เริ่มจากชาวนาผู้หนึ่งนำมาทดลองกินกับเนื้อปลาแล้วติดอกติดใจจึงคิดปลูกวาซาบิจนสำเร็จ จากนั้นนำเสนอต่อแม่ทัพโทกุกาวะ อิเอะยาสุ ผู้กลายเป็นตำนานโชกุนในเวลาต่อมา และประกาศให้วาซาบิเป็นพืชที่ปลูกได้เฉพาะในเมืองชิสึโอกะเท่านั้น ต่อมาในศตวรรษที่ 10 วาซาบิจึงเริ่มเป็นที่รู้จักและแพร่หลาย
วาซาบิไม่ใช่พืชที่จะปลูกกันได้ง่ายๆ พืชชนิดนี้เติบโตได้ดีเฉพาะดินที่มีน้ำบริสุทธิ์ไหล ผ่าน อีกทั้งยังเจริญเติบโตช้ามาก การปลูกวาซาบิจึงจำกัดเพียงไม่กี่พื้นที่ในญี่ปุ่นและไต้หวัน
ในบ้านเรา เริ่มมีการทดลองปลูกวาซาบิบ้างแล้ว แต่ด้วยข้อจำกัดดังกล่าว ทำให้ราคาของหัววาซาบิสดแพงลิบลิ่วถึงกิโลกรัมละ 2,000 บาท!
วาซาบิมีสารเคมีชื่อ "อัลลิล ไอโซไธโอไซยาเนต" มีกลิ่นฉุนช่วยดับกลิ่นคาวอาหารทะเลทุกชนิด และกระตุ้นน้ำลายช่วยย่อย การรับประทานวาซาบิกับปลาดิบที่ถูกต้องนั้นควรใช้ตะเกียบคีบวาซาบิป้ายลงบนเนื้อปลา ก่อนจิ้มลงในโชยุ วิธีนี้จะช่วยรักษาสรรพคุณสำคัญและรสชาติของวาซาบิไว้ครบถ้วน
แต่ไม่ควรละลายวาซาบิในโชยุเด็ดขาด เพราะเป็นการทำลายคุณค่าและรสชาติของวาซาบิอย่างน่าเสียดาย
ปัจจุบันนี้วาซาบิถูกดัดแปลงเป็นวัตถุดิบปรุงอาหารได้หลายอย่าง รสชาติจี๊ดจ๊าดขึ้นจมูก ช่วยให้เจริญอาหารได้ดีนักเชียว
ที่มา ข่าวสดออนไลน์
ความคิดเห็น