ก่อนตัดสินใจ กับหลังตัดสินใจ อันไหนทำให้คุณลำบากใจกว่ากัน
เขียนโดย
sagime
มันจะสลับกันนะ ถ้าคุณตัดสินใจอะไรง่ายๆ เลือกเลยโดยไม่คิด ตอนลำบากที่สุดก็อยู่ที่การรับผลของมัน แต่ถ้าตอนจะตัดสินใจนั้นใช้เวลาและสมองครุ่นคิดอย่างหนักแล้วล่ะก็ ผลออกมาส่วนใหญ่จะเป็นที่น่าพอใจนะ
แบบนี้คุณจะเลือกแบบไหนล่ะ อุ๊ย! มีให้ตัดสินใจอีกแล้ว ซึ่งคงตอบกันได้นะ เพราะใครๆคงอยากสบายใจ และปลอดภัยที่สุด ไม่ว่าจะเรื่องเงิน ร่างกาย หรือผลอื่นๆ จากการที่ได้ตัดสินใจลงไปแล้วมากกว่า ดังนั้น ขอแนะนำให้ผ่านขั้นตอนเหล่านี้ให้ได้ก่อน แล้วคุณจะได้คำตอบที่ดีสำหรับตัวคุณเอง
1.ตั้งคำถามกับทุกอย่าง
อย่าเชื่ออะไรง่ายๆ ขอให้สงสัยให้มากๆ ไว้ก่อน ไม่ได้ถึงขั้นต้องเป็นคนขี้ระแวง แต่แค่อยากให้รอบคอบกับทุกการตัดสินใจ เมื่อมีใครแนะนำอะไร คุณก็ต้องเข้าใจให้ได้ถึง “สิ่งที่เขาบอกคุณ” และ “สิ่งที่คุณบอกตัวเอง” ไม่ใช่เพียงเพราะเขาเป็นคนที่คุณเคารพหรือรู้จักก็จะหมายความว่ามันถูกเสมอไป หรือเพียงเพราะเป็นเรื่องที่คุณใช้บอกกับตัวเองมาเป็นแรมปี ก็ไม่ได้ทำให้มันเป็นเรื่องจริงด้วยเหมือนกัน
หากคุณตัดสินใจตามสมมติฐานที่ผิด การตัดสินใจของคุณก็จะผิดไปด้วย ให้สงสัยในสมมติฐานไว้เสมอ แล้วการตัดสินใจของคุณจะดีขึ้นโดยอัตโนมัติ
2.ค้นคว้าหาความรู้
พอเกิดคำถามแล้ว ก็ต้องค้นหาคำตอบ เดี๋ยวนี้ดีกว่าแต่ก่อนมากมายที่เรามีอินเทอร์เน็ต โดยเฉพาะ Google ที่เป็นแหล่งพาเราไปพบกับสิ่งที่เราอยากรู้ทั่วทุกมุมโลก ดังนั้น ก่อนที่จะตัดสินใจอะไรลงไป ลองใช้เวลาซักนิดหาข้อมูลเกี่ยวกับเรื่องนั้นประกอบซักหน่อยเถอะ โดยเฉพาะเรื่องที่คุณจะต้องเสียเงินเป็นจำนวนมากๆ จะซื้อรถ สร้างบ้าน จ้างช่าง หรือจะไปเที่ยวต่างประเทศ เพื่อไม่ให้เสี่ยงจะเกิดผลเสียหายตามมา แค่พิมพ์ลงไปนิดเดียว คุณก็จะพบว่า มีคนสงสัยเรื่องเดียวกับคุณมาก่อนแล้วแทบจะทั้งสิ้น มีคนโพสต์ถามตอบกันหลายเว็บเลย ซึ่งคนที่มีประสบการณ์หลากหลายมาร่วมแชร์กัน คงน่าเสียดายถ้าคุณตัดสินใจลงไปโดยไม่ได้อ่านเรื่องที่เขาเตือน แล้วก็ต้องมาเจอเรื่องเดียวกันเลยน่ะ
ถึงยังไงคุณก็เชื่อทุกสิ่งที่คุณอ่านบนอินเทอร์เน็ตว่าเป็นความจริงไม่ได้หรอกนะ ต้องหาเว็บไซต์หรือแหล่งข้อมูลที่ไว้ใจได้ เพื่อให้อย่างน้อยก็มีข้อมูลช่วยสนับสนุนการตัดสินใจมากกว่า การที่จะตอบออกไปแบบไม่รู้อะไรเลย
3.รู้ไว้ด้วยว่าคนอื่นก็มีอคติ
แม้การถามความคิดเห็นจากคนอื่น หรือขอคำปรึกษาจากผู้ที่มีประสบการณ์มาก่อนเป็นสิ่งที่ดี แต่ก็ต้องไม่ลืมว่า คุณกำลังคุยกับมนุษย์ไม่ใช่คอมพิวเตอร์ทุกคนมีภูมิหลัง ทัศนคติ และค่านิยมเป็นของตัวเอง แน่นอนมันทำให้เกิดอคติส่วนตัว คุณจึงควรจะฟังหูไว้หูเมื่อรับฟังใครสักคน ทางที่ดีให้ถามหลายๆ คน รวบรวมข้อมูลจากหลายๆ ที่ให้มากๆ แล้วพิจารณาว่า มีอคติส่วนตัวที่ใส่เข้ามาแค่ไหน ถ้าคนหนึ่งบอกคุณว่าร้านอาหารหนึ่งห่วย อาจเป็นเพราะพวกเขาเจอประสบการณ์ที่ไม่ดี หรือแค่มีรสนิยมที่แตกต่างจากคุณก็ได้ จึงอย่าเพิ่งเชื่อ แต่ถ้าคน 100 คนบอกว่า มันห่วย แบบนี้บางทีมันอาจจะห่วยจริงๆ ก็ได้
4.พิจารณาด้านอื่นๆ ที่ขัดแย้งกับคุณ
โดยปรกติเมื่อคนเรามีความเห็นใดๆ แล้ว สมองจะทำงานในการมองหาหลักฐานมาสนับสนุนความเห็นนั้นให้มากขึ้น ซึ่งปัญหาที่ตามมาก็คือ ทำให้เกิดการเชื่อมั่นกับเรื่องนั้นว่ามันถูกแน่นอนอย่าดื้อดึงไม่ฟังใคร
แต่อย่าลืมนะว่าเรื่องไหนๆ ก็มีสองด้านเสมอ หากรับรู้เพียงด้านเดียวอาจทำให้ตัดสินใจพลาดได้ ดังนั้นต่อให้คุณมั่นใจกับสิ่งที่จะเลือกแล้วมากๆ ก็ควรใส่ใจมองอีกด้านให้เข้าใจด้วยว่า มันเป็นอย่างไร เพื่อให้คุณยืนยันได้ว่า คำตอบไหนดีที่สุดกับตัวคุณเองจริงๆ เพราะอีกคำตอบอาจจะยิ่งทำให้มั่นใจว่าเลือกถูกแล้วก็ได้ หรือคุณอาจจะพบว่า คุณคิดผิด ซึ่งถ้าคุณยังไม่ได้ตัดสินใจลงไป มันก็ถือเป็นโชคดีมากๆ ที่ยังเปลี่ยนได้ทัน
5.คิดให้เร็ว แต่ตั้งสติก่อนทำจริง
การ “คิดให้เร็ว” หมายความว่าเมื่อมีเหตุการณ์เกิดขึ้น คุณก็สามารถคิด หาทางแก้ปัญหา และวิธีการตอบสนองออกมาได้ทันที ยิ่งคุณคิดหาคำตอบที่สร้างสรรค์ได้เยอะและรวดเร็วมากเท่าใด ก็มีโอกาสที่คุณจะตัดสินใจได้อย่างชาญฉลาดยิ่งขึ้น แต่ต้องระวังการคิดปุ๊บแล้วทำปั๊บเลย เพราะเห็นว่ามันเจ๋งแล้ว โดยไม่หยุดไตร่ตรองให้ดีๆ ก่อน มันจะเหมือนการกระโดดลงไปโดยไม่ดูให้แน่ใจว่า มันเป็นเหวหรือเปล่า อย่าเสี่ยงแบบนั้น
เอาเป็นว่า ก่อนตัดสินใจคิดให้มากๆ จะมีขั้นตอนเยอะแค่ไหนก็ขอให้ทำหน่อย แต่เมื่อตัดสินใจลงไปแล้ว ก็ไม่ต้องคิดอะไรอีก เพราะถือว่าคุณทำดีที่สุดแล้ว ได้ตั้งใจอย่างเต็มที่กับการเลือกคำตอบ ที่เหลือมันก็จะเป็นไปของมัน ปล่อยใจให้สบายได้เลย
แจ้ง Blog ไม่เหมาะสม
20 ส.ค. 53
772
0
ความคิดเห็น