ชายาอ๋องกระดูกเหล็ก (สนพ.สถาพรบุ๊คส์)

ตอนที่ 26 : กระต่ายน้อยสื่อรัก (รีไรต์)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 68,969
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 627 ครั้ง
    19 ก.พ. 61


          หญิงสาวทอดสายตามองสิ่งปลูกสร้างตรงหน้า ช่วงเวลาผ่านมาร่วมสามเดือน สิ่งที่นางทุ่มเทมาตลอดนั้นเริ่มเป็นรูปเป็นร่างจนเกือบสมบูรณ์แล้ว  อีกไม่นานหอเริงรมย์แห่งนี้คงได้เปิดทำการแสดงให้ผู้คนนั้นได้ยลกันเสียที  นางแหงนมองป้ายชื่อสถานที่แห่งนี้  ซึ่งนางเป็นผู้สั่งการให้บ่าวรับใช้เพิ่งนำขึ้นไปติดเอาไว้เมื่อครู่  หอซือซิง 

 

 

          ซือซิง  ดวงดาวแห่งความสุข  ชื่อนี้ได้มาจากอาชีพนักแสดงของนางนั่นเอง  อาชีพที่หลายคนเปรียบว่าเป็นเสมือนดวงดาวที่ประดับบนท้องฟ้า  นางก็เคยเป็นดวงดาวดวงหนึ่งที่ส่องแสงทอประกายให้ผู้คนได้ชื่นชมอย่างมีความสุขผ่านการแสดงของนาง  ถึงตอนนี้นางก็อยากจะให้สถานที่แห่งนี้เป็นดั่งดวงดาวที่ส่องแสงสร้างรอยยิ้มและความสุขให้ผู้คนที่นี่เช่นกัน

 

 

          "  หอซือซิง  เจ้าเข้าใจตั้งนามสถานที่นะ หนี่ว์เอ๋อร์  "

 

 

          เสียงของบุรุษดังขึ้นจากทางด้านหลังของนาง  แม้ไม่หันกลับไปมองนางก็รับรู้ได้ในทันที  ว่าผู้ใดเป็นเจ้าของเสียงห้าวนี้  บุรุษที่ระยะหลังมานี้นำพาตนเองเข้ามาวนเวียนในชีวิตของนางเข้าไปทุกที  เขาทำดั่งที่ได้กล่าวเอาไว้กับนางในวันนั้น  ' เปิ่นหวางจะทำให้เจ้ารักเปิ่นหวางให้ได้ '  จากวันนั้นจนถึงวันนี้ผ่านมาสามเดือน นางพบพานเขาอยู่บ่อยครั้ง  

 

 

          หนึ่งสัปดาห์มีเจ็ดวัน สามวันพบหน้า  สี่วันห่างไกล  ทว่าก็ยังหมั่นเพียรส่งของกำนัลมาให้นางเอาไว้ดูต่างหน้าอยู่เรื่อย 

 

 

พี่ใหญ่ก็ช่างกระไรเป็นไปกับจวิ้นอ๋องเสียด้วย  เคยเห็นแต่พี่ชายนั้นหวงน้องสาว  แต่นี่กลับเปิดทางให้บุรุษเข้าใกล้นางทุกครั้งเมื่อมีโอกาสเสียได้  ซ้ำยังรับฝากสิ่งของจากผู้เป็นนายนำมาให้นางอยู่บ่อยครั้ง  กระทำตนไม่ต่างจากพ่อสื่อก็มิปาน

 

 

          ดอกไม้เอย  ปิ่นปักผม  กำไลหยก เครื่องประดับลวดลายแปลกตา   ภาพวาดจากฝีมือจิตรกรเลืองชื่อ  และอื่นๆอีกหลายอย่างที่สรรหามาให้นางจากทุกที่ที่เขาผ่านไปพบเข้า  หลายคราที่นางนั้นบอกเขาไปว่าไม่ได้เป็นผู้ที่เห็นแก่สิ่งของ  สิ่งเหล่านี้นางมิได้ต้องการ   แต่ก็เหมือนดั่งว่ากล่าววาจาผ่านสายลมที่ว่างเปล่า

 

 

          ' สิ่งเหล่านี้จวิ้นอ๋องหาได้ใช้มันเพื่อซื้อใจเจ้าหรอกนะหนี่ว์เอ๋อร์  หากแต่ไปที่ใด...เมื่อเห็นสิ่งของแปลกตาก็ทรงคิดถึงแต่เจ้าต่างหาก  คิดว่าเจ้าจะชอบมันหรือไม่...บุรุษหนึ่งที่ไม่ว่าจะไปที่ใด ทำสิ่งใด มองรอบกายก็นึกถึงแต่สตรีนางหนึ่งตลอดเวลา  เจ้าว่ามันคือเหตุผลเพียงพอที่ข้าจะเปิดทางให้บุรุษผู้นั้นเข้าใกล้สตรี ผู้เป็นน้องสาวอันเป็นที่รักของข้าหรือไม่ '

 

 

          พี่ใหญ่นั้นกล่าวกับนางในวันหนึ่ง หลังจากที่นางฝากผู้เป็นพี่ชายนำความไปบอกให้จวิ้นอ๋องหยุดส่งของมีค่าเหล่านั้นมาให้นางเสียที  มิใช่ว่านางรำคาญหรือไม่ชอบแต่นางเกรงใจเสียมากกว่า  

 

 

          ซึ่งนอกจากไม่รับฝากสิ่งของกลับไปให้ผู้เป็นนายแล้ว  ยังกล่าวถ้อยคำให้นางได้คิดตามอีกต่างหาก  และประโยคนั้นของจางฮุ่ยหรานก็ติดอยู่ภายในความคิดนางตลอดเวลา 

 

 

           หวนคิดดูตามที่เขาพูด  หรือนางจะปิดกั้นตนเองจนเกินไป ทั้งควรเปิดใจมองบุรุษสูงศักดิ์ผู้นั้นในอีกหลายด้าน มากกว่าที่นางเคยเห็นว่าเจ้าเล่ห์และร้ายกาจ 

 

 

          " หม่อมฉันอยากให้มันเป็นที่ที่สร้างความสุขและรอยยิ้มให้กับทุกคนเพคะ "

 

 

          นางหันกลับไปยอบกายลงถวายบังคม  พลางเอ่ยตอบสิ่งที่จวิ้นอ๋องได้กล่าวเมื่อสักครู่  หากแต่เมื่อมองไปยังสิ่งที่อยู่ในอุ้งมือของจวิ้นอ๋องก็อดที่จะยิ้มออกมาไม่ได้  ลูกกระต่ายตัวน้อยสีขาวสะอาดช่างน่ารักน่าเอ็นดูยิ่งนัก  ดวงตากลมของมันมองมาทางนางตาแป๋ว  เท่านั้นล่ะนางก็เผลอเดินเข้าไปใกล้มันอย่างลืมตัว

 

 

          " ว่าอย่างไร เจ้าตัวเล็ก  น่ารักเชียว ดูสิมองข้าตาแป๋วเลย "

 

 

          นางเอ่ย พลางเอื้อมมือไปลูบบนขนนุ่มๆสีขาวราวหิมะของมันอย่างอดใจไม่ได้

 

 

          " มันรู้ความกระมัง  จึงอยากฝากตัวกับผู้เป็นเจ้าของ " 

 

 

          มู่หรงหย่งหมิงเอ่ยพลางยิ้มอย่างเอ็นดู  ทั้งเจ้าตัวที่อยู่ในอ้อมแขน  และนางที่เคลื่อนกายเข้ามาอยู่ใกล้เขาจนแทบประชิดตัวในตอนนี้ 

 

 

ทว่าว่านางมิได้สนใจเขาแต่อย่างใด กลับสนใจเจ้ากระต่ายน้อยตัวนี้ต่างหาก  นี่ก็คงเผลอเข้ามาใกล้เขาอย่างลืมตัวเป็นแน่ แต่นั่นมันกลับทำให้เขารู้สึกดีอยู่ไม่น้อย

 

 

          " หมายความเช่นไรเพคะ อุ้ย..."

 

 

          นางเงยหน้าขึ้นมาจากเจ้ากระต่ายน้อยทันทีที่ได้ยินประโยคเมื่อสักครู่  แต่กลับพบว่าจวิ้นอ๋องนั้นก้มหน้าลงมาทางนางอยู่ตั้งแต่แรก  จึงทำให้ในตอนนี้ใบหน้าของนางและจวิ้นอ๋องนั้นห่างกันแค่คืบ  ยามที่นางเงยหน้าขึ้นมาแก้มนางจึงเฉียดปลายจมูกของเขาไปเล็กน้อย  ด้วยความอึ้งและตกใจนางจึงรีบขยับตัวถอยห่างออกมาในทันที

 

 

          " ขอประทานอภัยที่เสียมารยาทเพคะ "

 

          นางกล่าวออกไปด้วยรู้ตัวว่านางนั้นผิด ที่เข้าไปใกล้เขาด้วยความประมาทเลินเล่อ  หากแต่ใบหน้านางตอนนี้ก็อดที่จะร้อนผ่าวไม่ได้ ช่างน่าขายหน้านัก

 

 

          " นุ่มดีนะ "

 

 

          มู่หรงหย่งหมิงกล่าว  พลางมองใบหน้านวลของจางซูหนี่ว์ที่แดงระเรื่อขึ้นมา  ก็อดที่จะคลี่ยิ้มออกมาไม่ได้

 

 

          " หม่อมฉันมิได้ตั้งใจจะให้เป็นเช่นนั้นเสียหน่อย "

 

 

          หญิงสาวหน้าม้านขึ้น ในใจนึกขัดเคืองไยเขาจึงกล่าวออกมาได้หน้าตาเฉย  รอยยิ้มกรุ้มกริ่มเช่นนั้นทำให้นางนึกหมั่นไส้คนตรงหน้าเหลือเกิน

 

 

          " เปิ่นหวางหมายถึงเจ้ากระต่ายตัวนี้ต่างหาก ขนมันนุ่มดีนะ เจ้าว่าไหม "

 

 

          " อะ อะไรนะเพคะ "

 

 

          หญิงสาววางหน้าไม่ถูก  ก็สีหน้ากรุ้มกริ่มแบบนี้นางมองอย่างไรก็นึกถึงเหตุการณ์เมื่อครู่  หาใช่เรื่องเจ้าตัวน้อยในมือเขาสักนิด

 

 

          " เปิ่นหวางหมายถึงกระต่าย  หรือเจ้าหมายถึงสิ่งใดหนี่ว์เอ๋อร์ "

 

 

          สายตาของเขาจับจ้องใบหน้าของสตรีตรงหน้าที่มีทีท่าอิหลักอิเหลื่อ  ช่างน่าเอ็นดู...

 

 

          หมั่นไส้.....นางรู้สึกเช่นนั้นจริงๆ กับรอยยิ้มของบุรุษสูงศักดิ์ที่ยืนอยู่เบื้องหน้านางในขณะนี้

 

 

          " พระองค์ทรงคิดอย่างไร  หม่อมฉันก็คิดเช่นนั้นเพคะ "

 

 

          นางเอ่ยตอบออกไปแบบส่งๆ

 

 

          " ดีจริง เช่นนั้นเจ้ากับเปิ่นหวางก็คงใจตรงกันกระมัง "

 

 

          " อะไรนะ เพคะ "

 

 

          " ใจตรงกันอย่างไรล่ะ  เรื่องที่ว่าเจ้ากระต่ายตัวนี้ขนนุ่มจริงๆ "

 

 

          มู่หรงหย่งหมิง จำต้องกลั้นยิ้มเอาไว้  เมื่อเห็นสีหน้าเหวอและเตรียมจะโต้พาทีกับเขาอยู่ทุกขณะในตอนนี้  จึงต้องเปลี่ยนเรื่องเบี่ยงเบนความสนใจของนางเสียก่อน

 

 

          " เปิ่นหวางได้มันมาจากตลาด  เมื่อครู่มีชาวบ้านนำมันมาขาย  ได้ยินว่าจับมันได้ที่ชายป่าคงพลัดหลงกับแม่ของมันกระมัง  ตัวเล็กอายุคงน้อยนักสงสารจึงซื้อมันมา  แต่เปิ่นหวางมิค่อยมีเวลาดูแล จึงคิดว่าจะให้เจ้าช่วยเลี้ยงดูมันแทนได้หรือไม่ "

 

 

          " หม่อมฉันหรือเพคะ "

 

 

          " แต่ถ้าเจ้าไม่สะดวกก็มิเป็นไร  เดี๋ยวเปิ่นหวางจะนำมันไปปล่อยในป่า ให้มันไปตามหาแม่ของมันเองน่าจะดี ลางทีมันอาจจะตามหาลูกของมันอยู่ก็ได้  แต่ก็น่ากลัวจะเจอสัตว์อื่นล่าไปเป็นอาหารนี่สิ หรือไม่ก็ถูกชาวบ้านจับมาอีก  "

 

 

          มู่หรงหย่งหมิง แสร้งทำเป็นเกรงใจและคิดหาวิธีอื่นให้เจ้าตัวน้อยสีขาวนี่  เห็นสีหน้าลังเลและเหลือบมองกระต่ายในมือเขาตาละห้อยของหญิงสาวตรงหน้า ก็อดที่จะอมยิ้มออกมาไม่ได้  

 

 

          สตรีกับสัตว์เลี้ยงน่ารักมักเข้ากันได้ดีเป็นส่วนใหญ่ พระมารดาของเขาได้เคยกล่าวไว้

 

 

          " หม่อมฉันจะเลี้ยงมันเองเพคะ  ปล่อยมันไปจะมีชีวิตรอดหรือไม่ก็ไม่รู้ "

 

 

          จางซูหนี่ว์นั้นอดที่จะคิดภาพตามสิ่งที่จวิ้นอ๋องกล่าวไม่ได้  ดูสิ...ตัวเล็กนิดเดียวเอง เจอสัตว์ตัวใหญ่กว่าขย้ำทีเดียวก็คงไม่เหลือเป็นแน่  แล้วดูเถิดน่ารักเพียงนี้ ใครจะใจดำปล่อยเจ้าไปเผชิญชะตากรรมเพียงลำพังได้เล่า เจ้ากระต่ายน้อยเอ๋ย

 

 

          มู่หรงหย่งหมิง ยื่นเจ้าตัวเล็กในมือเขาส่งให้นางเอาไปอุ้ม  ก็เห็นว่านางดูจะสนใจสิ่งมีชีวิตในอ้อมแขนเล็กของนางเป็นอย่างมาก  เห็นนางยิ้มแย้มเช่นนี้ เขาก็มีความสุขไม่น้อยอดที่จะมองรอยยิ้มสดใสของนาง และประทับมันเอาไว้ภายในหัวใจของเขามิได้

 

 

          " โถ...อยู่กับข้านะ ซือซือ ข้าจะเป็นแม่ให้เจ้าเอง "

 

 

          นางใช้มือลูบไปตามลำตัวของมันเป็นการสร้างความคุ้นเคย

 

 

          " เช่นนั้นเปิ่นหวางก็คงเป็นพ่อของเจ้านะ ซือซือ "

 

 

          มู่หรงหย่งหมิง เอ่ยพลางตีเนียนเป็นบิดาของเจ้ากระต่ายน้อยสีขาว ที่มีนามหมาดๆว่า ซือซือ

 

 

          " หม่อมฉันเป็นทั้งแม่ และเป็นทั้งพ่อให้ซือซือได้เพคะ "

 

 

          " เจ้านี่ก็ใจแคบ  ถามซือซือหรือยังว่าอยากได้เจ้าเป็นพ่อหรือไม่ หากเจ้าเป็นแม่ก็เป็นไป แต่เปิ่นหวางจะเป็นพ่อให้ซือซือเอง  เปิ่นหวางเป็นผู้ช่วยชีวิตเปรียบดั่งบิดา  ส่วนเจ้าเป็นผู้ดูแลอภิบาลเปรียบดั่งมารดา  ก็ถูกต้องสมเหตุผลดีแล้ว อย่าทำเรื่องเล็กให้เป็นเรื่องใหญ่นักเลย  กับสัตว์ก็ไม่เว้นนะเจ้า  อยากให้ลูกมีปัญหาหรืออย่างไร ที่บิดามารดาทะเลาะกันน่ะ  "

 

 

          มู่หรงหย่งหมิง เอ่ยอย่างรวบรัดในแบบของเขา  ซึ่งสตรีตรงหน้านั้นได้แต่ยืนอึ้งก็ไม่รู้ว่าโกรธอยู่ หรือคิดหาถ้อยคำมาโต้แย้งเขาไม่ทันกันแน่  หากแต่ถ้านางเป็นมารดา  เขาย่อมเป็นบิดา เจ้ากระต่ายตัวนี้แน่นอน

 

 

          " ซือซือ เป็นกระต่ายเพคะ  มิใช่มนุษย์...คงไม่คิดสิ่งใดเป็นเรื่องราวมากมายและลึกซึ้งได้  เช่นที่พระองค์ทรงกล่าวมาหรอกเพคะ "

 

 

          นางยืนอึ้งกับคำพูดของคนตรงหน้าไปชั่วครู่  อะไรทำให้เขากล่าวได้เป็นเรื่องราวเพียงนั้น เขาเข้าใจสิ่งใดผิดไปหรือไม่  นี่ลูกกระต่าย มิใช่ลูกคน แล้วมันจะมีปัญหาได้อย่างไร  คิดแล้วก็อดที่จะโต้แย้งบุรุษตรงหน้าออกไปไม่ได้ 

 

 

          " เจ้ากล่าวเช่นนี้ มิเคยมีสัตว์เลี้ยงใช่หรือไม่ "

 

 

          " ไม่เคยเพคะ"

 

 

          " มิน่าล่ะ "

 

 

          " มิน่าอันใดเพคะ..."

 

 

          นางชอบสัตว์เลี้ยงน่ารักน่าเอ็นดูก็จริง  หากแต่ไม่เคยคิดนำมาเลี้ยงหรือดูแลเป็นกิจจะลักษณะแต่อย่างใด  ด้วยอาชีพของนางในกาลก่อน  มิได้มีเวลาว่างที่จะคอยดูแลพวกมันถึงเพียงนั้น  หากแต่นางก็ไม่เข้าใจว่ามันเกี่ยวอันใดกับที่เคยเลี้ยง หรือไม่เคยเลี้ยงสัตว์เหล่านี้มาก่อนอยู่ดี

 

 

          " มิน่าล่ะ...ที่เจ้าคิดจะเลี้ยง แต่ไม่คิดจะใส่ใจความรู้สึกของมันอย่างไรล่ะ "

 

 

          "  ดูพระองค์จะทรงทราบเรื่องนี้ดีเหลือเกิน  เคยมีสัตว์เลี้ยงมาก่อนหรือเพคะ "

 

 

          นางเอ่ยถามพลางเลิกคิ้วดั่งสงสัย หากแต่ตั้งใจรวนอีกฝ่ายมากกว่า  

 

 

          " แน่นอน  เปิ่นหวางย่อมเคยเลี้ยง "

 

 

          มู่หรงหย่งหมิง กล่าวอย่างมั่นใจ 

 

 

          " สุนัขจิ้งจอก  เหยี่ยว  เสือ  จระเข้ หรือว่าอะไรเพคะ "

 

 

          จางซูหนี่ว์เอ่ยออกไป  แต่ละสิ่งที่กล่าวนั้นล้วนอยู่ในภาพมโนของนางทั้งสิ้น  ด้วยบุคลิกของจวิ้นอ๋องตั้งแต่คราแรกนั้น เหมาะสมกับการเลี้ยงสัตว์พวกนี้ยิ่งนัก ดูโหด เข้ากับภาพลักษณ์ของจวิ้นอ๋องโจรป่าผู้นี้ทีเดียว

 

 

          ชายหนุ่มขมวดคิ้วเล็กน้อย คนดีดีที่ไหนกันเลี้ยงจระเข้ แต่ละอย่างที่นางคิดกับเขานั้นมิเคยมีดีเลยหรืออย่างไร

 

 

          " เปิ่นหวางเลี้ยงแมว "

 

 

          " แมว?? "

 

 

          จวิ้นอ๋องกับแมว คิดดูอย่างไรก็ไม่ค่อยเข้ากันสักเท่าไรเลย  คิดภาพคนตัวโตหน้าโหดๆนั้นตกเป็นทาสแมว ก็นึกขำอยู่เหมือนกัน  มิใช่อะไรหรอก...แต่บุคลิกเขามันไม่ใช่ในแบบที่นางคิดก่อนหน้าเลยแม้เพียงนิด

 

 

          " ใช่ แมว...หากแต่ก็นานหลายปีมาแล้ว  เมื่อครั้งเปิ่นหวางยังเยาว์วัยเคยเลี้ยงแมวอยู่หนึ่งตัว สีขาวสะอาดเหมือนกับซือซือนี่ล่ะ  มันน่ารักขี้อ้อนดี ทั้งยังชอบตามเปิ่นหวางไปเกือบทุกหนแห่ง แต่เพราะเปิ่นหวางเอาใจใส่มันไม่ดีพอ  วันหนึ่งมันก็หายไปจากตำหนัก  พบอีกทีมันก็ถูกคนใจอำมหิตวางยาพิษจนตาย  ถึงตอนนี้ยังมิรู้เลยว่าใครเป็นผู้กระทำ "

 

          มู่หรงหย่งหมิง คิดย้อนไปถึงสัตว์เลี้ยงตัวแรกของเขา  เป็นแมวหายากสายพันธ์หนึ่งมาจากต่างเมือง ที่คณะทูตนำมาถวายให้ฮ่องเต้พร้อมกับเครื่องบรรณาการอื่นๆ ในวันคล้ายวันพระราชสมภพ และพระบิดาได้พระราชทานมันให้แก่เขาเป็นผู้เลี้ยงดูแมวตัวนั้น  

 

 

         เรื่องการได้รับความใส่พระทัยและเป็นที่โปรดปรานจากผู้เป็นพระบิดา  สำหรับเขาในวัยเยาว์นั้นเห็นเป็นเรื่องปกติ  มิได้คิดอ่านสิ่งใดลึกซึ้งเลยด้วยว่าพระมารดานั้นก็เป็นที่รักและโปรดปรานของพระบิดาอยู่มาก  เขาจึงกลายเป็นพระโอรสที่ทรงโปรดปรานตามลำดับ  

 

 

          หากแต่เมื่อเจริญวัยยิ่งขึ้นจึงรับรู้ได้ว่ามันเปรียบได้กับดาบสองคม พระบิดารักใคร่โปรดปรานย่อมเป็นเรื่องดี  แต่อีกด้านการที่ได้รับสิ่งต่างๆมากกว่าพี่น้องต่างมารดาคนอื่นๆ ใช่ว่าจะดีนัก 

 

 

          ความอิจฉาริษยาเกิดขึ้นภายในจิตใจของผู้ใดบ้างใครจะรู้  ทั้งยังกลายเป็นที่จับตามองจากขุนนาง และนำไปเปรียบเทียบกับองค์ไท่จื่อโดยปริยาย   ผู้ใดจะรู้ว่าหนทางการใช้ชีวิตในวังหลวงนั้น  มิได้งดงามดั่งเช่นที่มองจากภายนอกเลยแม้สักนิด

 

 

          แผ่นดินมักมองว่าท้องฟ้านั้นสูงส่งจนสุดเอื้อม

 

          หากแต่มันจะรับรู้หรือไม่ว่า..บนท้องฟ้านั้นอ้างว้างเพียงใด

 

 

          " เอ่อ...มันเป็นเรื่องน่าเศร้าเพคะ  ใครกันช่างจิตใจดำมืด อำมหิตฆ่าได้กระทั่งแมวตัวเล็กๆเพียงนั้น  แต่ว่ามันก็ผ่านมาตั้งนานแล้ว  ถ้าเจ้าแมวตัวนั้นรับรู้ว่าพระองค์ทรงรักและเอ็นดู ทั้งยังคิดถึงมันอยู่มิได้ลืมเลือน มันคงดีใจมากเพคะ  เอาอย่างนี้..หม่อมฉันยินยอมให้พระองค์เป็นบิดาของซือซือก็ได้เพคะ  ถือเสียว่ามันเป็นตัวแทนของเจ้าแมวตัวนั้นดีหรือไม่ "

 

 

          จางซูหนี่ว์เมื่อได้รับฟังชะตากรรมของเจ้าแมวตัวนั้นของคนตรงหน้า ก็ให้นึกสงสารยิ่งนัก  นึกรู้ว่าคงเป็นฝีมือของใครสักคนหรือหลายคน ที่มีความอิจฉาริษยาอยู่ในหัวใจเป็นผู้กระทำ  แต่การที่นำความรู้สึกเกลียดชังจวิ้นอ๋องไปลงที่สัตว์เลี้ยงตัวหนึ่งช่างเป็นสิ่งที่นางรับไม่ได้จริงๆ  ชีวิตใครใครก็รัก ไม่ว่าคนหรือสัตว์

 

 

          และจากสีหน้าที่ขรึมลง แววตาเจือแววเศร้าเพียงนิดของบุรุษตรงหน้า  เป็นภาพที่นางไม่เคยคิดว่าจะได้เห็นจากคนคนนี้  ก็ให้รู้สึกผิดนักที่นางไปยียวนชวนให้เขาหวนคิดถึงเรื่องราวน่าเศร้านี้  เขาก็คงจะรักสัตว์เลี้ยงตัวนี้อยู่มากทีเดียว  

 

 

          ทั้งกระต่ายน้อยซือซือนี่ก็น่ารักน่าเอ็นดู และมีสีขาวสะอาดคล้ายเจ้าแมวตัวนั้น  คงทำให้เขาคิดถึงแมวน้อยที่ตายไปแล้วก็ได้  เอาเป็นว่านางยอมให้เขาเป็นบิดาของมันก็ได้  ไหนๆอย่างน้อยเขาก็เป็นผู้ช่วยชีวิตมันมาแต่แรกแล้วนี่นา

 

 

          " เจ้ายอมให้เปิ่นหวางเป็นบิดาของลูกเจ้าแล้วหรือหนี่ว์เอ๋อร์ "

 

 

          มู่หรงหย่งหมิง เอ่ยกลับทันทีที่ได้ฟังนางกล่าวจนจบประโยค  ซ่อนรอยยิ้มเจ้าเล่ห์เอาไว้ภายใต้ใบหน้านิ่งขรึม

 

 

          " เพคะ "

 

 

          " เปิ่นหวางยินดียิ่งนัก "

 

 

          รอยยิ้มกว้างอย่างยินดีของบุรุษตรงหน้า  ยังไม่เท่าแววตาเจ้าเล่ห์ที่ฉายออกให้นางได้เห็น  ทำให้หญิงสาวฉุกคิดว่าเมื่อสักครู่นางได้กล่าวสิ่งใดออกไป  

 

 

          และเมื่อนึกถึงประโยคก่อนหน้าของเขา เจ้ายอมให้เปิ่นหวางเป็นบิดาของลูกเจ้าแล้วหรือ  ก็ให้นึกเจ็บใจนี่นางหลวมตัว  หลงไปกับความเจ้าเล่ห์เพทุบายของคนตรงหน้าอีกแล้วหรือนี่

 

 

          " หม่อมฉันหมายถึง บิดาของเจ้ากระต่ายตัวนี้ต่างหากเพคะ "

 

 

          " เปิ่นหวางก็หมายถึงกระต่ายน้อย ลูกของเราตัวนี้อย่างไรล่ะ..เจ้านี่ชอบคิดสิ่งใดซับซ้อนอยู่เรื่อยนะ "


 

 

          หญิงสาวไม่รู้จะหาสิ่งใดมาเปรียบเทียบกับความหน้ามึนของคนตรงหน้าดี  ช่างกล่าวได้หน้าตายยิ่งนัก  บิดา มารดา ลูกของเรากระนั้นหรือ...

 

 

          ทว่าเพราะเหตุใดก็ไม่รู้ได้ลึกๆนางก็อดจะขำกับวิธีเกี้ยวนางของคนตรงหน้าอยู่ไม่น้อย  คิดๆดูก็เป็นสีสันอย่างหนึ่งในชีวิตของนาง ณ ช่วงเวลาที่ผ่านมาก็ไม่ได้น่าเบื่อมากนัก

 

 

          " ว่าแต่เรื่องหอซือซิงนี่อีกไม่นานก็คงได้เปิดทำการเสียทีสินะ  เตรียมการไปถึงไหนแล้วล่ะ "

 

 

            มู่หรงหย่งหมิง เปลี่ยนไปกล่าวเรื่องสิ่งปลูกสร้างตรงหน้า  เมื่อเห็นว่าได้หยอกเย้านางจนเป็นที่พอใจแล้ว  ด้วยสตรีตรงหน้านั้นเริ่มมองค้อนเขาอยู่เป็นระยะ  อันเป็นสัญญาณเตือนว่าอาจได้มีการปะทะคารมกันเป็นแน่หากเขาไม่หยุดกล่าววาจา อันเป็นที่ไม่ถูกใจนาง

 

 

          " ภายในเดือนหน้าคาดว่าการตกแต่งด้านในจะแล้วเสร็จ  ก็คงเริ่มเปิดทำการได้เลยเพคะ  ตอนนี้หม่อมฉันก็ให้คนไปป่าวประกาศแจ้งวันเปิดทำการแสดงของหอซือซิงให้ผู้คนในเมืองนี้ได้รับรู้แล้ว  วันแรกจะเปิดให้ผู้คนเข้าชมโดยไม่คิดเงินเพคะ  เรื่องนักแสดงนางรำต่างๆ แต่เดิมพวกนางก็มีพื้นฐานมาบ้าง หม่อมฉันเพียงนำพวกนางมาฝึกเพิ่มเติมให้ฝีมือในศาสตร์ร่ายรำ ขับร้อง และบรรเลงเครื่องดนตรีของพวกนางนั้นดียิ่งขึ้นไปอีก  "

 

 

          เมื่อกล่าวในสิ่งที่รัก ที่ชอบ และถนัดนางก็สามารถกล่าวได้อย่างลื่นไหล และกล่าวไปได้เรื่อยๆ มีความสุขที่ได้เอ่ยถึงในสิ่งที่นางได้สร้างมันขึ้นมาจนใกล้จะเป็นรูปเป็นร่างนี้  ถือเป็นก้าวแรกแห่งความสำเร็จ อย่างน้อยนางก็ไม่ได้ทิ้งความสามารถที่มีอยู่ไปอย่างเปล่าประโยชน์ สามารถนำมันมาต่อยอดเพื่อดำรงชีวิตอยู่ในยุคนี้ได้

 

 

          " เจ้าฝึกสอนพวกนางด้วยตนเองทั้งหมดเลยเชียวหรือ "

 

 

          " ก็มีบ้างเพคะ...แต่หม่อมฉันก็ได้ว่าจ้างผู้มีความชำนาญในด้านนี้มาฝึกสอน  ทรงจำวันที่พบหม่อมฉันที่หอบุปผาเริงรมย์ได้หรือไม่เพคะ "

 

 

          " จำได้สิ...คุณชายซูจากต่างเมือง  เกี้ยวแม่นางในหอคณิกาเสียอายม้วน ไยเปิ่นหวางจะจำมิได้ "

 

 

          มู่หรงหย่งหมิง เอ่ยพลางล้อเลียนนางอย่างนึกขำ  จากที่เคยพบนางวางท่าเรียบร้อยทว่าใบหน้าเชิดเสมอมา  วันนั้นได้เห็นแววตากรุ้มกริ่มเลียนแบบท่าทางบุรุษเจ้าสำราญก็ให้นึกขำนางมิน้อย  สีหน้าเจ้าชู้นัยน์ตาแพรวพราว  นางได้เปิดหูเปิดตาเขามากทีเดียว  อีกด้านของนางก็คงแสบสันไม่น้อย

 

 

          " กระทำตัวให้พริ้วไหวดั่งสายน้ำ มิทวนกระแส จึงจะนับว่าอยู่เป็นเพคะ...แต่นั่นมิใช่ประเด็น สิ่งที่หม่อมฉันจะกล่าวก็คือ หม่อมฉันได้ซื้อตัวนางในหอคณิกาที่มีความสามารถมาสองสามคน เพื่อที่จะให้มาอยู่ที่หอซือซิง คอยฝึกสอนศาสตร์ร่ายรำต่างๆให้คนของหม่อมฉันเพิ่มเติม  มาอยู่ที่นี่อยู่ดีกินดี มีเบี้ยหวัด มีอิสระ มิต้องขายเรือนร่างให้บุรุษได้เชยชม ย่อมดีกว่าเป็นไหนๆ  แม้จะต้องจ่ายแพงหน่อยก็นับว่าคุ้ม  คิดเสียว่าช่วยพวกนาง ที่บางคนก็ถูกครอบครัวนำมาขายตั้งแต่ยังเล็กนักด้วยความที่ฐานะยากจน "

 

 

          " เป็นความคิดที่ดี  ถือว่าเจ้าได้สร้างบุญกุศลในการช่วยเหลือคนไปด้วย "

 

 

          " หม่อมฉันก็คิดเช่นนั้น  ความจริงหม่อมฉันอยากได้แม่นางฉางเยว่มาอยู่ที่นี่มาก  นางเป็นผู้ที่มีความสามารถในด้านนี้สูงนัก  แต่ให้ราคาเท่าใดนางก็มิยอมมา ทั้งให้พี่รองไปเกลี้ยกล่อมก็ไม่เป็นผล  ช่างน่าเสียดายจริงๆ "

 

 

          หญิงสาวเอ่ยขึ้นอย่างเสียดาย หากได้แม่นางฉางเยว่มาอยู่ที่นี่คงวางในให้ช่วยดูเรื่องการแสดง และผ่อนแรงนางไปได้มากโข

 

 

          ต่อให้เจ้าทุ่มซื้อตัวนางด้วยราคาสูงลิบลิ่วเพียงใด ก็ซื้อนางไม่ได้หรอกหนี่ว์เอ๋อร์  มู่หรงหย่งหมิงคิดอยู่ภายในใจ  มิได้เอ่ยออกมาให้สตรีตรงหน้าได้รับรู้ความคิดนี้ของเขา  พลางเอ่ยถึงเรื่องอื่นเสีย...

 

 

          " การแสดงชุดแรกนั้นสำคัญ มันจะเรียกความสนใจจากลูกค้าได้มาก  เพราะหอซือซิงนี้ใหญ่โตแน่นอนว่าต้องได้รับความสนใจจากชาวเมืองอยู่ไม่น้อย  และหากมีการแสดงอันสวยงาม ทั้งยังแตกต่างจากที่อื่นๆหมุนเวียนการแสดงไปเรื่อยๆ  ย่อมดึงดูดลูกค้าให้เข้ามาในครั้งต่อๆไปเป็นแน่ "

 

 

          " เคยได้ยินเรื่อง โฉมงามกับองค์ชายอสูร หรือไม่เพคะ "

 

 

          " เปิ่นหวางมิเคยได้ยินเลย  เนื้อเรื่องเป็นเช่นไรหรือ "

 

 

          " หากพระองค์ทรงอยากรู้ว่ามีเนื้อเรื่องเป็นเช่นไร  หม่อมฉันก็ขอทูลเชิญพระองค์ให้เสด็จมาชมการแสดง ณ วันที่เปิดหอซือซิงเพคะ "

 

 

          จางซูหนี่ว์เอ่ยพลางยิ้มกริ่ม  ถ้าหากว่าระดับจวิ้นอ๋องยังไม่รู้จัก นิทานเรื่องนี้แล้วล่ะก็ คนธรรมดาคงไม่ต้องพูดถึงหรอก  จะว่าไปถ้าคนในยุคนี้รู้จักก็คงจะแปลก เพราะมันเป็นนิทานในยุคของนาง เช่นนั้นแล้วนิทานเรื่องอื่นๆนางก็คงสามารถนำมาประยุกต์เป็นการแสดงให้คนที่นี่ได้ชมไปได้อีกนานทีเดียว

 

เถียนเถียนเองค่ะ

          

         ได้ข่าวว่ารถอ้อยคว่ำอยู่นะตอนนี้  555555  บทนี้เขียนเอาใจแม่ยกเฮียอ๋องเสียหน่อย  เพราะบทก่อนๆเทใจให้ชายหมอไปไม่น้อย  เป็นยังไงกันมั่งเอ่ยยยย  อ่ะๆ ช่วงนี้อยู่ใกล้สาวเฮียก็จะขยันยิ้มหน่อยๆ 

 

 










ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 627 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

6,484 ความคิดเห็น

  1. #6185 thepoppower (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 15 พฤศจิกายน 2561 / 12:26
    ขยันหยอดดีจริงๆ
    #6,185
    0
  2. #6067 FerinFern (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 30 ตุลาคม 2561 / 10:30
    หยอดเป็นขนมครกกันเลยทีเดียว เก็บทุกเม็ดทุกรายละเอียด
    #6,067
    1
  3. #5975 pemipond (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 22 ตุลาคม 2561 / 19:32
    อิ่หมอก้เนียน
    #5,975
    0
  4. #5103 4447 (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 6 มกราคม 2561 / 10:25
    สงสารท่านอ๋องงง
    #5,103
    0
  5. #4963 mayar (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 3 มกราคม 2561 / 21:54
    สมุนไพรของเฮียจริงๆ โถๆ ไหน้ำส้มทะลัก พระรองสายเนียนตลอด แน่ชัดว่าตกหลุมนางเอกเต็มๆ ส่วนพระเอกเฮียคะตกหลุมลึกไม่รู้ตัวเปรี้ยวกระจาย
    #4,963
    1
  6. #4680 KAKARN_MATO (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 28 ธันวาคม 2560 / 22:31
    สมุนไพรของท่านอ๋องไงลินนนนจ๋า
    #4,680
    1
    • #4680-1 เถียนเถียน / ลักษมณ์(จากตอนที่ 26)
      28 ธันวาคม 2560 / 22:33
      ท่านอ๋องไม่ลงชื่อเสียงเรียงนาม สาวเลยไม่รู้ 5555++
      #4680-1
  7. #4297 elfelf (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 16 ธันวาคม 2560 / 22:38
    ถ้าเค้าเป็นหนี่ว์เอ๋อร์นี่เลือกไม่ถูกนะเนี่ย องค์ชายห้าก็แสนอบอุ่น ท่านอ๋องก็หล่อร้าย
    #4,297
    0
  8. #4102 Numtanthitiya (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 14 ธันวาคม 2560 / 09:17
    มีหึงงงงงงง....ออกแนวสงสารชาย5นะนี่
    #4,102
    0
  9. #3910 รินหัวใจใส่ลาเต้ (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 6 ธันวาคม 2560 / 13:18
    จริงอย่างไรท์บอกนั้นแหล่ะ ความรู้สึกนางเอกนะ ไว้ให้เค้าไปรบชายแดนไปปราบปรามโจรผู้ร้ายบาดเจ็บเป็นอะไรขึ้นมาก่อนเหอะ ตัวเองจะรู้สึกเป็นหวงเค้าบ้างละมั้ง
    #3,910
    0
  10. #3890 150221 (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 5 ธันวาคม 2560 / 23:44
    ใช่คะไรท์รักกันแบบงงเลยยังไม่รู้ตัวกันคะ
    #3,890
    0
  11. #3453 [F.S]Fang_041 (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 30 พฤศจิกายน 2560 / 15:38
    เหอะ ไม่เชียร์องค์ชายห้าเลย ท่านอ๋องโอ๋ๆ โดนเเย่งความดีความชอบละจะ เนี่ย ไม่ยอมเขียนชื่อเนี่ย
    #3,453
    1
  12. #3165 Choi_Jina_ (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 27 พฤศจิกายน 2560 / 10:18
    ไม่งอแงนะเคอะ555555
    #3,165
    0
  13. #3074 pommys (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 26 พฤศจิกายน 2560 / 13:02
    จวิ้นอ๋องเสียใจ
    #3,074
    0
  14. #2915 Pandanus2323 (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 24 พฤศจิกายน 2560 / 00:40
    ถถถถ พี่หนวด โดนแย่งความดีความชอยเลย555
    #2,915
    0
  15. #2871 JubJujube (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 23 พฤศจิกายน 2560 / 16:20
    โอ๋ ไม่งอแงเด้อ ก็ไม่ลงชื่อเองอ่ะ
    #2,871
    0
  16. #2766 kimurakung (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 22 พฤศจิกายน 2560 / 19:07
    น้ำส้มไหใหญ่มากกกก # ทำเป็นจำลายมือท่านอ๋องไม่ได้นะ
    #2,766
    0
  17. #2757 katekate (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 22 พฤศจิกายน 2560 / 13:20
    โอยยย มีความซึน ความมึนทั้งคู่ จะรู้ตัวกานเมื่อไหร่ ว่ารักกานเนี่ย ฮ่าๆๆๆๆๆ
    #2,757
    1
  18. #2639 Tippawan2433 (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 21 พฤศจิกายน 2560 / 16:47
    อิมเมจ องค์ชาย4 จุ่ยหลินหลง คือดี ฟินมาก
    #2,639
    0
  19. #2635 แพนด้า (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 21 พฤศจิกายน 2560 / 15:37
    ทีมชายห้าค่ะ แต่ก็นะ บทมาแบบนี้ พระรองแหงๆ โถ่ ชายห้าผู้น่าสงสาร
    #2,635
    0
  20. #2634 Pannikaa (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 21 พฤศจิกายน 2560 / 15:03
    ถึงจะบอกว่าเกลียด แต่คิดถึงเขาตลอดเวลาละน่ะ
    #2,634
    0
  21. #2632 Malily (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 21 พฤศจิกายน 2560 / 12:52
    โถ่ววววววว  พ่อโจรป่าของเดี๋๊ยน

    ถูกแย่งความดีความชอบไม่พอยังต้องมาเจอภาพบาดใจอีก

    ไรต์จะทำร้ายพ่อโจรป่ามากไปแล้ววววววววววววว
    #2,632
    1
  22. #2631 pimpim (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 21 พฤศจิกายน 2560 / 12:39
    รัศมีความหึงแผ่กระจาย
    #2,631
    1
  23. #2630 kanpicha wongratwanich (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 21 พฤศจิกายน 2560 / 12:26
    มีความเข้าใจผิด
    #2,630
    0
  24. #2629 fon zazaa (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 21 พฤศจิกายน 2560 / 11:32
    แลดูอีอ๋องจะหึงแรงมาก
    #2,629
    1
  25. #2628 หางสีเงิน (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 21 พฤศจิกายน 2560 / 11:29
    ฮือออออ อย่าเข้าใจผิดสิยะ
    #2,628
    1
  26. #2627 Chiken-DoDo (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 21 พฤศจิกายน 2560 / 10:53
    ยังไงก็ เถียนเถียน เอ้ย ทีมอ๋อง
    #2,627
    2
    • #2627-1 เถียนเถียน / ลักษมณ์(จากตอนที่ 26)
      21 พฤศจิกายน 2560 / 12:07
      ช่วยกันพายเรือพี่อ๋องหน่อยนร๊าาา เฮียแกน้อยใจแล้วนั่น 555
      #2627-1
    • #2627-2 Chiken-DoDo(จากตอนที่ 26)
      22 พฤศจิกายน 2560 / 17:21
      พายอยู่เนี้ยมือจะแตกแล้ว เพื่อจะพายไปเจอ เถียนเถียนด้วย ????????
      #2627-2