The War of Thirdaire - ตำนานสงครามบัลลังก์เหนือ (รีไรท์)

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 5,817 Views

  • 125 Comments

  • 130 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

จำนวนแชร์
0

  • Month Views
    101

    Overall
    5,817

ตอนที่ 82 : 20 - เทศกาลที่เปลี่ยนไป “...หวังว่า...คงไม่ใช่เมืองที่ลูกสาวของป้าคนนั้นอาศัยอยู่” (100%)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 123
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 7 ครั้ง
    22 มิ.ย. 61

บทที่ 20

เทศกาลที่เปลี่ยนไป



อาหารเช้าร้อนๆ จากห้องเครื่องกับคนร่วมโต๊ะที่ดูไม่แยแสมีแต่จะทำให้เคียราปวดแปลบอยู่ในอกมากไปกว่าเดิม

เธอเคยอยู่ร่วมห้องเสวยแปดปี แบ่งเป็นห้าปีตั้งแต่เข้าวังมาในอายุสิบสองจนถึงสิบหกปีในยามที่ราชา ราชินี และเจ้าชายรัชทายาทยังทรงมีพระชนม์ชีพอยู่กับเจ้าหญิงแอชลีนน์ และอีกสามปีซึ่งเหลือเจ้าหญิงน้อยเสวยโคลแคนนันอันอาหารพิเศษในเทศกาลตามธรรมเนียมอย่างหงอยเหงาเดียวดาย ส่วนปีที่เพิ่งผ่านมาเป็นปีที่เจ้าหญิงแอชลีนน์เสด็จไปเที่ยวเล่นในงานเทศกาลในหมู่บ้านกับครอบครัวคนทราย

แต่สำหรับราชินีตัวปลอม เทศกาลลูคนาซัธไม่ได้มีความสำคัญใดๆ ในชีวิตก่อนหน้าของเธอมากไปกว่าโคลแคนนันที่แม่ทำด้วยวัตถุดิบซึ่งท่านพ่อส่งมาให้ และผลแบลเบอร์รีซึ่งแม่กับเด็กหญิงเพียงแต่วางไว้ไม่ห่างจากบ้านแทนที่จะขึ้นไปบนเขาจริงๆ

เคียราแทบไม่เคยออกจากบ้านไปไหนไกลแม้ในวันเทศกาลรื่นเริง แม่ไม่อยากให้เธอไปยุ่งเกี่ยวกับ พวกชาวไร่ชาวนาและพอใจที่จะให้เด็กหญิงนั่งปักผ้าเย็บผ้า หัดทำอาหารดูแลบ้านกับตนมากกว่า

แม่บอกว่าในอนาคต พ่อจะมารับเธอเข้าเมืองหลวงและหาขุนนางที่เหมาะสมมาเป็นสามีของเธอ ดังนั้นเคียราต้องเป็นแม่บ้านแม่เรือนที่สมบูรณ์พร้อมสำหรับเขา

แต่แล้ว แม่ก็เลือกที่จะทิ้งเธอไปโดยไม่อยู่รอวันนั้น และเมื่อได้เข้าเมืองหลวงจริงๆ เธอก็กลับกลายเป็นนางกำนัลผู้ดูแลเจ้าหญิงน้อย ไม่ใช่ภรรยาของขุนนางคนใด

บางที...หากไม่เกิดเหตุลอบปลงพระชนม์ เธออาจจะได้ออกเรือนไปแล้วแทนที่บิดาจะมัวยุ่งกับงานของบ้านเมืองจนลืมเรื่องนี้ไป แต่แม้จะไม่เป็นเช่นนั้น เธอก็อยากให้การลอบปลงพระชนม์ไม่เคยเกิดขึ้นด้วยเหตุผลอื่นอยู่ดี

หญิงสาวอยากให้ครอบครัวของเจ้าหญิงแอชลีนน์ได้อยู่พร้อมหน้า ในเมื่อทั้งราชาและราชินีทรงเอาใจใส่และใจดีกับเธอราวกับเป็นลูกหลานจริงๆ เจ้าชายไอลีชกับเจ้าหญิงผู้เป็นลูกพี่ลูกน้องก็ไม่ได้ทำเหมือนเธอเป็นคนต่ำต้อยกว่าแต่อย่างใด

และในเวลาก่อนนั้น ท่านดูลัสที่เป็นราชองครักษ์ก็ยังดีกับเธอมากกว่านี้...

เคียราเหลือบขึ้นมองราชาที่ตรงหน้าตนอย่างเงียบงัน เขากินเสร็จแล้วและเพียงแต่นั่งเฉยเหมือนรอเธอเพราะมีธุระที่ทั้งสองต้องทำเป็นอย่างต่อไป หญิงสาวจึงกลั้นใจตักโคลแคนนันที่เริ่มเย็นเข้าปาก

จู่ๆ เธอก็นึกถึงเรื่องเล่าในคืนก่อนลูคนาซัธขึ้นมา...พิธีกรรมที่จะช่วยให้เห็นคู่ครองในอนาคต หากนำกระจกออกไปรับแสงจันทร์แล้วอธิษฐานต่อพระแม่ธรณี ภาพสะท้อนในกระจกที่หงายขึ้นคือภาพของว่าที่คู่ครองของตน

ในคืนนั้นเธอเห็นชายคนหนึ่งผ่านเงาในกระจก...เงาที่บังเอิญอยู่ข้างหลังเธอ เงาของคนที่ทำให้เธอตกใจจนรีบวิ่งกลับไปยังห้องที่พักอยู่กับเจ้าหญิงแอชลีนน์โดยไม่ทันได้พูดคุยกับเขา

คนคนนั้นคือท่านดูลัส ไม่ใช่ภาพมายา แต่เป็นเงาของเขาจริงๆ

เธอคิดว่าการเสี่ยงทายคงล้มเหลว แต่เมื่อเวลานี้ทั้งสองเป็นสามีภรรยาจอมปลอมกัน...หมายความว่าพิธีกรรมนั้นใช้ได้ผลจริงอย่างนั้นหรือ

ไม่หรอก ไม่มีวัน เพราะหัวใจของท่านดูลัสไม่ได้อยู่กับเธอ และก็คงจะไม่มีวันอยู่กับเธอไปตลอดกาล

หญิงสาวกินอาหารต่อไปได้อีกเพียงไม่ถึงสิบคำก็วางช้อนลงและโบกมือเรียกให้นางกำนัลเก็บสำรับไป ก่อนที่ราชาจะเอ่ยขึ้น รีบไปบวงสรวงที่สุสานหลวงเถอะ

เพคะเคียรารับคำแผ่วเบาก่อนจะลุกตาม แม้ไม่รู้ว่าบรรพกษัตริย์ โดยเฉพาะทั้งสามพระองค์ที่เธอรู้จักและเคารพรักจะกริ้วโกรธที่หญิงสาวอุกอาจสวมรอยแทนราชินีตัวจริงหรือไม่

เวลานี้ เธอยังคงทำได้เพียงเป็นตัวแทนของราชินีแอชลีนน์ในการประกอบพิธีกรรมตามแต่พวกเขาจะชักเชิดเท่านั้น



ที่เบื้องหน้าโลงหินแกะสลักซึ่งบรรจุร่างของอดีตราชา ราชินี และเจ้าชายรัชทายาท ดูลัสเป็นผู้นำเคียราวางเครื่องสักการะทั้งช่อดอกไม้สีขาวและพระกระยาหารประจำเทศกาลลงทั้งในใจรุ่มร้อนตามแสงแดดที่เริ่มแจ่มจ้า

เขาควรอยู่ที่นี่กับราชินีแอชลีนน์พระองค์จริง มิใช่ตัวปลอมเช่นนี้ จึงรู้สึกราวกับกำลังถูกดวงพระวิญญาณของทั้งสามพระองค์ตำหนิผ่านแสงแดดแรงกล้าที่ฉาบบนผิวกาย บริภาษว่าเขาเป็นคนขลาดที่ทอดทิ้งเจ้าหญิงซึ่งตนรับที่จะปกป้องตามคำสัญญา มิหนำซ้ำยังยึดอำนาจตั้งตนเป็นราชาโดยไม่ชอบธรรม

ทว่าละครลวงหลอกก็มีแต่จะต้องดำเนินต่อไป...อย่างน้อยก็จนกว่าราชินีพระองค์จริงจะได้กลับมา

หากใครจะบอกว่าเขาเลว เจ้าคนทรายชื่ออาเมียร์นั่นก็ไม่ได้ดีไปกว่าเขา ก็เห็นแล้วไม่ใช่หรือว่ามันมีเวทมนตร์ใหญ่หลวงเช่นเดียวกับมาดายหรืออาจจะมากยิ่งกว่า อีกทั้งยังเริ่มดึงพ่อของมันและคนทรายด้วยกันเข้ามามีอำนาจในอาณาจักรมากขึ้นเรื่อยๆ

แม้ความรักที่พระองค์มีต่อมันเป็นเรื่องจริง ก็ไม่ได้หมายความว่าที่มันทำเป็นรักและหวังดีต่อพระองค์เป็นเรื่องจริง

ฝ่าพระบาท...ขอทรงโปรดเข้าใจกระหม่อม ขอทรงชี้นำกระหม่อมให้ปกป้องเจ้าหญิงแอชลีนน์ด้วยเถอะ...ชายหนุ่มอธิษฐานก่อนจะลุกขึ้นมองไปที่ริมผาสักการะเทพ

นั่นคือที่ที่ราชาและราชินีจะไปทำพิธีบูชาสุริยเทพลูคและเทพมารดาแห่งการเก็บเกี่ยวเป็นการส่วนพระองค์ ก่อนจะประกอบพิธีกรรมอีกครั้งที่มหาวิหารหน้าจัตุรัสใหญ่ และกลับมาเปิดการประลองยุทธที่สนามประลองฝั่งตะวันออกในงานเทศกาลสมโภชดังเช่นที่เป็นมา



ในยามสาย ราชินีแอชลีนน์ประกอบพิธีบวงสรวงองค์สุริยเทพและเทพมารดาในมหาวิหารใหญ่ของเคนมารา ก่อนจะออกมาแจกจ่ายเมล็ดพันธ์ุธัญพืชที่ได้รับการเจิมในพิธีให้เป็นสิริมงคลแก่ประชาชนที่มาร่วมชมพิธี จากนั้นเธอจึงได้อยู่เป็นประธานการเลี้ยงฉลอง ขนมปังอบใหม่และโคลแคนนันร้อนๆ จากฝีมือของท่านสิมาและลีชาถูกตักให้แก่ฝูงชนที่มายังจัตุรัสกว้างเพื่อเลี้ยงฉลองด้วยพระหัตถ์ขององค์ราชินีเอง ดูเหมือนผู้คนส่วนมากจะมีความกริ่งเกรงบางอย่างที่ผู้ปกครองอาณาจักรออกมาอยู่ใกล้ชิดกับพวกตนโดยคาดไม่ถึง แต่หญิงสาวก็หวังว่ารอยยิ้มและการวางตัวอย่างไร้พิธีรีตองของเธอจะช่วยให้พวกเขาสบายใจขึ้นได้

แอชลีนน์อดคิดไม่ได้ว่าหากรูอาร์คอยู่ที่นี่ด้วยก็คงดี เพราะเขารู้วิธีที่จะทำให้บรรยากาศรอบด้านรื่นเริงขึ้น แต่เวลานี้เธอรู้แล้วว่าเขากำลังทำภารกิจลับอยู่ที่อื่น จึงไม่คิดจะถามหาหรือพูดถึงขึ้นมาให้คนอื่นสงสัย

ปีก่อนหน้านี้พวกเขาได้ฉลองด้วยกัน ปีต่อไปก็หวังว่าจะเป็นเช่นนั้น สำหรับปีนี้ ตอนเย็นเธอจะไปฉลองกินอาหารประจำเทศกาลกับครอบครัวของอาเมียร์เป็นการส่วนตัว แม้เวลาจะกลับกับตามธรรมเนียมที่ควรเลี้ยงฉลองกันแต่เช้าสักหน่อย

วันนี้คงไม่มีเหตุร้ายอะไร เหยี่ยวลอว์ราสเกาะอยู่บนคอนไม่ห่างจากองค์ราชินี ขณะที่หน่วยรบพิเศษออกปฏิบัติหน้าที่เฝ้าระวังโดยรอบ มีเหล่าเจ้าหน้าที่กำชับให้ผู้คนเข้าแถวรับอาหารเป็นระเบียบเรียบร้อย

อาเมียร์เองก็ยืนอยู่ไม่ห่างจากท่านเบเรคตามหน้าที่ที่ปรึกษา เขายังไม่ได้พูดคุยกับเธอทางจิต แสดงว่าคงยังไม่มีเรื่องใดเร่งด่วน

แต่แล้ว เจ้าเหยี่ยวกลับโผย้ายมาเกาะบนไหล่ของเธอ ก่อนจะมีเสียงของหญิงสูงวัยคนหนึ่งดังขึ้น

ราชินี! หากท่านเป็นราชินีจริง...ท่านต้องช่วยข้าได้ใช่ไหม!

แอชลีนน์มองไปทางเสียงอย่างงุนงง ก่อนจะพบหญิงวัยกลางคนคนหนึ่งที่ถูกทหารยามใช้หอกกั้นขวางไม่ให้ฝ่าเข้ามาถึงตัวเธอ

ท่าทางของอีกฝ่ายดูไม่เหมือนคนร้าย หญิงสาวตั้งสติอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะถามกลับไป ท่านป้า...ท่านอยากให้เราช่วยอะไรหรือ

ครอบครัวของลูกสาวข้าอยู่ในชอร์ซา พวกนางจะไม่เป็นไรใช่ไหมหญิงวัยกลางคนรีบพูดด้วยสีหน้ากังวล พวกเรเวนจะไม่ทำอะไรพวกนางใช่ไหม ข้ากลัวพวกเขาทำร้ายชาวบ้านเหมือนทหารชอร์ซา

แอชลีนน์นิ่งอึ้งไป แต่เพียงครู่ เธอก็ค่อยๆ ยิ้มปลอบโยนอีกฝ่าย ไม่หรอก ท่านป้า นักรบเรเวนของอุลทูร์เป็นนักรบที่มีเกียรติ พวกเขาไม่เหมือนนักรบรับจ้างของชอร์ซา และจะไม่ทำร้ายชาวบ้านแน่นอน เราเชื่อมั่นเช่นนั้น

เจ้าหญิงถามอาเมียร์ในใจว่าหญิงวัยกลางคนมีเจตนาร้ายแอบแฝงหรือไม่ และเมื่อได้รับคำตอบปฏิเสธจึงได้เดินออกไปหานาง เธอดันหอกของทหารทั้งสองออกห่างก่อนจะเอื้อมไปกุมมือหยาบกร้านของอีกฝ่ายเหมือนจะให้กำลังใจ

เราขอเวลาเพียงสักนิด...เพื่อให้ธีร์ดีเรกลับมาเป็นปึกแผ่น ทั้งเราและดูลัสล้วนปรารถนาดีต่ออาณาจักร เพียงแต่...ยังมีเรื่องที่พวกเราต้องปรับความเข้าใจกันเท่านั้นเอง

หญิงวัยกลายคนมองแอชลีนน์ก่อนจะหลบตาและชักมือออกไป หากท่านเป็นราชินีจริง จะลงมาจับมือกับคนชั้นต่ำอย่างข้าหรือ ทำไมถึงไม่แต่งงานกับราชาอยู่ในเมืองหลวงให้บ้านเมืองสงบเล่า

ราชินีนิ่งงันไป ขณะที่ทหารที่อยู่ใกล้เธอคนหนึ่งทำท่าจะขยับเข้ามาดึงตัวหญิงวัยกลางคนออกไป เจ้ากล้ากล่าวจาบจ้วงองค์ราชินีรึ!

หญิงสาวเอื้อมมือไปขวางหน้าเขาก่อนจะเหลือบมองอย่างเรียบเฉยและส่ายหน้า ไม่เป็นไร

เธอหันมาทางหญิงวัยกลางคนและเอื้อมมือไปให้นางอีกครั้ง

เราคือแอชลีนน์จริงๆ และเราตั้งใจที่จะครองราชย์โดยไม่เสกสมรสกับผู้ใด จึงได้มาอยู่ที่นี่ ส่วนราชองครักษ์ดูลัสคิดว่าหากเราทำเช่นนั้น แผ่นดินจะไม่อาจสงบสุข เขาจึงได้ทำเช่นที่เขาทำลงไป ท่านอาจจะไม่เชื่อในยามนี้ แต่เราจะพยายามให้แผ่นดินกลับมาเป็นหนึ่งเดียวและสงบสุขโดยเร็วที่สุด เราสัญญา

อีกฝ่ายหยุดนิ่งให้หญิงสาวจับมือและบีบแน่นขึ้นชั่วอึดใจ ก่อนที่นางจะชักมือออก “...ขอให้เป็นอย่างนั้นจริง

ราชินีพยายามยิ้มให้นางแม้จะรู้สึกเหมือนมีก้อนแข็งอยู่ในคอ เราจะทำให้ท่านกับลูกสาวได้พบกันโดยเร็วที่สุด

ไม่มีคำตอบจากหญิงวัยกลางคน นางกลับหลังหันและเดินจากไปในฝูงชน ปล่อยให้ราชินีมองตามจนลับสายตา ก่อนจะกลับไปสู่หน้าที่พระราชทานโคลแคนนันอีกครั้ง

และเป็นด้วยลักษณาการนี้เอง ที่วันลูคนาซัธดำเนินไปในเคนมารา



หลังเสร็จสิ้นพิธีการประจำเทศกาลและการประลองยุทธซึ่งยังจัดว่าเอิกเกริกน้อยกว่าในรัชกาลก่อนแล้ว บิดาของราชาพระองค์ใหม่จึงได้ทูลขอเข้าเฝ้าเป็นการส่วนพระองค์

นั่นทำให้ดูลัสรู้สึกไม่ใคร่สบายใจนัก แต่เขาก็ตัดสินใจที่จะตอบรับคำขอเพื่อมิให้ดูเหมือนว่าตนกับบิดาบาดหมางกัน ในเมื่อเคียราเองก็เคยให้เสนาบดีคอนรอยเข้าพบมาก่อนเช่นกัน

เจ้าควรให้หน่วยเรเวนมาเฝ้าเมืองหลวงชายชรากล่าวตรงประเด็นทันทีที่แน่ใจว่าทั้งสองอยู่ด้วยกันเพียงลำพังในห้องรับรองและไม่มีผู้ใดได้ยิน

ข้าดูแลมณฑลหลวงเองได้ และเกรงว่าจะมีผู้ฉวยโอกาสเล่นงานอุลทูร์ราชาหนุ่มตอบให้ราบเรียบที่สุด เนื่องจากเขาไม่อาจเผยพิรุธออกไปว่าตนทราบเรื่องที่ท่านพ่อกับมาดายอยู่เบื้องหลังแผนการที่ทำให้ชายหนุ่มก้าวมาถึงจุดนี้ได้ ไม่ว่าจะเป็นพวกคนทรายนั่น หรือพวกโจรสลัดทางเหนือ

บิดาของเขาทำเสียง หึรับในคอ ข้ารู้ดีว่าจะปกป้องมณฑลของตัวเองอย่างไร อย่าห่วงเลย อุลทูร์คือธีร์ดีเร ธีร์ดีเรก็คืออุลทูร์ ทำไมจะให้นักรบของมณฑลมาดูแลความเรียบร้อยที่เมืองหลวงไม่ได้ ในเมื่อเจ้าเองก็ได้ให้นักรบเรเวนจัดการเรื่องที่ชอร์ซาไปแล้ว

ดูลัสเงียบไปครู่หนึ่ง นั่นเป็นเพียงสถานการณ์ชั่วคราวขอรับ

เขารู้สึกได้ว่าชายชรามองตนอย่างพินิจพิจารณา และทำให้เผลอร้อนผ่าวที่หลังคอกับหัวใจเต้นเร็วขึ้นมา

เจ้ากลัวว่าข้าจะแทรกแซงจนเจ้าเป็นเพียงหุ่นเชิดรึท่านพ่อขมวดคิ้ว ข้าเลี้ยงเจ้าให้โตขึ้นมาเป็นเช่นนั้นหรือ เก็บเจ้าไว้ให้เหยาะแหยะ ไม่มีคุณสมบัติของนักรบนักปกครองหรืออย่างไร

มิได้ขอรับชายหนุ่มรีบตอบ ข้าเพียงมั่นใจว่า...จะดูแลทาราด้วยกำลังพลที่มีอยู่ได้

เจ้ามณฑลอุลทูร์นิ่งเงียบไปครู่หนึ่งก่อนจะเผยรอยยิ้มบาง เช่นนั้นข้าก็จะวางใจ

ดูลัสผงกศีรษะรับ ข้าจะไม่ทำให้ท่านพ่อผิดหวัง

เขาไม่เคยทำเช่นนั้นใช่ไหมนะ...ไม่ว่าใครคงมองว่าชายหนุ่มเป็นบุตรชายที่สมบูรณ์แบบซึ่งก้าวมายังตำแหน่งสูงสุดของแผ่นดิน แต่ที่จริงแล้วเป็นเช่นนั้นหรือ

ขอให้เป็นเช่นนั้นต่อไปชายชราพยักหน้า อย่างน้อยข้าก็เชื่อว่าเจ้าเด็ดขาดกว่าฝ่าบาทรัชกาลก่อน...และโอรสของพระองค์

เจ้าชายไอลีชผู้เห็นเขาเป็นพระสหาย...แต่กลับถูกปลงพระชนม์ด้วยหอกข้างแคร่ตรงหน้า คำพาดพิงนั้นทำให้ราชาแห่งธีร์ดีเรผู้ครองบัลลังก์โดยไม่ควรรู้สึกราวกับถูกค้อนทุบลงกลางอก

เขารักและจงรักภักดีต่อพระองค์ แต่ก็เข้าใจว่าเจ้าชายรัชทายาทก็ทรงอ่อนโยน เหมาะจะเป็นกษัตริย์ในยามบ้านเมืองสงบสุข มิใช่ตกอยู่ในศึกสงคราม อีกทั้งหากพระองค์ยังอยู่ เจ้าหญิงแอชลีนน์ก็ย่อมไร้สิทธิ์ในราชบัลลังก์

น่าเสียดาย...หากน้องสาวของพ่อ ท่านอาหญิงของเจ้าไม่เสียชีวิตไปพร้อมลูกของนาง อาณาจักรของเราอาจมีราขาที่เข้มแข็งกว่านี้จากสายเลือดตระกูลฟาร์รุล แทนที่จะเป็นเจ้าชายอ่อนแอนั่นถ้อยคำของบิดาของเขาแฝงความขื่นอยู่ในที

ดูลัสเพียงจิบชาร้อนฟังไปอย่างเงียบงัน เขาย่อมเคยฟังเรื่องนี้มาแล้ว แม้ไม่ใช่จากปากของคนตรงหน้า บางคนคงบอกว่ากษัตริย์ออนรีจำต้องชดใช้บาปหนักที่สังหารพระอนุชาเอย์วาร์ดรวมถึงพระประยูรญาติอื่นๆ ในการชิงบัลลังก์ด้วยความสูญเสียของพระองค์เอง พระชายาองค์แรกซึ่งเป็นน้องสาวของเจ้ามณฑลอุลทูร์ผู้เป็นขุนนางสนิทจึงได้ตกพระโลหิตสิ้นพระชนม์ไปกับบุตรในครรภ์ ส่วนพระชายาองค์ที่สองก็เจ็บครรภ์ไม่อาจมีพระประสูติกาลอยู่นับเป็นวัน จนกระทั่งพระองค์ตัดสินพระทัยให้กรีดผ่าท้องของนางเพื่อให้ได้พระโอรสออกมา แม้นั่นจะต้องแลกด้วยความตายของผู้เป็นมารดา

และหลังจากนั้น แม้จะมีพระชายาองค์อื่นหรือมีนางบำเรอลับสักกี่นาง ราชาออนรีก็ไม่มีสายพระโลหิตต่อไปอีกเลย

บางทีอาจเป็นเพราะขาดพระมารดา หรือมิได้คลอดออกมาด้วยวิธีธรรมชาติ เจ้าชายอาร์กาดจึงได้ชื่อว่าทรงไม่เข้มแข็งนัก...ไม่ว่าจะเป็นด้านพระพลานามัยหรือพระหทัย พระเจ้าออนรีก็ไม่ได้พอพระทัยโอรสองค์นี้ แต่ก็คงจะมิอาจทำสิ่งใดได้อีกนอกจากให้ธิดาของตระกูลแดฟนิคสมรสกับโอรสองค์เดียวเพื่อคานอำนาจในราชสำนัก และปล่อยให้เวลาดำเนินไปจนสิ้นรัชสมัยของพระองค์ด้วยโรคปัจจุบันทันด่วน

และหากเป็นเช่นนั้น...พี่ชายทั้งสองของเจ้าก็อาจจะยังมีชีวิตอยู่เสียงของชายชราคล้ายทอดถอนใจ

ราชาหนุ่มกำรอบถ้วยร้อนไว้แน่นขณะข่มอารมณ์ไว้ ในเมื่อถ้อยคำนั้นยังมีความหมายแฝงว่า หากทั้งสองรอดชีวิต เขาก็จะไม่ได้ถือกำเนิดขึ้นมา

แต่เป็นอย่างนั้นก็อาจจะดีกว่า...ไม่ใช่หรือ ดีกว่าเกิดมาเพื่อเป็นดูลัสคนที่สอง เพื่อตอบสนองความหวังของผู้เป็นบิดาโดยไม่อาจเลือกเส้นทางชีวิตของตนได้เอง

ช่างเถิด ดูลัสได้แต่ดื่มชาร้อนลงลวกคอและคิดอย่างเหยียดหยัน เขาก็มีตัวตนอยู่เพื่อครองบัลลังก์แทนบิดาในตอนนี้แล้ว ป่วยการที่จะนึกถึงอดีตที่ไม่อาจเป็นไปได้อีก

แล้วเจ้ากับราชินีใหม่เป็นอย่างไรบ้างจู่ๆ ท่านพ่อกลับถามในเรื่องที่เขาไม่คาดนักว่าจะได้ยิน

ชายหนุ่มตีสีหน้าเรียบ นางสงบปากคำดี ไม่ก่อปัญหาใด

ชายชราพยักหน้าช้าๆ แล้วเรื่องรัชทายาท?”

ใบหน้าของดูลัสพลันร้อนผ่าว ข้าคิดว่านั่นควรเป็นสายพระโลหิตของเจ้าหญิงแอชลีนน์ ดังนั้นเราต้องรอให้พระองค์กลับมา

ไม่จำเป็นท่านพ่อกลับตอบทันควัน เร่งมีลูกชายกับเคียราเสีย นั่นจะทำให้บัลลังก์ของเจ้ายิ่งมั่นคงขึ้น

ข้าไม่อยากมีลูกกับราชินีตัวปลอมชายหนุ่มสวนทันทีและขมวดคิ้ว ไม่ว่าด้วยเหตุใดก็ตาม

ชายชรากลับจ้องมองเขาด้วยรอยยิ้มเหมือนขบขัน ครั้นแล้วก็หัวเราะร่วนออกมา ราชินีตัวปลอมรึ เจ้าเชื่อเช่นนั้นจริงหรือ

ดูลัสมองตอบอีกฝ่ายอย่างไม่เข้าใจ ท่านหมายความว่าอย่างไร

คิดให้ดี ดูลัส เจ้าหญิงแอชลีนน์มีรูปโฉมเหมือนราชาหรือราชินีกันล่ะท่านพ่อถามเขาช้าๆ

ราชาหนุ่มยังคงขมวดคิ้วมุ่น เจ้าหญิงของเขามีสีพระเกศาและพระเนตรเหมือนกับราชินีผู้เป็นพระมารดาไม่ใช่หรือ ก็ทรงเหมือนองค์ราชินี...

เพียงพระองค์เดียวรึ เจ้าลองคิดให้ดีรอยยิ้มที่คลี่กว้างของเจ้ามณฑลอุลทูร์ที่แฝงนัยบางอย่างที่ดูลัสจับได้ในไม่ช้า และนั่นก็ทำให้ดวงตาของเขาเบิกกว้างขึ้นมา

...เค้าโครงหน้าขององค์หญิงละม้ายพระบิดาของพระองค์

ทรงเหมือนพระบิดา?”

ชายชราพยักหน้าช้าๆ และหากเหมือนบิดา ราชินีที่ทาราจะดูเหมือนเด็กนั่นไปได้อย่างไร ในเมื่อบิดาของนางคือมหาอำมาตย์ที่ไม่ใช่เชื้อพระวงศ์

ดูลัสเพิ่งตระหนักว่าเคียราก็ละม้ายคล้ายฝ่าบาทร้ชกาลก่อนเช่นกัน ผิดกันเพียงสีผมและสีตาเท่านั้น!

หมายความว่า...เคียรา…”

เป็นลูกนอกสมรสที่มีคนออกหน้ารับให้แทนเพื่อไม่ให้เสื่อมพระเกียรติชายชราตอบอย่างหยามหยัน ช่างน่านับถือในความจงรักภักดี ถึงขั้นยอมบาดหมางกับสหายรักที่เป็นสามีของหญิงชั่ว ถูกคนทั้งอาณาจักรประณามหยามเหยียดเพื่อไม่ให้องค์เหนือหัว...ไม่สิ...สามีของพี่สาวต้องคำครหาว่าเป็นกษัตริย์ไร้ศีลธรรม ลักลอบเล่นชู้กับภรรยาของแม่ทัพตัวเอง

ดูลัสกัดริมฝีปาก มิน่าเล่า...ท่านพ่อจึงได้ดูไม่ร้อนรนเลยที่พวกเขาไม่มีราชินีแอชลีนน์ตัวจริงอยู่ด้วย เพราะหากมีการตัดสินว่านางไร้ความชอบธรรมในการครองราชย์แล้ว ทายาทลำดับต่อไปจะเป็นลูกนอกสมรสเช่นเคียราในทันที

เช่นนี้แล้ว เจ้าก็อย่าได้กังวลไปว่าลูกของเจ้ากับราชินีบนบัลลังก์แห่งทาราจะไร้สิทธิ์ หากเจ้าหญิงดื้อด้านนั่นไม่ยอมศิโรราบและกลับมา เราก็แค่กุดหัวนางเสีย...และสร้างสายเลือดราชวงศ์ขึ้นมาใหม่เท่านั้นเอง

ความคิดนั้นทำให้ราชาหนุ่มเย็นวาบไปทั้งแผ่นหลัง ทว่าเขาก็ทำได้เพียงปริปากเงียบขณะที่บิดาหัวเราะต่อไปเบาๆ ราวกับเพียงแค่กำลังสนทนาเรื่องที่น่ารื่นรมย์เหลือเกิน


- 2 -


ซานาคิดว่าตนเองกำลังไม่สบาย

หมอฝึกหัดรู้สึกได้ว่าร่างกายของตนร้อนกว่าปรกติ แต่ก็คิดว่าคงเป็นเพราะการเร่งเดินทางในช่วงที่ผ่านมาซึ่งทำให้เธอได้พักผ่อนน้อยลงไปอีก จึงไม่ได้ปริปากให้เพื่อนร่วมทางฟัง ถึงอย่างนั้น โทมาที่ร่วมทางกับเธอมานานที่สุดก็ดูเหมือนจะสังเกตได้

ไหวหรือเปล่า ซานา จะพักก่อนไหม” เขาเอ่ยถามเมื่อทั้งสี่คนและสุนัขอีกหนึ่งตัวเดินทางมาถึงยามสาย นับจากรุ่งเช้าคงได้ชั่วยามครึ่ง

ไม่เป็นไร...ข้ายังไหว” หญิงสาวตอบแม้จะปวดตุบอยู่ในศีรษะ

เธอเคยชินกับการเป็นหมอมากกว่าคนไข้ จะให้คิดว่าตนป่วยจนกลายเป็นภาระของคนอื่นก็ยากที่จะยอมรับ

ถ้าไม่ไหวก็อย่าฝืนล่ะ” นักรบหนุ่มกำชับ

เธอส่ายหน้า ในเมื่อตนเองไม่ได้บังคับม้าแต่นั่งบนม้าตัวเดียวกับโทมา หมอฝึกหัดจึงคิดว่าอาการของตนไม่น่าจะเป็นปัญหาในการเดินทางนัก

เวลานี้พวกเขาอยู่ที่รอยต่อพรมแดนระหว่างซาเกรดา โซล และธีร์ดีเร แผนการคือลอบผ่านไปจากในป่าบนเขาโดยไม่ผ่านด่านยามกลางวันซึ่งจะเป็นที่สังเกตได้ง่ายกว่าเมื่อคืน และเก็บป้ายประจำตัวหมอของท่านยายไว้ใช้ในยามจำเป็นที่สุดเท่านั้น

ซานาภาวนาให้พวกเขาไม่พบอุปสรรคใด แต่สักพักต่อมา เกลกลับหยุดม้าของตนและหันกลับมามองคนอื่นพร้อมกับยกมือขึ้นป้องใบหู

เอ้อ…” เบอร์นาร์ดส่งเสียงออกมา แต่โทมาใช้นิ้วจ่อปากของตนเป็นเชิงบอกให้เขาเงียบ

ชายอัสลานลงจากหลังม้าแล้วคุกเข่าโน้มตัวลงให้หูข้างหนึ่งแนบพื้น ก่อนจะหันกลับมาพูดโดยไร้เสียงให้คนอื่นอ่านริมฝีปาก

ม้าราวห้าตัว คนขี่น่าจะสวมเกราะเบา’

ไม่ทหารลาดตระเวนก็คงนักรบรับจ้าง ซานาขมวดคิ้วก่อนจะพยักหน้ารับ เกลลงจากหลังม้าของเขาเพื่อช่วยเธอลงจากม้าของโทมาและเปลี่ยนไปขี่ม้าของชายอัสลานแทน

ต่อให้มีผ้าโพกหัวปิดบังผมสีน้ำตาลแดงอย่างชาวอัสลาน ชายหนุ่มก็ยังคงดูสะดุดตาเกินไป หญิงสาวมองร่างผอมเพรียวที่ปีนขึ้นต้นไม้ไปหาที่หลบซ่อนก่อนจะถือบังเหียนของม้าตัวใหม่ไว้ในมือ รอดูว่าผู้มาเยือนจะมีธุระอันใดกับพวกเขาหรือไม่

ไม่นานกลุ่มชายสวมหน้ากากปกปิดครึ่งใบหน้าด้านบนอย่างนักรบประจำอารามของสุริยเทพก็ปรากฏในราวป่าไกลๆ

พวกเขามองมาทางกลุ่มคนทั้งสามบนหลังม้าและหมาตัวใหญ่คล้ายหมาป่าหนึ่งตัวด้วยสายตาที่หญิงสาวไม่อาจแลเห็นใต้หน้ากาก ก่อนจะมีคำถามตามมา

พวกท่านเป็นใคร มาทำอะไรที่นี่”

ข้าเป็นหมอฝึกหัด มาเก็บสมุนไพรกับคนคุ้มกันเจ้าค่ะ” ซานาตอบไปอย่างใจเย็นก่อนจะชูป้ายประจำตัวของท่านยายให้พวกเขาดู

ป้ายหมอ?“ อีกฝ่ายทวนคำ “พวกท่านยังมาเก็บสมุนไพรแม้ในวันเฉลิมฉลองอย่างนี้อีกหรือ”

ความป่วยไข้ไม่มีวันหยุดนี่เจ้าคะ” หญิงสาวยิ้มเจื่อนและเก็บป้ายลง “แต่พวกเราก็หาลูกแบลเบอร์รีไปพลางๆ ด้วยเจ้าค่ะ”

กลุ่มนักรบหัวเราะออกมาเบาๆ “ขอให้สุริยเทพอวยพรพวกท่านนะขอรับ”

ขอให้สุริยเทพอวยพรพวกท่านเช่นกันขอรับ” โทมาเอ่ยตอบ

เหล่านักรบแห่งอารามโบกมือให้พวกเขาเป็นเชิงบอกลาก่อนจะหันม้าไปอีกทาง ซานายังคงยืนม้านิ่งอยู่ที่เดิมอีกครู่ใหญ่จึงได้เงยหน้าขึ้นมองเกลที่ยังคงเกาะอยู่บนคาคบไม้และพยักหน้าเป็นสัญญาณให้เขาลงมา ก่อนที่เธอเองจะลงจากหลังม้าเพื่อไปขึ้นม้าตัวเดียวกับโทมาอีกครั้ง

แต่แล้ว...หญิงสาวกลับรู้สึกเหมือนโลกหมุนคว้าง

เธอพยายามเอื้อมหาสายบังเหียน แต่กลับคว้าไม่ทัน ภาพเบื้องหน้าแปรเปลี่ยนเป็นสีดำก่อนที่สติของซานาจะดับวูบลง 

สิ่งที่อยู่เบื้องหน้าสายตาคือนก

นกที่มีลวดลายสีดำแปลกตาบนใบหน้าและหน้าท้องสีขาว ปีกสีฟ้าปลายส้ม หญิงสาวเอื้อมมือหานกตัวนั้นแม้ไม่รู้เหตุผล...มันสยายปีกออกก่อนจะหายไป

ซานา!”

เสียงเรียกดึงเธอออกมาจากห้วงภวังค์ เจ้านกตัวนั้นอันตรธานไป กลายเป็นใบหน้าของโทมาที่มองตรงมาอย่างกังวล

หญิงสาวลุกขึ้นนั่งแม้จะรู้สึกได้ว่าในร่างกายร้อนสลับหนาวไปถึงกระดูก

เจ้าตัวร้อนมาก รีบหาที่พักดีกว่าไหม” ชายหนุ่มถามเสียงแข็ง ทว่าเธอรีบส่ายหน้าทันที

ไม่ เราต้องรีบออกจากซาเกรดา โซล”

หากทำเช่นนั้นไม่ได้ ทุกคนจะไม่ปลอดภัย เกลกับเธอเป็นชาวอัสลาน มิหนำซ้ำเบอร์นาร์ดยังเป็นขุนนางหนีคดีมาจากธีร์ดีเร การรั้งรอจะยิ่งเสี่ยงอันตรายเกินไป

ข้าขึ้นหลังม้าตัวเดียวกับเจ้าก็ไม่เป็นไรอยู่แล้ว ไม่ต้องห่วงหรอก” หญิงสาวตัดบทหนักแน่น

โทมามองเธอด้วยสีหน้าอ่อนใจและส่ายหน้า...ซานาคาดไว้แล้วว่าต้องเป็นเช่นนั้น แต่ที่เธอไม่ทันได้คาดหมายไว้คือเกลที่ก้าวเข้ามาคุกเข่าลงตรงหน้าก่อนจะพึมพำไร้เสียง

นิมิต’

หมอฝึกหัดเลิกคิ้วกับคำนั้น

นิมิต...หมายถึงนกที่เธอเห็นน่ะหรือ

เกล เจ้าจะพูดอะไร” โทมาหันไปถามชายอีกคน

สัตว์วิญญาณ’ เกลทำริมฝีปาก ‘ของอัสลาน’

หญิงสาวขมวดคิ้ว

ใช่ เธอเคยได้ยินเรื่องที่ชาวอัสลานสามารถแปลงร่างเป็นสัตว์ได้คนละชนิด และเคยเห็นเกลกลายร่างจากคนเป็นเสือทุ่งให้ดูต่อหน้าต่อตาแล้ว แต่ก็ไม่นึกว่าตนเองที่ถูกเลี้ยงดูผิดจากคนอัสลานโดยสิ้นเชิงจะกลายเป็นสัตว์ได้เช่นกัน

หมายความว่า...นางจะกลายเป็นตัวอะไรสักอย่างน่ะหรือ” นักรบหนุ่มถามอย่างไม่อยากเชื่อ “ตอนนี้เลย?”

เกลทั้งไม่ตอบรับและปฏิเสธ เขาเอื้อมมือมาแตะหน้าผากของซานา แต่เพียงปลายนิ้วสัมผัส หญิงสาวก็สะดุ้งเหมือนถูกจี้ด้วยเปลวไฟ ภาพนกที่เห็นกลับผุดขึ้นอีกครา ร่างกายของเธอกลับเบาขึ้นราวกับจะโบยบินไปกับมัน

ซานา!”

เธอได้ยินเสียงเรียกของโทมา ก่อนจะไม่ได้ยินเสียงของเขาอีกเลยในห้วงฝันถึงท้องฟ้ากว้างไกล

 


หลังจากเสร็จสิ้นพระราชพิธีบวงสรวงในเคนมารา อาเมียร์ยังคงอยู่จัดการงานต่างๆ กับท่านเบเรคอีกพักใหญ่ จนเมื่อปลีกตัวมาได้ ราชินีของเขาก็ขี่ม้าออกไปจากเมืองเอกโดยไร้ผู้ติดตามนอกจากเหยี่ยวลอว์ราสเสียแล้ว ชายหนุ่มจึงได้แต่รีบขี่ม้าตามหลังไป

ครั้นจับสัมผัสตัวตนของเธอจากเครื่องรางที่ให้ไว้ได้ในเวลาไม่นาน อาเมียร์ก็มุ่งหน้าไปจนพบม้าสีขาวที่ผูกไว้ และหญิงสาวในชุดผู้ชายบนเขาในใกล้หมู่บ้านอาแดร์...ณ ที่ที่เธอเคยวางผลแบลเบอร์รีเพื่ออธิษฐานในเทศกาลเก็บเกี่ยวปีที่แล้ว

อีกฝ่ายเหลียวกลับมาเหลือบมองเขาตามเสียงฝีเท้าม้าก่อนจะหันกลับไป สายตาคงจะทอดลงไปตามทุ่งข้าวปลายฤดูร้อนในหุบเขาเบื้องล่าง

ที่นี่ เมื่อปีที่แล้ว ข้าอธิษฐานขอให้ตัวเองทำให้ธีร์ดีเรเป็นที่ที่สงบสุขให้ได้” เธอเงียบไปครู่หนึ่ง “ตอนนี้...ข้ายังสงสัยว่าตัวเองจะทำได้หรือเปล่า แต่เราทำได้เพียงแค่สู้ให้เต็มที่...ใช่ไหมล่ะ”

แอช...” อาเมียร์ทำได้เพียงเอ่ยชื่อของเธอขณะลงจากม้าของตนและผูกมันไว้ไม่ไกลจากเฟเนลลา ม้าของอีกฝ่าย เขายังนึกไม่ออกว่าจะปลอบองค์ราชินีจากถ้อยคำที่หญิงวัยกลางคนกลางฝูงชนเอ่ยในตอนเช้าได้อย่างไร

หญิงสาวผู้มีเรือนผมสั้นแปลกตาใช้หลังมือปาดดวงตา ก่อนจะหันกลับมาส่งยิ้มที่ดูฝืดเฝื่อนเหลือเกินให้เขา

ข้าไม่เป็นไรหรอก ก็ตั้งใจไว้แล้วนี่นา...ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้น ก็จะสู้ จะผ่านไปให้ได้ ไม่อย่างนั้น...เสด็จพ่อ เสด็จแม่ กับเสด็จพี่จะพักผ่อนอย่างสงบได้อย่างไร...”

แอช...” ชายหนุ่มก้าวออกไปหาอีกฝ่ายโดยเร็ว ก่อนจะเอื้อมสองแขนมาโอบกอดเธอไว้จากข้างหลัง “ไม่ว่าอย่างไร เจ้าจะไม่ต้องสู้ตามลำพังแน่นอน ก็บอกแล้วไม่ใช่หรือ...ข้าจะร่วมแบกรับทุกอย่างกับเจ้าเอง”

ทั้งสองนิ่งอยู่เช่นนั้นอีกครู่ใหญ่ มือของแอชจึงได้ยกขึ้นมาจับแขนของเขาไว้ ตามด้วยเสียงกระซิบ “ขอบคุณมากนะ ทัมมุซ”

เขาหอมบนเรือนผมของเธออย่างแผ่วเบา “หากเจ้าพร้อมแล้วก็บอกนะ เราจะได้ไปที่บ้านท่านพ่อท่านแม่ด้วยกัน”

อื้อ...รีบไปเถอะ เดี๋ยวจะเย็นเสียก่อน” แอชค่อยๆ ผละออกจากอ้อมกอดของอาเมียร์ และเดินไปที่ม้าของตนเช่นเดียวกับชายหนุ่ม

เขาปล่อยให้อีกฝ่ายขี่ม้านำตนไปสักระยะเพื่อจะได้คอยระวังหลังให้ อีกทั้งสังเกตท่าทางของเธอยามอยู่บนหลังม้าไปด้วย

หญิงสาวบังคับม้าได้ชำนาญจนเขาพอจะวางใจได้แล้ว แต่ก็ยังมีบทเรียนอีกมากมายที่อาเมียร์คิดว่าควรให้เธอเรียนรู้...อย่างน้อยก็เพื่อให้ป้องกันตัวได้มากกว่านี้

ทว่านั่นเป็นเรื่องของวันหน้า ถึงอย่างไรวันนี้ก็เป็นวันเฉลิมฉลองที่พวกเขาควรจะมีความสุขกันให้เต็มที่มิใช่หรือ


 

เทศกาลลูคนาซัธเป็นวันเดียวกับวันเกิดของอาซิซ ดังนั้นแม้ครอบครัวของอาเมียร์จะไม่ได้นับถือสุริยเทพ พวกเขาย่อมมีเหตุผลให้เฉลิมฉลอง อีกทั้งชายหนุ่มยังรู้สึกว่าแอชต้องการเวลาอยู่กับคนที่จะให้กำลังใจเธอได้ แม่ของเขาดูจะเป็นหนึ่งในนั้น และท่านเจ้ามณฑลก็วางใจให้ราชินีบรรทมพักที่บ้านพักของหัวหน้าหน่วยย่อยด้วย

ยามบ่ายแก่ใกล้เย็น ราชินีองค์ใหม่แห่งธีร์ดีเรจึงอยู่ในบ้านพักของพ่อของเขา และช่วยแม่ของเขากับพี่เลี้ยงเด็กจัดเตรียมสำรับอาหารซึ่งผสมทั้งโคลแคนนันและอาหารฉลองประจำเทศกาลกับอาหารแบบพื้นเมืองจากบ้านเกิดของเจ้าชายแห่งอาณาจักรสาบสูญ น้องสาวทั้งสองของเขาส่งเสียงเจี๊ยวจ๊าวขณะวิ่งเล่นไปมา ส่วนอาซิซซึ่งเป็นเจ้าของวันเกิดนั่งนิ่งอยู่ในเปลและดูจะอยากหมุนล้อรถม้าของเล่นเงียบๆ ในแบบของตนมากกว่า

อาเมียร์คิดว่าเด็กขวบหนึ่งน่าจะเริ่มพูดแล้ว แต่น้องชาย (ซึ่งชายหนุ่มกลับมาพบเพียงนานๆ ครั้ง) ของเขากลับนิ่งเงียบผิดจากเด็กทารกคนอื่นๆ ที่เขาเคยเจอ วันนี้เขาทักทายและเรียกชื่ออาซิซพร้อมกับแตะไหล่อีกฝ่าย แต่กลับไม่เจอปฏิกิริยาตอบรับอย่างการหันมาสบตาหรือทำเสียงตอบเหมือนเวลาเรียกชื่อเด็กทั่วไป ถึงแม้ว่าแม่จะรับรองว่าอาซิซได้ยินเสียงตามปรกติก็ตาม

เอาเถอะ เด็กบางคนก็อาจจะพัฒนาการช้ากว่าคนอื่นได้...แม่บอกเขาว่าอย่างนั้น

เวลาในเย็นนั้นดำเนินไปอย่างที่ควรเป็น พวกเขาร่วมกินอาหารฉลองอย่างครึกครื้น...ก่อนที่อาเมียร์จะได้ยินเสียงเตือนบางอย่างดังขึ้นในหัว

เสียงของรูอาร์ค…

เฮ้ เจ้าชาย ข้าเจอปัญหาละ

ชายหนุ่มพยายามตีสีหน้าเรียบขณะลุกจากโต๊ะ ก่อนจะบอกทุกคนเพียงสั้นๆ “เดี๋ยวข้ามา”

แอชลีนน์มองเขาอย่างสงสัย แต่เขาก็ไม่ได้ตอบอะไรขณะโบกมือพร้อมกับบอกเธอในใจ

ไม่มีอะไร ข้าจะฟังข่าวจากรูอาร์คนิดหน่อย

หญิงสาวพยักหน้าแม้สีหน้ายังคงเคร่งขรึม และปล่อยให้อาเมียร์หลบไปข้างหลังบ้านเพียงลำพัง


 

สิ่งที่รูอาร์คพบในทิฟลีคือวันเฉลิมฉลองอันเงียบเหงา แม้ลูคนาซัธจะเป็นเทศกาลเก็บเกี่ยวหลักประจำปี คนในเมืองเอกที่ไม่ได้เพาะปลูกก็คงมีชีวิตห่างไกลท้องไร่เกินกว่าจะทำพิธีบวงสรวง อีกทั้งการถูกยึดอำนาจเปลี่ยนผู้ปกครองก็ยิ่งทำให้บรรยากาศของในแคว้นซึมเซาเกินกว่าจะรื่นเริงไปกับพิธีกรรม

เคราะห์ดีที่การออกจากเมืองเอกไม่ได้ยากนัก เด็กเล็กอย่างก็อธฟรีด์เป็นเหมือนใบเบิกทางชั้นยอด ไม่นานชายหนุ่มก็ขี่ม้ามุ่งสู่ด่านผ่านแดนทางใต้สู่ซาเกรดา โซล ในยามบ่าย เขาคาดหมายว่าคืนนี้คงต้องนอนพักในโรงแรมในเมืองหน้าด่านอีกสักคืนเพื่อไม่ให้เด็กน้อยที่มาด้วยเหน็ดเหนื่อยเกินไป แล้ววันพรุ่งจึงจะได้เดินทางเข้ายาร์ลาธเสียที

รูอาร์คภาวนาว่าเส้นทางที่เหลือจะราบรื่น และกลุ่มของหมอหญิงซานาจะไปรอเขาอยู่ที่แคว้นยาร์ลาธกับคนของพ่อบุญธรรมของตนแล้ว แต่หลังจากนั้นเหมือนเป็นเคราะห์ร้าย...วันนี้ก็อธฟรีด์โยเยมากเป็นพิเศษ กระทั่งการเดินทางล่าช้าลงจนชายหนุ่มจำต้องหาเมืองอื่นก่อนถึงเมืองหน้าด่านเพื่อเข้าพักกับเด็กชายก่อนค่ำ และก็ได้พักในอิเรีย เมืองสถานีการค้าเล็กๆ ที่มีบรรยากาศระแวดระวังไม่น่าไว้ใจ

มามะ ให้ท่านพ่อกอดนะก็อธฟรีด์” เขาพยายามหลอกล่อเด็กชายสุดฤทธิ์สุดเดช “ฟังนิทานก่อนนอนแล้วหลับกันน้า”

เด็กชายตอบกลับเสียงอ้อแอ้ ส่วนชายหนุ่มกอดร่างเล็กไว้พลางคิดว่าจะเล่าเรื่องอะไร

แต่แล้ว...เสียงบางอย่างจากข้างนอกก็ดังขึ้นขัดความคิดของเขา

รูอาร์คเลิกคิ้วก่อนจะผละจากเด็กน้อยไปเลิกผ้าม่านดู ไม่นานเขาก็เปลวไฟและกลุ่มคนที่บ้างก็ถือดาบหรือคบไฟวิ่งหรือขี่ม้าชุลมุนอยู่เบื้องล่าง

ให้ตายเถอะ! เขาเลือกพักเมืองที่โจรมันนึกจะเข้าปล้นซะได้เหรอนี่!

ชายหนุ่มรีบคิดหาทางออกพร้อมกับซุ่มดูต่อไป โจรพวกนี้ดูเหมือนจะแบกถุงหรือกระสอบไปในทางเดียวกัน แต่ไม่มีใครฉุดลากผู้หญิงหรือเด็กไปด้วย แสดงว่าต้องการเพียงของมีค่า...หรืออาจรวมถึงอาหาร คงเป็นเพราะหวั่นเกรงว่านักรบเรเวนอาจจะเฝ้ากวดขันตามเมืองอื่นหรือชายแดนไม่ให้ลักลอบค้าทาสได้สะดวก

หากจะต้องระวังก็คงเป็นเรื่องที่พวกมันอาจขโมยม้าของเขาไปขายต่อเพราะตามแสดงตัวเป็นเจ้าของยากกว่า รวมทั้งเรื่องที่พวกโจรอาจขึ้นมาข่มขู่รีดไถเงินจากเขามากกว่า

รูอาร์ครีบล้วงเข้าไปแตะถุงผ้าใบเล็กที่อาเมียร์ให้เขามาก่อนออกเดินทางและตั้งใจสื่อสารกับอีกฝ่าย

เฮ้ เจ้าชาย ข้าเจอปัญหาละ

ไม่นานเสียงของชายอีกคนก็ดังขึ้นในกระแสจิต รูอาร์ค? เกิดอะไรขึ้น

เมืองที่ข้าพักเหมือนจะโดนโจรปล้น ไม่ใช่พวกค้าทาสหรอก...แต่เล่นเผาบ้านด้วยนี่ก็ร้ายไม่น้อยละนะ

...เจ้ากับก็อธฟรีด์อยู่ที่ไหน เสี่ยงอันตรายหรือเปล่า… เสียงของอีกฝ่ายเริ่มเคร่งเครียดขึ้น

บนห้องพักในโรงแรม ข้ากำลังคิดว่าพวกมันจะบุกขึ้นมาหรือเปล่า หรือจะไม่ยุ่งกับที่นี่...แต่ข้ากลัวพวกมันจะขโมยม้าข้าไปจากโรงม้าด้วยน่ะสิ

อาเมียร์เงียบไปนาน ก่อนที่รูอาร์คจะเห็นควันสีดำลอยออกมาจากอกเสื้อของตนเป็นรูปร่างคล้ายนกตัวหนึ่ง

ข้าจะทำให้ก็อธฟรีด์หลับไป แล้วจะใช้มนตร์พรางตัวพวกเจ้าให้หนีออกจากเมืองไปได้สะดวก แต่ถึงอย่างไรก็ระวังตัวให้ดี ข้าเพิ่งลองใช้มนตร์ทางไกลขนาดนี้เป็นครั้งแรก ไม่รู้ว่าจะทำได้นานเท่าไร

ชายผมแดงพยักหน้ารับ ก่อนจะเห็นควันดำบางส่วนลอยจากร่างของนกไปยังเด็กชายที่นอนกลิ้งกอดตุ๊กตาตัวโปรด ไม่ช้าเขาก็ส่งเสียงอืออาก่อนจะนอนนิ่งไป

รูอาร์คอุ้มเด็กชายขึ้นมานอนพิงอกของตน จากนั้นจึงใช้ผืนผ้ายาวรัดร่างของเขาไว้แน่นแหนา ก่อนจะหยิบเพียงมีดดาบและของใช้จำเป็นขึ้นมาถือไว้กับตัว

พร้อมแล้วใช่ไหม เสียงจากหมอกควันถามอีกครั้ง ก่อนที่นกสีดำจะรางเลือนลง กลับกลายเป็นม่านหมอกบางๆ ที่ครอบคลุมร่างของชายผมแดงและมลายไปจนมองไม่เห็น

ชายหนุ่มสูดหายใจยาวก่อนจะเปิดประตูออกไปและมองซ้ายขวา เห็นคนที่น่าจะเป็นแขกของโรงแรมเช่นกันวิ่งหน้าตื่นไปตามทางเดิน แต่ดูเหมือนจะไม่มีใครสนใจเขาเลยแม้แต่น้อย

ที่เหลือก็หวังว่า เขาจะไปถึงตัวม้าและออกไปจากเมืองได้อย่างปลอดภัยและรวดเร็วพอ…


 

ทัมมุซ!” แอชลีนน์ที่แอบตามหลังเจ้าของชื่อมาปราดเข้าไปประคองร่างของเขาทันทีที่เห็นชายหนุ่มงอตัวลงพิงรั้ว “เป็นอะไรหรือเปล่า!”

อาเมียร์ส่ายหน้าแม้เขาจะหอบแรง “ไม่เป็นไร...ข้าแค่ใช้เวทมนตร์ระยะไกลช่วยรูอาร์ค มีโจรปล้นเมืองที่เขาพัก”

โจร? ในวันลูคนาซัธอย่างนี้น่ะเหรอ” หญิงสาวรับอย่างไม่อยากเชื่อ “ทำไมกล้าดีขนาดนี้!”

คงเพราะเป็นคืนวันเทศกาล ชาวเมืองน่าจะเผอเรอ และพวกโจรก็คงอยากรีบกอบโกยของมีค่า หนีออกจากมณฑลก่อนนักรบเรเวนหรือทหารจากทารามาปราบปรามพวกมัน” ชายหนุ่มตอบพลางผ่อนลมหายใจและยกหลังมือขึ้นปาดหน้าผาก

แอชลีนน์หยิบผ้าเช็ดหน้าออกมาจากอกเสื้อของตน เธอนิ่งไปครู่หนึ่งขณะคิดว่าจะส่งผ้าให้เขาเช็ดหน้าเองหรือเช็ดให้ จนสุดท้ายจึงได้ค่อยๆ ใช้ผ้าซับตามหน้าผากและแก้มของเขาอย่างแผ่วเบา

“...หวังว่า...คงไม่ใช่เมืองที่ลูกสาวของป้าคนนั้นอาศัยอยู่” หญิงสาวกระซิบเสียงเจื่อนเมื่อนึกถึงถ้อยคำที่ตนรับปากไว้

พรุ่งนี้เราคงได้ข่าวมากขึ้นว่าเป็นฝีมือใคร” อาเมียร์ตอบเคร่งขรึม “แต่ไม่น่าใช่พวกดูลัสสร้างสถานการณ์ ข้าเชื่อว่าเขามีเกียรติมากกว่านั้น”

หญิงสาวเงียบไปกับชื่อที่ได้ยิน ก่อนจะเอนพิงแขนของชายคนรัก “แต่เขารู้เรื่องที่เสด็จพ่อ เสด็จแม่กับเสด็จพี่ถูกฆ่า...อาจจะร่วมมือกับพ่อของเขาตั้งแต่ตอนนั้นแล้วก็ได้”

“...ข้าขอโทษ ข้าไม่น่าพูดถึงเรื่องนี้เลย” ชายหนุ่มเอื้อมมาโอบไหล่ของเธอเพียงเบาๆ ราวกับกลัวแอชลีนน์จะบุบสลายหากแตะต้องแรงเกินไป

ไม่เป็นไร” ราชินีส่ายหน้าและค่อยๆ ผละออกมา “หากทางนั้นไม่สามารถดูแลชอร์ซาให้ดี เราต้องยึดชอร์ซาคืนมาก่อน คนในมณฑลจะได้ไม่เดือดร้อนมากไปกว่านี้”

อาเมียร์เหมือนจะหัวเราะเบาๆ “สมกับเป็นราชินีของข้าจริงๆ”

“...พูดอย่างนี้หมายความว่าอย่างไรกัน” หญิงสาวขมวดคิ้ว

เขาก้มลงหอมเรือนผมของเธอ “เพราะเจ้าคำนึงถึงพสกนิกรก่อน เจ้าจะเป็นราชินีที่ดี”

แอชลีนน์รู้สึกหน้าร้อนผ่าวขึ้นมาและกำผ้าเช็ดหน้าไว้แน่น หัวใจเหมือนจะพลันเต้นรัวเร็วเช่นกัน

กะ...กลับเข้าไปเถอะ” หญิงสาวรีบพูด “อากาศเย็นอยู่นะ”

เจ้าชายพยักหน้ารับก่อนจะเอื้อมมากุมมือของราชินี ความอบอุ่นที่ห้อมล้อมปลายนิ้วนั้นเหมือนจะปลอบโยนเธอให้พร้อมรับศึกในวันพรุ่งอีกครั้งหนึ่ง

ด้วยเหตุการณ์มากมายที่ผันผ่าน แอชลีนน์ตอบตนเองไม่ได้ว่าเธอมีศรัทธาในสุริยเทพจากใจจริงหรือไม่ แต่วันฉลองกำเนิดของพระองค์ปีนี้ก็ยังเต็มตื้นไปด้วยพรมากมายที่เธอจะไม่มีวันลืมไปชั่วชีวิต

 


ซานาลืมตาขึ้นมาพบกับคานไม้และหลังคามุงฟางที่ตนไม่น่าจะเคยเห็นมาก่อน

แวบแรก หญิงสาวงุนงงว่าตนอยู่ที่ใดกัน ก่อนจะตระหนักได้ว่าร่างกายไม่ได้รู้สึกร้อนสลับหนาวเหมือนเป็นไข้อีกต่อไปแล้ว

แต่พวกโทมาล่ะ พวกเขาพาเธอมาพักที่นี่หรือ

หมอฝึกหัดลุกขึ้นนั่งและก้มมองตนเอง ใบหน้าของเธอร้อนผ่าวขึ้นมาเมื่อพบว่าตนสวมเพียงเสื้อนอนผ้าฝ้ายตัวบางชั้นเดียว แต่เมื่อเผลอคิดไปว่าใครเป็นคนเปลี่ยนเสื้อผ้าให้ตน เสียงหนึ่งก็ดังขึ้นห่างออกไปอีกระยะ

ตื่นแล้วหรือ”

ซานาหันไปพบเด็กสาวที่ดูอายุน้อยกว่าตนไม่เท่าไรอยู่ที่หน้าประตู สองมือของอีกฝ่ายถือถาดอาหารไว้

หญิงสาวมองอีกฝ่ายด้วยความรู้สึกแปลกประหลาด ภายในห้องไม่ได้สว่างนัก อีกทั้งแสงยังสาดย้อนเข้ามาในห้อง ทว่านั่นก็ทำให้นัยน์ตาของผู้ที่เข้ามาดูเหลือบแสงสีเขียวเรืองเหมือนตาแมว

หมอฝึกหัดขมวดคิ้ว เธอเคยเห็นแววตาของเกลเป็นเช่นนั้นมาก่อน

เจ้า...เป็นชาวอัสลาน?”

เจ้าพูดเหมือนตัวเองไม่ใช่” เด็กสาวอีกคนเดินถือถาดเข้ามาหาเธอก่อนจะนั่งลงข้างเตียงโดยวางถาดอาหารไว้บนตัก “กินอะไรไหวไหม เนอร์กุยบอกเจ้าเพิ่งกลายร่างเป็นครั้งแรก คงจะเพลียมากสินะ”

เนอร์กุย?” ซานาทวนชื่อแปลกหูนั้นอย่างงุนงงขึ้นไปอีก “ใครคือเนอร์กุย”

ก็...คนอัสลานที่มากับเจ้าไง ที่มีร่างสัตว์เป็นเสือทุ่ง”

หญิงสาวกะพริบตา “หมายถึงเกลน่ะหรือ…เจ้ารู้จักเขามาก่อนหรือ”

เด็กสาวพยักหน้ารับ “เขาเคยอยู่ที่นี่กับพวกเรา แต่ก่อนหน้านั้น...เขายังไม่มีแผลที่คอ ยังพูดได้อยู่”

อา…” ซานาส่งเสียงตอบก่อนจะเพ่งมองอีกฝ่าย ทั้งผมสีน้ำตาลแดงและนัยน์ตาสีเขียวอมเหลืองแปลกตาของเด็กสาวยิ่งยืนยันว่าเธอเป็นชาวอัสลานเช่นกัน แม้เสื้อผ้าที่สวมอยู่จะเหมือนชาวบ้านของธีร์ดีเรก็ตาม

เขาหายไปหลายปีแล้ว...แต่เมื่อเย็นวานถึงเพิ่งมาที่นี่กับเจ้า เขาว่าเจ้าเป็นคนช่วยชีวิตเขาไว้ ว่าแต่เจ้ากินซุปหัวมันได้ใช่ไหม เราไม่มีอาหารอะไรมาก” เด็กสาวบอกและยื่นถาดไม้มาวางบนตักของหมอฝึกหัด

ได้” เธอตอบง่ายๆ และหยิบช้อนไม้มาตักซุปที่ดูเหมือนมีเพียงเนื้อหัวมันยีใส่ลงไปต้มจนเหลว

ที่นี่ไม่ได้ฉลองลูคนาซัธกระมัง จึงไม่มีอาหารประจำเทศกาลอย่างโคลแคนนัน... ซานาคิดก่อนจะเป่าช้อนกินซุปรสจืด แต่เธอก็ไม่พูดออกไป

ว่าแต่เจ้าชื่ออะไร พ่อแม่เป็นใคร ทำไมถึงรอดมาได้ล่ะ” เด็กสาวถามพร้อมกับมองเธออย่างสนใจ

ข้าชื่อซานา พ่อบุญธรรมพบข้าตั้งแต่ยังเป็นเด็กทารก ข้าเลย...ไม่รู้ว่าพ่อแม่ตัวเองเป็นใคร” หญิงสาวตอบตามตรง

งั้นเหรอ...ข้านึกว่ายังมีชาวอัสลานคนอื่นอยู่ข้างนอกนั้นเสียอีก” เด็กสาวตอบด้วยเสียงที่เจื่อนลง “ข้าชื่อนามูนา พ่อของข้าเป็นหัวหน้าของคนอัสลานที่เหลืออยู่ที่นี่ เดี๋ยวเจ้ากินเสร็จแล้วก็แต่งตัวล่ะ เขาอยากพบเจ้า”

นามูนาบอกแล้วก็ลุกไปทางตู้ไม้เก่าๆ และหยิบเสื้อผ้าชุดหนึ่งออกมาวางที่ปลายเตียงที่ซานานอนอยู่

เดี๋ยวนะ...แล้วเสื้อผ้าข้าอยู่ไหนล่ะ” ซานาตั้งคำถาม

อ้อ ไม่มีตั้งแต่ตอนที่เนอร์กุยพาเจ้าเข้ามาที่นี่แล้วละ”

หมอฝึกหัดนิ่งเงียบไปนานทั้งใบหน้าร้อนผ่าวขึ้นมาอีก แม้ในใจจะรู้สึกอยากแทรกแผ่นดินหนีอย่างประหลาด

หมายความว่าเธอเข้ามาทั้งร่างเปลือยงั้นหรือ!...ถึงจะพอรู้จากการดูแลเกลมาว่าเมื่อกลายเป็นร่างสัตว์แล้ว เสื้อผ้าก็ไม่ค่อยจะอยู่ติดตัวก็เถอะ

แต่เขาเอาผ้าคลุมห่มตัวเจ้าไว้นะ คนที่เช็ดตัวใส่เสื้อให้เจ้าก็มีแต่ข้ากับท่านแม่เท่านั้นแหละ”

อย่างนี้เอง...ขอบใจมากนะ” หญิงสาวตอบอย่างโล่งอกก่อนจะนึกอะไรได้ “แล้วคนอื่นที่มากับข้ากับเขาล่ะ”

หือ? ไม่มีนะ” เด็กสาวนั่งลงที่เดิมและเลิกคิ้ว “เขาพาเจ้ามากันแค่สองคน”

ยังมีคนอื่นอีกสองคน...ไม่เป็นไร เดี๋ยวข้าจะถามเกลเอง” ซานาตอบก่อนจะตักซุปกินไปเรื่อยๆ

อือ” นามูนารับและเพียงแต่นั่งมองเธอเฉยอยู่ จนซานาออกจะรู้สึกแปลกๆ กระทั่งอยากถามว่าเด็กสาวคิดหรือต้องการอะไรจากเธอ แต่หญิงสาวก็รู้สึกว่าคงไม่ดีหากจะพูดออกไปตรงๆ

รอไปพบหัวหน้าชุมชนที่นี่ ทุกอย่างน่าจะกระจ่างขึ้นเองมากกว่ากระมัง

 

 


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 7 ครั้ง

6 ความคิดเห็น

  1. #82 iipangii (@asiran) (จากตอนที่ 82)
    วันที่ 24 มิถุนายน 2561 / 12:22

    ตอนแรกก็นึกเหมือนกัน แต่เห็นมีเขียนว่าเคียร่าหน้าเหมือนผู้กองคาฮาส?ที่เป็นญาติฝั่งราชินี ก็เลยนึกว่าลูกคอนรอยจริง ๆ ถ้าเป็นลูกราชาแล้วหน้าที่เหมือนผู้กองมันมาจากทางไหนอะ แม่เคียร่าเหมือนไม่ได้เป็นญาติใครเลยหรือเปล่า เริ่มสับสนกับลำดับเครือญาติ

    #82
    2
    • #82-1 iipangii (@asiran) (จากตอนที่ 82)
      24 มิถุนายน 2561 / 12:32
      เจอผังตระกูลแล้ว ที่แท้ก็จำสับสนไปเอง 555
      #82-1
    • #82-2 Nithinae (@Anithin) (จากตอนที่ 82)
      24 มิถุนายน 2561 / 22:23
      เรื่องนี้ผังตระกูลซับซ้อนอยู่ค่ะ พอเข้าใจว่าทำไมจะเกิดมึนๆ ได้ ไรต์เองยังต้องย้อนกลับไปเช็กเป็นระยะๆ เลยค่ะ TwT

      ถ้าแจกแจงอย่างละเอียดก็คือ

      เคียรา สีผมเหมือนแม่ (ชีลา แม่ของคาเฮียร์) หน้าตาเหมือนพ่อ (กษัตริย์รัชกาลก่อน)
      แอช สีผมเหมือนแม่ (ราชินี) หน้าตาเหมือนพ่อ (กษัตริย์รัชกาลก่อน)
      คาเฮียร์ สีผมและหน้าตาเหมือนแม่ (ชีลา) สีผมเลยพลอยไปเหมือนกับเคียราด้วย คนที่ทักว่าทั้ง 2 คนหน้าเหมือนกันคือเฟย์ลิมค่ะ (ซึ่งก็อาจจะเป็นความเห็นของเฟย์ลิมคนเดียวก็ได้ 555)
      #82-2
  2. #77 Nithinae (@Anithin) (จากตอนที่ 82)
    วันที่ 15 มิถุนายน 2561 / 21:50

    สวัสดีค่ำวันศุกร์ค่ะ

    ไรท์อัปตอนที่ 20 ฉบับเนื้อหาเต็มแล้วนะคะ จากนี้ก็คิดว่าจะอัปอย่างน้อยสัปดาห์ละ 1-2 ครั้ง ในวันอังคารกับวันศุกร์ โดยนับวันศุกร์เป็นหลัก แต่ถ้าเขียนสต็อกเร็วพอ อังคารก็จะลงไว้เช่นกันค่ะ

    ในตอนนี้ก็มาทางคู่พระนางกับกลุ่มหมอฝึกหัดกันบ้าง ตอนเขียนเกี่ยวกับมื้ออาหารฉลองลูคนาซัธในบทนี้ ก็อดคิดไม่ได้ว่าทั้งสองคนมาไกลจากในบทแรกมากจริงๆ ถึงเวลาจะผ่านไปเพียงปีเดียวในเนื้อเรื่องก็เถอะ

    ขอบคุณทุกๆ คนที่ติดตามอยู่นะคะ ถึงจะไม่ใช่เรื่องแนวตลาด ไม่ใช่นิยายในกระแส ยังไงนี่ก็เป็นเรื่องที่ไรท์ตั้งใจจะเขียนให้จบให้ได้ด้วยปณิธานส่วนตัว เห็นมีคนบอกว่าตามอ่านอยู่ก็ยิ่งดีใจมากๆ ค่ะ :D



    แก้ไขครั้งที่ 1 เมื่อ 15 มิถุนายน 2561 / 21:52
    #77
    0
  3. #76 w-rabbit (@nene-zero) (จากตอนที่ 82)
    วันที่ 14 มิถุนายน 2561 / 19:34
    อร้ายยยยยยย ไรท์กลับทาอัพแล้วดีใจเว่อร์ ><
    #76
    1
    • #76-1 Nithinae (@Anithin) (จากตอนที่ 82)
      15 มิถุนายน 2561 / 21:42
      สวัสดีค่ะ ยินดีที่ได้พบกันอีกนะคะ ^^
      #76-1
  4. #75 nomaxz (@nomax) (จากตอนที่ 82)
    วันที่ 12 มิถุนายน 2561 / 20:55
    ติดตามนานมากจนลืมเนื้อเรื่องไปละ
    ดีใจมสกที่มาอัพต่อ ไม่ทิ้งกันไป
    ปล. สงสัยต้องตั้งต้นอ่านใหม่
    #75
    1
    • #75-1 Nithinae (@Anithin) (จากตอนที่ 82)
      15 มิถุนายน 2561 / 21:42
      ขอบคุณที่กลับมาติดตามนะคะ ทางนี้ก็มีรีไรท์จนองค์ประกอบบางอย่างเปลี่ยนไปเหมือนกัน (เช่นความสามารถเฉพาะตัวของชาวอัสลาน หรือชะตากรรมของลีชา) ดังนั้นถ้าอ่านทวนน่าจะดีค่ะ
      #75-1
  5. วันที่ 12 มิถุนายน 2561 / 05:00

    กะแล้วว่าเคียราเป็นลูกนอกสมรสกับราชา...ใช่จริงๆด้วย

    ปล.ดีใจที่กลับมาอัพนะคะ อย่าท้อใจไป มีเราคนนึงที่รออ่านนะ ไว้ว่างๆจะมาFAค่ะ

    #74
    1
    • #74-1 Nithinae (@Anithin) (จากตอนที่ 82)
      12 มิถุนายน 2561 / 11:04
      ขอบคุณมากๆ นะคะ <3<3<3 ได้ยินว่าติดตามอ่านอยู่ก็ดีใจมากแล้วค่ะ TwT

      กะแล้วว่าต้องมีคนเดาได้ 5555+ เดาไม่ยากด้วยแหละค่ะ แต่เป็นความจริงที่ดราม่าสำหรับทุกคนรอบตัวเลยทีเดียว

      จะรอดู FA นะคะ เป็นกำลังใจมากๆ เลย ^ ^
      #74-1
  6. #73 Nithinae (@Anithin) (จากตอนที่ 82)
    วันที่ 11 มิถุนายน 2561 / 20:14

    สวัสดีผู้อ่านทุกท่าน และขอโทษที่หายไปนานมากนะคะ

    ไรเตอร์ทำงานในมหาวิทยาลัย ดังนั้นช่วงเปิดเทอมจะเป็นช่วงที่งานชุกมาก บวกกับที่ผ่านมามีปัญหาด้านสุขภาพ และติดไรเตอร์บล็อคด้านเนื้อเรื่องด้วย ตอนนี้พอปลดล็อคภาระต่างๆ ได้ระดับหนึ่งเลยมีไอเดียคืนกลับมาอีกครั้ง จากนี้อยากพยายามเขียนและอัปให้ได้ถี่ขึ้น อย่างน้อยสัปดาห์ละครั้งนะคะ การแบ่งเนื้อหาคงกำหนดให้บทหนึ่งยาวประมาณ 10-15 หน้า และแบ่งเปอร์เซนต์การอัปเป็น 25/50/75/100 ค่ะ

    ตอนนี้ก็เฉลยออกมาแล้วเนอะว่าที่จริงเคียราเป็นใคร มารอดูต่อไปว่าความจริงที่ดูลัสได้รู้จะทำให้เกิดอะไรขึ้นนะคะ ป.ล. ขอบคุณผู้อ่านทุกคนที่ยังติดตามนะคะ มีอะไรคุยได้ คอมเมนต์ได้นะคะ จะได้ปรับปรุงเรื่องให้ดีขึ้นด้วยค่ะ



    แก้ไขครั้งที่ 1 เมื่อ 12 มิถุนายน 2561 / 09:31
    #73
    1