ชายาอ๋องกระดูกเหล็ก (สนพ.สถาพรบุ๊คส์)

ตอนที่ 23 : คนของใครกัน (รีไรต์)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 73,162
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 839 ครั้ง
    17 ก.พ. 61



          " ขอบพระทัยเพคะ "


          นางกล่าวขอบคุณพลางถอดเสื้อคลุมคืนให้แก่จวิ้นอ๋อง  ด้วยว่าพี่ใหญ่และจวิ้นอ๋องนั้นมาส่งกลุ่มของนางจนถึงที่หอการค้า 


ซึ่งในขณะนั้นด้านหน้าหอการค้าปิดเป็นที่เรียบร้อยด้วยว่าดึกมากแล้ว  มีเพียงเพ่ยเพ่ยที่ยังคงรอการกลับมาของนางและพี่รอ


"  เจ้ารีบเข้าไปด้านในเถิด ข้างนอกนี้อากาศเย็นนักเดี๋ยวจะไม่สบาย  และเปิ่นหวางหวังว่าคงจะไม่ได้พบเจ้าที่หอบุปผาเริงรมย์อีกนะ หนี่ว์เอ๋อร์  "


          มู่หรงหย่งหมิง รับเสื้อคลุมคืนจากนาง พลางเอ่ยบอกสตรีตรงหน้าเสียงเข้มขึ้นมาอีกนิด  ด้วยใจจริงนั้นก็ไม่อยากให้นางเข้าไปในสถานที่นั้นสักเท่าไร


          " คงไม่แล้วเพคะ  อย่างที่ได้ทูลพระองค์ไปแล้วว่าหม่อมฉันและพี่รอง  เพียงเข้าไปหาข้อมูลในการทำการค้าเท่านั้นจริงๆ "


          หญิงสาวยังอดที่จะแก้ตัวออกมาไม่ได้  พลางเหลือบสายตาไปมองจางฮุ่ยหราน ด้วยว่าเมื่อครู่นี้นางได้ขอร้องพี่ใหญ่ว่าอย่าได้บอกเรื่องนี้ให้บิดามารดารู้เป็นอันขาด  มิเช่นนั้นนางคงถูกทำโทษกักบริเวณให้อยู่แต่ภายในจวนไปอีกนานเป็นแน่แท้  พลางให้สัญญาว่าจะไม่เข้าไปยังสถานที่นั้นอีกแน่นอน


          คราแรกก็ดูเหมือนว่าพี่ชายจะไม่ยอมตามที่นางขอร้องนักหรอก  หากแต่ก็ทนคำอ้อนวอนและการแสดงสีหน้าเศร้าสร้อย น้ำตารื้นของนางไม่ได้นาน  จึงยอมรับปากนางว่าจะไม่บอกบิดามารดาในที่สุด  


          หลังจากที่จางซูหนี่ว์และคนอื่นๆเข้าไปด้านในแล้ว  มู่หรงหย่งหมิงจึงก้มมองเสื้อคลุมในมือของตน และอดที่จะยิ้มออกมาไม่ได้  ทว่าเมื่อเงยหน้าขึ้นมาพบกับสายตาของจางฮุ่ยหรานที่มองเขายิ้มๆ  ก็ทำให้เขาเก้อไปอยู่ไม่น้อยจนต้องเอ่ยเสียงเข้มออกไปเป็นการกลบเกลื่อนอาการที่มี


 " มองอะไรของเจ้าน่ะ "


             มู่หรงหย่งหมิงเอ่ยกับผู้เป็นสหายและลูกน้องคนสนิท


          " กระหม่อม เห็นว่าพระองค์ยิ้ม จึงอยากยิ้มบ้างพ่ะย่ะค่ะ "


          จางฮุ่ยหรานเอ่ยตอบเสียงเรียบ แต่ว่าแววตานั้นอดที่จะล้อเลียนอยู่ในทีไม่ได้


          " ยังมิทันชรา.. ไยสายตาเจ้าจึงย่ำแย่นัก ใครยิ้มกัน "


          มู่หรงหย่งหมิง นำเสื้อคลุมในมือขึ้นมาสวมใส่ดั่งเดิม เป็นการเบี่ยงเบนดั่งว่าไม่ได้ใส่ใจคำพูดไร้สาระนั้นของจางฮุ่ยหราน  


          อากาศในค่ำคืนนี้หนาวเย็น หากแต่เมื่อกระชับเสื้อคลุมอุ่นหนาให้แนบกายยิ่งขึ้น  ก็ให้หวนคิดถึงเมื่อครู่ว่ามันได้ให้ความอบอุ่นนี้แก่ผู้ใดนอกจากเขา  ความเหน็บหนาวที่มีนั้นก็รู้สึกว่าอบอุ่นขึ้นมากกว่าเดิมอย่างน่าประหลาด จนอดที่ยิ้มขึ้นมาอีกไม่ได้อยู่ดี  


          ความรู้สึกของมนุษย์นั้นเป็นเรื่องที่น่าประหลาดแท้  ที่ผ่านมาก่อนหน้านั้นเขาเพียงสนใจนาง และนึกชอบในบุคลิกของนาง หากแต่จิตใจก็มิได้สั่นไหวเท่าใดนัก  


                ทว่าเมื่อแน่ใจในความรู้สึกแล้วว่า..ชอบและมีใจ  ไฉนเข้าใกล้แล้วจึงเก้อเขินมากกว่าทุกที  ทั้งอยากที่จะถนอมนางมากกว่าที่เคยเป็น...  


อีกด้านหนึ่งของความรู้สึก..


          แปลก...นางสัมผัสได้ถึงบางสิ่งบางอย่างที่แปลกไปจากเดิม  ก็ยอมรับอยู่ว่าจวิ้นอ๋องนั้นเมื่อโกนหนวดเคราออกแล้วดูดีขึ้นกว่าแต่ก่อนมากโขเลยทีเดียว แต่ไม่ใช่เพราะความหล่อเหลานั่นหรอกที่ทำให้นางเกิดความรู้สึกแปลกๆนี้  คงเพราะท่าทางสุภาพและอ่อนโยนขึ้นนั้นต่างหาก  


       ทั้งสายตาที่ใช้มองนางมันดูแปลกไปอย่างไรชอบกล  ไม่ใช่การมองเหมือนอ่านความคิดนางดั่งแต่ก่อน  เท่าที่เห็นมันเหมือนกับว่าสายตานั้นเจือความเอ็นดูอยู่ในนั้นด้วย  หรือทั้งหมดนี้นางจะมองผิดและคิดไปเอง  ด้วยเพราะความมืดในยามราตรีนั้นบดบังทัศนียภาพที่แท้จริง


          แต่ก็นั่นล่ะ...หากเป็นเช่นที่นางเห็นนั่นสิจึงนับว่าแปลก อ่อนโยนแบบนี้ จะมาไม้ไหนอีกก็ไม่รู้ได้  ผู้ชายคนนี้ไว้ใจได้เสียที่ไหน  วีรกรรมแต่ละอย่างที่สร้างเอาไว้ต่อนางนั้นน้อยเสียเมื่อไร  จางซูหนี่ว์นั้นให้ประหลาดใจยิ่งนัก


          " จางซูหนี่ว์ เลิกคิดอะไรเกี่ยวกับอิตาอ๋องได้แล้ว จะไปคิดเรื่องเขาทำไมกัน  นอนได้แล้ว "


  หญิงสาวพึมพำกับตัวเอง พลางทิ้งศีรษะลงหนุนหมอนทันที  ก่อนที่จะปิดเปลือกตาลงหวังว่าอิตาอ๋องนี่คงไม่ตามเข้าไปหลอกหลอนนางแม้ยามหลับไหลหรอกนะ


ณ สถานที่แห่งหนึ่ง


           มู่หรงหย่งหมิงก้าวเข้ามาภายในห้องๆหนึ่งที่ไร้ซึ่งหน้าต่าง  มันถูกปิดตายมีประตูทางเข้าออกอยู่เพียงทางเดียวเท่านั้น  สภาพภายในห้องโดยรอบนั้นค่อนข้างอับชื้นและค่อนข้างมืดสลัว ไร้ซึ่งเครื่องเรือนต่างๆอันสมควรที่จะมีอยู่ภายในห้อง  


          ใช่แล้ว...ที่นี่มิใช่ที่พำนักหากแต่เป็นที่คุมขัง  สำหรับนักโทษพิเศษของเขาโดยเฉพาะ


          ใจกลางห้องนั้นปรากฏร่างของชายผู้หนึ่งถูกมัดติดอยู่กับเก้าอี้  สภาพร่างกายมีร่องรอยฟกช้ำหลายแห่ง  ใบหน้านั้นแตกยับ  มีเลือดไหลออกมาจากบริเวณคิ้วที่แตกนั้นอยู่เรื่อยๆ


          " ยังไม่ยอมบอกอีกหรือ ว่าใครเป็นผู้บงการ "


          มู่หรงหย่งหมิงหันไปถามคนของเขาที่เป็นคนเฝ้าบุรุษผู้นี้  ทั้งยังเป็นผู้สร้างบาดแผลทั้งหมดที่ปรากฏอยู่บนร่างของบุรุษผู้นี้อีกด้วย


          " ยังพ่ะย่ะค่ะ "


          เขาพยักหน้าเป็นเชิงรับรู้ ก่อนที่จะเดินเข้าไปใกล้ชายผู้นั้น เห็นได้ว่ามันรีบก้มหน้าหลบสายตาเขาทันที


          " เจ้าคิดว่าเปิ่นหวางควรทำอย่างไรกับคนที่คิดฆ่าเปิ่นหวางดี   "

          เขากล่าวขึ้นมาด้วยน้ำเสียงเยียบเย็น  หากแต่ชายผู้นั้นก็ยังคงเงียบมิปริปากสิ่งใดออกมาเช่นเคย


          " ขอถามเป็นครั้งสุดท้าย  ว่าใครเป็นคนส่งเจ้ามา "


          " จะฆ่าก็ฆ่า "


          ชายผู้นั้นเอ่ยออกมาในที่สุด  แม้จะกล่าวเช่นนั้นแต่เห็นชัดว่าร่างกายก็สั่นอยู่ไม่น้อย  ด้วยรู้แก่ใจถึงกิตติศัพท์ของจวิ้นอ๋อง ว่าเป็นแม่ทัพที่ขึ้นชื่อเรื่องความโหดอยู่มากทีเดียว


          " ฆ่าเจ้าหรือ  มันง่ายไปหน่อยกระมัง  เปิ่นหวางมิฆ่าผู้ใดพร่ำเพรื่อเช่นนั้นหรอกเจ้าไม่ต้องกังวลไป "


          " หมายความว่าอย่างไร?? "

 

            " จะอยู่หรือตายเจ้าก็คงไม่บอกเปิ่นหวางใช่หรือไม่  เช่นนั้นมิสู้ส่งตัวเจ้าให้ทางการ  ปล่อยข่าวว่าเจ้าสารภาพทุกอย่างแล้ว  ถึงตอนนั้นผู้บงการเจ้าต้องมิอยู่เฉยแน่  แล้วเจ้าคิดว่าเปิ่นหวางจะสืบมิได้หรือว่าใครอยู่เบื้องหลังเจ้าน่ะ "


            มู่หรงหย่งหมิงเอ่ยกับชายตรงหน้า พลางส่งยิ้มเยือกเย็นไปให้


" คิดให้ดีดี..นายของเจ้ามิได้ไยดีชีวิตเจ้านักหรอกนะ หากข่าวแพร่ออกไปว่าเปิ่นหวางถูกลอบทำร้ายแต่รอดมาได้  ทั้งยังจับกุมคนที่คิดทำร้ายได้อีกด้วย  เจ้าว่าชะตาชีวิตของเจ้านับจากนี้จะเป็นเช่นไร  คิดว่าพวกนั้นจะปล่อยเจ้าไปจนถึงคุกหลวงหรือ ทั้งครอบครัวญาติพี่น้องเจ้าอีกล่ะ  คิดว่าพวกเขาจะปลอดภัยหรือไม่  "


             ชายผู้นั้นเงียบไป เมื่อได้ฟังสิ่งที่จวิ้นอ๋องได้กล่าว ก็เกิดความลังเลขึ้นทั้งตระหนักรู้ถึงอำนาจผู้เป็นนายของตน  ว่าสามารถทำสิ่งที่จวิ้นอ๋องทรงกล่าวมาทั้งหมดนั้นได้จริงๆ  


             จริงอยู่ที่เขาไม่กลัวตาย..แต่ถ้าความตายนั้นไม่ได้เกิดที่ตัวเขา  กลับไปเกิดที่ครอบครัวและคนรักแทนมันเป็นสิ่งที่เจ็บปวดและน่ากลัวยิ่งกว่า


             " ข้าจะให้เวลาเจ้าไตร่ตรองเพียงหนึ่งวันเท่านั้น หวังว่าเจ้าจะตัดสินใจได้นะ "


             มู่หรงหย่งหมิงหว่านล้อม  กับคนบางคนใช้ไม้แข็งไม่สำเร็จก็ต้องลองใช้ไม้อ่อนดูบ้าง 


              " หากข้ายอมบอกจวิ้นอ๋องจะทรงไว้ชีวิตข้าหรือไม่ "


              " เจ้าคิดว่าอยู่ในสถานะใดที่จะต่อรองกับเปิ่นหวาง  แต่ก็เอาเถิดเปิ่นหวางจะยอมไว้ชีวิตเจ้าก็ได้ "


               " คนผู้นั้นก็คือ ต้วนหลี่จง...”


             ชายผู้นั้นเงียบไปชั่วครู่ ก่อนตัดสินใจเอ่ยชื่อผู้บงการออกมา


              " แน่ใจหรือ ว่ามิได้กล่าวเท็จใส่ร้ายผู้ใด รู้หรือไม่ว่าที่เจ้ากล่าวมานั้นคือใคร  พี่ชายของฮองเฮาเชียวนะ "


               " ไม่ ข้ามิได้กล่าวโกหกแต่อย่างใด คือ ต้วนหลี่จง จริงๆ ที่ว่าจ้างข้ากับคนของข้าให้หาทางลอบสังหารจวิ้นอ๋อง แต่เพราะเหตุใดนั้น  ข้ามิได้ใส่ใจถาม "


    ชายผู้นั้นรีบยืนยันคำพูดของตน


             " หึ ขอบใจที่ยอมบอกเปิ่นหวาง  เอาเป็นว่าเปิ่นหวางจะไว้ชีวิตเจ้าตามสัญญา "


             มู่หรงหย่งหมิงยกยิ้มเล็กน้อย  ก่อนหันไปสบตากับคนของเขาเป็นอันรู้กันว่าควรทำเช่นไรต่อ  จากนั้นจึงเดินออกจากห้องนั้นไป  โดยที่ไม่หันกลับมามองเบื้องหลังอีกเลย


             เขามิได้ผิดสัญญาแต่อย่างใด...สัญญาว่าจะไว้ชีวิตชายผู้นี้ เขาก็ไว้ให้แล้ว หากแต่มิได้กล่าวว่าผู้อื่นจะไว้ชีวิตด้วยนี่  ปล่อยชายผู้นี้ก็เหมือนปล่อยอสรพิษจะแว้งกลับมาฉกเอาเมื่อใดก็มิรู้ได้ 

 

             " จะทรงทำเช่นไรต่อไปหรือพ่ะย่ะค่ะ "


             จางฮุ่ยหราน ที่ยืนมองเหตุการณ์ตั้งแต่ต้นอยู่ที่ประตู เอ่ยถามผู้เป็นนายเมื่อออกมาจากสถานที่ลับนั่นแล้ว 


              " จัดการส่งของกำนัลไปให้ ต้วนหลี่จง เสียหน่อยเป็นไร "


              มู่หรงหย่งหมิงเอ่ย


              " เรื่องพี่ชายฮองเฮา "


              จางฮุ่ยหรานยังข้องใจ เพราะดูจากท่าทางของจวิ้นอ๋องนั้นยังทรงเฉยอยู่ เขาก็มิอาจเดาว่าคนตรงหน้านั้นกำลังคิดสิ่งใดอยู่บ้าง


             " การกระทำของต้วนหลี่จง ที่ส่งคนมาทำร้ายเปิ่นหวางเช่นนี้ มิได้ฉลาดนักหรอก  หากแต่จะเอาผิดคนๆนี้หลักฐานต้องมากกว่านี้  มิเช่นนั้นแล้วจะกลายเป็นว่าเราเองที่เป็นผู้ใส่ร้ายเขาได้  อ้างว่าถูกลอบทำร้ายแล้วหาคนมาแอบอ้างว่าถูกว่าจ้างมาจากต้วนหลี่จง อย่าลืมว่าคนผู้นั้นมีใครคอยคุ้มภัยให้อยู่  จะทำสิ่งใดหุนหันไม่ได้ อีกทั้งสถานะของเปิ่นหวางเองก็เป็นที่จับตาของทุกคนอยู่แล้ว จะทำสิ่งใดยิ่งต้องรอบคอบให้มาก มิเช่นนั้นเราเองจะเป็นผู้เดือดร้อน ”


              มู่หรงหย่งหมิงเอ่ยบอกสหาย ความจริงเขาก็พอจะเดาได้ไม่ยากถึงสาเหตุว่าทำไมต้วนหลี่จงจึงอยากให้เขาตายนัก เพราะคนเหล่านั้นคงคิดว่าเขาจะเป็นขวากหนามสำคัญในการขึ้นครองราชย์ขององค์ไท่จื่อในอนาคตเป็นแน่...

 

ณ จวนสกุลจาง    

 

" ให้ลูกได้ทำในสิ่งที่ลูกตั้งใจเถิดนะเจ้านะ  ลูกอยากทำจริงๆ อีกอย่างมีพี่รองช่วยดูแลกิจการด้วยไม่มีสิ่งใดน่าเป็นห่วงเลยเจ้าค่ะ "


             จางซูหนี่ว์เอ่ยขึ้น ขณะที่เข้าไปขออนุญาตบิดาและมารดาเรื่องการเปิดกิจการสถานเริงรมย์ของสกุลจางขึ้นมา  คราแรกท่านทั้งสองก็ไม่ใคร่จะเห็นด้วยกับนางเท่าไร  หากแต่นางก็ให้เหตุผลไปดั่งเช่นที่เคยกล่าวกับพี่รองของนาง  ทั้งยังมีจางฮุ่ยเฟิงเป็นที่ปรึกษาจึงไม่มีสิ่งใดน่าเป็นห่วง เกลี้ยกล่อมอยู่พักใหญ่ๆ กว่าบิดามารดาจะยอมตกลง 

 

             หญิงสาวได้เลือกที่ตั้งสถานเริงรมย์อยู่ไม่ไกลจากหอการค้าสกุลจางด้วยว่าเป็นที่ดินของตระกูลนางเอง และยังอยู่ในย่านชุมชนไม่ไกลจากตลาดเท่าไร  ถือว่าเป็นทำเลที่ดีทีเดียว  จากนั้นผู้เป็นพี่ชายจึงได้พานางไปพบกับช่างที่จะทำการสร้างหอเริงรมย์ โดยมีพี่รองคอยให้คำปรึกษาและช่วยเหลือนางอยู่ตลอด การดำเนินการขั้นตอนต่างๆจึงเป็นรูปเป็นร่างภายในระยะเวลาไม่นานนัก


            ระยะหลังมานี้นางวุ่นวายอยู่กับการเตรียมเปิดกิจการ ทั้งยังต้องเตรียมหาเหล่านางรำเข้ามาอยู่ในสังกัด และเตรียมการในด้านอื่นๆ เช่นวันนี้นางก็ตามพี่รองมาดูการก่อสร้างที่รุดหน้าไปได้มากแล้ว เมื่อเห็นว่าทุกสิ่งกำลังเป็นไปได้ด้วยดีก็ให้ชื่นใจหายเหนื่อยทีเดียว  


             "  เป็นอย่างไรเล่าหนี่ว์เอ๋อร์  ยิ้มไม่หุบเชียว "


             จางฮุ่ยเฟิงเอ่ยเย้าน้องสาว  ความจริงเห็นนางมีความสุขในสิ่งที่นางทำเขาก็ดีใจกับนางด้วยเช่นกัน


             " ก็หนี่ว์เอ๋อร์ดีใจนี่นา  การก่อสร้างและดำเนินการต่างๆเป็นไปด้วยดี ความจริงข้าต้องขอบคุณพี่รองยิ่งนัก หากไม่มีพี่รองคอยช่วยเหลือ ทุกสิ่งคงไม่ราบรื่นถึงเพียงนี้ "


             จางซูหนี่ว์เอ่ยขอบคุณพี่ชายคนรอง  ซึ่งเขาก็เพียงส่งยิ้มกลับมาให้นาง พลางยกมือหนานั้นขึ้นมาลูบศีรษะนางอย่างเอ็นดู  


             ทว่ากำลังยืนชื่นชมการก่อสร้างตรงหน้าอยู่ดีดี  ฉับพลันนางก็เกิดความรู้สึกบางอย่างขึ้นกับร่างกาย  ทั้งรู้สึกได้ถึงจังหวะการเต้นของหัวใจนั้นเร็วขึ้นกว่าเดิมเล็กน้อย อาการหอบเหนื่อยที่สองสามวันมานี้นางรู้สึกได้ มาวันนี้รุนแรงกว่าที่เคย จนต้องเอามือขึ้นมากุมที่หน้าอกเอาไว้  ไม่นานทุกสิ่งรอบกายนั้นค่อยๆมืดลงและสติก็ดับวูบไปในที่สุด


          " ท่านหมอ น้องสาวของข้านางเป็นเช่นไรบ้าง "


          " เท่าที่ตรวจชีพจรดูแล้ว ร่างกายของนางนั้นอ่อนเพลียคาดว่าคงพักผ่อนไม่เพียงพอ และจากที่ท่านบอกว่านางมีร่างกายอ่อนแอ ทั้งมีโรคประจำตัวอยู่แล้ว  จึงคิดว่านั่นคงเป็นสาเหตุให้อาการของนางคงกำเริบขึ้นมาในวันนี้ "


          เสียงพูดคุยโต้ตอบกันอย่างแผ่วเบานั้นดังแว่วเข้ามาในโสตประสาทของจางซูหนี่ว์  จนกระทั่งเริ่มชัดเจนจนสามารถจับใจความได้  สติสัมปชัญญะที่ดับวูบไปนั้นค่อยหวนกลับคืนกลับมาทีละนิด นางค่อยๆลืมตาตื่นขึ้นมาด้วยสายตาที่พร่ามัว หากแต่เมื่อกระพริบตาเล็กน้อยภาพตรงหน้าก็พลันแจ่มชัดขึ้นกว่าเดิมมาก


          " ฟื้นแล้วหรือคุณหนูจาง "


          มู่หรงหยางเฉิง เอ่ยขึ้นพลางส่งยิ้มอ่อนโยนไปให้สตรีที่นอนอยู่บนเตียงในขณะนี้  


          " องค์ชายห้า? "


          จางซูหนี่ว์ค่อยๆหันไปมองตามเสียงที่ดังขึ้นข้างกายนาง  หากแต่เมื่อเห็นใบหน้าผู้เเป็นเจ้าของเสียงนั้นก็ให้ตกใจและประหลาดใจนักว่าองค์ชายห้ามาอยู่ที่นี่ได้อย่างไรกัน  พยายามหยัดกายขึ้นเพื่อถวายบังคมคนตรงหน้า หากแต่เขาก็รีบเอื้อมมือมาดันร่างนางให้นอนลงไปตามเดิม 


         " เพิ่งฟื้น เจ้าอย่าเพิ่งขยับกายเลย "


          มู่หรงหยางเฉิงเอ่ยบอก เมื่อเห็นว่าสีหน้าของนางนั้นยังซีดเซียวอยู่มิน้อย


          " หนี่ว์เอ๋อร์เจ้าฟื้นแล้ว ข้าดีใจนัก  เป็นอย่างไรบ้าง ....แล้วเมื่อครู่เจ้าเรียกท่านหมอมู่ว่าอย่างไรนะ "


          จางฮุ่ยเฟิงที่ยืนอยู่อีกด้านรีบขยับเข้ามาดูอาการของน้องสาวเมื่อเห็นว่านางฟื้นคืนสติแล้ว  ก่อนนั้นเขาตกใจทั้งเป็นห่วงนางมากเหลือเกิน ด้วยว่ายืนคุยกันอยู่ดีดีนางก็ทรุดลงและหมดสติไป  เขาจึงรีบนำนางกลับมาที่หอการค้าและให้คนรีบไปตามหมอมารักษาโดยด่วน


          " รู้สึกว่าพอได้พักก็ดีขึ้นมาก แต่ยังมีอาการใจสั่นและอ่อนเพลียอยู่บ้าง "


จางซูหนี่ว์เอ่ยบอกอาการให้พี่ชาย และองค์ชายห้าได้ทราบ ซึ่งนางคิดว่าองค์ชายห้าคงจะเป็นผู้รักษานางในขณะที่หมดสติเป็นแน่ 


             " เมื่อสักครู่เปิ่นหวางได้ตรวจชีพจรของเจ้าดูแล้ว  อาการนั้นยังไม่น่าเป็นห่วงเท่าใด ให้ร่างกายได้พักอีกสักหน่อยอาการจะดีขึ้น  แล้วเดี๋ยวเปิ่นหวางจะจัดยาสมุนไพรบำรุงร่างกายให้เจ้าด้วย  แต่ทั้งนี่เจ้ารู้ใช่หรือไม่ว่าตนเองมิได้แข็งแรงดั่งคนอื่นเขา... "


มู่หรงหยางเฉิงกล่าวถึงอาการเบื้องต้นของนางที่เขาตรวจพบ พลางเอ่ยเตือนสตินาง


             " เพคะ.."


             " ทุ่มเททำสิ่งใดตามที่ได้ตั้งใจนั้นเป็นการดี  แต่ก็ไม่ควรหักโหมร่างกายจะแย่เอาได้  "


             " ขอบพระทัยที่ทรงเป็นห่วงเพคะ "


             จางซูหนี่ว์กล่าวขอบคุณพลางส่งยิ้มไปให้บุรุษสูงศักดิ์ตรงหน้า  


             จางฮุ่ยเฟิง มองการสนทนาและท่าทางของน้องสาวกับท่านหมอมู่ผู้นี้  คิดว่าคงจะรู้จักกันเป็นแน่  ทว่าพอได้ยินที่น้องสาวเรียกท่านหมอผู้นี้ว่า 'องค์ชายห้า' ในตอนแรกก็คิดว่าคงฟังผิดไป


             แต่เมื่อได้ฟังการใช้คำราชาศัพท์ของน้องสาว และคำแทนตัวของท่านหมอมู่ผู้นี้ก็ให้นึกรู้ว่าคงเป็นเชื้อพระวงศ์เข้าแล้ว  ให้คนไปตามหมอ...ไฉนจึงกลายเป็นองค์ชายไปได้..


             " กระหม่อมขอประทานอภัย  ที่เมื่อสักครู่มิทราบแต่แรกว่าพระองค์ คือ องค์ชายห้า "


             จางฮุ่ยเฟิง เอ่ยขึ้นพลางถวายบังคมอย่างเป็นทางการ


             " ไม่เป็นไร  คุณชายจางไม่ทราบว่าเปิ่นหวางเป็นองค์ชายก็มิแปลกหรอก ด้วยว่าเรามิเคยพบกันมาก่อน ทั้งเปิ่นหวางยังมาในฐานะหมอธรรมดาคนหนึ่ง มิได้เผยฐานะตนเองแต่แรก "


             มู่หรงหยางเฉิง กล่าวกับชายตรงหน้า  ครึ่งชั่วยามก่อนนั้น เขากับคนของเขาได้ออกมารักษาอาการป่วยให้ชาวบ้านอย่างที่เคยทำอยู่บ่อยครั้ง  หากแต่อยู่ๆก็มีคนมาขอให้ช่วยมารักษาอาการป่วยให้กับคุณหนูตระกูลจางโดยด่วนด้วยนางหมดสติไป แม้จะดีใจที่ได้พบนางอีกครั้ง แต่ก็มิได้ปรารถนาที่จะพบนางในขณะที่หมดสติเช่นนี้


 " วันหลังเปิ่นหวางจะเข้ามาดูอาการของป่วยของเจ้าอีกครั้ง  หวังว่าคงมิเห็นว่าเจ้าทรุดลงไปอีกหรอกนะ "


          มู่หรงหยางเฉิงเอ่ยกับจางซูหนี่ว์  ทั้งตัดสินใจได้ว่า..หากเขาจะถือเอาโอกาสนี้ใช้เป็นข้ออ้างในการเข้าใกล้สตรีตรงหน้า ก็คงมิดูน่าเกลียดจนเกินไปนัก  ด้วยหมอกับคนป่วยนั้นย่อมเป็นของคู่กันอยู่แล้ว...


              " เอ่อ..เป็นพระกรุณาเพคะ  แต่หม่อมฉันเกรงพระทัยจริงๆ  "


             นางเอ่ยขึ้นด้วยความเกรงใจ 


              " มิเป็นไร เปิ่นหวางเต็มใจ "


             มู่หรงหยางเฉิงเอ่ยขึ้น และเมื่อเห็นว่านางมิได้ปฏิเสธในการมาของเขาในครั้งหน้า และครั้งต่อๆไปของเขาก็ให้เก็บซ่อนความดีใจนั้นเอาไว้ในส่วนลึก เพียงส่งผ่านความดีใจนั้นมาทางสายตาและรอยยิ้มนี้ไปให้นาง

 

ในเย็นวันนั้น...


              ขณะที่หญิงสาวกำลังพักผ่อนอยู่นั้น  เพ่ยเพ่ยได้ถือบางสิ่งเข้ามาให้นางที่ห้องบอกว่ามีคนเอามาฝากไว้ให้นางเมื่อสักครู่  เปิดออกดูจึงพบว่าเป็นสมุนไพรบำรุงร่างกายมากสรรพคุณล้วนหายากและราคาสูงทั้งนั้น ทั้งยังมีจดหมายฉบับหนึ่งแนบมาด้วย ใจความว่า.....


             "  ขอให้หายป่วยโดยเร็ว ห่วง....  "


             จางซูหนี่ว์อ่านจดหมายอย่างงุนงง ในจดหมายไม่ได้ระบุว่าใครเป็นผู้ส่งสิ่งของเหล่านี้มาให้นาง  มีด้วยหรือเอาของมาให้แต่ไม่ประสงค์ออกนาม...


             แต่ว่าลายมือในจดหมายนี่ก็คุ้นอยู่นะ  เหมือนเคยเห็นที่ไหนสักแห่งแต่ก็นึกไม่ออก


             " หรือจะเป็นองค์ชายห้าส่งมาให้คุณหนูเจ้าคะ...องค์ชายเป็นหมอ หากเป็นผู้ส่งสมุนไพรเหล่านี้มาให้ก็คงมิแปลกนัก  คงทราบดีว่าสิ่งใดนั้นดีต่อร่างกาย "


             เพ่ยเพ่ย ออกความคิดประสาซื่อ  


              " เจ้าคิดเช่นนั้นหรือเพ่ยเพ่ย "


 " เจ้าค่ะ...ก็ในจดหมายไม่ได้บอกว่าใครเป็นผู้ส่งมา เพ่ยเพ่ยก็คิดว่ามีเพียงคนเดียว ก็คงจะเป็นองคชายห้านั่นล่ะเจ้าค่ะ "


          จางซูหนี่ว์นั้นแม้จะฟังในสิ่งที่สาวใช้เอ่ยซึ่งเหตุผลนั้นก็ฟังขึ้นอยู่มิน้อย  แต่ไม่รู้ว่าเพราะอะไร อีกใจนางก็คิดว่าไม่น่าจะใช่  คงเพราะลายมือในจดหมายนั้นกระมัง  ที่คิดว่าคุ้นตาเหลือเกิน....

 

 

 

 

 

 

 

 

     

 

 

 

 

 

 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 839 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

6,484 ความคิดเห็น

  1. #6484 Duenb (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2564 / 20:03
    ชายห้าท่านจะนิสัยไม่ดีไม่ได้นะ
    #6,484
    2
    • #6484-1 เถียนเถียน(จากตอนที่ 23)
      10 กุมภาพันธ์ 2564 / 09:43
      จะร้ายมั้ยน๊าาา 555
      #6484-1
    • #6484-2 Duenb(จากตอนที่ 23)
      10 กุมภาพันธ์ 2564 / 09:44
      ม่ายดีๆๆๆๆ
      #6484-2
  2. #6454 1988yongsi (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 18 มีนาคม 2563 / 09:29
    ท่านอ๋องไงที่ส่งมา
    #6,454
    0
  3. #6223 TheLastManStanding137 (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 19 พฤศจิกายน 2561 / 11:25
    ท่านอ๋องงง คนดีของน้องงงง มาแบบไม่ประสงค์ออกนามด้วยยย เอาดีๆนี่ไม่เชียชายห้านะ ไม่เอาาาาา
    #6,223
    0
  4. #6222 TheLastManStanding137 (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 19 พฤศจิกายน 2561 / 11:12
    ขำความพี่ใหญ่ เห็นนายยิ้มเลยอยากยิ้มบ้าง5555555555
    #6,222
    0
  5. #5774 Saowarots (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 16 กุมภาพันธ์ 2561 / 23:45
    อ่านรวดเดียวเลยสนุกมากคะ
    เมื่อไหร่จะเปิดให้อ่านต่อคะ
    ค้างมากกกก
    #5,774
    2
    • #5774-1 เถียนเถียน / A.C.E(จากตอนที่ 23)
      17 กุมภาพันธ์ 2561 / 00:22
      จะพยายามรีไรต์คำผิด และจะทยอยอัพให้เรื่อยๆค่ะ ดีใจที่ชอบนิยายเรื่องนี้นะคะ
      #5774-1
    • #5774-2 Saowarots(จากตอนที่ 23)
      17 กุมภาพันธ์ 2561 / 14:25
      มาแล้วๆ อ่านแล้วฟิน
      เดินเรื่องกำลังดี ไม่ช้าหรือเร็วเกินไป
      สนุกคะ ชอบๆ รอนะคะ
      #5774-2
  6. #5210 BebeSawi (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 10 มกราคม 2561 / 15:21
    บุพเพอาละวาด 55555
    #5,210
    0
  7. #5102 4447 (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 6 มกราคม 2561 / 09:09
    คิดภาพตามเเล้วพระเอกน่ารักกก
    #5,102
    0
  8. #4960 mayar (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 3 มกราคม 2561 / 21:41
    พระเอกเราหล่อร้าย สายรุกแรงแต่เริ่มมีอาการคล้ายหนุ่มแรกรัก จีบเข้าสิเฮีย...ทำคะแนนหนักๆหน่อย
    #4,960
    0
  9. #4901 aezaa2 (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 2 มกราคม 2561 / 22:06
    เขิน ท่านอ๋องทำรถอ้อยคว่ำ
    #4,901
    0
  10. #4672 KAKARN_MATO (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 28 ธันวาคม 2560 / 21:58
    ท่านอ๋องเขินหรอ
    #4,672
    0
  11. #4309 saro116 (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 17 ธันวาคม 2560 / 20:30
    สงสารพี่รองโดนหญิงเมินไม่พอต้องมาโดนโทษอีก 5555
    #4,309
    0
  12. #4227 เมมฟิส (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 15 ธันวาคม 2560 / 21:13
    ลงเรือท่านอ๋อง
    ท่านอ๋องเขินแน่เลย
    #4,227
    0
  13. #4100 Numtanthitiya (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 14 ธันวาคม 2560 / 08:55
    มีเขินสาวแน่เบยย
    #4,100
    0
  14. #3940 goldpaddy (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 8 ธันวาคม 2560 / 00:55
    อ้ากกกกก ละมุนนนน นั้ลล๊าคคคคคคค
    #3,940
    0
  15. #3509 MAYzaa (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 1 ธันวาคม 2560 / 19:42
    เห็นด้วยเลยค่า
    #3,509
    0
  16. #3508 MAYzaa (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 1 ธันวาคม 2560 / 19:41
    เห็นด้วยเลยค่า
    #3,508
    0
  17. #3449 [F.S]Fang_041 (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 30 พฤศจิกายน 2560 / 15:12
    อ๊ากกก
    #3,449
    0
  18. #2509 praew.wc (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 20 พฤศจิกายน 2560 / 01:35
    หล่ออออออออ
    #2,509
    0
  19. #2482 1661507 (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 19 พฤศจิกายน 2560 / 21:18
    ลงเรือท่านอ๋องแบ๊ดบอยอยู่แล้วค่า
    #2,482
    0
  20. #2459 Choi_Jina_ (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 19 พฤศจิกายน 2560 / 17:17
    ท่านอ๋องเขินใช่ม้าาาาา
    #2,459
    0
  21. #2430 chanchan123 (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 18 พฤศจิกายน 2560 / 16:02
    ไม่รู้สิ เราชอบจวิ้นอ๋องมาแต่แรกนะ แต่เสียควาทรู้สึกกับหนี่เอ๋อร์ตั้งแต่บทก่อน ๆ แล้ว ที่เห็นองค์ชายห้ารึเปล่าที่เป็นหมออ่ะ แล้วก้อชมแต่ท่านหมอ แต่กับจวิ้นอ๋องไม่เคยดห็นความดี ยังเรียกความรู้สึกที่เสียไปกับซูหนี่ห์กลับมาไม่ได้เลยอ่ะ
    #2,430
    0
  22. #2415 paidoi (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 17 พฤศจิกายน 2560 / 23:20
    โอ้ยพ่อหนุ่มขี้อาย
    #2,415
    0
  23. #2408 Fonvipz (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 17 พฤศจิกายน 2560 / 22:17
    ขอบคุณนะคะ สนุกมากเลยยย~
    #2,408
    0
  24. #2406 PeanutProud (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 17 พฤศจิกายน 2560 / 21:33
    โอ้ยจะจีบกันติดเมื่อไหร่เถียนเถียน นางเอกดูจะฉลาดทุกเรื่อง ยกเว้นเรื่องท่านอ๋อง
    #2,406
    0
  25. #2391 Pandanus2323 (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 17 พฤศจิกายน 2560 / 19:31
    ได้หมดถ้าสดชื่น5555
    #2,391
    0