[ Fic The Maze Runner ] Minho x OC x Newt

ตอนที่ 22 : สมรภูมิมอดไหม้ : EP.22

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 320
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 13 ครั้ง
    17 พ.ค. 59

                                                          EP.22



             



แพทริเซียเดินเข้าไปจะถึงตัวเทเรซา แต่เทเรซาหันขวับเดินเข้าไปในตึก มันเป็นอาคารหลังเล็กรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้า หลังคาเอียง

เล็กน้อย เท่าที่มองเห็นมันไม่มีหน้าต่าง มีวัตถุขนาดใหญ่สีดำแขวนอยู่ตามมุม แพทริเซียมองออกว่าเป็นลำโพง นั่นคือเรื่อง

อธิบายว่าทำไมพวกเค้าถึงได้ยินเสียงกรี๊ดตั้งแต่อยู่ไกลมาก 

แพทริเซียขยับตัว เดินตามเทเรซาเข้าไปในตึก ข้างในมืดกว่าข้างนอก นี่อาจจะเป็นกับดัก แต่นั่นคือเทเรซา เพื่อนรักของเธอ  

ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้น แพทริเซียก็จะไว้ใจเทเรซา เทเรซาไม่มีทางทำร้ายเธอเด็ดขาด ไม่มีทาง...

อากาศข้างในเย็นและชื้น ให้ความรู้สึกดีกว่าข้างนอกมาก พอแพทริเซียเข้าไปได้ห้าก้าวก็หยุด เงี่ยหูฟังในความมืด แพทริเซีย

ได้ยินเสียงหายใจของเทเรซา

" เทเรซา " แพทริเซียเรียก " เทเรซา เกิดอะไรขึ้นกับเธอ "

เทเรซาไม่ตอบ แต่แพทริเซียได้ยินเสียงสูดหายใจ ตามด้วยเสียงสูดจมูก เหมือนเทเรซากำลังร้องไห้ 

" เทเรซา ขอร้องล่ะ ออกมาเถอะ " แพทริเซียพูด " ฉันไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น หรือพวกนั้นทำอะไรกับเธอ แต่เธอออกมาก่อน

เถอะ ฉัน..."

แพทริเซียชะงักเมื่อไฟดวงหนึ่งสว่างวาบขึ้น เธอเหลือบไปทางนั้นตามสัญชาตญาณ เทเรซายืนอยู่ตรงนั้น ดวงตาเต็มไปด้วย

น้ำตา สองมือสั่นอยู่ข้างตัว เหมือนกับว่าเทเรซากำลังกลัวอะไรบางอย่าง

" เทเรซา เป็นอะไรไป "

เทเรซาไม่ตอบ ดวงตาเหลือบไปด้านข้าง แล้วเหลือบกลับมาที่แพทริเซีย น้ำตาสองสามหยดไหลลงมาตามแก้ม 

แพทริเซียก้าวออกไปหาเทเรซา

" อย่า! " เทเรซาร้อง " อย่าเข้ามาใกล้ฉัน! "

แพทริเซียหยุดกึก " เทเรซา ทำไม..."

แพทริเซียไม่รู้จะพูดหรือถามอะไร เธอไม่รู้ว่าเทเรซาเป็นอะไร เท่าที่ทำได้คือมองหน้าเทเรซาอยู่อย่างนั้น ช่วงเวลายาวนาน

ผ่านไปอย่างเงียบงัน แพทริเซียภาวนาให้เทเรซาบอกอะไรเธอซักอย่าง อะไรก็ได้ 

แพทริเซียต้องพูด ไม่งั้นเธอคงอึดอัดตายแน่ๆ " เทเรซา ฉันเป็นห่วงเธอนะ ฉันไม่รู้...."

เทเรซาก้าวออกมายืนตรงหน้าแพทริเซีย แล้วพูดขึ้น เป็นเสียงกระซิบที่เจือความเร่งร้อน " ไปให้ห่างจากฉัน...แพท " เทเรซา

พูด " พาเพื่อนๆ ของเราไป อย่าถามอะไรฉันเด็ดขาด ฉันฝากเธอดูแลทอมแทนฉันด้วย " 

" ทอม...เธอหมายถึงโทมัสน่ะหรอ "

เทเรซาพยักหน้า " ความทรงจำฉันบางส่วนกลับมา และทอมก็อยู่ในนั้น เหมือนเธอกับมินโฮ " เทเรซาเหลือบมองซ้ายมอง

ขวา " ไปแพท ไปเถอะ ไม่ต้องห่วงฉัน วิ่งเร็ว "

เทเรซาผลักร่างแพทริเซียไปที่ประตู เธอรู้ว่าเทเรซากำลังพูดความจริง มีบางอย่างไม่ปกติ เธอต้องทำตามที่เทเรซาบอก วิ่ง

ออกไปจากตึกนี้ให้เร็วที่สุด....




แพทริเซียวิ่งออกจากตึก เธอกลับไปหาชาวทุ่งและไม่ยอมตอบคำถามใดๆ ได้แต่บอกว่าต้องไปจากตรงนี้ วิ่งให้เร็วที่สุด บอก

ว่าเธอจะอธิบายทีหลัง แพทริเซียวิ่งไม่รอคนอื่น วิ่งไปทางเมือง น้ำตาไหลออกมาขณะวิ่ง การวิ่งหนีจากเพื่อนรักเป็นอะไรที่

ยากที่สุด เธอไม่เข้าใจเทเรซา แต่เธอรู้ว่าเทเรซาต้องการปกป้องเธอและชาวทุ่งคนอื่นๆ อย่างน้อยเทเรซาก็ยังมีชีวิตอยู่ เธอ

ยังไม่ตาย นั่นคือสิ่งที่ทำให้แพทริเซียวิ่งต่อไปได้ เธอเชื่อใจเทเรซา...



พอถึงจุดหนึ่ง อาจจะสามหรือสี่ชั่วโมงหลังจากเจอเทเรซา แพทริเซียก็หยุดลง หันไปมองด้านหลัง เห็นเงาเคลื่อนไหวอยู่

ไกลๆ ชาวทุ่งคนอื่นๆนั่นเอง แพทริเซียสูดหายใจลึก และทรุดลงไปนั่งบนพื้นดิน 

มินโฮมาถึงตัวเธอก่อน เค้าดูไม่ค่อยพอใจแพทริเซียเท่าไหร่ อาจจะโกรธที่เธอเข้าไปในตึกนั้นคนเดียว หรืออาจจะที่เธอไม่

ยอมตอบคำถามเค้าก่อนหน้านี้ " นี่เธอเป็นปลวกชนิดไหนกัน แพท " 

พอแพทริเซียไม่ตอบ มินโฮก็คุกเข่าลงตรงหน้าเธอ เค้าถอนใจเฮือกใหญ่ " โอเค...เธอรู้ตัวมั้ยแพท ว่าเธอทำฉันโกรธมาก 

ไม่ว่าจะเรื่องที่เธอเข้าไปที่นั่นคนเดียว หรือเรื่องที่เธอออกมาจากที่นั่นแล้วเผ่นแน่บโดยไม่อธิบายอะไรพวกเราเลย " เค้าถอน

ใจอีกครั้ง แล้วทิ้งตัวลงนั่ง

" ฉันขอโทดนะมินโฮ " แพทริเซียพูด เสียงเบา

ตอนนี้ชาวทุ่งคนอื่นๆ ก็มาถึงแล้ว ครึ่งหนึ่งในนั้นก้มลงหอบหายใจ อีกครึ่งเข้ามาฟังแพทริเซียกับมินโฮคุยกัน นิวท์กับโทมัสอยู่

ตรงนั้นด้วย

" เธอเห็นใครในนั้นแพท " มินโฮถาม " แล้วพวกนั้นพูดอะไรกับเธอบ้าง "

" เป็นเทเรซา..."

" แล้วทำไมเทเรซาถึงไม่ออกมากับเธอล่ะ " มินโฮพูด " บอกฉันมาเดี๋ยวนี้แพท ว่าเกิดอะไรขึ้นในนั้น "

แพทริเซียเริ่มเล่า เล่าเรื่องที่ได้เห็นเทเรซา เรื่องที่เทเรซาตัวสั่นและร้องไห้ คำเตือนของเทเรซา และเรื่องโทมัส แพทริเซีย

เล่าออกมาทั้งหมด 

ไม่มีใครพูดอะไรออกมา หลายนาทีผ่านไป ลมแห้งๆ พัดเรี่ยดิน ทำให้อากาศมีแต่ฝุ่น ดวงอาทิตย์ผุดขึ้นที่เส้นขอบฟ้า เริ่มวัน

ใหม่อย่างเป็นทางการ แพทริเซียได้ยินเสียงคนหายใจ เสียงไอสองสามที เสียงคนดื่มน้ำจากถุง เมืองที่อยู่ข้างหน้าดูจะใหญ่ 

ขึ้นในชั่วข้ามคืน หมู่ตึกยืดยาวไปหาท้องฟ้า ใช้เวลาอีกสองสามวันก็คงจะไปถึง 

" ที่นั่นมันเป็นกับดักอย่างหนึ่ง " แพทริเซียพูดออกมาในที่สุด " ฉันไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น แต่เทเรซาช่วยพวกเราไว้ และพนันได้

ว่าพวกนั้นต้องให้เทเรซาชดใช้แน่ "

มินโฮยื่นมือมาลูบหัวแพทริเซียสองสามที " แพท ถ้าไอ้พวกปลวกวิคเค็ตอยากให้เทเรซาตาย ป่านนี้เทเรซาก็เน่าอยู่ใต้กอง

หินแล้ว เทเรซาแกร่งพอๆกับเธอนั่นแหละ ยังไงเทเรซาก็รอด "

แพทริเซียยิ้มไปให้มินโฮ เค้าพูดถูก " ฉันรู้ เทเรซาต้องรอดเหมือนกับพวกเรา "

" ฮะ..แฮ่ม! " โทมัสก้าวออกมา " เทเรซา....เธอดูเป็นยังไงบ้าง "

นิวท์ชะโงกหน้าไปหาโทมัส " เป็นห่วงแฟนหรอทอมมี่ "

" โว้วๆๆๆๆๆๆ " โทมัสยกสองมือขึ้น " เธอไม่ใช่แฟนของฉัน นิวท์ "

นิวท์หรี่ตา " แล้วนายถามถึงเธอทำไมทอมมี่ " นิวท์พูด " ปกตินายไม่สนใจเธอไม่ใช่หรอ ตอนอยู่ในทุ่งนายไม่ชอบเธอซะ

ด้วยซ้ำ "

โทมัสชกแขนนิวท์แรงๆ " นิวท์ นายอย่ามาจับผิดฉันนะโว้ย "

มินโฮจับมือแพทริเซียยืนขึ้น " เราควรหยุดพัก นอนเอาแรง จะนอนใต้ผ้าหรืออะไรก็ตาม แล้วแต่พวกนาย "




มินโฮปล่อยให้แพทริเซียและชาวทุ่งหลับไปเกือบสี่ชั่วโมงเต็ม และเค้าไม่จำเป็นต้องปลุกหลายคนเลย เพราะดวงอาทิตย์ที่สูง

ขึ้นและร้อนแรงขึ้นสาดความร้อนลงมายังพื้นดิน จนในที่สุดชาวทุ่งก็ทนไม่ได้ ชาวทุ่งยังคงหน้างอและเงียบกริบขณะเตรียมตัว

เดินทาง 

" ไปกันเถอะ " มินโฮพูดขึ้นเมื่อทุกคนพร้อม แล้วพวกเค้าก็ออกเดินทาง 

ทั้งหมดเดินผ่านผืนดินที่แห้งและมีแต่ฝุ่น ไม่ต้องมีใครพูดออกมา แพทริเซียก็รู้ว่าทุกคนกำลังคิดอย่างเดียวกันคือไม่มีใครมี

แรงวิ่งกันอีก ต่อให้มีแรงก็ไม่มีน้ำมากพอที่จะรักษาชีวิตพวกเค้าเอาไว้ ดังนั้นพวกเค้าจึงเดิน มีผ้าปูที่นอนบังแดด มีอาหารกับ

น้ำร่อยหรอ นั่นทำให้มีผ้าเหลือใช้บังแดดเพิ่มขึ้น มีชาวทุ่งเดินเป็นคู่น้อยลง แพทริเซียเป็นคนแรกๆ ที่เดินคนเดียว 

เดินไป พักกินอาหารและน้ำ เดินอีก ความร้อนเหมือนมหาสมุทรแห้งที่พวกเค้าต้องว่ายฝ่าไป ลมที่พัดแรงขึ้นพาเอาฝุ่นและ

เศษดินขึ้นมา แพทริเซียไออยู่ตลอดเวลา เธอรู้สึกกระหายน้ำ แต่เสบียงของพวกเค้าลดน้อยจนถึงระดับอันตรายแล้ว ถ้าไม่มี

น้ำจืดในเมืองตอนพวกเค้าไปถึงล่ะก็.....



พวกเค้ายังคงเดินต่อไป แต่ละก้าวทรมานมากขึ้น ความเงียบเข้าครอบคลุม ไม่มีใครพูดอะไร แพทริเซียรู้ว่าพูดเพียงไม่กี่คำก็

ใช้พลังงานมากเกินไปแล้ว เท่าที่พวกเค้าทำได้คือก้าวไปข้างหน้า จ้องมองอย่างเฉยชาไปที่เป้าหมาย ซึ่งก็คือเมืองที่ใกล้เข้า

มาทุกที เหมือนกับตึกรามพวกนั้นมีชีวิต เติบโตขึ้นเมื่อพวกเค้าเข้าไปใกล้ ไม่ช้าแพทริเซียก็ดูออกว่ามันมีหน้าต่าง บางบาน

เหมือนจะแตก มองจากที่ไกลๆ อย่างนี้ถนนดูว่างเปล่า เท่าที่เห็นไม่มีต้นไม้หรือพืชชนิดใดอยู่ที่นั่นเลย ผู้คนจะอยู่ได้ยังไงกัน 

โดยเฉพาะท่ามกลางอากาศแบบนี้ แพทริเซียแน่ใจว่าพวกเค้าจะไปถึงเมืองในวันพรุ่งนี้ 

เดิน พัก เดิน พัก เดิน พัก เดิน

เมื่อดวงอาทิตย์หายไปหลังขอบฟ้าตะวันตก ลมพัดแรงขึ้น และคราวนี้ก็นำความเย็นเล็กน้อยมาด้วย แพทริเซียดีใจมาก ดีใจที่

ได้บรรเทาความร้อนบ้าง แต่พอถึงเที่ยงคืน ตอนที่มินโฮบอกให้ทุกคนหยุดพักและนอน ลมยิ่งพัดแรง โหมกระหน่ำเหมือน

พายุ รุนแรงขึ้นเรื่อยๆ 

ไม่ช้าหลังจากหยุดพัก แพทริเซียล้มตัวลงนอนหงาย ห่มผ้าปูที่นอนและดึงขึ้นมาถึงคาง 

มินโฮเดินเข้ามาและล้มตัวลงนอนข้างๆ แพทริเซีย แทรกตัวเข้ามาในผ้าปูของเธอ กอดพร้อมกับซุกหน้าไปที่ซอกคอของเธอ 

" เธอไม่เห็นง้อฉันบ้างเลย " มินโฮพึมพำ " ฉันยังไม่หายโกรธเธอเลยนะ "

แพทริเซียยิ้ม " ให้ฉันง้อยังไงดี " เธอพูด " แต่ไม่เอาวิธีง้อเหมือนนายนะ "

เงียบ

" มินโฮ...มินโฮ..."

แพทริเซียหันขวับไปหามินโฮ เอียงหน้าเล็กน้อยเพื่อมองเค้าให้ชัดๆ พบว่าเค้านั้นหลับแล้ว แพทริเซียก้มลงไปจูบริมฝีปาก 

มินโฮเบาๆ " ฝันดีนะ ฉันรักนาย..."

แพทริเซียหันกลับมา เงยหน้าขึ้นมองฟ้า ไม่นานเธอก็ผล็อยหลับไป...




แพทริเซียลืมตาตื่นมาพบกับรุ่งสาง ตอนนี้เมืองเข้ามาอยู่ใกล้แล้ว ห่างไปเพียงไม่กี่ชั่วโมง ตึกพวกนั้นสูงจริงๆ หลังหนึ่งถึง

ขนาดเหยียดยาวจางหายไปในหมอกที่ลอยต่ำ และกระจกหน้าต่างแตกๆ เหล่านั้นก็เหมือนฟันแหลมๆ แพทริเซียหันไปข้างๆ 

มินโฮไม่ได้นอนอยู่ใกล้เธอแล้ว แพทริเซียลุกขึ้นนั่ง ลมพัดโหมใส่หน้าเธอ 

ชาวทุ่งคนอื่นตื่นกันเกือบหมดแล้ว กำลังทำความเข้าใจกับอากาศที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างไม่คาดฝัน คุยกันเคร่งเครียด แพทริ

เซียไม่ได้ยิน ในหูเธอมีเพียงเสียงลมอื้ออึง

มินโฮสังเกตเห็นว่าแพทริเซียตื่นแล้วเลยเดินเข้ามาหา เค้าเอนตัวต้านลมขณะเดิน เสื้อผ้าสะบัดไปมา " ตื่นแล้วหรอคนสวย! " 

เค้าตะโกนแข่งกับเสียงลม 

แพทริเซียลุกขึ้นยืน " ลมพวกนี้มาจากไหนน่ะมินโฮ! " แพทริเซียตะโกนตอบ " เมื่อวานยังดีๆ อยู่เลย! "

มินโฮเงยขึ้นมองเมฆหนาสีเทา แล้วกลับมามองแพทริเซีย โน้มตัวลงมาพูดใกล้ๆ หูเธอ " เดาว่ามันต้องมีฝนตกในทะเลทราย

บ้างน่ะ รีบไปหาอะไรกินเถอะ เราต้องไปแล้ว บางทีเราอาจไปถึงที่นั่นและหาที่หลบได้ก่อนจะเปียกโชกเพราะพายุ "  

แพทริเซียพยักหน้า " โอเค ฉันจะกินแท่งธัญพืชพวกนั้นไปด้วยระหว่างเดิน จะได้ไม่เสียเวลา "

ไม่กี่นาทีต่อมาพวกเค้าก็มุ่งหน้าไปยังเมืองอีกครั้ง ฟ้าสีเทาเบื้องบนพร้อมระเบิดเป็นน้ำลงมาได้ทุกเวลา มินโฮชี้ไปทางเมือง 

ตึกที่ใกล้ที่สุดอยู่ห่างไม่ถึงชั่วโมงถ้าวิ่งเร็วๆ มินโฮออกวิ่ง คนอื่นๆตามไป 

เมื่อเข้าไปใกล้เมือง แพทริเซียยิ่งมองเห็นมันยากขึ้น ฝุ่นในอากาศหนาขึ้นจนกลายเป็นหมอกสีน้ำตาล มันเกาะเป็นคราบที่ตา 

ทำให้น้ำตาไหล ลมเริ่มมีความหยาบกระด้าง ฟาดเธอด้วยทรายและเศษหินจนเธอเจ็บปวด บางครั้งวัตถุชิ้นใหญ่ก็ลอยผ่านไป 

กิ่งไม้ อะไรคล้ายๆ หนูตัวเล็กๆ กระเบื้องมุงหลังคา และเศษกระดาษนับไม่ถ้วนหมุนวนอยู่ในอากาศ ต่อด้วยฟ้าแลบ 

พวกเค้าเข้าไปใกล้ตึกได้ครึ่งทางหรืออาจจะมากกว่านั้น  ตอนที่สายฟ้าฟาดลงมาอย่างไม่ทันตั้งตัว โลกรอบตัวของพวกเค้าก็

ระเบิดขึ้นด้วยแสงและเสียงของสายฟ้า มันพุ่งลงมาจากฟ้าเป็นหยัก เหมือนแท่งสีขาวฟาดใส่พื้น หูของแพทริเซียเริ่มชา 

แพทริเซียวิ่งต่อไปเรื่อยๆ เกือบมองไม่เห็นอะไร ฟังอะไรไม่ได้ยิน แทบไม่เห็นตัวตึก ผู้คนล้มและลุกกลับขึ้นยืน แพทริเซียเซ 

แต่ทรงตัวไว้ได้ เธอช่วยนิวท์ลุกขึ้นยืนใหม่ แล้วก็ฟรายแพน 

ฟ้ายิ่งมืดลงอีก ฝุ่นเกาะกลุ่มหนาขึ้น แพทริเซียมองเห็นแค่ไม่กี่คนที่อยู่ข้างหน้าเท่านั้น พวกเค้าต้องไปให้ถึงตึกนั้น ต้องไปที่

นั่น ไม่อย่างนั้นพวกเค้าคงไม่รอด แพทริเซียสงสัยว่านี่มันพายุชนิดไหนกัน ทำไมถึงไม่มีฝนตก

ตอนนั้นเองที่ลำแสงสีขาวจ้าวิ่งแซ็กลงจากท้องฟ้า และระเบิดบนพื้นหน้าเธอพอดี แพทริเซียกรีดร้องลั่นแต่ไม่ได้ยินเสียงตัว

เอง เธอหลับตาแน่น ตอนที่อะไรบางอย่าง...อาจเป็นแรงระเบิดหรือคลื่นอากาศ...เหวี่ยงเธอไปด้านข้าง เธอล้มลงนอนหงาย 

หายใจไม่ออก เศษดินร่วงลงมาใส่ เธอเช็ดหน้า อ้าปากสูดอากาศขณะดิ้นรนลุกขึ้นยืน ในที่สุดอากาศก็ไหลเข้ามาในปอด เธอ

สูดหายใจเข้าลึกๆ ความมืดหมุนวนอยู่รอบตัว แล้วแพทริเซียก็มองเห็นภาพสยดสยอง...

แจ็คนั่นเอง เด็กหนุ่มนอนอยู่บนพื้น อยู่ในหลุมเล็กๆ ดิ้นพราด หน้าแข้ง ข้อเท้า และเท้าหายไปเพราะแรงระเบิดของกระแส

ไฟฟ้าจากฟากฟ้า เลือดทะลักออกมาจากแผล เสื้อผ้าเค้าไหม้หมดจนร่างเปล่าเปลือย ร่องรอยบาดเจ็บแผ่ไปทั่วร่าง เค้าไม่มี

ผม และดูเหมือนลูกตาของเค้าก็....

แพทริเซียหันไปทางอื่น ทรุดตัวลงกับพื้น สำลักฝุ่น และไอออกมา พวกเค้าช่วยอะไรแจ็คไม่ได้แล้ว ไม่มีทางเลย แล้วใครคน

หนึ่งก็คว้าตัวแพทริเซียไว้ ดึงเธอลุกขึ้น มินโฮนั่นเอง เค้าพูดอะไรบางอย่าง แพทริเซียพอจะอ่านริมฝีปากเค้าได้ เราต้องไป

แล้วแพท เราช่วยเค้าไม่ได้แล้ว



แพทริเซียวิ่งไปพร้อมกับมินโฮ มองเห็นเงาเป็นกลุ่มก้อนอยู่ทางซ้ายและขวา ชาวทุ่งคนอื่นนั่นเอง แต่ก็เพียงไม่กี่คน มันมืด

เกินกว่าจะมองเห็น ตอนนี้ชาวทุ่งต้องพึ่งตัวเอง เธอวิ่งไปเรื่อยๆ ตาไม่ละไปจากมินโฮที่อยู่ข้างหน้าห่างไปไม่กี่ก้าว 

พลันแสงสีขาวร้อนระเบิดขึ้นตรงหน้าแพทริเซีย ส่งเธอลอยขึ้นไปในอากาศก่อนปลิวถอยหลังลงพื้น  แพทริเซียกรีดร้อง แรง

ระเบิดนั่นเกิดขึ้นตรงที่มินโฮวิ่งอยู่พอดี มินโฮ! แพทริเซียกระแทกพื้นอย่างเจ็บปวด แต่เธอไม่สนใจ เธอลุกขึ้น วิ่งไปข้างหน้า 

สายตาเห็นแต่ความมืดกับภาพเบลอๆ เป็นดวงวาบๆ แล้วเธอก็เห็นเปลวไฟ 

สมองแพทริเซียต้องใช้เวลาหนึ่งนาทีเต็มๆ กว่าจะประมวลผลได้ว่าเห็นอะไรอยู่ มินโฮนั่นเอง เสื้อผ้าเค้าติดไฟ

แพทริเซียร้องลั่น พุ่งลงไปที่พื้นข้างๆมินโฮ ขุดลงไปในดิน เธอโกยดินขึ้นมาใส่มินโฮด้วยสองมืออย่างบ้าคลั่ง เล็งไปที่จุด

ติดไฟ มันได้ผลเมื่อมินโฮช่วยด้วยการกลิ้งไปมาพร้อมกับใช้มือตบช่วงไหล่ 

ไม่กี่วินาทีไฟก็ดับ ทิ้งไว้เพียงเสื้อผ้าไหม้ๆ และแผลแดงเถือกตรงไหล่ด้านซ้าย เธอรู้ว่าไม่มีเวลาพอจะหยุด จึงคว้าตัวมินโฮ 

และลากอีกฝ่ายยืนขึ้น 

" ไปกันเถอะ! " แพทริเซียตะโกน

มินโฮไอ นิ่วหน้า แต่แล้วก็พยักหน้า เอาแขนข้างหนึ่งโอบรอบคอแพทริเซีย ทั้งสองก้าวไปยังตึกนั้นให้เร็วที่สุดด้วยกัน ชาวทุ่ง

อยู่ทางซ้ายและขวา มุ่งหน้าไปทางทิศเดียวกัน พวกเค้าดูมีจำนวนน้อยลง เธอสังเกตเห็นนิวท์ โทมัส ฟรายแพน แล้วก็อริส 

ทุกคนดูหวาดกลัวพอๆ กัน กำลังวิ่ง สายตาทุกคู่จับจ้องอยู่ที่เป้าหมายซึ่งตอนนี้อยู่ไม่ไกลแล้ว

มินโฮสะดุดล้มลง ลื่นหลุดจากมือแพทริเซีย แพทริเซียหยุด หันไปดึงมินโฮให้ลุกขึ้นยืน เอาแขนมินโฮโอบรอบไหล่ตัวเอง

ใหม่ กอดรอบลำตัวอีกฝ่ายแน่นด้วยสองมือ กึ่งแบกกึ่งลากไปด้วยกัน ชาวทุ่งคนหนึ่งล้มลงทางซ้าย เธอดูไม่ออกว่าเป็นใคร 

เด็กหนุ่มอีกคนล้มลงทางขวาก่อนจะลุกขึ้นใหม่ สายฟ้าระเบิดขึ้นข้างหน้าเยื้องไปทางขวา อีกหนทางซ้าย ตามด้วยตรงหน้า

พอดี แพทริเซียต้องหยุด กระพริบตาถี่ๆ แล้วเธอก็ออกวิ่งอีกครั้ง ลากมินโฮไปด้วย

ในที่สุดพวกเค้าก็ไปถึงตึกหลังแรกในเมือง

ทั้งตึกเป็นสีเทา ทำจากแท่งหินมหึมา โค้งประตูก่อขึ้นจากอิฐ หน้าต่างของตึกแตก อริสไปถึงประตูเป็นคนแรก โบกมือให้ชาว

ทุ่งสองสามคนเข้าไปก่อน แล้วตัวเค้าก็เข้าไป แพทริเซียไปถึงพร้อมๆ กับนิวท์และโทมัส   

นิวท์กับโทมัสรับมินโฮไป ลากมินโฮถอยหลังข้ามผ่านทางเข้าที่เปิดโล่งอย่างระวัง จากนั้นแพทริเซียก็ตามเข้าไป เธอหันไป

มองทันได้เห็นว่าข้างนอกฝนตก...




แพทริเซียนั่งจ้องมองสายฝนอยู่ตำแหน่งเดิมอย่างน้อยสามชั่วโมงแล้ว เธอเบียดตัวกับผนัง หมดแรงและเจ็บปวด ชาวทุ่งคน

อื่นๆ นั่งขดตัว หรือไม่ก็นอนตะแคงอยู่ทั่วห้อง มินโฮขดตัวอยู่ข้างๆ แพทริเซีย แทบไม่ขยับเขยื้อน ดูเหมือนว่าทุกครั้งที่ขยับ

จะส่งคลื่นความเจ็บปวดไปทั่วทุกเส้นประสาท นิวท์ก็อยู่ใกล้ๆ เช่นกัน โทมัสกับฟรายแพนก็ด้วย แต่ไม่มีใครพยายามพูดหรือ

จัดระเบียบอะไร ไม่มีใครนับจำนวนชาวทุ่งหรือดูว่าใครหายไป ทุกคนต่างนั่งหรือนอนอย่างเซื่องซึมไร้ชีวิตพอๆ กับแพทริเซีย 

เธอไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น นี่มันพายุชนิดไหนกัน สุดท้ายเธอก็หลับไป 


แพทริเซียตื่นขึ้น เธอได้ยินเสียงหายใจหนักๆ ของชาวทุ่งที่หลับอยู่ ได้ยินเสียงครวญครางจากมินโฮ ได้ยินเสียงฝนที่ตกอยู่

โครมๆ ข้างนอก แพทริเซียปัดทุกอย่างออกไป ปล่อยให้ความเหนื่อยชนะ จากนั้นเธอก็หลับไปอีกครั้ง


สองสิ่งปลุกแพทริเซียให้ตื่นขึ้นเต็มตา หนึ่งคือแสงเรืองๆ ของพระอาทิตย์ และความเงียบที่เกิดขึ้นกระทันหัน พายุสงบลง

แล้ว เธอรู้สึกเมื่อยและปวดเนื้อปวดตัวไปหมด แสงสาดเข้ามาทางหน้าต่างแตกๆ แพทริเซียเจ็บจี๊ดที่ท้องเพราะความหิว 

เธอเหลือบมองรอบตัว เห็นชาวทุ่งคนอื่นส่วนใหญ่ยังหลับอยู่ แต่นิวท์เอนเอาหลังพิงผนัง จ้องมองไปที่ความว่างเปล่ากลาง

ห้องอย่างเศร้าๆ 

" นิวท์ เป็นไรรึเปล่า " แพทริเซียถาม 

นิวท์หันมาทางเธอช้าๆ ดวงตาเลื่อนลอย " ฉันไม่เป็นไรหรอกแพทตี้ " นิวท์พูด " แค่รู้สึกว่าการตายมันจะง่ายกว่าการมีชีวิตอยู่

รึเปล่า "

" ขอร้องล่ะนิวท์ นายอย่าคิดแบบนั้นเลยนะ " แพทริเซียพูด " เราต้องสู้ให้ถึงที่สุด "

นิวท์พยักหน้าเนือยๆ ไปทางมินโฮ " หมอนั่นเป็นอะไรมากมั้ย "

" ฟ้าผ่าทำเสื้อผ้าเค้าติดไฟ แต่เราฟาดมันดับได้ก่อนที่จะสร้างความเสียหายมากเกินไป ไหล่เค้าเป็นแผลใหญ่ "

" โอยยย....." เสียงนั้นดังมาจากมินโฮ เป็นเสียงครางยืดยาวอย่างอ่อนแรง ดวงตาเค้าลืมขึ้น แล้วหันมาทางเธอกับนิวท์ 

" โอย ตาย ฉันปลวกแล้ว ปลวกตลอดกาล "

" แย่ขนาดไหนเชียว " นิวท์ถาม

แทนที่จะตอบ มินโฮกลับค่อยๆ ดันตัวลุกขึ้นนั่ง คำรามและนิ่วหน้าในทุกการเคลื่อนไหว แต่ในที่สุดก็นั่งขัดสมาธิได้สำเร็จ 

เสื้อผ้าเค้ากลายเป็นสีดำและฉีกขาดตรงไหล่ซ้าย แผลพองแดงโผล่ออกมา นอกนั้นก็อยู่ครบและยังหล่อเหมือนเดิม แม้ว่าจะ

สกปรกไปหน่อยก็ตาม

" ปลวกแน่ะ " มินโฮตอบมา " ฉันแกร่งยิ่งกว่าหินผา ต่อให้เจ็บกว่านี้ฉันก็เตะก้นฟีบๆ ของนายได้ นิวท์ "

นิวท์ยักไหล่ " ฉันล่ะอยากให้หน้าของนายไหม้จริงๆ เล๊ย " นิวท์ว่า " อะไรๆ มันคงง่ายกว่านี้ "

" เสียใจด้วยนิวท์ ที่ฉันยังหล่อเหมือนเดิม " มินโฮเอี้ยวหัวไปมองชาวทุ่งที่หลับอยู่ " กี่คน "

" พวกเรามีอยู่แค่สิบเอ็ดคน " นิวท์พูด 

" เท่าไหร่นะ...หกหรือเจ็ดที่ตายในพายุ " มินโฮถาม

" เจ็ด " นิวท์พึมพำ

" นี่พวก " มินโฮพูด " เราจะบุกฝ่าเมืองนี้ด้วยคนสิบเอ็ดคนได้ยังไง เท่าที่รู้ ที่นี่อาจมีแคร้งเป็นร้อยๆ ก็ได้ หรือพันๆ "

นิวท์ถอนหายใจเฮือกใหญ่ " ที่นายคิดมันมีแค่นี้เรอะ แล้วคนที่ตายไปล่ะ มินโฮ แจ็คไม่อยู่แล้ว วินสตันก็ด้วย พวกเค้าไม่มี

โอกาสหนีเลย " เค้ามองไปรอบๆ " แล้วฉันก็ไม่เห็นสแตนหรือทิมด้วย "

" เฮ้ยๆๆๆ " มินโฮยกสองมือขึ้น " ใจเย็นๆ หน่อยพวก ฉันไม่ได้ขอเป็นผู้นำปลวกนี่เลยนะ นายจะร้องไห้กับเรื่องที่เกิดขึ้นทั้ง

วันก็ได้ แต่ผู้นำไม่ทำอย่างนั้น ผู้นำเป็นคนคิดว่าจะไปไหนและจะทำยังไงหลังจากเกิดเรื่องพรรค์นั้นขึ้นแล้วต่างหาก "

" โทดที ฉันแค่..."

" ฮื่อ ขอโทดเหมือนกัน " 

อริสกับโทมัสขยับขึ้นมาสมทบ 

" เคยเห็นอะไรเหมือนพายุฟ้าคะนองนั่นมั้ย " อริสถาม

แพทริเซียสั่นหัวเพราะอริสมองเธออยู่ " ดูไม่เหมือนของธรรมชาติ ฉันค่อนข้างแน่ใจว่าของอย่างนั้นไม่ได้เกิดขึ้นเป็นปกติ "

" จำที่ไอหน้าหนูกับผู้หญิงคนนั้นบอกเราตอนอยู่บนรถบัสได้มั้ย " โทมัสพูด " ที่ว่าดวงอาทิตย์ลุกวาบ และโลกทั้งโลกมอด

ไหม้เหมือนนรกน่ะ มันปั่นป่วนสภาพอากาศขนานใหญ่พอจะทำให้พายุบ้าคลั่งอย่างนั้นเกิดขึ้นมาได้ "

" อย่างน้อยมันก็จบไปแล้ว " นิวท์พูด " เราควรเริ่มคิดว่าจะทำอะไรต่อไปดีกว่า "

" เห็นมั้ย " มินโฮว่า

แพทริเซียจำภาพแคร้งที่หน้าต่างได้ เหมือนฝันร้ายที่มีชีวิต " เราควรหาวิธีให้ได้ก่อนจะมีฝูงบ้าพวกนั้นโผล่มา แต่เราต้องกิน

ก่อน เราต้องหาอาหาร "

" อาหารรึ "

แพทริเซียสูดหายใจเฮือก เพราะเสียงนั้นดังมาจากด้านบน เธอเงยหน้ามองพร้อมๆ กับคนอื่น มีใบหน้าหนึ่งมองลงมาจากเศษ

ซากของชั้นสาม เป็นใบหน้าของชายหนุ่ม ดวงตามีแววคลั่งเล็กน้อย

" นายเป็นใครน่ะ " มินโฮตะโกน 

แล้วชายคนนั้นก็กระโดดลงมาจากด้านบน ในวินาทีสุดท้ายก่อนถึงพื้น เค้าขดตัวเป็นลูกบอลกลิ้งอยู่สามรอบก่อนสปริงตัวขึ้น 

ลงมายืนด้วยเท้า

" ฉันชื่อฮอร์เก้ " เค้าพูด " และฉันก็คือแคร้งที่ปกครองที่นี่ "




                        




* อยากจะบอกว่าฮอร์เก้เป็นแคร้งที่หล่อมากกกก><




                                                     









                                                     อย่าลืมเม้นให้กำลังใจด้วยนะคะ^^



ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 13 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

110 ความคิดเห็น

  1. #47 อัคคีเริงระบำ (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 17 พฤษภาคม 2559 / 19:49
    ฮอเก้หล่อ-.,-555 รอตอนต่อไปนะคะ//รู้สึกอยากอ่านวันละ2ตอน555 ล้อเล่นนะคะ
    #47
    2
    • #47-1 8563 / Dema(จากตอนที่ 22)
      20 พฤษภาคม 2559 / 04:16
      หล่อเนอะๆ >< อัพแล้วน้าๆๆๆๆๆๆ
      ตอนแรกไรท์อัพวันละสองสามตอน เพราะไม่ค่อยมีงาน แต่ช่วงหลังๆ งานเยอะมาก มันเลยลดไปเรื่อยๆ
      ขอโทดด้วยน้าาา ;_;
      #47-1
  2. #46 lamb_san (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 17 พฤษภาคม 2559 / 18:46
    แคร้งหล่อบาดจิตมาก ยอม555555
    #46
    1
    • #46-1 8563 / Dema(จากตอนที่ 22)
      20 พฤษภาคม 2559 / 04:14
      ไรท์ยอมด้วยคน 5555
      #46-1
  3. #45 berrypieee (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 17 พฤษภาคม 2559 / 07:15
    แอบสงสัยทำไมแคร้งในหนังสือพูดได้ด้วย มีสติเหมือนคนเลย.
    #45
    1