The War of Thirdaire - ตำนานสงครามบัลลังก์เหนือ (รีไรท์)

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 5,816 Views

  • 125 Comments

  • 130 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

จำนวนแชร์
0

  • Month Views
    100

    Overall
    5,816

ตอนที่ 32 : 2 - พ่อค้าชาดานแซร์ "ได้กลิ่นอะไรแปลกๆ ไหม"

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 123
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 4 ครั้ง
    20 ส.ค. 60

บทที่ ๒

พ่อค้าชาดานแซร์

 

เสื้อผ้าผู้ชายที่อาเมียร์ซื้อมาให้แอชลีนน์ตัวค่อนข้างหลวม และเนื้อผ้าหยาบกว่าที่เธอเคยสวม แต่ก็ไม่นับว่าเลวร้ายอะไร เด็กหนุ่มยังรอบคอบถึงขนาดหาแถบผ้ายาวมาให้เธอพันอก และแถมเชือกเส้นเล็กๆ มาให้ผูกผมเพื่อให้สวมช้องผมได้สะดวกด้วย

คนนำเสื้อผ้ามาให้กลับมาเคาะประตูถามว่าเธอแต่งตัวเรียบร้อยหรือยังเมื่อเหลือแต่ช้องผมที่ยังไม่ได้แต่ง เธอจึงบอกให้เขาเข้ามาได้ตั้งแต่ตอนนั้น แล้วก็ให้เขาช่วยสวมช้องผมและดูความเรียบร้อยให้

ชาลัวห์เองก็ได้เปลี่ยนเสื้อผ้าคล้ายๆ กัน เพียงแต่ไม่มีช้องผม ไรหนวดหร็อมแหร็มของเขายังคงอยู่ ทว่าเส้นผมสีทองที่เคยยาวหยักศกเลยคางลงมาแต่ยังไม่ถึงบ่าถูกกล้อนเสียสั้นกุด

แต่จะว่าไป ตัดผมอย่างนี้เห็นจะดีกว่าปล่อยให้ผมยาวแล้วเป็นสังกะตังต่อไป ผมของชาลัวห์ที่ไม่ได้สระมานานพอๆ กับอาเมียร์นั้นไม่มีเค้าของผมหยักลอนที่ดูเป็นประกายมีน้ำหนัก เคยมองออกว่าจัดแต่งทรงอย่างดีแม้จะเห็นแต่ไกลก่อนหน้ายังไม่จับเข้าคุกกรงน้ำ

เดี๋ยวแต่งตัวเสร็จแล้วไปที่รถม้ากัน ข้าเตรียมของทุกอย่างพร้อมแล้วอาเมียร์บอกเราคงต้องหยุดพักกินอาหารเช้าหลังออกนอกประตูเมือง ไม่ก็กินกันตอนที่นั่งรถม้านั่นละ

เด็กหนุ่มคุมตัวชาลัวห์ออกไปจากโกดังโดยมีแอชลีนน์เดินตาม ไม่นานก็ถึงรถม้าที่จอดหลบไว้ในร่มเงาอาคารใกล้สุสานเรือ

เธอเห็นม้าสีเทาตัวหนึ่ง ไม่ใช่ม้าพันธุ์ที่ดูสูงใหญ่ ปราดเปรียว สง่างามเหมือนม้าสำหรับคนชั้นสูงใช้ขี่เล่น ล่าสัตว์ หรือพวกทหารใช้รบ แต่เป็นม้ารูปร่างเตี้ยล่ำ ลำตัวตัน ขาอวบ ซึ่งเป็นม้าที่มักใช้สำหรับงานขนส่งหรือทำไร่มากกว่า มันถูกเทียมรถม้า หรือที่ถูกควรจะเป็นเกวียนประทุนที่ยังไม่ได้คลุมผ้าใบ มีกระสอบเล็กๆ สองสามใบวางพิงอยู่พร้อมกับถังไม้ใบค่อนข้างใหญ่อีกหกใบ

รอบๆ รถม้าดูเหมือนจะมีกลิ่นแปลกประหลาดบางอย่าง กลิ่นนั้นทำให้แอชลีนน์ย่นจมูกและตั้งคำถามได้กลิ่นอะไรแปลกๆ ไหม

อาเมียร์ดึงแขนชาลัวห์ที่ยังถูกบิดไพล่หลังอยู่ไปใกล้พานท้ายเกวียน แล้วก็ใช้เท้าข้างหนึ่งเหยียบพานท้ายไว้ก่อนจะยืดตัวไปเปิดฝาถังไม้ใบหนึ่ง

กลิ่นเจ้านี่เองล่ะ

กลิ่นนั้นยิ่งโชยแรงกว่าเดิมจนเด็กสาวผงะ กระนั้นเธอก็ยกมือขึ้นปิดจมูกไว้ก่อนจะเข้าไปดูใกล้ๆ

ที่อยู่ในถังนั้นไม่ใช่...สิ่งปฏิกูลหรืออะไรจำพวกนั้นที่เธอคิดไว้ในทีแรก แต่เป็นปลาตัวยาวราวฝ่ามือที่ถูกตัดหัววางเรียงแช่น้ำสีน้ำตาลเทาขุ่นเหมือนโคลนจนแทบถึงปากถัง

ปลาอะไรเหม็นจังแอชลีนน์พูดอู้อี้ไม่ใช่ว่าบูดแล้วหรือ

“ ‘ชาดานแซร์ก็มีกลิ่นอย่างนี้เป็นธรรมดาอยู่แล้วอาเมียร์รับรอง

ชาดานแซร์เป็นชื่อที่เด็กสาวพบว่าคุ้นๆ แต่ก็ไม่เคยสัมผัสของจริง ปลาชาดานเป็นปลาทะเลขนาดไม่ใหญ่นักที่มีทั่วไปในน่านน้ำของธีร์ดีเร แน่นอนว่ามีมากในแถบเมืองหลวงซึ่งเป็นอ่าว ส่วนแซร์หมายถึงเปรี้ยว...แต่ก็พ้องเสียงกับคำว่าโกรธหรือฉุนเฉียวด้วย

เธอเชื่อว่าชาดานแซร์หมายถึงปลาชาดานเปรี้ยว เพราะนี่เป็นชื่อเรียกปลาชนิดนี้ที่นำมาหมัก ทว่าพอได้กลิ่นใกล้ๆ อย่างนี้ก็ชักไม่แน่ใจว่าที่จริงคนตั้งชื่อต้องการสื่อความหมายหลังหรือเปล่า

แล้ว...ทำไมต้องซื้อปลาหมักมาด้วยล่ะ

เมืองหลวงเป็นเมืองประมง สินค้าที่น่าจะออกไปในเมืองที่ไม่ได้ติดทะเลน่าจะเป็นปลา แต่ปลาสดจะเสียง่ายเวลาเดินทางไกลๆ เขาเลยนิยมถนอมโดยการตากเกลือหรือดองน้ำเกลือ

แต่...ทำไมดองน้ำเกลือถึงยังกลิ่นแย่ขนาดนี้ล่ะแอชลีนน์ถามต่อของดองอย่างอื่นที่ข้ารู้จักไม่ยักเป็นเลย

ก็เพราะชาดานแซร์เป็นของที่ชาวบ้านที่ไม่ได้อยู่ริมทะเลทั่วไปกินกันมากกว่า ต้นทุนมันต่ำเพราะใช้ปลาท้องถิ่นที่หาง่าย และเกลือแค่พอไม่ให้ปลาเน่า แต่มันจะเปลี่ยนสภาพจนมีรสเปรี้ยวและกลิ่นแรงอย่างนี้

เด็กสาวฟังคนซื้อปลาหมักถังเบ้อเริ่มอธิบายด้วยความทึ่งอาเมียร์รู้ดีจัง เพิ่งเข้าธีร์ดีเรมาแค่ปีเดียวยังรู้เรื่องพวกนี้มากกว่าข้าเยอะเลย

ก็...บ้านข้าแค่เคยเดินทางไปกับพวกพ่อค้าบ้างน่ะเด็กหนุ่มออกตัว ก่อนจะตัดบทเอาเป็นว่าพวกเราเป็นพ่อค้าขายชาดานแซร์สองพี่น้อง พื้นเพมาจากอุลทูร์และกำลังจะไปอุลทูร์ก็แล้วกัน

แล้ว...หมอนี่ล่ะแอชลีนน์บุ้ยใบ้ไปทางชายหนุ่มที่ยังถูกเขาดึงแขนอยู่

อ๋ออาเมียร์ก้าวขึ้นไปบนเกวียนก่อนจะกระตุกแขนของเขาเบาๆขึ้นมา

ชาลัวห์ทำตามโดยไม่พูดอะไร และเด็กหนุ่มก็เคาะฝาถังอีกใบ เสียงเคาะค่อนข้างสูงจนเด็กสาวฟังออกว่านั่นเป็นถังกลวง

เดี๋ยวมันจะไปกับเราในนี้

ยะ...อย่าเอาข้าไปแช่ปลาพวกนี้นะชายหนุ่มกลับอุทธรณ์มือข้าได้เน่าแน่ๆ

ก็ดีแล้วนี่ จะได้ไม่เอาไปทำเรื่องชั่วๆ อีกเด็กหนุ่มย้อนจนคนฟังคนหนึ่งสะดุ้งเฮือก ส่วนอีกคนตกใจพอดูแม้จะไม่มีส่วนได้ส่วนเสียอะไร

ล้อเล่นน่ะอาเมียร์พูดต่อพร้อมกับเปิดฝาถังอีกใบที่อยู่ลึกกว่าสองใบแรกถังของเจ้าน่ะใบนี้ ไม่เคยได้ยินหรือ...ปลาเน่าตัวเดียวทำเอาเหม็นไปทั้งถัง ข้ายังไม่อยากให้ชาดานแซร์ดีๆ มันเสีย ถึงจะเป็นแค่ปลาเล็กปลาน้อย พวกมันก็ยังมีประโยชน์ต่อมนุษย์อื่นๆ อีกหลายคน

แอชลีนน์รู้ว่าการพูดอย่างนี้กับคนอื่นเป็นเรื่องไม่ดี แต่เธอก็ยังอดรู้สึกไม่ได้ว่าคนอย่างชาลัวห์สมควรโดนใครพูดแบบนี้ต่อหน้าสักครั้ง

เด็กหนุ่มสั่งให้ชายหนุ่มลงไปนั่งในถังใบนั้นก่อนจะขยุ้มผ้าผืนหนึ่งล้วงลงไป เขาขอมีดสั้นที่มีตราประจำราชวงศ์ของเธอไปใส่ไว้ในถังด้วย แอชลีนน์มอบไปแต่โดยดีแม้จะไม่อยากให้มันเดินทางไปในถังใบเดียวกับคนอย่างชาลัวห์นัก แล้วอาเมียร์ก็ปิดฝาถังลง

เรียบร้อย ไปนั่งกันเถอะเด็กหนุ่มลงจากหลังเกวียนก่อนจะพยักพเยิดไปทางม้านั่งยาวด้านหน้า

เดี๋ยวก่อนแอชลีนน์กลับนึกถึงเรื่องหนึ่งขึ้นมาได้

ทำไมหรือ

แล้วชื่อล่ะ

ชื่อ?”

ก็...ชื่อที่จะใช้ปลอมตัวอย่างไรล่ะเด็กสาวขยายความ

ทหารของด่านเมืองชั้นนอกไม่ถามชื่อคนเข้าออกไม่ใช่หรืออาเมียร์แย้ง

ก็ใช่ แต่...ระหว่างเดินทางเราจะไม่ต้องบอกชื่อกับใครเลยหรือแอชลีนน์ให้เหตุผลเผื่อ...ถ้ามีใครถามชื่อขึ้นมา เราทั้งคู่เกิดอึกอักไปจนมีพิรุธจะเป็นอย่างไร

คนฟังพยักหน้ารับก็จริง แต่ข้าคิดว่าถ้าออกจากด่านแล้วจะเดินทางไปตามถนนเรื่อยๆ จนเข้ายาร์ลาธ ไม่แวะพักที่ไหนเลย เสบียงเราก็มีเหลือเฟือสำหรับเดินทางรวดเดียวถึงแล้ว

เผื่อไว้ก่อนก็ไม่เสียหายนี่เด็กสาวยังยืนกรานความคิดเดิมข้าจะใช้ชื่อแอชเหมือนเดิมนั่นล่ะ แต่ท่านคงต้องเปลี่ยนชื่อเป็นชื่อของธีร์ดีเร

อืม...อาเมียร์คิดข้าเองก็ไม่ค่อยรู้จักชื่อคนธีร์ดีเรมากด้วยสิ ท่านนึกชื่ออะไรออกไหม

แอชลีนน์ครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง ทั้งสองต้องแสดงตัวเป็นพี่น้องกัน อาเมียร์เป็นพี่ชายของเธอ เพราะฉะนั้น...

ชื่อไอลีช?”

เด็กหนุ่มกลับมีสีหน้าไม่เห็นด้วยนั่นชื่อ...พระเชษฐาของท่านไม่ใช่หรือ

แล้วทำไมหรือ

คนธรรมดาที่ไหนจะกล้าใช้ชื่อไอลีช ข้าว่ามันสะดุดตาเกินไป

“...นั่นสิเด็กสาวจำใจรับถ้าอย่างนั้นท่านนึกชื่ออื่นออกไหม

อืม...เกล็นล่ะ

เกล็นก็...ฟังดูธรรมดาดี ว่าแต่นี่ชื่อใครหรือ

เพื่อนสนิทข้าที่กลาสเดล

สามีของลีชาที่ถูกฆ่าตายหรือเปล่า

“...ใช่

ถ้าอย่างนั้นข้าว่าอย่าเลย เอาชื่อคนตายมาตั้งมันรู้สึกไม่ค่อยดีอย่างไรก็ไม่รู้แอชลีนน์ย่นคิ้วขณะให้เหตุผล แล้วก็เพิ่งระลึกได้ว่าชื่อของเสด็จพี่ที่เธอเสนอให้ก็เป็นชื่อคนตายเหมือนกัน

เธอเลยพยายามนึกชื่อที่ใกล้เคียงกับทั้งอาเมียร์และแอชซึ่งฟังดูพื้นๆ บ้าง

อาเมียร์...อาเมอร์...เอลม์...

เอลม์ล่ะเด็กสาวรีบเสนอ

เอลม์...ออกเสียงยากแฮะอาเมียร์ติง

ไม่ยากสำหรับข้า แล้วท่านก็ไม่ต้องพูดชื่อตัวเองบ่อยๆ ข้าต่างหากที่ต้องเรียกท่าน เอาชื่อนี้แหละเธอสรุปตกลงนะพี่เอลม์ ชื่อเราเข้ากันพอดีด้วย เหมือนต้นเอลม์กับต้นแอชอย่างไรล่ะ

เอ้อ...ก็ได้เด็กหนุ่มรับก่อนจะเร่งอีกครั้งรีบไปกันดีกว่า เดี๋ยวข่าวมาแล้วประตูเมืองจะปิดเสียก่อน

อื้อแอชลีนน์รีบขึ้นไปนั่งบนม้านั่งหน้าเกวียนโดยเร็ว แล้วก็ถามอาเมียร์ที่ขึ้นมานั่งตาม จับบังเหียนให้อยู่มือก่อนจะบังคับม้าให้เดินไปว่าแต่...เจ้านั่นต้องมีชื่อไหม

เจ้านั่น?”

ชาลัวห์น่ะ ข้าขี้เกียจเรียกชื่อจริงๆ เขา

อ้อ...รูอาร์คเคยเรียกเขาว่ากะหลั่ว

เด็กสาวหัวเราะคิก กระนั้นก็ไม่วายโคลงศีรษะ

แต่กะหลั่วเป็นชื่อคนไม่ได้

ถ้าอย่างนั้นก็ ชา...ดาน

ชาดาน? ชื่อปลานี่นะ?”

ไม่เติมเป็นชาดานแซร์ก็ดีแล้ว

เด็กสาวต้องอมยิ้มกลั้นหัวเราะในครั้งนี้ เพราะทั้งสองเข้ามาถึงบริเวณตลาดพอดี เธอเห็นพ่อค้าแม่ค้าขายผักและเนื้อตามแผงไม้อย่างคับคั่ง และได้กลิ่นขนมปังอบใหม่ๆ โชยมา หอมเนยสดจนท้องที่ยังไม่ได้รับอาหารเช้าทำท่าจะอุทธรณ์ทันควัน

แต่ถ้าขอหยุดซื้อก็คงจะเสียเวลามากไปอีก ทนไปอีกสักพักเถอะนะ ก็รับรองกับเขาไว้แล้วนี่ว่าจะไม่สร้างปัญหาให้เขา

แล้วหลังจากนี้...หลังจากที่เขาไปอยู่ในที่ปลอดภัย เธอก็จะไม่สร้างปัญหาให้กับธีร์ดีเรอีกเช่นกัน ตามที่สัญญากับตนเองไว้แล้วว่าจะอุทิศทั้งชีวิตชดเชยให้กับอาณาจักรอย่างเต็มที่...

...ขอแค่หลังจากนี้เท่านั้น...

 

เราไม่ควรจะปิดประตูเมืองหลวงหรือขอรับดูลัสตั้งคำถามหลังจากฟังคำสั่งทั้งหมดในห้องประชุมเล็ก

แค่ตรวจค้นคนเดินทางออกจากเมืองหลวงให้ละเอียดกว่าเดิมก็พอแล้ว เจ้ารีบไปตามคำสั่งซิท่านผู้สำเร็จราชการคอนรอยกลับย้ำคำเดิม ก่อนจะสั่งทหารอีกคนหนึ่ง

ขอรับ

แต่...เราประมาทคนทรายนั่นไม่ได้นะขอรับ ยิ่งมันนำตัวเจ้าหญิงแอชลีนน์ไปด้วยอย่างนี้ แล้วการที่มันหนีไปกับชาลัวห์ ก็เท่ากับว่าทั้งสองคนนั้นร่วมมือกันมาตั้งแต่ต้นจริงๆ ข้าเป็นห่วงความปลอดภัยของเจ้าหญิงขอรับ

พวกเราก็จัดการอย่างอื่นเท่าที่ทำได้แล้วไม่ใช่หรือท่านผู้สำเร็จราชการกลับย้อนถาม

ใช่ ท่านคอนรอยสั่งให้คนไปจับตามองความเคลื่อนไหวของเจ้ามณฑลชอร์ซาที่ยังพักอยู่ในเมอร์คาห์และห้ามเขาเดินทางออกจากเมืองหลวงในทันที สมาชิกครอบครัวคนอื่นๆ ของเขาที่ชอร์ซาก็ถูกจับตามองเช่นกัน ด้านการสกัดจับผู้หลบหนีทั้งสาม ท่านก็ออกคำสั่งให้ทหารที่ด่านหรือเมืองตามเส้นทางเข้าชอร์ซากวดขันเรื่องการตรวจตราคนเดินทางออก หากทั้งสามยังไม่ได้ออกจากเมือง ก็คงจะถูกจับกุมได้ในไม่ช้า

แต่เพียงเท่านั้น ราชองครักษ์หนุ่มย่อมไม่อาจวางใจ อันที่จริงเขาอยากเร่งให้ปิดประตูเมืองเสียแต่รุ่งสาง แล้วตรวจค้นทุกซอกทุกมุมของเมืองหลวงจนกระทั่งพบตัวเจ้าหญิงแอชลีนน์เสียด้วยซ้ำ

ข้าเกรงว่าหากปล่อยเวลาให้เนิ่นช้า เจ้าหญิงจะทรงได้รับอันตรายมากขึ้นขอรับเขาแย้ง

ข้าเองก็ตระหนักเรื่องนั้น แต่ด้วยสถานการณ์ที่เป็นอยู่ ข้าคิดว่าพวกมันจะไม่ทำอันตรายใดๆ พระองค์แน่นอน เจ้าหญิงคือหนทางสู่บัลลังก์ ทางเดียวที่พวกมันจะได้บัลลังก์ไปก็คือเจรจาให้เหล่าขุนนางยอมรับการอภิเษกสมรสอย่างเป็นทางการ โดยไม่กระทำสิ่งใดที่เป็นการลบหลู่พระเกียรติของเจ้าหญิงหรือราชวงศ์อลาชตาร์ก่อนหน้านั้น

ดูลัสคิดว่าอาเมียร์ย่อมตระหนักเรื่องนี้ แต่ชาลัวห์เล่า หากอาเมียร์ทำงานให้กับชาลัวห์จริงๆ แต่ชาลัวห์ที่มุทะลุและใจร้อนบุ่มบ่ามไม่ฟังคำเตือนของเขา และกระทำการหยาบช้าต่อเจ้าหญิงแอชลีนน์ขึ้นมา...องครักษ์หนุ่มคงจะให้อภัยตนเองไม่ได้ยิ่งไปกว่าเมื่อครั้งเหตุลอบสังหาร

...ถ้าเรื่องเช่นนั้นเกิดขึ้นเพราะเจ้าหญิงแอชลีนน์ทรงแค่อยากช่วยอาเมียร์ให้หนีไป...พระองค์ก็ทรงวางพระทัยคนผิดไปแท้ๆ ...

กระหม่อมเกรงว่า...พวกมันอาจไม่คำนึงถึงเรื่องนั้น

ชาลัวห์ถูกเครื่องบีบนิ้วจนปลายนิ้วมือขวาแตกไปทุกนิ้ว ในสภาพนี้ ข้าไม่คิดว่าเขาจะพยายามทำอะไรก็ตามที่เจ้าเกรงไว้หรอกท่านผู้สำเร็จราชการให้เหตุผลอย่างครุ่นคิดและเท่าที่ได้ฟังเรื่องชายทะเลทรายที่ชื่ออาเมียร์จากเจ้า เขาเป็นคนมีความรู้เกี่ยวกับธีร์ดีเรดีพอที่จะคำนึงถึงเรื่องนี้แน่นอน

ถึงอย่างนั้น...ดูลัสพยายามพูด แต่อีกฝ่ายก็สรุปต่อเสียก่อน

ตอนนี้ เรายังวางใจได้ว่าเจ้าหญิงแอชลีนน์จะทรงปลอดภัยจนถึงตอนที่ทางชอร์ซาประกาศว่าพระองค์ทรงสมัครพระทัยไปกับพวกเขาเอง และได้อภิเษกสมรสกับชาลัวห์ในฐานะรองผู้ชนะ...อย่างเต็มพระทัย ซึ่งก็เป็นไปได้ยากอยู่แล้ว

“...ขอรับ

แต่ถึงอย่างนั้น เราก็ต้องคำนึงถึงพระเกียรติของเจ้าหญิงแอชลีนน์เช่นกัน หากเรื่องแพร่งพรายว่าเจ้าหญิงทรงหายไปกับพวกนักโทษ...ประชาชนย่อมไม่คิดอย่างพวกเราแน่ๆ ข้าคิดว่าการปิดประตูเมืองสืบค้นจะทำให้เรื่องยิ่งบานปลายไปกว่าเดิม เพราะหากจับชาลัวห์กับอาเมียร์ได้แล้วพบเจ้าหญิงแอชลีนน์อยู่กับพวกเขาด้วย อาจเกิดเหตุโกลาหลให้ผู้คนที่ได้รู้เรื่องนี้มีมากขึ้น นี่ต่างหากจะเป็นการกระเทือนพระเกียรติของเจ้าหญิงแอชลีนน์ ยิ่งไม่นับว่าการค้าอาจเสียหายมากกว่าที่เราคิดเพราะไม่อาจระบายสินค้า โดยเฉพาะพวกอาหารสดออกจากเมืองหลวงได้ทันเวลาด้วย

ข้า...เข้าใจขอรับชายหนุ่มจำใจรับ

ใช่ เขาเข้าใจ แต่ไม่ได้ให้ความสำคัญกับเรื่องนั้น สิ่งที่ท่านคอนรอยพูดมาก็ไม่ผิดเลยแม้แต่น้อย การปิดทางเข้าออกเมืองหลวงทุกทางหมายความว่าการค้าและการดำเนินชีวิตประจำวันของประชาชนอีกมากมายจะชะงักงันทันที ในฐานะผู้สำเร็จราชการ ท่านย่อมต้องคำนึงถึงธีร์ดีเรในฐานะอาณาจักรโดยรวม ไม่ใช่การตามตัวคนคนหนึ่งกลับมาให้ได้ทุกวิถีทางโดยไม่ตระหนักถึงผลเสียที่จะเกิดต่ออาณาจักร...แม้ว่าคนผู้นั้นจะเป็นประมุขในนามของอาณาจักรก็ตาม

ที่สำคัญตอนนี้คือเราต้องคาดการณ์ความเคลื่อนไหวของอาเมียร์ ข้าคิดว่าคนที่เคยประมือกับเขาในการทดสอบอย่างเจ้าน่าจะช่วยเราได้มาก คิดว่าเขาน่าจะไปไหนหรือวางแผนอย่างไร...ให้เจ้ารีบมารายงานข้าทันทีที่ทำได้ ฝากด้วยนะดูลัส

ขอรับองครักษ์หนุ่มค้อมศีรษะข้าจะทำหน้าที่นี้ให้ดีที่สุดขอรับ

ดีมาก เจ้าไปเถอะท่านผู้สำเร็จราชการพยักหน้าน้อยๆข้ายังมีเรื่องต้องประชุมอีกมากหลังจากนี้

ดูลัสทำความเคารพอีกครั้งแล้วออกไปจากห้องประชุมเล็ก ไม่นานก็มีเสียงแตรสัญญาณเรียกให้เหล่าขุนนางเข้าประชุมตามปกติ หลังการประชุมเร่งด่วนเฉพาะผู้เกี่ยวข้องที่เพิ่งเสร็จสิ้นไป

 

เคียรายืนรอเขาอยู่ตรงทางเดินหน้าห้อง

เป็นอย่างไรบ้างคะท่านดูลัสเธอรีบเข้ามาถามด้วยสีหน้าเป็นกังวล

พวกเขาจะรีบกวดขันเรื่องตรวจคนออกจากเมือง แล้วก็จับตามองครอบครัวของเจ้ามณฑลชอร์ซา

“...เท่านั้นหรือคะ

ใช่

หญิงสาวขมวดคิ้วอย่างไม่สบอารมณ์นัก

ข้านึกว่าจะปิดค้นเมืองหลวงทุกซอกทุกมุมเสียอีก

ทำอย่างนั้นเอิกเกริกเกินไป เราจะปล่อยให้คนอื่นๆ รู้ไม่ได้เด็ดขาดว่าเจ้าหญิงแอชลีนน์ทรงอยู่กับพวกเขา

เรื่องนั้นข้าเข้าใจค่ะ แต่...ถึงอย่างไรข้าก็อยากให้ช่วยเจ้าหญิงกลับมาให้เร็วที่สุดอยู่ดี

ข้าก็อยากให้เป็นอย่างนั้นเหมือนกันดูลัสรับแต่เราต้องดำเนินการทุกด้านอย่างรอบคอบที่สุด

เคียราเงียบไปครู่หนึ่งก่อนจะค่อยๆ ถามเขาช้าๆท่านดูลัส...คิดว่าเจ้าหญิงทรงต้องมนต์หรือเปล่าคะ

หือ?” ชายหนุ่มประหลาดใจมากกับคำพูดของเธอทำไมหรือ

ก็...คนทรายนั่นมีเวทมนตร์มืดอยู่ใช่ไหมล่ะคะ ได้ยินว่าแรงขนาดฆ่าคนได้ด้วย เขาน่าจะใช้มนตร์เสน่ห์หรือมนตร์สะกดบังคับพระทัยของเจ้าหญิงได้ใช่ไหมคะหญิงสาวพูดด้วยสีหน้าจริงจังไม่อย่างนั้นเจ้าหญิงแอชลีนน์จะทรงปกป้องเขาขนาดนี้ทำไมล่ะคะ ในเมื่อเห็นชัดอยู่แล้วว่าเขาเป็นคนไม่ดีแน่ๆ

เรื่องนั้นข้าก็ไม่รู้เหมือนกันองครักษ์หนุ่มตอบไป แม้จะไม่เชื่อนักว่าจะเป็นจริงได้

อย่าว่าแต่เรื่องมนตร์เสน่ห์หรือมนตร์สะกดเลย เขาไม่อยากเชื่อเสียด้วยซ้ำว่าอาเมียร์มีเวทมนตร์ขนาดฆ่าคนได้จริงแม้จะทำลายใบแชมร็อคลงอาคมได้ เพราะหากใช้เวทมนตร์ฆ่าคนได้...ไยเด็กหนุ่มจะต้องไปหาแม่มดคนอื่นมาทำเวทมนตร์ฆ่าเฟย์ลิมให้ผูกมัดตนเองเปล่าๆ แล้วไยจึงปล่อยให้นางแม่มดรอดชีวิตมาให้การปรักปรำตนเอง ถึงอย่างนั้น ชายหนุ่มก็ไม่มีความรู้เรื่องเวทมนตร์พอที่จะเข้าใจเรื่องพวกนี้ถ่องแท้นัก

แล้ว...ถ้าให้พระเถระมาดายตรวจสอบดูล่ะคะจะได้ไหมเคียราเสนอพระเถระน่าจะมองออก...ใช่ไหมคะ แล้วถ้าทำลายเวทมนตร์นั้นได้ เจ้าหญิงก็คงจะทรงคืนพระสติ...ใช่ไหมคะ ท่านดูลัสจะช่วยไปถามแทนข้าได้ไหมคะ เพราะพระเถระก็อยู่กับท่านแฟคท์นานี่คะ

ได้ดูลัสรับ เขาเห็นสมควรเหมือนกันที่จะหารือกับพระเถระให้แน่ใจเรื่องขอบเขตเวทมนตร์ของอีกฝ่ายเดี๋ยวข้าจะถามให้

ค่ะ ขอบคุณมากนะคะหญิงสาวตอบด้วยสีหน้าที่โล่งอกขึ้นหวังว่าจะช่วยเจ้าหญิงกลับมาได้เร็วๆ นะคะ

ข้าก็หวังเช่นนั้นองครักษ์หนุ่มพูด ก่อนจะเห็นทหารคนหนึ่งวิ่งเข้ามาหาเขาและทำความเคารพมีอะไรหรือ

ท่านราชองครักษ์ เรือลาดตระเวนส่งพิราบนำสารมาว่าพบเรือเล็กที่หายไปจากปราสาทบนชายหาด ห่างจากเมืองหลวงไปทางตะวันตกราวหกสิบนักซ์ ไม่มีใครอยู่ที่เรือและไม่มีรอยเท้าบนชายหาดขอรับ

พวกมันปล่อยเรืออย่างที่คิดไว้จริงๆดูลัสเปรย แล้วก็พูดขึ้นกับทั้งเคียราและทหารคนนั้นข้าจะรีบไปดูที่ป้อมหน้าปราสาท ตามใครจากหน่วยลาดตระเวนทางเรือที่มีความรู้เรื่องกระแสน้ำมาพบข้าด้วย

ขอรับทหารผู้แจ้งข่าวรับก่อนจะรีบไปตามคำสั่ง

องครักษ์หนุ่มกำลังจะไปเช่นกันเมื่อหญิงสาวเอ่ยขึ้นขอให้โชคดี ช่วยองค์หญิงกลับมาได้โดยเร็วนะคะท่านดูลัส

ขอบใจเขาเหลียวไปตอบเพียงเท่านั้นก่อนจะรีบไป ในเมื่อใจจดจ่ออยู่กับสิ่งอื่นมากกว่า

 

พ่อค้าหรือ

ขอรับอาเมียร์ตอบคำถามทหารที่หน้าประตูเมืองหลวงซึ่งดูมีสีหน้าเหนื่อยหน่ายงานอย่างไม่ปิดบัง

ทหารคนนั้นไม่ถามชื่อ ความสัมพันธ์ พื้นเพ หรือกระทั่งจุดหมายของชายสองคนที่นั่งเกวียนมาด้วยกันเลยด้วยซ้ำ ทั้งๆ ที่เด็กหนุ่มคิดกระทั่งเตรียมชื่อเมืองเล็กๆ ในอุลทูร์ซึ่งเคยได้ยินจากพ่อค้าดาบไว้เป็นบ้านเกิดของทั้งสอง และพอจะจำคำบ่นของพ่อค้าถึงฤดูหนาวอันทารุณในเมืองเมื่อปีที่แล้วมาตอบได้หากถูกซักถามละเอียดกว่านั้น

มีอาวุธไหม

ดาบกับมีดสั้นอย่างละสองเล่มขอรับ ข้ากับน้องชายพกไว้ป้องกันตัวเด็กหนุ่มตอบพร้อมกับส่งดาบและมีดสั้นที่แขวนไว้ที่เข็มขัดของตนให้ดู ทั้งสองอย่างเป็นของเก่ามือสองที่ราคาถูกพอสมควรและไม่สะดุดตานัก แต่พอใช้การได้

ทหารคนนั้นมองอาวุธของสองพ่อค้าหนุ่มอีกเพียงแวบก่อนจะส่งกลับ แล้วหันไปทางหลังเกวียนที่ยังไม่ได้ขึ้นโครงประทุนและคลุมผ้าบ้าง

แล้วสินค้าคืออะไร

ชาดานแซร์หกถังขอรับ นอกจากนั้นเป็นเสบียงและเครื่องนอนของพวกเรา

คนฟังย่นจมูกทันที แต่ยังไม่วายตอบตามที่อาเมียร์คาดไว้

ขอตรวจดูของหน่อย

เด็กหนุ่มกระวีกระวาดขึ้นกระบะเกวียนไปเปิดถังใบแรกให้เขาดูปลาหมักที่เรียงอยู่จนเต็มถัง กลิ่นฉุนเฉียวโชยคลุ้งไปทั่วบริเวณนั้นโดยเร็ว กระทั่งทหารที่ตรวจคนออกจากเมืองยกมือขึ้นป้องจมูก

พอเห็นสีหน้าทหารคนนั้นบอกความรังเกียจในกลิ่นได้ที่แล้ว อาเมียร์จึงปิดถังใบนั้น และเอื้อมมือจะไปเปิดอีกใบ

แต่แล้ว...เขาก็ชะงักไปครู่หนึ่งเมื่อได้ยินเสียงฝีเท้าม้าควบมาแต่ไกล และเห็นทหารคนหนึ่งบนหลังม้าซึ่งวิ่งมาจากถนนที่ตัดตรงผ่านตลาด เป็นเหตุให้ชาวบ้านที่กำลังจับจ่ายซื้อของอยู่รีบหลบเข้าข้างทางกันจ้าละหวั่น

ธงเล็กที่ทหารบนหลังม้าชูโบกอยู่น่าจะเป็นธงแจ้งข่าวด่วน นั่นทำให้เด็กหนุ่มเริ่มกังวลขึ้นมา แต่ทหารคนนั้นกลับไม่ใส่ใจคนแจ้งข่าวนัก

พอแล้ว ใบเดียวก็พอเขาบอกเรียบร้อย พวกเจ้าออกไปได้

ขอบคุณขอรับอาเมียร์ค้อมศีรษะรับก่อนจะลงจากกระบะเกวียนไปนั่งอยู่ด้านหน้ากับแอช แล้วกระตุ้นม้าให้เริ่มเดินออกไป

ดูเหมือนทหารผู้ถือธงแจ้งข่าวด่วนจะมาถึงในตอนนั้น เพราะอาเมียร์ได้ยินเสียงพูดดังมาให้ได้ยิน

ทางการมีคำสั่งให้ตรวจคนออกจากเมืองอย่างละเอียด เพื่อตามหาชายสองคน และหญิงอีกคนที่มีลักษณะตามนี้ อย่าเพิ่งปล่อยให้เกวียนเล่มนั้นผ่านไป

ไม่ต้องหรอกขอรับ ข้าตรวจเกวียนเล่มนั้นเรียบร้อยแล้ว มีแค่พ่อค้าชาดานแซร์สองคนเป็นพี่น้องกัน ไม่มีผู้หญิงมาด้วย ในถังพวกนั้นก็มีแต่ปลาหมักเท่านั้นขอรับ

เด็กหนุ่มค่อยๆ ผ่อนลมหายใจอย่างโล่งอกเมื่อทหารผู้แจ้งข่าวรับแค่ว่าอย่างนั้นหรือเหมือนไม่ติดใจอะไร แล้วก็กำชับให้ตรวจคนเดินทางออกต่อไปอย่างเข้มงวดเพื่อหาคนสามคนนั้นให้ได้

พวกนี้เป็นใคร อาชญากรสำคัญหรือขอรับทหารคนเดิมถามไล่หลังมา

ผู้ชายสองคนนั่นคือลูกเจ้ามณฑลชอร์ซาที่สั่งฆ่าพระคู่หมั้นของเจ้าหญิง กับชาวทะเลทรายอีกคนที่ร่วมมือกับมัน ผู้หญิงนี่เป็นใครไม่รู้แน่ชัด แต่คาดว่าน่าจะเป็นผู้สมรู้ร่วมคิด เดี๋ยวคงมีประกาศจับออกมาติดให้ทั่วเมืองแน่ๆ

อะไรกัน ไม่กี่วันก็หนีออกมาจากคุกหลวงได้หรือนี่ อย่าบอกนะว่าเจ้าชาวทรายนั่นมีเวทมนตร์จริงๆ...

อาเมียร์ได้ยินบทสนทนาของทั้งสองเพียงเท่านั้น เพราะพวกเขาออกนอกประตูเมืองมาไกลพอจะที่เริ่มบังคับม้าให้วิ่งเหยาะๆ ได้แล้ว

แอชถอนหายใจเฮือกใหญ่อยู่ข้างๆ เด็กหนุ่ม

เกือบไปแล้ว ข้านึกว่าจะแย่แน่ๆ เสียอีก ยังดีที่ทหารที่ตรวจเราอยู่ก่อนไม่สงสัยอะไรเด็กสาวพูดเบาๆกลิ่นชาดานแซร์นี่เยี่ยมจริงๆ เชื่อท่านเลย

ตอนร่วมทางไปกับขบวนสินค้า ข้าได้รู้ว่าในบรรดาสินค้าต่างๆ ชาดานแซร์เป็นของที่พวกทหารตามด่านผ่านแดนเหม็นเบื่อที่สุดในเวลาตรวจ...นี่ข้าไม่ได้เล่นคำนะ

คนฟังหัวเราะออกมาเบาๆ ก่อนจะเปลี่ยนเป็นอีกเรื่องหนึ่ง

ว่าแต่...ข้ากลายเป็นผู้สมรู้ร่วมคิดไปแล้วหรือนี่ แถมเป็นผู้สมรู้ร่วมคิดที่ไม่รู้ตัวตนอีก คนสั่งให้ประกาศข่าวคิดอะไรอยู่นะ

อย่างน้อยมันก็ดีกว่าเปิดเผยให้ประชาชนรู้ว่าเจ้าหญิงของเขาไม่เพียงแต่ช่วยนักโทษหลบหนี แต่ยังหนีไปกับนักโทษด้วยนั่นละอาเมียร์เปรยเรียบๆ ก่อนจะรีบออกตัวเมื่อตระหนักได้ข้าไม่ได้บอกว่าที่ท่านทำเป็นเรื่องไม่ดีหรอกนะ ต้องขอบคุณท่านต่างหากที่ช่วยข้าออกมา ถ้าไม่ได้ท่าน...ข้าคงจะยอมถูกประหารอยู่ในนั้นจริงๆ แน่ๆ

ท่านยังคิดว่าตนเองผิดอยู่อีกหรือเด็กสาวกระซิบแผ่วเบาด้วยน้ำเสียงเป็นกังวล

เด็กหนุ่มมองตรงไปยังทางด้านหน้าพร้อมกับค่อยๆ เรียบเรียงคำตอบ

ข้าคิดว่า...การฆ่าคน...ไม่ว่าในกรณีไหนคงมีความผิดเสมอนั่นละ จะให้ข้าคิดว่าตนเองไม่ผิดเลยคงไม่ได้หรอก

“...ก็คงใช่แอชรับแต่...แต่ท่านก็ไม่ได้ตั้งใจนี่ ถึงจะต้องรับโทษ...ก็ต้องไม่ใช่โทษที่ร้ายแรงที่สุดสิ แล้ว...ถึงท่านจะมีเวทมนตร์ ข้าก็ยังเชื่อว่าท่านเป็นคนดี...อย่างน้อยก็ดีกว่าใครๆ อีกหลายคน

ไม่รู้สินะอาเมียร์เอ่ยลอยๆแต่ถ้า...เทพเจ้าหรือชะตากรรมเห็นว่าข้ามีความผิด ก็คงจะลงโทษข้าให้สมกับสิ่งที่ทำในสักวันกระมัง

อย่าคิดแบบนี้สิ!เด็กสาวเอ็ดเบาๆคิดแบบนี้ก็เท่ากับว่า...เกิดเรื่องเลวร้ายอะไรกับท่าน ท่านจะยอมรับมัน...คิดว่าตัวเองสมควรยอมรับความทุกข์นั้นเพราะท่านเคยทำบาปมาก่อนน่ะหรือ ข้าไม่ชอบความคิดแบบนี้เลย!

แอช...เด็กหนุ่มตกใจกับน้ำเสียงที่ฟังขมขื่นของอีกฝ่ายจนได้แต่เรียกชื่อของเธอ แต่ไม่อาจพูดอะไรได้มากไปกว่านั้น

เสด็จพ่อ...ถูกปลงพระชนม์เพราะส่งทหารไปกวาดล้างเผ่าอัสลาน ท่านคงทราบเรื่องนี้แล้วเขาเหลือบเห็นเด็กสาวก้มหน้าลง สองมือกำแน่นอยู่บนตักท่านคงมองว่าการถูกชาวเผ่าที่เหลือรอดมาฆ่าตายอย่างทารุณเป็นผลกรรมที่เสด็จพ่อทรงทำไว้...ใช่ไหม แต่ข้ายอมรับไม่ได้ เสด็จพ่อทรงเป็นคนอ่อนโยน ไม่ใช่กษัตริย์ที่เลวร้าย ที่ต้องกวาดล้างพวกเผ่าอัสลานก็เพราะพวกนั้นทำความเดือดร้อนให้เราก่อน ข้าไม่มีวันยอมรับได้เด็ดขาดว่าพระองค์สมควรถูกฆ่าแบบนั้น แล้วเสด็จแม่กับเสด็จพี่ก็ไม่ได้เกี่ยวข้องเลยด้วยซ้ำ...

อาเมียร์ได้แต่ฟังเงียบๆ เขาไม่กล้า...แล้วก็คงไม่มีวันบอกแอชได้หรอกว่าเหตุผลเบื้องหลังการกวาดล้างเผ่าอัสลานมีผลประโยชน์ทางการเมืองเกี่ยวข้องมากกว่าที่เธอได้รับคำบอกมา แต่ถึงจะเป็นอย่างนั้น เขาก็ไม่อาจตัดสินได้ว่าสิ่งที่พระเจ้าอาร์กาดทรงกระทำเป็นความผิดมหันต์ ในเมื่อเสด็จพ่อเคยตรัสต่อเขาแท้ๆ ว่าหากต้องการเป็นกษัตริย์ที่เข้มแข็งก็ไม่อาจหลีกเลี่ยงการกระทำสิ่งที่เลือดเย็นได้

นอกจากนี้ เด็กหนุ่มก็เข้าใจความรู้สึกของการสูญเสียพระราชบิดา...รวมทั้งพระญาติคนอื่นๆ ไปด้วยน้ำมือของคนจากชาติศัตรูดี

ข้า...เสียใจด้วยเด็กหนุ่มตัดสินใจพูด

เด็กสาวไม่ตอบอะไร เธอนิ่งเงียบไปนาน จนเขาลังเลว่าควรจะพูดอะไรเพิ่มเติมหรือไม่

แต่แล้วแอชก็พูดขึ้นอีกเสียเอง

นี่ ถึงอย่างไร...เราก็ได้มาเดินทางด้วยกันอย่างไม่คาดฝันแล้ว น่าจะทำให้ช่วงเวลานี้สนุกที่สุด...ดีไหม ตอนเด็กๆ เสด็จพี่ไอลีชเคยตรัสกับข้าว่าถ้าโตแล้วจะปลอมพระองค์เป็นนักรบพเนจร เดินทางไปทั่วธีร์ดีเรเพื่อเรียนรู้ชีวิตประชาชน ข้าเคยขอไปด้วย แต่เสด็จพี่กลับตรัสว่า...เจ้าหญิงที่ไหนเขาออกพเนจรกัน มีแต่ต้องอยู่เฝ้าวังรอเจ้าชายเด็กสาวหัวเราะน้อยๆ แต่ก็เป็นเสียงหัวเราะที่แฝงความเศร้าข้า...อยากให้เราสองคนเดินทางกันในบรรยากาศแบบนั้น เพราะฉะนั้น...เรามาพูดแต่เรื่องที่สนุกสนานกันดีกว่า ข้ารู้หรอกว่าหลังจากไปถึงยาร์ลาธแล้วคงมีเรื่องยุ่งยากมากมายรออยู่ แต่ตอนนี้...ขอแค่พูดถึงเรื่องที่มีความสุขกันในตอนนี้เถอะ...นะ

ได้สิอาเมียร์รับแล้วก็หันมา พยายามส่งยิ้มน้อยๆ ให้เธอเดี๋ยวเราจะหยุดพักรับประทานอาหารเช้ากัน อยากลองอาหารที่ทำจากชาดานแซร์ดูไหม

หือ?” เด็กสาวกะพริบตาปริบๆ

ข้าคงไม่ซื้อมันมาตั้งหลายถังแค่เพื่อปลอมตัวออกจากเมืองหรอก แต่ใช้เป็นเสบียงอย่างดีด้วย ถึงมีกลิ่นอย่างนั้น แต่รสชาติมันก็ดีใช้ได้นะ...ถ้าลองแล้วชอบน่ะ

เอ...ลองดูก็ได้...มั้งนะแอชรับอย่างไม่สู้แน่ใจนัก

ถ้าอย่างนั้นไปพักกันที่ร่มไม้ข้างหน้าเถอะเขาพยักพเยิดไปยังแนวต้นไม้ริมทางเบื้องหน้า

ความรู้สึกผิดในใจของเขาที่ทำให้เฟย์ลิมต้องตาย และฆ่าราชมัลเฒ่าไป...ไม่ว่าจะด้วยเหตุใดหรือวิธีใดก็ตาม...ยังคงฝังลึกอยู่ ความกังวลต่อความปลอดภัยของครอบครัวก็ยังไม่อาจคลาย แอชคงรู้เรื่องนี้แล้วเช่นกัน

แต่ถึงอย่างไร...เด็กหนุ่มก็เห็นจริงตามที่เธอพูด ท่ามกลางเรื่องเศร้าและเรื่องไม่ดีมากมายที่รุมล้อมอยู่ การพูดเล่นหรือทำสิ่งใดก็ตามที่น่ารื่นรมย์ในเวลาที่ไม่อาจจัดการเรื่องพวกนั้นได้...ก็ช่วยให้ไม่ต้องจมจ่อมกับความรู้สึกด้านลบจนเกินไปไม่ใช่หรือ เวลาที่มีปัญหาหรืออุปสรรคใหญ่หลวงอะไร แม่ยังคอยพูดให้กำลังใจพ่อและช่วยให้ทุกๆ คนในบ้านรู้สึกเหมือนไม่มีเรื่องร้ายแรงเกิดขึ้นได้เลย โดยเฉพาะกับน้องๆ

ตอนนี้แม่ก็คงทำหน้าที่นี้อยู่ และถ้าเป็นไปได้...เขาก็อยากให้แอชได้มีเวลายิ้มและหัวเราะ ชดเชยกับที่เคยทำให้เธอขุ่นเคืองหรือไม่สบายใจก่อนหน้านี้ และตอบแทนที่เธออุตส่าห์เชื่อใจและช่วยเหลือเขาถึงเพียงนี้

ไม่สิ ไม่ใช่แค่ชดเชยหรือตอบแทน...ถึงเขาจะไม่เคยทำเรื่องไม่ดีให้กับเธอ หรือเธอจะไม่ทุ่มเทช่วยเหลือเขาอย่างนี้ เขาก็รู้สึกขึ้นมาว่าตนเองยังอยากเห็นแอชยิ้มและหัวเราะเหมือนที่เคยเห็นในวันลูคนาซัธ...ในวันที่เธอดูมีความสุขจริงๆ

แต่เดี๋ยวก่อน...

อาเมียร์ชะงักไปครู่หนึ่ง จนได้ยินเสียงของเพื่อนร่วมทาง

อาเมียร์ เป็นอะไรหรือเปล่า ทำไมทำหน้าแบบนั้นล่ะ

อะ...เอ่อ...ไม่มีอะไรเขาพึมพำเบาๆ ก่อนจะค่อยๆ ชะลอม้า

เป็นไปไม่ได้หรอก เขาน่ะหรือจะรู้สึกแบบนั้น...กับเรื่องที่เป็นไปไม่ได้แท้ๆ

...นั่นก็เป็นแค่เรื่องที่เผลอคิดไปครู่เดียวเท่านั้น...

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 4 ครั้ง

1 ความคิดเห็น

  1. #100 chatchawan0 (@chatchawan0) (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 24 กรกฎาคม 2561 / 02:41

    ผมเรียกกลิ่นเหม็นความรักครับ 5555

    #100
    1
    • #100-1 Nithinae (@Anithin) (จากตอนที่ 32)
      24 กรกฎาคม 2561 / 17:06
      55555+ ก็เข้ากันดีนะคะ
      #100-1