~Sweet WonHyuk Short Fiction~

ตอนที่ 7 : [SF] Series Loving Season - Winter

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,080
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 2 ครั้ง
    30 พ.ย. 54

Winter: Warmth

 

หิมะ......เปรียบดั่งตัวแทนแห่งฤดูหนาว แต่น่าแปลกที่มันกลับเป็นฤดูกาลแห่งความอบอุ่นสำหรับใครหลายๆคน แล้วสำหรับผมล่ะ จะมีโอกาสได้สัมผัสกับความอบอุ่นนั้นบ้างไหม

 

 

 

ผมรู้ว่ามันอาจจะฟังดูแปลกที่ถ้าบอกว่าฤดูหนาวทำให้ผมคิดถึงความอบอุ่น ทำไมนะหรือ ก็เพราะว่าเวลาที่ได้เห็นใครหลายๆคนอยู่ในอ้อมกอดของกันและกัน มันทำให้อบอุ่นในหัวใจได้อย่างประหลาดนะสิ

 

 

 

สองสัปดาห์ที่ผ่านไปอย่างเชื่องช้า สองสัปดาห์ที่ความขาวโพลนย่างเข้ามาเยือน ลมหนาวที่พัดมาเป็นระรอกให้เย็นเฉียบไปหมด ปุยหิมะที่โปรยปรายลงมาบางเบา  เป็นสัญญาณแห่งการผันเปลี่ยนฤดูกาล ในที่สุด....ก็ผ่านไป และเหมือนกับการได้เริ่มต้นใหม่ด้วยอะไรที่ดีกว่า

 

 

 

 

 

 

 

“เล่าให้ฟังได้หรือเปล่า เขาคือใครหรอ”

 

 

 

ซีวอนนั่งขัดสมาธิอยู่ที่ฟากหนึ่งของโซฟาตัวเขื่องทางด้านปลายเท้าของร่างบางที่นอนเอาหัวหนุนหมอนอิงอยู่อีกด้าน ถามไปเสียงเบาอย่างชวนคุย

 

 

 

“ก็ไม่มีอะไรมากหรอก แค่แฟนเก่า”

 

 

 

ฮยอกแจนอนหงาย ลืมตามองเพดานห้องนิ่ง แขนบางกอดตัวเองไว้หลวมๆ ถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่

 

 

 

“จะว่าหรือเปล่าถ้าถามมากกว่านี้”

 

 

 

เอ่ยเสียงเบาอย่าหยั่งเชิงเพราะไม่อยากให้ร่างบางคิดว่าเขาละลาบละล้วงเรื่องส่วนตัวมากไปนัก

 

 

 

“ถามมาเถอะ ฉันไม่มีความรู้สึกพิเศษอะไรกับเรื่องที่มันจบไปแล้วหรอก”

 

 

 

ซีวอนเลิกคิ้วนิดๆ ย้ายตัวเองลงมานั่งบนพื้น หันหน้าเข้าหาฮยอกแจที่พลิกตัวมานอนตะแคงมองตอบเช่นกัน

 

 

 

“ทำไมเขาถึงพูดว่าขอโทษล่ะ ดูเหมือนว่าจะรู้สึกผิดเสียมากๆ”

 

 

 

ยังกอดอกมองคนตัวเล็กที่กลอกตาไปมาเหมือนว่ากำลังเล่าถึงสิ่งที่มันไร้สาระ

 

 

 

“เขาเป็นคนบอกเลิกฉันเอง ตอนนั้นเขาก็ขอโทษไปแล้วครั้งหนึ่ง แล้วก็เดินจากไปเฉยๆ  เหตุผลตอนนั้นกระทบใจชะมัด ราวกับถูกผลักให้ล้มทั้งยืน”

 

 

 

“เขาพูดว่าอะไร”

 

 

 

“เขาก็ว่าเขาไม่เคยรักฉัน ที่มาขอคบก็เพราะว่าอยากจะลืมแฟนเก่า”

 

 

 

ฮยอกแจเหลือกตาขึ้นอย่างไม่รู้จะพูดอะไรต่อ

 

 

 

“ว่าแต่นายเข้มแข็งจังแฮะ เห็นนายร้องไห้วันนั้น แล้วฉันก็ไม่เคยที่จะเห็นนายมาพูดถึงเรื่องนั้นอีก”

 

 

 

“ก็อย่างที่ฉันพูดกับเขาไป ว่าทุกอย่างมันก็ผ่านไปแล้ว ทำไปแล้ว พูดไปแล้ว ก็แก้ไขอะไรไม่ได้ทั้งนั้น นั่นสำหรับฉันนะ สำหรับคนอื่น ฉันไม่รู้  เหตุที่ฉันตัดใจได้ง่ายๆ เพราะฉันเชื่อว่าถ้าคิดจะรักใคร ก็ควรจะจริงจังกับมัน ไม่ใช่ว่าทำไป เพราะคิดว่ามันจะทดแทนอะไรก็ตามที่ขาดหาย ถ้าทำแบบนั้น ก็ไม่สมควรที่จะเรียกมันว่าความรักได้หรอก”

 

 

 

ซีวอนนั่งมองคนตัวเล็กยิ้มๆ อกด้านซ้ายมันกระตุกด้วยจังหวะที่แปลกไป ซึมซับความเป็นฮยอกแจเข้ามาในหัวใจของเขาดวงนี้ทีละน้อย โดยที่เจ้าตัวเองก็ไม่รู้ว่าเมื่อไรที่ร่างบางเข้ามามีส่วนในหัวใจของเขา

 

 

 

“นาย จำไว้นะ อย่าไปทำแบบนี้กับใครเขาล่ะ อย่าคิดว่าเขาจะทำได้อย่างที่ฉันทำ ทุกๆคนมีทัศนคติด้านนี้ไม่เหมือนกัน ถึงฉันจะไม่เจ็บปางตายแต่ก็ไม่ใช่ว่าฉันไม่รู้สึก เพียงแค่ไม่คิดจะใส่ใจ และยินดีจะยอมรับความโสดกลับมาใหม่ ฮ่าๆ”

 

 

 

ซีวอนยิ้มขำๆ เอื้อมมือไปบีบจมูกคนพูดจ้อเบาๆอย่างหมั่นเขี้ยว

 

 

 

 

“จะโสดได้นานเท่าไรกันเชียว”

 

 

 

 

ร่างบางเหล่ตาใส่ให้ ดูอารมณ์ดีทั้งที่ก่อนหน้านี้เบื่อแทบแย่กับอากาศที่ขมุกขมัวเพราะหิมะกำลังตก

 

 

 

 

“ถามแต่ฉัน เล่าเรื่องของนายให้ฟังบ้างสิ”

 

 

 

 

“เรื่องของฉันไม่มีอะไรน่าสนใจหรอก ก็แค่ชีวิตเด็กวัยรุ่นในต่างแดนทั่วๆไป ไม่มีอะไรตื่นเต้น”

 

 

 

 

“จริงหรอ นายไม่เคยมีแฟนหรือไงกัน”

 

 

 

 

ร่างบางยังคงจ้ออย่างอารมณ์ดี

 

 

 

 

“แฟนน่ะเคยมี แต่ไม่เคยคบได้นานเกินสามเดือนเลย อย่างเพิ่งคิดว่าฉันเป็นเพลย์บอยหรืออะไร เพียงแต่สำหรับฉัน ณ ช่วงเวลานั้น มันคือความสัมพันธ์ที่ฉาบฉวยเหลือเกิน เบื่อบ้างอะไรบ้าง ติดเพื่อน ติดเกม ก็เลยโดนแฟนทิ้ง หึหึ”

 

 

 

ฮยอกแจหัวเราะเสียงใสเมื่อซีวอนพูดจบ

 

 

 

“ตลกชะมัด โดนแฟนทิ้งเพราะติดเกม”

 

 

 

“อืม ติดเกม แต่อีกอย่างที่ฉันคิดในตอนนั้น ก็คงเป็นเพราะฉันยังไม่คิดที่จะผูกมัดตัวเองกับใคร ยังไม่คิดจะมีอะไรที่มารั้งการผจญภัยที่ยังไม่สิ้นสุดของฉัน และฉัน ก็ยังไม่พร้อมที่จะมอบหัวใจให้ใคร ไม่เหมือนกับตอนนี้ ที่ฉันทำงานแล้ว ชีวิตก้าวสู่วัยที่มันต้องจริงจังเสียที การที่เรามีใครสักคนมาอยู่เคียงข้าง เข้าใจเราจริงๆ ก็คงจะทำให้ชีวิตของฉันสมบูรณ์แบบ”

 

 

 

ซีวอนจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของคนที่นอนตะแคงมองเขาอยู่ จ้องอยู่แบบนั้นราวกับว่ามันอาจจะสื่อสิ่งที่เขาพูดออกไป อธิบายให้ได้เข้าใจได้มากกว่า

 

 

 

ฮยอกแจอมยิ้มน้อยๆ เอื้อมมือไปจับแก้มของคนตัวสูงอย่างไม่รู้ตัว ซีวอนทาบทับมือตัวเองกับมือบางที่แนบอยู่กับแก้มของเขา มีความสุข ที่ได้รู้จักกับคนตัวเล็กดูบอบบางคนนี้ แต่หัวใจกลับแข็งแกร่งได้อย่างน่านับถือ

 

 

 

ฮยอกแจดันตัวขึ้นนั่ง มองคนตัวโตที่ยังคงเนียนกุมมือเขาไม่ปล่อย

 

 

 

“หิวหรือเปล่า ถ้าหิวจะทำอะไรให้กิน”

 

 

 

“เอาสิ ว่าแต่จะทำอะไร”

 

 

 

“อยากกินอะไรล่ะ หิวมากหรือเปล่า เพราะถ้าไม่มาก จะทำเค้กให้กิน แต่ต้องออกไปซื้อของนะ ไม่มีสำรองไว้เลย”

 

 

 

“ตามใจนายเลย ฉันเพิ่งกินข้าวไปเมื่อชั่วโมงก่อน ยังไม่ค่อยหิวหรอก จะไปซื้อของใช่ไหมล่ะ ฉันขับรถให้แล้วกัน”

 

 

 

“เอาสิ”

.

.

.

.

.

.

.

.

ในร้านค้าซุปเปอร์มาร์เกตที่ผู้คนไม่จอแจมากนักเพราะอากาศภายนอกที่หนาวเย็นรวมทั้งหิมะที่โปรบปรายลงมาอย่างไม่ขาดสายยังคงไม่เบาบางลง ซีวอนเข็นรถเข็นขณะที่ร่างบางเลือกของ ฮยอกแจเล่าเรื่องของตัวเองให้ร่างสูงฟัง ขณะที่ซีวอนก็ทำตัวเป็นผู้ฟังที่ดี ลอบมองรอยยิ้มของคนตัวเล็กอยู่เงียบๆ

 

 

 

“คุณแม่ของฉันท่านชอบทำขนม และฉันก็เป็นเด็กติดแม่ตั้งแต่เล็ก จึงขลุกอยู่กับท่านตลอดตั้งแต่เล็กจนโต ก็เลยได้เรียนทำขนมกับท่านไปโดยอัตโนมัติ”

 

 

 

ว่าพลางหันมาส่งกระป๋องน้ำผลไม่สี่ห้ากระป๋องที่หอบมาเต็มอ้อมให้ร่างสูง ซีวอนยื่นมือมารับทำให้มือหนาสัมผัสกับมือของร่างบางที่เย็นเฉียบจนต้องขมวดคิ้ว

 

 

 

“และนอกจากนั้นนะ.......ทำอะไรน่ะซีวอน”

 

 

 

ปากบางเตรียมจะจ้อต่อก็ต้องหันมาถามเมื่อมือของตัวเองถูกกุมไว้จากคนข้างกาย ซีวอนเอามือตัวเองถูกับมือบางเบาๆก่อนจะกุมไว้แล้วซุกมันเข้ากระเป๋าเสื้อโคทของเขา

 

 

 

“มือนายเย็นมากเลย ขนาดอยู่ในตึกที่มีฮีตเตอร์นะ”

 

 

 

ร่างบางยิ้มน้อยๆกับการกระทำที่น่ารักเหลือเกิน มันน่าแปลกที่ความรู้สึกเย็นในตอนแรกกลับกลายเป็นความอบอุ่นที่บรรยายไม่ถูก ราวกับหัวใจดวงน้อยได้รับความอบอุ่น ที่มันไม่เคยได้สัมผัส

 

 

 

แต่ว่าความอบอุ่นนี้ มันจะอยู่กับเขาไปนานสักเท่าไร ถึงแม้จะยืนยันไปแล้วว่าจะไม่คิดใส่ใจกับเรื่องที่เคยเกิดขึ้น แต่มันก็เหมือนกับการหลาบจำ ที่ยังไม่อยากจะมีอะไรมาให้หนักหัวใจอีก กลัวว่าจะถลำมากเกินไป และจะต้องมาเริ่มต้นใหม่แบบนี้อีก

 

 

 

จะผิดไหม ถ้าจะยังไม่ขอเปิดประตูหัวใจ จนกว่าจะแน่ใจว่ามันจะไม่หวนมาซ้ำเติมแบบเดิมอีก ณ ตอนนี้ ก็อยากจะแค่ปล่อยให้ทุกสิ่งดำเนินไป ตามแต่ที่มันควรจะเป็น ตามแต่โชคชะตา จะเป็นตัวกำหนดให้มันเป็น

 

 

 

“ฮยอกแจ เป็นอะไรหรือเปล่า เงียบไป”

 

 

 

ซีวอนเอ่ยทักเมื่อคนตัวเล็กข้างกายเงียบไปเสียเฉยๆ

 

 

 

“อ๋อปะ...เปล่าน่ะ เดินต่อเถอะ”

 

 

 

“นายอยากได้อะไรอีกหรือเปล่า ทำอย่างอื่นด้วย เดี๋ยวฉันทำเอง เสร็จจากนี่ก็ไปเช่าหนังมาดูกัน เอาเป็นว่าเราจัดปาร์ตี้เล็กๆของเรากันไปเลย”

 

 

 

“เอาสิ ว่าไงก็ว่ากัน”

 

 

 

ทั้งสองเดินเลือกซื้อของอื่นๆโดยที่ฮยอกแจก็ต้องเดินเคียงข้างกับซีวอนไปแบบนั้นเพราะมือใหญ่ที่กอบกุมไว้ยังคงไม่ยอมปล่อย แม้จะไม่ได้ซุกมือบางเอาไว้ในเสื้อโคทแล้ว แต่ก็ยังคงกุมมือบางเอาไว้เฉยๆ ราวกับต้องการจะรับรู้ว่า คนตัวเล็กยังคงเดินเคียงข้างไปด้วยกันเสมอ

 

 

.

.

.

.

.

 

ภายในห้องครัวเต็มไปด้วยข้าวของมากมาย ฮยอกแจจัดการอยู่กับเค้ก ส่วนซีวอนก็จัดการกับพวกของที่เตรียมมาทำอาหารอื่นๆอยู่อีกฟากของเคานท์เตอร์ เสียงเพลงที่ร่างบางเปิดไว้บรรเลงเบาๆไปให้บรรยากาศผ่อนคลาย

 

 

 

ซีวอนเหลือบมองฮยอกแจที่ตั้งหน้าตั้งตาร่อนแป้งอยู่ ผ้ากันเปื้อนสีขาวลายหมีน้อยดูเข้ากับคนตัวเล็กอย่างประหลาด ฝุ่นแป้งที่รอยฟุ้งทำให้แก้มของร่างบางขาวไปทั้งสองข้าง เจ้าตัวยกมือขึ้นปาดออกหากนั้นก็ยิ่งทำให้มันเปื้อนเข้าไปใหญ่

 

 

 

“หน้าเปื้อนหมดแล้ว”

 

 

 

มือหนาเอื้อมไปเช็ดฝุ่นแป้งออกจากแก้มนวลทั้งสองข้าง ฮยอกแจยิ้มเก้อๆมองคนตรงหน้า แก้มขาวอมชมพูอย่างน่ารัก เอ่ยขอบคุณเสียงแผ่วแทบไม่ได้ยิน ซีวอนหัวเราะเบาๆ หันกลับไปจัดการส่วนของตัวเองต่อ แต่ก็ยังคงชวนร่างบางคุยไปเบาๆ

 

 

 

“นายรู้ไหม ว่าฉันรู้สึกเหมือนเราเป็นสามีภรรยากันเลย เหมือนว่าเรากำลังทำอาหารรอลูกๆกลับมาจากโรงเรียน ฮะฮะ”

 

 

 

ฮยอกแจเงยหน้าขึ้นมองคนที่ยังตั้งหน้าตั้งตาล้างผักอยู่ตาโต ก่อนเสียงหวานจะแหวออกไป

 

 

 

“พูดบ้าอะไรของนายเนี่ย ไอ้บ้าซีวอน”

 

 

 

แก้มขาวแดงเถือก ครึ่งยิ้มครึ่งบึ้งอยู่อย่างนั้น แต่คนตัวสูงกลับมองขำๆ

 

 

 

“ก็ไม่จริงหรอ คุณแม่กำลังทำเค้ก คุณพ่อกำลังช่วยคุณแม่เตรียมอาหารเย็น พอลูกๆกลับมา เราครอบครัวสุขสันต์ก็กินข้าวเย็นด้วยกัน ฮ่าๆ”

 

 

 

ส่งท้ายด้วยเสียงหัวเราะและดวงตาที่เป็นประกายที่ได้แกล้งร่างบาง  ฮยอกแจวางงานที่ทำ สองมือยกขึ้นท้าวเอวอย่างหมั่นเขี้ยวคนที่แกล้งเขาได้จริงจัง

 

 

 

“เงียบแล้วทำกับข้าวของนายไปเลย ไอ้บ้า มากวนประสาทกันอยู่ได้”

 

 

 

จริงๆแล้วกวนใจกันมากกว่า เพราะว่าตอนนี้ใจมันกำลังเต้นรัวไปหมดเพราะคำพูดหยอกๆของร่างสูง

 

 

 

“ครับ......คุณภรรยาดุจังเลย”

 

 

 

“ซีวอน!!!!

 

 

 

“ครับ  เงียบแล้ว”

 

 

 

ซีวอนร้องกลับไปทันทีที่ร่างบางเรียกชื่อตัวเอง กลั้นขำหน้าแดงที่แกล้งให้ฮยอกแจต้องเขินปนโกรธได้ ร่างบางได้แต่บ่นเบาๆอยู่คนเดียว แก้มนวลแดงกล่ำอย่างห้ามไม่อยู่ ไม่รู้ว่าเพราะเขินหรือโกรธกันแน่

 

 

 

เวลาผ่านไป เจ้าเค้กก้อนโตก็ส่งกลิ่นหอมฉุยออกมาจากเตาอบ ร่างบางบรรจงลงเนื้อครีมบนเนื้อขนมปังอย่างช้าๆ ส่วนซีวอนที่เสร็จในส่วนของตัวเองก็มานั่งท้าวคางมองร่างบางอยู่เงียบๆ

 

 

 

“ส่วนของเนื้อเค้กกับครีมเสร็จแล้ว เหลือแต่ตกแต่ง แต่เดี๋ยวค่อยทำก็แล้วกัน หิวข้าวจะตายอยู่แล้ว”

 

 

 

ฮยอกแจยิ้มภูมิใจกับผลงานของตัวเอง ซีวอนเดินมายืนข้างๆ กลิ่นหอมอ่อนๆที่ไม่รู้ว่ามาจากเค้กหรือว่าคนทำกันแน่ลอยมาแตะจมูก

 

 

 

“ตัวนายกลิ่นเหมือนขนมเลย.....”

 

 

 

เสียงกระซิบแผ่วเบาที่ริมหูทำให้คนตัวเล็กซะดุ้งเพราะความใกล้ที่สัมผัสได้จากลมหายใจที่เป่ารด หันไปมองคนขี้แกล้งอย่างเอือมๆ หากยังคงอมยิ้มในใบหน้า

 

 

 

“อะไรของนายเล่า พูดมากจริงๆเลยวันนี้น่ะ”

 

 

 

“ก็แค่บอกว่าตัวนายกลิ่นเหมือนขนมเอง ทำไมต้องหน้าแดง”

 

 

 

“ไม่ได้หน้าแดง ไปไกลๆเลยนะไอ้บ้า”

 

 

 

มือบางผลักอกแกร่ง เบี่ยงตัวไปหยิบจานข้าวมาจัดวางที่โต๊ะ ร่างสูงเดินมาพร้อมกับบ่นเบาๆ

 

 

 

“วันนี้เจอมาสามบ้าแล้วนะ เรียกอย่างอื่นบ้างสิ”

 

 

 

“ไม่ต้องมาพูดมากเลย มาช่วยกันจัดโต๊ะเลยซีวอน ไม่อย่างนั้นก็ไม่ต้องกิน”

 

 

 

“ครับ.....”

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

อาหารทุกอย่างถูกจัดวางบนโต๊ะอย่างพร้อมเพรียง ซีวอนกุลีกุจอไปดึงเก้าอี้ออกมาให้คนตัวเล็ก บริการเต็มที่

 

 

 

“เชิญนั่งเลยครับ จะรับอะไรเป็นเครื่องดื่มดีครับ กระผมจะไปจัดการให้ทันที”

 

 

 

ฮยอกแจมองร่างสูงขำๆ ดีดเบาๆที่ปลายจมูกโด่งของคนขี้แกล้ง ไม่เอ่ยอะไร เพียงแค่นั่งลงที่เก้าอี้ พอดีกับที่ซีวอนก็ดันเก้าอี้กลับเข้าไปให้ร่างเล็ก ลักยิ้มบุ๋มลึกข้างแก้มที่ยังคงแตะแต้มไม่จางหายบ่งบอกได้ชัดเจนถึงอารมณ์ของเจ้าตัว

 

 

 

ร่างบางจัดท่าจัดทาง หากแต่ก็แปลกใจที่ร่างสูงไม่เดินอ้อมกลับมานั่งที่ฝั่งตรงข้ามตนเสียที แต่แล้วอ้อมแขนที่โอบมาจากด้านหลังก็ทำให้ร่างบางต้องนิ่งไป

 

 

 

ซีวอนย่อตัวลงมา คางสากเกยอยู่กับไหล่บาง กระซิบเอื้อนเอ่ยถ้อยคำแผ่วเบา หากแต่หนักแน่นในตัวของมันเอง

 

 

 

“ตั้งแต่ฉันยังเด็ก ฤดูหนาวไม่เคยมีความสำคัญกับฉันเลยสักนิดเดียว มันทั้งน่าเบื่อ และดูหดหู่ด้วยซ้ำไป มองไปทางไหนก็มีเพียงแค่ความขาวโพลนที่ไม่สิ้นสุด หรืออาจจะเป็นเพราะมันทำให้ฉันรู้สึกเหงาโดยไม่รู้ตัวก็ได้ มันถึงทำให้ฉันไม่ชอบมัน”

 

 

 

“..........”

 

 

 

 

“แต่สำหรับตอนนี้ มันเปลี่ยนไปแล้ว ความเงียบเหงา หรือความรู้สึกว่ามันโดดเดี่ยว มันไม่มีอีกต่อไป เพราะในใจของฉันตอนนี้ มันได้แต่คิดคำนึงถึงคนคนหนึ่ง คิดถึงอยู่ตลอดเวลาว่าเขาจะเป็นอย่างไร จะหนาวไหม จะรู้สึกว่าโดดเดี่ยว อย่างที่ฉันรู้สึกหรือเปล่า และพอคิดถึงมากๆ ฉันก็ถึงได้รู้ว่า คนคนนั้นเริ่มที่จะเข้ามาเป็นเหมือนหนึ่งในสิ่งสำคัญของฉัน”

 

 

 

ฮยอกแจไม่ได้โง่จนแปลไม่ออก ว่าคนที่ร่างสูงพูดถึงนั้นหมายถึงใคร แต่จะให้เขาทำอะไรได้ นอกจากนั่งนิ่งอยู่ในอ้อมแขนของคนตัวใหญ่ อมยิ้มเล็กๆประดับบนแก้มขาวทั้งสองข้าง

 

 

 

“หน้าหนาวแบบนี้ บรรยากาศดีๆแบบนี้ หากมีใครสักคนที่รักและเข้าใจเรา และได้กอดเขาไว้แน่นๆแบบนี้ มันจะดีสักแค่ไหนกันนะ”

 

 

 

อ้อมแขนที่กระชับขึ้นกับความรู้สึกอุ่นซ่านที่ขมับด้านซ้ายทำให้ปรางนวลทั้งสองข้างขึ้นสีอย่างช่วยไม่ได้ ฮยอกแจเอียงหน้าขึ้นไปมองซีวอน อมยิ้มน้อยๆกับความน่ารักของร่างสูง แก้มขาวที่แดงอยู่แล้วยิ่งเข้มสีขึ้นยามได้สบตาคม

 

 

 

“ฮยอกแจ....ฉันจริงจังกับนายนะ ทุกๆอย่างที่ฉันทำ ไม้ได้เพียงแค่หยอกเล่น มันมาจากการควบคุมของหัวใจ ไม่ใช่สมอง”

 

 

 

ใบหน้าคมก้มลงมาช้าๆ และใกล้เข้ามาจนสัมผัสได้ถึงลมหายใจของกันและกัน ฮยอกแจได้แต่มองร่างสูงค้างก่อนดวงตาคู่เล็กจะหลับลงพร้อมกับความรู้สึกอุ่นนุ่มที่ริมฝีปาก

 

 

 

ซีวอนกดจูบแผ่วเบาที่ริมฝีปากนุ่มบดเบียดกลีบบางที่น่าหลงใหลอย่างเชื่องช้า ดูดดุนปากบางด้านบนเบาๆแบบนั้นซ้ำแล้วซ้ำเล่า ก่อนมือหนาช้อนท้ายทอยของร่างบางให้เงยขึ้นมากกว่าเดิม ปรับมุมองศาให้มอบจูบได้ถนัด ลิ้นร้อนเพียงแค่สัมผัสแผ่วเบาภายนอก หากแต่ก็เหมือนกับเป็นการเย้าแหย่ให้ฮยอกแจได้เคลิบเคลิ้มยิ่งไปกว่าเก่า

 

 

 

ซีวอนถอนจูบออกอย่างอ้อยอิ่ง รั้งร่างเล็กให้ลุกขึ้นยืน รั้งคนตัวเล็กเข้าหาตัวจนแนบชิด จมูกโด่งยังคงคลอเคลียไม่ห่าง จูบเบาๆที่มุมปากและลามเลยไปจูบย้ำที่กลีบหวานมันละเลื่อมนั้นอีกครั้ง ยิ่งจูบก็ยิ่งได้ใจ ยิ่งหลงใหลจนไม่อยากจะผละออก

 

 

 

การจูบที่ยาวนานแทบทำให้ฮยอกแจลมจับ ร่างบางทั้งขัดเขินหากก็ปฏิเสธไม่ได้ว่าจูบนั้นช่างแสนหวาน ซีวอนกอดคนตัวเล็กไว้แน่น จุมพิตที่ดวงตาคู่เล็กทั้งสองข้างของคนที่ยังคงหายใจไม่ปกติดีนัก แก้มขาวสองข้างที่แดงปลั่งเพราะเลือดอุ่นที่ฉีดพล่านยิ่งทำให้ร่างบางดูน่ารักเข้าไปใหญ่ ฮยอกแจลืมตาขึ้นมองร่างสูง หากแต่ก็ต้องหลุบตาต่ำลงเพราะตาคมคู่นั้นที่จ้องกลับมา ซีวอนเชยคางร่างบางให้เงยหน้าเพื่อสบตากัน

 

 

 

“เป็นแฟนกันนะ ฉันรักนาย”

 

 

 

ดวงตาคู่เล็กมีแววยิ้มอยู่ในนั้น แขนบางยกขึ้นโอบเอวหนาหากแต่ไม่ได้เอ่ยถ้อยคำใดเป็นการยืนยัน แต่สำหรับซีวอน แค่ไม่ปฏิเสธก็เพียงพอแล้ว...

 

 

 

ซีวอนกอดร่างบางแน่น ก้มลงจุมพิตแผ่วเบาที่กลุ่มผมนุ่ม ซึมซับความอบอุ่นของกันและกัน

 

 

 

ปลายฤดูหนาว.....ความเงียบเหงาแห่งกาลเวลากำลังจะหมดไป ความสดใสกำลังจะเข้ามา ช่วงเวลาของชีวิต ย่อมมีขึ้นมีลง ทั้งสุขทั้งทุกข์ปะปนกันไป

 

 

 

หนึ่งฤดูเหมือนกับเป็นหนึ่งบทเรียนที่เราต้องก้าวผ่านมันไปเพื่อนเข้าสู่บทเรียนใหม่ ถึงแม้จะเจอกับโจทย์ที่มันยากจนทำแทบไม่ได้ แต่สุดท้าย ยังไงเราก็จะดั้นด้นผ่านมันไปได้อยู่ดี

 

 

 

มองไปข้างหน้า อย่าหยุดอยู่กับที่ เชื่อมั่นเสมอว่า เราจะต้องพบเจอกับแสงตะวันที่สดใสเข้าสักวัน ตราบใดที่เรายังต่อสู้กับอุปสรรคที่เข้ามาด้วยใจที่เข้มแข็ง ไม่ว่ายังไง เราจะผ่านมันไปได้เอง

 

 

 

See You in Spring!!!!

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 2 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

137 ความคิดเห็น

  1. #135 หมอก_เมฆ (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 2 มกราคม 2556 / 20:44
    หวานมาก -/มองมดที่กำลังขึ้นคอม
    #135
    0
  2. #121 ae snoopy (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 24 มกราคม 2555 / 16:02


    ยังคงความหวานอย่างต่อเนื่อง
    #121
    0
  3. #113 Iove_suju_tvxq (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 25 ธันวาคม 2554 / 00:24
    โรมานซ์สุดๆ! >////////////<
    #113
    0
  4. #105 chanis407 (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 4 ธันวาคม 2554 / 10:02
    กร๊ากกกก....มเค้าอยากได้ฤดูหนาวแบบนี้มั่ง....อิอิ
    น่ารัก....เปนกำลังใจมห้นะคร้า.....
    #105
    0
  5. #92 sanphet (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 13 พฤศจิกายน 2554 / 15:44
    หวานอ่ะ
    วอนดูอบอุ่นมาก
    #92
    0
  6. #62 moonoi (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 27 กันยายน 2553 / 15:04
    อ๊ายยยยยย



    อบอุ่นมากๆอะ



    เป็นฤดูหนาวที่อบอุ่นที่สุดเลย
    #62
    0
  7. #50 piggy-oun (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 23 สิงหาคม 2553 / 22:05
    วอนฮยอก หวานกันอีกแล้วอ่ะ
    ฤดูหนาวที่แสนจะอบอุ่น จริง ๆ เลย
    #50
    0
  8. #29 vhan (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 23 กรกฎาคม 2553 / 22:38
    หวานจังงงงง เลยยย อิอิ

    โคตรรน่ารักอะ ชอบจัง

    อยากให้แต่งแนวครอบครัวจริงๆอ่า คงจะน่ารักแน่ๆๆเลย

    โหะๆๆๆ
    #29
    0
  9. #18 amiko (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 8 กรกฎาคม 2553 / 07:54
    วอนฮยอกหวานกันเกินไปนะเนี่ย

    ไม่สงสารคนโสดที่เข้ามาอ่านเลยนะ

    อิจฉาจริงๆนะ

    จะหาผู้ชายดีๆแบบนี้ได้ที่ไหนเนี่ย
    #18
    0
  10. #17 geejajaa (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 8 กรกฎาคม 2553 / 03:26
    โอ๊ย อ่านแล้วไม่เห็นรู้สึกว่าอยู่หน้าหนาว~

    หวานเยิ้ม อบอวลไปด้ววยรัก

    วอนทำเอาไก่ละลายไปเลย
    #17
    0
  11. #16 won_won (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 8 กรกฎาคม 2553 / 00:52
    หน้าหนาวที่แสนอบอุ่น
    ครอบครัวสุขสันต์จริงๆเลยอ่ะ
    ตกลงเหอะฮยอกแจ
    #16
    0