ชายาอ๋องกระดูกเหล็ก (สนพ.สถาพรบุ๊คส์)

ตอนที่ 11 : สัญญาเจ็ดวันของเราสอง (รีไรต์)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 104,122
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1,362 ครั้ง
    11 ก.พ. 61


 

       " ร่วมมื้อค่ำกระนั้นหรือเพคะ  ตั้งแต่เมื่อวานด้วย  ท่านอย่าบอกนะ ว่านางอยู่ที่วังนี้ร่วมกับท่านน่ะ "

 


        มู่หรงเหลียนฮวา เอ่ยขึ้นอย่างต้องการความกระจ่าง  นางมิใช่คนเก็บความสงสัยอะไรเอาไว้กับตัวได้นานเท่าไรนักหรอก  และนางก็จะไม่ทนด้วย

 


        " เจ้าจะเสียงดังทำไมฮวาเอ๋อร์  หนี่ว์เอ๋อร์เป็นแขกของพี่  และนางมิได้ทำอันใดเสียหาย  นางเองก็พำนักอยู่ที่เรือนรับรอง  มิได้เข้ามาพำนักอยู่ร่วมชายคาที่ตำหนักกลางกับพี่ อย่างที่เจ้ากำลังคิด "

 


         มู่หรงหย่งหมิงตีสีหน้าขรึมใส่ผู้เป็นน้องสาว  เมื่อเห็นว่านางเริ่มใช้น้ำเสียงห้วนและดังขึ้นกว่าเดิม  ใบหน้าหงิกงออย่างไม่ใคร่จะพอใจนั้นเป็นที่รู้กันดีว่าคงใกล้จะแผลงฤทธิ์เต็มที  จำต้องวางมาดดุนางเอาไว้ก่อน พลางเอ่ยดักทางนางด้วยรู้ดีว่าผู้เป็นน้องสาวกำลังคิดสิ่งใดอยู่...

 


       " จะอย่างไรก็ไม่เหมาะสม  แล้วนางมีเหตุอันใดจึงต้องเข้ามาค้างอ้างแรมที่นี่กันเพคะ "

 


        ต้วนลี่จู เอ่ยถามบุรุษสูงศักดิ์ตรงหน้าบ้าง  อย่างอดรนทนไม่ได้ความใคร่รู้มันอัดแน่นอยู่ภายในใจจนแทบจะแตกออกมาเป็นเสี่ยงๆ

 


        " เหมาะสมหรือไม่นั้น  เปิ่นหวางจะเป็นผู้ตัดสินใจเอง  และเปิ่นหวางก็กล่าวไปแล้วว่านางเป็นแขกของเปิ่นหวาง  ไม่ว่านางจะมาที่นี่ด้วยเหตุผลประการใดนั้น  ความจริงก็เป็นเรื่องส่วนตัวของเปิ่นหวาง  ไม่คิดว่าเดี๋ยวนี้เปิ่นหวางจะทำสิ่งใด จำเป็นจะต้องคอยรายงานให้ผู้อื่นได้ทราบด้วย "

 


          มู่หรงหย่งหมิงหันไปเอ่ยกับต้วนลี่จู  แม้จะไม่ได้รังเกียจนางก็จริง  แต่ก็ไม่ชอบการแสดงออกของนางในบางครั้ง  ที่ออกจะก้าวก่ายความเป็นส่วนตัวของเขามากจนเกินไป  ซึ่งเขาไม่ชอบนางในส่วนนี้เลย 

 


         " หม่อมฉันขอประทานอภัยเพคะ "

 



          ต้วนลี่จู ถึงกับสะอึกไปกับถ้อยคำที่จวิ้นอ๋องหันกลับมาเอ่ยกับนาง  ใบหน้าเรียบเฉยปราศจากรอยยิ้มใดบนใบหน้านั้น  เสียดแทงจิตใจของนางให้เกิดความเจ็บช้ำยิ่งขึ้นไปอีก  

 


         หนึ่งคำก็เรื่องส่วนตัว  คำหนึ่งก็ผู้อื่น  มิทรงทราบเลยเชียวหรือว่ามันทำร้ายจิตใจนางปานใด  

 


         ดั่งตอกย้ำสถานะให้นางรู้ว่านางนั้นเป็นคนอื่น  คนที่อยู่นอกสายตาและห่างไกลหัวใจของชายผู้นี้มากทีเดียว  

 


          ร้ายกาจ...นอกจากหน้าโหดแล้ว วาจายังร้ายเหลือ ทำร้ายหัวใจสตรีที่แอบรักได้อย่างร้ายกาจที่สุด  จางซูหนี่ว์เองได้ฟังก็ไม่ค่อยชอบคำพูดของจวิ้นอ๋องสักเท่าใดนัก  และแม้จะรู้ว่าคุณหนูต้วนคงจะมินึกชอบหน้านางสักเท่าไรในขณะนี้  แต่ก็อดหน้าชาแทนนางไม่ได้อยู่ดี 

 


          จวิ้นอ๋องเอ่ยมานั้น..ถึงจะมิใช่คำด่าและแม้จะใช้คำพูดสุภาพ  แต่ความหมายที่กล่าวนั้นก็ใช่ว่าจะดี..

 


        พูดง่ายๆ ก็คือ  มันเรื่องของข้า...ผู้อื่นอย่ามายุ่งประมาณนั้น  นี่นางแปลอย่างสุภาพแล้วนะ  

 


          เอ๊ะ...แล้วนางจะมามัวเห็นอกเห็นใจผู้อื่นอยู่ทำไมกัน  นางเองก็ยังเอาตัวแทบไม่รอดเลย ดังนั้นจากสถานการณ์ตรงหน้า  วิเคราะห์ดูแล้วนางมิควรจะเอ่ยทะลุกลางปล้องใดใดออกไปในตอนนี้  ทั้งควรเลือกที่จะเงียบและฟังต่อไปจะเป็นการดีกว่า  

 


          เพราะการที่จะเป็นอริกับเชื้อพระวงศ์มิใช่การดีเลยสำหรับสามัญชนธรรมดาอย่างนางในยุคนี้ หากมีผู้ใดถามนางจึงค่อยตอบก็แล้วกัน  แต่ที่แน่ๆ สำหรับบุรุษสูงศักดิ์ผู้นี้คงต้องมีการสอบถามให้กระจ่างแจ้งแก่ใจในภายหลังเสียหน่อย

 



           และแม้ว่าจากการแสดงละครของจวิ้นอ๋องเมื่อสักครู่  จะทำให้นางงุนงงอยู่บ้าง  แต่ความเปลี่ยนแปลงที่เกิดก็พอจะทำให้นางเห็นสิ่งใดลางๆ แล้วล่ะ...

 


          หากคิดไม่ผิด ที่ส่งสายตาหวานละมุนมาให้นางต่อหน้าคุณหนูต้วนนั้น  มิใช่ว่าจะให้นางเป็นดั่งไม้กันสุนัขหรอกหรือ เอ..หรือจะบอกว่าเป็นนกแก้วยักษ์ดีล่ะ

 


       " ท่านพี่อย่าทรงดุลี่จูเลยเพคะ  เพราะหม่อมฉันก็อยากทราบเช่นกันว่านางผู้นี้ จะเข้ามาทำอะไรที่นี่ "

 


         มู่หรงเหลียนฮวาเอ่ยปกป้องสหายทันที

 


          " พี่มิจำเป็นต้องตอบเจ้าทุกคำถามเสมอหรอกนะฮวาเอ๋อร์  รู้เพียงแต่ว่าเสด็จแม่เองก็ทรงทราบเรื่องที่นางมาพำนักที่นี่  อีกอย่างฮุ่ยหรานพี่ชายของนางก็มาพำนักอยู่ที่นี่ด้วย  เพียงเจ้าไม่เห็นเท่านั้นเอง  แค่นี้คงตอบในสิ่งที่เจ้าอยากรู้ได้บ้างนะ  เอาล่ะ...ได้เวลาที่พี่จะต้องไปสะสางงานที่ค้างไว้เสียที  เปิ่นหวางขอตัวนะคุณหนูต้วน ขอบใจสำหรับขนมที่นำมาให้เปิ่นหวางรสชาติดีมิน้อย  หากแต่คราวหลังนั้นอย่าลำบากเลย  เปิ่นหวางเกรงใจนัก..."

 


        มู่หรงหย่งหมิง เอ่ยกับมู่หรงเหลียนฮวา จากนั้นจึงหันมาพูดกับต้วนลี่จูในประโยคสุดท้าย  ก่อนที่จะลุกขึ้นยืนพลางหันไปเอ่ยกับจางซูหนี่ว์  โดยมิได้หันไปสนใจต่อใบหน้าที่เผือดลงของคุณหนูต้วนแต่อย่างใด

 


      " หนี่ว์เอ๋อร์  ไหนว่าจะไปช่วยฝนหมึกให้เปิ่นหวางเขียนรายงานมิใช่หรือ "

 


      " เพคะ "

 


       เสียงหวานเสียงละมุนมาอีกแล้ว  หยุดโยนอุจจาระมาให้นางเสียทีจะได้หรือไม่  หากเปรียบสายตาพวกนางเป็นดั่งคมมีดตอนนี้ร่างนางก็คงพรุนไปด้วยบาดแผลเสียแล้วล่ะ...

 


      หากทำร้ายเชื้อพระวงศ์แล้วไม่ต้องโทษหนัก  และเกรงว่าคนในตระกูลจะเดือดร้อน  นางก็อยากจะกระโดดเข้าไปตบปากจวิ้นอ๋องเจ้าเล่ห์ผู้นี้สักทีสองทีเลยเชียว  

 


         ทว่าก็ได้แค่คิดและมโนภาพไปเท่านั้น  ความเป็นจริงนั้นหรือนางต้องข่มใจครั้งแล้วครั้งเล่า นั่งนับหนึ่งถึงร้อยอยู่ภายในใจตอนนี้  ถึงว่าสิให้นางมาที่นี่แต่มิได้ให้ทำสิ่งใด  มิใช่ว่ารู้อยู่แต่แรกแล้วหรือ...ว่าอย่างไรคุณหนูต้วนผู้นี้ต้องมาแน่  จึงนำนางมาคอยกันคุณหนูต้วนเช่นนี้ 

 


         แต่เชื่อเถอะ นางว่าเรื่องไม่จบเพียงนี้แน่  และคนที่ต้องซวยนอกจากนางก็ไม่เห็นจะมีผู้ใดอีกแล้ว

 


ณ ห้องทรงพระอักษร

 


       หลังจากที่กล่าวขอตัวออกมาจากเหตุการณ์อันน่าอึดอัดและรำคาญใจแล้วนั้น  มู่หรงหย่งหมิงก็ได้พาจางซูหนี่ว์มาที่ห้องเขียนอักษร  ซึ่งเขาเอาไว้ใช้ทำงานต่างๆด้วยเช่นกัน  ดั่งที่ได้เอ่ยกับนางเมื่อครู่



        แม้ว่ามือของเขานั้นกำลังถือพู่กันและจรดมันเขียนอักษรลงบนกระดาษแผ่นแล้วแผ่นเล่า เพื่อเขียนรายงานต่างๆถวายผู้เป็นพระบิดาอย่างที่ตั้งใจเอาไว้  หากแต่สมาธิของมู่หรงหย่งหมิงนั้นกลับมิได้จดจ่อที่ตัวอักษรสักเท่าใดเลย 

 


        สายตานั้นอดไม่ได้ที่จะชำเลืองมองสตรีที่กำลังนั่งฝนหมึกให้เขาใช้อยู่ไม่ไกลเป็นระยะๆ  พลางนึกแปลกใจอยู่ไม่น้อย  นางนิ่งและเงียบเกินไปแล้ว...

 


       ตั้งแต่ที่ก้าวเข้ามาในห้องนี้  นางแทบจะมิได้กล่าวสิ่งใดกับเขาแม้สักน้อย มีบ้างที่เขาถามคำ  นางก็จะตอบกลับมาสักคำ

 


        เมื่อครู่จากสายตาของนางดั่งว่ามีคำถามมากมายภายในใจที่อยากจะถามเขาให้กระจ่าง  ซึ่งเขาก็พอจะรู้แก่ใจดีว่านางจะถามสิ่งใดเช่นกัน  และก็สามารถเดาได้ว่าตอนนี้นางเองก็คงพอจะเข้าใจอะไรๆขึ้นมาแล้วจากการกระทำเมื่อครู่  ถึงนางมิพูดออกมาก็ใช่ว่านางนั้นเขลาจนอ่านสถานการณ์ไม่ออก  ทั้งยังฉลาดพอที่จะไม่เอ่ยถามเขา ณ ตอนนั้น  กลับเลือกที่จะสงบและเงียบไม่โวยวายสิ่งใด

 


         มู่หรงหย่งหมิง คิดว่าหากเมื่ออยู่เพียงลำพัง นางคงจะซักไซ้สอบถามเอาความจากเขาเป็นแน่...หากแต่ก็ผิดไปจากที่คาดการณ์อยู่ไม่น้อย  ในเมื่อลอบมองนางอยู่นาน นางก็ไม่ยอมเอ่ยสิ่งใดเสียที  ก็เป็นเขาเสียเองที่กลับเป็นฝ่ายอึดอัด ด้วยก็รู้ตัวว่าสิ่งที่ทำนั้นมิถูกต้องนัก จึงทำลายความเงียบนั้นในที่สุด

 


        " เอาล่ะ...เปิ่นหวางต้องขอโทษเจ้าด้วย "

 


        มู่หรงหย่งหมิง เอ่ยขึ้นด้วยมั่นใจแล้วว่าสตรีตรงหน้าคงรู้แล้วว่าถูกเขานำมาที่นี่  โดยหวังผลบางอย่าง

 


        " ทรงทำเช่นนี้กับหม่อมฉันทำไมเพคะ "

 


         จางซูหนี่ว์วางมือจากสิ่งที่กำลังทำอยู่  และหันกลับไปกล่าวกับจวิ้นอ๋อง  พลางสบตาเขาอย่างจริงจัง  ที่เห็นนางยังคงนิ่งเงียบอยู่นั้น  ไม่ใช่เพราะนางไม่โกรธเคือง  ในสิ่งที่จวิ้นอ๋องให้นางมาที่นี่เพื่อใช้นางเป็นกันชนคุณหนูสกุลต้วนหรอกนะ  

 


         แต่การโวยวายไปก็ไร้ประโยชน์  กับบุรุษเจ้าเล่ห์มากเพทุบายเช่นนี้  การนิ่งสงบสยบความเคลื่อนไหวนั้นดีที่สุด หากแต่ก็แสดงออกให้เขารู้เช่นกันว่านางกำลังไม่พอใจ

 


          " เจ้าไม่คิดหรือว่าทุกการกระทำนั้น  เปิ่นหวางอาจจะกำลังพึงพอใจเจ้าอยู่จริงๆ  จึงอยากสนิทสนมด้วยน่ะ "

 


         มู่หรงหย่งหมิง  ลองหยั่งเชิงสตรีตรงหน้า

 


         " แน่นอน...ว่าหม่อมฉันไม่คิดเช่นนั้นเพคะ  ระหว่างเราทั้งสองคน มิเคยพบพานกันมาก่อน  หรือต่อให้ทรงพอพระทัยหม่อมฉันจริง  ก็คงไม่อาจสนิทสนมกันได้รวดเร็วภายในวันสองวันเพียงนี้หรอกเพคะ...นอกจากจวิ้นอ๋องจะมีจุดประสงค์ใดแอบแฝง "

 


      นางเอ่ยออกไปตามสิ่งที่นางคิด  เจอกันคราแรกนางก็พลั้งมือตีศีรษะบุรุษผู้นี้จนได้แผล  เพียงแรกพบก็ไม่มีสิ่งใดให้ตราตรึงใจเสียแล้ว  จะกล่าวว่าพึงพอใจนางอย่างไรได้  ช่างเป็นเหตุผลที่เลอะเลือนนักในความคิดของนาง  ฟังอย่างไรก็ไม่สมเหตุสมผล  

 




       แล้วยิ่งเหตุการณ์ในวันนี้...การกระทำของจวิ้นอ๋องก็ยิ่งตอกย้ำให้นางคิดเป็นอื่นไปไม่ได้  นางก็เป็นเพียงหมากตัวหนึ่งเท่านั้น 

 


      ในความเงียบเมื่อสักครู่นางได้มีเวลาคิดทบทวนในสิ่งที่ท่านแม่เคยเล่าให้นางฟัง  เรื่องไท่จื่อเฟยที่ฮองเฮาทรงขอฝ่าบาทให้พระราชทานสมรสให้องค์ไท่จื่อกับคุณหนูสกุลเจิ้ง  รวมทั้งที่เสี่ยวไป๋บอกว่าฮองเฮาหมายใจให้หลานสาวแต่งเข้าเป็นชายาเอกของจวิ้นอ๋อง  นางว่าเรื่องนี้มันมีสิ่งใดแปลกๆอยู่  ชะรอยว่าเรื่องนี้อาจมีตื้นลึกหนาบางอยู่ก็เป็นได้ 

 


        มิเช่นนั้น..เหตุใดจึงพยายามยัดเยียดหลานสาวตนเองให้จวิ้นอ๋องเพียงนั้น  ทั้งที่ก่อนหน้าก็มีเรื่องผิดใจกันเรื่องไท่จื่อเฟยมาก่อน  และอีกอย่างดูจากท่าทางของจวิ้นอ๋องแล้วก็มิได้มีใจต่อต้วนลี่จูแน่นอน  และคงหาทางหลีกเลี่ยงมาตลอด จนถึงขนาดทูลขอฝ่าบาทเป็นผู้เลือกจวิ้นหวางเฟยด้วยตัวเองก็คงหาทางหนีหลานสาวฮองเฮาอีกนั่นล่ะ หรือสมมติว่านางคิดมากไปเองเรื่องนี้อาจไม่มีสิ่งใดก็ได้  

 


        แต่แล้วอย่างไรล่ะ...ใช่เรื่องที่นางจะต้องถูกดึงให้เข้ามาสู่วังวนความวุ่นวายนี้ด้วยหรือ !!

 


        " เปิ่นหวางมิแก้ตัวใดใด  สารภาพตามจริงว่าที่ให้เจ้ามาช่วยดูแลเปิ่นหวางในครั้งนี้  เปิ่นหวางมุ่งหวังให้เจ้าช่วยกันต้วนลี่จูออกห่างจากเปิ่นหวางเสียที  ไม่แน่ว่าหากนางได้ประจักษ์แก่สายตาแล้วว่าเปิ่นหวางมีเจ้าเป็นนางในดวงใจ  ต้วนลี่จูก็อาจจะตัดใจจากเปิ่นหวางได้เสียที "

 


        " แล้วทรงคิดบ้างหรือไม่ว่าถ้าหากนางไม่ยอมตัดใจจะเป็นเช่นไร  คนที่จะถูกเล่นงานก็คงจะเป็นหม่อมฉัน  หาใช่จวิ้นอ๋องไม่...แล้วชื่อเสียงและเกียรติของหม่อมฉันล่ะเพคะ  หากมีผู้ใดมิรู้ความนี้ว่าเป็นเพียงแผนการของพระองค์  เอาไปพูดกันเรื่องความสัมพันธ์ระหว่างเรา ซึ่งพวกเขาไม่ได้มารู้ด้วยนี่ว่ามันเป็นสิ่งจอมปลอม  ทุกคนก็คงเข้าใจผิดกันไปใหญ่  แล้วถ้าวันเวลาผ่านไปความสัมพันธ์ของเรามิคืบหน้าคนอื่นไม่เอาหม่อมฉันไปนินทาเสียๆหายๆหรอกหรือเพคะ "

 


       " ก็แล้วใครบอกว่าเปิ่นหวางเสแสร้งทั้งหมด "

 


      " ทรงหมายความเช่นไรเพคะ "

 


       " หากบอกว่าเปิ่นหวางสนใจเจ้า เจ้าจะเชื่อเปิ่นหวางหรือไม่ "

 


        จริงที่เขาคิดจะใช้นางกันต้วนลี่จูให้ออกห่าง  แต่ทว่าเรื่องที่เขานึกสนใจจางซูหนี่ว์ก็เป็นเรื่องจริงอีกนั่นล่ะ  

 


          " ไม่เชื่อเพคะ "

 


         " แต่เปิ่นหวางพูดจริง "

 


         " สนใจได้อย่างไร  เจอกันหม่อมฉันก็ตีศีรษะแบบนั้น จวิ้นอ๋องคงไม่ใช่ผู้ที่นิยมความเจ็บปวดหรอกนะเพคะ "

 


          หน้าโหดๆแบบนี้ หรือเป็นพวกที่มีรสนิยมแปลกๆ ชอบความเจ็บปวดทรมาน  บุคลิกก็ให้เสียด้วยสิ หญิงสาวคิดอยู่ภายในใจ

 


          " ไม่ใช่เช่นนั้น...เปิ่นหวางก็เป็นบุรุษทั่วไปที่นิยมชมชอบสตรีรูปโฉมงดงามเช่นเจ้า  แต่ที่ทำให้นึกสนใจก็คงจะเป็นท่าทางของเจ้า  ที่ดูไม่สนใจเปิ่นหวางดั่งเช่นสตรีอื่น  จึงทำให้เปิ่นหวางนึกสนใจเจ้าขึ้นมาอยู่ไม่น้อย "

 


         อยากฟังความจริงก็จะเอ่ยความจริงให้ฟังอย่างไรเล่า  บุรุษใดบ้างที่ไม่นิยมชมชอบสตรีงดงาม  หากแต่เรื่องให้ความสนใจในตัวสตรีนั้นก็เป็นอีกเรื่องหนึ่ง  ซึ่งเขาก็ไม่ได้นึกสนใจใครง่ายๆเช่นกัน...สนใจสตรีคนแรกก็ต้องเจ็บปวดใจจนต้องหาเรื่องออกไปอยู่ให้ไกลนางจนถึงตอนนี้  

     


        ทว่าคนที่สองก็คือ จางซูหนี่ว์ ที่ทำให้เขานึกสนใจนางได้  รูปโฉม  ฐานะ วงศ์ตระกูล  หากจะหาใครสักคนที่เหมาะจะเป็นจวิ้นหวางเฟย เขาก็เห็นสมควรว่าเป็นนาง

 


       " ทรงทำกับคนที่นึกสนใจแบบนี้หรือเพคะ  สร้างศัตรูให้หม่อมฉันเช่นนี้  เรียกว่าสนใจหรือเพคะ "

 


        หญิงสาวพยายามควบคุมอารมณ์ไม่ให้ขุ่นเคืองมากไปกว่านี้  

 


       " เปิ่นหวางเพียงคิดให้ต้วนลี่จูออกห่างจากเปิ่นหวางเท่านั้น  แต่ถึงอย่างไรหากมีเรื่องวุ่นวายขึ้น เปิ่นหวางก็ยินดีปกป้องและรับผิดชอบทุกอย่าง  แม้แต่ตำแหน่งชายาเอก เปิ่นหวางก็ให้เจ้าได้ "

 



        มู่หรงหย่งหมิง เอ่ยกับจางซูหนี่ว์เขาคิดน้อยไปจริงๆ  แต่เพราะคิดแผนได้ในตอนนั้นก็ลงมือทำเลยไม่คิดให้ถี่ถ้วนสักหน่อย  หากแต่ก็มีเหตุผลเบื้องลึกอีกหลายอย่างที่ไม่สามารถเอ่ยให้นางฟังได้อยู่ดี

 


        " ขอบพระทัยเพคะ  แต่หม่อมฉันขออยู่อย่างสามัญชนดีกว่า  มิอาจเอื้อมเป็นจวิ้นหวางเฟยหรอกเพคะ "

 


          จวิ้นหวางเฟย จะยกให้นางอย่างนั้นหรือ  แต่เผอิญนางไม่ชอบความวุ่นวายแก่งแย่งอำนาจและความโปรดปรานกัน  นางรักในความสุขสบายและหรูหราก็จริง  หากแต่สกุลจางก็มิได้จนเสียเมื่อไร แม้มีไม่เท่าวังหลวง แต่ก็สุขสบายดีอยู่แล้ว  

 


         " เจ้านี่ก็แปลก  มีคนยกตำแหน่งสูงศักดิ์ให้ก็ไม่เอา...แต่ เป็นเจ้าเช่นนี้ก็ดี เปิ่นหวางถึงบอกว่าน่าสนใจอย่างไรล่ะ "

 


         มู่หรงหย่งหมิงอมยิ้ม...สตรีเช่นนี้มิใช่หรือ ที่เขาต้องการ คนที่ไม่สนยศศักดิ์  ไม่สนใจอำนาจวาสนา ทั้งที่มีคนนำมาวางอยู่ตรงหน้าเช่นนี้

 


         " เอาเถิดเรื่องทั้งหมด  ในเมื่อมันผ่านไปแล้วก็ปล่อยให้มันผ่านไป  หากแต่ไม่กี่วันที่เหลือต่อจากนี้จนกว่าจะครบเจ็ดวัน หม่อมฉันจะทำหน้าที่แต่เดิมที่ตกลงเอาไว้เท่านั้น  คือดูแลพระองค์ และหากคุณหนูต้วนมาอีกและถามหม่อมฉัน  หม่อมฉันก็จะบอกตามความเป็นจริง นางจะเชื่อหรือไม่นั้นหม่อมฉันคงมิอาจห้ามความคิดนางได้  แต่หม่อมฉันทูลขอสิ่งใดจวิ้นอ๋องสักอย่างได้หรือไม่เพคะ "

 


       หญิงสาวเอ่ยขึ้นอย่างจริงจัง

 


       " ขอสิ่งใดหรือ "

 


       " หากไม่จำเป็น  ระหว่างเราทั้งสองอย่าได้ข้องเกี่ยวกันจะได้หรือไม่ "

 


       จางซูหนี่ว์คิดเช่นนั้นจริงๆ นางรู้ว่าเบื้องหลังเรื่องนี้ต้องมีอะไรอีกแน่  เพียงแต่เขาไม่กล่าวออกมาเท่านั้น  คลื่นใต้น้ำเหล่านั้นรุนแรงปานใดก็ไม่อาจรู้ได้  นางยังไม่อยากถูกดึงให้เข้าไปอยู่ในวังวนเหล่านั้น  ถอยออกมาอยู่ให้ห่างเป็นดีที่สุด  บุรุษผู้นี้ก็เช่นเดียวกัน

 

 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1.362K ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

6,484 ความคิดเห็น

  1. #6446 1988yongsi (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 17 มีนาคม 2563 / 22:09
    ไม้กันหมูดีๆนี่เอง
    #6,446
    0
  2. #6422 nutchabow29 (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 16 พฤศจิกายน 2562 / 17:05
    เปิดให้อ่านหน่อยเถิดหนาาา
    #6,422
    0
  3. #6411 Dawoff (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 8 พฤศจิกายน 2562 / 10:13
    ทำมัยอ่านไม่ได้คะ(ตอนที่11)
    #6,411
    0
  4. #6396 KanitinMax (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 25 มิถุนายน 2562 / 21:52
    รอรีกี่วันครับ
    #6,396
    0
  5. #6054 jaja03020 (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 29 ตุลาคม 2561 / 19:54
    จะผิดไหมถ้าหนูอ่าน "สตรี" ออก "ชนี" ._.
    #6,054
    1
  6. #5988 _jh408 (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 23 ตุลาคม 2561 / 17:32
    ทุเรศเกิ้นนใช่เขาเป็นไม้กันหมาแล้วพูดแบบนี้อีกก
    #5,988
    0
  7. #5960 pemipond (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 22 ตุลาคม 2561 / 14:48

    หน้าไม่อาย บอกสนใจเค้าตรงๆ

    #5,960
    1
  8. #5852 Sistel2 (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 29 เมษายน 2561 / 02:20

    เด็ดขาดมากนางเอกเรา

    #5,852
    0
  9. #5353 มูมู (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 19 มกราคม 2561 / 00:01
    พ่อหนวดเราแผนสูงจริงๆ
    #5,353
    0
  10. #5088 4447 (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 5 มกราคม 2561 / 20:57
    แผนสูงจริงงงง55
    #5,088
    0
  11. #4797 FaH SaI (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 30 ธันวาคม 2560 / 23:08
    5555 กลั้นขำไม่ไหว
    ตอนบอกว่า 'จูเอ๋อร์' นึกถึง zhu ที่แปลว่าหมู
    #4,797
    0
  12. #4658 KAKARN_MATO (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 28 ธันวาคม 2560 / 16:21
    อะมีแผนไงท่านอ๋อง5555
    #4,658
    0
  13. #4486 Grisaia (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 22 ธันวาคม 2560 / 02:10
    นึกว่านางเอกจะฉลาดกว่านี้ซะอีก นางไปติดเชื้อจากพวกพระเอกในอนิเมฮาเร็มมาหรือไง ทำไมถึงตาถั่วเช่นนี้
    #4,486
    0
  14. #4183 สโนว์ดราก้อน (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 15 ธันวาคม 2560 / 08:32
    นางเอกดูไม่ออกหรอว่าตัวเองโดนใช้เป็นหมากันไม้
    #4,183
    0
  15. #3878 150221 (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 5 ธันวาคม 2560 / 22:15
    หางานให้นางซะแล้วท่านอ๋อง
    #3,878
    0
  16. #3813 รินหัวใจใส่ลาเต้ (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 5 ธันวาคม 2560 / 14:13
    ท่านใช้นางเป็นหมากละมั้ง คนนั้นที่จะรู้ข่าว คือฮองเฮาหรือว่าพี่สะไภ้ล่ะ
    แล้วไส้เป็นไม้กันอีกคนหนึ่งคือหลานฮองเฮาคนนี้
    #3,813
    0
  17. #3493 วายุจัง (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 1 ธันวาคม 2560 / 13:30
    ไม้กันหมาจริงด้วย กะแล้ว เอานางมาเป็นไม้กันหมานี่เอง
    #3,493
    0
  18. #3419 [F.S]Fang_041 (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 30 พฤศจิกายน 2560 / 08:34
    ไม้กันหมาที่เเท้ทรู
    #3,419
    0
  19. #3136 nooninkink (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 26 พฤศจิกายน 2560 / 23:06
    โอ้ อ่านถึงตอนนี้ถึงกับใจสะท้าน ชอบอะ ทั้งฮาทั้งยิ้ม สนุกมากๆ
    #3,136
    0
  20. #2984 Yionk (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 25 พฤศจิกายน 2560 / 10:07
    ทำไมรู้สึดคุณต้วนนางน่ารัก อย่าให้นางนิสัยร้ายเลยนะ55555
    #2,984
    0
  21. #2936 veraya2099 (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 24 พฤศจิกายน 2560 / 10:12
    อุตส่าห์อยู่เฉยๆ พระเอกรี่ชอบหางานมาให้นางเอกเรื่อยเลย
    #2,936
    0
  22. #2189 oum101 (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 15 พฤศจิกายน 2560 / 17:44
    เกลียดค่ะ ฮึ่มทำให้มีคนไม่ชอบนางเพิ่มอีกละ ชิชิชิ เกลียดอ๋องหน้าหนวด
    #2,189
    0
  23. #1751 chanchan123 (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 11 พฤศจิกายน 2560 / 17:58
    งานเจ้าหนี่เอ๋อร์แล้ว ว่าแต่จสิ้นอ๋องเห็นหนี่เอ๋อร์เป็นแค่ไม้กันหมาเองหรอ
    #1,751
    0
  24. #1246 Mr.kongkang (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 4 พฤศจิกายน 2560 / 13:43
    ขอบคุณครับสนุกมาก
    #1,246
    0
  25. #1153 DhaaGel (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 3 พฤศจิกายน 2560 / 04:24
    พระเอกคือเอานางเอกมาเป็นไม้กันหมาแน่นวลลลล มีความร้ายยยยย
    #1,153
    0