AllJAENFICTION

ตอนที่ 19 : Young and Beauty ep.3 [JohnJae]

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 212
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 3 ครั้ง
    6 ก.ค. 60








เราทั้งคู่หลับไปทั้งๆที่ยังไม่มีอาหารใดๆตกถึงท้อง ผมเหนื่อยเกินกว่าจะมานั้งละเมียด​ละไมกินอะไรในตอนนี้ หลับไปสักพักกลางดึกสะงัดผมก็รู้สึกถึงน้ำหนักของแรงทับจากด้านล่าง ผมเหนื่อยและไม่สามารถเปิดเปลือกตาขึ้นมาดูได้

 ว่าตัวอะไรกันแน่ที่กำลังสาระวนอยู่แถวๆขอบกางเกงนอนของผม 



ไม่นานนักความเย็นเฉียบของอากาศก็ปะทะ​ผิวกายทำให้ผมรู้ว่าตอนนี้ชุดนอนของผมถูกปลดเปลื้อง​ออกจนหมดแล้ว  ลมหายใจของใครสักคนเป่ารดรจดริมฝีปากตัวเองที่ต้นคอผมจนขนลุกซู่​ และผมก็เผลอครางอืออึงในลำคอออกมาเมื่อความอุ่นร้อนนุ่มนิ่ม​กลืนกินส่วนอ่อนไหวของผม



 เสียงครางหวานทุ้มคุ้นหูประสานเป็นหนึ่งเดียวกับจังหวะส่ายร่อน มันวาบหวาม​ นุ่มนวล ผมเคลิบเคลิ้ม​จนทนไม่ไหวอีกต่อไป ลืมตาขึ้นมา ภาพตรงหน้าก็ทำเอาผมช็อคและตกใจ ก็คนที่ไม่น่าจะทำเรื่องแบบนี้ได้กำลังอยู่ในสภาพเปลือย​เปล่า ใบหน้าหวานแดงซ่าน ผิวกายขาวไร้มลทิน​ขึ้นสีชมพูระเรื่อ​ชวนมอง ริมฝีปากสีแดงเชอร​รี่ถูกกัดขบด้วยฟันเขี้ยวขาว ตากลมโตที่บัดนี้ไร้กรอบแว่นหนารี่ต่ำมองมาที่ผมแววตาของเขาเต็มไปด้วยแรงปรารถนา​ 



ฝ่ามือบางกดค้ำอยู่ที่แผ่งหน้าท้องของผมเพื่อช่วยในการขยับร่อนสะโพกกลมกลึงขึ่นและลง ไม่ต้องถามเลยว่าตอนนี้ผมสติแตกกระเจิง​ขนาดไหน!! ผมไม่ใช่เกย์ ไม่มีรสนิยม​ชอบอะไรแข็งๆเหมือนท่อนไม้กระดานเดินได้ ไม่เคยแลตามองด้วยซ้ำไม่ว่าพวกนั้นจะแต่งองค์ทรงเครื่องตัวเองมาอ่อยผมถึงที่ ถ้าไม่โดนไล่ตะเพิด​กลับก็โดนผมตั๊นหน้าหงาย​





“อึก อือ อี๊~ อาส์~ จะ จอห์นนี่~ อือ​”



“Oh, ~ x x x! , feedbag material you is definitely feedbag material!”

(ไม่แปลนะ อิอิ)





ผมกำลังคลั่ง!! กำลังใกล้บ้าเลยก็ว่าได้ ไม่เคยมีผู้หญิงคนไหนครางชื่อผมได้หวานปานใจจะขาดซะขนาดนี้ ความคับแน่นของเขาที่ตอกรัดลูกชายผมนั้นมันสุดยอดที่สุด! เสียงครางของพี่เลี้ยงตัวขาวเริ่มมีโทนที่สูงขึ้น เสียงหอบหายใจปนเสียงครางกะเส่าก็เริ่มถี่ขึ้นตามจังหวะการสายร่อนสะโพกอิ่ม ผมสีน้ำตาลคาราเมลฟูฟ่องเริ่มชื่นเหงื่อ แต่มันก็ไม่ทำให้ภาพตรงหน้าดูสวยงามน้อยลงเลยกลับกันมันยิ่งกระตุกให้ผมเกือบถึงจุดสุดยอดไวขึ้นด้วยซ้ำ





“ผ.. ผม. จะ อือ~ มะ.. ไหว อา อือ อาส์ ~ แล้ว”


“อีกนิดเดียวแจฮยอน ซีดส์~ อาห์ อดทนหน่อยนะครับ”




มันเกือบจะถึงจุดสิ้นสุดของความสุขในคืนนี้แล้ว ผมพลิกตัวแจฮยอนลงมาหลังจากให้เขา solo on top คนเดียวตั้งแต่เริ่ม จับขาเรียวสวยพาดบ่าแล้วกระแทกความต้องการของผมเข้าไปในตัวเขาถี่ยิบ มือน้อยๆจิกผ้าปูที่นอน​ระบายความเสียวซ่านจนเหมือนจะหลุดติดเล็บของเขาออกมา ผิวกายขาวเนียนละเอียดถูกกลืนไปกับผ้าปูสีขาวจนผมแยกแทบไม่ออก






.










“คุณ” *เขย่า


“คุณจอห์นนี่ครับ”


“คุณตื่นซิครับ” *เขย่าๆ


“คุณจอห์นนี่!, ”





เฮือก…. แรงเขย่าไม่น้อยฉุดให้ผมสะดุ้งตื่น และหันไปคว้ามือถือมาดูเวลาก่อนเป็นอันดับแรกด้วยความเคยชิน ตัวเลขดิจิตอล​บอกเวลา 7 นาฬิกา ผมลดมือถือลงก็เจอเข้ากับพี่เลี้ยงตัวขาวในชุดนักเรียนเต็มยศนั้งทับส้นก้มหน้าก้มตาคง​รอผมเสด็จไปน้ำอาบเตรียมตัวไปโรงเรียนพร้อมกัน ผมหายใจฟึดฟัดผลักไหล่เขาให้พ้นทาง ปีนบันไดจากชั้นลอยลงไปอาบน้ำโดยไม่พูดอะไร





เรื่องฝัน….. ผมจะถือว่ามันเป็นฝันร้ายละกัน ไม่รู้ว่าผมฝันแบบนั้นไปได้ยังไง ยิ่งตื่นขึ้นมาเจอสภาพเจ้าเนิร์ดพร้อมแว่นตาอันใหญ่ใส่ชุดนักเรียนไซส์เผื่อโตยิ่งน่าขนลุกขนพอง ไม่เถียงว่าเจ้านั้นหน้าตาดีอยู่หรอกถ้าถอดแว่น และหุ่นก็.. ก็.. ก็พอดูได้อ่ะนะ แต่ยังไงหมอนั้นก็ยังเป็นไอ้แว่นเนิร์ดบุคคลชนชั้น3ที่พวกไฮแฟชั่นอย่างผมเกลียดอยู่ดี




เราทั้งคู่ออกเดินทางด้วยการเดินเท้าเพื่อไปยังโรงเรียนในเวลาเกือบ 8 โมงเช้าเนื่องจากผมแต่งตัวช้า ที่อเมริกานักเรียนไฮสคูลเกือบทั้งประเทศไม่จำเป็นต้องใส่เครื่องแบบ เราไปเรียนด้วยชุดลำลอง ต่างจากประเทศเคร่งกฎระเบียบ​อย่างแถบเอเชีย​ มันน่าหงุดหงิด​และทำให้ทุกอย่างล้าช้า ผมไม่เห็นความจำเป็นของการใส่เครื่องแบบนักเรียนเลยสักนิด มันไม่ได้สร้างเซลล์​สมองหรือช่วยให้เด็กนักเรียนมีผลการเรียนที่ดีขึ้น กลับกันต้องมาเสียเวลาซัก รีด ติดเข็มกลัด​สัญลักษณ์​ตรงนั้นตรงนี้ 



ไร้สาระ!




“ถึงแล้วครับ นี้เอกสารการรายงานตัวของคุณ เดินตรงไปที่ตึกสีขาวตรงส่วนกลาง หาไม่ยากเพราะโรงเรียนคุณไม่ใหญ่ ถ้าไม่แน่ใจก็ลองถามทางคนอื่นได้ครับ นี้ข้าวกล่องสำหรับมื้อกลางวัน รับไปซิครับ ผมต้องไปแล้ว^^”



“เราไม่ได้เรียนที่เดียวกันหรอกหรอ?”



“ผมนึกว่าคุณรู้แล้วซะอีก”




แจฮยอนชี้นิ้วสลับกันไปมาที่เครื่องแบบนักเรียนของผมและเขา เขากุมมือผมบีบเบาๆ

 ยิ้มให้ผมพร้อมโบกมือลาและวิ่งหายวับเข้าประตูใหญ่ของโรงเรียนข้างๆ







ผมมองข้าวกล่องใบเล็กในมือก่อนยัดมันลงกระเป๋าเป้หนังสีดำของตัวเอง ถอดหายใจออกมาด้วยความเครียดอันหนักอึ้ง​ เพราะมันไม่ใช่แค่เครื่องแบบของเราที่ต่างกัน สภาพโรงเรียนของเราก็ต่าง นิสัยของเรายิ่งคนละขั้วไม่รู้ว่าป้าผมไปหาคนแบบหมอนั้นมาจากไหน ซึ่งน่าแปลก แจฮยอนเป็นพี่เลี้ยงคนแรกที่ผมไม่ค่อยต่อปากต่อคำด้วย









กระชับเสื้อนอกให้เข้าที่ ดึงสายเป้ให้อยู่ในตำแหน่งพอเหมาะและก้าวเข้าไปในสถานที่ใหม่ด้วยความมั่นใจ ผมเดินเข้ามาเรื่อยๆโดนไม่สนสายตาพวกกากเดนที่มองผมประหนึ่งพวกไก่อ่อนเตรียมโดนเชือด 99% ของนักเรียนที่นี้แต่งกายผิดระเบียบ รวมถึงทรงผมและเครื่องประดับเงินที่ประโคมกันใส่นั้นก็ด้วย เดินมาจนถึงตึกสีขาวกลางโรงเรียนที่น่าจะเป็นตึกสำหรับห้องเย็นหรือห้องที่พวกแพะแก่ๆใช้เป็นออฟฟิศ​ เลื่อนประตูบานเลื่อนเปิดเข้าไป โค้ง90องศาตามที่เคยได้ร่ำเรียนมาจากครูสอนภาษาเกาหลีที่อเมริกา แล้วตาแพะแก่ใส่สูทสีกากีก็ควักมือเรียกผมหยอยๆ ให้เดาว่าคงเป็นครูใหญ่? 




“จอห์นนี่ ซอใช่ไหม? ลูกครึ่งหรอเรา พูดเกาหลีได้หรือเปล่า?”





เขาถามคำถามพร้อมรับใบรายงาน​ตัวของผมไปอ่านรายละเอียด ผมตอบ”ครับ”ไปในทุกคำถามเพื่อการสัมภาษณ์เรียนในครั้งนี้จะได้ไม่ยืดเยื้อ





“ย้ายโรงเรียนมาแล้ว 21 ครั้ง ติดทัณฑ์​บนทั้งหมด 49 คดี เคยมีประวัติทะเลาะวิวาท​และการใช้สารเสพติดในสถานศึกษา มีประวัติการข่มขู่​เพื่อนรวมชั้น และกลั้นแกล้งพวกเขาจนต้องลาออกไป 17 ราย ใช้ถ้อยคำไม่สุภาพกับครูผู้สอน มีเรื่องชกต่อยใช้ความรุนแรงกับครูสอนพละจนถูกพักการเรียนไป 2 ปี ชอบออกนอกโรงเรียนในยามวิกาล​หรือเรียกง่ายๆว่าโดดเรียน อืม…. ประวัติดีนะเรา ชีวประวัติ​ยาวเป็นหางว่าวจุฬาเชียว”






ครูใหญ่อ่านหนังสือรายงานตัวผมเสียงดังฟังชัดทุกบรรทัด​ เขาไม่ได้ตื่นเต้นหรือแสดงสีหน้ทตกอกตกใจ​อะไรออกมาแม้แต่น้อย ก็แน่ละ จากสภาพโรงเรียนในตอนนี้ มันก็มีแต่พวกเด็กเดนเด็กเหลือขอที่ถูกปฎิเสธจากโรงเรียนอื่นมาทั้งนั้น แถมเป็นชายล้วนอีก เด็กผู้ชายวัยรุ่นฮอโมน​พลุ่งพล่าน​มันคงตั้งใจเรียนกันหรอกนะ ไม่บวกกันตายในโรงเรียนก็บุญเท่าไรแล้ว




“เอาละจอห์นนี่ ซอ เรามาคุยถึงกฎของการอยู่ร่วมกันอย่างสงบสุขในโรงเรียนสัปรังเคนี้ดีกว่านะ จริงอยู่ที่มันเป็นโรงเรียนสำหรับพวกกากเดน แต่คนชนชั้นเลวหรือแม้แต่โจรก็มีกฎของการอยู่ร่วมกันเป็นฝูง กฎข้อเดียวของเราที่ห้ามฝ่าฝืนโดนเด็ดขาด นั้นก็คือ :ห้ามมีเรื่องกันในโรงเรียน: พ้นนอกรั้วแค่ 1 เซ็นนายจะแทงกันจนตัวพรุนฉันก็ไม่สน แต่กฎก็คือกฎ ถ้านายฝ่าฝืนแล้วละก็ นายต้องถูกให้ออกและจะไม่มีโรงเรียนไหนในเกาหลีรับนายเข้าเรียนแม้แต่โรงเรียนเดียว!”





ผมคลี่ยิ้มหวานให้กับ​ครูใหญ่ เป็นยิ้มที่เย็นยะเยือกตามแบบฉบับ​ต้นตำรับ​ความสารเลวในจิตวิญญาณ​ผม ยืนขึ้นเต็มความสูงและโค้งปิดท้ายเป็นการจากลา เดินสะพายเป้ออกไปยังห้องเรียนของตัวเอง ห้องผมหาง่ายเพราะเป็นห้องเดียวของสายชั้นที่การเรียนการสอนเป็นแบบภาษาอังกฤษ​ล้วน





“hi~ เด็กใหม่”


“hi”


“สูงนี้หว่า ลูกครึ่งอ่อมึง?”


“......”


“โห้ยยยย​ ละแดกอะไรถึงสูงขนาดนี้ว่ะ บอกเคล็ดลับ​พวกกูที”


“นมแม่มันไงมึง เค้าว่าพวกแหม่มหัวทองเชื้อแม่งดี ฮาๆๆ แบ่งพวกกูหน่อยดิ๊~ อย่าทำเป็นหวงไปหน่อยเลยมึง ฮา ฮา”






เสียงโห่แซวเริ่มดังระงมจนน่ารำคาญ ไอ้พวกสารเลวเอ้ยยยย เล่นถึงแม่กูเลยหรอ? รอออกนอกรั้วก่อนเถอะมึง 

จะซัดปากให้แดกห่าข้าวไม่ได้ ไอ้ลูกหมา!




“โอ๊ะ โอ๊ะ น้องฝรั่ง โถ่ ~ ทำเป็นนิ่ง ทำเป็นหยิ่ง ทนให้ได้เกิน3วันละไอ้หน้าอ่อน อ

ย่าพึ่งวิ่งหนีหางจุกตูดไปฟ้องแม่มึงละ ฮาๆ ฮาๆ “



“แม่เราตายแล้ว อยากตายตามแม่เราไหมละ? คิดว่าท่านคงเหงา น่าจะอยากได้คนไปคุยเล่นด้วย”




อยากกัดลิ้นตัวเองตาย! ความอับอายตีท่วมหน้าจนแทบแทรกแผ่นดิน​หนี อยากจะด่าคำหยาบๆ เอาให้มันดิ้นตายแต่ผมไม่รู้คำหยาบภาษาเกาหลีเลยสักคำ โอ้ยยยย เก็บกด! ไว้ให้มันไปคุยกับหมัดผมหลังโรงเรียนเลิกเอาเองก็แล้วกัน




จ้องกันไปจ้องกันมาก็เหลือความอดทนน้อยลงที่จะไม่บวก แต่ดีว่าครูประจำชั้นเข้ามาสอนคาบแรกซะก่อน ไม่งั้นคงได้มีโดดร่มไปบวกกันนอกรั้วโรงเรียนตั้งแต่ยังไม่ทันจะเที่ยง



.
.
.


ผิดคาดจากที่คิดไว้มาก  การเรียนการสอนของโรงเรียนกากเดนนี้ไม่เลวเลยทีเดียว  พอเริ่มเรียน พวกหัวขี้เลื่อนก็จะพากันหลับฟุบโต๊ะใครโต๊ะมันเงียบเชียบ ไม่ได้ตะโกนโหวกเหวก​แสบแก้หูเหมือนเมื่อครู่ ส่วนพวกใฝ่เรียนหน่อยก็เอาสมุดกับหนังสือขึ้นมากางอ่านตามบทเรียนบนกระดาน ผมเท้าคางฟังบทเรียนบ้างปล่อยผ่านไปบ้าง เพราะมันเป็นอะไรที่ผมรู้อยู่แล้ว คาบแรกผ่านไปด้วยดีและคาบต่อๆไปก็เช่นกัน จนสัญญาณ​พักเที่ยงดังขึ้น ทุกคนก็พากันลุกขึ้นราวกับติดสะปริงโดนมิได้นัดหมาย​




“What's up man~ i’m mark”


“I’m Johnny”


“Want to have lunch with me?”


“No~ not today dud, maybe next time”


“ok see ya man”


จริงๆผมอยากจะไป แต่ติดที่ผมไม่มีเงินติดตัวเลยสักวอนนี้สิ หมอนั้นก็ท่าทางเป็นมิตรดีซะด้วย ภาษาอังกฤษ​สำเนียงแวนคูเวอร์ใช่ไหม? ถ้าผมฟังไม่ผิด



ผมเดินถือถุงข้าวกล่องลงมาหาทำเลที่เหมาะจะทานมื้อกลางวันมื้อแรกในนรกนี้ ขอที่เงียบสงบ​สักทีเถอะ ไม่งั้นผมคงตะบะแตกต่อยไอ้พวกปากหมา​กลางคาบเรียนช่วงบ่ายแน่ๆ




ลัดเลาะ​ผ่านช่องทางเดินแคบข้างตึกมาเรื่อยๆก็สุดที่สวนท้ายโรงเรียน มันไม่ได้ร่มรื่น​เขียวขจี​มีดอกไม้ขึ้นน่าชมสักเท่าไรแต่ก็พอแล้วสำหรับผมในตอนนี้ นั้งลงบนพื้นหญ้ากรอบๆ โดนไม่สนว่ามันจะทำให้กางเกงผมเลอะ ระหว่างที่กำลังแกะถุงผ้าห่อข้าวกล่องออก สายตาผมก็ดันเหลือบไปเห็นก้อนกลมขาวๆสะท้อนแดดกำลังเดินดุ่ม​ๆมาทางที่ผมอยู่ พี่เลี้ยงแว่นเฉิ่มเดินมาหาผม นั้งลงข้างๆพร้อมข้าวกล่องอีกใบที่ตาหน้าเหมือนกันเปี๊ยบต่างกันแค่สี




No no อย่าเข้าใจผิดว่าเขามานั้งข้างผมเชียว ช่องว่างระหว่างเราทั้งคู่มีรั้วเหล็กสูงขนาด3ฟุตกั้นกลางอยู่ มันเป็นกำแพงแบบไนรอนหรือตาข่ายเหล็กนั้นละ มีรูเยอะแยะให้เราสามารถมองเห็นอีกฝากของกันและกันได้อย่างชัดแจ๋ว แต่ก็ทำได้เพียงแค่มอง เพราะกำแพงมันสูงเกินไป สูงจนแม้แต่ผมที่คิดว่าตัวเองสูงกว่ามาตรฐา​นชายชาวเอเชียก็ไม่สามารถปีนข้ามมันไปยังอีกฝั้งได้




“นายรู้ได้ไงว่าฉันอยู่นี้?”


“ผมไม่ทราบครับ ปกติผมชอบเอาข้าวกล่องมานั้งทานที่นี้อยู่แล้ว”




แพล๊ง หน้าแตกหน่อยๆกับคำพูดเย็นชาของเจ้าแว่นเฉิ่ม ก็นะ ถ้ารู้ตำแหน่งผมขนาดนั้นหมอนี้ก็ดูจะเก่งเกินไปมนุษย์​มนาไปหน่อย หรือว่าจริงๆแล้วเขาแอบฝังชิปติดGPSไว้ติดตามผมตั้งแต่เมื่อคืนกันแน่??  เพ้อเจ้อ​ว่ะ ==





“อะผมให้ ทานเยอะๆนะครับ^^”


เขาคีบไส้กรอกทอดขนาดเล็กจากกล่องตัวเองผ่านช่องว่างของกำแพงมาให้ผม ให้ตายเถอะ แค่ผมคิดอะไรคนเดียวเพลินๆเผลอแป๊ปเดียวหมอนี้ก็ถอดแว่นนั้งกินข้าวหน้าตาเฉย





“ใส่แว่นซะ!”


“ครับ?”


เขาหันหน้ามาตอบผมทั้งๆที่ปากยังเคี้ยวแครอทลวกตุ๋ยๆ


“เราบอกให้ใส่แว่นซะ! ถอดทำไม?”


“ปกติผม..”



“ต่อไปนี้ไม่มีคำว่า :ปกติ: เป็นพี่เลี้ยงเราก็ต้องฟังคำสั้งเรา ไม่ต้องสืบก็รู้ว่าค่าตอบแทนที่นายได้รับมันคงมากโขไม่งั้นนายคงไม่ยอมให้เราโขกสับขนาดนี้ นายมันก็เป็นแค่พวกหิวเงินนั้นละ เหอะ”



“คุณกำลังอารมณ์ไม่ดี ผมขอตัว”



“ห้ามนายก้าวออกไปไหนแม้แต่ก้าวเดียว! ทำไม? ได้ยินความจริงเข้าหน่อยรับไม่ได้หรอ? หรือมันแทงใจดำ?”



“อันที่จริง ผมไม่ได้รับค่าจ้างการทำงานแม้แต่วอนเดียว ที่รับงานนี้เพราะคุณป้าขอคุณร้องขอ โดยมีข้อแลกคือผมสามารถเข้ามาอยู่บ้านหลังนั้นได้ฟรี เหนือสิ่งอื่นใด ผมทำได้ทุกอย่างเพื่อป้าของคุณ ผมอยากตอบแทนบุญคุณ​ที่ท่านเมตตาผม เพราะถ้าไม่มีท่าน ก็คงไม่มีผมในตอนนี้”





โกหก….. โกหกทั้งเพ ป้าผมอยู่อเมริกา​ตลอดจะมารู้จักกับหมอนี้ได้ยังไง!





“โกหก!”



“มีจุดมุ่งหมายในชีวิต… และยืนด้วยลำแข้งของตัวเอง  แค่นั้นที่ป้าของคุณขอให้ผมเคี่ยวเข็ญ​ 

คุณจอห์นนี่มองกำแพงนี้ซิครับ.. นั้นละครับสถานะระหว่างเราทั้งคู่.. “




เขาพูดเสร็จก็เดินจากไปพร้อมข้าวกล่องที่ยังไม่พร่องลงไปมากนัก แววตาของเขาเศร้าสร้อย แผ่นหลังบางกำลังสั่นไหวราวกับพยายามสะกดกั้นเสียงสะอื้นไห้ ผมสอดมือแกะกำแพงมองเขาเดินห่างไปเรื่อยๆ จนลับตา พึ่งรู้ว่าตัวเองปากเสียพูดไม่คิดก็วันนี้ ค่อนชีวิตที่ผ่านมาผมกร่นด่าทุกคนที่ผมไม่ชอบขี้หน้า แต่แววตานั้น… ประกายอะไรบางอย่างข้างในตาของเขา ทุกสิ่งทุกอย่างเกี่ยวกับพี่เลี้ยงตัวขาวยังเป็นปริศนา​ และผมพูดได้เต็มปากว่าผมอยากที่จะรู้เรื่องราวของเขาทั้งหมด 



ทำไมป้าผมถึงรู้จักเขา? 
ทำไมเขาถึงมีบุคลิก​เหมือนชั้นหนังสือเดินได้?
 ทำไมมีนิสัยน่าเบื่อ? 
ก่อนหน้านี้ใช้ชีวิต​ยังไง? 







แต่ผมจะก้าวข้ามกำแพงสูงนี้ไปได้หรือเปล่า? 

…. กำแพงที่ผม…. เป็นคนก่อ… 



TBC. 

===============


ซูซูรันไหมจ้อน?  555 
มีใครตีความถูกมั้งคะ? มีปมหลายอย่างมาก และรายละเอียดจะถูกบีบแน่ๆ ต้องขออภัยคะ
ใครหวังน้องแว่นสายแอบแซ่บไม่ต้องรอคะ น้องไม่แซ่บเด้อ เรื่องนี้น้องเนิร์ดแบบ เดอะเรียลเนิร์ดเลย 55
ฝากด้วยนะค่า #เคะน้อย180


**เพิ่มเติมคะ

(เครื่องแบบโรงเรียนจอห์นนี่)​



(เครื่องแบบโรงเรียนแจฮยอน)​



ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 3 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

84 ความคิดเห็น

  1. #72 thejohnnysuh (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 19 กรกฎาคม 2560 / 23:16
    ประวัติอิพ่อยาวเป็นกำแพงเมืองจีน น้องก็เนิร์ดเบอร์แรง ทำไงจะรักกันได้เนี่ย
    #72
    0
  2. #71 ~๋฿eat๛ (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 6 กรกฎาคม 2560 / 17:25
    ไม่แปลกใจเลยที่จอห์นมีนิสัยก้าวร้าว ดูจากประวัติแล้ว อืมม นี่มันโคตรต่างกับน้องเลยนะ จอห์นจะข้ามกำแพงไปได้ไหม ถ้ามันสูงไปทำลายกำแพงไม่ง่ายกว่าหรอ เรื่องน้องแจนยังคงเป็นที่น่าแปลกใจว่าน้องเป็นมายังไง ตอนแรกนึกว่าน้องแอบแซ่บ ที่แท้ตาจอห์นแค่หมกมุ่นแล้วฝันไปเองนี่เอง

    #71
    0
  3. #70 imagine_me (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 6 กรกฎาคม 2560 / 14:40
    ตอนแรกแอบคิดว่าแซ่บ แต่ที่ไหนได้จอห์นฝันไปเอง ว๊ายยย กิ้วๆๆๆ ฮ่าๆๆๆๆ แต่เอาจริงๆมันก็เป็นปริศนาอยู่นะกับความเป็นมาของแจน แล้วอะไรคือความแตกต่าง แจนพูดเหมือนว่ายังไงก็ไม่ทีทางที่จะข้ามมายืนฝั่งเดียวกันได้ แต่มันก็ต่างจริงๆนั่นแหละ ทั้งนิสัยใจคอ การใช้ชีวิต ทัศนคติ ทุกอย่าง เหมือนเป็นสิ่งที่ตรงข้าม ขาวกับดำอะไรแบบนี้ แต่ก็หวังว่าตอนสุดท้ายจอห์นจะข้ามกำแพงนั้นไปหาแจนได้นะ
    #70
    0