข้อสรุปกลับมา

ข้ากับลูกจะคุ้มกันองค์ราชินีกลับมาให้ได้ขอรับ ข้าขอรับประกันด้วยหัวของข้าเองท่านซิอ์บุลกล่าวอย่างเคร่งขรึม

เจ้ามณฑลยาร์ลาธพยักหน้ารับเช่นนั้น ข้าก็ขอให้พวกท่านโชคดี และจะรอฟังข่าวดีอยู่ที่นี่

แอชลีนน์ยิ้มให้เขาก่อนจะเหลือบไปสบตากับอาเมียร์ และพยักหน้าให้ชายหนุ่มอย่างเชื่อมั่น

การเจรจาลับครั้งนี้จะต้องสำเร็จ เพื่อความสงบสุขของธีร์ดีเร

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 7 ครั้ง

4 ความคิดเห็น

  1. #83 Nithinae (@Anithin) (จากตอนที่ 83)
    วันที่ 29 มิถุนายน 2561 / 20:30

    สวัสดีวันศุกร์ค่ะ สำหรับตอนนี้ก็มีความเคลื่อนไหวของฝ่ายต่างๆ กระจายอยู่เหมือนกันนะคะ แต่เป้าหมายของแต่ละคนก็เหมือนจะมุ่งมาที่ยาร์ลาธอย่างที่ควรเป็นจนได้


    การเจรจากับคาเฮียร์จะเป็นอย่างไร รอชมในตอนหน้าได้เลยค่ะ ^^



    แก้ไขครั้งที่ 1 เมื่อ 29 มิถุนายน 2561 / 20:31
    #83
    0
  2. #81 Nithinae (@Anithin) (จากตอนที่ 83)
    วันที่ 22 มิถุนายน 2561 / 23:17

    สวัสดีค่ะ วันนี้ไรท์ติดธุระเลยลงช้าหน่อย แต่มาต่อกันกับกระรอกพ่อลูกอ่อน เจ้าหญิง กับหมอฝึกหัดต่อนะคะ มารอดูกันว่ารูอาร์คกับเด็กน้อย และซานากับเกลจะเดินทางกันต่อไปยังไงเนอะ

    #81
    0
  3. #80 22710 (@22710) (จากตอนที่ 83)
    วันที่ 21 มิถุนายน 2561 / 23:56
    ขอบคุณมากครับ
    #80
    1
    • #80-1 Nithinae (@Anithin) (จากตอนที่ 83)
      22 มิถุนายน 2561 / 23:11
      ขอบคุณที่ติดตามอ่านนะคะ ^^
      #80-1
  4. #78 Nithinae (@Anithin) (จากตอนที่ 83)
    วันที่ 19 มิถุนายน 2561 / 21:08

    วันนี้มาประมาณ 3 หน้า A4 นะคะ (ความยาวประมาณ 5-6 หน้า A5 คิดว่าแบ่งเป็น 2 ฉากน่าจะกำลังดี) ช่วงนี้ให้พื้นที่กับกลุ่มตัวละครอัสลานบ้าง สำหรับคนที่เคยอ่านตำนานคนจรมาแล้วน่าจะรู้สึกคุ้นๆ กับชื่อ ซึ่งเรื่องนี้ ไรท์ก็อยากรีไรท์ให้เป็นออริจินัลแทนที่จะเป็นแฟนฟิกของ Shadow of the Colossus เพราะเป็นที่มาของกำเนิดจักรวาลสิมา อาเมียร์ และนิกซ์กับผองเพื่อนอย่างกว้างไกลมากๆ ถ้ามีเวลาคงได้จัดการอย่างควรทำ และคงได้มานำเสนอในเว็บเช่นกันค่ะ ขอบคุณที่ติดตามนะคะ

    #78
    0