ชายาอ๋องกระดูกเหล็ก (สนพ.สถาพรบุ๊คส์)

ตอนที่ 25 : คำตอบ (รีไรต์)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 67,063
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 673 ครั้ง
    18 ก.พ. 61


          " แปลกนะหยางเฉิง  ที่วังหลวงข้ากับเจ้านั้นมิค่อยได้พบเจอกันสักเท่าใด  หากแต่นอกวังนั้นกลับบังเอิญพบกันบ่อยเสียนี่ "

 

 

          มู่หรงหย่งหมิง กล่าวพลางคลี่ยิ้มเล็กน้อยส่งไปให้ผู้เป็นน้องชายต่างมารดา  ทว่าภายในใจนั้นอารมณ์ความรู้สึกช่างสวนทางจากรอยยิ้มที่ประดับบนใบหน้าของเขามากนัก

 

 

          " หม่อมฉัน เพียงแวะมาเยี่ยมเยือนคุณหนูจางก็เท่านั้น  จึงถือโอกาสตรวจอาการของนางด้วย  จริงสิ  คุณหนูจาง เมื่อสักครู่จากที่ตรวจชีพจรนั้นเป็นปกติดี พักอีกสักวันก็คงกลับไปช่วยพี่ชายของเจ้าดำเนินการเรื่องหอเริงรมย์ของเจ้าได้แล้วล่ะ  แต่คราวนี้ก็จงระวังอย่าหักโหมจนร่างกายย่ำแย่อีกล่ะ "

 

 

          มู่หรงหยางเฉิง เอ่ยตอบพี่ชายคนรอง  หากแต่นึกขึ้นได้จึงหันกลับไปบอกผลการตรวจให้จางซูหนี่ว์รับรู้  ทั้งเอ่ยเตือนนางให้รักษาสุขภาพด้วยความเป็นห่วง  

 

 

          " ขอบพระทัยเพคะ ที่ทรงเป็นห่วง หม่อมฉันจะดูแลตนเองเป็นอย่างดี  ยังไม่อยากที่จะกินยาสมุนไพรขมๆขององค์ชายบ่อยนักเพคะ  หม่อมฉันเกรงใจ "

 

 

          จางซูหนี่ว์ เอ่ยตอบองค์ชายห้า พลางส่งยิ้มและกล่าวติดตลกไปในตอนท้าย  แต่ก็เป็นเรื่องจริงยาสมุนไพรที่องค์ชายห้าส่งมาให้นั้น รสชาติแย่ยิ่งกว่าบอระเพ็ดเสียอีก 

 

 

       แลกกับการที่ไม่ต้องกลับไปกินสมุนไพรเหล่านั้นนางย่อมต้องดูแลตนเองเป็นอย่างดีแน่นอน

 

 

          " เช่นนั้นก็ดี  หากแต่ถ้าเจ้าเป็นอะไรขึ้นมาอีก  ท่านหมอมู่ผู้นี้ก็ยังพร้อมที่จะรักษาเจ้าอยู่เสมอนะ  อ้อ..สมุนไพรขมๆ แต่สรรพคุณดีนั้น เปิ่นหวางก็มีใช้รักษาเจ้าอยู่มิน้อย  "

 

 

          มู่หรงหยางเฉิง นึกขำจึงเอ่ยเย้านางกลับไปเช่นนั้น  และท่าทางนางยามพูดนั้นน่าเอ็นดูดีไม่น้อย  นางไม่ค่อยมีจริตเหนียมอาย  หรือหลบสายตาเขาเหมือนสตรีอื่นที่พบ  หากแต่ก็ไม่ได้มีจริตยั่วยวนเหมือนอีกหลายนางที่กระทำยามพบเขาเช่นกัน  

 

 

          ทว่าแม้นางไม่กระทำเช่นนั้น  นางก็มีเสน่ห์ในแบบของนางที่เย้ายวนให้บุรุษถวิลหาอยู่ไม่น้อย

 

 

        " คนของหม่อมฉัน คงจำได้ดีเพคะ  ว่าสามารถตามท่านหมอมู่ได้จากที่ใด "

 

 

          จางซูหนี่ว์ กล่าวพลางส่งยิ้มไปให้บุรุษสูงศักดิ์ตรงหน้า  เอ่ยถึงบ่าวรับใช้ที่จางฮุ่ยเฟิงใช้ให้ไปตามหมอมารักษานางเมื่อครั้งที่นางหมดสติ

 

 

          เมื่อนางมององค์ชายห้าที่ระบายยิ้มอ่อนโยนมาให้  ก็รู้สึกได้ว่าบุรุษผู้นี้ช่างเป็นคนที่นุ่มนวล เรียบง่ายและไม่ถือตัว  เหมือนสายน้ำอันเย็นฉ่ำ  ผู้ใดอยู่ใกล้ก็ให้รู้สึกสดชื่นและสบายใจ  ซึ่งก็คงจะรวมถึงตัวนางด้วยเช่นกัน...

 

 

          สายตาละมุนละไม  รอยยิ้มจริงใจ  การพูดคุยของทั้งคู่ที่ไม่ว่าอย่างไรก็ช่างดูสนิทสนมกันมากกว่าเขาอยู่มาก  มู่หรงหย่งหมิงยืนมองภาพการสนทนาระหว่างจางซูหนี่ว์และมู่หรงหยางเฉิง  

 

 

      เหตุใดจึงรู้สึกเจ็บแปลบที่ใจได้ถึงเพียงนี้  นางมิเห็นเขาอยู่ในสายตาเลยหรืออย่างไร 

 

 

          แล้วประโยคที่กล่าวเรื่องสมุนไพรนั่นอีกล่ะ...หึ

 

 

          " ไม่ทราบว่าจวิ้นอ๋องเสด็จมาถึงที่จวนสกุลจาง ทรงมีสิ่งใดให้หม่อมฉันรับใช้หรือไม่เพคะ "

 

 

          เป็นจางฮูหยินที่กล่าวขึ้นในที่สุด  ด้วยเห็นว่าบุตรสาวนั้นมิได้ใส่ใจในจวิ้นอ๋องมากเท่าที่ควร  ทั้งที่ก็ทรงประทับยืนอยู่ตรงนี้มิไกลเลย 

 

 

          ความจริงตั้งแต่ที่กลับมาจากการทดแทนคุณจวิ้นอ๋องที่วัง  แม้ว่านางจะถามไถ่ความเป็นไปในระหว่างเจ็ดวันที่บุตรสาวพำนักอยู่ที่นั่น  แต่นางก็มักบ่ายเบี่ยงตลอด เสมือนไม่อยากเอ่ยถึง ยังอดคิดมิได้ว่าต้องมีสิ่งใดปิดบังอยู่เป็นแน่  

 

 

       จวบจนวันนี้ยิ่งตอกย้ำว่าสิ่งที่นางคิดนั้นถูกต้อง  ระหว่างจวิ้นอ๋องกับบุตรสาวของนางต้องมีบางสิ่งเกิดขึ้นแน่นอน  มิเช่นนั้นซูหนี่ว์คงมิวางเฉยใส่จวิ้นอ๋องเช่นนี้ 

 

 

          " เปิ่นหวางเพียงต้องการมาเยี่ยมเยือนหนี่ว์เอ๋อร์  ด้วยทราบจากฮุ่ยหรานว่านางนั้นล้มป่วย ครั้งก่อนนางเองก็เคยดูแลเปิ่นหวาง  ครั้งนี้เปิ่นหวางจึงอยากมาดูอาการของนางบ้าง  แต่ดูเหมือนว่านางคงจะไม่เป็นสิ่งใดมาก และคงจะหายในเร็ววันกระมัง "

 

 

          มู่หรงหย่งหมิง  หันไปกล่าวกับจางฮูหยิน  หากแต่ก็อดปรายสายตามามองทางสตรีที่เข้าใจยากผู้นั้นไม่ได้  ซึ่งบัดนี้นางก็ได้หันกลับมาสบสายตากับเขาพอดี

 

 

          หนี่ว์เอ๋อร์ ไยเจ้าจึงเป็นสตรีที่เข้าใจยากนัก  บางครั้งนางก็ฉลาด บางครั้งนางก็ไม่ยอมเข้าใจหรือรับรู้อะไรเลย  ไม่ว่าเขาจะทำสิ่งใดนางล้วนมองเขาในด้านร้ายอยู่เสมอ  

 

 

          ที่ผ่านมานั้นเริ่มแรกก็รู้ว่ากระทำผิดต่อนางเอาไว้จริง เขามิขอแก้ตัวสิ่งใดแม้สักน้อย

 

 

          ทว่าบัดนี้อยากแก้ไขสิ่งที่ผ่านมา  ไยนางจึงไม่เปิดใจมองเขาในแง่ดีเสียบ้าง

 

 

          เพียงเขามิได้กล่าววาจาอ่อนหวาน นุ่มนวล ดั่งเช่น หยางเฉิง กระนั้นหรือ....

 

 

          ต่อให้เพียรทำสิ่งใดให้  ในสายตาของนางเขาจึงเป็นเพียงคนเจ้าเล่ห์ ร้ายกาจ เท่านั้น....

 

 

          หากถ้อยคำเหล่านี้ที่อยู่ภายในใจของเขา  สามารถเอื้อนเอ่ยเป็นคำพูดผ่านทางสายตาได้ในตอนนี้  เขาก็อยากจะให้นางรับรู้สิ่งที่อยู่ในใจของเขา  และอยากถามนางเหลือเกินว่า...ต้องทำอย่างไรนางจึงจะหันกลับมามองเขาบ้าง

 

 

          " ขอบพระทัยที่ทรงเป็นห่วงเพคะ "

 

 

          หญิงสาวเอ่ยออกมาในที่สุด หลังจากที่เผลอไปสบสายตากับจวิ้นอ๋องเข้า  ก็ให้รู้สึกสะดุดใจนักด้วยสายตาที่ใช้มองนางนั้น ราวกับว่ากำลังบอกกล่าวสิ่งใดต่อนาง

 

 

       สายตาวูบไหวดั่งว่ากำลังตัดพ้ออะไรนางอยู่อย่างนั้นแหละ  หากแต่ชั่วครู่ก็กลับไปนิ่งขรึมเช่นเดิม

 

 

          นางไม่รู้ว่าควรจะมองเขาเช่นไรดี ก็อยากจะค้นหาความจริงภายในใจเขาอยู่เหมือนกัน  ที่ผ่านมาเคยมอบความจริงใจให้นางบ้างหรือไม่ 

 

 

      หากจะว่าไปเรื่องราวระหว่างนางกับจวิ้นอ๋องนั้น คงเริ่มมาจากการที่เขาช่วยเหลือนาง นางคิดตอบแทนคุณ  แต่เขากลับหลอกใช้ และคิดจะเอาชีวิตนางเข้าไปพัวพันกับความวุ่นวายในวังหลวง 

 

 

          ทว่าพอจะมีสิ่งใดให้นางเริ่มจะมองในแง่ดีอยู่บ้าง เขาก็มาล่วงเกินนางอีก ทั้งที่ทำไปนั้นใช่ว่าจะรักนาง เพราะเขารู้สึกกับนางเช่นไรตัวเขายังไม่รู้ด้วยซ้ำไป  แล้วยังกล้ายกตำแหน่งจวิ้นหวางเฟยให้นางอย่างง่ายดาย  ไร้ความหมาย ไร้ความรู้สึก ไร้คุณค่า นางไม่อยากได้  

 

 

          ทั้งที่ตั้งใจจะไม่พบกันอีก หากแต่คืนนั้นหลังจากเจอกันโดยบังเอิญที่หอบุปผาเริงรมย์  ก็ดูเหมือนว่าเขาจะอ่อนโยนขึ้นมาบ้าง  ทว่าวันนี้กลับมีใบหน้าถมึงทึงอีก  บางครั้งนางก็เดาอารมณ์ความรู้สึกเขาไม่ถูกนักหรอก

 

 

       ในขณะเดียวกันมู่หรงหยางเฉิง ก็รู้สึกได้ถึงสายตาที่หญิงสาวข้างกาย กับพี่ชายต่างมารดาของเขานั้นใช้มองกัน  ให้เกิดคำถามขึ้นมาในใจมิได้...

 

 

          ทั้งสองนั้นมีความสัมพันธ์เช่นใดกันแน่  มองผิวเผินในคราแรกนั้นออกจะดูห่างเหิน  หากแต่เมื่อได้ลองสังเกตสายตานั้นเล่า  มันเหมือนมีอะไรบางอย่างที่ซ่อนเร้นอยู่ในสายตาของทั้งคู่  ทั้งสองคนจะรับรู้ได้อย่างที่เขารู้สึกหรือไม่นั้น เขาก็ไม่แน่ใจนักหรอก 

 

 

          หากแต่สิ่งที่เขาแน่ใจนั่นคือ...เขาไม่อยากให้สตรีผู้นี้ ใช้สายตาเช่นนั้นมองผู้ใดเลยนอกจากเขา  

 

 

          " เอ่อ...นี่ก็ใกล้จะได้เวลามื้อกลางวันแล้ว อย่างไรทูลเชิญจวิ้นอ๋องและองค์ชายห้าเสวยกลางวันที่นี่ได้หรือไม่เพคะ "

 

 

          จางฮูหยินเอ่ยแทรกขึ้น ท่ามกลางบรรยากาศที่นางรู้สึกว่าช่างอึมครึมอย่างไรชอบกล  

 

 

          " เปิ่นหวางคงต้องขอตัว  เพราะได้ทูลเสด็จแม่เอาไว้ว่าวันนี้จะกลับไปร่วมมื้อกลางวันด้วย  เอาไว้ครั้งหน้าหากมีโอกาส  เปิ่นหวางคงได้ลิ้มรสอาหารฝีมือการปรุงของฮูหยินจางนะ "

 

 

          มู่หรงหยางเฉิงเอ่ยขึ้น  ในใจนั้นนึกเสียดายอยู่มิน้อย หากแต่ก็รับปากพระมารดาเอาไว้ก่อนหน้าแล้ว  จึงไม่อยากผิดคำพูด  

 

 

          " หากเป็นเช่นนั้น  เอาไว้โอกาสหน้า หม่อมฉันคงได้ทูลเชิญองค์ชายห้าเสวยพระกระยาหารที่จวนสกุลจางอีกครานะเพคะ "

 

 

          " แน่นอนว่า เปิ่นหวางคงมิปฏิเสธอีกเป็นครั้งที่สองแน่ "

 

 

          มู่หรงหยางเฉิงเอ่ยกับจางฮูหยิน ก่อนที่จะหันไปกล่าวกับผู้เป็นพี่ชาย

 

 

          " พี่รอง หม่อมฉันคงต้องขอทูลลาก่อน "

 

 

          มู่หรงหย่งหมิงเพียงยิ้มและพยักหน้าให้เท่านั้น เป็นเชิงรับคำผู้เป็นน้องชาย

 

 

          จางซูหนี่ว์กลับเข้ามาด้านใน หลังจากที่เดินออกไปส่งเสด็จองค์ชายห้าที่หน้าประตูใหญ่ด้านหน้าจวน  นางพบเพียงจวิ้นอ๋องที่ทรงประทับอยู่ลำพังพระองค์เดียว  

 

 

          หันซ้ายแลขวาก็ไม่เห็นมีผู้ใด  แปลกนักหายไปที่ใดกันหมด  ทั้งมารดาของนาง  พี่ใหญ่ที่ปกติตามติดดั่งเงาจวิ้นอ๋องก็หายเงียบ  บ่าวรับใช้ที่ปกติต้องอยู่คอยรับใช้ก็ไม่มี  เพ่ยเพ่ยที่ประคองนางเข้ามาเมื่อครู่ก็ถูกตามตัวให้เข้าไปช่วยที่ครัวกะทันหัน  จึงเหลือเพียงนางที่เผชิญหน้ากับบุรุษผู้นี้เพียงลำพัง

 

          " คุยเป็นเพื่อนเปิ่นหวางได้หรือไม่ "

 

 

          มู่หรงหย่งหมิงทอดสายตามองสตรีตรงหน้า  พลางกล่าวกับนางด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนลงกว่าที่เคย 

 

 

          มิใช่คำสั่ง หากแต่เป็นคำขอร้อง  

 

 

       เขาก็อยากจะพูดคุยกับนางดีดีอย่างที่นางพูดคุยกับน้องชายของเขาบ้าง  มิใช่พูดพลางทะเลาะ ประชดประชันกันดั่งเช่นที่ผ่านมา  ก็รู้ตัวว่าคำพูดของเขาหลายครั้งมันอาจจะฟังดูห้วน และไม่ถูกใจนางสักเท่าไร

 

 

          " เพคะ "

 

 

          จางซูหนี่ว์ ตัดสินใจเดินเข้าไปนั่งที่เก้าอี้ไม่ไกลจากจวิ้นอ๋องนัก  อย่างน้อยก็เป็นมารยาทของเจ้าบ้านล่ะนะ

 

 

          บรรยากาศนั้นตกอยู่ในภวังค์ความเงียบไปชั่วครู่ หนึ่งคนไม่รู้ว่าจะเริ่มต้นกล่าวสิ่งใดก่อนดี  อีกหนึ่งก็รอคอยที่จะฟังว่าคนตรงหน้าจะกล่าวสิ่งใด  หากเมื่อสบตากลับรู้สึกว่ามีคำพูดอยู่ในนั้นมากมายนัก

 

 

          " เปิ่นหวาง...."

 

 

          " หม่อมฉัน...."

 

          ทว่าเมื่อเริ่มกล่าวสิ่งใด กลับเอ่ยออกมาพร้อมกันเสียอย่างนั้น  ต่างคนต่างชะงัก ในที่สุดก็อดที่จะยิ้มออกมาด้วยความเก้อมิได้....

 

 

          " เชิญจวิ้นอ๋องก่อนเถิดเพคะ "

 

 

          " เจ้ากล่าวก่อนเถิด "

 

 

          " หม่อมฉันเพียงจะถามว่าเสี่ยวไป๋สบายดีหรือไม่เพคะ "

 

 

          นางกล่าวไปเช่นนั้นล่ะ...อาจเป็นคำถามที่ฟังดูไร้สาระที่สุดกระมัง  แต่นางไม่รู้จะกล่าวอะไรกับคนตรงหน้าดี  ถามว่าสบายดีไหม ก็เห็นอยู่ว่าเขาไม่ได้เจ็บไข้ได้ป่วยอะไร  ถามว่าทานอะไรมาหรือยังนั่นก็ยิ่งแล้วใหญ่...

 

 

          มู่หรงหย่งหมิงชะงักไปเล็กน้อย  นางไม่คิดจะถามอะไรเกี่ยวกับตัวเขาสักหน่อยหรือไร  หรือเขาอาจจะคาดหวังมากจนเกินไป

 

 

          "  ก็เห็นนางยังกินได้ นอนหลับ  ไม่เจ็บป่วยสิ่งใด "

 

 

          เขาเองก็ตอบนางไปอย่างนั้น  นึกเคืองสตรีตรงหน้าอยู่เหมือนกัน  นางนั้นหรือช่างเห็นสาวใช้ดีกว่าเขาได้  คิดพลางน้อยใจเล็กน้อย

 

 

          " แล้วเมื่อสักครู่ จวิ้นอ๋องจะทรงกล่าวสิ่งใดหรือเพคะ "

 

 

          หญิงสาวเอ่ยถามกลับไปบ้าง 

 

 

          " เจ้าคิดว่าหยางเฉิงเป็นอย่างไรบ้าง "

 

 

          ก็ว่าจะไม่กล่าวสิ่งใดที่ทำให้เสียบรรยากาศที่เป็นอยู่  หากแต่ปากก็ไวเหลือเกิน  เขาเอ่ยถามสิ่งที่อยากรู้

 

 

          " หมายถึงพระอุปนิสัยหรือเพคะ "

 

 

          " ก็ทำนองนั้น " 

 

 

          " ก็ทรงอ่อนโยน พระทัยเย็น  สุภาพ  วางพระองค์เรียบง่ายเข้าถึงราษฎร ประมาณนี้เพคะ "

 

 

         นางกล่าวออกไปอย่างที่ใจคิด

 

 

          " แล้วชอบหรือไม่ "

 

 

          มู่หรงหย่งหมิง เห็นนางกล่าวถึงน้องชายทั้งมีรอยยิ้มยามเอ่ยถึง ก็ให้นึกขัดหูขัดตาอย่างไรชอบกล

 

 

          " เป็นใครก็ย่อมต้องชื่นชอบ และชื่นชมอยู่แล้วมิใช่หรือเพคะ "

 

 

          "  แค่ชื่นชอบ และชื่นชม เพียงเท่านั้นได้หรือไม่ "

 

 

          " จวิ้นอ๋องจะทรงกล่าวสิ่งใดกันแน่เพคะ  "

 

          จางซูหนี่ว์เอ่ยถามออกไปตรงๆ  นางนึกรู้ว่าคนตรงหน้าหมายความถึงสิ่งใด  แต่ก็อยากให้เขากล่าวออกมามากกว่ามาพูดอ้อมค้อมเช่นนี้  

 

 

       ความหมายที่เขากล่าว  ก็คือ  ไม่ให้นางคิดอะไรกับองค์ชายห้า มากไปกว่าการชื่นชอบและชื่นชม  ทั้งที่นางก็ไม่ได้คิดสิ่งใดมากไปเกินกว่านี้อยู่แล้ว แต่สมมติถ้านางจะคิดจริงๆมันก็ถือเป็นสิทธิ์ของนางมิใช่หรือ

 

 

          " เช่นที่กล่าวนั่นล่ะ "

 

 

          " แล้วถ้าหม่อมฉันจะคิดล่ะ "

 

 

          " เป็นเปิ่นหวางแทนได้หรือไม่ "

 

 

          กล่าวออกไปแล้วก็ให้เงียบทั้งสองฝ่าย ดูสตรีตรงหน้าจะอึ้งไปหลังจากที่เขาเอ่ยออกไปเช่นนั้น  หากแต่เมื่อตัดสินใจพูดแล้ว  ถึงขั้นนี้ก็อยากเอ่ยให้นางรับรู้ความในใจของเขาบ้าง 

 

 

          " เป็นเปิ่นหวางได้หรือไม่ ที่เจ้าจะคิดและมีความรู้สึกมากกว่าชื่นชอบและชื่นชม "

 

 

          " ทรงกล่าวสิ่งใดรู้พระองค์หรือไม่เพคะ "

 

 

          " รู้สิ  เปิ่นหวางรู้ตัวดีเชียวล่ะ  เจ้าจำได้หรือไม่ว่าเคยถามเปิ่นหวางรู้สึกเช่นไรกับเจ้ากันแน่  วันนี้เปิ่นหวางมีคำตอบให้เจ้าแล้ว "

 

 

          มู่หรงหย่งหมิง เอ่ยขึ้นอย่างชัดถ้อยชัดคำในทุกคำพูดที่เอ่ย  สีหน้าจริงจังไม่ต่างกัน

 

 

          " เปิ่นหวางคิดว่ามีใจให้เจ้าเข้าแล้ว "

 

 

          จางซูหนี่ว์ สบตากับบุรุษตรงหน้าอย่างต้องการค้นหาความจริงในแววตาคู่นั้น

 

 

         เชื่อได้หรือไม่... ไม่ได้คิดจะหลอกใช้อะไรนางอีกหรอกนะ  แต่ว่าที่ฉายชัดออกมาในแววตาคมคู่นั้นกลับเห็นถึงความจริงใจ แลดูจริงจังจนนางเดาความรู้สึกเขาไม่ได้

 

 

          มู่หรงหย่งหมิงเห็นสายตาของสตรีตรงหน้า ก็รู้ดีว่านางคงไม่เชื่อคำพูดเขาเสียทีเดียว  ก็เข้าใจได้ว่าสิ่งที่เขาทำกับนางนั้นก็ไม่ได้น้อยเลย  เขาลุกขึ้นเอื้อมมือไปคว้าเอาดอกไม้ที่จัดเอาไว้ในแจกันบริเวณนั้น พลางยื่นมันให้สตรีตรงหน้า ที่ทำไปนั้นก็ใช่ว่าว่าจะไม่รู้สึกเขินหรอกนะ....

 

 

          " เปิ่นหวางจะไม่พูดว่ารักในตอนนี้  เพราะรู้ดีว่าเจ้าคงไม่เชื่อ  แต่เปิ่นหวางจะทำให้เจ้ารักเปิ่นหวางให้ได้ และนี่ก็คือคำตอบของเปิ่นหวาง "

 

 

          จางซูหนี่ว์ออกจะเหวอไปไม่น้อย จะจีบนางแล้วว่างั้น!! 

 

 

         แต่ก็เอาเถิด..นางจะคอยดูว่าเขาจะทำให้นางรักได้อย่างไรกัน 

 

 

       ว่าแต่จะเกี้ยวสตรีเป็นถึงจวิ้นอ๋องไม่ลงทุนหน่อยหรือ  ดอกไม้นี่ก็ของในบ้านนางแท้ๆ หากแต่ก็อดที่จะอมยิ้มให้กับความซื่อบื้อของคนตรงหน้าไม่ได้  ความจริงพูดดีดีก็ได้ ที่ผ่านมาไม่เห็นจะต้องทำเสียงเข้ม หน้าบึ้ง หน้าโหดตลอดเวลาเลย...

 


เถียนเถียนเองค่ะ

     

     ความรักมันเป็นของแปลกว่ามั้ย  มันไม่สามารถกำหนดตายตัวว่าต้องเป็นแบบนั้นแบบนี้  บางคนรักทั้งที่ไม่รู้ตัว บางคนรักทั้งที่คนๆนั้นไม่เคยทำดีกับเราเลย  บางคนทำดีกับเราแต่เราไม่รักสะอย่างงั้น  บางคนคิดว่าความรู้สึกดีด้วยมันคือความรัก แท้จริงอาจจะไม่ใช่ก็ได้.....#ไรต์พูดอะไรเนี่ย มันก็จะงงๆ วนเวียนๆ หน่อยๆ แบบนี้จะเข้าใจกันมั้ย 555

 

 

 

   

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 673 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

6,484 ความคิดเห็น

  1. #6455 1988yongsi (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 18 มีนาคม 2563 / 09:57
    ชายห้าอกหักให้เซมาทางนี้จาก
    #6,455
    0
  2. #6064 FerinFern (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 30 ตุลาคม 2561 / 10:02
    ทำไมเรารู้สึกว่าในทอร์คไรท์สปอยล์อ่า
    #6,064
    0
  3. #6017 baby-m2 (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 26 ตุลาคม 2561 / 13:50
    จริงค่ะ หมั้นไส้นาง ฉลาดทุกเรื่องแต่ทำไม ทำไมๆๆๆๆๆเรื่องนี้ถึงไม่เข้าใจ! ตัวเองนั่นแหละชอบเขาแล้วแต่ทำเป็นไม่รู้สึก ไม่รู้ใจตัวเอง ปากไม่ตรงกับใจ ถ้าไม่รักไม่ชอบเขาแล้วจะคิดถึงเขาอยู่ตลอดทำไม!? อิเรื่องสมุนไพรนั่นอีก คิดว่าระดับจวิ้นอ๋องจะหาไม่ได้รึยังไง ต้องคนเป็นหมออย่างเดียวหรอถึงจะหาสมุนไพรมาให้ได้อ่ะ ชอบแบบท่านอ๋องของเรามากกว่า ถึงเขาจะดูกวนไปบ้าง นิ่งเงียบ แต่กับเธอเขาก็อ่อนโยน ใส่ใจไม่ใช่รึไง หัดเปิดใจละมองข้อดีของเขาบ้างเถอะ ปล.แค่ชื่อเรื่องก็รู้แล้วว่าใครชนะ!!
    #6,017
    1
  4. #5974 pemipond (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 22 ตุลาคม 2561 / 19:18
    หมั่น นางเอก
    #5,974
    0
  5. #5887 SairenOfTheHorizon (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 1 พฤษภาคม 2561 / 22:05
    เเค่ชื่อเรื่องก็รู้เเล้ว ว่าใครพระเอก!!!!
    #5,887
    0
  6. #5855 Sistel2 (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 29 เมษายน 2561 / 09:18

    จวิ้นอ๋องน่ารักกกก

    #5,855
    0
  7. #5839 YT CH (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 28 เมษายน 2561 / 13:20
    เชียร์ชายห้าทั้งที่รู้ว่าเป็นไปไม่ได้TT
    #5,839
    0
  8. #5783 tidywolf (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2561 / 15:56
    อ่านไปอมยิ้มไป >//< มาแบบนิ่งๆงงๆ บางทีก็ฮาดี แต่ก็เขินนน
    #5,783
    0
  9. #4962 mayar (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 3 มกราคม 2561 / 21:48
    สายรองนี่รุกเนียนสุดๆเจ้าค่ะ
    #4,962
    0
  10. #4674 KAKARN_MATO (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 28 ธันวาคม 2560 / 22:10
    แหนะท่านอ๋องงงงง
    #4,674
    0
  11. #4229 เมมฟิส (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 15 ธันวาคม 2560 / 21:27
    ชอบท่านอ๋อง
    เป็นห่วงสุขภาพหนี่ว์เอ๋อร์จัง อยากให้หายจากโรคหัวใจมากๆ
    #4,229
    0
  12. #3908 รินหัวใจใส่ลาเต้ (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 6 ธันวาคม 2560 / 13:04
    คือ องค์ชายหมอคนนี้จะเป็นคนดีหรือป่าวนะ คราวก่อนที่ท่านอ๋องบ่นๆกับตัวเองว่านางก็มองคนที่รูปร่างหน้าตาภายนอกเหมือนๆคนอื่นนั้นแหล่ะ (หลังจากเจอหมอที่ตลาดวันที่มาส่งนางที่จวน)
    #3,908
    0
  13. #3889 150221 (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 5 ธันวาคม 2560 / 23:40
    หน้าเหมือนกันมากนึกว่าคนเดียวกัน
    #3,889
    0
  14. #3580 Piyaaa (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 3 ธันวาคม 2560 / 19:58
    อิมเมจเป็นชายสี่กับชายเจ็ดทำให้ฟินเพิ่มขึ้นอีกค่า

    ตอนแรกยังนึกหน้าตาหล่อแบบร้ายกาจเป็นแบบไหน

    ตอนนี้เคลียร์ละ
    #3,580
    0
  15. #3452 [F.S]Fang_041 (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 30 พฤศจิกายน 2560 / 15:23
    ท่านอ๋องเเน่นวลลลลล
    #3,452
    0
  16. #3351 Catty_bbam (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 29 พฤศจิกายน 2560 / 20:57
    จะมีใครไปได้.. ถ้าไม่ใช่จวิ้นอ๋องคนซึน!! 5555555
    #3,351
    0
  17. #2880 deknoomza (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 23 พฤศจิกายน 2560 / 19:43
    ดูรูปแล้วรู้สึกว่า เอาองค์ชายทั้งสองมาจิ้นแทนดีกว่า555อิมเมจหน้าอ่อนสายนี้เลย
    #2,880
    1
  18. #2782 Wawa Swr (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 22 พฤศจิกายน 2560 / 22:16
    องชายห้ามีหวางเฟ้ยแล้วม่ใช่หรอ?
    หรือเราเข้าใจอะไรผิดไป
    #2,782
    0
  19. #2781 Wawa Swr (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 22 พฤศจิกายน 2560 / 22:16
    องชายห้ามีหวางเฟ้ยแล้วม่ใช่หรอ?
    หรือเราเข้าใจอะไรผิดไป
    #2,781
    0
  20. #2774 Beau-RM (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 22 พฤศจิกายน 2560 / 21:04
    อิอิชายห้าจงเจริญค่าาาา
    #2,774
    0
  21. #2665 amporn (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 21 พฤศจิกายน 2560 / 19:17
    ขอบคุณค่ะ
    #2,665
    0
  22. #2633 Tnt General (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 21 พฤศจิกายน 2560 / 13:09
    หมอซื่อใสกับอ๋องแบดบอย ได้กันเองยิ่งดี เอ้ยยย
    #2,633
    1
  23. #2612 nawa-apo (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 21 พฤศจิกายน 2560 / 01:35
    ถูกใจอ๋องแบดบอย กะชายหมอที่แสนดีนี่มากเลยคะ ได้แบบนี้จริงๆ ก็เจ๋งซิคะ
    #2,612
    1
  24. #2607 Mr. Queen (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 20 พฤศจิกายน 2560 / 23:58
    ชักช้าระวังโดนแย่งน้าา แต่จะว่าก็ไม่ได้นี่ก็จีบอย่างเต็มที่ละ สงสาร 5555555 เอาใจช่วยนะ ขอให้ได้จวิ้นหวางเฟยเร็วๆ
    ป.ล.ขอโทษด้วยค่ะอ่านมารวดเดียวเพิ่งจะมาเม้น
    #2,607
    1
  25. #2557 Thicha_Chocolate (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 20 พฤศจิกายน 2560 / 19:34
    รำเพ่ยเพ่ย บ่าวคือบ่าวยุ่งเรื่องเจ้านายจริงๆ
    #2,557
    1
    • #2557-1 เถียนเถียน / ลักษมณ์(จากตอนที่ 25)
      20 พฤศจิกายน 2560 / 21:49
      นางก็หวังดีเนอะ แต่ไม่ถามความสมัครใจเจ้านายเลย 555
      #2557-1