~Sweet WonHyuk Short Fiction~

ตอนที่ 6 : [SF] Series Loving Season - Autume

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,402
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 3 ครั้ง
    30 พ.ย. 54

Autumn: Change….





 

ฤดูใบไม้ร่วง...ฤดูนี้ทำให้คุณคิดถึงอะไร ความเงียบ ความเหงา ความเศร้า หรือจะเป็นอะไรก็ตามแต่ตามที่คุณอยากให้เป็น แต่สำหรับผมแล้ว มันเหมือนกับถึงเวลาที่จะต้องโละทิ้งความรู้สึกที่มันรกร้างข้างในใจเสียที

 

 

 



 

 

ณ สวนสาธารณะกลางกรุงใหญ่ที่มักจะคลาคล่ำไปด้วยผู้คนมากมายในยามเย็นเพราะความร่มรื่นของสภาพแวดล้อม อีกทั้งใกล้กับแหล่งพักอาศัยของคนทำงานที่เลือกที่จะอาศัยในเมืองเพื่อเลี่ยงปัญหาด้านการเดินทางในตอนเช้า

 

 

 

ลมแรงของฤดูใบไม้ร่วงพัดความเหลืองอร่ามของใบไม้ที่เริ่มร่วงโรยจากกิ่งก้านกระจัดกระจายไปทั่วบริเวณ ถึงเวลาแล้ว..ที่ต้นไม้น้อยใหญ่จะกำจัดเหล่าใบไม้ออกไป เตรียมรับการเปลี่ยนแปลงที่กำลังจะเข้ามา....

 

 

 

ร่างบอบบางสมส่วนนักพักเอาแรงหลังจากที่วิ่งออกกำลังกายมาแล้วรอบสวนสาธารณะ ปรางนวลทั้งสองข้างอมชมพูเพราะอุณหภูมิที่เพิ่มสูงในร่างกาย ไอพอดคู่ใจถูกเก็บให้เข้าที่ ก่อนมือบางจะคว้าขวดน้ำแร่ ออกก้าวเดินช้าๆ อย่างผ่อนคลาย และสำรวจที่ที่จะเป็นที่อยู่ใหม่ของเขา นับจากวันนี้ต่อไป

 

 

 

นี่เป็นครั้งแรกที่ผมย้ายที่อยู่ออกมาจากครอบครัว เหตุผลที่ผมต้องการย้ายที่อยู่นั้น มันก็แค่การโละทิ้งอะไรเก่าๆ ปรับเปลี่ยนอะไรที่มันไม่ใช่ของผม โละทิ้งมันไปเสียที

 

 

 

/ผมขอโทษนะ....แต่ผมเพิ่งจะรู้ตัว...ว่าต่อให้นานเท่าไร....ผมก็คงจะรักคุณไม่ได้   ที่ผมทำลงไป มันเพียงแค่ความคิดชั่ววูบที่อยากจะลืมใครคนนั้น   ที่แม้แต่วินาทีเดียว ผมก็ไม่สามารถที่จะลืมเขาได้  ผมขอโทษจริงๆ/

 

 

 

เจ็บ.....คำคำนี้ยังตราตรึงยามเมื่อคนคนนั้นเดินจากไป คำสารภาพที่ถ้าไม่พูดคงจะดีเสียกว่า คำสารภาพที่เมื่อได้รับรู้แล้วใจมันเจ็บราวกับมีตะปูนับสิบตอกเข้ามาในคราเดียว

 

 

 

ฟังดูง่าย   ที่เขาเพียงแค่เอ่ยขอโทษแล้วเดินจากไป ทั้งที่ก็คบกันมาร่วมปี แต่มันจะไม่ง่ายได้อย่างไร ในเมื่อแม้แต่เศษเสี้ยวของหัวใจเขา ก็คงไม่เคยได้ครอบครอง

 

 

 

แต่ผมก็ไม่ได้เลือกที่จะจมปลักอยู่กับมัน ถึงเลือกที่จะทำอย่างนั้น เขาก็ไม่มีทางที่จะกลับมา สู้ก้าวเดินต่อ ดำเนินชีวิตอย่างที่ควรจะเป็น ถึงแม้จะมีบ้างที่มันจะรู้สึกเสียสมดุลที่ไม่มีเขาคนนั้น หากแต่ก็มั่นใจ ว่าทุกวันที่ผ่านไป จะเป็นตัวเยียวยา ให้ชีวิตกลับมามั่นคงดังเดิม

 

 

 

 

 

 

 

ร่างบางเดินเข้าภายในตัวตึกของคอนโดใหม่ที่ตัวเองเพิ่งจะย้ายเข้ามา สิ่งแวดล้อมที่แปลกไป ผู้คนที่แปลกไป อะไรๆคงจะดีขึ้นสำหรับชีวิตของเขา

 

 

ฮยอกแจส่งยิ้มให้กับพนักงานที่เคาน์เตอร์ด้านล่างก่อนจะหันไปเห็นประตูลิฟต์ที่กำลังจะปิดลง ร่างบางส่งเสียงไว้ได้ทันก่อนที่มันจะปิดสนิท

 

 

 

“อ๊ะ.....รอด้วยครับ”

 

 

 

ฮยอกแจส่งยิ้มให้กับคนที่รั้งประดูลิฟต์ไว้ให้อย่างขอบคุณ

 

 

 

“ชั้นไหนครับ”

 

 

 

12A ครับ”

 

 

 

ฮยอกแจเอ่ยตอบไปหากแต่ชั้นของตนถูกกดไว้อยู่แล้ว จึงไม่ได้ใส่ใจอะไรอีก เจ้ากล่องเหล็กเคลื่อนตัวขึ้นช้าๆ ผู้คนทยอยกันลงไป และเพราะว่าชั้นสุดท้ายที่คนกลุ่มสุดท้ายลงยกเว้นเขากับผู้ชายอีกคนลงไปคือชั้นสี่ ความเงียบจึงเข้าครอบคลุมบรรยากาศทั้งมวล

 

 

 

“ย้ายเข้าใหม่หรือครับ ไม่เคยเห็นหน้าคุณมาก่อน”

 

 

 

คนตัวสูงเปิดประเด็นอย่างเป็นมิตร

 

 

 

“ครับ....ย้ายมาอาทิตย์ก่อน เพิ่งจะมีโอกาสได้ไปออกกำลังกายที่สวนก็วันนี้”

 

 

 

ฮยอกแจเอ่ยตอบหากแต่ก็คิดในใจว่าคนคนนี้พูดราวกับรู้จักทุกคนที่พักอยู่ที่นี่อย่างนั้น

 

 

 

เสียงลิฟต์ที่บ่งบอกว่าเจ้ากล่องสี่เหลี่ยมนี่ถึงที่หมายแล้วทำให้ทั้งสองคนไหวตัว ก้าวออกจากลิฟต์ตัวเขื่องพร้อมๆกัน ก่อนทั้งทั้งสองจะมุ่งหน้าไปในส่วนขวาของตึกทั้งคู่

 

 

 

“คุณพักฝั่งขวาเหมือนกันหรอครับ”

 

 

 

คนตัวสูงยังคงชวนคุยอย่างมีมิตรไมตรี

 

 

 

“ครับ”

 

 

 

ฮยอกแจตอบสั้นๆ ยังคงก้าวเดินต่อไป มุ่งหน้าสู่ห้องพักโดยที่ไม่ได้หันมาสนใจคนอัธยาศัยดีข้างๆตัวนัก  พลางคิดในใจว่าหากไม่ได้ฝั่งนี้แล้วจะมาเดินอยู่ฝั่งนี้ทำไม - -;

 

 

“ผมก็พักชั้นนี้เหมือนกัน คุณอยู่ห้องไหนหรอครับ”

 

 

 

พ่อคนช่างพูดทำหน้าตาดีใจเสียเต็มประดา เมื่อรู้ว่าเขาอยู่ชั้นเดียวกับพ่อคุณเข้า ซึ่งฮยอกแจก็ไม่เข้าใจว่าดีใจอะไรกันนักหนา แต่ก็ไม่ได้ถือเป็นเรื่องใส่ใจอะไร ดีกว่าไม่มีเพื่อนคุย

 

 

 

“ห้องแปดครับ

 

 

 

เอ่ยตอบเมื่อหยุดยืนที่หน้าห้อง 1208A ส่งยิ้มให้นิดๆก่อนเตรียมตัวหันไปไขประตูห้องหากแต่คนด้านหลังเอ่ยทักไว้เสียก่อน

 

 

 

“ผมซีวอนครับ เชว ซีวอน ยินดีที่ได้รู้จัก ผมอยู่ห้องสิบนี่เอง”

 

 

 

มือหนายื่นมาให้อย่างเป็นมิตร ฮยอกแจยิ้มรับ เอ่ยทักการเปลี่ยนแปลงครั้งใหม่ ในสถานที่ใหม่แห่งนี้

 

 

 

“ผมลีฮยอกแจครับ ยินดีที่ได้รู้จักเช่นกัน”

 

 

 

เพื่อนคนใหม่......กับสถานที่ใหม่......

.

.

.

.

.

.

.

.

.

.

.

.

.

RRrrRRRrrrrrRRrrrr

 

 

 

 

เสียงเพลงที่ร่างบางในรถเปลี่ยนเป็นเสียงดังของเจ้าเครื่องมือสื่อสารที่ถูกติดตั้งไว้ในรถ มือบางกดปุ่มรับสาย เสียงหวานตอบกลับไปโดยไม่ได้ละสายตาจากถนนตรงหน้า

 

 

 

“ยอบูเซโย”

 

 

 

“ฮยอกแจ นี่พี่อีทึกนะ พี่โทรมาเตือนว่าวันนี้เรามีพรีเซนท์โปรเจคท์ใหม่ของบริษัทนะ”

 

 

 

“ครับพี่ ผมกำลังจะถึงบริษัทแล้ว อยู่ในลานจอดรถแล้วครับ”

 

 

 

ส่งเสียงตอบพี่ชายตาสวยร่มโปรเจคพลางเลี้ยวรถเข้าลานจอดรถของอาคารใหญ่ ในส่วนของ reserved parking spot ที่มีป้ายเขียนกำกับเลขทะเบียนและชื่อเจ้าของ

 

 

 

ลี ฮยอกแจ

กรรมการผู้จัดการ

.

.

.

.

.

.

.

.

.

.

ร่างเพรียวก้าวอย่างรีบร้อนจนดูเป็นการวิ่งเหยาะๆเข้าสู่ห้องทำงาน เป็นเพราะว่ากะเวลาไม่ถูกในการออกจากคอนโดมาที่ทำงาน

 

 

 

ไม่ใช่ว่าเป็นวันแรกในการทำงาน หากแต่มันเป็นวันแรกของการเริ่มต้นชีวิตหลังการ โละทิ้ง ครั้งใหญ่ต่างหาก

 

 

 

“มาแล้วครับ มาแล้ว รู้ว่าสาย แต่ยังดีกว่าไม่มานะ”

 

 

 

ส่งยิ้มแหยๆไปให้พี่ชายร่วมงานอย่างสำนึกผิด พร้อมส่งหอบแฟ้มงานให้เลขาอีกคน

 

 

 

“พูดดีไปเถอะเรา  อืมฮยอกแจ วันนี้คุณลุงจะไม่มานะ ท่านบินไปอเมริกาด่วนเมื่อเช้านี้”

 

 

 

“คุณพ่อไปทำอะไรกัน ไม่เห็นรู้ว่ามีงานเข้ามา”

 

 

 

พูดพลางถอดเสื้อสูทออกพาดไว้กับโต๊ะตัวใหญ่ เหลือเพียงเสื้อเชิ้ตสีชมพูอ่อนแล้วจัดการปลดกระดุม พับแขนเสื้อขึ้นมาเล็กน้อย หันไปส่งยิ้มหวานให้อีทึกอีกครั้งยามถูกมองเรื่องการแต่งตัว

 

 

 

“ไม่ต้องทำหน้าเป็นครูระเบียบกวดขันการแต่งตัวหรอกพี่อีทึก ผมรู้ว่าท่านจังฮยองท่านไม่ถือ”

 

 

 

“ว่าไงก็ว่าตามกัน”

.

.

.

.

.

ฮยอกแจก้าวเข้าห้องประชุมมาพร้อมด้วยรอยยิ้มใสบนใบหน้า เอ่ยต้อนรับทุกคนอย่างเป็นกันเอง เหตุผลที่ฮยอกแจไม่ได้ทำตัวเป็นพิธีรีตองนักไม่ใช่เพราะตนเป็นลูกเจ้าของหากแต่เพราะนิสัยส่วนตัวที่มีความเป็นกันเองกับทุกคน ไม่ว่าบุคคลนั้นจะเป็นเพียงพนักงานธรรมดาหรือว่าใคร  ร่างบางก็ทักทายอย่างเท่าเทียม

 

 

 

“สวัสดีครับ ผมขอโทษด้วยครับที่เข้ามาสาย”

 

 

 

ฮยอกแจมองไปที่ทุกคนอย่างทั่วๆ ท่านจังฮยองนั่งอยู่ที่หัวโต๊ะ ส่วนผู้จัดการแผนกต่างๆก็นั่งกันตามลำดับไป หากแต่ร่างบางก็ต้องสะดุดเข้ากับแขกหน้าใหม่ของวันนี้ คิ้วงามขมวดเข้าอย่างสงสัยหากแต่ยังไม่ได้เอ่ยถามออกไป

 

 

 

“ไม่เป็นไรฮยอกแจ เรามันคนกันเอง แล้วนี่ทุกคนก็เพิ่งเข้ามาแล้วนั่งลงได้ยังไม่ทันถึงนาทีเลย ไม่ต้องคิดอะไรมาก แล้วก็อาอยากจะแนะนำลูกชายอาเสียหน่อย ฮยอกแจนี่ซีวอน ซีวอนนั่นลีฮยอกแจ กรรมการผู้จัดการและลูกชายคนเดียวของมินซูพรอพเพอร์ตี้

 

 

 

ฮยอกแจโค้งตัวน้อยๆในขณะที่ซีวอนก็ยืนขึ้นแล้วโค้งตัวให้เช่นกัน รอยยิ้มเป็นมิตรเหมือนวันที่เจอกันยังคงส่งมาให้เหมือนเดิม เมื่อการแนะนำอย่างคร่าวๆผ่านไป เวลาของการทำงานก็มาถึง การประชุมดำเนินไปอย่างเคร่งเครียดตลอดครึ่งวันเช้า การถกเถียงกันถึงข้อดีข้อเสียของโปรเจคท์ทำให้เกิดการพัฒนาที่ดียิ่งขึ้น นั่นคือนโยบายของบริษัท

 

 

 

 

เมื่อการประชุมจบลงก็เที่ยงวันเข้าไปแล้ว ทุกคนต่างก็เหนื่อยล้ากันหมด ต่างแยกย้ายกันออกไปพักเที่ยง รวมทั้งอีทึกและฮยอกแจที่รวบรวมของพรีเซนท์งานเตรียมตัวออกไปทานข้าวกัน

 

 

 

“ฮยอกแจ เป็นอย่างไรบ้างเรา ไม่ได้เจอนานเลยนะ สี่ห้าเดือนได้ล่ะมัง”

 

 

จังฮยอนเดินมาหยุดยืนคุยกับร่างบางที่คุ้นเคยกันดี

 

 

“ผมก็สบายดีเหมือนเดิมครับ ไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง คุณอาล่ะครับ”

 

 

“อาก็เหมือนเดิมนั่นล่ะติดตรงที่มันแก่ขึ้นทุกวัน หึหึ ว่าแต่เราน่ะวันนี้ไปทานข้าวด้วยกันสิ  จะได้คุยกันยาวหน่อย แล้วก็ไปรถอานี่ล่ะ เดี๋ยวอาย้อนกลับมาส่ง”

 

 

“ครับ พี่อีทึกจะไปด้วยกันไหม”

 

 

ฮยอกแจหันไปถามอีทึกโดยไม่ต้องเอ่ยขอจังฮยอนให้เสียเวลา เนื่องจากรู้ว่าท่านไม่เกี่ยงแน่นอน

 

 

“วันนี้ต้องขอตัวล่ะฮยอกแจ คังอินไม่สบายตั้งแต่อาทิตย์ที่แล้วยังไม่หายเลย พี่ต้องกลับคอนโดน่ะ แต่ขอบคุณมาก เอาไว้เจอกันหลังพักแล้วกัน”

 

 

“ครับ”

.

.

.

.

.

.

.”ว่าแต่เรานี่หายไปไหนมาเสียสี่ห้าเดือน อาเข้ามาออกจะบ่อยก็เจอแต่พ่อเรา ทุกทีนี่เห็นไม่เคยขาดงาน”

 

 

จังฮยอนถามอย่างสับหยอก เอ็นดูร่างบางเหมือนลูกเหมือนหลาน ฮยอกแจเป็นเด็กน่ารัก พูดจาฉอเลาะคล้ายเด็กผู้หญิงจนคนที่อยากมีลูกผู้หญิงแต่ได้ลูกชายอย่างเขาอดที่จะเอ็นดูเป็นพิเศษไม่ได้

 

 

“ผมเพิ่งจะกลับจากพักร้อนครั้งใหญ่น่ะครับ เพิ่งกลับมาได้เดือนเดียว แล้วช่วงเดือนที่แล้วก็ยุ่งเรื่องอื่นอยู่ เลยไม่ได้เข้ามาทำอะไรมากนัก คุณอาเลยไม่ได้เจอผม”

 

 

 

ฮยอกแจตอบยิ้มๆ แต่ตาก็ชำเลืองมองคนตัวสูงที่นั่งฝั่งเดียวกับจังฮยอน ร่างสูงเพียงแค่นั่งฟังเงียบๆเท่านั้น

 

 

 

“อืม นานๆพักซะบ้างก็ดีเหมือนกัน อาว่าจะหาเวลาพักอยู่บ้าง แต่ยังไม่กล้าทิ้งงานไป ยังไม่อยากวางให้ซีวอนมันคนเดียว มันเพิ่งกลับมาจากอเมริกาได้สี่ห้าเดือน เราเลยยังไม่เคยได้เจอมันล่ะมั้ง”

 

 

ฮยอกแจเหลือบมองซีวอนที่อมยิ้มในใบหน้า พูดปนหัวเราะน้อยๆ

 

 

“อันที่จริงแล้วผมกับซีวอนเคยเจอกันมาแล้วครั้งหนึ่งน่ะครับ เราพักคนโดเดียวกัน”

 

 

จังฮยอนมองหน้าลูกชายตัวเองและฮยอกแจก่อนจะทำหน้าเอือมๆ บ่นเบาๆให้คนรุ่นลูกต้องขำกันไป

 

 

“วันรุ่นสมัยนี้นี่มันยังไง รู้จักกันแล้วก็ไม่พูดสักคำ ให้เราแนะนำอยู่นั่น”

 

 

“ก็ไม่เชิงรู้จักแล้วหรอกครับพ่อ เพียงแต่เราได้คุยกันบ้างแล้วเท่านั้น”

 

 

 

ซีวอนตอบมาเบาๆ

 

 

 

“แล้วว่าแต่เราไปอยู่ทำไมคอนโด หรือว่าเหตุผลเดียวกับเจ้านี่อีกคน พวกชอบเปลี่ยนบรรยากาศแบบแปลกๆ”

 

 

 

 

“ก็ทำนองนั้นแหละครับอา”

 

 

 

จังฮยอนพูดอย่างขำๆ ส่ายหัวดิกกับทั้งลูกชายตัวเองและฮยอกแจที่ก็ไม่ต่างอะไรกับลูกหลาน

 

 

.

.

.

.

.

.

.

.

.

หลังจากวันที่ได้รู้จักกันอย่างเป็นทางการวันนั้น ซีวอนก็แวะเวียนมาที่ห้องของเขาเสมอ ทำตัวเหมือนเป็นเจ้าของห้องเข้าไปทุกที ร่างสูงจะมาชวนไปออกกำลังกายที่สวนฝั่งตรงข้ามบ้างล่ะ บางทีก็มาชวนไปฟิตเนสที่ชั้นบน แล้วหลังจากวันที่จังฮยอนทราบว่าฮยอกแจพักที่นี่ บัญชีค่าห้องของร่างบางก็ถูกสั่งปิดทันที เพราะทาวเวอร์นี้เป็นทาวเวอร์ในเครือของจังฮยอนพรอพเพอร์ตี้

 

 

ความเหงา หรือความเศร้าที่คิดว่าอาจจะมีบ้าง ไม่เคยได้ย่างกรายเข้ามาเลย เพราะว่าทุกวันก็ยุ่งอยู่กับงานกลับมาคอนโด ซีวอนก็มาเป็นเพื่อนคุยเสมอ

 

 

อาจจะดูว่ามันเร็วเกินไป

 

 

 

แต่ผมคิดว่า....สมดุลของผม มันกลับมาเกือบจะสมบูรณ์แล้วล่ะ

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ก๊อก! ก๊อก!

 

 

 

 

เสียงเคาะประตูทำให้ร่างบางรีบเดินออกมาเปิดประตูยิ้มๆ เวลานี้เป็นใครไปไม่ได้นอกจากซีวอน

 

 

 

“ตรงเวลาเชียวนะ เข้ามาก่อนสิ ฉันยังไม่ได้เปลี่ยนชุดเลย”

 

 

ซีวอนเดินเข้ามาทิ้งตัวลงที่โซปาตัวใหญ่ มองร่างบางที่เดินไปเดินมาในครัว

 

 

 

“วันนี้ทำไมนายสายล่ะ อยู่เคลียงานหรอ”

 

 

“งานน่ะนิดหน่อย แต่ไป เถลไถลมากับพี่อีทึกทั้งวันเลย” หันมาตอบพลางเดินมาท้าวแขนกับโซฟาคุย

 

 

“อืม ฉันจะมาบอกว่าวันนี้ลมข้างนอกแรงมากเลยนะ สังเกตหรือเปล่า มันใกล้จะเข้าฤดูหนาวเข้าไปทุกที ฉันว่าเปลี่ยนจากวิ่งในสวนไปออกกำลังกายในฟิตเนสแล้วไปว่ายน้ำกัน ฉันไปจองสระใหญ่มาแล้ว เอาน้ำส้มมาดื่มมั่ง”

 

 

พูดร่ายยาวก่อนจะจบลงด้วยการแย่งแก้วร่างบางไปดื่มต่อหน้าตาเฉย ฮยอกแจเลยได้แต่มองตาโตกับคนที่ไวได้ใจ

 

 

 

“มัวมาทำตาตี่โตอยู่นั่น ไปเปลี่ยนชุดเร็ว”

 

 

 

“แล้วนายเอาน้ำส้มฉันไปดื่มทำไมเล่าไอ้บ้า น้ำส้มมีอยู่เต็มตู้ไม่ลุกไปเอา”

 

 

 

บนพึมพำเบาๆเดินเข้าห้องไป

 

 

 

ความทรงจำ ยังไงก็ยังคือความทรงจำ ที่บางทีอยากจะลืมมันมากมายเท่าไหร่ ก็เหมือนมันติดแน่นเกินไปที่จะลืมเลือน ดื่มน้ำแก้วเดียวกัน คนคนเดียวที่เคยทำแบบนี้ก็มีเพียงเขา.....คนนั้น

 

 

 

ทำไมกันนะ.....

 

 

 

ทั้งที่คิดว่าจะลืม......

 

 

 

แต่มันยังคงติดอยู่ในความทรงจำ.....

 

 

 

ฉันควรจะทำอย่างไรดี.........

 

 

 

.

.

..

.

.

.

.

/JH Tower ชั้น 12A ห้อง 8  ขอบคุณมากๆครับคุณน้า/

 

 

 

มือหนาจดรายละเอียดที่เขาต้องการ ก่อนเอ่ยขอบคุณเสียงเบา มุ่งหน้าไปยังที่ที่เขาต้องไปให้ได้

 

.

.

.

.

.

.

.

.

ภายในห้องโถงกว้างขวางขนาดใหญ่ที่มีอุปกรณ์อำนวยความสำด้วยเพียบพร้อม ทั้งสระว่ายน้ำ ห้องซาวน์หน้า ห้องแต่งตัว รวมถึงห้องพักที่มีทีวีพร้อมสัพ ห้องทั้งห้องไม่มีคนอื่นเข้ามาว่ายน้ำออกกำลังกายเหมือนเคยเพราะว่าซีวอนมาจองไว้ทั้งห้อง

 

 

 

เสียงตูมใหญ่ดังมาจากด้านหลังเดาได้ว่าร่างสูงคงจะกระโจนลงสระไปเรียบร้อยแล้ว แต่ฮยอกแจยังคงนั่งเล่นอยู่ที่เก้าอี้นอนริมสระ  นังขัดสมาธิมองคนตัวสูงที่ว่ายเอาๆ

 

 

“ฮยอกแจ!! ลงมาสิ น้ำอุ่นมากเลย”

 

 

 

ลำแขนที่เต็มไปด้วยมัดกล้ามยกขึ้นกวักเรียกร่างบาง ฮยอกแจกะว่าจะนอนให้หายเหนื่อยจากการออกกำลังกายที่ฟิตเนสเสียก่อนแต่พอร่างสูงคะยั้นคะยอเข้าเลยต้องส่ายหัวกับอาการเอาแต่ใจของร่างสูงในน้ำนี่นัก พูดอย่างขำๆ

 

 

 

“นายก็ว่ายไปสิ จะมารอฉันทำไม”

 

 

 

ถึงจะพูดแบบนั้นแต่ก็ขยับตัวจากที่นอนริมสระ เสื้อยืดตัวบางถูกถอดออก ผิวขาวนวลที่โผล่พ้นเสื้อตัวโคล่งออกมาทำให้คนที่อยู่ในน้ำแทบคลั่ง ร่างบางดึงกางเกงขายาวที่ใส่ออกกำลังกายออกช้าๆ เผยขาวขาวเรียวที่ส่งให้ร่างบางยิ่งดูขาวกระจ่างเข้าไปใหญ่

 

 

ไม่รู้ว่านานเท่าไรที่เผลอจ้องมองคนตัวเล็กอย่างลืมตัว แต่คงจะนานพอที่จ้าตัวจะรู้สึกตัวว่าโดนจ้องมอง ร่างบางเรียกซีวอนเสียงเบา

 

 

 

“ซีวอน มีอะไรหรือเปล่า ตัวฉันมีอะไรติดตรงไหนหรือไง”

 

 

 

“อ่ะ...อ๋อ  เปล่า ก็แค่คิดว่านายตัวเล็กจัง” และก็ขาวมากเท่านั้นเอง ซีวอนต่อประโยคในใจ

 

 

 

“ไม่เห็นจะเล็ก ฉันก็ตัวเท่านี้มาตั้งนานแล้ว”

 

 

 

ร่างบางยังคงเถียงข้างๆคูๆอยู่แบบนั้น กล้าดียังไงกันมาว่าเขาตัวเล็ก

 

 

 

“ก็นั่นแหละ เอาเถอะ ว่าแต่ มาแข่งว่ายน้ำกันเอาไหม”

 

 

 

“แน่ใจหรอ....ฉันเป็นถึงแชมป์เหรียญทองว่ายน้ำแห่งชั้นมัธยมปลายปีสองเลยนะ” (น่าคุยมากเลยคุณลูกขา - -;)

 

 

 

ร่างบางพูดอย่างอวดๆ หย่อนตัวลงน้ำมาช้าๆ และเพราะคำพูดของคนตัวเล็กตรงหน้า ซีวอนเลยปล่อยพรืดหัวเราะออกมาเบาๆ

 

 

 

“น่ากลัวจังเลย แต่อยากจะขอท้าทายฝีมือแชมป์เหรียญทองว่ายน้ำแห่งมัธยมปลายปีสองเสียหน่อย น่ากลัวจะแพ้จริงๆเลยนะเนี่ย”

 

 

 

ว่าแล้วการแข็งว่ายน้ำตลอดแนวความยาวของสระก็เริ่มขึ้น เมื่อสรีระทางร่างกายที่แตกต่างกัน คนตัวเล็กดูเหมือนจะเสียเปรียบอยู่ทุกรอบการว่าย แต่ใช่ว่ามันจะเป็นกฎตายตัว หากแต่ว่าครั้งนี้ ยังไงคนตัวเล็กก็ดูเหมือนจะแพ้ความอึดของร่างสูงอยู่ดี

 

 

 

ทำไมถึงบอกว่าแพ้ความอึด ก็เพราะว่าพอฮยอกแจว่ายแพ้ในหนึ่งรอบ ก็ไม่ยอมจะว่ายอีกครั้ง และอีกครั้ง และอีกครั้งเพื่อต้องการจะเอาชนะให้ได้ หากแต่หลายๆรอบเข้า ร่างบางก็หมดแรงที่ว่ายต่อ ไปเกาะนิ่งอยู่ที่ขอบสระ งอนร่างสูงไปเสียเฉยๆ คนบ้าอะไรก็ไม่รู้ อึดชะมัด

 

 

 

“แชมป์เหรียญทองหมดแรงแล้วหรอครับ”

 

 

 

ซีวอนตะโกนข้ามมาจากอีกฟากของสระ

 

 

 

“ไม่ต้องมาพูดดีเลย ยอมกันหน่อยก็ไม่ได้”

 

 

 

แก้มขาวนวลแดงกล่ำเพราะเลือดอุ่นที่ฉีดพล่านไปทั่วจากการหายใจหอบฉี่ ฮยอกแจพูดออกไปไม่ยอมหันไปมองคนที่ตัวเองทำใจยอมรับไม่ได้ว่าแพ้เขา ยังคงหายใจเอาอากาศเข้าปอดให้เต็มที่อยู่อย่างนั้น

 

 

 

“อย่างอนเลยนะ  เดี๋ยวคราวหน้ายอมให้ก็ได้”

 

 

 

ซีวอนกระซิบชิดริมหูแผ่วเบา ฮยอกแจสะดุ้งพลิกตัวกะทันหันมาปะทะเข้ากับอกแกร่งอย่างจัง เพราะความใกล้ทำให้รู้สึกถึงความร้อนของร่างกายที่แผ่ออกมาเพราะความเหนื่อย ดวงตาคู่เล็กราวกับถูกสะกดให้จ้องลึกเข้าไปในตาของอีกฝ่าย

 

 

 

เหมือนกับมีแรงบางอย่างมาตรึงร่างบางให้อยู่นิ่งแบบนั้น ใบหน้าคมเคลื่อนเข้าหาช้าๆ จนใกล้แค่ลมหายใจเป่ารด ช่องว่างลดลงทีละนิดจนแนบชิดลงในที่สุด

 

 

 

ซีวอนประทับจุมพิตแผ่วเบาที่ริมฝีปากอ่อนนุ่ม เคลื่อนริมฝีปากไปช้าๆราวกลับกลัวว่าจะทำให้กลีบดอกไม้นี้บอบช้ำ ดวงตาคู่เล็กหลับพริ้มลงโดยไม่รู้ตัว

 

 

 

มือหนาอ้อมไปโอบเอวบางใต้น้ำ รั้งร่างบางให้เข้ามาแนบชิดมากกว่าเดิม ปากเรียวหยอกล้อแผ่วเบาหากแต่ก็ไม่ได้ล่วงล้ำเข้าไปมากมาย ก่อนจะตัดใจถอนปากออกช้าๆ กลีบปากสีอมชมพูบวมแดงนิดๆเพราะการจูบ แก้มขาวนวลที่ปกติก็อมชมพูอยู่แล้วตอนนี้สีเข้มมากขึ้นไปอีก ร่างบางหายใจหอบถี่เพราะอากาศโดนสูบไปเสียหมด ยังไม่แม้แต่จะมองหน้าร่างสูงที่มาขโมยจูบเขาไปต่อหน้าต่อตา อาการของร่างบางทำให้ซีวอนยิ้มนิดๆ ยังคงโอบรั้งร่างบางไม่ยอมปล่อย เอ่ยแซวคนตรงหน้าเสียงเบาอย่างล้อๆ

 

 

 

“นี่ขนาดไม่ใช่ดีพคิสนะเนี่ย”

 

 

 

“บ้า!  ฉันจะขึ้นแล้ว ปล่อย”

 

 

 

มือบางยันอกแกร่งกำยำนั้นเบาๆ ซึ่งซีวอนก็ปล่อยให้คนตัวเล็กขึ้นจากสระไปพร้อมกับตัวเองก็ตามไปติดๆ

.

.

.

.

.

.

“นี่.....อย่าเดินหนีกันสิ รอด้วย”

 

 

 

ซีวอนวิ่งตามคนตัวเล็กที่เอาแต่เดินดุ่มๆไปไม่ยอมรอ คว้ามือบางเอาไว้ได้และเดินไปพร้อมๆกัน

 

 

 

“เป็นอะไร  โกรธหรอ  ขอโทษนะ”

 

 

 

“เปล่า” 

 

 

 

เสียงที่ดังออกมาเบาๆกับอมยิ้มน้อยๆทำให้ซีวอนใจชื้นขึ้นมาได้ ฮยอกแจไม่ได้โกรธ ไม่ได้แง่งอนอะไรทั้งนั้น หากแต่มันก็อดที่จะเขินลึกๆไม่ได้ ก็เพิ่งโดนจูบมานี่นะ

 

 

 

“ไปกินอะไรกันไหม เดี๋ยวฉันทำให้กิน ฉันเป็นลูกมือคนเก่งของคุณนายแห่งตระกูลเชวเลยนะ”

 

 

 

“อืม..”

 

 

 

ฮยอกแจเพียงแค่ส่งเสียงในลำคอตอบกลับไป ยังคงไม่ยอมมองหน้าร่างสูงเต็มตานัก

 

 

 

“ทำไมตอบน้อยจังเลยล่ะ หรือว่า.....จูบนั้นมันขโมยฮยอกแจคนเก่งไปซะแล้ว สงสัยต้องจูบอีกทีถึงจะได้คืนมาใช่ไหมเนี่ย”

 

 

 

ว่าจบก็ทำท่าจะคว้าคนตัวบางเข้าหาตัว หากแต่ร่างบางก็แหวไว้เสียก่อน

 

 

 

“ไม่ต้องเลย!! ไม่เอา จะไปก็ไปสิ หิวจนไส้จะขาดอยู่แล้ว”

 

 

 

ฮยอกแจเลยได้แต่พูดกลบเกลื่อนความเขินไปตามระเบียบ เรียกรอยยิ้มเอ็นดูจากซีวอนได้ดีนักหนา มือหนากุมมืองบางเอาไว้ จูงมือเดินไปด้วยกันไม่ยอมปล่อย และดูเหมือนเจ้าของมือเองก็ไม่ได้ใส่ใจว่าถูกกุมไว้เช่นกัน(เพราะว่ามันมัวแต่เขินอะจิ =.,=)

 

.

.

.

.

.

.

.

.

.

พอถึงชั้น 12A ฮยอกแจก็ว่าจะแยกเข้าห้องเพื่อเอาชุดว่ายน้ำไปตากเสียก่อนแล้วค่อยตามซีวอนไปที่ห้อง หากแต่ว่าร่างของใครบางคนที่ยืนรออยู่หน้าห้องก็ทำให้ฮยอกแจต้องแปลกใจ ที่ เขา กลับมา

 

 

 

“ฮันคยอง...”

 

 

 

และดูเหมือนว่าเจ้าของชื่อจะรออยู่ก่อนนานแล้ว อาการที่ดีใจที่เห็นร่างบางถูกแสดงออกอย่างเด่นชัด หากแต่มันกลับตรงกันข้ามกับฮยอกแจ มันไม่มีอะไรให้อ่านได้จากร่างบาง

 

 

 

“ฮยอก...”

 

 

 

“นายมาทำอะไร”

 

 

 

เสียงนุ่มที่เรียกชื่อถูกขัดจังหวะโดยเจ้าของชื่อเอง นิ่งและเรียบราบกับถูกเปล่งออกมาจากร่างที่ไร้ซึ่งความรู้สึก

 

 

 

“ฉัน.....”

 

 

 

ชายหนุ่มมองไปที่ซีวอนที่ยืนอยู่เคียงข้างร่างบางก่อนจะมองมาที่ร่างบางอีกครั้ง เหมือนเป็นการส่งสัญญาณว่าต้องการคุยเพียงสองคนกับร่างบาง

 

 

 

“ฉันเข้าห้องก่อนได้นะ”

 

 

 

ซีวอนเอ่ยเสียงเบา ทำท่าจะผละไปหากแต่มือบางที่เย็นเฉียบกลับคว้าข้อมือหนาเอาไว้

 

 

 

“ไม่เป็นไรหรอก ฉันไม่มีความลับอะไร”

 

 

 

ส่งยิ้มน้อยๆให้ซีวอน มองกลับไปที่ชายหนุ่มอีกคน ด้วยสายตาที่ต่างออกไป ฮันคยองถอนหายใจเบาๆ เอ่ยเสียงเบา

 

 

 

“ฉัน จะมาขอโทษ ขอโทษอย่างที่สุด ที่ทำแบบนั้นกับนาย ที่ทิ้งนายไป....ง่ายๆแบบนั้น   ทั้งๆที่....ทั้งๆที่เราก็คบกันมา นาน...นานมากๆ เกือบปี ฉันมะ...”

 

 

 

“พอเถอะ มันเป็นอดีตไปแล้วล่ะ มันคือการตัดสินใจของนาย มันคือสิ่งที่นายเลือกจะทำ ฉันไม่ได้ทักได้ท้วงอะไร พูดจริงๆคือไม่มีโอกาสได้ทำมันต่างหาก แต่อย่าเข้าใจผิดนะ นั่นไม่ได้หมายความว่าฉันพร่ำภาวนาให้นายกลับมาเหมือนกัน”

 

 

 

ฮยอกแจจ้องมองคนตรงหน้าที่ก็จ้องตากลับมาด้วยดวงตาที่เจ็บปวด มือบางสั่นน้อยๆจนซีวอนต้องกุมแน่น บีบมันเบาๆอย่างให้กำลังใจ

 

 

 

“ฟังนะ อะไรที่พูดไปแล้ว ก็เสียไปแล้ว เรียกร้องมันกลับคืนมาไม่ได้หรอก เหมือนกับใบไม้ ที่ร่วงแล้ว ก็ร่วงเลย ใช่ที่ว่ามันจะเติบโตขึ้นมาใหม่ เมื่อเวลาผ่านไป แต่สำหรับฉัน ความสัมพันธ์ของเรา เปลี่ยนแล้ว ก็เปลี่ยนเลย ไม่มีทางที่จะกลับมาเป็นแบบเดิม และไม่มีทางที่จะสร้างมันขึ้นมาใหม่ได้อีก ความรักของฉัน มันตั้งอยู่บนความมั่นคง จริงจัง และเชื่อมั่น หากนั่นไม่ใช่สิ่งที่นายทำได้ และไม่เคยคิดจะทำ เรา ก็คงไม่ใช่อะไรที่เกิดมาคู่กัน....”

 

 

 

“.............”

 

 

 

“ลืมมันซะ ฮันคยอง ปล่อยมันไปกับใบไม้ที่ร่วงโรย อย่าคิดถึงมันอีก เพราะว่าฉันก็จะทำแบบนั้นเหมือนกัน”

 

 

 

จบประโยคลงด้วยการเคลื่อนตัวไปยืนชิดกำแพง บ่งบอกอย่างเด่นชัดว่าต้องการให้ชายหนุ่มไป และเมื่อทุกอย่างถูกพูดออกไป น้ำใสๆก็ไหลออกมาอย่าห้ามไม่ได้

 

 

 

ร้องไห้......เพราะไม่ได้รู้สึกกดดันกับมันอีกต่อไป

 

 

 

ร้องไห้......เพราะความอดทนมันมีขีดจำกัด เพราะต้องมาแบกรับ กับอะไรที่ไม่ได้ทำ

 

 

 

หากแต่มัน ไม่ได้มาจากความเสียใจ.....จบเสียที ลี ฮยอกแจ มันจบลงอย่างสมบูรณ์

 

 

 

ซีวอนรั้งร่างบางๆเข้าหาตัว โอบกอดร่างบาง จูบซับน้ำตาที่ดวงตาคู่เล็ก มือหนึ่งยังคงกุมมือร่างบางไม่ปล่อย อีกมือก็โอบกระชับร่างบางเข้าหาตัว

 

 

 

“ฉันไม่ได้เสียใจ เพียงแค่รู้สึกโล่งใจ และเหนื่อยกับอะไรที่มันกดทับฉันไว้ก่อนหน้านี้”

 

 

 

“ร้องมาเถอะ เวลาฉันเหนื่อย ฉันก็ร้องไห้เหมือนกัน มันเป็นอะไรที่เราควบคุมมันไม่ได้ตลอดหรอก บางทีส่วนประกอบในร่างกายของนาย ที่เรียกว่าหัวใจ ก็ต้องการเวลาพักผ่อนหย่อนใจเหมือนกัน ให้เวลามันหน่อย แล้วมันจะกลับมาสดใสเหมือนที่นายก็จะกลับมาสดใสเหมือนกัน”

 

 

 

ฮยอกแจกอดตอบซีวอนแน่น รู้สึกขอบคุณอย่างถึงที่สุด อาจจะถูกอย่างที่ร่างสูงว่า ให้เวลากับหัวใจได้พักผ่อน สักพัก ทุกอย่างก็คงจะดีขึ้นเอง

 

 

 

 

ฤดูใบไม้ร่วงกำลังจะผ่านไป เหมือนกับชีวิตที่จะต้องดำเนินไป ปลิดทิ้งความสิ้นหวัง ผิดหวัง ทิ้งมันไปกับใบไม้ที่ร่วงโรย ปล่อยลมหนาวที่กำลังจะเข้ามา พัดมันไป พัดไปให้ไกลตลอดกาล แม้ว่าความหนาวจะเข้ามาเยือนหลังจากนี้ แต่ก็มั่นใจ ว่าหัวใจดวงนี้จะต่อสู้กับมันได้ ด้วยกำลังกายและใจที่เต็มเปี่ยม......

 

 

 

 

See you in Winter…….

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 3 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

137 ความคิดเห็น

  1. #120 ae snoopy (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 24 มกราคม 2555 / 12:45


    ฮยอกเข้มแข็งไว้นะ
    #120
    0
  2. #104 chanis407 (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 4 ธันวาคม 2554 / 09:55
    เรื่องนี้ชอบวอนอ่ะ...ดูอบอุ่นๆ ขี้เล่น ฮ่าๆ แต่ฮันบังอาจมาทำกับฮยอกแบบนี้....
    #104
    0
  3. #91 sanphet (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 13 พฤศจิกายน 2554 / 15:24
    ก็นะ ฮันทำแบบนั้นกับฮยอกก่อนนี่น่า
    มันก็ถูกแล้ว
    ที่ฮยอกจะเลือกทำแบบนี้
    #91
    0
  4. #83 I'M MAD (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 16 พฤศจิกายน 2553 / 23:32
    เรื่องนี้แนวอบอุ่นมากๆ

    ฮยอกใจแข็งน่าดูเหมือนกันนะ

    อย่าว่าก็มีวอนยืนอยู่ข้างๆนี่นา

    น่ารักแบบอบอุ่นดีจัง
    #83
    0
  5. #61 moonoi (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 27 กันยายน 2553 / 14:55
    วอนยอดเยี่ยมมากอะ



    อบอุ่นสุดๆเลย



    ฮยอกแจหายเศร้าไวๆๆน้า
    #61
    0
  6. #58 CassiElf Thai_sangki (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 26 กันยายน 2553 / 02:00
    แอบหวานนนน
    #58
    0
  7. #49 piggy-oun (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 23 สิงหาคม 2553 / 12:50
    ซีวอนดูแลฮยอกแจดี ๆ นะ
    อย่าให้ร้องไห้อีก
    #49
    0
  8. #36 กิ๊กป๋าภริยาหมี (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 25 กรกฎาคม 2553 / 23:21
    ฮยอกแจ พี่เข้มแข็งมากอะ
    #36
    0
  9. #20 PiNokChiO (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 10 กรกฎาคม 2553 / 14:09
    ฮยอกสุดยอด ทำถูกแล้วล่ะ ตาวอนดูแลอยอกด้วยยยย
    #20
    0
  10. #15 AOPHAK™ (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 6 กรกฎาคม 2553 / 23:16
    มันจะต่อๆกันใช่ไหมเนี้ยแต่ซีวอนแลดูขี้เล่นอบอุ่นๆมากเลย

    อยู่ด้วยแล้วหวั่นไหวแต่ว่าป๋าไม่น่ามาหานะในเมื่อไปแล้ว

    จะกลับมาขอโทษหรืออะไรแแต่ดีแล้วละที่ฮยอกแจไม่กลับไป
    #15
    0
  11. #14 won_won (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 5 กรกฎาคม 2553 / 21:03
    ฮยอกแจสุดยอดมากเลย
    เด็ดขาดมากๆๆ
    #14
    0
  12. #10 geejajaa (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 4 กรกฎาคม 2553 / 23:10
    ฮยอกใจแข็งมากอ่ะ สุดยอด~

    ดีนะที่มีวอนอยู่เป็นที่พักพิง

    อยากอ่านฤดูหนาวแล้ว~
    #10
    0
  13. #9 aprilH (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 4 กรกฎาคม 2553 / 22:48
    อ่าาาาาา
    อบอุ่นอย่าบอกไม่ถูก
    ไม่รีบไม่เร่งเกินไปให้โอกาศอีกฝ่ายได้ทำใจ
    ไรท์เตอร์เจ๋งจริงๆ ^ ^
    คารวะๆ
    #9
    0