ชายาอ๋องกระดูกเหล็ก (สนพ.สถาพรบุ๊คส์)

ตอนที่ 10 : แม้อยู่เฉยๆ็มีเรื่องเข้ามาหา (รีไรต์)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 114,824
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1,551 ครั้ง
    10 ก.พ. 61


 

หม่อมฉันถวายพระพรองค์หญิงเพคะ "



              หญิงสาวลุกขึ้นยอบกายลงคารวะสตรีน้อยสูงศักดิ์ตรงหน้า  เมื่อเห็นว่าสตรีน้อยนางนั้นหันมามองนางที่ยืนอยู่ไม่ไกลจากจวิ้นอ๋องเท่าใดนัก

 


               เพียงปลายสายตาหันมามองนางเพียงเท่านั้น เท่านั้นจริงๆ ก่อนที่จะหันกลับไปหาผู้เป็นพี่ชายและยิ้มแย้มตามปกติ  เสมือนจางซูหนี่ว์ผู้นี้เป็นดั่งอากาศธาตุ  

 


              สารภาพตามจริงนางไม่เคยนึกอยากเขกมะเหงกใครเท่าเด็กสาวตรงหน้านี้จริงๆ  ดูใบหน้าเชิด ลอยหน้าลอยตานั่นเถิด ดูก็รู้ว่าคงเฮี้ยวและเอาแต่ใจอยู่ไม่น้อยทีเดียว

 


              " ทำกิริยาเช่นนี้ไม่น่ารักเลยนะฮวาเอ๋อร์ "

 


              มู่หรงหย่งหมิงเอ่ยดุน้องสาว  เหลียนฮวานั้นออกจะเอาแต่ใจและไม่สนใจความรู้สึกของผู้ใดไปสักหน่อย  ด้วยว่าถูกฮองเฮานั้นตามใจตั้งแต่ยังเด็ก กระทั่งพระมารดาแท้ๆของตนเอง นางยังมิค่อยจะเชื่อฟังเท่าใด เพราะทรงดุนางอยู่บ่อยๆ ออกจะไปเชื่อฟังฮองเฮามากกว่าด้วยซ้ำ  

 


              หากจะมีแต่เขาและองค์ไท่จื่อที่นางนั้นเชื่อฟังอยู่ไม่น้อย แต่ถึงจะดื้อและเอาแต่ใจเพียงใดนางก็ไม่ใช่คนร้ายกาจอะไรนัก  ออกจะเป็นคนตรงคิดอย่างไรก็แสดงออกอย่างนั้น

 


              " เปิ่นกงมิเคยพบเจ้ามาก่อน  มิทราบว่าเป็นบุตรีสกุลใดหรือ  "

 


              มู่หรงเหลียนฮวาหน้างอลงไปเล็กน้อยที่ถูกผู้เป็นพี่ชายดุต่อหน้าผู้อื่นเช่นนี้  ถึงจะไม่ได้ดุอย่างจริงจังนักก็เถิด  จึงหันกลับไปส่งยิ้มเพียงเล็กน้อยให้สตรีผู้นั้น  หากแต่ก็มิวายใช้สรรพนามแทนตัวที่เน้นเพื่อข่มสตรีตรงนี้อย่างชัดเจน  

 

 

               " หม่อมฉันจางซูหนี่ว์เพคะ  เป็นบุตรีของเสนาบดีจาง เจ้ากรมการคลัง "

 


              " อ้อ..บุตรีของเสนาบดีจางเองหรอกหรือ  แล้วมาทำธุระใดที่นี่ล่ะ "

 


               " หม่อมฉันมา...."

 


              นางยังมิทันใดเอ่ยตอบสิ่งใด  ก็ต้องชะงักไปเมื่อจวิ้นอ๋องนั้นเอ่ยแทรกนางขึ้นมา  พลางเปลี่ยนหัวข้อสนทนานั้น

 


              " พี่กำลังรับน้ำชาอยู่พอดี  เมื่อสักครู่เจ้าว่าทำขนมของใดมาให้พี่หรือ ฮวาเอ๋อร์ "

 


              " จริงด้วย  เกือบลืมไปเลย  กำลังอุ่นๆอยู่ทีเดียว มิรู้ป่านนี้ชืดไปหรือยัง  ลี่จูข้าบอกให้เจ้าเข้ามาตรงนี้ยังยืนเฉยอยู่อีก นำของว่างที่เตรียมมาให้ท่านพี่ของข้าสิ "

 


              เสียงใสหันไปเรียกผู้เป็นสหายที่อายุมากกว่านางอยู่สามปีให้เข้ามาใกล้ๆนางอีกรอบ

 


              จางซูหนี่ว์ถอยออกมายืนอย่างสำรวมกิริยาเรียบร้อยอยู่ไม่ไกล  ด้วยมีเชื้อพระวงศ์เพิ่มขึ้นมาอีกหนึ่งคน  มิได้อยู่เพียงลำพังกับจวิ้นอ๋องดั่งเมื่อครู่  ตามมารยาทก็ไม่ควรร่วมโต๊ะเสวยอยู่แล้ว จึงถอยออกมาให้พี่น้องนั้นได้นั่งคุยกัน  ทั้งคิดอยู่ว่าอีกสักครู่จะขอตัวออกไปจากตรงนี้ เพราะดูจากสายตาองค์หญิงน้อยผู้นี้คงจะมิชอบใจนางอยู่ในที  ก็มิรู้ว่านางไปทำสิ่งใดให้ตั้งแต่เมื่อใดกัน 

 


              แต่ก็ช่างเถิด...จางซูหนี่ว์ผู้นี้หาสนใจไม่  นางก็อยู่ในส่วนของนางต่างคนต่างอยู่  เด็กน้อยก็คงจะหวงพี่ชายไม่อยากให้ใครเข้าใกล้กระมัง  นางยังคิดอยู่ว่าพี่ชายท่านออกจะใบหน้าโหดเพียงนี้  ใครกันจะกล้าเข้าใกล้  นางเองยังไม่อยากเข้าใกล้เลย  หากว่าไม่จำเป็น  อ้อคงจะยกเว้นคุณหนูต้วนผู้นี้หนึ่งคน

 


              " ลี่จู ถวายพระพรจวิ้นอ๋องเพคะ "

 


              " คุณหนูต้วนสบายดีหรือ  มิได้พบกันเสียนาน "

 


              " สะ สะ สบายดีเพคะ "

 

 

              จางซูหนี่ว์มองท่าทางกระมิดกระเมี้ยนขวยเขินของคุณหนูต้วนผู้อวบอั๋น  ยามที่จวิ้นอ๋องรับสั่งด้วยนั้น  เรียกรอยยิ้มให้ปรากฏอยู่บนใบหน้านางได้ไม่น้อย  จากการลอบสังเกตการณ์อยู่เงียบๆ เอ่ยพูดตะกุกตะกักเช่นนั้น  ท่าทางคงจะมีใจให้จวิ้นอ๋องอยู่มากเป็นแน่

 


             โธ่...แม่สาวน้อยใจเย็นๆ ค่อยๆพูด ไม่ต้องตื่นเต้นถึงเพียงนั้น จะว่าไปนางว่าคุณหนูต้วนผู้นี้ก็น่ารักดีไม่น้อย  ดูเถิดแค่นางได้มองเพียงเท่านี้ก็ฮาแล้ว  ไม่แน่จวิ้นอ๋องอาจจะนึกชอบสตรีผู้นี้ก็ได้ หากยอมเปิดใจให้คุณหนูต้วนสักนิด

 


             " ลี่จูเจ้าเอาของว่างมาจัดวางให้ท่านพี่ของข้าสิ  นี่ๆมายืนใกล้ๆตรงนี้  ยืนอยู่ตรงนั้นจะไปจัดวางได้ถนัดอย่างไรล่ะอยู่ตั้งไกล "

               


              มู่หรงเหลียนฮวา ขยับเข้าไปดึงต้วนลี่จูให้เข้ามายืนจัดเรียงของว่างอยู่ใกล้ๆตนเองและพี่ชาย

 

               " หม่อมฉันกับองค์หญิงทำของว่างมาถวายจวิ้นอ๋องเพคะ  มี เสี่ยวหลงเปา และอิ่วก้วย มิทราบว่าจะถูกพระทัยจวิ้นอ๋องหรือไม่ "

 


              ต้วนลี่จูเอ่ยเสียงหวาน พลางหันไปมองบุรุษสูงศักดิ์ที่นางหมายปอง  แม้จะแปลกใจไม่น้อยว่าเพราะเหตุใดจวิ้นอ๋องจึงไว้หนวดเคราเขียวครึ้ม  ให้มาบดบังใบหน้าคมคายต้องตาต้องใจอิสตรีด้วย ไปชายแดนเพียงไม่กี่เดือนเท่านั้นเอง ทั้งที่ปกติก็มิเห็นเคยไว้หนวดเคราเช่นนี้เลย

 


              แต่ถึงกระนั้นนางก็มิเปลี่ยนใจจากจวิ้นอ๋องผู้นี้ดอก  เคยปักใจรักอย่างไร ก็ยังคงรักอย่างนั้น  

 


              สาเหตุของการปักใจรักจวิ้นอ๋องผู้นี้ มิใช่ว่าแค่รูปโฉมงามสง่าเท่านั้น  หากแต่ว่าเมื่อหลายปีก่อนครั้งที่นางยังเด็กนัก บิดาของนางได้พานางมาเข้าเฝ้าฮองเฮาผู้มีศักดิ์เป็นท่านอาของนางนั้น  ระหว่างรอบิดาของนางกับฮองเฮาสนทนากันอยู่  นางได้ออกมาวิ่งเล่นที่อุทยานดอกไม้และได้เล่นซ่อนหาอยู่กับนางกำนัล 

 


               นางในเวลานั้นได้เข้าไปซ่อนอยู่หลังพุ่มไม้โดยไม่รู้เลยว่า ณ ที่ตรงนั้น ได้มีอสรพิษตัวน้อยหากแต่พิษร้ายแรงได้ขดตัวซุกซ่อนอยู่บริเวณนั้น  และเมื่อนางเข้าไปใกล้จึงถูกมันฉกเข้าที่บริเวณขา นางกำนัลที่มาด้วยนั้นได้เดินไปหาผู้อื่นที่เล่นซ่อนแอบกันในบริเวณอื่น  นางตกใจร้องไห้และเรียกให้คนมาช่วย 

 

 

                 ในทันใดนั้น ดั่งว่าสวรรค์ได้ยินเสียงร้องไห้ของนาง  จึงสงสารและส่งคนมาช่วยนางเอาไว้จากความตาย  คนผู้นั้นเป็นชายหนุ่มรูปงาม ใบหน้าคมคาย วิ่งเข้ามาช่วยนาง  ทั้งยังนำเอาผ้าเช็ดหน้ามามัดไว้ที่ขาเหนือบริเวณที่ถูกงูตัวนั้นฉก  ซ้ำยังเป็นผู้แบกนางวิ่งไปหาผู้เป็นบิดาที่ตำหนักฮองเฮา  ซึ่งก็อยู่ใกล้บริเวณนั้นที่สุด

 


               ต้วนลี่จู ทราบในภายหลังว่าชายหนุ่มผู้นั้นก็คือองค์ชายรอง มู่หรงหย่งหมิง ในตอนนั้นทรงมีพระชนม์ราวๆสิบห้าชันษา ทั้งยังไม่ได้รับพระราชทานตำแหน่งจวิ้นอ๋องดั่งเช่นปัจจุบันนี้  

 

 

       นางสำนึกและซาบซึ้งในพระคุณของบุรุษสูงศักดิ์ผู้นี้เสมอมา  และปักใจรักมาตลอด  แน่นอนว่านางอยากได้สิ่งใดก็ต้องได้  ไม่เคยมีใครกล้าขัดใจนาง ด้วยเพราะเป็นหลานของฮองเฮา....ท่านอาของนางเองก็เคยตรัสว่าจะทรงหาทางให้นางเป็นชายาเอกของจวิ้นอ๋องเช่นกัน  แต่จนแล้วจนรอดก็ไม่เห็นจะมีพระราชทานสมรสจากฮ่องเต้เสียที  

 


              กระทั่งจวิ้นอ๋องทรงทูลขอฝ่าบาทว่าจะเป็นผู้เลือกจวิ้นหวางเฟยด้วยพระองค์เอง  ความหวังของนางช่างริบหรี่นัก...

 


               หากแต่เรื่องเพียงนี้นางจะนำมาเป็นอุปสรรค์มิได้  นางเองก็มิเห็นว่าจะมีสตรีใด  ที่จะได้เข้าใกล้จวิ้นอ๋องเท่านาง  ด้วยมีทั้งฮองเฮาและองค์หญิงเหลียนฮวาหนุนหลังนางเช่นนี้  สักวันจวิ้นอ๋องก็จะต้องมองเห็นความจงรักและภักดีของนางบ้างปะไร...

 


                 " ขอบใจพวกเจ้ามากนะ...รสชาติดีทีเดียว "

 


              มู่หรงหย่งหมิง หยิบขนมอิ่วก้วยขึ้นมากัดไปหนึ่งคำ ก่อนเอ่ยชมผู้เป็นน้องสาว และคุณหนูจากสกุลต้วน  ทำเอาพวกนางยิ้มแก้มปริไปไม่น้อย...

 


              ความปราถนาดีต่างๆ ที่ต้วนลี่จูมีต่อเขาเสมอมานั้น  นางแสดงออกให้เขารับรู้มาเสมอ  จะให้กล่าวตามตรงมู่หรงหย่งหมิงก็มิได้รังเกียจคุณหนูต้วนผู้นี้แต่อย่างใด 

 


               แต่คนไม่รักอย่างไรก็คือไม่รัก  และเขาก็เป็นผู้ที่ซื่อตรงต่อความรู้สึกของตัวเองผู้หนึ่งเช่นกัน  

 


              อีกประการหนึ่งนั้น  เป็นเพราะรู้เท่าทันเบื้องลึกในจิตใจของต้วนฮองเฮาเป็นอย่างดีเสียมากกว่า  ว่ามุ่งหวังสิ่งใด  จึงได้พยายามยัดเยียดหลานสาวตนเองมาให้เขา  

 


             ทั้งก่อนหน้าก็ได้ทูลขอฝ่าบาทพระราชทานสมรสระหว่างองค์ไท่จื่อกับเจิ้งจิวอิง  เขาไม่เชื่อหรอกว่าอย่างต้วนฮองเฮานั้นหรือ  จะไม่รู้ว่าความสัมพันธ์ระหว่างเขากับเจิ้งจิวอิงนั้นอยู่ในระดับใด  

 


              ไม่ใช่ว่าไม่รู้มาก่อนอย่างที่กล่าวกับเขาในภายหลังหรอก  แต่เพราะรู้อย่างไรเล่าจึงได้ทำ....

 


              กระนั้นก็ทำให้เขารู้ซึ้งถึงจิตใจของเจิ้งจิวอิงอีกเช่นกัน  เพราะเมื่อมีโอกาสนางเองก็เลือกตำแหน่งไท่จื่อเฟย แทน จวิ้นหวางเฟย  หากไม่มีความรู้สึกดีๆให้นางก็คงไม่เจ็บถึงเพียงนี้  

 


             แต่ทว่าตอนนี้กลับทำใจยอมรับได้แล้วว่านาง คือ พี่สะใภ้ แม้ว่าทุกครั้งที่พบกันนั้นอาจจะยังมองหน้ากันได้ไม่สนิทใจเท่าที่ควรก็เถิด กับองค์ไท่จื่อก็เช่นกัน 

 


                หากแต่ก็ยังดีกว่าคราแรกที่เขาโกรธมาก  จนมิอาจทำใจมองหน้าผู้เป็นพี่ชายที่ครั้งหนึ่งเคยสนิทสนมอย่างมาก  กับอดีตคนที่เคยมีความรู้สึกที่ดีต่อกันได้  ถึงตอนนี้เมื่อสงบใจไปได้มากและคิดใคร่ครวญให้ดี ต้นเหตุแท้จริงนั้นมิใช่ใคร แต่ล้วนมาจากต้วนฮองเฮาทั้งสิ้น....

 


               " หม่อมฉันยินดีเพคะ  หากมีพระประสงค์จะเสวยอีก  ขอทรงรับสั่งมาเท่านั้น หม่อมฉันยินดีจะทำมาถวายเพคะ"

 


                   ใบหน้ากลมของต้วนลี่จูนั้นประดับไปด้วยรอยยิ้มยินดี  แค่คนตรงหน้าชื่นชอบในสิ่งที่นางทำให้เพียงนี้นางก็ปลาบปลื้มใจยิ่งแล้ว  

 


                จางซูหนี่ว์ยืนดูความเป็นไปอยู่สักพัก  จึงคิดว่าจะขอตัวออกไปจากตรงนี้เสียที  ด้วยรู้สึกเหมือนว่าตนเองนั้นเป็นส่วนเกินอย่างไรก็ไม่ทราบได้

 


        หากแต่เมื่อเงยหน้าไปก็สบเข้ากับสายตาของจวิ้นอ๋องที่หันมาทางนางพอดี  ฉับพลันก็รู้สึกได้ว่าสายตาที่มองมานั้นมันแปลกๆต่างไปจากทุกที  ที่บุรุษสูงศักดิ์ผู้นี้เคยมองนาง

 

 

                สายตาหวานซึ้ง  อ่อนโยน  ถูกมอบมาให้นาง  เอ...หรือนางตาฝาดไปหว่า  ช่างเลอะเทอะเสียจริง  สงสัยจะแอบมองสายตาชมดชม้อยของคุณหนูต้วนมากไป 

 


                ทว่ากระพริบตาก็แล้ว  แอบหยิกแขนตัวเองก็แล้ว  ไฉนเลยบุรุษหนวดเคราเขียวครึ้มผู้นี้ยังขยันส่งสายตาหวานเชื่อมมาให้นางอยู่อีก  คราวนี้มีส่งยิ้มหวานมาให้อีกแนะ....

 


             ขนลุกซู่เลย  ไม่นะ...ได้โปรดอย่าได้มามองนางด้วยสายตาเช่นนี้

 


              และดูเหมือนว่าสตรีอีกสองนางก็จะเห็นสายตานั้นของจวิ้นอ๋องเช่นเดียวกันกับนาง  เพราะอย่างนั้นสายตาเคลือบแคลง สงสัย และไม่พอใจจึงพร้อมใจกันส่งมาให้นางอย่างพร้อมเพรียง

 


              อะไรกัน เหตุใดถึงมองนางเช่นนั้น นางไม่รู้เรื่องอะไรด้วยเลยนะ  ไม่ต้องมาทำหน้าตึง จิกตาใส่นางแบบนั้น จางซูหนี่ว์ยืนงงทั้งยังรู้สึกสังหรณ์ใจแปลกๆ กับสายตาของจวิ้นอ๋องชอบกล

 


                " หนี่ว์เอ๋อร์  มานั่งใกล้ๆเปิ่นหวางตรงนี้สิ  ยืนตรงนั้นนานๆ ไม่เมื่อยหรือ...มาทานขนมด้วยกันกับเปิ่นหวางก่อนนะ "

 


             น้ำเสียงทุ้ม นุ่มนวล อ่อนโยน จากบุรุษเพียงหนึ่งเดียวในที่นี้  ถูกส่งไปให้คุณหนูสกุลจาง  อย่างน้อยนักที่ใครจะได้ยินน้ำเสียงเช่นนี้จากมู่หรงหย่งหมิง

 


              หนี่ว์เอ๋อร์ ....จวิ้นอ๋องทรงเรียกนางว่าหนี่ว์เอ๋อร์เช่นนั้นหรือ  ไปกินสิ่งใดผิดสำแดงมา!!!  เท่าที่จำได้เขาไม่เคยเรียกนางอย่างสนิทสนมแบบนี้เลยสักครั้ง  เรียกแบบนี้ถ้าไม่สนิทสนมกันก็ไม่มีใครเรียกหรอก  ส่วนใหญ่ก็เรียกชื่อจางซูหนี่ว์ หรือไม่ก็คุณหนูจาง ด้วยกันทั้งนั้น

 


จางซูหนี่ว์ยืนใบ้รับประทานไปเรียบร้อย  ทั้งสายตาอ่อนหวานและไหนจะน้ำเสียงอ่อนโยนเรียกเสียสนิทสนม มันเกิดอะไรขึ้นเนี่ย...

 


              หนี่ว์เอ๋อร์...หากไม่สนิทสนมกันจริงๆ มีหรือที่พี่ชายของนางจะเรียกสตรีตรงหน้าเช่นนั้น  อยากรู้เสียจริงว่าทั้งสองนั้นสนิทสนมกันตั้งแต่เมื่อใด และความสัมพันธ์ไปถึงขั้นไหนแล้ว มู่หรงเหลียนฮวาคิดอยู่ภายในใจ

 

 

               หนี่ว์เอ๋อร์  เช่นนั่นหรือ...ต้วนลี่จูอดที่จะรู้สึกอิจฉาสตรีตรงหน้าไม่ได้  นางไม่เคยที่จะถูกจวิ้นอ๋องเรียกชื่อนางเช่นนั้นเลยสักครั้ง  ไม่มีเลยที่จะเรียกนางอย่างสนิทสนมและอ่อนหวานอ่อนโยนแบบนั้น  จางซูหนี่ว์ผู้นี้มีความสัมพันธ์ใดกับจวิ้นอ๋องกัน

 


              " หม่อมฉันคิดว่าคงไม่เหมาะสมเพคะ  เชิญจวิ้นอ๋องกับองค์หญิงเถิดเพคะ  "

 


             หญิงสาวตอบออกไปอย่างแทบจะไม่มีอะไรที่นางต้องคิดเลย  สถานการณ์เรียกได้ว่าไม่น่าจะปลอดภัย  แม้ยังไม่รู้สาเหตุที่แน่ชัด  แต่อยู่ให้ไกลจากบุรุษผู้นี้น่าจะปลอดภัยที่สุด  เขามันตัวอันตรายสำหรับนางที่สุดแล้วในเวลานี้

 


....หมับ....

 


              "  เจ้ากับเปิ่นหวางหาใช่คนอื่นไกล  มิต้องเกรงใจถึงเพียงนั้นหรอกหนี่ว์เอ๋อร์  เปิ่นหวางบอกให้เจ้านั่ง  เจ้าก็นั่งเถิด  ของว่างเยอะแยะเพียงนี้เปิ่นหวางทานไม่หมดหรอก  ถือว่าเปิ่นหวางชดเชยที่ผิดสัญญาไม่ได้กลับมาร่วมมื้อค่ำกับเจ้าเมื่อวานก็แล้วกันนะ  หรือเจ้ายังเคืองเปิ่นหวางอยู่  "

 


             มู่หรงหย่งหมิงลุกขึ้นไปจับข้อมือของจางซูหนี่ว์  รั้งนางให้มานั่งเก้าอี้ตัวเดิมที่อยู่ใกล้ๆกับเขา ดูเหมือนนางจะยังงุนงงต่อการกระทำของเขาอยู่ คิ้วของนางขมวดเล็กน้อย  สายตาประหนึ่งคำถามที่อัดแน่นไปด้วยความสงสัยถูกส่งมาให้เขา  ทว่านางก็ยังคงรักษามารยาทเป็นอย่างดี ไม่เอะอะโวยวายออกมา  หากแต่ว่าหลังจากนี้ก็ไม่แน่

 


             ต้วนลี่จูมองภาพนั้นอย่างอึ้งไป  ไม่ต้องเดาให้ยากเลย  การกระทำนั้นบ่งบอกทุกอย่าง  สายตาและคำพูดอ่อนโยนกึ่งง้องอนนั้นอีกเล่า  เจ็บใจจริงๆ  ต้วนลี่จูรู้สึกเหมือนถูกแย่งชิงของรักของหวงไปโดยสตรีผู้นั้น...จางซูหนี่ว์

 



               จางซูหนี่ว์รับรู้ได้ถึงแรงกดดันทางสายตาจากสตรีอีกสองนาง  องค์หญิงเหลียนฮวานั้นสายตามองมาอย่างสงสัยและไม่เป็นมิตรเท่าไร  ส่วนต้วนลี่จูนั้นบัดนี้น้ำตาคลอเบ้าแล้วแม่คุณเอ้ย..

 


             แต่คนก่อเรื่องนี่ยังคงทำไม่รู้ไม่ชี้หน้าตาย  ประหนึ่งไม่รู้เรื่องรู้ราวใดใด  ยังเอาตะเกียบคีบเสี่ยวหลงเปามาใส่ถ้วยให้นางอีกแน่ะ  คุณหนูต้วนเห็นดังนั้นก็น้ำตาร่วงเผาะน่าสงสารอยู่ไม่น้อยเชียว  องค์หญิงน้อยเห็นอาการของสหายก็ยิ่งส่งสายตาขุ่นเคืองมาให้นางเพิ่มขึ้นอีก

 


หนึ่งนาง คือ องค์หญิงของแคว้น 

อีกหนึ่งนาง  คือ  หลานสาวฮองเฮา

 


              ไม่แน่ว่าอยู่ดีดี  นางก็อาจจะมีคนที่ไม่ชอบนางเพิ่มขึ้นมาอีกสองคนเป็นแน่  อยู่เฉยๆ ก็มีงานวิ่งเข้ามาหาอีกแล้วหรือนี่  นางแค่ต้องการชีวิตที่สุขสบาย และสงบสุขเท่านั้นเองนะ  จะไม่ได้เชียวหรือ....

 

 

 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1.551K ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

6,484 ความคิดเห็น

  1. #6445 1988yongsi (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 17 มีนาคม 2563 / 21:49
    จวิ้นอ๋องใจร้ายกล้าใช้น้องเป็นไม้กันหมู
    #6,445
    0
  2. #6409 ดิสตี้โนวา (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 13 ตุลาคม 2562 / 08:09
    แผนไม้กันหมาของจวิ้นอ๋อง
    #6,409
    0
  3. #6371 phetyok (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2562 / 08:40
    คือสงสัยค่ะ
    นางเอกเป็นหญิงสาวไม่ออกเรือน อยู่ๆให้มาอยู่ตำหนักจวิ้นอ๋องทั้งที่ไม่ได้หมั้นหมาย?
    มันจะดีเหรอคะ
    ไม่ขัดประเพณี ?
    ไม่เสียชื่อเสียงเหรอคะ?
    #6,371
    1
    • #6371-1 เถียนเถียน(จากตอนที่ 10)
      7 กุมภาพันธ์ 2562 / 09:13
      มันก็กลืนไม่เข้าคายไม่ออกค่ะ ถ้ามองในแง่ประเพณีมันก็ออกจะไม่งามเท่าไหร่ แต่ว่ามันก็มีเหตุผลอื่นมาหักล้างอ้างการทดแทนบุญคุณเพราะจวิ้นอ๋องช่วยชีวิต ทั้งนางเอกยังพลิ้งทำร้ายจวิ้นอ๋องจนเลือดออก ถือว่ามาช่วยดูแลเพื่อชดเชยความผิด ถ้าจะเอาโทษจริงๆการทำร้ายเชื้อพระวงศ์ก็โทษหนักเอาการเลย
      เรื่องชื่อเสียงชู้สาวก็อาจจะเพลาลง เพราะก็ไม่ได้เข้าไปอยู่ในวังจวิ้นอ๋องอย่างไร้เหตุผล การทดแทนคุณผู้มีพระคุณก็เป็นเรื่องควรกระทำ อีกอย่างพี่ใหญ่ของนางเอกก็ตามน้องสาวมาพักอยู่ด้วย ถือว่านางเอกไม่ได้เข้ามาอยู่เพียงลำพัง กันข้อครหาไปได้บ้าง...
      #6371-1
  4. #6216 TheLastManStanding137 (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 18 พฤศจิกายน 2561 / 21:16
    ทรงร้ายกาจมากเพคะ!!
    #6,216
    0
  5. #6207 ดิสตี้โนวา (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 16 พฤศจิกายน 2561 / 04:49
    หน้าที่ใหม่ เป็นไม้กันหมา 555
    #6,207
    1
    • #6207-1 icescreammmm(จากตอนที่ 10)
      15 เมษายน 2562 / 01:29
      กล่าวตรงถูกใจหม่อมฉันมากเลยเจ้าค่ะ55555
      #6207-1
  6. #5959 pemipond (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 22 ตุลาคม 2561 / 14:30

    อ๋อ แผนแกล้งเป็นแฟนหรอเพคะ

    #5,959
    0
  7. #5851 Sistel2 (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 29 เมษายน 2561 / 02:10

    แผนนี้เป้าหมายจริง ๆ คืออะไรเพคะ ท่านอ๋อง

    #5,851
    0
  8. #5765 MitsukiCarto (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 11 กุมภาพันธ์ 2561 / 08:58
    หนี่ว์เอ๋อร์กลายเป็นไม้กันหมาซะแล้วสิ
    #5,765
    0
  9. #5352 มูมู (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 18 มกราคม 2561 / 23:53
    55555 อวบระยะสุดท้าย หนี่ว์เอ๋อร์ ปากร้ายนะเรา
    #5,352
    0
  10. #4761 podto (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 30 ธันวาคม 2560 / 00:25
    ถถถ อวบระยะสุดท้าย
    #4,761
    0
  11. #4656 KAKARN_MATO (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 28 ธันวาคม 2560 / 16:14
    ปากร้ายนะลิน5555
    #4,656
    0
  12. #4298 saro116 (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 16 ธันวาคม 2560 / 22:43
    ปากเธอร้ายใช่เล่น
    #4,298
    0
  13. #4213 เมมฟิส (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 15 ธันวาคม 2560 / 17:37
    อยากให้หนี่ว์เอ๋อร์กลายเป็นเพื่อนกัยเหลียนฮวามากๆ
    #4,213
    0
  14. #3876 150221 (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 5 ธันวาคม 2560 / 22:06
    อ่านไปขำไปคะไรท์สนุกมาก
    #3,876
    0
  15. #3812 รินหัวใจใส่ลาเต้ (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 5 ธันวาคม 2560 / 13:57
    แต่งตัวเยอะทั้งสองคนเลย
    #3,812
    0
  16. #3786 goldpaddy (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 5 ธันวาคม 2560 / 02:21
    คนอ้วนก็มีหัวใจ! 5555+ แต่โบ๊ะขนาดนี้ก็ออกจะน่ากลัวหน่อยๆ
    #3,786
    0
  17. #3492 วายุจัง (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 1 ธันวาคม 2560 / 13:19
    คนอ้วนก็มีหัวใจนะ
    #3,492
    0
  18. #3418 [F.S]Fang_041 (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 30 พฤศจิกายน 2560 / 08:25
    โถ่ ลี่จูที่น่าสงสาร นอกจากเป็นนกเเก้วเเล้วยังเป็นหมูอีกหรือนี่
    #3,418
    0
  19. #3335 ป่าไผ่ในทิวสน (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 29 พฤศจิกายน 2560 / 19:26
    ทีแรกคำลงท้ายก็เพคะ แล้วทำไมประโยค "พรุ่งนี้หรือเจ้าคะ?" หลุดล่ะ ไม่เพคะแล้วเหรอ
    #3,335
    0
  20. #2972 Nattiya Bursnachaitavee (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 24 พฤศจิกายน 2560 / 20:45
    ขอบคุณมากค่ะไรท์
    #2,972
    0
  21. #1851 RhongTood (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 12 พฤศจิกายน 2560 / 19:08
    ขำประโยคสุดท้ายของนาง จะบอกว่าเขาอ้วนก็พูดมาตรงๆเถอะ 5555
    #1,851
    1
  22. #1747 chanchan123 (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 11 พฤศจิกายน 2560 / 17:35
    หนี่เอ๋อร์ก้อชอบ เผือก ไม่เบานะ 555+
    แล้วองค์หญิงทำไมไปสนับสนุนยัยลี่จูแบบนั้นอ่ะ
    #1,747
    0
  23. #1710 PaulaPum (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 11 พฤศจิกายน 2560 / 11:25
    สรุปคือเอาหนี่เอ๋อร์มาเป็นไม้กันหมา55555
    #1,710
    0
  24. #1474 พญานก T^T (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 9 พฤศจิกายน 2560 / 12:43
    555 มิน่าล่ะ
    #1,474
    0
  25. #1245 Mr.kongkang (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 4 พฤศจิกายน 2560 / 13:33
    55555555


    ขอบคุณครับสนุกมาก
    #1,245
    0