[ Fic The Maze Runner ] Minho x OC x Newt

ตอนที่ 21 : สมรภูมิมอดไหม้ : EP.21

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 376
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 9 ครั้ง
    15 พ.ค. 59

                                                           EP.21



                    



แพทริเซียหันไปมองวินสตันที่อยู่ต่ำลงไป เค้ากำลังชี้ไปที่อะไรบางอย่างเหนือหัวขณะถอยหลังขึ้นมาสองสามขั้น ลูกบอล

โลหะลอยมาตามขวาง ตรงเข้ามาที่หน้าวินสตัน เสียงกรีดร้องสยดสยองดังก้องขณะที่เค้าล้มลงและเริ่มกลิ้งไปตามขั้นบันได 

มินโฮเบียดแทรกคนลงบันไดตามวินสตันไป วินสตันหยุดลง เค้านอนอยู่บันไดขั้นหนึ่ง แสงจ้าจากประตูที่เปิดอยู่ด้านบนส่องให้

เห็นทุกอย่างชัดเจน มือทั้งสองของวินสตันอยู่ที่หน้า กำลังดึงทึ้งลูกบอลสีเงิน มันกำลังหลอมเข้ากับด้านบนหัวของเค้า กลืน

กินส่วนที่อยู่เหนือหูไปแล้ว

มินโฮกระโดดข้ามร่างวินสตัน กลับหลังหันแล้วคุกเข่าลงบนบันไดที่ต่ำลงมาขั้นหนึ่ง 

" เอามันออกไป! " วินสตันตะโกนเสียงขลุกขลักในคอ ฟังเหมือนอีกฝ่ายกำลังเจ็บมาก

ลูกบอลโลหะเหมือนมีชีวิต แพทริเซียมองเห็นผิวหน้าเค้าแวบหนึ่งในตอนนั้น มันไม่น่าดูเลย ทั้งแดงทั้งพุพอง วินสตันร้องออก

มาไม่เป็นภาษา 

มินโฮเหวี่ยงห่อของออกจากไหล่ เทของข้างในทิ้ง เค้าเอาผ้าปูที่นอนมาพันรอบมือ พอวินสตันดันลูกบอลนั่นขึ้นมาเหนือตา

อีกครั้ง มินโฮก็คว้าด้านข้าง เค้าเอาเท้ายันพื้น แล้วกระชากสุดแรง เกิดเสียงดูดน่าขนลุก ด้านข้างของลูกบอลถูกยกขึ้นหลาย

นิ้วก่อนจะหลุดมือและตบกลับเข้าใส่หูวินสตันเหมือนเดิม วินสตันร้องลั่น ชาวทุ่งอีกสองสามคนพยายามจะช่วย แต่มินโฮ

ตะโกนบอกให้ถอยไป 

" เราต้องช่วยกัน! " มินโฮตะโกนบอกวินสตัน " ฟังนะไอ้หัวขวด! เราต้องช่วยกัน! พยายามจับให้แน่นแล้วดึงมันออกจากหัว

นาย! ฉันจะนับหนึ่งถึงสาม! "

" หนึ่ง! สอง! สาม! " มินโฮตะโกนอีกครั้ง " เอาเลย! "

มินโฮจับด้านข้างของลูกบอลโลหะ แล้วกระชากออกจากหัววินสตันได้อีกครั้ง มินโฮสะบัดแขนขึ้นและขว้างเจ้าสิ่งนั้นข้ามหัวลง

ไปตามช่องบันได จากนั้นมันก็พุ่งจากไป และหายไปในความมืดเบื้องล่าง 

แพทริเซียสูดหายใจเฮือกใหญ่ วินสตันเละเทะไปหมด ขดตัวกลม ร่างสั่นสะท้าน ผมบนหัวหายไปหมด กลายเป็นผิวแดงๆ มี

เลือดซึมเป็นจุดๆ หูเค้าขาดวิ่น วินสตันสะอื้น แน่นอนว่าเป็นเพราะความเจ็บปวด หรืออาจจะเพราะความทรมานที่เพิ่งผ่านมา 

" เป็นไรรึเปล่าพวก " มินโฮถามวินสตัน

วินสตันส่ายหน้าแบบกระตุกๆ ทั้งร่างยังคงสั่น

แพทริเซียเงยหน้าขึ้นไปมองนิวท์ โทมัส อริส และชาวทุ่งคนอื่นๆที่ขึ้นไปเบียดกันอยู่ด้านบนตั้งแต่ตอนไหนก็ไม่รู้  ทุกคนจ้อง

ไปที่วินสตันอย่างตะลึง แสงสว่างจ้าจากด้านบนทำให้เห็นใบหน้าเหล่านั้นอยู่ในความมืด 

" ปลวกนั่นมันอะไรกัน " โทมัสพึมพำ

นิวท์เป็นคนตอบ " ลูกบอลวิเศษกินหัวคนไงเล่า "

" ต้องเป็นเทคโนโลยีใหม่อะไรซักอย่างแน่ๆ " อริสเป็นคนพูด เป็นครั้งแรกที่แพทริเซียเห็นเค้ามีส่วนร่วมในการถกเถียง 

" พวกนายเห็นรึเปล่า เจ้านั่นมันลงมาจากเพดาน! " ฟรายแพนพูด " เราน่าจะออกไปจากที่นี่นะ เดี๋ยวนี้เลย "

" เห็นด้วยที่สุด " นิวท์เสริม 

มินโฮยืนขึ้น มองวินสตัน " ฟรายแพน แจ็ค! " มินโฮตะโกน " ช่วยวินสตันยืนขึ้นแล้วพาเดินไปที และปลวกคนไหนก็ได้ช่วย

เก็บของที่กระจัดกระจายบนพื้นด้วย ฉันจะไปดูลาดเลาข้างนอกนั่นก่อน เราจะไปกันแล้ว ฉันไม่สนว่าแสงข้างบนนั่นจะสว่างจ้า

หรือทารุณแค่ไหน ฉันไม่อยากให้หัวของฉันกลายเป็นลูกโบว์ลิ่ง "

มินโฮเดินขึ้นบันได เข้ามาจับมือแพทริเซีย แล้วจูงมือเธอเดินขึ้นไปขั้นบนสุด 

" โทมัส นิวท์ " มินโฮหันไปหาทั้งสองคน " เราสี่คนต้องออกไปก่อน ไปสำรวจข้างนอกนั่น "

" ได้สิ " นิวท์พูด

" ไม่มีปัญหาพวก " โทมัสว่า




เมื่อมาถึงขั้นบนสุด มินโฮปล่อยมือแพทริเซีย เค้าค่อยๆยื่นมือออกไปทางช่องประตูด้านบน เพียงไม่กี่วินาทีต่อมา มินโฮก็ชัก

มือกลับและสะบัดอยู่ที่ข้างตัว

" ร้อนจริงๆ ร้อนมาก " เค้าหันมาหาแพทริเซีย นิวท์ และโทมัส ที่ยืนอยู่ด้านหลัง " ถ้าเราจะออกไปก็ควรมีอะไรคลุมเอาไว้

ด้วย ไม่งั้นผิวเราคงไหม้ระดับสองในห้านาที "

" เอาของออกจากห่อเถอะ " นิวท์พูด " เอาผ้าปูพวกนี้คลุมตอนออกไปสำรวจ "

" ฉันทิ้งห่อของตอนช่วยแฟรงกี้ข้างล่างนั่นแล้ว " แพทริเซียว่า

มินโฮเพยิดหน้าลงไปข้างล่าง " ของฉันกระจัดกระจายอยู่ข้างล่างนั่น " มินโฮพูด " ส่วนผ้าปูก็ฉ่ำเลือดของวินสตันสุดหล่อไป

เรียบร้อยแล้ว "

โทมัสยื่นผ้าปูของตัวเองให้มินโฮ " นายเอาไปคลุมกับเพียกแพทแล้วกันปลวก " โทมัสว่า " เดี๋ยวฉันจะคลุมกับนิวท์เอง "

มินโฮรับผ้าปูจากโทมัส " ขอบใจ โทมัส หวังว่าเราจะไม่เจอแคร้งน่ารักๆ รอทักทายอยู่แล้วกัน "

" พูดได้ดีจริงๆ " โทมัสกลอกตา

" พวกนั้นอาจจะซ่อนตัวอยู่ก็ได้ " นิวท์พูด " รอจัดการเราหรืออะไรทำนองนั้น "

" เราไม่มีทางรู้หรอกจนกว่าจะไปสำรวจดู ไปกันเถอะ " มินโฮสะบัดผ้าปู แล้วคลุมตัวแพทริเซีย

แพทริเซียหันไปหามินโฮ " แล้วนายล่ะ ไม่มาคลุมด้วยกันหรอ "

มินโฮส่ายหน้า " ไม่แพท " มินโฮพูด " เธอคลุมคนเดียวดีกว่า ฉันกลัวผิวเธอจะไหม้น่ะ "

" นายก็คลุมคนเดียวนะทอมมี่ " นิวท์พูด " ฉันจะไม่คลุมผ้าเป็นเพื่อนท่านผู้นำ "

" ดีเลย " โทมัสดึงผ้าขึ้นคลุมตัว พันรอบใบหน้าแน่น เหมือนหญิงชราคลุมผม " ฉันดูเป็นไงมั่ง "

" เป็นสาวหน้าเพียกที่น่าเกลียดที่สุดเท่าที่เคยเห็นมาเลย " มินโฮตอบ " นายน่าจะขอบใจพระเจ้านะที่นายเกิดเป็นผู้ชาย "

" ขอบใจพวก " โทมัสยิ้มรับ

" พร้อมรึยัง " มินโฮถาม มองแพทริเซีย มองนิวท์ และมองโทมัส

" ตื่นเต้นนิดหน่อย จริงๆนะ " นิวท์ตอบ

" ไปกันเถอะ " โทมัสว่า

มินโฮลังเล แต่แล้วก็วิ่งขึ้นไป จนกระทั่งลับสายตาเหมือนถูกกลืนเข้าไปในแสง

" ขึ้นไปเลย แพทตี้ " นิวท์ตบหลังแพทริเซียเบาๆ 

แพทริเซียระบายลมหายใจออกมายาวๆ ก่อนออกเดินตามหลังมินโฮ ได้ยินนิวท์กับโทมัสตามมาติดๆ 




ทันทีที่แพทริเซียโผล่ออกมาสู่แสงสว่าง เธอก็รู้ว่าต่อให้คลุมผ้ามันก็ไม่ต่างกัน เพราะผ้านี่ไม่ได้ช่วยกั้นแสงจ้าและความร้อนที่

สาดลงมาเลย เธออ้าปากจะพูด ทว่ากลุ่มความอุ่นแห้งๆ ดิบๆ ก็พุ่งเข้ามาถึงลำคอ เธอพยายามสูดเอาออกซิเจนอย่างสิ้นหวัง 

รู้สึกเหมือนมีคนจุดไฟขึ้นมาในอกแทน แม้ความทรงจำเธอจะมีน้อย แต่แพทริเซียไม่คิดว่าโลกควรจะเป็นอย่างนี้

เพราะหลับตาแน่นเพื่อป้องกันแสงสว่างจ้า แพทริเซียจึงชนเข้ากับมินโฮและเกือบล้มลง ดีที่นิวท์ที่อยู่ข้างหลังรับตัวเธอไว้ทัน

มินโฮหันมาหาแพทริเซีย " แพท เธอไม่เป็นไรนะ "

แพทริเซียพยักหน้า เธอไม่สามารถพูดออกมาได้ เศษฝุ่นมันทำให้เธอเจ็บคอ

มินโฮหันไปมองนิวท์กับโทมัสด้านหลัง " พวกนายสองคนไม่เป็นไรนะ "

โทมัสคำรามรับคำ นิวท์พูดว่า " ค่อนข้างแน่ใจว่าเราเพิ่งมาถึงนรกว่ะ "

" พูดได้ดี " มินโฮตอบ " ลูกตาฉันเจ็บ แต่คิดว่ากำลังจะชินกับแสงนี่บ้างแล้ว "

แพทริเซียลืมตาขึ้นมานิดนึง ตรงหน้าเธอคือพื้นดินราบเรียบแห้งแล้งไร้ชีวิต แผ่กว้างออกไปสุดสายตา ไม่มีต้นไม้แม้แต่ต้น

เดียว ไม่มีพุ่มไม้ ไม่มีทิวเขาหรือหุบเขา มีเพียงทะเลฝุ่นสีเหลืองอมส้ม กระแสอากาศร้อนคุกกรุ่นอยู่ที่เส้นขอบฟ้าเหมือนไอ

น้ำลอยขึ้นด้านบน แพทริเซียหันไปรอบตัว มองไม่เห็นความแตกต่างนักจนกระทั่งหันไปทางทิศตรงข้าม มีแนวภูเขาหยักๆ อยู่

ไกลลิบ ด้านหน้าของภูเขาตรงประมาณกลางทางระหว่างตรงโน้นและตรงที่พวกเค้ายืนอยู่ตอนนี้มีกระจุกตึกรามเตี้ยๆ เกาะกลุ่ม

อยู่ด้วยกัน ต้องเป็นเมืองแน่ แต่ไม่มีทางบอกได้จากตรงนี้ว่ามันใหญ่ขนาดไหน อากาศร้อนผ่าวเป็นประกายอยู่ด้านหน้า 

อาทิตย์ร้อนจ้าบนฟ้าลอยต่ำมาทางด้านซ้ายของแพทริเซียมากแล้ว ดูเหมือนกำลังจมลงสู่ขอบฟ้า ซึ่งหมายความว่าทางนั้นคือ

ทิศตะวันตก และก็หมายความอีกว่าเมืองข้างหน้าและภูเขาด้านหลังนั้นต้องอยู่ทางเหนือ ทิศที่พวกเค้าต้องมุ่งหน้าไป 

" คิดว่าตึกพวกนั้นอยู่ไกลขนาดไหนนะ " นิวท์ถาม 

" ร้อยไมล์ได้มั้ย " โทมัสพูด " เป็นทิศเหนือแน่ๆ ที่เราต้องไปคือตรงนั้นรึเปล่า "

มินโฮสั่นหัว " ไม่มีทางพวก หมายความว่าเราต้องไปทางนั้นน่ะถูกแล้ว แต่ตรงนั้นไม่ได้ใกล้เคียงร้อยไมล์เลย อย่างมากก็

สามสิบ แล้วภูเขานั่นก็อาจจะหกสิบหรือเจ็ดสิบ "

" ไม่ยักรู้ว่านายเก่งขนาดวัดระยะทางได้ด้วยลูกกะตาอย่างเดียว " นิวท์พูด

" ฉันเป็นนักวิ่งนะหน้าปลวก นายจะรับรู้อะไรทำนองนั้นได้ในวงกต ถึงแม้ขนาดมันจะเล็กกว่ามากก็เถอะ "

" ไอหน้าหนูไม่ได้พูดเล่นเลยนะ เรื่องการลุกวาบของดวงอาทิตย์นั่นน่ะ " โทมัสพูด

" ที่นี่เหมือนโดนนิวเคลียร์ล้างโลกเลย " แพทริเซียพูดขึ้น " สงสัยจังว่าทั้งโลกเป็นอย่างนี้รึเปล่า "

" หวังว่าไม่ " มินโฮตอบ " ฉันจะดีใจมากถ้าเห็นต้นไม้ซักต้น หรือลำธารเล็กๆ ก็ได้ "

" แค่หญ้าซักหย่อมฉันก็ดีใจแล้ว " นิวท์พูดพร้อมถอนใจ

มินโฮพยักหน้าไปที่ทางขึ้นบันได " มาเถอะ เอาเพียกพวกนั้นออกมาแล้วออกเดินกัน มัวมาเสียเวลาให้ดวงอาทิตย์ดูดน้ำออก

จากตัวเราหมดไม่ได้หรอกนะ "

" บางทีเราน่าจะรอจนดวงอาทิตย์ตก " นิวท์เสนอ

" ไม่มีทาง " มินโฮพูด " ฉันไม่ยอมอยู่กับลูกบอลเหล็กปลวกนั่นหรอก "

แพทริเซียเห็นด้วยกับมินโฮ " ฉันว่าพวกเราไม่เป็นไรหรอก ดูเหมือนไม่กี่ชั่วโมงพระอาทิตย์ก็จะตกดินแล้ว "

" ใช่เลย " โทมัสพยักหน้าหนักแน่น " ฉันทนอยู่ข้างล่างนั่นอีกนาทีเดียวไม่ได้จริงๆ "

" งั้นก็ตามนั้น " นิวท์พูด

มินโฮเดินกลับไปที่ทางขึ้นและชะโงกหน้าเข้าไป " เฮ้ย ไอ้เพียกใจมดไร้ประโยชน์! หยิบอาหารมาให้หมดแล้วขึ้นมานี่! "




แพทริเซียมองดูชาวทุ่งขึ้นมาจากบันได แต่ละคนหรี่ตา ดิ้นรนหายใจ พวกเค้าทั้งหมดต้องปรับเปลี่ยนบางอย่างเพื่อเตรียม

พร้อมรับการเดินทาง อาหารและถุงน้ำถูกจับยัดลงในผ้าจำนวนครึ่งหนึ่งของที่ห่อกันมาแต่แรก แล้วผ้าปูที่นอนที่เหลือก็ถูกใช้

คลุมคนสองคนตอนเดิน ไม่ช้าพวกเค้าก็เดินแถวผ่านพื้นทะเลฝุ่น แพทริเซียแบ่งผ้ากับอริส มินโฮเป็นคนจัดการให้เพราะเห็น

ว่าอริสตัวเล็กและบอบบางเหมือนผู้หญิง ส่วนมินโฮนั้นได้อภิสิทธิ์การเป็นผู้นำใช้ผ้าคนเดียว เค้าเดินนำชาวทุ่งอยู่ด้านหน้าสุด 

นิวท์คู่กับโทมัสตามหลังเค้าไปติดๆ 

แพทริเซียจับปลายผ้าด้านหนึ่งไว้ด้วยมือซ้าย และคล้องผ้าไว้ที่ไหล่ขวาอริส ทั้งสองตกลงว่าทุกๆสามสิบนาทีจะผลัดกันถือ

ผ้า พวกเค้าทั้งหมดออกเดินย่ำฝุ่นไปทางเมืองทีละก้าว ความร้อนเหมือนจะสูบชีวิตของพวกเค้าออกไป 

ไม่มีใครคุยกันอยู่พักใหญ่ แต่ในที่สุดแพทริเซียก็ทำลายความเงียบลง " งั้นนายก็ไม่เคยได้ยินชื่อเทเรซามาก่อนสินะ "

" ไม่เคย " อริสตอบ " ฉันไม่รู้ว่าเทเรซาเป็นใครหรือหายไปไหน แต่อย่างน้อยเธอก็ไม่ได้เห็นเทเรซาตายไปต่อหน้าต่อตา "

" ขอโทดนะ " แพทริเซียถามต่อ " พวกนายสนิทกันแค่ไหน เค้าชื่ออะไรแล้วนะ "

" ออสก้า " อริสนิ่งไป แล้วพูดต่อ " เรายิ่งกว่าสนิทกันซะอีก ความทรงจำทั้งเก่าและใหม่ที่เรามีร่วมกัน..."

อริสพูดไม่ทันจบก็หยุดเดิน ทำให้แพทริเซียหยุดตาม ฟรายแพนตะโกนขึ้นมา เค้ากำลังชี้อะไรบางอย่างอยู่ 

เพียงวินาทีเดียวแพทริเซียก็รู้ว่าทำไมพ่อครัวถึงได้ตื่นเต้นนัก 

ข้างหน้าไกลๆ จากทิศที่ตั้งของเมืองมีคนสองคนกำลังวิ่งมาทางพวกเค้า ร่างกายของพวกนั้นเหมือนเงาปีศาจในภาพลวงตาที่

เกิดจากความร้อน กลุ่มฝุ่นเล็กๆฟุ้งขึ้นจากเท้า แพทริเซียจ้องมองสองคนที่กำลังวิ่งมา เธอรู้สึกได้ว่าชาวทุ่งคนอื่นๆ รอบตัวก็

หยุดเดินเช่นกัน 

" ทุกคนเข้ามารวมตัวกัน " มินโฮพูด " เตรียมพร้อมสู้กับเพียกพวกนั้นทันทีที่มีแววยุ่งยาก " เค้ากวักมือเรียกแพทริเซีย " 

แพท มาอยู่ใกล้ๆฉัน "

แพทริเซียวิ่งไปอยู่ข้างๆมินโฮ แน่นอนว่าอริสตามเธอไปด้วย ภาพลวงตามัวๆ จากความร้อนที่ลอยขึ้นด้านบนบดบังสองร่างนั้น

ไว้จนกระทั่งเข้ามาในระยะราวร้อยหลา แพทริเซียหัวใจกระตุกวูบเมื่อเห็นพวกนั้นชัดๆ เธอจำได้ดี พวกเค้าคือแคร้ง...




ทั้งสองหยุดตรงหน้าชาวทุ่ง ห่างออกไปเพียงไม่กี่สิบฟุต คนหนึ่งเป็นชาย คนหนึ่งเป็นหญิง พวกเค้ามีรูปร่างแบบเดียวกัน สูง

และผอมแห้ง ใบหน้าเต็มไปด้วยแผลพุพองน่าสยดสยอง มันแดง แตก และตกสะเก็ด เสื้อและกางเกงเป็นเศษผ้าสกปรกที่

เย็บติดกัน ทั้งคู่ยืนมองชาวทุ่ง หอบหายใจอย่างหนัก 

" พวกนายเป็นใคร " มินโฮถาม

คนแปลกหน้าไม่ตอบ ไม่ขยับ อกสะท้อนขึ้นๆ ลงๆ แพทริเซียจับตาดูสองคนนั้น เธอไม่นึกว่าจะมีใครวิ่งมาไกลขนาดนี้แล้วไม่

ตายเพราะความร้อน 

" พวกนายเป็นใคร " มินโฮถามซ้ำ

แทนที่จะตอบ คนแปลกหน้าทั้งสองกลับแยกจากกันและเริ่มเดินรอบชาวทุ่งที่เบียดเข้าหากันเป็นวงใหญ่ 

" พวกเรามีเยอะกว่าพวกนายนะ " มินโฮพูดขึ้น " พูดมาเร็ว บอกเรามาว่าพวกนายเป็นใคร "

" เราคือแคร้ง " ประโยคนั้นมาจากฝ่ายหญิง 

" แคร้งงั้นหรอ " มินโฮพูด แล้วเดินออกไปอยู่ข้างหน้า 

" เราคือแคร้ง " คราวนี้มาจากผู้ชาย เค้าชี้มาที่ชาวทุ่ง " มาดูว่าพวกแกเป็นแคร้งรึเปล่า มาดูว่าพวกแกติดไข้วาบรึเปล่า "

มินโฮหันมามองแพทริเซีย แล้วมองไปที่นิวท์ โทมัส และอีกสามสี่คน ไม่มีใครพูดอะไร เค้าหันกลับไป " มีคนๆ นึงบอกว่าเรา

ติดไข้วาบ แล้วพวกนายบอกอะไรเราได้บ้างล่ะ "

" ไม่สำคัญหรอก " ฝ่ายชายตอบ " ถ้าติด เดี๋ยวพวกแกก็รู้เอง "

" เอ้า ถ้างั้นพวกนายต้องการอะไร " นิวท์ถาม ก้าวออกไปยืนข้างมินโฮ " มันสำคัญอะไรกับพวกนายว่าเราเป็นแคร้งรึเปล่า "

คราวนี้ฝ่ายหญิงเป็นคนพูด " พวกแกเข้ามาในแดนมอดไหม้ได้ยังไง มาจากไหน มาที่นี่ได้ยังไง "

แพทริเซียแปลกใจเล็กน้อย แคร้งที่พวกเค้าเห็นตอนอยู่ที่ห้องพักดูบ้าคลั่งโดยสิ้นเชิง แต่สองคนนี้มีสติ

มินโฮชะโงกหน้าไปปรึกษานิวท์แล้วหันมา ก้าวเข้ามาหาแพทริเซีย " จะบอกพวกนี้ว่าไงดี แพท "

" ไม่รู้สิ ฉันว่าเราบอกความจริงพวกเค้าไปเถอะ "

" โอเคแพท " เค้าหันไปทางแคร้งอีกครั้ง " เราถูกวิคเค็ตส่งมาที่นี่ เราต้องไปทางเหนือหนึ่งร้อยไมล์ ข้ามแดนมอดไหม้ นี่มี

ความหมายกับพวกนายบ้างมั้ย "

" ไม่ใช่แคร้งทุกคนจะหลุด " ฝ่ายชายพูด " พวกเราสองคนยังไม่หลุด ยังมีสติ " เค้าพูดต่อ " พวกแกต้องเรียนรู้ให้ไวถ้าพวก

แกติดไข้วาบแล้ว ถ้าพวกแกยังไม่ติด อีกไม่นานก็จะติดแน่ เหมือนกับอีกกลุ่ม "

" นายมาจากเมืองนั้นใช่มั้ย " มินโฮถาม " เป็นที่ที่แคร้งทั้งหมดอยู่รึเปล่า มีอาหารกับน้ำมั้ย "

คนแปลกหน้าทั้งสองไม่ตอบ หันหลังแล้ววิ่งกลับไปยังหมู่ตึก ทิ้งให้แพทริเซียกับชาวทุ่งตะลึงงัน

" อีกกลุ่มงั้นหรอ " ฟรายแพนพูด

" สงสัยว่าพวกนั้นกำลังพูดถึงกลุ่มฉันรึเปล่า " อริสพูด

" กลุ่มบีน่ะหรอ " แพทริเซียถาม " นายคิดว่าพวกนั้นไปถึงเมืองแล้วหรอ "

แพทริเซียคิดถึงรอยสักที่หลังคอตัวเอง 

" นี่! " โทมัสตวัดเสียง " ใครจะสนกัน เอาเป็นเรื่องไข้วาบดีกว่ามั้ย "

" เอ้า ทีนี้จะทำไงต่อ " แจ็คถาม เค้ามีแขนวินสตันพาดอยู่ที่ไหล่ข้างหนึ่ง อดีตผู้ดูแลโรงเลือดเหมือนจะฟื้นกำลังขึ้นมาบ้าง

แล้ว โชคดีที่มีผ้าปิดหน้าที่เป็นแผลของเค้าไว้ 

" นายคิดว่าไงล่ะ " นิวท์หันไปหามินโฮ

มินโฮกลอกตา " เราก็ไปเรื่อยๆแค่นั้นแหละ เราไม่ได้มีทางเลือกมากนักหรอกนะ ถ้าไม่ไปที่เมืองนั่นเราก็จะเป็นลมแดดตาย 

หรืออดตายอยู่ข้างนอกนี่ ถ้าเราไป เราก็จะมีที่คุ้มหัวซักพัก อาจมีอาหารด้วยซ้ำ จะมีแคร้งหรือไม่มีเราก็ต้องไปที่นั่น "

" แล้วกลุ่มบีล่ะ " แพทริเซียถาม

มินโฮเบ่งกล้ามแขนขวา " ถ้าพวกนั้นเป็นพวกผู้หญิงที่อริสเคยอยู่ด้วยจริงๆล่ะก็ ฉันจะโชว์นี่ให้ดู "

แพทริเซียหรี่ตา " นายไม่ถอดเสื้อโชว์ไปเลยล่ะ พวกเธอคงกรี๊ดกร๊าดน่าดู "

มินโฮยิ้ม " ได้หรอ! "

แพทริเซียเดินเข้าไปตุยท้องมินโฮ แล้วพูดลอดไรฟัน " ถ้านายทำ นายตายแน่..."

มินโฮกุมท้องตัวเอง แล้วหัวเราะ 

" เอาล่ะๆ " นิวท์ว่า " ฉันว่าพวกเราไปต่อกันเถอะ "

มินโฮหันไปหาชาวทุ่ง " ยังมีใครอยากฉี่ราดแล้วร้องหาแม่มั้ย "

มีเสียงหัวเราะคิกคักนิดหน่อย แต่ไม่มีใครพูดอะไร

" ดี นิวท์ คราวนี้นายนำหน้ากับฉัน โทมัสนายอยู่ด้านหลัง " มินโฮพูด " แจ็ค หาคนอื่นมาช่วยวินสตัน ให้นายได้พักบ้าง ไปกัน

เถอะ "

แล้วพวกเค้าก็ออกเดิน โชคดีที่ดวงอาทิตย์ดูจะหนักขึ้นเรื่อยๆ ยิ่งเข้าใกล้เส้นขอบฟ้าก็ยิ่งตกเร็ว ดูจากนาฬิกาข้อมือของแพทริ

เซีย พวกแคร้งเพิ่งจากไปได้เพียงชั่วโมงเดียว ตอนนี้ท้องฟ้ากลายเป็นสีส้มอมม่วง รังสีเจิดจ้าของดวงอาทิตย์เริ่มละลายกลาย

เป็นแสงเรืองๆ ไม่นานหลังจากนั้นดวงอาทิตย์ก็ลับหายไปหลังเส้นขอบฟ้า เหล่าชาวทุ่งยังคงเดินต่อไป มุ่งหน้าไปหาแสง

จางๆ ที่ส่องมาจากเมือง ในที่สุดร่องรอยสุดท้ายของสนธยาก็หมดไป ความมืดสนิทเข้ามาครอบคลุมแผ่นดินเหมือนหมอกสีดำ



พอมืดได้ไม่นาน แพทริเซียก็ได้ยินเสียงเด็กสาวกรีดร้องที่ไหนซักแห่งข้างหน้า คนอื่นๆก็ได้ยินเหมือนกัน และในไม่ช้าชาวทุ่ง

ก็หยุดฝีเท้าลง มันเกือบจะเป็นเหมือนเสียงแมว แมวที่บาดเจ็บร้องโหยหวน เป็นเสียงชนิดที่ทำให้ขนลุก เสียงหวีดแหลมสูง

นั่นสะท้อนไปมาเหมือนมีชีวิต 

" รู้มั้ยว่ามันทำให้ฉันนึกถึงอะไรแพท " มินโฮถาม

แพทริเซียรู้ " เบ็น อัลบี ฉัน ใช่มั้ย เสียงร้องหลังถูกโศกาต่อย "

" ใช่เลย "

" ไม่นะ ไม่ๆๆ " ฟรายแพนคราง " อย่าบอกนะว่าเราจะเจอไอ้ตัวบ้านั่นข้างนอกนี่ด้วย ฉันทนไม่ไหวหรอก! "

" ไม่น่านะ " นิวท์พูด " จำได้ว่าผิวหนังโศกามันชื้นๆ แหยะๆ มันต้องกลายเป็นก้อนฝุ่นยักษ์แน่ถ้ามากลิ้งบนนี้ "

" ฉันว่านะ " โทมัสเดินขึ้นมาจากด้านหลัง " ถ้าวิคเค็ตสร้างโศกามาได้ก็สร้างตัวประหลาดอื่นๆ ที่อาจเลวร้ายยิ่งกว่านั้นได้อีก

เยอะ ไอหน้าหนูนั่นบอกว่าอะไรๆ จะหนักขึ้น "

" ปรบมือหน่อยเร็วพวก โทมัสให้กำลังใจพวกเราอยู่ " ฟรายแพนประกาศ น้ำเสียงเสียดสี

" ฉันก็พูดตามที่มันเป็นปลวก "

ฟรายแพนร้องฮึ " พวกเราทุกคนรู้แล้วคุณโทมัสว่าที่มันเป็นห่วยแตกมาก "

" ทีนี้เอาไง " โทมัสถามมินโฮ ไม่สนใจฟรายแพน

" ฉันคิดว่าเราน่าจะพักซักหน่อย " มินโฮตอบ " กินให้อิ่มๆ ดื่มน้ำบ้าง แล้วค่อยลุยไปให้นานที่สุดเท่าที่จะทนไหว ในตอนที่

ดวงอาทิตย์ยังไม่ขึ้น อาจจะนอนซักสองสามชั่วโมงก่อนรุ่งสาง "

" แล้วคุณสาวประสาทที่กรี๊ดๆ อยู่โน่นล่ะ " ฟรายแพนถาม

" ฟังเหมือนเธอก็ยุ่งกับเรื่องเดือดร้อนของตัวเองมากพอแล้วนะ " มินโฮตอบ

แล้วพวกเค้าทั้งหมดก็นั่งลง เริ่มกิน  มื้ออาหารของพวกเค้าเงียบและเครียด การพูดคุยส่วนมากเป็นเรื่องที่ไอหน้าหนูพูด เรื่อง

ตัวแปร เรื่องการสร้าง ' พิมพ์เขียว ' เรื่องการหารูปแบบ ' แดนสังหาร ' แน่นอนว่าไม่มีใครมีคำตอบ มีเพียงการคาดเดาอย่างไร้

ความหมาย 

แล้วมินโฮก็สั่งให้ทุกคนออกเดินอีกครั้ง สูงขึ้นไปพระจันทร์เป็นเพียงเสี้ยวบาง แทบให้แสงสว่างไม่มากไปกว่าดวงดาว พวก

เค้าเริ่มเข้าใกล้แสงสว่างจากเมืองแล้วด้วย แพทริเซียมองเห็นได้ว่ามันกระพริบ มีตึกมากมายอยู่ที่นั่น จัดเรียงเป็นแถวเป็นแนว

อย่างมีระเบียบ เท่าที่บอกได้ที่นี่อาจเคยเป็นเมืองใหญ่มาก่อนถูกทำลายโดยอะไรก็ตามที่เกิดขึ้นในแถบนี้ การลุกวาบของดวง

อาทิตย์สร้างความเสียหายได้มากขนาดนี้เชียวหรอ 

อริสวิ่งเหยาะๆ อยู่ข้างๆแพทริเซีย เธอรู้สึกอยากคุยกับเค้าขึ้นมา " เล่าเรื่องวงกตทั้งหมดของนายให้ฉันฟังอีกสิ "

" วงกตทั้งหมดของฉัน หมายความว่ายังไงกันน่ะ "

" นายไม่เคยเล่ารายละเอียดให้พวกเราฟังจริงๆ เลย มันเป็นยังไงสำหรับนาย นายอยู่ที่นั่นนานแค่ไหน ออกมาได้ยังไง "

" ฉันเคยคุยกับเพื่อนเธอบางคนแล้ว " อริสตอบ " ฟังดูเหมือนกันเปี๊ยบ แค่...เด็กผู้หญิงแทนที่จะเป็นเด็กผู้ชาย บางคนอยู่ที่

นั่นมาสองปี ส่วนที่เหลือก็มาครั้งละคน เดือนละครั้ง แล้วก็เป็นออสก้า สุดท้ายคือฉันในวันต่อมาในสภาพโคม่า "

อริสอธิบายต่อไปว่าเกิดอะไรขึ้น ส่วนใหญ่ก็ตรงกับที่แพทริเซียและชาวทุ่งเคยพบมา เว้นแต่กลุ่มผู้หญิงมีคนตายน้อยกว่า 

" มันน่าขนลุกเนอะว่ามั้ย " อริสถามหลังจากเล่าเรื่องให้ฟังทั้งหมด

" ฉันไม่รู้ว่าต้องใช้คำไหนดี แต่ฉันอึ้งมากที่เราสองกลุ่มต้องผ่านการทดลองคู่ขนานพวกนี้ "

" ฉันคิดว่าฉันรู้นะ " อริสพูด 

" หือ? " แพทริเซียมองไปทางเค้า " ยังไงล่ะ "

" คือจริงๆ แล้วก็มีสองแนวคิดล่ะ อย่างแรกคือฉันคิดว่าคนพวกนี้...วิคเค็ต...ซึ่งจะเป็นใครก็ตามกำลังคัดคนที่ดีที่สุดของทั้ง

สองกลุ่มเพื่อใช้พวกเราทำอะไรบางอย่าง "

" อีกหนึ่งทฤษฎีของนายล่ะ "

" แบบว่าตรงข้ามเลย " อริสตอบ " แทนที่จะต้องการผู้รอดชีวิตจากทั้งสองกลุ่ม พวกนั้นอาจต้องการให้มีกลุ่มเดียวอยู่รอดไป

จนถึงตอนจบ เพื่อที่จะได้คัดเลือกคนจากกลุ่มนั้นอีกที หรือไม่ก็เอาทั้งกลุ่ม "

แพทริเซียคิดทบทวนที่เค้าพูด ก่อนจะตอบ " แล้วเรื่องที่ไอหน้าหนูพูดล่ะ ที่ว่าพวกนั้นต้องการทดสอบการตอบสนองของเรา 

สร้างพิมพ์เขียวอะไรซักอย่าง มันอาจจะเป็นการทดลองก็ได้ บางทีพวกนั้นไม่คิดให้เรารอดไปซักคนเลยก็ได้  แค่ศึกษาสมอง

และปฏิกิริยาของเรา พอเสร็จเรียบร้อยเราก็ตาย "

" อืม..." อริสคำรามในคอ " อาจเป็นได้ ฉันก็พยายามคิดอยู่ตลอดว่าทำไมพวกนั้นถึงจัดสมาชิกเพศตรงข้ามไว้สองคนในทั้ง

สองกลุ่ม "

และในตอนนั้นเองที่มินโฮตะโกนบอกให้ทุกคนหยุด 

" พักกระโถน " มินโฮพูด เค้าเอามือเท้าสะเอวขณะหอบหายใจ " ฝังแผละตัวเองด้วย และอย่าใกล้กันเกินไป เราจะพักสิบห้า

นาที จากนั้นก็เดินต่อไปอีกพักนึง "

มินโฮวิ่งมาทางแพทริเซียและอริส " คุยกันสนุกเลยนะทั้งสองคน "

อริสยักคิ้วให้มินโฮก่อนจะวิ่งไปทำธุระส่วนตัว 

แพทริเซียเข้าไปคล้องแขนมินโฮ " หึงหรอ "

" ฉันไม่หึงเพียกนั่นหรอก หุ่นบอบบางยังกับผู้หญิง ถ้าเป็นคนอื่นน่ะชัวร์ "

" แย่จัง กะว่าจะทำให้หึงซักหน่อย "

มินโฮหัวเราะ " อย่าเลยแพท ผู้ชายคนนั้นจะตายซะเปล่าๆ "

" เฮ้! " โทมัสตะโกน ชี้ไปด้านหน้า " ดูเหมือนจะมีตึกเล็กๆ อยู่ตรงโน้นนะ พวกนายเห็นมั้ย "

มินโฮจูงมือแพทริเซียเดินไปยืนข้างโทมัส 

" เห็นแล้ว " มินโฮตอบ " สงสัยจริงว่าอะไร "

ก่อนแพทริเซียจะทันได้พูดอะไร เสียงกรีดร้องของสาวลึกลับก็หยุดลงทันที จากนั้นร่างเด็กสาวคนหนึ่งก็ปรากฏขึ้น ก้าวออกมา

จากหลังตึกเล็กๆ นั่น ผมยาวทอดยาวจากหัวมืดๆ เหมือนเส้นไหมสีดำ แพทริเซียหวังว่าจะเป็นเทเรซา 

แพทริเซียร้องเรียกหาเทเรซาในหัว

เทเรซา

เงียบ

เทเรซา เทเรซา!

เงียบ 

ทันทีที่เด็กสาวก้าวออกจากหลังตึก เธอก็ยืนเฉยๆอยู่ตรงนั้น แม้จะอยู่ในเงามืดทั้งตัว แต่บางอย่างในท่ายืนของเธอก็บอกชัด

ว่าเธอหันหน้ามาทางพวกเค้า 

" แพทตี้ " นิวท์เรียก เค้ามายืนข้างแพทริเซียตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่รู้ " เธอคิดว่าเป็นเทเรซารึเปล่า "

แพทริเซียส่ายหน้า " ไม่รู้สิ "

โทมัสปรบมือทีนึง " เอาล่ะ ใครอยากไปพบสุภาพสตรีน้อยผู้น่ารักคนนี้บ้าง "

" ฉันจะไปเอง " แพทริเซียตอบ

" งั้นก็ไปกันเถอะ แพท " มินโฮกระชับมือที่จับอยู่กับเธอให้แน่นขึ้น และเริ่มออกเดิน

" ไม่!! " แพทริเซียโพล่งขึ้น ทำให้คนอื่นๆตกใจ รวมถึงมินโฮด้วย เธอลดเสียงลง " อย่าเลยมินโฮ นายอยู่ที่นี่แหละ ฉันจะไป

คุยกับเธอเอง บางทีมันอาจจะเป็นกับดักหรืออะไรทำนองนั้นก็ได้ เราต้องโง่มากถ้าเดินเข้าไปติดกับพร้อมกันหมด "

" แล้วเธอไม่โง่เลยนะ ที่ไปคนเดียวน่ะ " โทมัสพูด

" ใช่แพท เธอคิดว่าฉันจะปล่อยเธอให้ไปคนเดียวงั้นหรอ " มินโฮว่า

" มินโฮ เราจะเดินไปเฉยๆ โดยไม่ตรวจสอบดูก่อนไม่ได้นะ ฉันจะไปเอง ถ้ามีอะไรเกิดขึ้นฉันจะร้องขอความช่วยเหลือ "

มินโฮจ้องหน้าแพทริเซียนิ่งอยู่พักนึง แววตาเหมือนโกรธผสมกับน้อยใจที่เธอไม่เชื่อฟังเค้า " ก็ได้ ไปเถอะ ฉันเป็นใครกันที่

จะไปห้ามเธอได้ " แล้วเค้าก็ปล่อยมือเธอ

" นี่มันงี่เง่าเป็นบ้า " นิวท์ขัดขึ้น " ฉันจะไปกับแพทตี้เอง "

" ไม่นิวท์ ให้ฉันไปคนเดียวเถอะ ถ้าฉันร้องไห้โฮๆ ค่อยไปช่วยแล้วกัน " และก่อนที่จะมีใครแย้งขึ้น แพทริเซียก็เดินลิ่วออก

ไปหาเด็กสาว เธอเข้าไปใกล้อย่างรวดเร็ว ได้กลิ่นดิบๆ ของทะเลทรายผสมกับกลิ่นอะไรไหม้ๆ ลอยมาจางๆ ขณะที่จ้องภาพ

เงาดำของเด็กสาวที่ยืนอยู่ข้างตึก แพทริเซียก็รู้ทันทีว่าเป็นเทเรซา....



                                   













                                                      อย่าลืมเม้นให้กำลังใจด้วยนะคะ ^^
 







ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 9 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

110 ความคิดเห็น

  1. #63 Princess Rainy (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 22 มีนาคม 2560 / 12:24
    สยองภาพสุดท้ายอ่ะ....
    #63
    0
  2. #44 berrypieee (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 15 พฤษภาคม 2559 / 18:41
    ลุ้นนนนนนนนน ระทึก ตึงตังมากกกก รอค่ะ
    #44
    1
    • #44-1 8563 / Dema(จากตอนที่ 21)
      17 พฤษภาคม 2559 / 05:50
      มาแล้วๆๆๆๆ ^^
      #44-1
  3. #43 อัคคีเริงระบำ (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 15 พฤษภาคม 2559 / 09:11
    เทเรซามาแล้ว เย้~ รอตอนต่อไปค่าา
    #43
    1
    • #43-1 8563 / Dema(จากตอนที่ 21)
      17 พฤษภาคม 2559 / 05:49
      อัพแล้วน้าๆๆๆๆ ^^
      #43-1