ชายาอ๋องกระดูกเหล็ก (สนพ.สถาพรบุ๊คส์)

ตอนที่ 24 : บาดตาบาดใจ (รีไรต์)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 74,345
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 677 ครั้ง
    18 ก.พ. 61



          หลังจากที่ได้ล้มป่วยลงในครั้งนี้ เพราะร่างกายพักผ่อนไม่เพียงพอ ก็ทำให้จางซูหนี่ว์นั้นมีสติตระหนักรู้ว่าควรถนอมสุขภาพร่างกายให้มากยิ่งขึ้น  เพราะนางในร่างนี้มิได้แข็งแรงเหมือนดั่งร่างเดิมของปาลินที่ไม่ได้มีโรคประจำตัวใดใด 

 

 

          หลายครั้งที่นางมักลืมเรื่องปัญหาสุขภาพนี้ไปและทำอะไรเกินตัวอยู่บ่อยๆ เป็นเหตุให้อาการของโรคหัวใจนั้นกำเริบขึ้นมาอีก  จากนี้ไปจึงต้องระมัดระวังในการใช้ชีวิตให้มากขึ้นเสียแล้ว

 

 

          สองสามวันนี้นางได้แต่นอนพักอยู่ภายในจวน มิได้ออกไปที่ใดเลยเนื่องจากถูกบิดามารดาสั่งห้าม  จนกว่าจะแน่ใจว่าร่างกายของนางนั้นหายดีจากอาการป่วยแล้ว  นางจึงได้แต่นั่งๆนอนๆ และทานของบำรุงร่างกายที่คนในครอบครัวนั้นเพียรสรรหาเอามาให้นางอยู่ตลอด  

 

 

          ส่วนเรื่องการก่อสร้างหอเริงรมย์นั้น ก็ได้จางฮุ่ยเฟิงเป็นผู้ดูแลแทนนางจนกว่าจะหายดี  

 

 

          " ขมปี๋เลยเพ่ยเพ่ย... "

 

 

          จางซูหนี่ว์อดที่จะบ่นออกมามิได้ เมื่อจิบสมุนไพรเข้าไปแล้ว ถึงกับต้องเบ้หน้าให้กับรสชาติอันไม่น่าพิสมัยนี้  เคยได้ยินว่าหวานเป็นลม ขมเป็นยา  แต่ยาที่มีรสดีกว่านี้มันไม่มีแล้วหรือไร  นึกสะท้อนใจนางจะต้องอยู่กับสมุนไพรขมๆพวกนี้ไปทั้งชีวิตเลยหรือนี่

 

 

          " ของพวกนี้ดีต่อร่างกายนักเจ้าค่ะคุณหนู  อีกอย่างองค์ชายห้าก็ทรงอุตส่าห์ให้คนนำมาให้ อย่าทำให้องค์ชายต้องเสียน้ำพระทัยเลยนะเจ้าคะ "

 

          เพ่ยเพ่ย เอ่ยขึ้นอย่างเอาใจช่วยผู้เป็นนาย  ขึ้นชื่อว่ายาย่อมต้องมีรสชาติขมเป็นธรรมดา หากแต่ก็ดีต่อร่างกาย  นางเองก็อยากให้คุณหนูนั้นกลับมาแข็งแรงในเร็ววันเช่นกัน

 

 

          " ข้าก็รู้แล้วว่ามันดี  แต่ขอทำใจหน่อยมิได้หรือ มันขมมากเลยนะ "

 

 

          หญิงสาวยังอิดออด  นางอยู่กับยาสมุนไพรเหล่านี้มาหลายวันก็ยังไม่ชินกับรสชาติขมเสียที  แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้หรอก ว่าสรรพคุณของสมุนไพรเหล่านี้มันดียิ่ง  อาการใจสั่นและอ่อนเพลียตอนนี้ดีขึ้นจนเกือบจะเป็นปกติแล้ว

 

 

          " คุณหนูเจ้าคะ  ฮูหยินให้มาตามคุณหนูไปที่ห้องโถงเจ้าคะ "

 

 

          สาวใช้ผู้หนึ่งเดินเข้ามารายงานให้นางทราบ

 

 

          " ตามข้า..ท่านแม่มีสิ่งใดกับข้าหรือ "

 

 

          จางซูหนี่ว์เอ่ยถาม ใบหน้างามคิ้วขมวดเล็กน้อยด้วยความสงสัย

 

 

          " องค์ชายห้าเสด็จมาที่นี่เจ้าค่ะ "

 

 

          เมื่อสาวใช้กล่าวจบจึงได้ถอยออกไปจากห้อง เมื่อเห็นว่านางพยักหน้าเป็นเชิงรับรู้แล้ว

 

 

        จางซูหนี่ว์ขยับกายลุกขึ้นยืนก่อนจะก้มดูความเรียบร้อยของเสื้อผ้า โดยมีเพ่ยเพ่ยเข้ามาช่วยนางจัดแจงด้วยอีกคน  ทั้งยังมีสีหน้ายิ้มกริ่มแปลกๆ ทำให้จางซูหนี่ว์อดที่จะถามออกไปไม่ได้

 

 

          " ยิ้มอะไรของเจ้าน่ะ เพ่ยเพ่ย "

 

 

          " ก็...เพ่ยเพ่ยยิ้มให้คุณหนูอย่างไรเจ้าคะ มิได้หรือเจ้าคะ "

 

 

          เพ่ยเพ่ยแสร้งทำหน้าเหลอหลา ทั้งตอบเลี่ยงไปอย่างอื่น หากแต่ความเป็นจริงแล้วสาเหตุที่นางยิ้มนั้น ก็เพราะรู้สึกได้ถึงความผิดปกติระหว่างคุณหนูของนางกับองค์ชายห้าต่างหากเล่า  

 

 

          ครั้งก่อนที่องค์ชายห้านั้นรักษาผู้เป็นนายสาว  นางก็แอบสังเกตเห็นสายตาแปลกๆ

 

 

          สายตาที่ดูกังวลใจยามที่คุณหนูหมดสติ

 

          สายตาละมุนละไมยามที่มองสบตาและสนทนากับคุณหนูของนาง 

 

          สายตาเช่นนี้มิใช่คนรู้จักผิวเผิน... 

 

          มิใช่สายตาของหมอที่มองคนป่วยที่ต้องรักษา 

 

          มันเหมือนบุรุษใช้มองสตรีที่พึงใจต่างหากเล่า

 

 

          นางเคยเก็บเอาเรื่องนี้ไปคิดไตร่ตรองดูเล่นๆ ก็ได้ความว่าหากองค์ชายห้าทรงพอพระทัยในตัวคุณหนูของนาง  ก็คงเป็นเรื่องที่ดีงามและน่ายินดียิ่งนัก  

 

 

          ยศศักดิ์นั้นหรือ ก็เป็นถึงองค์ชาย  พิจารณาดูแล้วคุณชายเค่อเหยียนเหว่ย อดีตคู่หมั้นของคุณหนูนั้นไม่มีทางเทียบเคียงกับองค์ชายห้าได้เลย

 

 

          รูปโฉมของทั้งคู่นั้นก็งามงดเหมาะสมกันยิ่งนัก  สง่างาม อ่อนโยน ละมุนละไม เคียงข้างกันแล้วสมดั่งคู่กิ่งทองใบหยก  ทั้งฝ่ายหนึ่งเป็นหมออีกฝ่ายร่างกายมิค่อยแข็งแรงนัก คงเป็นคู่ที่สามารถดูแลและเติมเต็มให้กันได้เป็นอย่างดี

 

 

          เพ่ยเพ่ยนั้นออกจะเข้าข้างและสนับสนุนองค์ชายห้าผู้นี้อยู่ไม่น้อย  คิดแล้วก็อดที่จะยิ้มกริ่มออกมาไม่ได้

 

 

          " สายตาของเจ้า และรอยยิ้มของเจ้ามันแปลกๆนะเพ่ยเพ่ย...คิดอะไรในใจอยู่ อย่านึกว่าข้ารู้ไม่ทันเจ้านะ เลิกคิดเดี๋ยวนี้เลย "

 

 

          จางซูหนี่ว์เหล่ตามองสาวใช้ ไยนางจะไม่รู้ว่าเพ่ยเพ่ยกำลังคิดอะไรอยู่  พอได้ยินว่าองค์ชายห้ามาก็ยิ้มล้อเลียนนางเช่นนี้ จะไม่ให้รู้ได้อย่างไรว่ากำลังคิดเรื่องใดอยู่ จึงได้เอ่ยปากปรามออกไปบ้าง ด้วยไม่อยากให้สาวใช้คิดอะไรไปไกลนัก

 

 

          " โธ่ คุณหนูก็ เพ่ยเพ่ยยังไม่ได้คิดอะไรเลยจริงๆนะเจ้าคะ...ไปเถิดเจ้าค่ะ ให้องค์ชายห้ารอนานคงมิดีแน่ "

 

 

          เพ่ยเพ่ยได้แต่ยิ้มแก้เก้อ  เมื่อโดนผู้เป็นนายสาวรู้ทันความคิด  จึงรีบแก้ตัวและเปลี่ยนเรื่องทันที  หากแต่ภายในใจของนางนั้นก็ยังนึกจับคู่องค์ชายห้ากับคุณหนูอยู่ดี 

 

 

          เหมาะสม ช่างเหมาะสมกันด้วยประการทั้งปวง....

 

เรือนรับรอง.....

 

 

         "   หม่อมฉันทราบมาว่ากุ้ยเฟย  พระมารดาขององค์ชายทรงประชวร มิทราบว่าเป็นเช่นไรบ้างเพคะ " 

 

 

          จางฮูหยิน ทูลถามบุรุษสูงศักดิ์ตรงหน้า  กับองค์ชายห้าผู้นี้นางมิค่อยได้สนิทสนมหรือพบพานบ่อยครั้งเท่าไรนัก  หากแต่เคยได้ยินเฟิ่งหวงกุ้ยเฟย กล่าวถึงอยู่บ้าง...

 

 

       ว่าในบรรดาเหล่าองค์ชายทั้งหมด องค์ชายห้านั้นมีอุปนิสัยอ่อนโยนกว่าพี่น้องทุกคน ทั้งยังไม่ถือตัว ชอบทำตัวสมถะ เรียบง่าย  เท่าที่นางเห็นในตอนนี้ก็คงจะเป็นเช่นนั้น

 

 

          " เสด็จแม่ ทรงมีพระอาการดีขึ้นมากแล้ว  เป็นเรื่องปกติเพราะทรงร่างกายอ่อนแอ มิแข็งแรงมาตั้งแต่ให้กำเนิดเปิ่นหวาง  "

 

 

          มู่หรงหยางเฉิงเอ่ยกับจางฮูหยิน  เรื่องที่พระมารดาของเขาร่างกายอ่อนแอ เจ็บป่วยอยู่บ่อยๆ ตั้งแต่ที่ทรงตั้งครรภ์และให้กำเนิดเขา  

 

 

     ในครั้งนั้นพระมารดาเกือบสิ้นพระชนม์ เพราะว่าเขานั้นคลอดยากและไม่ยอมกลับหัวเสียที  กว่าจะออกมาจากครรภ์ได้ก็ใช้เวลานานอยู่พอสมควร  หลังจากนั้นพระมารดาก็มิสู้แข็งแรงเท่าไรนัก

 

 

          " หากแต่องค์ชายก็สามารถรักษาพระมารดาได้มิใช่หรือเพคะ  พระนางคงปลื้มพระทัยที่พระโอรสทรงเป็นผู้รักษาพระนางด้วยองค์เอง "

 

 

          จางฮูหยินกล่าว

 

 

          " ก็เพราะเหตุนี้ด้วย ที่เปิ่นหวางเลือกศึกษาด้านการแพทย์ก็เพราะอยากรักษาพระมารดาด้วยตัวของเปิ่นหวางเอง "

 

 

          มู่หรงหยางเฉิงเอ่ยถึงเหตุผลที่ทำให้เขาเลือกศึกษาในด้านการแพทย์ เหตุผลหลักก็เพียงเพราะอยากรักษาอาการป่วยของผู้ให้กำเนิดเท่านั้น  

 

 

          " ทรงน่าชื่นชมยิ่งเพคะ  การกตัญญูต่อบุพการีผู้ให้กำเนิดนั้นเป็นสิ่งที่น่าสรรเสริญยิ่งนัก "

 

 

          " จางฮูหยินกล่าวเกินไปแล้ว  เปิ่นหวางเพียงทำในสิ่งที่ควรทำเท่านั้น   และอาจเป็นเพราะว่ามันเป็นสิ่งเดียวที่เปิ่นหวางทำออกมาได้ดีที่สุดกระมัง "

 

 

          มู่หรงหยางเฉิง กล่าวพลางยิ้มให้กับสตรีวัยกลางคนตรงหน้า  

 

 

 

          เสียงการสนทนานั้นดังแว่วเข้ามาให้นางได้ยิน  หญิงสาวจึงเร่งฝีเท้าในการเดินให้เร็วขึ้นอีกนิด  ด้วยไม่อยากให้คนรอนั้นต้องรอนาน ทั้งผู้รอนั้นยังเป็นถึงเชื้อพระวงศ์อีกด้วย

 

 

          และเมื่อเข้าไปยังเรือนที่ใช้สำหรับรับรองแขก  ก็พบว่ามีเพียงมารดาที่กำลังอยู่รับเสด็จขององค์ชายห้าแต่ผู้เดียว  ด้วยบิดานั้นไปร่วมประชุมขุนนางภายในวังหลวง พี่ใหญ่กับพี่รองก็แยกย้ายไปทำงานของแต่ละคน ที่จวนจึงเหลือเพียงนางและมารดาเท่านั้น

 

 

          " อ้ะ...หนี่ว์เอ๋อร์ เจ้ามาพอดี "

 

 

          จางฮูหยินหันไปกล่าวกับบุตรสาว 

 

 

          "  ถวายพระพรองค์ชายห้าเพคะ "

 

 

          จางซูหนี่ว์เดินเข้าไปด้านใน พลางเว้นระยะห่างพอประมาณก่อนยอบกายลงถวายบังคม

 

 

          " ตามสบายเถิด ไม่ต้องมากพิธี...คุณหนูจางเจ้าเป็นอย่างไร อาการดีขึ้นบ้างหรือไม่ "

 

 

          มู่หรงหยางเฉิง เอ่ยถาม พลางพิจารณาวงหน้างามที่ดูมีเลือดฝาดขึ้นมาก ไม่เหมือนวันก่อนที่ดูซีดเซียวก็คิดว่าอาการคงไม่มีอะไรหน้าห่วง

 

 

          " ดีขึ้นมากแล้วเพคะ เมื่อได้พักผ่อนเต็มที่ร่างกายก็รู้สึกสดชื่น  อีกอย่างที่ดีขึ้นมากคงเป็นเพราะ...ได้สมุนไพรบำรุงร่างกายที่องค์ชายทรงประทานให้คนนำมาให้หม่อมฉันเพคะ  ต้องขอบพระทัยองค์ชายอีกครั้งเพคะ "

 

 

          หญิงสาวเอ่ยขึ้น  ทั้งลองหยั่งเชิงกล่าวถึงเรื่องสมุนไพรนั้นด้วยเพราะนางก็สงสัยมาหลายวันแล้วเช่นกัน

 

 

      จะไม่ข้องใจสิ่งใดเลยหากว่าไม่คุ้นตากับลายมือในจดหมายฉบับนั้น ไม่เช่นนั้นแล้วนางก็คงคิดว่าเป็นขององค์ชายห้าอย่างที่เพ่ยเพ่ยเข้าใจ และพูดกรอกหูนางอยู่ทุกวัน

 

 

          สมุนไพรบำรุงร่างกาย...

 

 

          มู่หรงหยางเฉิงชะงักไปเพียงนิด งุนงงอยู่บ้าง หากแต่ก็รู้แก่ใจดีว่าเขาไม่ได้เป็นผู้สั่งให้ใครนำสิ่งใดมามอบให้แก่นาง  แล้วใครกันล่ะ??  

 

 

          แต่นั่นก็มิใช่เรื่องสำคัญนัก  เมื่อเห็นว่านางมีอาการดีขึ้นและกล่าวขอบพระคุณเขาถึงเพียงนี้ 

 

 

          แม้ไม่อยากรับความดีความชอบที่มันไม่ใช่ของเขาก็ตามที  หากแต่ก็ไม่อยากเอ่ยหักหน้านาง จึงเพียงส่งยิ้มกลับไปให้ และเปลี่ยนเรื่องเอ่ยถึงจุดประสงค์ในการมาของเขาเสียดีกว่า...

 

 

          " เรื่องสมุนไพรนั้นช่างเถิด  ที่เปิ่นหวางมาในวันนี้เพียงเพราะอยากมาดูอาการของเจ้าเท่านั้น  หากไม่คิดว่าเป็นการล่วงเกินจนเกินไป ขอเปิ่นหวางตรวจชีพจรเจ้าเพื่อความแน่ใจหน่อยได้หรือไม่  "

 

 

          จางซูหนี่ว์เมื่อเห็นว่าองค์ชายห้านั้นมิได้ปฏิเสธเรื่องสมุนไพรแต่อย่างใด จึงเข้าใจไปว่าตัวนางคงคิดมากไปเองจริงๆ 

 

 

       ถ้าไม่ใช่องค์ชายห้าแล้วจะเป็นใครไปได้อีกเล่า ที่จะรู้เรื่องสมุนไพรต่างๆหากไม่ใช่ผู้เป็นหมอ เรื่องลายมือนั้นก็อาจจะไปคล้ายใครสักคนที่นางรู้จักก็ได้  

 

 

        ช่างเถิด..เมื่อองค์ชายห้าไม่ปฏิเสธก็แปลว่าเป็นผู้ส่งมาให้นางแน่แล้ว จะมัวเก็บเรื่องลายมือเอามาคิดมากทำไมกัน 

 

 

          " ย่อมเป็นวิธีการตรวจรักษาของผู้เป็นหมอ  หม่อมฉันมิถือว่าเป็นการล่วงเกินหรอกเพคะ "

 

 

          หญิงสาวหันไปมองทางมารดาของนางก็ไม่เห็นว่าขัดข้องอะไร  จึงเอ่ยตอบบุรุษตรงหน้าออกไป

 

 

          " เชิญคุณหนูจางมานั่งตรงนี้ ข้างๆเปิ่นหวางเถิด  "

 

 

          มู่หรงหยางเฉิง ที่นั่งอยู่บนตั่งนั้นขยับกายให้นางมานั่งใกล้ๆ  ซึ่งจางซูหนี่ว์นั้นแม้จะดูลังเลอยู่บ้าง  หากแต่ก็ยอมขยับเข้ามาตามที่เขาบอกในที่สุด  เพียงนางเข้ามาใกล้กลับเป็นเขาเสียอีก  ที่จิตใจเกิดสั่นไหวขึ้นมาไม่น้อย  

 

 

          และเมื่อนางยื่นมือออกมาให้เขาได้จับชีพจร ก็เป็นเขาเองที่อดจะวูบไหวไม่ได้ ความรู้สึกนั้นต่างไปจากการจับมือคนป่วยอื่นๆมากมายนัก มันไม่เหมือนกันเลยสักนิด...

 

 

          เพียงแค่จับมือนาง...แม้จับแรงเขาก็ยังไม่กล้า  

 

 

       ดั่งมีกระแสความร้อนไหลเวียนที่มือตรงเข้าสู่หัวใจจนเขารู้สึกได้ถึงความอบอุ่นที่แล่นอยู่ภายในหัวใจ  เหมือนมีแรงดึงดูดบางอย่างที่ทำให้เขาอยากจะจับจูงมือนี้เคียงข้างกายไปในทุกที่และตลอดไป  เช่นนี้เรียกว่าอาการตกหลุมรักได้หรือไม่.....  

 

 

          " องค์ชายเพคะ "

 

 

          จางซูหนี่ว์ เอ่ยเรียกบุรุษตรงหน้า  เมื่อเห็นว่าเขาจับข้อมือนางแล้วก็เอาแต่เงียบ  และมองหน้านางอยู่ได้สักครู่แล้ว  ก็ไม่เห็นเขาเอ่ยสิ่งใดเสียที หรือว่าจะมีโรคแทรกซ้อน??

 

 

          เอ๊ะ...แต่นางก็ไม่ได้รู้สึกว่าร่างกายผิดปกติแต่อย่างใดนี่นา  

 

 

          มู่หรงหยางเฉิง สะดุ้งเล็กน้อยเมื่อได้ยินสตรีตรงหน้าเรียกเขา  จึงได้สติขึ้นมาจากอาการเคลิบเคลิ้มเมื่อสักครู่  

 

 

      เขาตกอยู่ในภวังค์นั้นจนมิทันได้ตรวจชีพจรแต่อย่างใด  และเมื่อเห็นวงหน้างามยื่นเข้ามาใกล้ ทั้งดวงตาคู่งามของนางก็จ้องมองมาที่เขา  จึงอดที่จะยิ้มออกมาอย่างเก้อเขินมิได้ สายตาของนางนั้นส่งผลต่อความรู้สึกของเขาได้มากทีเดียว

 

 

          " เอ่อ...สักครู่นะ "

 

 

          เขาเอ่ยบอกนาง ทั้งรีบรวบรวมสติเพื่อตรวจชีพจรให้นางทันที

 

 

          จางซูหนี่ว์ มองอาการขององค์ชายที่อยู่ๆก็หน้าแดง  ทั้งยังมีกิริยาติดๆขัดๆอย่างไรชอบกล  เมื่อมาคิดดูก็ให้นึกรู้ว่าชายตรงหน้าคงเกิดอาการเขินนางขึ้นมากระมัง  

 

 

          จางฮูหยินที่ยืนอยู่ไม่ไกลจากทั้งคู่นั้นก็ลอบสังเกตปฏิกิริยาขององค์ชายห้าอยู่อย่างเงียบๆ  ในสายตาของนางที่ผ่านร้อนผ่านหนาวมาก็มาก  คิดว่าดูไม่ผิดหรอก...บุรุษสูงศักดิ์ผู้นี้ต้องใจบุตรีของนางเป็นแน่

 

 

          " มิคิดว่าจะได้เจอเจ้าที่นี่นะหยางเฉิง "

 

 

          เสียงของบุรุษผู้หนึ่งดังขึ้นตรงประตูทางเข้า 

 

 

          " จวิ้นอ๋อง "

 

 

          หญิงสาวเอ่ยขึ้น หลังจากหันไปมองยังต้นตอของเสียงที่เอ่ยขึ้นมาท่ามกลางความเงียบสงบนี้ 

 

 

        ครั้งก่อนที่เจอกันนางก็ว่าเขายังดีดีอยู่  เหตุใดวันนี้จึงมีใบหน้าถมึงทึงอีกเล่า  แต่จะว่าไปบุรุษผู้นี้ก็เอาสิ่งใดแน่นอนไม่ได้อยู่แล้ว นี่ก็คงมีใครไปขัดใจเข้าจึงมีใบหน้าไม่รับแขกเพียงนี้  ว่าแต่แล้วมาที่จวนนางทำไมกัน...

 

 

          มู่หรงหย่งหมิง มองภาพตรงหน้าด้วยความรู้สึกที่อธิบายไม่ถูก  เขาตั้งใจมาเยี่ยมเยือนนางด้วยใจจริง  ทั้งที่ก็รู้ว่านางไม่ชอบหน้าเขาสักเท่าไร  ทั้งที่ก็รู้ว่ามันจะเป็นการผิดสัญญาที่ให้ไว้กับนาง (อันนี้เขาก็ไม่คิดจะรักษาสัญญาจริงจังนักหรอก)  

 

 

       แต่ก็เพราะความห่วงใยที่มีให้  จึงอยากมาดูอาการของนางให้เห็นด้วยตาตัวเอง  แม้ว่าจะมีคนของเขาคอยรายงานเรื่องของนางให้ฟังในทุกวันอยู่แล้วก็ตามที

 

 

          หากแต่สิ่งแรกที่เห็น คือ การที่น้องชายตัวเองจับมือถือแขนสตรีที่อยู่ในความคิดคำนึงของเขามาตลอดหลายวันนี้  นึกถึงยามที่เขาเข้าใกล้นางบ้าง ไยนางจึงบึ้งตึงนัก...ไม่มีรอยยิ้มอ่อนหวานให้เขาดั่งเช่นที่มีให้เจ้าหยางเฉิงบ้างเล่า

 

 

          หญิงสาวรับรู้ได้ถึงสายตาการมองของผู้บุรุษผู้มาใหม่ ว่าจับจ้องอยู่แต่ที่มือของนางที่บัดนี้ยังถูกฝ่ามือหนาขององค์ชายห้ากอบกุมอยู่  นึกหวาดๆกับสายตาของคนหน้าดุอย่างไรก็ไม่ทราบได้  

 

 

      จึงค่อยๆดึงมือของนางกลับคืนอย่างสุภาพไม่ให้ดูน่าเกลียดเกินไปนัก  ด้วยว่าองค์ชายห้านั้นกำลังตรวจชีพจรให้นางอยู่  ก็มิรู้ว่าตรวจเสร็จหรือยัง...

 

 

         " ถวายพระพรจวิ้นอ๋องเพคะ "

 


          นางและมารดา ลุกขึ้นทำการการถวายบังคมบุรุษสูงศักดิ์ที่มาใหม่  จวิ้นอ๋องเบนสายตามามองที่นางเพียงครู่ ก่อนหันไปส่งยิ้มเพียงเล็กน้อยให้มารดาของนางแทน


เถียนเถียนเองค่ะ
          
     
      มีความหัวร้อน มีความน้อยใจ มีความอิจฉาาา มีความหึงนิดๆ เอ๊ะ...หรือไม่นิด 5555

     องค์ชายหมอนี่ รู้ใจ รู้ความรู้สึกตัวเองได้เร็วกว่าพี่ชายอีกเนอะ  อิคนพี่นี่กว่าจะรู้ใจว่ารักก็ก่อเรื่องให้สาวเกลียดขี้หน้าไปเยอะเลย แถมรู้ใจตัวเองช้าอีกต่างหาก เฮ้อออ

      ส่วน หนี่ว์เอ๋อร์ นี่นางเกลียดอิอ๋องจนไม่สามารถมองด้านดีได้จริงๆเหรอ  คนที่เขาเกลียดกันเขาจะนึกถึงกันบ่อยๆมั้ย แม้จะเอาคนนั้นคนนี้ไปเปรียบกับอ๋อง ว่าอ๋องไม่ดีอย่างนั้นอย่างนี้ แต่นางเคยสังเกตตัวเองมั้ยว่า ในความคิดนางอ่ะ คิดถึงเรื่องผู้ชายคนนี้บ่อยแค่ไหน เรื่องของผู้ชายคนนี้วนเวียนอยู่ในความคิดนางมากไปหรือไม่ คนเกลียดกันจำเป็นจะต้องเอาเรื่องของคนนั้นมาใส่ใจทำไมกันนักหนา 

     

     







ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 677 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

6,484 ความคิดเห็น

  1. #6127 ㅗυιω (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 3 พฤศจิกายน 2561 / 00:09
    ได้กลิ่นน้ำส้มสายชู 5555
    #6,127
    0
  2. #5973 pemipond (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 22 ตุลาคม 2561 / 19:09
    เหออออออ เขาไม่รุ เขาไม่สน
    #5,973
    0
  3. #4961 mayar (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 3 มกราคม 2561 / 21:43
    ส่งมาฆ่า...โดนสอบแระเหรอ
    #4,961
    0
  4. #4673 KAKARN_MATO (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 28 ธันวาคม 2560 / 22:03
    พี่ใหญ่อย่าแซะท่านอ๋อง555
    #4,673
    0
  5. #4310 saro116 (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 17 ธันวาคม 2560 / 20:36
    ใครจะไว้ใจแก ลงตาหมิง
    #4,310
    0
  6. #2492 nutfloksong (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 19 พฤศจิกายน 2560 / 22:33
    โอ้ยยยย จางซูหนี่ห์เธอคือสาวซึนใช่ไหม อิอิ
    #2,492
    1
  7. #2462 Pandanus2323 (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 19 พฤศจิกายน 2560 / 19:35
    โอ้ย แพ้ทางคนสองบุคลิก
    #2,462
    1
  8. #2460 Choi_Jina_ (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 19 พฤศจิกายน 2560 / 17:20
    รอเด้อๆๆ
    #2,460
    0
  9. #2455 DΔΝGΈR (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 19 พฤศจิกายน 2560 / 15:50
    รออค่าสนุกมากๆเลยยย
    #2,455
    0
  10. #2454 mintra253757 (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 19 พฤศจิกายน 2560 / 15:46
    รอยุ่น้าาาา
    #2,454
    0
  11. #2453 Earthkid (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 19 พฤศจิกายน 2560 / 15:43
    ออยไม่ได้เปลี่ยนพระเอกเป็นอองห้าหรอคะน่าเสียดายจังเลยค่ะแต่ก็ไม่เป็นไรแต่ก็ยังเสียดายอยู่ดีอะค่ะ
    #2,453
    0
  12. #2451 PanatdaJ (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 19 พฤศจิกายน 2560 / 11:35
    รอค่าาาา
    #2,451
    0
  13. #2449 aomsunday9 (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 19 พฤศจิกายน 2560 / 08:27
    รอนะคะ
    #2,449
    0
  14. #2448 Kornkanok Wongpitak (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 19 พฤศจิกายน 2560 / 03:21
    ท่านอ๋องสู้ๆสู้ๆนะค่ะ ไรท์ก็มาต่อไวไวนะ
    #2,448
    0
  15. #2447 Nazarynn (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 19 พฤศจิกายน 2560 / 00:47
    แข็งใจไว้ อย่าเพิ่งใจอ่อนน้าาาา
    #2,447
    0
  16. #2446 นู๋ฝ้าย จร๊าาาาา (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 19 พฤศจิกายน 2560 / 00:33
    เห๋~~~พี่ใหญ่ไม่หวงน้อง ไม่ขัดขวางแล้งหรอคะ?-?
    #2,446
    0
  17. #2444 pa kae (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 18 พฤศจิกายน 2560 / 23:00
    หนี่เอ๋อเจ้าก้อใจอ่อนกะท่านอ๋องเถิดนะ
    #2,444
    0
  18. #2441 นามของข้าคือเฟจีน่า (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 18 พฤศจิกายน 2560 / 22:10
    ท่านอ๋องทั้งฉลาดทั้งน่ารัก
    #2,441
    0
  19. #2438 Fonvipz (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 18 พฤศจิกายน 2560 / 21:57
    แงงงงง ท่านอ๋องน่ารักขึ้นนน
    #2,438
    0
  20. #2435 168999au (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 18 พฤศจิกายน 2560 / 19:25
    ข่มใจไว้นะคะท่านแม่ทัพ ฮ่าๆ
    #2,435
    0
  21. #2434 butterfly_sp (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 18 พฤศจิกายน 2560 / 19:12
    อยากได้ผช.แบบนี้ น่ารักจุง
    #2,434
    0
  22. #2433 butterfly_sp (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 18 พฤศจิกายน 2560 / 19:12
    อยากได้ผช.แบบนี้ น่ารักจุง
    #2,433
    0
  23. #2432 นนน (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 18 พฤศจิกายน 2560 / 18:18
    หวังว่าท่านอ๋องคงไม่ดีแตกนะ
    #2,432
    0
  24. #2431 gifza_1132 (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 18 พฤศจิกายน 2560 / 16:51
    เขินนึกว่าตัวเองเป็นนางเอกก555
    #2,431
    0
  25. #2429 bellstat (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 18 พฤศจิกายน 2560 / 12:26
    เห็นท่านอ๋องเปลี่ยนโหมดเป็นสุภาพบุรุษแล้วขนลุกแฮะ รู้สึกแปลกๆ
    #2,429
    0
  26. #2418 I am who I am (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 18 พฤศจิกายน 2560 / 01:20
    ทำไมท่านอ๋องมาเอาเสื้อมาให้เราบ้าง เค้าก็หนาวเหมือนกันนะ ...มีความอิจจจจจ
    ชอบๆๆๆ รอตอนต่อไปนะจร้า^^

    #2,418
    2
    • #2418-1 เถียนเถียน / ลักษมณ์(จากตอนที่ 24)
      18 พฤศจิกายน 2560 / 09:35
      ขอบคุณคร๊าาา บทนี้อาจจะสั้นไปหน่อย ไว้บทหน้าจะชดเชยให้นะคะ
      #2418-1
    • #2418-2 I am who I am(จากตอนที่ 24)
      19 พฤศจิกายน 2560 / 21:29
      โรท์น่ารักอ่ะ ตอบทุกคอมเมนท์เลย
      ปักป้ายไรท์ รัวๆๆๆๆ ^^
      #2418-2