ชายาอ๋องกระดูกเหล็ก (สนพ.สถาพรบุ๊คส์)

ตอนที่ 22 : เปิ่นหวางมิได้ผิดสัญญา (รีไรต์)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 71,569
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 924 ครั้ง
    16 ก.พ. 61


 

บุรุษผู้สวมหน้ากากเพ่งมองเหตุการณ์เบื้องล่าง  มองผิวเผินดั่งว่าเขานั้นกำลังชมการร่ายรำของเหล่าสตรีห้านางที่ร่ายรำให้ผู้เป็นลูกค้าได้ยล  หากแต่แท้จริงแล้วสายตาของเขานั้นหาได้จับจ้องอยู่ที่พวกนางไม่  เพราะสายตาของเขามันหยุดอยู่ที่คนผู้หนึ่งมาได้สักครู่แล้ว

 

          หนุ่มน้อยผู้มีใบหน้าละมุนกำลังส่งสายตาวิบวับให้สาวงามที่นั่งข้างกาย  ท่าทางไม่ต่างไปจากบุรุษส่วนมากที่พูดคุยเกี้ยวพาสตรีเหล่านั้น  ทว่าใบหน้าของคนผู้นี้เขาจำได้แม่นยำต่อให้นางแต่งกายเป็นบุรุษก็เถิด

 

          เจ้ามาทำอะไรที่นี่หนี่ว์เอ๋อร์...นั่นคือสิ่งที่เขาคิดอยู่ในขณะนี้

 

          คงไม่ใช่กระมัง หรือใช่กันหว่า...จางซูหนี่ว์ให้นึกสงสัยนัก  นางดื่มสุราไปพอสมควร ทั้งที่ก็ค่อยๆจิบพอเป็นพิธีเท่านั้น เพื่อไม่ให้คนที่ยื่นให้เสียน้ำใจและผิดสังเกต แต่กระนั้นก็ยังรู้สึกร้อนวูบวาบในกายอยู่ไม่น้อย  สุราที่นี่ฤทธิ์แรงใช้ได้ทีเดียว  และนั่นอาจจะทำให้นางตาพล่าเลือนคิดไปเองว่าเห็นพี่ใหญ่อยู่ที่นี่  

 

          จางฮุ่ยหรานออกจะตามประกบผู้เป็นนายเสียขนาดนั้น จวิ้นอ๋องอยู่ที่ใดมักเห็นพี่ใหญ่อยู่ที่นั่น  แล้วคนอย่างจวิ้นอ๋องนั้นหรือจะมาทำอันใดที่หอคณิกาแห่งนี้  ทั้งที่หญิงงามในวังล้วนมากมี พร้อมใจเป็นนางอุ่นเตียงให้เขาทั้งนั้น 

 

          หรืออาจจะใช่...ลักษณะท่าทางของชายผู้นั้นคุ้นตานางมากจริงๆ  ถ้าใช่ขึ้นมาไม่ว่าเขาจะมาที่นี่ด้วยเหตุผลอันใดก็ตามที  ย่อมไม่เป็นผลดีกับนางทั้งนั้น ต่อให้ตอนนี้ต่างคนต่างอยู่แต่ถ้าเขารู้ พี่ใหญ่ของนางก็ต้องรู้เช่นกัน  รู้สึกสังหรณ์ใจขึ้นมาแปลกๆ รีบหาทางชิ่งหนีแต่เนิ่นๆนั้นย่อมดีที่สุด  

 

          มาวันนี้ก็ได้เห็นบรรยากาศโดยรอบหอบุปผาเริงรมย์ไปไม่น้อย  ก็ถือว่ามาไม่เสียเที่ยวนักหรอก  ทว่าถ้ายังขืนดึงดันอยู่ต่อไปได้เกิดเรื่องขึ้นเป็นแน่  ใช่ หรือ ไม่ใช่ ไม่แน่ใจนักหรอก แต่กันไว้ดีกว่าแก้...

 

         " พี่รอง ข้าว่าเรากลับกันเถอะ "

       

นางขยับเข้าไปกระซิบกับจางฮุ่ยเฟิงให้ได้ยินกันอยู่สองคน

 

             " เจ้าจะรีบกลับทำไม เพิ่งมาได้ไม่นานเท่าไรเลย อยู่ต่ออีกสักพักก็ได้ยังมีการแสดงอีกหลายชุด เจ้าไม่อยากดูแล้วหรือ "

 

             จางฮุ่ยเฟิงประวิงเวลาออกไปอีกนิด เขายังไม่ได้สนทนากับนางผู้นั้นเลย  มาที่นี่อยู่หลายครั้งด้วยติดใจในการร่ายรำของนาง  หากแต่เมื่อเข้าไปพูดคุยด้วย  นางก็เพียงแต่สนทนากับเขาตามมารยาทนิดหน่อยเท่านั้น 

 

          " ข้าก็อยากดูอยู่หรอก  แต่ว่าข้ารู้สึกสังหรณ์ใจแปลกๆ อย่างไรก็ไม่รู้ "

 

          " สังหรณ์ใจอันใดกัน "

 

          "  หนี่ว์เอ๋อร์รู้สึกเหมือนจะเห็น เอ่อ พี่ใหญ่น่ะสิ "

 

          " เจ้าดื่มสุรามากไปหรือไม่  หรืออาจจะตาฝาดแล้วกระมัง  พี่ใหญ่น่ะถ้าไม่เป็นทหาร ป่านนี้ข้าว่าคงออกบวชถือเพศพรหมจรรย์เสียแล้วล่ะ เคยสนใจยุ่งเกี่ยวกับสตรีที่ไหนกัน  นี่ข้าว่าไม่แคล้วท่านแม่คงส่งแม่สื่อไปหาคุณหนูจากตระกูลใดสักตระกูล มาแต่งเป็นพี่สะใภ้เราเป็นแน่  ให้พี่ใหญ่หาเองคงไม่ได้เรื่อง "

 

          จางฮุ่ยเฟิงยังเห็นเป็นเรื่องขบขัน คนอย่างจางพี่ใหญ่หรือจะเข้ามาที่หอคณิกา เกี้ยวพาราสีสตรียังมิเคยแล้วจะข้ามขั้นมาถึงที่นี่เลยหรือ เขาพนันให้ร้อยตำลึงเลยเชียว เป็นไปไม่ได้เด็ดขาด

 

          " แต่ข้าคุ้นมากเลยนะพี่รอง  แล้วยังจะบุรุษที่สวมหน้ากากผู้นั้นอีก...อ้าว หายไปไหนแล้ว "

 

          จางซูหนี่ว์ยังเอ่ยแย้งพี่ชาย พลางบุ้ยใบ้ให้พี่ชายเงยหน้าขึ้นไปมองบุรุษสวมหน้ากากที่จ้องมองนางอยู่ด้านบน  หากแต่ก็ต้องประหลาดใจ  เพราะเพียงนางหันมาพูดคุยกับจางฮุ่ยเฟิงได้ไม่นาน  เมื่อหันกลับไปอีกครั้งเขาก็ได้หายไปจากบริเวณนั้นเสียแล้ว

 

          " ไหนล่ะ  ข้าไม่เห็นใครสักคนเลย "

 

          จางฮุ่ยเฟิง แหงนหน้าขึ้นไปมองยังบริเวณที่น้องสาวบอก  หากแต่ก็พบเพียงความว่างเปล่าเท่านั้น

         

 " เขาอาจจะเดินไปที่อื่นก็ได้ "

 

" เอาล่ะ...เช่นนั้นข้าขออยู่ต่ออีกสักครู่เท่านั้น รอข้าทำธุระเรียบร้อยแล้วจะรีบพาเจ้ากลับทันที "

 

             จางฮุ่ยเฟิงเอ่ยบอกน้องสาว ด้วยเห็นว่าการแสดงของฉางเยว่นั้นจบไปแล้ว และนางได้เดินไปอีกทาง เขาจึงบอกน้องสาวให้รออยู่ที่โต๊ะ โดยให้ผู้ติดตามของเขาอยู่กับนางด้วย  ส่วนตัวเองนั้นตามสตรีหน้าหวานผู้นั้นไป หวังเพียงได้สนทนากับนางสักนิดก็ยังดี

 

             " พี่รอง..ท่านนี่ทำไมเป็นคนเช่นนี้กันนะ "

 

             หญิงสาวได้แต่บ่นพึมพำออกมาเบาๆ อย่างนึกเคืองพี่ชายไม่น้อย  เห็นสาวงามดีกว่าน้องในไส้  มันใช้ได้ที่ไหนกัน  ดูเถิดทิ้งกันได้ลงคอ  แล้วนางจะพึ่งพาได้ไหมล่ะนี่  คิดแล้วได้แต่ถอนหายใจออกมา  หากแต่ก็ต้องหันกลับไปฝืนยิ้มแฉ่งให้แม่นางเลี่ยงลี่ที่เข้ามาพะเน้าพะนอ มือไม้ก็ขยันเข้ามาบีบนวดเอาใจอยู่นั่น  แม่นางเอ้ย..ช่างซื่อตรงกับหน้าที่ตัวเองจริงๆ เลย

 

             หายไปสักครู่นางก็เห็นพี่รองเดินหน้านิ่วคิ้วขมวดกลับมาที่โต๊ะ  ก็ให้นึกเดาไปว่าแม่นางคนงามคงไม่สนใจเป็นแน่  จึงได้เดินกลับมาด้วยใบหน้าที่บ่งบอกว่าไร้อารมณ์รื่นรมย์ใดใด

 

              " กลับเถอะ "

 

             จางฮุ่ยเฟิง เอ่ยบอกน้องสาว  วันนี้คิดว่าจะได้สนทนากับฉางเยว่สักเพียงคำก็ยังดี  แต่นางกลับหลบหน้ามิยอมออกมาพบเขา  ทั้งยังให้คนออกมาบอกอีกว่ามิค่อยสบายอยากพักผ่อน  เขาหรือก็เป็นห่วงว่าเป็นอะไรมากหรือไม่  แต่ดูเหมือนนางไม่ค่อยสนใจเขาเท่าใดนัก  ไม่เข้าใจตัวเองอยู่เหมือนกันว่าสตรีอื่นนั้นมีไม่น้อย  เหตุใดจะต้องมาให้ความสนใจแต่นางด้วยก็ไม่รู้ 

 

          " อะไรกันเจ้าคะ  เหตุใดวันนี้จึงรีบกลับเร็วนักเล่า  "

 

          แม่นางชุดม่วงที่เคยนั่งอยู่ข้างกายจางฮุ่ยเฟิงเอ่ยขึ้น

 

          " พอดีว่าพรุ่งนี้คุณชายซูจะเดินทางกลับน่ะ  จึงต้องรีบกลับไปเตรียมตัวและพักผ่อน  คงอยู่ดึกกว่านี้ไม่ได้ "

 

             จางฮุ่ยเฟิง เอ่ยบอก

 

             " ใช่ๆๆ พอดีข้ามาทำธุระ เวลาเที่ยวพักผ่อนจึงมีน้อย  เอาไว้คราวหน้าหากมีโอกาสข้าจะกลับมาหาพวกเจ้าใหม่นะ "

 

             จางซูหนี่ว์รีบเอ่ยสนับสนุนคำพูดของพี่ชายทันที

 

             " คุณชายจางนั้นมาที่หอบุปผาเริงรมย์บ่อยครั้ง แต่คุณชายซูสัญญากับพวกเราแล้วนะเจ้าคะ  ว่าจะกลับมาที่นี่อีก "

 

             แม่นางเลี่ยงลี่ หันมากล่าววาจาออดอ้อนฉอเลาะ  พลางส่งสายตาหยาดเยิ้มให้จางซูหนี่ว์  เล่นเอานางขนลุกเกรียวเลยทีเดียว  

 

              เพราะเป็นหญิงจึงมิได้มีจิตพิศวาสสตรีด้วยกัน  หากแต่ว่าเป็นชายได้เจอสายตายั่วยวนเช่นนี้เข้าร้อยทั้งร้อยนางคาดว่าคงได้อยู่ต่อจนถึงรุ่งสางเป็นแน่

 

             สองพี่น้องรวมถึงผู้ติดตามพากันเดินออกมาจากหอคณิกา  ขณะนั้นก็ดึกอยู่พอสมควรประมาณ ยามจื่อเห็นจะได้  ร้านรวงในตลาดที่เปิดในยามค่ำจนถึงดึกดื่นนั้นทยอยปิดกันบ้างแล้ว  บางช่วงทางเดินในตลาดนั้นเงียบสงัดผู้คนส่วนใหญ่นั้นล้วนนอนหลับพักผ่อนกันอย่างมีสุขใต้ผ้าห่มอุ่นๆในยามฤดูหนาวเช่นนี้

 

          " รู้เช่นนี้เอารถม้ามาด้วยก็ดีหรอก หนาวชะมัด "

 

          จางซูหนี่ว์เดินไปพลางบ่นไป จากหอการค้าสกุลจางมาที่หอบุปผาเริงรมย์  เดินเท้าไปเรื่อยก็ใช้เวลาราวๆสองเค่อ  ยามขามานั้นเดินดูโน่นดูนี่มาเรื่อยๆก็เพลินดีมิรู้สึกเหนื่อยเท่าใด  ลืมไปเสียสนิทว่าในยามดึกนั้นอากาศจะเย็นมากกว่าปกติ  

 

      ถึงตอนนี้จึงต้องเร่งเดินให้ถึงที่หมายโดยไว  ด้วยอากาศเย็นเยียบพาลทำให้ก้าวขามิค่อยจะออกนัก เสื้อคลุมของนางที่สวมใส่อยู่ในตอนนี้ก็มิได้ช่วยอันใดมากนัก

 

          " เลิกบ่นได้แล้วหนี่ว์เอ๋อร์  เจ้าเป็นคนอยากให้พี่พามาที่นี่เองนะ...อีกอย่างถ้าเอารถม้ามาก็ดูจะเอิกเกริกไปหน่อย  เอาเถิดอีกนิดเดียวเดี๋ยวก็ถึงแล้วทนหน่อย "

             จางฮุ่ยเฟิงเอ่ยบอกน้องสาวที่เริ่มบ่น  ตั้งแต่ที่ก้าวขาออกมาจากหอคณิกาได้ไม่นาน  ก็ไม่แปลกเพราะคืนนี้อากาศเย็นกว่าทุกคืนจริงๆ หากเป็นเช่นนี้อีกไม่กี่วันคาดว่าหิมะแรกคงจะโปรยมาในไม่ช้าเป็นแน่

 

             ต่างคนต่างพากันรีบเดิน   หากแต่ก็เริ่มรู้สึกได้ว่าด้านหลังนั้นมีคนเดินตามมาราวสองคนเห็นจะได้  ผู้ติดตามทั้งสองคนนั้นส่งสัญญาณเป็นอันรู้กันว่าให้ระวังตัว  ด้วยรู้สึกถึงความไม่ชอบมาพากล 

 

             ในยามดึกเช่นนี้หลายคนไม่ระวัง  ถูกพวกอันธพาลหรือโจรดักปล้นทรัพย์สินอยู่บ่อยครั้งก็มีเมื่อออกมาจากสถานเริงรมย์  

 

             จางฮุ่ยเฟิงขยับเข้ามาคว้าข้อมือของน้องสาวเอาไว้  หากมีอะไรเกิดขึ้นจริงเขาจะได้ปกป้องน้องสาวได้ถนัดเมื่อนางนั้นอยู่ข้างกาย  แต่ก็เชื่อใจในฝีมือของผู้ติดตามเพราะถูกฝึกมาเป็นอย่างดีโดยพี่ใหญ่นั่นล่ะเป็นผู้ฝึกคนกลุ่มนี้ด้วยตนเอง  เพื่อให้คอยดูแลขบวนสินค้าที่มีมูลค่าของหอการค้าเวลาเคลื่อนย้ายไปที่ต่างๆ  

 

              ทั้งหมดเร่งความเร็วของฝีเท้าขึ้นอีก  แต่รู้สึกว่าพวกนั้นก็ยิ่งเร่งความเร็วในการเดินตามกลุ่มของจางฮุ่ยเฟิงเช่นกัน

 

             เฮ้ยยย...

 

             พี่ใหญ่...

             จางฮุ่ยเฟิงและจางซูหนี่ว์อุทานออกมาแทบจะพร้อมกัน  เมื่ออยู่ๆก็มีคนโผล่ออกมาจากมุมมืดมุมหนึ่งตรงทางข้างหน้า ทำเอาทั้งสองชะงักหยุดเดินกันทันที  ตกใจยิ่งกว่าเห็นผี ยิ่งกว่าเห็นโจรเสียอีก...

 

             " พี่รองข้าบอกท่านแล้ว ว่าเห็นพี่ใหญ่จริงๆ เชื่อหรือยังล่ะ "

 

             จางซูหนี่ว์ขยับเข้าไปหาจางฮุ่ยเฟิงพลางกล่าว

 

             " ไม่ต้องกังวลไปหรอก  นั่นคนของข้าเอง"

 

             จางฮุ่ยหราน เอ่ยบอก สีหน้านิ่งขรึมจ้องมาที่น้องชายกับน้องสาวของตนเองเขม็ง เล่นเอาคนถูกมองลอบกลืนน้ำลาย  พลางมองหน้ากันส่งสายตาว่างานนี้เป็นเรื่องแน่แล้ว

 

             " อ้อ คนของพี่ใหญ่เองหรือ ข้าก็หลงเป็นกังวลนึกว่าเป็นพวกโจรรีดไถทรัพย์เสียตั้งนาน "

 

             จางฮุ่ยเฟิง ฉีกยิ้มร่าเริงกลบเกลื่อนความผิด  หากแต่ก็ค่อยๆหุบยิ้ม สีหน้าเจื่อนลงๆทุกที  เมื่อเห็นว่าพี่ชายไม่มีทีท่าใดเปลี่ยนไปเลยนอกจากนิ่งขรึม  และส่งสายตาที่ทำให้เขารู้สึกไม่ต่างไปจากอากาศในค่ำคืนนี้ทีเดียว  หนาวจนน่าขนลุก...

 

             จางซูหนี่ว์มองจางฮุ่ยหรานพลางส่งยิ้มแหยไปให้ หากแต่สังเกตให้ดีเมื่อมองข้ามไหล่พี่ชายไปจึงได้รู้ว่ามีใครยืนอยู่ด้วยอีกคน  แต่เขาก็ไม่ได้เอ่ยอะไรออกมา  จึงไม่ได้มีใครทันสังเกตถึงการมีตัวตนของเขาแต่แรก  

 

             เมื่อเพ่งมองให้ดีท่าทางการยืนแบบนี้  รูปร่างประมาณนี้  บุคลิกเช่นนี้คุ้นตานางอย่างมาก และก็คงไม่ต้องเดาไปเรื่อยต่างๆนานาให้มากความ  อยู่กับพี่ใหญ่เช่นนี้คงเป็นใครไปไม่ได้นอกจากเขาคนนั้น  

 

              หน้ากากปิดหน้าเช่นนั้นหรือ  โกนหนวดโกนเคราเช่นนั้นหรือ  นางมั่นใจเลยว่าต้องเป็นจวิ้นอ๋องหน้าโหดผู้นั้นแน่นอน  ไม่อยากพบ แต่ไฉนจึงได้เจออยู่ร่ำไป

 

             " เจ้าคิดเช่นไรจึงพานางเข้าไปที่นั่น  หากข้าไม่เข้าไปสืบราชการที่นั่นพอดี จะรู้หรือไม่ว่าเจ้าพานางไปเถลไถลที่ใดบ้าง "

 

             จางฮุ่ยหรานเอ่ยเสียงดุ

 

             " พี่ใหญ่อย่าดุพี่รองเลยเจ้าค่ะ  หนี่ว์เอ๋อร์เป็นคนขอร้องให้พี่รองพาไปที่นั่นเอง  เป็นความผิดของข้าแต่เพียงผู้เดียว "

 

             " เจ้าผิดแน่  แต่จะมาออกตัวรับผิดในส่วนของคนอื่นไม่ได้  พี่รองของเจ้าเป็นพี่แต่ไม่รู้จักห้ามปรามน้อง กลับส่งเสริมเจ้าเสียอีก  อย่างนี้เรียกว่าผิดหรือไม่  กับเจ้าน่ะหนี่ว์เอ๋อร์พรุ่งนี้เราคงมีเรื่องต้องคุยกัน  แต่ตอนนี้เจ้ารองตามข้ามาทางนี้ พวกเจ้าด้วย "

 

             จางฮุ่ยหรานหันไปทางผู้เป็นนายเป็นเชิงขออนุญาต ก่อนเอ่ยบอกน้องชายและผู้ติดตามที่มาด้วย ให้เดินตามเขาไปอีกทาง

 

             " หูข้าขาดแน่งานนี้ "

 

             นางได้ยินเสียงจางฮุ่ยเฟิงบ่นออกมาเบาๆ ก่อนที่จะเดินตามผู้เป็นพี่ชายออกไป  จางซูหนี่ว์หันรีหันขวางเมื่อต้องอยู่กับบุรุษผู้นี้เพียงลำพัง  

 

              คนของพี่ใหญ่ที่เดินตามกลุ่มของนางมาเมื่อสักครู่ก็ไม่รู้ว่าหายไปอยู่ที่ใดเสียแล้ว  จึงขยับจะเดินตามพี่รองของนางไปอีกคน  ให้อยู่กับเขานางว่าน่ากลัวกว่าพี่ใหญ่ยามโกรธเป็นไหนๆ

 

             " อยู่ตรงนี้เถิด...อีกเดี๋ยวพี่รองของเจ้าก็กลับมา  หรือเจ้ากลัวข้า "

 

             เขาขยับเข้ามาขวางทางนาง  ไม่ให้เดินตามพี่ชายไป

 

             ทรงมีอะไรที่หม่อมฉันจะต้องกลัวเล่าเพคะ "

 

             " เจ้ารู้แต่แรกว่าเป็นเปิ่นหวาง  หรือเพิ่งรู้เมื่อครู่ "

 

             มู่หรงหย่งหมิงเอ่ยถาม ในใจคาดหวังให้เป็นอย่างแรกเสียมากกว่า  หากนางรู้แต่แรกว่าเป็นเขาทั้งที่มีหน้ากากปิดบังใบหน้าอยู่  มันคงทำให้เขารู้สึกดีอยู่มิน้อย เพราะนั่นหมายถึงว่านางก็ใส่ใจในรายละเอียดเกี่ยวกับตัวเขาอยู่เหมือนกัน

 

             " เพียงคุ้น และคิดว่าอาจจะใช่เพคะ  แต่เพิ่งมาแน่ใจเมื่อสักครู่นี้เอง  "

 

             จางซูหนี่ว์เอ่ยตอบตามตรง  และขยับถอยหนีเพียงนิด เมื่อเห็นว่าคนตรงหน้าขยับกายเข้ามาหานาง พลางยิ้มที่มุมปาก 

 

             ใช่เขายิ้ม...นางว่านางมองไม่ผิดแน่  

 

             มู่หรงหย่งหมิงค่อยๆยกมือของเขาขึ้นมาปลดหน้ากากที่ใบหน้า  เพียงใส่มันไว้ยามที่ต้องเข้าไปในหอคณิกา เพื่อพลางตัวมิให้ผู้ใดล่วงรู้ว่าเป็นเขาก็เท่านั้น

             ใบหน้าเกลี้ยงเกลาปราศจากหนวดเคราดั่งแต่ก่อน  ดวงตากลมโต จมูกโด่งเป็นสัน รับกับเครื่องหน้าในส่วนอื่นๆ  โดยรวมแล้วเป็นบุรุษที่มีรูปโฉมคมคายมากผู้หนึ่งเลยทีเดียว  

 

             แม้ว่านางจะทำเป็นไม่สนใจแต่ก็อดที่จะลอบมองใบหน้าของบุรุษตรงหน้ามิได้  ก็พอจะเข้าใจเสียแล้วว่าทำไมคุณหนูต้วน ถึงได้หลงใหลและปักใจรักเพียงนั้น  

 

              ถ้าเปรียบกับคำพูดในยุคของนางก็คงต้องบอกว่าผู้ชายคนนี้ หล่อได้อย่างร้ายกาจเลยทีเดียว

 

             มู่หรงหย่งหมิง มองสตรีตรงหน้าที่เอาแต่มองเขานิ่ง  ไม่ได้เจอนางเกือบเดือนนับตั้งแต่ที่เขาไปส่งนางที่จวนในครานั้น  จนได้พบกันในวันนี้นางก็มักจะมีอะไรที่ทำให้เขาประหลาดใจอยู่เรื่อย

 

              " เปิ่นหวางไม่ผิดนะ "

 

              " เพคะ? "

 

              อยู่ๆบุรุษตรงหน้าก็เอ่ยขึ้น  นั่นจึงเรียกสติของนางให้กลับคืนมา  จากที่เผลอมองใบหน้าของเขาเพลิน  ซึ่งก็ออกจะเก้อๆอยู่บ้างเล็กน้อย

 

              " เปิ่นหวางบอกว่า  เปิ่นหวางไม่ได้ผิดสัญญากับเจ้านะ "

 

              " หม่อมฉันทราบเพคะ  มันเป็นเพียงความบังเอิญเท่านั้น "

 

              " เจ้าไม่คิดว่ามันเป็นเพราะ..โชคชะตาหรือบุพเพสันนิวาสบ้างหรือ "

 

              มู่หรงหย่งหมิงเอ่ยออกไป  เขาไม่ถนัดกล่าวอะไรทำนองนี้นักหรอก 

 

หากแต่เกือบเดือนที่ผ่านมาแม้ไม่เจอนาง  ก็ใช่ว่าเขาจะไม่สนใจข่าวคราวของนาง  ในแต่ละวันนางไปที่ใด ทำอะไรบ้าง  เขาย่อมรับรู้ทั้งสิ้น เพราะคงไม่มีผู้ใดล่วงรู้นอกจากจางฮุ่ยหราน  ว่าเขาได้ส่งคนไปคอยคุ้มครองนางอยู่ห่างๆ หากบอกว่าตอนนี้เขาชอบนางเข้าแล้วจริงๆ นางจะเชื่อเขาหรือไม่…

 

              มั่นใจในความรู้สึกว่าชอบ  ชอบแบบที่มากกว่าแค่สนใจ  เหมือนที่ผ่านมา..

             

จางซูหนี่ว์หรี่ตามองคนตรงหน้าอย่างไม่ค่อยจะแน่ใจ  พูดอะไรออกมาเขารู้ตัวบ้างหรือไม่นั่น...

 

              บุพเพสันนิวาสเช่นนั้นหรือ  นางเห็นแต่บุพเพอาละวาดเสียมากกว่า  หากแต่เมื่อเห็นแววตาที่ดูจริงจังของคนตรงหน้า นางก็เริ่มวางตัวไม่ค่อยจะถูก  จึงได้แต่มองท่าทีกันอยู่เงียบๆ

 

              " โอ๊ยยย พี่ใหญ่เบามือหน่อยมิได้หรือ "

 

              เสียงพี่รองร้องครวญครางออกมาด้วยความเจ็บปวดดังแว่วมาจากอีกทาง  คำว่าหูขาดของพี่รองเมื่อสักครู่  เพิ่งตระหนักรู้ว่าพี่ใหญ่คงเรียกพี่รองไปทำโทษเป็นแน่

 

             อย่างน้อยเสียงของพี่รองก็ทำให้นางกลับมาเป็นตัวของตัวเองได้อีกครั้ง  หลังจากที่มัวแต่ครุ่นคิดถึงประโยคเมื่อสักครู่ของจวิ้นอ๋อง ที่ตอนนี้นางก็ยังมิได้ตอบอะไรเขา

 

             .....หมับ.....

 

              อยู่ๆเสื้อคลุมก็ถูกนำมาคลุมกายให้กับนาง  ไม่ผิดหรอกเสื้อคลุมจริงๆ หากแต่เป็นของจวิ้นอ๋องที่เขาถอดออกมาคลุมกายให้นางด้วยมือของเขาเอง  พร้อมกับคำพูดสั้นๆ....

 

              " คลุมไว้  เดี๋ยวจะไม่สบาย "

 

             พูดแล้วก็เบือนหน้าหนีนางเฉยเลย...หมายความว่าไง

 

 


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 924 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

6,484 ความคิดเห็น

  1. #6453 1988yongsi (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 18 มีนาคม 2563 / 09:11
    เอ็นดูท่านอ๋องพยายามซอฟหวานให้น้องเห็น
    #6,453
    0
  2. #6221 TheLastManStanding137 (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 19 พฤศจิกายน 2561 / 11:10
    ขำพี่รอง ใจอ่อนกับน้องเป็นไงล่ะ จบลงที่หูขาด555555 เป็นความบังเอิญจริงๆเพคะะะะะ
    #6,221
    0
  3. #6015 3JLK (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 25 ตุลาคม 2561 / 22:36
    สงสารพี่รอง55555
    #6,015
    0
  4. #5972 pemipond (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 22 ตุลาคม 2561 / 18:51
    ไงล่ะหล่อน โกนหนวดแบ้ว
    #5,972
    0
  5. #5494 Ploy Warattaya (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 25 มกราคม 2561 / 23:07
    หอนางโลมนี่เป็นจุดเช็คอินของสาวข้ามมิติจริงๆ
    #5,494
    3
    • #5494-3 FerinFern(จากตอนที่ 22)
      30 ตุลาคม 2561 / 08:58
      ใช่เป็นเราก็อยากไปนะคงสนุกพิลึก 5555
      #5494-3
  6. #5418 Meen Minny (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 22 มกราคม 2561 / 20:32
    โกนหนวดแล้วสินะจวิ้นอ๋อง
    #5,418
    0
  7. #5181 MissPiggy (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 9 มกราคม 2561 / 09:03
    โกนหนวดแล้ว!!!
    #5,181
    0
  8. #4959 mayar (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 3 มกราคม 2561 / 21:29
    ถอดรูปแระ จำกันได้มั้นเนี่ย
    #4,959
    0
  9. #4671 KAKARN_MATO (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 28 ธันวาคม 2560 / 21:50
    ตื่นเต้นแทนท่านอ๋องโกนหนวดแล้ว
    #4,671
    0
  10. #4308 saro116 (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 17 ธันวาคม 2560 / 20:17
    ในที่สุดก็โกนหนวดได้สักทีพ่อพระเอก
    #4,308
    0
  11. #4226 เมมฟิส (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 15 ธันวาคม 2560 / 21:00
    ท่านอ๋องโกนหนวดแล้วแน่เลย
    #4,226
    0
  12. #3988 LazyNine (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 12 ธันวาคม 2560 / 21:01
    ถ้าภรรยารู้ว่าสามีแอบมาเที่ยวหอคณิกาคงมีบ้านแตก แต่ถ้าหากสามีรู้ว่าภรรยาแอบมาเที่ยวหอคณิกาเล่าจะเป็นเช่นไร 555
    #3,988
    0
  13. #3945 Mr.kongkang (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 8 ธันวาคม 2560 / 14:31
    ขอบคุณครับสนุกมาก
    #3,945
    0
  14. #3905 รินหัวใจใส่ลาเต้ (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 6 ธันวาคม 2560 / 09:21
    เจอว่าที่เข้าให้แล้วละซ
    ิเห็นพี่ชายมาด้วยก็มิผิดตัวหรอก คงโกนหนวดเคราแล้วมั้ง
    #3,905
    0
  15. #3888 150221 (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 5 ธันวาคม 2560 / 23:27
    เจอพระสวามีที่นี้น่าคิดนะอิอิ
    #3,888
    0
  16. #3448 [F.S]Fang_041 (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 30 พฤศจิกายน 2560 / 15:01
    ท่านอ๋องโกนหนวดเเล้วเเน่ๆ อร๊าย
    #3,448
    0
  17. #3301 YasmeeEsor (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 29 พฤศจิกายน 2560 / 13:21
    ใครกันที่บอกว่าองค์ชายห้ารูปร่างโฉมงาม พอเขาโกนหนวดนี่จำไม่ได้เชียวนะ
    #3,301
    2
    • ความเห็นย่อยนี้ถูกลบแล้ว :(
    • ความเห็นย่อยนี้ถูกลบแล้ว :(
  18. #2948 รอง (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 24 พฤศจิกายน 2560 / 12:50
    รอ โกนหนวดแย้วๆๆๆ

    #2,948
    0
  19. #2777 supawee6371 (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 22 พฤศจิกายน 2560 / 21:42
    ในที่สุด!ในที่สุด!!โอ้ววววว ท่านอ๋องโกนเคราแล้ววววววว วันนี้ที่รอคอย><
    #2,777
    0
  20. #2458 Choi_Jina_ (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 19 พฤศจิกายน 2560 / 17:11
    ท่านอ๋องในที่สุดดดดดด
    #2,458
    0
  21. #2452 Spicule (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 19 พฤศจิกายน 2560 / 15:24
    ท่านอ๋องหล่อแว้ววววว
    #2,452
    0
  22. #2271 water4202 (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 16 พฤศจิกายน 2560 / 16:01
    ตัดหนวดแล้วนิ รอต่อน้่
    #2,271
    0
  23. #2260 paidoi (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 16 พฤศจิกายน 2560 / 12:57
    โกนหนวดออกแล้ว
    #2,260
    0
  24. #2259 กิ่ง ก๋อง แก้ว (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 16 พฤศจิกายน 2560 / 12:57
    จวิ้นอ๋องมองนางเอกซะขนาดนั้นถ้าหึงแม้กระทั้งผู้หญิงมันจะฮามากเลยน่ะตัวเธอ
    #2,259
    0
  25. #2257 mintra253757 (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 16 พฤศจิกายน 2560 / 12:29
    รออยู่นะจร้
    #2,257
    0
  26. #2238 หวังหวางเฟย (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 15 พฤศจิกายน 2560 / 22:32
    เอาแล้วววววววววว ลุงหนวดของเราโกนหนวดออกแล้วนะฮะ แต่เราก็ยังจะเรียกลุงหนวดต่อไป



    อันนี้แก้ตัวแทนนางเองได้ไหมอะ ที่สงสัยทำไมนางเอกถึงไปหอคณิกา...เท่าที่อ่านมานางจะเปิดธุระเริงรมย์นะเจ้าคะ แล้วหอคณิกาสมัยก่อนก็มีการแสดง ร่ายรำ บลาๆ รวมอยู่ด้วยใช่ว่าจะมีแต่การขายสวาท อีกอย่างความอยากรู้อยากเห็นก็ไม่เข้าใครออกใคร ถ้าเป็นเราได้ทะลุมิติไปแบบนี้บ้างป่านนี้คงเป็นนักท่องยุทธภพแล้ววววว
    #2,238
    2
    • #2238-1 เถียนเถียน / ลักษมณ์(จากตอนที่ 22)
      16 พฤศจิกายน 2560 / 09:07
      นั่นล่ะ..อ่านนิยายมันก็ต้องจินตนาการบ้าง เอาความจริงกินมาม่ามากไป มันก็เสียอรรถรสเนอะ..อ่านให้มีความสุขดีกว่าเนอะ น้องหนี่ว์..นางก็แค่อยากรู้ว่าการแสดง ศาสตร์พวกนี้ ในยุคนี้มันอยู่ในขั้นไหน คนชอบแบบไหน จะทำยังไงให้แปลกใหม่ไปจากเดิม จึงต้องหาข้อมูลก็เท่านั้นเอง...^^
      #2238-1
    • #2238-2 Andy382(จากตอนที่ 22)
      16 พฤศจิกายน 2560 / 15:20
      เราชอบกินน่ะ มาม่าอ่ะ.....ฮ่าๆๆๆ
      #2238-2