The War of Thirdaire - ตำนานสงครามบัลลังก์เหนือ (รีไรท์)

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 5,812 Views

  • 125 Comments

  • 129 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

จำนวนแชร์
0

  • Month Views
    96

    Overall
    5,812

ตอนที่ 33 : 3 - ทางเลือก "ที่พูดว่า 'ขนาดเจ้าหญิงยังมองออก' นี่หมายความว่าอย่างไร"

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 118
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 3 ครั้ง
    22 ส.ค. 60

บทที่ ๓

ทางเลือก

 

ใต้ร่มไม้ข้างทาง แอชลีนน์มองดูขณะที่อาเมียร์จอดเกวียน ผูกม้า ปล่อยชาลัวห์ออกมาจากในถัง คืนมีดสั้นประจำราชวงศ์ให้กับเธอ และเริ่มทำอาหาร

ถึงตอนนั้นเด็กสาวจึงเห็นว่าเขาซื้อขนมปังมาจากในตลาดแล้วจำนวนหนึ่ง มีขนมปังม้วนเนื้อนุ่มหอมเนยแบบที่เธอได้กลิ่นจากตลาดสามอัน นอกจากนั้นเป็นขนมปังทรงยาวราวหนึ่งศอก เปลือกนอกแข็ง เนื้อในนุ่มพอประมาณและเค็มปะแล่มอีกหกอัน เขาส่งขนมปังม้วนให้เธอกับชาลัวห์อย่างละอันก่อนจะบอกให้กินไปก่อนถ้าหิว ชายหนุ่มฟังแล้วก็ใช้มือซ้ายมือเดียวถือขนมปังก้มหน้าก้มตากินโดยไม่พูดอะไร แต่แอชลีนน์ปฏิเสธและบอกว่าจะรอเด็กหนุ่ม

จากนั้น เธอก็มองอาเมียร์เทน้ำดื่มจากถุงหนังล้างมีดสั้นก่อนจะตัดแบ่งขนมปังทรงยาวอันหนึ่งเป็นแว่นเฉียงหนาราวหนึ่งข้อนิ้ววางบนถาดไม้ราวหกชิ้น จากนั้นก็หั่นแตงกวาดองในไหดินเผาใบเล็กที่แต่เดิมมีฝาปิดไว้วางรองบนขนมปัง ตามด้วยปลาชาดานแซร์ซึ่งเขาแล่เป็นซีกๆ และเลาะก้างได้อย่างชำนาญ

เรียบร้อยเด็กหนุ่มส่งขนมปังที่มีแตงกวาดองและปลาหมักวางอยู่ชิ้นหนึ่งให้เธอ

แอชลีนน์กระพริบตาปริบๆ ด้วยความสงสัยเสร็จแล้วหรือ

ก็ใช่น่ะสิ

แล้ว...ไม่ต้องอุ่นหรือทำให้สุกหน่อยหรือ

ถ้าอยากกินแบบสุกไว้รอตอนเย็น เพราะถึงอย่างไรเราก็ต้องก่อกองไฟพักแรมอยู่แล้ว

แต่ว่า...มันยังดิบอยู่เลยนี่นา

ปกติ คนเดินทางเขาก็กินชาดานแซร์กันอย่างนี้ทั้งนั้น

เด็กสาวกลั้นหายใจขณะรับขนมปังชิ้นนั้นมาถือไว้ตรงหน้า

กินชาดานแซร์แล้วสูงนะอาเมียร์คะยั้นคะยอเหมือนกับกำลังเกลี้ยกล่อมเด็กให้กินผักข้าเคยเห็นคนในขบวนสินค้ากินของพวกนี้ประจำ แต่ละคนตัวสูงกว่าข้าทั้งนั้น

แอชลีนน์ทำหน้าง้ำเมื่อเขาพูดราวกับเธอเป็นน้องสาวที่กินอาหารยาก แต่ก็ตัดสินใจที่จะดันขนมปังชิ้นนั้นเข้าปาก ก่อนจะกัดแล้วเคี้ยวโดยเร็ว

เมื่อเริ่มชินกับกลิ่นคาวฉุนของปลาหมัก รสชาติที่ดีกว่ากลิ่นของมันมากก็ค่อยๆ เข้ามาแทนที่ เนื้อปลาชาดานมีความมัน รสเปรี้ยวและเค็มเฉพาะตัว เข้ากันดีกับรสเผ็ดของพริกไทย ความกรอบของแตงกวาดอง และความนุ่มกับเค็มปะแล่มของขนมปัง

อร่อยเด็กสาวเปรยหลังจากกลืนคำแรกลงไป แล้วก็เริ่มกัดคำที่สอง รสชาติของมันดูเหมือนจะดีขึ้นไปอีกเมื่อคนทำส่งยิ้มให้เธอ

ดีใจที่ได้รู้นะอาเมียร์ว่าแล้วก็หยิบขนมปังอีกชิ้นขึ้นมากินบ้าง ก่อนจะโบกมือให้กับคนร่วมทางอีกคนที่ยังเงียบอยู่คนละสองชิ้น เชิญตามสบาย

มะ...ไม่เป็นไรชาลัวห์กลับย่นจมูกข้าอิ่มแล้ว

ยังไม่กินก็เก็บไว้เผื่อหิว เพราะเดี๋ยวเราจะพักอีกทีตอนเย็นเลยเด็กหนุ่มบอก แล้วก็กินขนมปังหน้าชาดานแซร์ของตนจนหมด ตามด้วยขนมปังม้วนอีกอัน

แอชลีนน์เองก็กินขนมปังส่วนของตนเงียบๆ จนกระทั่งอาเมียร์กินเสร็จ ลุกขึ้นยืน ก่อนจะหยิบแผนที่แล้วบอกชาลัวห์

ใกล้ๆ ตรงนี้มีลำธาร ไปอาบน้ำล้างตัวกัน แอชอยู่เฝ้าเกวียนทีนะ

อือเด็กสาวรับแล้วก็มองทั้งสองคนเดินจากไประวังตัวด้วยล่ะ

 

เมื่อพบว่าลำธารที่เขารู้ว่ามีจากในแผนที่สายนี้ใสและลึกพอที่จะใช้อาบน้ำได้ อาเมียร์ก็ดีใจไม่น้อย เขาถอดช้องผมออก คลายผ้าผูกผมปล่อยผมยาวสีดำของตนให้สยายคลุมหลัง ถอดรองเท้า เสื้อ และกางเกงชั้นนอก ก่อนจะถือมีดสั้นลุยพื้นกรวดก้อนมนลงไปแช่ในน้ำลึกถึงเอวแล้วเริ่มล้างเส้นผมที่เหนียวเป็นกระจุกเพราะน้ำทะเล

ชายอีกคนยังคงยืนมองเขาอยู่บนฝั่งโดยไม่ทำอะไร เด็กหนุ่มสังเกตเห็นเขาปรายตามองดาบที่ตนวางไว้กับกองเสื้อผ้าอย่างลังเล

จะขโมยอะไรแล้วหนีไปก็ตามสบาย ข้าเชื่อว่าเจ้าไปไหนได้ไม่ไกลหรอกก่อนจะถูกจับ พวกเราเสียอีกจะหนีคล่องตัวขึ้นถ้าไม่มีเจ้าอยู่ด้วยอาเมียร์ไม่เพียงห้ามแต่ยุส่ง

จะ...เจ้าไม่กลัวข้าจับเจ้าหญิงเป็นตัวประกันหรืออีกฝ่ายถาม

ถ้าจับได้ทั้งๆ ที่มือของเจ้าเป็นแบบนั้น ข้าก็ขอชื่นชมด้วยใจจริง แต่ระวังหน่อยล่ะ ข้าเคยสอนวิชาต่อสู้ให้นางมากับมือ ยังถูกนางต่อยคว่ำโดยไม่รู้ตัวมาแล้วเลย

กะ...โกหกใช่ไหมชาลัวห์พูดทั้งๆ ที่เขาเห็นได้ว่าชายหนุ่มกลืนน้ำลายอึกใหญ่ก่อนหน้านั้น

ข้าพูดจริง ไม่เชื่อก็ตามใจเด็กหนุ่มบอกเรียบๆ พร้อมกับอาบน้ำต่อไปอย่างไม่สนใจเขานัก

สุดท้ายดูเหมือนชาลัวห์จะทนความเหนียวตัวไม่ไหว จึงได้ถอดเสื้อผ้าอย่างทุลักทุเลอยู่บ้างด้วยมือข้างเดียว แล้วก้าวลงมาแช่น้ำห่างจากเขาไปอีกสักระยะ

ทั้งสองต่างนิ่งเงียบไปนานก่อนที่ชาลัวห์จะเป็นฝ่ายเอ่ยปากถาม

เจ้า...เอ่อ...รู้จักกับเจ้าหญิงได้อย่างไร

ข้าเคยสอนนางพร้อมๆ กับท่านเฟย์ลิม นางปลอมตัวมาเรียนกับข้าตอนพักที่อารามในยาร์ลาธเด็กหนุ่มตอบตามตรง ด้วยไม่เห็นความจำเป็นของการปิดบัง

ชายหนุ่มฟังแล้วก็ปิดปากเงียบไปอีกสักพัก จนอาเมียร์กำลังจะอาบน้ำเสร็จจึงได้ถามอีกครั้ง

เอ้อ...บ้านของเจ้ายังทำไร่อยู่เหมือนเดิมหรือเปล่า

คนถูกถามหรี่ตาลงอย่างระแวดระวัง เขาสังหรณ์ว่าสาเหตุที่อีกฝ่ายถามขึ้นมาไม่น่าจะใช่เรื่องดีนักทำไมหรือ

คือ...ข้าเข้าใจเรื่องที่เจ้าอยากให้ข้าไปขอขมาพ่อแม่ของเฟย์ลิม ข้า...ข้ายินดีจะทำตามนั้นจริงๆ ไม่ได้คิดจะหนีหรอกนะ แต่...เจ้าช่วยพาข้าไปส่งที่ชอร์ซาก่อนหน้านั้นได้ไหม คือ...ข้ากลัวพ่อข้าเป็นห่วง แล้ว...เราค่อยไปที่ยาร์ลาธหลังจากนั้นก็ได้ ข้าจะจัดการทุกอย่างเอง จะให้ค่าจ้างเจ้าด้วยชาลัวห์ยื่นมือซ้ายที่ยังสวมแหวนทองหัวทับทิมติดนิ้วกลางให้เขาดูอะ...เอานี่ไปเป็นมัดจำก่อนก็ได้

อาเมียร์กลับเบือนหน้าไปอย่างไม่สนใจนี่เจ้าไม่มีหัวคิดจริงๆ หรือกำลังหลอกตัวเองอยู่กันแน่

เจ้าพูดอะไรเสียงของชาลัวห์ห้วนแข็งขึ้น

เจ้าคิดว่าข้าเป็นคนที่ซื้อได้ด้วยเงินจริงๆ หรือ เคยคิดเผื่อไว้บ้างหรือเปล่าว่าถ้าข้าโมโหเพราะคิดว่าเจ้าดูถูกขึ้นมาจะเป็นอย่างไรเด็กหนุ่มย้อนถามพร้อมกับหันขวับกลับมาและตอนนี้ ข้ากำลังห้ามตัวเองไม่ให้โมโห รู้หรือเปล่า

อีกฝ่ายดูหน้าซีดลงทันควัน กระนั้นยังไม่วายพูดปากสั่นกะ...ก็ข้าเห็นว่าบ้านเจ้า...เอ่อ...น่าจะต้องการเงินมากกว่านี้ อย่างนี้...เราก็ได้ประโยชน์ทั้งสองฝ่ายนี่ ข้าบอกแล้วว่า...ไม่ได้คิดหนี แต่...แต่อยากจะไปขอขมาอย่างพร้อมกว่านี้

“ ‘อย่างพร้อมกว่านี้นี่คือจะเอาเงินทองไปกองให้พ่อแม่เขาหรือ คิดว่าชีวิตของท่านเฟย์ลิมมันถูกขนาดนั้นหรือแม้แต่จะซื้อคืนกลับมาได้ใช่ไหมอาเมียร์พูดเสียงแข็งเก็บเงินทองที่ตระกูลเจ้าได้มาจากเหงื่อกับเลือดของคนอื่นไว้เถอะ เห็นมันมีค่ามากนักก็ลองเอามันมาหลอมกินแทนอาหารดูสักที บางเผ่าในทะเลทรายเขาลงโทษโจรใหญ่หรือพ่อค้าที่โกงกินอย่างไรรู้ไหม...เขาจะจับตัดมือเท้าผูกหลักไม้ประจานไว้กลางแจ้ง แล้วหลอมทองจนร้อนเหลวกรอกปากให้ไหลออกทางทวารอื่นๆ ทำอย่างนั้นแล้วอาจจะคาบเอาทองติดไปเกิดในโลกหน้าก็ได้ อยากลองไหมล่ะ

ชาลัวห์กลืนน้ำลายฝืดๆ ก่อนจะหดมือกลับไป แต่ยังไม่วายพยายามอย่างที่อาเมียร์เห็นว่าน่าสมเพชสิ้นดี

ถ้าไม่เอาเงินทอง เจ้าก็บอกมาสิว่าต้องการอะไร ตำแหน่งหรืออำนาจใช่ไหม ท่านพ่อข้าก็ให้ได้เหมือนกันนะ

อาเมียร์แค่นเสียงสรุปคือเจ้าหวังแต่จะติดสินบนข้ากับพึ่งบารมีพ่อท่าเดียว แต่พ่อเจ้าจะช่วยอะไรเจ้าได้ตอนนี้ เขาจะเอาตัวเองรอดหรือเปล่ายังไม่รู้เลย

มะ...หมายความว่าอย่างไรชายหนุ่มถามหน้าตาตื่น

เจ้าหนีออกมาอย่างนี้ ทั้งเขากับญาติเจ้าคนอื่นๆ ก็ต้องถูกจับตามองเป็นผู้ต้องสงสัยว่าวางแผนช่วยเจ้าอยู่แล้ว ถ้าอยากให้พวกเขาถูกจับถูกถอดยศจริงๆ ฐานช่วยนักโทษร้ายแรง ก็เชิญกระเสือกกระสนกลับไปหาครอบครัวตามใจเถอะ ข้าไม่สนหรอก เจ้ามีปัญญาหนีกลับไปได้ก็เชิญไปตามสบาย จากนี้ข้าจะไม่จับเจ้ามัดหรือซุกไว้ที่ไหนอีกแล้ว...ถ้ามันไม่ทำให้ข้ากับเจ้าหญิงแอชลีนน์เสี่ยงถูกจับไปด้วย

ชาลัวห์ทำตาแดงๆ เหมือนจะร้องไห้อยู่รอมร่อเมื่อเขาพูดอย่างนั้นแต่ข้า...ข้าไม่อยากตาย...

ไม่อยากตายแล้วไปฆ่าคนอื่นเขาทำไม คนที่เจ้าฆ่ายังไม่มีโอกาสได้คร่ำครวญอย่างนี้ด้วยซ้ำ!อาเมียร์ฟาดมือกับน้ำข้างตัวจนกระเซ็นสูง

ก็ข้า...ข้าไม่ได้ตั้งใจ ถะ...ถ้าเจ้าคนสวมผ้าคลุมนั่นไม่มาเสนอข้าก่อน ข้าก็ไม่คิดจะทำหรอก...

น่าขำ...เขาแค่มาเสนอ ไม่ได้มาบังคับให้เจ้าร่วมมือด้วย เจ้ามีสิทธิ์จะปฏิเสธไม่ใช่หรือ!

ก็มัน...มันเกลี้ยกล่อมข้าจนยอม มันพูดเก่งจะตายไป เจ้าไม่รู้หรอก

ใช่สิ! ข้าไม่รู้! ข้ารู้อยู่อย่างเดียวว่าแก้ตัวอย่างไรเจ้าก็เถียงไม่ขึ้นหรอก!

แต่ข้า...ข้าไม่ได้แก้ตัวนะ ข้าก็แค่...แค่ชี้แจงความจริงเท่านั้นเอง

ไปบอกอย่างนั้นกับครอบครัวของท่านเฟย์ลิมเถอะอาเมียร์พยายามตัดบทอย่างชัดเจนขึ้นด้วยการเดินกลับไปที่ฝั่งพวกเขาจะเป็นคนตัดสินโทษของเจ้า ไม่ใช่ข้า

แต่...แต่ตอนนี้...

ตอนนี้อย่าพูดอะไรกับข้าเรื่องนี้อีก อย่าแม้แต่จะบังอาจพูดว่าตัวเจ้าเองไม่ผิดเป็นครั้งที่สองเด็กหนุ่มเหลือบมองอีกฝ่ายด้วยสายตาแข็งกร้าวที่สุด แต่ก็ยังพยายามห้ามตนเองไม่ให้เกิดความรู้สึกในแง่ลบต่อชายตรงหน้ามากกว่านี้ไม่อย่างนั้นข้าก็รับประกันไม่ได้ว่าเจ้าจะปลอดภัย

ชาลัวห์หลบสายตาเขาทันควันและไม่พูดอะไรต่ออีกหลังจากนั้น อาเมียร์จึงรีบก้าวยาวๆ ขึ้นฝั่งไปเช็ดตัวให้แห้งแล้วสวมเสื้อผ้าให้เรียบร้อยก่อนจะเก็บดาบและช้องผมเดินจากไปโดยไม่รออีกฝ่าย

 

ทำไมช้าจังแอชที่นั่งแกว่งขาอยู่บนม้านั่งหน้าเกวียนหันมาถามเมื่อเห็นเขาเดินมา

ไม่มีอะไรหรอก แค่...เจ้านั่นมีเรื่องพูดกับข้านิดหน่อยอาเมียร์พยายามบอกเหมือนเป็นเรื่องปกติถ้าเห็นว่านานเกินไป ท่านไปตามก็ได้นี่

ผู้ฟังกลับมีสีหน้าจัดขึ้นทันควันข้าจะไปตามได้เสียที่ไหน ผู้ชายอาบน้ำเขาใส่เสื้อผ้ากันหรือ

เอ้อเด็กหนุ่มเพิ่งนึกได้ จึงยกมือขึ้นเกาศีรษะที่ยังชื้นของตนข้าขอโทษ

ไม่เป็นไรหรอกเด็กสาวรับอย่างว่าง่าย ก่อนจะค่อยๆ ถามช้าๆว่าแต่...เมื่อครู่เขาบอกท่านเหมือนกันใช่ไหมว่าเขาไม่ผิด

“...ก็ทำนองนั้น รู้ได้อย่างไรหรือ

เขาก็พูดอย่างนี้กับข้าเหมือนกัน ตอนท่านออกไปซื้อของ ไม่รู้สินะ...ข้าไม่เข้าใจเลยว่าเขาคิดอะไรอยู่ หลายอย่างก็เห็นอยู่ชัดๆ ว่าอ้างอย่างไรก็ฟังไม่ขึ้น เขาก็ยังยืนกรานของเขาว่าตัวเองไม่ผิด แล้วก็โทษอะไรต่อมิอะไรอย่างอื่นอยู่นั่นละแอชเล่าพลางก้มลงมองเท้าของตนซึ่งแกว่งไปเรื่อยๆ

ก็คงประสาคนที่ถูกเลี้ยงมาให้ทำอะไรแล้วไม่เคยรู้สึกว่าตัวเองผิดกระมังอาเมียร์สันนิษฐาน

คงใช่อีกฝ่ายรับลอยๆ ก่อนจะเปรยเพียงแต่ข้าไม่เคยคิดเลยว่าในโลกจะมีคนแบบนี้อยู่จริงๆ

คนที่ประหลาดหรือไร้สามัญสำนึกกว่าเขายังมี ก็ได้แต่ภาวนาว่าอย่ามาเจอะเจอกันจะเป็นดีที่สุดนั่นละเด็กหนุ่มพูดพลางเก็บข้าวของเตรียมออกเดินทางตอนอยู่ในทะเลทราย ข้ายังเคยได้ยินเรื่องผู้ชายที่เอาถ่านร้อนโยนใส่หน้าผู้หญิงจนทั้งเสียโฉมและตาบอดเพราะอีกฝ่ายไม่ยอมรับรักเลย ทำนองว่าตัวไม่ได้ ก็อย่าหวังว่าคนอื่นจะได้

“...ฟังดูแย่จัง

คนแบบนี้อาจมีเยอะกว่าที่คิดก็ได้ เราก็ได้แต่ระวังตัวให้มากที่สุดแหละนะ

รวมทั้งกับตาคนนั้นด้วยใช่ไหม

ก็...ประมาทไม่ได้อยู่ หมอนั่นไม่ฉลาดหรือมีฝีมือมาก แต่ไม่รู้ว่าถูกยั่วจนจนตรอกเข้าจะแว้งกัดอย่างไรขึ้นมา แต่อย่ากังวลไปเลย ข้าว่าเขาคงไม่คิดจะหนีหรือทำร้ายพวกเราหรอก ถึงอย่างไรเขาก็รู้ว่าเราเป็นทางรอดเดียวของเขา

ถึงอย่างนั้นก็เถอะ ข้ายังคิดว่าอาเมียร์ไม่น่าจะพาเขามาเลยเด็กสาวในคราบเด็กหนุ่มทำหน้าง้ำคนไม่รู้จักยอมรับผิดอย่างนั้น ปล่อยให้ถูกประหารหรือตายไปในคุกเสียก็สิ้นเรื่อง ไม่เห็นจะต้องลากออกมาแค่เพราะอยากให้ครอบครัวของเฟย์ลิมตัดสินโทษเองหรอก

อาเมียร์ยิ้มแห้งๆ ก่อนจะยักไหล่นั่นเป็นเหตุผลเดียวที่ข้าพาเขาออกมาเสียที่ไหน

เอ๋แอชมองเขาอย่างสงสัยมีเหตุผลอื่นด้วยหรือ

ถ้าเราสองคนหนีมาด้วยกัน หรือข้าหนีมาคนเดียว ท่านคิดว่าพวกเขาจะคาดการณ์ว่าข้าหนีไปที่ไหน

อืม...เด็กสาวขมวดคิ้วเหมือนครุ่นคิดอย่างหนักหนีออกนอกอาณาจักร...กระมัง

แล้วครอบครัวข้าล่ะ

ครอบครัวท่านเธอทำท่าเหมือนจะนึกอะไรออกนั่นสิ ครอบครัวท่านอยู่ในยาร์ลาธ ไม่สิ...หายไปในยาร์ลาธ

ถ้าไม่หนีก็กำลังกบดานซ่อนตัวอยู่ และพวกนั้นก็จะพุ่งเป้าว่าข้าต้องไปแถวๆ ยาร์ลาธเพื่อสมทบกับพวกเขาใช่ไหมล่ะอาเมียร์สรุปแต่พอชาลัวห์หายไปด้วยเท่านั้น พื้นที่และเส้นทางที่จะถูกเฝ้าระวังเป็นพิเศษก็เปลี่ยนไปทันที เพราะพวกนั้นจะเชื่อว่าข้าร่วมมือกับเขา และจะต้องพานายไปในที่ปลอดภัยก่อนอย่างอื่น ถ้าเข้ายาร์ลาธ ชาวบ้านที่เจ็บแค้นแทนตระกูลเจ้ามณฑลคงจ้องเล่นงานเราอยู่อีกทาง อุลทูร์ก็เหมือนกัน เพราะชาลัวห์ไปทำให้ดูลัสเสียหน้าในการประลองรอบสุดท้าย เท่ากับว่าไม่เหลือที่ไหนที่ปลอดภัยไปกว่าชอร์ซา

แต่ถ้าเป็นอย่างนี้ ครอบครัวของท่าน...จะไม่เป็นไรหรือแอชถามอย่างกังวล

ถ้ารูอาร์คเป็นคนช่วยพวกเขา ข้าเชื่อว่าไม่น่าเป็นอะไรหรอก ข้าว่าเขาคงพอมองออกว่าข้าคิดอย่างไรถึงได้ลากเจ้านี่มาด้วย

อืม...เด็กสาวรับก่อนจะหันขวับไปทางเสียงตะโกนข้างหลัง

อย่างนี้นี่เอง!

เขาเหลือบมอง เห็นว่าเสียงนั้นมาจากร่างที่มีผมสีทองสั้นกุด ผ้าพันแผลหนาเตอะที่มือขวา และใบหน้าแดงก่ำทั้งๆ ที่เพิ่งอาบน้ำเย็นมา เจ้า...ให้ข้ามาด้วยเพราะหวังจะใช้ข้าเป็นเครื่องมือตั้งแต่ต้นล่ะสิ!

เด็กหนุ่มเพียงแต่ก้มหน้าก้มตาเก็บของต่อไปโดยไม่สนใจคนที่ตะโกนโหวกเหวก อันที่จริงเขารู้จากเสียงฝีเท้าเบาๆ ว่าชายหนุ่มเข้ามาใกล้และแอบฟังทั้งสองอยู่ได้ครู่หนึ่งแล้ว แต่ก็คิดเสียว่าให้ตระหนักถึงความไม่สำคัญของตนเองในคณะเดินทางนี้ตั้งแต่ต้นก็ดี

ข้าไม่ได้สั่งให้เจ้ามาด้วย เจ้าต่างหากที่เรียกร้องขอมาเอง ข้าก็แค่อาศัยทางเลือกของเจ้าให้เป็นประโยชน์ที่สุดก็เท่านั้นเขาพูดเรียบๆไม่พอใจก็แยกตัวไปเสียตอนนี้เลยก็ได้ ถ้าถูกทหารจับกลับไปก็ถือเป็นทางเลือกของเจ้า ไม่ใช่ใครทั้งนั้น

ถ้าอย่างนั้น...ข้า...ข้าจะบอกพวกมันทุกอย่าง ว่าเจ้าหนีมากับเจ้าหญิง แล้วก็ปลอมตัวเป็นพ่อค้าชาดานแซร์ พวกมันต้องจับเจ้าได้เหมือนกันแน่ๆ !

อยากถูกพวกนั้นฆ่าปิดปากหลังปูดความลับจนหมดก็ตามใจ คิดหรือว่าพวกนั้นจะปล่อยเจ้าไว้ถ้าเจ้าโพล่งว่ารู้เรื่องเจ้าหญิงแอชลีนน์หนีมากับข้า ชีวิตฆาตกรที่ต้องโทษประหารอยู่แล้วคนหนึ่ง แลกกับการรักษาพระเกียรติของราชวงศ์แล้วเรียกว่าคุ้มเสียยิ่งกว่าคุ้ม จริงไหม ไม่นับว่าพวกเรายังมีเงินพอซื้ออุปกรณ์ปลอมตัวเป็นอย่างอื่นกันได้ถมไป

ชาลัวห์ชะงักไปเหมือนเพิ่งตระหนักได้ ก่อนจะเริ่มฟูมฟายละ...แล้วเจ้าพาข้าออกมาทำไม! นี่คิดจะเอาคืนข้าใช่ไหม! จะทำอะไรกับข้าก็ทำเลยสิ! ข้าเป็นลูกไก่ในกำมือเจ้าแล้วนี่! อยู่ที่นั่นก็ตาย...หนีไปก็ตาย พวกเจ้าคิดจะเอาอะไรกับข้ากันแน่!

ถ้าเห็นแต่ทางตาย จะเอาหัวโขกต้นไม้แถวนี้ให้ตายไปเองก็ได้นะ เพื่อแสดงว่าเจ้ายังเป็นนายของชะตากรรมตัวเอง เลือกเวลา สถานที่ กับวิธีตายให้ตัวเองได้ แล้วเผื่อๆ จะได้ทำทานให้แร้งแถบนี้กับเห็ดราและฝูงหนอนนับพันที่จะหล่อเลี้ยงชีวิตด้วยศพของเจ้า ทดแทนกับที่เจ้าเคยทำให้ใครต้องตายต้องเดือดร้อนกันได้บ้างอาเมียร์ยังคงพูดด้วยน้ำเสียงเหมือนเดิม

ไอ้...ไอ้ปีศาจ! แกล้งข้าอย่างนี้มันสนุกนักหรือ!ชาลัวห์ร้องอย่างสุดทน

เด็กหนุ่มยักไหล่ถ้าเจ้าคิดว่าแกล้ง...มันก็ใช่ ถ้าคิดว่าข้าแค่เสนอทางเลือกให้เจ้า...เหมือนกับไอ้คนสวมผ้าคลุมที่มายุให้เจ้าฆ่าเฟย์ลิม...มันก็ใช่อีก เจ้าจะทำตามหรือไม่ก็ได้ ข้าไม่ได้ขู่ ไม่ได้บังคับเจ้า แต่ไม่ว่าเจ้าจะทำอะไรก็ต้องรับผิดชอบผลที่ตัวเองทำลงไป หรือว่าไม่จริง

กะ...ก็บอกแล้วว่าตอนนั้นข้า—

ข้าไม่อยากฟัง และข้าเลือกที่จะไม่ฟังอาเมียร์ตัดบทดื้อๆตอนนี้เจ้ามีทางเลือกราวๆ สี่ห้าทาง ลองคิดดูก็แล้วกัน หนึ่ง...หนีไปถูกพวกทหารจับและฆ่าตาย สอง...หนีไปแต่กลายเป็นอาหารสัตว์ป่าระหว่างทาง ได้ยินว่าแถวนี้หมีกับหมาป่าชุมเสียด้วย สาม...หนีกลับไปหาครอบครัวได้ถ้าโชคดี แต่ก็พาให้พวกเขาโชคร้ายไปด้วย และถูกจับกลับไปประหารชีวิต สี่...ฆ่าตัวตายเอง ห้า...ไปกับพวกเราจนพบครอบครัวของท่านเบเรคแล้วให้พวกเขาตัดสินชะตาของเจ้า ถ้าเจ้าทำให้พวกเขาเห็นได้ว่าสำนึกผิดจริงๆ พวกเขาอาจจะไม่ประหารเจ้า แต่ลงโทษสถานเบากว่านั้นก็ได้ แต่เรื่องสำนึกผิดจริงๆ เป็นอย่างไร ข้าบอกให้ไม่ได้ ลองไปคิดไปรู้สึกด้วยตัวเองดู เพราะถึงพยายามแสดงละครอย่างไร ขนาดเจ้าหญิงแอชลีนน์ยังมองออกว่าเจ้าเสแสร้ง นับประสาอะไรกับขุนนางผู้ใหญ่ที่สายตาแหลมคมอย่างท่านเบเรค

ชายหนุ่มผู้มีทางเลือกถึงห้าทางก้มหน้าลงมองพื้นดินโดยไม่พูดอะไร

อาเมียร์เพียงเหลือบมองเขาแวบเดียวก่อนจะหันไปเก็บของจนเสร็จ แล้วไม่ช้าก็บอกกับคนร่วมทางทั้งสองเพียงว่าออกเดินทางต่อไปได้

ดูเหมือนชาลัวห์จะยอมรับเงื่อนไขของเขาโดยดุษณี เพราะชายหนุ่มไม่ปริปากอะไรเลยตลอดเวลาที่ปีนขึ้นกระบะเกวียนไปนั่งอยู่ท่ามกลางถังชาดานแซร์และเสบียงอื่นๆ

คนที่กลับกลายเป็นมีเรื่องพูดกับเขาดูเหมือนจะเป็นเพื่อนร่วมทางอีกคนหนึ่ง ซึ่งบัดนี้ทำหน้าง้ำเป็นที่สุดขณะทิ้งตัวลงนั่งข้างๆ เขา

ที่พูดว่าขนาดเจ้าหญิงยังมองออกนี่หมายความว่าอย่างไรเด็กสาวถามเขาด้วยเสียงขุ่นเขียว

เอ่อ...

แล้วอาเมียร์ก็ซึ้งกับคำพูดที่เพิ่งบอกใครอีกคนว่าจะทำอะไรก็ต้องรับผิดชอบผลที่ตัวเองทำลงไปในไม่ช้านี้เอง

 

วันนี้สามีไม่มาด้วยหรือสาวใหญ่ที่ร้านขายขนมปังถามเมื่อลีชาเดินผ่านร้านอันหอมกรุ่นของนางในตอนเช้าเมื่อเช้ามืดเห็นจูงม้าอยู่ในเมือง ยังโบกมือทักข้าอยู่เลย

ไม่ได้มาค่ะเด็กสาวตอบแผ่วๆ เธอไม่ตอบละเอียดกว่านั้นว่ารูอาร์คเพิ่งกลับเข้าบ้านมาเมื่อเช้ามืด หลังจากขอตัวไปร่วมงานฝังศพของพี่ชายที่เมืองหลวงของยาร์ลาธแล้วไม่ได้กลับมาอีกสามสี่วันได้ และครั้นเพิ่งมาถึงก็ตรงไปพูดเรื่องบางอย่างกับท่านซิอ์บุลอย่างเคร่งเครียดทีเดียว

เออเนอะ กลับมาแล้วแท้ๆ ทำไมไม่มาจ่ายตลาดด้วยกันนางเปรยให้เจ้าออกมาคนเดียว แล้วดูซิ หอบของเยอะแยะอย่างกับจะซื้อไปให้คนกินสักสิบคนเชียว

เอ่อ...ลีชาเร่งหาคำตอบที่เข้าท่าคือ...ซื้อเก็บไว้น่ะค่ะ จะ...จะได้ไม่ต้องออกมาซื้อบ่อยๆ

ฮื้อ!สาวใหญ่ทำเสียงประหลาดใจบ้านมีแค่สองคน อยู่ในเมืองที่มีตลาดใกล้ๆ แถมนี่ก็เพิ่งฤดูใบไม้ผลิ ไม่เห็นจะต้องตุนข้าวของอะไรไว้เลย แล้วผักสดเยอะขนาดนี้ เก็บไว้ได้นานเสียที่ไหน

เด็กสาวกลืนน้ำลายฝืดๆ ขณะที่ความคิดเริ่มแล่นพล่าน เป็นครั้งแรกกระมังที่คิดว่าหากเด็กหนุ่มผมแดงคนนั้นอยู่ที่นี่ด้วยก็คงดี เธอไม่ใช่คนหัวไว เธอไม่อาจหาเรื่องอะไรต่อมิอะไรมาอ้างต่อคนอื่นได้อย่างแนบเนียนเหมือนกับเขา

เราจะเลี้ยงฉลองกันน่ะเสียงของบุคคลที่สามที่ดังขึ้นทำให้ทั้งสองหันไปทางชายวัยกลางคนผมสีแดงคนหนึ่ง ร่างกายสันทัดและท้วมน้อยๆ เหมือนคนมีอันจะกิน

ไม่รู้เด็กสาวคิดไปเองหรือเปล่าว่าสีผมของเขาเหมือนกับรูอาร์คมากจนสะดุดตาในทันที

ข้ามาเยี่ยมลูกชายทั้งที แม่หนูเขาเลยจะทำอาหารเลี้ยงฉลอง ก็ต้องซื้อของมากเป็นธรรมดาชายคนนั้นไม่พูดเปล่า แต่ถือวิสาสะคว้าตะกร้าหนึ่งในสองใบที่เธอถืออยู่ไป ทำให้เด็กสาวตกใจจนแทบทำตะกร้าอีกใบหลุดมือมา ลีชา เดี๋ยวข้าช่วยถือเอง

เธอเผยอริมฝีปากค้าง ส่งสายตาไปทางสาวใหญ่อย่างหมายจะขอความช่วยเหลือ แต่ก็เห็นอีกฝ่ายเอาแต่มองชายวัยกลางคนผมแดงอย่างสงสัยและประหลาดใจ

เอ้อ ท่านเป็นพ่อของพ่อหนุ่มนั่นหรือนางตั้งคำถาม

ใช่ชายคนนั้นตอบสั้นๆมาเยี่ยมลูกชายแบบไม่บอกล่วงหน้า กะจะให้ประหลาดใจน่ะ แต่ก็บังเอิญมาเจอลูกสะใภ้ในตลาดก่อนเสียได้ ลูกข้านี่ยังเด็กเหลือเกิน ไม่ยอมกลับบ้านช่องจนฟ้าสาง แถมปล่อยเมียให้ออกมาซื้อของมากมายขนาดนี้คนเดียว ใช้ไม่ได้เลยจริงๆ

ลีชาตกอยู่ในภาวะน้ำท่วมปาก ได้แต่เหลือบมองชายวัยกลางคนที่ยังเจรจาต่อไปขณะคิดว่าเธอควรจะทิ้งตะกร้าลงบนพื้นแล้ววิ่งหนีไปเสียดื้อๆ ดีหรือไม่

นี่คือพ่อของรูอาร์คจริงๆ หรือ หากเป็นพ่อจริงๆ ก็เท่ากับว่าเป็นท่านเจ้ามณฑลยาร์ลาธ...ใช่ไหม

แล้วถ้าเป็นอย่างนี้...ก็แสดงว่าที่ซ่อนของพวกเขาถูกจับได้แล้วหรือ!

เด็กสาวไม่ทันขยับตัว มือของอีกฝ่ายก็ยึดต้นแขนของเธอไว้ ความกลัวที่ถูกจับได้ผสมกับความกลัวที่ฝังลึกกว่านั้นแล่นไปทั่วร่างจนเธอไม่อาจขยับตัว

ไป ลีชา กลับบ้านกันเถอะ ข้าเองอยากรีบไปอรุณสวัสดิ์เจ้าลูกชายสักหน่อย อยากรู้ว่ามันจะตกใจแค่ไหนกันนะ

ลีชาก้าวตามชายวัยกลางคนไปด้วยขาที่สั่นเทา เธอยิ่งไม่กล้าวิ่งหนีเข้าไปใหญ่เมื่อได้ยินเขากระซิบตอนออกห่างจากร้านขนมปัง

ข้าให้คนของข้าไปเฝ้าอยู่รอบบ้านนั้นแล้ว เจ้าจะนำทางไปดีๆ หรือไม่ก็มีค่าไม่ต่างกันนักหรอก

 

ในห้องว่างที่มีเพียงชายสองคนนั่งเงียบอยู่ ซิอ์บุลยิ่งปวดศีรษะมากขึ้นขณะประมวลข้อมูลทั้งหมดที่ได้รับจากรูอาร์คซึ่งเพิ่งกลับมาจากสืบข่าว

อาเมียร์ดูเหมือนจะหนีออกมาจากคุกเองสำเร็จโดยที่เขาไม่ต้องไปช่วย นั่นนับเป็นเรื่องน่ายินดี

...ถ้าไม่นับว่าเด็กหนุ่มหายไปพร้อมกับชาลัวห์...นายอำเภอที่เขาไม่มีวันลืมได้ลงในชีวิตที่เหลือนี้ เพราะมันดูจะเป็นนายอำเภอที่ไร้ความสามารถที่สุดที่เขาเคยพบในชั่วชีวิตอันยาวนานของตนแล้ว

อดีตนักรบเชื่อว่าเด็กหนุ่มย่อมไม่มีวันทำงานให้กับคนแบบนั้นอย่างที่ถูกกล่าวหา แต่จะหอบหิ้วมันออกมาจากคุกทำไมก็สุดรู้

แล้วยังเรื่องผู้สมรู้ร่วมคิดอีกคนที่รู้รูปร่างหน้าตาค่อนข้างละเอียดว่าเป็นหญิงสาวชาวธีร์ดีเรร่างเล็กผมสีน้ำตาลอ่อน แต่ทางการกลับให้ข้อมูลด้านอื่นแสนคลุมเครือว่าไม่รู้ตัวตนชัดเจนอย่างน่าประหลาดอีก

ต่อให้ผนึกของสิ่งที่อยู่ในตัวของอาเมียร์คลายออกจนพลั้งมือฆ่าราชมัลตายในคุกได้ มันก็ไม่น่าจะมีอำนาจสร้างคนขึ้นมาช่วยพาเขาหลบหนีเป็นแน่ นั่นหมายความว่าผู้หญิงคนนี้มีตัวตนจริง และเป็นตัวตนที่หากเปิดเผยไปจะส่งผลเสียมากกว่าเป็นผลดีต่อใครสักคนหรือสักกลุ่มด้วย จึงได้ปิดบังไว้

พอนึกถึงคำบรรยายรูปพรรณของหญิงคนนั้น ชายวัยกลางคนก็ไพล่นึกไปถึงเจ้าหญิงแอชลีนน์ ผู้ปลอมตัวเป็นนางกำนัลสาวชื่อเคียราซึ่งอาเมียร์เคยพามาที่บ้านในวันลูคนาซัธปีที่แล้ว ว่าไปก็เป็นเด็กผู้หญิงคนแรกและคนเดียวที่เด็กหนุ่มเคยพามาที่บ้าน แถมยังเป็นเด็กผู้หญิงที่สิมาถูกใจจนเปรยกับเขาว่าลูกชายน่าจะพาเธอมาอีกบ่อยๆ เสียด้วยซ้ำ

เจ้าคิดว่า...ผู้หญิงที่เป็นผู้สมรู้ร่วมคิดนี่คือนางกำนัลที่ชื่อเคียราหรือเปล่าซิอ์บุลตัดสินใจถามโดยไม่บอกความจริงกับอีกฝ่าย ถึงอย่างไรรูอาร์คก็เคยพบเด็กสาวคนนั้นเหมือนกัน

ก็...น่าจะใช่ขอรับเด็กหนุ่มผมแดงตอบเหมือนกับปิดบังความจริงไว้เช่นกัน

แสดงว่า...ทั้งสองคนนั้นสนิทกันมากหรือคนถามอดขมวดคิ้วไม่ได้เมื่อนึกถึงเหล่าข้าราชบริพารที่คงปวดเศียรเวียนเกล้ากันอยู่

เจ้าหญิงมีน้ำใจช่วยลูกชายเขาก็ดีอยู่หรอก แต่พระองค์ก็ไม่ควรทำถึงขั้นหนีมากับผู้ชายอีกสองคน ทั้งสองมีข้อหาฆาตกรร้ายแรงติดตัว ซ้ำอีกคนยังเป็นคนต่างชาติเสียอีก

ก็...น่าจะมากขอรับ

ซิอ์บุลระบายลมหายใจอย่างหนักอก

ข้าได้แต่หวังว่าเรื่องมันจะไม่เลวร้ายลงไปกว่านี้ คงไม่ใช่ว่าลูกชายข้าไปทำให้ลูกสาวเขาได้รับอันตรายหรือเสื่อมเสียเข้า ไม่รู้ว่าเจ้าหญิงจะว่าอย่างไรที่นางกำนัลคนสนิททำอย่างนี้

รูอาร์คดูจะครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งก่อนเอ่ย ถ้า...ข้าบอกว่าเคียราคนนั้นอาจเป็นเจ้าหญิงแอชลีนน์เอง ท่านซิอ์บุลจะว่าอย่างไรขอรับ

หือชายวัยกลางคนแสร้งรับอย่างประหลาดใจ พอมองหน้าเด็กหนุ่มก็พบเพียงสายตาที่มองตรงมาอย่างจริงจัง ไร้แววขี้เล่นร่าเริงเหมือนทุกทีเป็นไปได้อย่างไร

เจ้าหญิงปลอมตัวเป็นมหาดเล็กชื่อแอชมาเรียนร่วมกับพี่เฟย์ลิม อาจารย์รู้เรื่องนี้มาตลอด แต่ก็ช่วยปกปิดไว้ ในวันลูคนาซัธก็ให้นางมาเที่ยวในคราบของนางกำนัลชื่อเคียรา ข้าเข้าใจว่าเจ้าหญิงเชื่อมั่นว่าอาจารย์ไม่ผิด จึงได้ช่วยพาเขาหนีไปอย่างนี้ขอรับ

อดีตนักรบยิ่งอยากกุมขมับ ไม่เพียงเขาที่รู้เรื่องอาเมียร์กับเจ้าหญิงเพราะลอบตามไปในคืนลูคนาซัธ แต่รูอาร์คยังรู้เรื่องนี้ละเอียดกว่า (หรืออาจจะร่วมมือกับอาเมียร์แล้วพูดปดกับอดีตนักรบ) อีกหรือนี่

ยิ่งรู้มากคนก็ยิ่งยุ่งยากขึ้นเท่านั้น แล้วยังมีอีกเรื่อง...

เอาเถอะ เรื่องนั้นก็มองได้ทั้งดีและไม่ดี แต่ข้ายังสงสัยอยู่ดีว่าเขาจะนำตัวชาลัวห์มาด้วยทำไม ถ้าเพื่อเปลี่ยนทิศทางการตรวจจับของทางการอาจเป็นไปได้ แต่มันไม่คุ้มถึงขั้นนั้นหรอก หากอาเมียร์หนีไปคนเดียว หรือต่อให้เจ้าหญิงพาเขาหนีไปแค่คนเดียว เท่านั้นเรื่องก็กระจ่างแล้วว่าเขาไม่ได้ร่วมมือกับชาลัวห์ ยิ่งหลักฐานมัดตัวชาลัวห์ขนาดนั้น ข้ากลับเห็นว่าพาชาลัวห์มาด้วยอาจช่วยหันเหความสนใจของทางการได้ในช่วงหลบหนี แต่จะถ่วงให้เดินทางช้าลง และเป็นผลเสียต่ออาเมียร์เองในระยะยาวมากกว่าซิอ์บุลเปรยข้าตามความคิดของเด็กคนนั้นไม่เคยทันเลย เขาเป็นคนคิดอะไรซับซ้อนเหมือนกับ...

ชายวัยกลางคนยั้งคำพูดได้ทันก่อนจะเผลอหลุดออกไปให้บุคคลที่สามได้รู้

เหมือนกับ...ใครหรือขอรับเด็กหนุ่มผมแดงยังจับนัยแฝงได้อย่างไม่พลาด

เหมือนกับ...พี่ชายของข้าซิอ์บุลบอกอ้อมๆ เพื่อกลบเกลื่อนตอนเด็กๆ อาเมียร์เคารพเขามาก ทำตามอย่างเขาอยู่ไม่น้อย

รูอาร์คฟังแล้วก็พยักหน้าก่อนจะทำท่าเหมือนอยากถามต่อ แต่แล้วประตูห้องก็เปิดเข้ามาเสียก่อน...ด้วยมือของสิมาซึ่งมีสีหน้าเคร่งเครียด

มีเสียงเคาะประตูค่ะหญิงสาวรายงานเขา

เด็กหนุ่มพยักหน้าแล้วรีบลุกขึ้นจากพื้นทันที ซิอ์บุลทำตามเช่นกัน

รูอาร์คให้กุญแจบ้านแก่ลีชาตั้งแต่ต้น และหากคนที่มาที่บ้านหลังนี้ไม่ใช่เด็กสาว...ไม่ว่าจะเป็นใครก็ตาม...ทั้งครอบครัวต้องลงไปซ่อนตัวในห้องใต้ถุนเล็กๆ ใกล้กับครัวจนกว่าผู้ถือกุญแจจะมาบอกว่าปลอดภัยแล้ว หรือมาพาหนีออกไปทางตรอกหลังบ้าน

สิมาอุ้มอาซิซอยู่ มีทั้งนาสิราและฟาร์ฮานาห์ที่คงถูกสั่งไว้แล้วให้เงียบเสียงเกาะชายกะโปรงอย่างงุนงง แต่เมื่ออดีตนักรบคว้าดาบโค้งในฝักที่วางอยู่เดินนำไปยังห้องใต้ถุน ทุกคนก็เดินตามไปโดยไม่พูดอะไรแม้แต่น้อย

 

รูอาร์คประหลาดใจเล็กน้อยเมื่อพบว่าคนที่เคาะประตูคือลีชา แต่เมื่อเห็นสีหน้าซีดเผือดของเด็กสาว และชายวัยกลางคนร่างสันทัดผมสีแดงอีกคนที่ยืนถือตะกร้าอีกใบอยู่ก็เข้าใจในทันที แม้จะไม่อยากเชื่ออยู่บ้างว่าอีกฝ่ายตามรอยมาสำเร็จจนได้

ให้ตายสิ ช่างสรรหาสีช้องผมมาได้เหมือนจริงๆ

ผมสีนี้สวยดี แต่ไม่เข้ากับท่านหรอกนะเด็กหนุ่มทักออกไปเป็นคำแรกมันเหมาะกับคนหนุ่มฟ้อหล่อเฟี้ยวอย่างข้ามากกว่า

แต่มันก็ทำให้คนที่นี่เชื่อว่าข้าเป็นพ่อของเจ้าจริงๆ จนยอมบอกที่อยู่ของเจ้าให้นั่นล่ะอีกฝ่ายตอบกลับหลังจากที่ข้าพูดนิดหน่อยจนเขาเชื่อว่าข้ารู้จักเจ้า ซึ่งก็ไม่ยากนักหรอก ไม่ว่าจะไปที่ไหน...เจ้าก็ชอบทำตัวเด่นไม่เข้าเรื่อง

หึรูอาร์คทำเสียงรับก่อนจะพยักพเยิดมาทางใครอีกคนที่ยืนเงียบตลอดการสนทนาพ่อรู้จักเมียข้าแล้วสินะ ก็ดี จะได้ไม่เสียเวลาแนะนำตัว

ลีชาทำตาโตอย่างตกใจเหมือนกระต่ายแบบที่เขาชอบมองอีกครั้ง ส่วนลุงกระรอกน้ำตาลคลุมแดงยิ่งขมวดคิ้ว

นี่เจ้าคิดจะทำอะไรกันแน่

ทำอะไร...ก็รีบแต่งงานเป็นฝั่งเป็นฝาตามที่ท่านต้องการไง ก็บอกไว้แล้วนี่ว่าข้ารักใครชอบใคร...ข้าก็มีปัญญาหามาเอง ลูกสะใภ้ท่านคนนี้น่ารักเรียบร้อยดีใช่ไหมล่ะ

รูอาร์คพ่อบุญธรรมและลุงของเขาทำเสียงหนักๆข้ารู้ว่าเจ้าซ่อนครอบครัวของอาเมียร์ไว้ที่นี่ ผู้หญิงคนนี้เป็นคนของบ้านนั้น

ใช่ นางเป็นคนของบ้านท่านซิอ์บุลเด็กหนุ่มรับง่ายๆก็เท่ากับว่าข้ากลายเป็นคนในบ้านของท่านซิอ์บุลแล้วเหมือนกัน ถ้าท่านจะจับพวกเขาฐานเป็นคนนอกรีตก็ต้องจับข้าไปด้วย เห็นทีต้องจับข้าก่อนด้วยซ้ำ...เพราะข้าก็ไม่รู้เหมือนกันว่าพวกเขาใช้เวทมนตร์หายตัวเป็นอากาศธาตุไปอยู่ที่ไหน ตอนที่ข้าไปถึงบ้านของพวกเขาก็เห็นแต่ลีชาทำหน้าเลิ่กลั่กอยู่ตัวคนเดียว ข้ากลัวนางจะถูกหางเลขไปด้วย เลยรีบแต่งงานกับนางแล้วย้ายมาที่นี่

สีหน้าของคนฟังบอกชัดเจนว่าไม่เชื่อคำพูดของเขาเลยแม้แต่น้อย แต่รูอาร์คก็ไม่ใส่ใจนัก

ลีชาเขาหันมาพูดกับเด็กสาวเข้าไปชงชาให้ท่านพ่อเถอะ ท่านก็เข้ามานั่งพักก่อน ยืนถือของคุยกันหน้าประตูนี่ไม่เมื่อยแย่หรือ

เด็กหนุ่มพูดพลางจัดแจงคว้าตะกร้าที่ชายวัยกลางคนถืออยู่มาแล้วก็เดินนำเข้าไปในบ้าน เด็กสาวเองก็พยักหน้ารับก่อนจะก้มหน้าก้มตาหิ้วตะกร้าของตนเข้าไปทางห้องด้านหลังอย่างรู้ดีแม้จะดูประหม่าไม่หาย

ชงชาเป็นรหัสที่เขาตั้งไว้สำหรับกรณีที่เด็กสาวต้องพาคนอีกห้าคนซึ่งซ่อนตัวอยู่หนีออกไปนอกบ้านอย่างเร่งด่วน ขณะที่เด็กหนุ่มคอยรับหน้าใครก็ตามที่เข้ามา

นั่นสิ ชงชาแล้วทำอาหารเช้ามาเลี้ยงเลยก็ดีลุงกระรอกน้ำตาลรับง่ายๆ ก่อนจะปิดประตูลงข้างหลังของคนอื่นๆ ในบ้านนี้ด้วยล่ะ สายป่านนี้พวกเด็กๆ คงหิวกันแย่แล้ว

คำตอบนั้นทำให้ลีชายืนตัวแข็งทื่ออยู่กับที่ แต่ผู้ฟังอีกคนไม่ยอมจำนนง่ายดายนัก

ข้าก็บอกแล้วว่าพวกเขาไม่ได้อยู่ที่นี่รูอาร์คตอบเสียงแข็งอย่างไม่สะทกสะท้าน เขาเคยอยู่ในสถานการณ์ที่ต้องพูดปดมากพอที่จะรู้ว่าต้องทำอย่างไรจึงไม่มีพิรุธจะค้นดูก็ได้

ไม่ต้องล่ะ ข้าขี้เกียจเปลืองแรงค้น แต่เด็กๆที่ตรอกข้างหลังนี่ได้รับคำสั่งให้สกัดใครก็ตามที่ออกมาจากประตูหลังของบ้านนี้ เจ้าคงไม่อยากให้พวกเขาถูกท่านซิอ์บุลเล่นงานหัวร้างข้างแตกใช่ไหม ไหนๆ ก็เคยเสนอหน้าไปขอร่วมวงเหล้าวงไพ่กับพวกเขาอยู่บ่อยๆ นี่คนพูดดึงเก้าอี้ที่โต๊ะออกมา หย่อนร่างลงนั่งโดยที่เจ้าบ้านไม่ได้เชิญแล้วเจ้าก็คงไม่อยากให้เป็นเรื่องเอิกเกริกไปกว่านี้ด้วย เพราะถ้าคนเมืองนี้รู้ว่านี่เป็นบ้านที่ซ่อนตัวของญาติฆาตกรต่างชาติที่ฆ่าพระคู่หมั้น พวกเขาคงไม่ปล่อยให้คนที่เจ้าซ่อนไว้ได้ไปกับข้าอย่างสงบหรอก

เด็กหนุ่มหรี่ตามองบิดาในนามของตนท่านต้องการอะไรจากพวกเขา

วางใจเถอะ ข้าไม่คิดจะจับตัวพวกเขาส่งทางการหรอกท่านเบเรคตอบเรียบๆข้าไม่เชื่อว่าอาเมียร์ฆ่าเฟย์ลิม ถ้าข้าปล่อยให้ครอบครัวของเขากลายเป็นแพะก็เท่ากับปล่อยให้ฆาตกรที่แท้จริงลอยนวล เจ้าก็ไม่อยากให้เป็นอย่างนั้นใช่ไหมล่ะ

อ้อรูอาร์ครับก็ใช่...แต่ข้าต้องการมากกว่านั้น ถึงพวกเขาจะไม่เป็นแพะในคดีลอบสังหาร...ก็จะถูกซาเกรดา โซล จับในฐานะคนนอกรีตไม่ได้เป็นอันขาด

เรื่องนั้นอยู่นอกเหนือการตัดสินใจของข้าลุงกระรอกน้ำตาลพูดแต่ข้ารับรองได้ว่าจะไม่แพร่งพรายไปว่าพวกเขาอยู่กับข้า...จนกว่าจะรู้ได้ว่าพวกเขาจะปลอดภัยจริงๆ ไม่ว่าจากใครก็ตาม เจ้าเห็นข้าเป็นคนใจดำขนาดส่งตัวหญิงแม่ลูกอ่อนกับเด็กผู้หญิงตัวเล็กๆ ให้พวกที่กลัวมนตร์มืดขึ้นสมองอย่างพวกนั้นได้หรือ

เด็กหนุ่มผมแดงยักไหล่ก่อนจะหันไปบอกเด็กสาวที่ยืนถือตะกร้าค้างอยู่ไปเตรียมอาหารเช้าเถอะ เพิ่มส่วนของพ่อข้าด้วย เดี๋ยวข้าจะไปบอกให้ท่านซิอ์บุลกับทุกคนออกมา

ลีชาพยักหน้ารับโดยไม่พูดอะไร แล้วก็ผลุบเข้าห้องครัวไปตามคำบอก

เจ้าทำให้ข้าแปลกใจนะ รูอาร์คลุงกระรอกน้ำตาลเปรยขึ้นเมื่อคล้อยหลังนางนึกว่าผู้หญิงที่เจ้าชอบจะร่าเริงช่างพูด เป็นผู้ใหญ่กว่านี้เสียอีก

เด็กหนุ่มซึ่งกำลังเดินไปทางใต้ถุนบ้านหันกลับไปแค่นยิ้มให้คนเปรยนั่นสิ ข้าเองก็นึกไม่ถึงเหมือนกันว่าจะชอบลีชา ว่าไปข้าก็ชักเชื่อที่กวีเขาชอบเขียนแล้วสิ ว่าคนเราไม่ได้เลือกว่าจะรักใคร แต่ความรักต่างหากที่เลือกเราเองก็เหมือนกับพ่อแม่แท้ๆ ของข้ากระมัง

รูอาร์ค...ชายวัยกลางคนเริ่มพูดเสียงเครียดขึ้น แต่คนอายุน้อยกว่ากลับก้าวยาวๆ จากไปแทนที่จะหยุดฟัง

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 3 ครั้ง

0 ความคิดเห็น