ขณะที่เทรนด์ในอนาคต บรรดาสาว ๆ จะยิ่งหวงความโสดมากยิ่งขึ้น จากผลการสำรวจของ U.S. Census Bureau, International Data Base ผ่านการวิเคราะห์โดยบริษัท MeetNLunch บริษัทจัดหาคู่มืออาชีพ ถึงการคาดการณ์ด้านจำนวนประชากรในอีก 10 ปีข้างหน้า พบข้อมูลที่น่า สนใจว่า
ในปี 2563 ประเทศไทยจะมีผู้หญิงมากกว่าผู้ชายถึง 1.5 ล้านคน โดยเฉพาะ "ผู้หญิงตัว คนเดียว" จะมีเพิ่มมากขึ้น โดยตัวเลขจะอยู่ที่ประมาณ 5.6 ล้านคน ในจำนวนนี้รวมถึงผู้หญิงที่เป็นม่าย และผ่านการหย่าร้าง ซึ่งมีสาเหตุมาจากการที่ผู้ชายมี แนวโน้มเสียชีวิตเร็วกว่า และมีแนวโน้มแต่งงานใหม่มากกว่าผู้หญิง จึงทำให้มีผู้ชายที่ผ่านการหย่าร้างและพ่อม่ายน้อยกว่า
เมื่อเปรียบเทียบกับประเทศเพื่อนบ้านอย่างสิงคโปร์ ซึ่งมีแนวโน้มคล้ายประเทศไทย เห็นว่าในอีกประมาณ 10 ปีข้างหน้า จะมีจำนวนประชากรหญิงช่วงวัยกลางคนขึ้นไปมากกว่าชายอยู่ประมาณ 250,000 คน ซึ่งถือว่าเป็นตัวเลขที่สูงเมื่อเทียบกับจำนวนประชากรทั้งหมดในประเทศ (ประมาณ 4.8 ล้านคน) ส่วนประเทศเวียดนามและมาเลเซียนั้น มีตัวเลขของประชากรหญิงและชายวัยกลางคนค่อนข้างใกล้เคียงกัน จะต่างกันมากในช่วงอายุ 75 ปีขึ้นไป เพราะเฉลี่ยอายุขัยของฝ่ายหญิงจะยาวกว่า ในขณะที่ประเทศเกาหลี มีจำนวนประชากรชายช่วงวัยกลางคนอายุ 50 ปีลงมา มากกว่าประชากรหญิงช่วงอายุเดียวกันเล็กน้อย
และสุดท้ายประเทศจีน มีประชากรชายวัยกลางคนมากกว่าประชากรหญิงถึงประมาณ 5 ล้านคน ถือว่ามีสัดส่วนผู้ชายต่อผู้หญิงสูงที่สุดในภูมิภาค
ดังนั้น ในอนาคตหญิงไทยอาจจะหันไปคว้าอาตี๋จากเมืองจีนมาเป็นคู่ครองก็เป็นได้...
ส่วนวิถีชีวิตคนไทยในอีก 10 ปีข้างหน้า มีแนวโน้มแต่งงานช้าลง 45% และมีสถิติการหย่าเพิ่มขึ้น และยังพบแนวโน้มคนรุ่นใหม่หันมาใช้บริการบริษัทจัดหาคู่มืออาชีพ และสถาบันเสริมความงาม รวมทั้งการทำศัลยกรรมมากขึ้น
เพราะเมื่อผู้หญิงต้องพยายามในการหาคู่มากขึ้น ก็อาจใช้บริการกับสถาบันเสริมความงาม หรือการทำศัลยกรรมเพื่อให้ได้รูปลักษณ์ที่ดึงดูดเพศตรงข้าม
จากความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้น ทั้งในด้านจำนวน ผู้หญิงที่มากกว่าผู้ชาย การแต่งงานที่ช้าลง และสัดส่วนการหย่าร้างที่มากขึ้น ซึ่งสาเหตุหลักอาจเป็นเพราะความเสมอภาคในเรื่องเพศ ทำให้ฝ่ายหญิงไม่จำเป็นต้องพึ่งพาฝ่ายชายด้านการหาเลี้ยงชีพอีกต่อไป จึงใช้เวลาหมดไปกับการทำงาน ทำให้คิดเรื่องการแต่งงานช้าลง และรวมถึงความอดทนในการใช้ชีวิตคู่น้อยลง
ทั้งหมดนี้จึงทำให้สาวไทยครองความเป็นโสดมากขึ้นนั่นเอง !
ที่มา ประชาชาติธุรกิจออนไลน์
ความคิดเห็น