AllJAENFICTION

ตอนที่ 18 : Young and Beauty ep2 [JohnJae]

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 244
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 2 ครั้ง
    5 ก.ค. 60




มันต้องมีอะไรผิดพลาดระหว่างกรมการสื่อสารระบบดาวเทียมกับธนาคารแห่งชาติอเมริกาเกิดขึ้นแน่ๆ มือถือผมถึงได้กลายสภาพเป็นเศษเหล็กไร้ค่าใช้งานอะไรไม่ได้แบบนี้ การพยายามโทรกลับไปยังเบอร์มือถือของป้าในประเทศที่เจริญแล้วยิ่งทำให้ผมประหลาดใจ เพราะไม่คิดว่าจะมีสถานที่ไหนในอเมริกามีจุดบอดสัญญาณ​โทรศัพท์ได้ แม้แต่รัฐที่ตั้งอยู่ซะไกลปืนเที่ยงติดตะเข็บชายแดนพวกเค้าก็ยังมีสัญญาณดาวเทียมใช้กันชัดแจ๋ว!​ และอยู่ๆประกายความคิดผมก็บังเกิดขึ้น ผมแบมือขอยืม​โทรศัพท์​มือถือของเจ้าแว่นเฉิ่ม แต่ผลตอบรับมันยิ่งทำให้จุดเดือดในสมองผมพุ่งปรี๊ดยิ่งไปกว่าเดิม เขาตอบกลับมาเพียงว่าเขาไม่ต้องเป็นต้องใช้มัน และแน่นอนเมื่อไม่จำเป็นต้องใช้จะมีมันไปทำไม ผมกรอกตามองบนจนแทบจะเห็นแต่ตาขาว ไม่น่าเชื่อว่าปี 2017 จะมีมนุษย์​ยุคหินหลงยุคมาเดินลอยหน้าลอยหน้าอยู่ตั้ง1EA!




แต่นั้นละครับ ปัญหาทุกอย่างมีทางแก้ของมันเสมอ และทางแก้ที่ง่ายที่สุดของผมคือ”เงิน”





ไม่รู้ว่าควรแสดงความดีใจต่อตัวเองไหม? ผมยืนอยู่หน้าช็อปมือถือยี่ห้อดังเป็นเวลาเกือบ15นาทีแล้ว เรามาที่นี้เพื่อที่จะซื้อมือถือใหม่

ผมทึกทักเอาเองว่าการที่โทรศัพท์มือถือ​ใช้ไม่ได้สาเหตุคงเพราะมันเป็นเครื่องจากต่างประเทศ​(?)

และผมจะสามารถติดต่อป้าได้ก็ต่อเมื่อผมซื้อเครื่องที่ผลิตและมีเครือข่ายในประเทศเล็กๆแสนกันดาร​นี้






“เออ… I’m sorry บัตรคุณใช้ไม่ได้จริงๆครับ ” พนักงานขายคนเดิมเดินกลับมาหาผมรอบที่3 พร้อมส่งบัตรเดบิตแบล็ค​การ์ดสีดำสนิทสกินตัวหนังสือสีทองใบที่5! คืนให้ผม





“Damn!! you f*cking waste my time! It’s a black card and it.. “

(แม่ง!! เสียเวลาจริงโว้ย นี้แบล็คการ์ดนะ แล้วมันก็...)




“ต้องขอโทษแทนเพื่อนผมที่พูดจากับคุณไม่สุภาพ ยังไงพวกผมขอตัวก่อนนะครับ ขอบคุณครับ”

อยู่ๆเจ้ามนุษย์หินก็โพล่งออกมาพูดตัดบทผมเฉย เค้าโค้งให้พนักงานขายกล่าวขอโทษ​ก่อนเดินลากกระเป๋าเดินทางผมนำลิ่วๆ

ไปทางเชื่อมเพื่อเดินต่อไปขึ้นรถไฟเข้าเมือง





“hey! you don’t have to say sorry to that stupid man”

(นี้! นายไม่จำเป็นต้องพูดขอโทษไอ้โง่นั้นเลยนะ)​



“you shouldn’t call him stupid man”

(คุณไม่ควรเรียกเขาว่าคนโง่นะครับ)​



“Why not? he doesn't understand English act like idiot,seem like he blame me No! that not my fault”

(ทำไมจะไม่ได้? มันไม่เข้าใจภาษาอังกฤษหรอก​ ซ้ำทำท่ายังกับพวกปัญญา​อ่อน แล้วก็เอาแต่โทษฉัน ไม่ นั้นไม่ใช่ความผิดชั้น)​




“we don’t know why it doesn't work yet but you call him stupid

you should respect another people and he do his best“

(เรายังไม่รู้ด้วยซ้ำว่าทำไมการ์ดถึงใช้ไม่ได้ แต่คุณก็ดันไปว่าเขาว่าคนโง่ซะแล้ว คุณควรให้เกียรติ​คนอื่น เขาทำดีที่สุดแล้ว”





ผมตัวชาไปครึ่งซีกกับคำตอกกลับของไอ้เนิร์ดหน้าจืด เขาใช้คำพูดเสียดสีผมทั้งๆที่คงใบหน้าเรียบเฉยแบบนั้นไว้ได้ยังไงกัน! ตั้งแต่เกิดมาไม่เคยมีใครต่อปากต่อคำผมเกิน 2 ประโยค เพราะอะไรนะหรอ? ปกติพวกมนุษย์โง่เขลาอวดดีเนี้ยต้องโดนผมซัดปากไปนอนหยอดน้ำข้าวต้มในโรงบาลก่อนเริ่มประโยคที่ 3 นะซิ!





“go fu*k yourself!”

(ไปไกลๆตีนเลยไป)



ผมผลักหมอนั้นจนล้มก้นจ่ำเป้าไปกองอยู่ที่พื้น สำออยชะมัด แค่ปัดเบาๆก็ล้ม ทั้งๆที่ผมยังไม่ได้ออกแรงอะไรเลยสักนิด ยอมรับว่าผมโมโห แต่ไม่ถึงขนาดเดือดจนควบคุมสติตัวเองไม่ได้ ไม่งั้นไอ้แว่นนี้โดนผมต่อยปากแตกไปแล้ว





“I’m gonna tell ya something 4 kind of thing that i fu*king hate

1. trard

2.cocky

3.untidiness

and the last one… is… you!!

your glasses reminded me to creepy nerd you look like a chicken… noob!”

(ฉันจะบอกอะไรนายให้เอาบุญ กับ 4 อย่างที่ฉันโคตรจะเกลียด 1.พวกชอบทำตัวปัญญาอ่อน 2.พวกอวดดี 3.ความสกปรก และอย่างสุดท้าย.. นายไง!​ แว่นของนายทำให้ฉันนึกถึงพวกเนิร์ดที่น่าขนลุก สภาพนายเหมือนพวกไก่อ่อน พวกกาก)





พูดพร้อมกับเอานิ้วจิ้มไปที่หน้าผากไอ้เนิร์ดตัวขาว เขาไม่ได้ตอบอะไรกลับ เอาแต่นั้งก้มหน้าให้ผมรังแกและด่าทอ ไม่มีเสียงสะอื้น​ไม่มีหยดน้ำตา แต่ผมรับรู้ว่าเขากลัวจากแรงสั่นน้อยๆของร่างกายบอบบางนั้น ผมยืดตัวยืนขึ้น จับหัวหิ้วกระเป๋าแล้วลากมันออกมาทิ้งให้หมอนั้นนั้งจุ่มปุกอยู่อย่างนั้น




6 ชั่วโมงแล้วตั้งแต่ที่ผมลงเครื่องมา ผมก็ยังไม่สามารถออกจากสนามบินได้ มือถือผมใช้การไม่ได้ และน่าขำ ผมรู้สาเหตุ​ที่บัตรของผมไม่สามารถ​ใช้การได้แล้วจากความช่วยเหลือของผู้จัดการ​ธนาคารสาขาหนึ่งที่ผมพึ่งเดินออกมา

ผมไม่มีเงินเหลือในบัญชีแม้แต่ดอลเดียว และมันเกิดขึ้นกับทุกบัญชี​ทุกบัตรของผม!




ผมเหนื่อยกับการเดินเข้านั้นออกนี้เป็นเวลาหลายชั่วโมงเพื่อที่จะแก้ปัญหา​งี่เง่าไร้สาระ ที่ผมไม่ได้เป็นคนก่อ ที่นี้หนาวและผมก็ไม่ได้ใส่ใจเตรียมชุดมาให้พร้อมเพราะคิดว่าต้องมีคนเตรียมมาให้อยู่แล้วในทันทีที่ผมเหยียบสนามบิน ผมหิว…. ปกติอยู่ที่นู่นผมต้องได้กินข้าวทุกมื้ออย่างตรงต่อเวลา แม่บ้านและพ่อครัวต้องเตรียมอาหารสามสี่อย่างเพื่อผมคนเดียวเพราะผมเป็นคนเบื่อง่ายและกินเหลือถ้ามันไม่ถูกปาก แต่ตอนนี้ผมหิวจนไส้จะขาด เพราะแม้แต่น้ำเปล่าผมก็ไม่มีปัญญาซื้อ สบดกับตัวเองที่ไม่แลกเงินสดติดตัวมาไว้ ไม่คิดถึงสถานการณ์​หรือเหตุฉุกเฉิน​ล่วงหน้าใดๆ สรุปคือ ผมเป็นพวกไม่สนใจอะไรเลยมากกว่าเพราะเคยตัวกับการที่มีคนทำทุกอย่าง​ให้




ผมเริ่มชั่นเข่าขึ้นมากอดเอาไว้เมื่อความหนาวและความเหนื่อยเข้าเล่นงานจนผมยอมแพ้เอาแต่ ผมนั้งขดตัวฟุบหน้ากับแขนตัวเอง รอบตัวผมเริ่มเงียบลง ผู้คนที่ใช้สนานบินบางตาคงเป็นเพราะช่วงนี้จะไม่มีเครื่องบินจากสายการบินไหนเอาเครื่องลงหรือขึ้นแล้ว




ความเงียบสงบ​และเวลาที่ไหลไปทำให้ผมว่างพอที่จะคิดทบทวนสิ่งที่เกิดขึ้น มือถือผมใช้ไม่ได้นั้นไม่ใช่เพราะมันพังหรือมันเป็นเครื่องจากต่างประเทศ​ แต่มันถูกยกเลิกการใช้งานเครือข่ายไปเลยต่างหาก บัตรเดบิตและเงินในบัญชีของผมก็เช่นกัน บัตรมันไม่ได้เสีย ไม่มีใบไหนเสียหรือชำรุด แค่เงินถูกถอนออกไปหมดและทำการปิดบัญชี

และทุกสิ่งทุกอย่าง​มันจะเป็นใครไปไม่ได้ คนที่ทำได้มีเพียงคนเดียว ป้าผม....



ผมไม่ได้ถูกส่งมาเรียน ผมถูกทิ้งต่างหาก!! หลานชาย​ที่ไม่เอาไหนอย่างผมคงเป็นภาระการเลี้ยงดูที่ใหญ่หลวงเกินไปสำหรับป้า ผมโกรธป้าที่หลอกผมให้มาที่นี้และทิ้งผมเหมือนเศษขยะไร้ค่า ผมโกรธพ่อกับแม่ผม เพราะถ้าท่านไม่ด่วนจากผมไป ท่านต้องไม่ยอมให้ผมมาตกระกำลำบาก​แบบนี้แน่นอน ผมเกลียด เกลียดทุกคน เกลียดทุกอย่…




(ฟืบ)​


.
.
.
.


ในขณะที่ผมตกอยู่ในห้วงแห่งความคิดที่เปรียบเสมือน​เข็มของยาพิษที่ใช้ทิ่มแทงตัวเอง ผ้าห่มผืนเล็กก็ถูกวางคลุมลงที่หัวของผม ผมแหวกแนวผ้าขึ้นเพื่อดูว่าใครเป็นคนคลุมมันลงมา




ผิวกายขาวซีด ปากสีแดงสดดั่งเชอร์รี่​ป่า ผมสีน้ำตาลคาราเมลปกลงมาครึ่งใบหน้า สวมแว่นตาอันเท่าเขื่อน

แต่กระนั้นหมอนี้กลับเปล่งประกายราวกับมีแสงสว่างหรือละอองผงสีทองอยู่รอบๆตัวเอง



“กลับบ้านกันนะครับ เย็นแล้ว”



มองมือของเขาที่ยื่นมาให้ผมตรงหน้า มันช้ำและแดงเป็นปืด ผมเบือนหน้าหนี มันช่วยไม่ได้ที่ผมไม่อยากจะรู้สึกผิดในสิ่งที่ผมทำลงไป ได้แต่ย้ำกับตัวเองว่าสิ่งที่หมอนี้โดนมันสมควรแล้ว แต่ทำไมผมถึงได้แย่งกระเป๋าจากมือเขามาลากเองก็ไม่รู้

และผมก็ไม่ยอมให้พี่เลี้ยงตัวขาวช่วยถืออะไรเลยจนกระทั้งถึงที่พัก










60%



โอเค มันชักจะไม่สนุกขึ้นทุกทีแล้ว ไม่สนุกระดับ10เลยละ! จุดหมายปลายทางของเราทั้งคู่มาจบลงที่บ้านไม้หลังเล็กเท่ารังนกโกโรโกโสสีชมพูพาสเทลฟรุ้งฟริ้งน่ารักซึ่งผมคิดอยากจะเผามันตั้งแต่วินาทีแรกที่ได้สบตากับปานประตู




เจ้าแว่นเฉิ่มไขประตูบ้านและเชื้อเชิญ​ให้ผมเข้าไป ให้ตายเถอะ อยากจะร้องไห้เป็นภาษาเยอรมันผสมโปรตุเกส​ ข้างนอกว่าดูแคบแล้วข้างในดันแคบยิ่งกว่า มันไม่เหมือนห้องแห่งความลับในแฮร์​รี่​พอตเตอร์

ที่ผมแอบหวังไว้ว่าพอเปิดเข้าไปจริงๆข้างในอาจเป็นแบบนั้น







“Well.. where’s my bedroom?”

(เอาละ.. ห้องนอนฉันละ?)​




เขายิ้มอีกแล้ว ยิ้มแล้วไม่ตอบ ผมมองตามทิศทาง​ที่ถูกชี้ไป มันเป็นชั้นลอยกึ่งห้องใต้หลังคาที่ต้องใช้บันไดในการปีนขึ้นไป




“uh.. where's your bedroom?”



ผมถามขึ้นอีกครั้งเมื่อมองไปทางไหนก็ไม่เห็นห้องนอนอื่น ในบ้านมีเพียงมุมทำครัวแคบๆ ห้องน้ำที่เล็กขนาดเท่าผู้ชายสองคนยืนแทบล้นออกมาและโซฟาขนกำมะหยี่​สีครีมขนาด1คนนั้งตัวเดียว นี้บ้านคนหรือรังนก? ทำไมมันแคบแบบนี้




“เราต้องนอนด้วยกันครับ”


“No way!”


“งั้นคุณนอนโซฟาไหมครับ?เพราะจริงๆนั้นที่ผม”


“No, I’ll sleep on bed and you go sleep on sofa!”


“...... “




ผมไล่เขา ออกคำสั้งให้ไปนอนที่โซฟา ใจจริงอยากจะด่าคำหยาบคาย​แต่ทำไงได้ผมเรียนเกาหลีมาแต่คำสุภาพ  เราไม่สามารถจะนอนด้วยกันได้ เพราะผมไม่เคยแชร์ที่นอนกับใคร(ส่วนพวกคู่นอนไม่นับ)​ ไม่ได้และจะไม่มีวัน! และผมก็นอนไม่หลับเหมือนกันถ้าต้องนอนบนโซฟาแข็งๆ จากคนที่เคยนอนเตียงสปริง​เกรดพรีเมี่ยม​มีเครื่องปรับอุณหภูมิตามฤดู​ต้องมานอนบนแผ่นผ้าที่เอามาปูแล้วเรียกว่าที่นอนก็ทุเรศเต็มกลืนแล้ว ดังนั้นไม่ว่าหัวเด็ดตีนขาด​ยังไง ผมก็ต้องได้นอนบนที่นอนนั่น!





สายตาแข็งกร้าวของผมทรงอิทธิพล​เสมอ เจ้าของบ้านตัวขาวเดินคอตกไปยังโซฟามุมห้อง เขาวางกระเป๋าลงข้างๆมันก่อนถอดเสื้อยืดสีขาวคอยานของตัวเองออกพรืดในพริบตาเดียว




“Hey! นายถอดเสื้อทำไม??”


“ผมจะอาบน้ำครับ”


“ไปถอดในห้องน้ำซิ”


“ขอโทษครับ ผมคงชินกับการใช้ชีวิต​คนเดียว.. มากไปหน่อย “




เขาตอบโดยปราศจากความเขินอาย ร่างกายท่อนบนยังเปลือยเปล่า ผิวขาวๆของเค้าเนียนเรียบราวกับน้ำนมสด

เขาถอดแว่นออก เสยผมด้านหน้าของตัวเองขึ้นจากนั้นก็ถอดกางเกงยีนส์สีซีดขนาดใหญ่​ลงไปกองที่พื้นและหยิบมันโยนลงตะกร้า​หน้าห้องน้ำ




ผมกลืนน้ำลายเอือกใหญ่ พี่เลี้ยงของผมที่ตอนนี้เหลือเพียงบ็อกเซอร์​ตัวเดียวปกปิดร่างกายและมันก็หมิ่นแหม่จนทำให้จิตนา​การ​ของผมเตลินไปไกล เขาเป็นผู้ชาย และเป็นผู้ชายคนแรกที่ทำให้ผมเลี้ยวหลังมองจนคอแทบเคล็ด ผมมองเขาที่หายเข้าไปในห้องน้ำเพื่ออาบน้ำ ทำไมผมถึงรู้สึกใบหน้าร้อนแผ่วทั้งๆที่มันเป็นฤดูหนาวในเดือนธันวา เดือนที่หน้าหนาวจะหนาวที่สุด เขาทำทุกอย่างเป็นธรรมชาติ​ ไร้ท่าที่เขินอาย​และการปรุงแต่ง พฤติกรรม​ที่เขาแสดงออกเป็นนิสัยของคนที่ใช้ชีวิตอยู่ตามลำพังมาเป็นระยะเวลายาวนาน






งั้นก็ไม่ต้องเดาเลยว่าใบหน้าหวานหลังแว่นกรอบหนากับร่างกายสวยงามราวกับเทพธิดานั้น ผมคงเป็นคนแรกที่ได้เห็น





“คุณจอห์นนี่”


“คุณจอห์นนี่ครับ”


“เออ.. คุณครับ”


“w w what?”


“3 ทุ่มแล้วไปอาบน้ำเถอะครับ พรุ่งนี้ต้องตื่นเช้า คุณมีรายงานตัวการเข้าเรียนวันแรกที่โรงเรียน”


“อืม”




ผมตอบตะกุกตะกัก​ เพราะไม่รู้ต้องวางสายตาตัวเองไว้ไหน ก็เจ้าตัวเล่นออกมาทั้งผ้าขนหนูตัวจิ๋วผืนเดียวถ้วนความยาวแค่2คืบฝ่ามือผม แน่นอนว่าตอนอยู่อเมริกา​ผมมีเพื่อนผู้ชายเยอะแยะกลุ่มผมมันชอบมาอาบน้ำที่คอนโด แก้ผ้าวิ่งรอบห้องเพราะเมากัญชาก็เคยเห็นมาแล้ว แต่ทำไมกับสถานการณ์​ตอนนี้มันไม่เหมือนกับตอนนั้น





“นี้ผ้าเช็ดตัว​ครับ ผืนเล็กไปนิด ผมได้มาฟรีตอนทำงานพิเศษที่โรงอาบน้ำ ลุงเจ้าของที่นั้นให้มาตุนเยอะเลยครับ^^”






อย่ายิ้ม ยิ้มทำไม?? ยิ้มอีกแล้ว นายกำลังคิดจะทำอะไร? จะฆ่าฉันด้วยลักยิ้มกับฟันเขี้ยวขาวคมนั้นหรือไง?

ป้าผมจ้างหมอนี้มาฆ่าผมด้วยวิธีพิศดาร​นี้แน่เลย เลือดเย็นที่สุด!






“นายชื่ออะไร?”


“แจฮยอนครับ จองแจฮยอน​^^”


“รู้หรือเปล่า?ตอนยิ้มนายขี้เหร่​มาก”


“รู้ครับ จะตอนยิ้มหรือตอนไหนผมก็ขี้เหร่​^^”









ป้า!!!! เรามีเรื่องต้องเคลียร์​กัน ป้าต้องสั้งให้จองแจฮยอน​ห้ามยิ้มแบบนั้นตลอดการทำงานพี่เลี้ยง ป้าาาาาาา ป้าาาาาาา ㅠㅠ




TBC. 

===============



พยายามบีบเนื้อหาขึ้นมาหน่อยจะได้ไม่อืดเกินไปนะคะ ตอนต่อไปจะได้รู้เบื้องลึกเบื้องหลังจยามากกว่านี้ว่าทำไมถึงโดนส่งมาและทำไมแจถึงได้มาอยู่บ้านหลังนี้ได้ แท็ก #เคะน้อย180

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 2 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

84 ความคิดเห็น

  1. #84 SasitronPakawan (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 8 ธันวาคม 2563 / 19:53
    แงงง พิจอห์น เขินรอยยิ้มน้องล่ะเซ่! ลักยิ้มน้องน่ารักสุดๆ อห.!!!
    #84
    0
  2. #69 imagine_me (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 5 กรกฎาคม 2560 / 01:37
    จอห์นปากร้ายจริงๆ เอาแต่ใจด้วย แต่อะไร เหลียวหลังมองน้องเดินเข้าห้องน้ำเนี่ยนะ ไม่นอดแน่จอห์นเอ้ยยยย
    #69
    0
  3. #67 ~๋฿eat๛ (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 4 กรกฎาคม 2560 / 02:31
    จอนนิสัยเสีย ไปผลักน้องแบบนั้นได้ไง
    #67
    0
  4. #66 wuingpcx (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 3 กรกฎาคม 2560 / 23:23
    เออ ถ้านี่เป็นป้าพี่จอนก็จะตัดหางปล่อยวัดเลยเด้อ นิสัยเสียมากๆ แต่ก็ไม่ถึงขั้นว่าไม่ฟังใครไม่เห็นใจใครล่ะนะ ก็ยังมีข้อดี สงสารน้อง น้องก็เป็นคนดีเกิ๊น ถ้าเป็นเราก็คือไร ก็คือทิ้งพี่จอนจ้า555555
    #66
    0
  5. #65 imagine_me (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 3 กรกฎาคม 2560 / 19:11
    สงสารแจฮยอน แต่ก็คิดว่าการดัดนิสัยจอห์นนี่จากคุณป้าก็คงทำให้จอห์นโตขึ้นและคิดอะไรได้มากขึ้นนะ
    #65
    0