ชายาอ๋องกระดูกเหล็ก (สนพ.สถาพรบุ๊คส์)

ตอนที่ 9 : บุปผางามผู้อวบอั๋นของจวิ้นอ๋อง (รีไรต์)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 89,153
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1,458 ครั้ง
    21 ธ.ค. 62


 

 

ภายในอาณาเขตวังของจวิ้นอ๋องนั้นถือว่าใหญ่โตอยู่มากทีเดียว นางกำนัลรับใช้ภายในตำหนักก็มีไม่น้อย ทุกคนดูมีภาระหน้าที่ที่ต้องกระทำกันหมดคงมีเพียงแต่นางและเพ่ยเพ่ยที่ว่างงาน ให้ความรู้สึกประดักประเดิดอย่างไรก็ไม่รู้ ได้แต่นั่งชมสวนดอกไม้ภายในศาลาที่อยู่ในบริเวณตำหนักกลาง จิบน้ำชารับขนมเลิศรสไปเรื่อยๆ เป็นเช่นนี้ตั้งแต่เมื่อวานแล้ว

ไหนว่าให้นางมาคอยดูแลรับใช้อย่างไรล่ะ ที่เป็นอยู่นี้ออกจะสบายเกินหน้าที่เสียด้วยซ้ำ

' คุณหนูจางขาดเหลือหรือต้องการสิ่งใด ก็ขอให้บอกเสี่ยวไป๋ เปิ่นหวางมอบหมายให้นางคอยดูแลตลอดเจ็ดวันที่เจ้ามาคอยดูแลเปิ่นหวางที่นี่ '

' ขอบพระทัยจวิ้นอ๋องเพคะ ทว่าหม่อมฉันขอทูลถามว่าหม่อมฉันนั้น มีหน้าที่ใดที่จะต้องกระทำบ้างเพคะ '

' เปิ่นหวางมิได้ให้เจ้ามาเป็นข้ารับใช้เปิ่นหวางหรอกนะ อีกอย่างเปิ่นหวางก็ไม่ได้เจ็บป่วยสิ่งใด เราทั้งสองต่างก็รู้กันดีว่าที่ให้มาคอยดูแลเปิ่นหวางนั้น ก็เพื่อให้ฝ่าบาทไม่ทรงกริ้วเท่านั้น เจ้าก็ทำตัวตามสบายเถิด แต่หากไม่รบกวนจนเกินไปนัก เช่นนั้นก็ร่วมรับมื้อเช้าเป็นเพื่อนเปิ่นหวางสักเจ็ดวันได้หรือไม่ และหากว่าเปิ่นหวางไม่ติดภารกิจใดที่ต้องกระทำ ก็คงจะได้กลับมาร่วมมื้อค่ำเป็นเพื่อนเจ้าที่นี่ หวังว่าคงไม่รบกวนเจ้าจนเกินไปกระมัง '

นั่นคือสิ่งที่จวิ้นอ๋องได้กล่าวกับนางในเช้าของเมื่อวาน ก่อนที่จะไปเข้าเฝ้าฮ่องเต้และฮองเฮาในตอนสาย จากนั้นนางก็ไม่ได้พบกับจวิ้นอ๋องอีกเลยตลอดทั้งวัน ประหนึ่งว่านางถูกลอยแพอยู่ภายในวังจวิ้นอ๋องแห่งนี้

ทว่ายังดีที่มีเสี่ยวไป๋คอยแนะนำ และพานางเดินสำรวจสถานที่ต่างๆภายในวังแห่งนี้และคอยช่วยเหลือนางกับเพ่ยเพ่ยตามคำสั่งของจวิ้นอ๋อง ซึ่งนางก็ออกจะพอใจเสี่ยวไป๋ไม่น้อยด้วยเป็นคนที่มีอัธยาศัยดี ช่างพูดช่างจา และก็นอบน้อมต่อนางอย่างมากเช่นกัน

อาจเป็นเพราะนางเป็นแขกของจวิ้นอ๋องกระมัง จะเรียกอย่างนั้นก็คงได้ เพราะการกระทำของจวิ้นอ๋องนั้นปฏิบัติกับนางเช่นแขกผู้หนึ่ง ทุกคนจึงดูเกรงใจนางมากอยู่พอสมควร แทบจะไม่ให้นางได้หยิบจับสิ่งใดเลยตั้งแต่ก้าวเท้าเข้ามาที่นี่ ทุกคนล้วนเข้ามาห้ามและแย่งนางทำเสียหมด สุดท้ายก็ได้แต่นั่งจับเจ่าถอนหายใจไปเรื่อยๆให้แล้วไปจนกว่าจะหมดวัน

ส่วนจวิ้นอ๋องหน้าโหดนั่นก็หายไปกับปุยเมฆ จวบจนกระทั่งเย็นก็ไม่มีวี่แววว่าจะกลับมา มีเพียงให้บ่าวรับใช้นำความมาบอกนางเท่านั้น ว่าไม่สามารถกลับมารับมื้อเย็นร่วมกับนางได้ด้วยภารกิจที่กระทำนั้นยังไม่แล้วเสร็จ

ก็ยังดีนะ...ที่ยังไม่ลืมส่งคนมาบอก นางจะได้ไม่ต้องรอทานข้าวเย็นเก้อ จะได้ไม่มาต่อว่านางในภายหลังได้ว่าไม่รอ...

...ภายในศาลากลางสวนดอกไม้...

" เสี่ยวไป๋ เจ้าอยู่ที่นี่นานแล้วหรือ "

จางซูหนี่ว์เอ่ยถามเด็กสาวที่ดูเหมือนจะอ่อนวัยกว่านางอยู่ราวสองถึงสามปี ด้วยอยู่เฉยๆก็ไม่รู้จะทำอะไรดี นั่นก็ห้ามจับ นี่ก็ทำไม่ได้ วันแรกก็พอทนแต่ล่วงเข้าสู่วันที่สองชักเริ่มเบื่อ

" ราวสองปีแล้วเจ้าค่ะ ก่อนนั้นอยู่ตำหนักพระมารดาของจวิ้นอ๋อง ท่านป้าของเสี่ยวไป๋เป็นข้ารับใช้คนสนิทของเฟิ่งหวงกุ้ยเฟย ระยะหลังจวิ้นอ๋องไม่ค่อยได้ประทับอยู่ที่วังสักเท่าไร จึงส่งเสี่ยวไป๋มาช่วยดูแลความเรียบร้อยที่นี่ระหว่างที่จวิ้นอ๋องไม่ได้ประทับอยู่เจ้าค่ะ "

เสี่ยวไป๋เอ่ยตอบสตรีตรงหน้าอย่างนอบน้อม หลังจากที่แอบมองรูปโฉมของนางอย่างเพลิดเพลิน

" อ้าว แล้วไม่มีใครคอยสั่งการดูแลวังในขณะที่จวิ้นอ๋องไม่ได้ประทับอยู่เลยหรือ หมายถึง พระชายารอง หรือ เหล่าอนุ อะไรทำนองนั้นน่ะ "

จางซูหนี่ว์ถามเสี่ยวไป๋ เพราะนางก็สงสัยอยู่เหมือนกัน ตั้งแต่เข้ามานี้ยังไม่เห็นบรรดาเมียของจวิ้นอ๋องเลย ในกรณีนี้ยกเว้นพระชายาเอกไว้คนหนึ่งที่รู้จากมารดาของนางว่ายังไม่ได้แต่งผู้ใดเป็น จวิ้นหวางเฟย ตำแหน่งนั้นยังว่างมาจนถึงปัจจุบัน

ซึ่งนางเองก็ลืมถามมารดาไปถึงตำแหน่งเมียรอง เมียน้อยอื่นๆเสียด้วยสิ แต่ถึงอย่างไรจวิ้นอ๋องนั้นอายุ 24 ปี หากบอกว่าไม่มีสาวๆคอยอุ่นเตียงเลยคงเป็นไปไม่ได้กระมัง แม้นางจะไม่ชอบเรื่องการมากเมียและยึดถือเรื่องสามีภรรยาเดียวฝังหัวมาตลอด

แต่ก็ต้องยอมรับว่าในยุคนี้นั้นสามีมีภรรยารอง อนุภรรยา และสาวใช้ไว้คอยอุ่นเตียงนั้นเป็นเรื่องปกติ ยิ่งเป็นเชื้อพระวงศ์เช่นนี้จะไม่มีเลยเชียวหรือ ด้วยสาวสรรค์กำนัลในหลายนาง ใบหน้าแฉล้มรูปร่างอรชรนั้นมีให้เห็นให้ยลอยู่ทุกวัน จวิ้นอ๋องหรือก็ยังเป็นคนมีเลือดเนื้อ หาใช่นักพรตถือครองเพศพรหมจรรย์เสียเมื่อไร ต้องมีนางเล็กๆน้อยๆอยู่บ้างล่ะ

" ก็ไม่เชิงหรอกเพคะ จวิ้นอ๋องยังไม่ทรงแต่งพระชายาเอก พระชายารองกับเหล่าอนุก็ไม่ได้แต่งตั้ง จะมีบ้างที่เป็นสาวใช้อยู่สามถึงสี่คน ที่เคยอุ่นเตียงให้จวิ้นอ๋อง ซึ่งก็ไม่ได้มอบอำนาจใดให้ปกครองคนในวังแห่งนี้ แต่ความเป็นอยู่จะดีกว่านางกำนัลสาวใช้อยู่หน่อย ทรงประทานเครื่องประดับและเบี้ยหวัดพวกนางดีกว่าพวกเราอยู่ไม่น้อย หากแต่ก็ยังต้องทำหน้าที่ที่เคยปฏิบัติดังเดิมไม่ได้มีอภิสิทธิ์ใดอยู่เหนือผู้อื่นเลย บางคนดูแลห้องเครื่อง บางคนดูแลเรื่องเครื่องทรง "

" แล้วไม่มีใครมีโอรสหรือธิดาให้จวิ้นอ๋องสักคนเลยหรือ ไม่แน่นะถึงตอนนั้นอาจได้เลื่อนขั้นเป็นอนุก็ได้ "

" พวกนางอยากมีจะแย่เจ้าค่ะ แต่ก็เท่านั้น นานๆจวิ้นอ๋องจะทรงเรียกพวกนางไปอุ่นเตียงสักครั้ง หากไม่เรียกหาก็ไม่มีใครกล้าเข้าไปหรอกเจ้าค่ะ กลัวโดนตะเพิดออกมา เคยมีอยู่นางหนึ่งใจกล้า...ถือว่าช่วงนั้นจวิ้นอ๋องทรงเรียกหาอยู่ถึงสองครั้งภายในหนึ่งเดือน เข้าไปหาจวิ้นอ๋องถึงห้องส่วนพระองค์ในตำหนักกลาง จวิ้นอ๋องทรงโกรธมากส่งออกนอกวังแทบไม่ทัน ไม่ทรงชอบให้ผู้ใดเข้าไปวุ่นวายน่ะเจ้าค่ะ ทั้งยังไม่ค่อยประทับในเมืองหลวงเท่าไร ออกไปปราบกบฏชายแดนบ่อยๆ จึงยังไม่มีโอรสหรือธิดาสักที "

" ข้าว่าก็คงไม่นานหรอกมั้ง อายุจวิ้นอ๋องก็ไม่น้อยแล้ว ไม่นานคงมีพระราชทานสมรสให้จวิ้นอ๋องแต่งพระชายาเอกเข้าวังนั่นล่ะ อาจจะภายในปีหรือสองปี เสี่ยวไป๋ก็คงได้เลี้ยงโอรสหรือธิดาตัวน้อยๆของจวิ้นอ๋องอยู่หรอก "

หญิงสาวคิดวิเคราะห์ ระดับองค์ชายมีหรือจะอยู่โสดไปได้นาน ส่วนใหญ่คนเป็นบิดามารดานั้นก็พากันหาบุตรสาวขุนนางมาแต่งเป็นพระชายาเอกเพื่อเสริมอำนาจกันอยู่แล้ว

" ก็ถ้าจวิ้นอ๋องไม่ทรงขอกับฝ่าบาทว่าจะเป็นผู้เลือกพระชายาเอกด้วยตัวเอง เวลานี้วังจวิ้นอ๋องก็คงมี จวิ้นหวางเฟย จากสกุลต้วนแล้วล่ะเจ้าค่ะ "

เสี่ยวไป๋กล่าวพลางมีสีหน้าสยองขึ้นมาเล็กน้อย ยามนึกถึงใครบางคนขึ้นมา

" ก็ถ้าฝ่าบาทจะพระราชทานสมรสให้เสียอย่าง จวิ้นอ๋องอย่างไรก็ต้องรับมิใช่หรือ เอ..แล้วสกุลต้วน คุ้นๆว่าเป็นสกุลของฮองเฮามิใช่หรือ แล้วเกี่ยวอะไรกับจวิ้นหวางเฟยด้วยล่ะ ไหนเสี่ยวไป๋คนงามลองเล่าให้ข้าฟังหน่อยเถิด "

จางซูหนี่ว์หยอดคำหวานไปในประโยคสุดท้าย ซึ่งก็ได้ผลพอคนตรงหน้าได้รับคำชมหน่อยเป็นยิ้มแป้นระคนเขินอายเล็กน้อย ดูท่านางจะพูดถูกใจเสี่ยวไป๋ไม่น้อย

ธรรมชาติของสตรีเมื่อได้อยู่รวมกันมากกว่าหนึ่งคนขึ้นไป การพูดคุยกันอย่างออกรสออกชาติย่อมมีแน่นอน เพียงแต่เรื่องที่นางพูดส่วนใหญ่นี่ก็เป็นเรื่องของเจ้าของวังนี้ทั้งนั้น

เอาน่ะ...เพื่ออรรถรสในการนั่งจิบน้ำชากลางสวนดอกไม้จะได้ไม่น่าเบื่อเกินไปนัก

" คืออย่างนี้เจ้าค่ะ จากความดีความชอบครั้งก่อนของจวิ้นอ๋อง ฝ่าบาทจึงทรงพระราชทานบำเหน็จรางวัลให้ แต่จวิ้นอ๋องได้ทูลขอเป็นอย่างอื่นแทน นั่นคือขอเป็นผู้เลือกจวิ้นหวางเฟยด้วยพระองค์เอง พูดง่ายๆก็คือไม่ให้ฝ่าบาทพระราชทานสมรสให้จวิ้นอ๋องกับสตรีใด หากว่าพระองค์ไม่เต็มพระทัยเจ้าค่ะ "

เสี่ยวไป๋ขยายความให้สตรีตรงหน้าได้ฟัง

ก็แน่ล่ะ...พระราชโองการหรือสิ่งที่พระราชทานจากฮ่องเต้ ใครเลยจะกล้าขัด ไม่รับก็ไม่ได้อีก ดังนั้นจวิ้นอ๋องก็คงตัดไฟเสียแต่ต้นลม นอกจากฮ่องเต้แล้ว จวิ้นอ๋องผู้นี้ก็คงไม่สนหรือเกรงใจใครเท่าไรกระมัง จางซูหนี่ว์คิดอยู่ภายในใจ ก่อนเอ่ยถามข้อที่ยังข้องใจ

" แล้วสกุลต้วนล่ะ เกี่ยวอะไรกับจวิ้นอ๋อง "

" ก็ฮองเฮาทรงมีหลานสาวอยู่หนึ่งคน เป็นบุตรีเพียงคนเดียวของพี่ชายฮองเฮา มีนามว่า ต้วนลี่จู ทรงเอ็นดูนางเป็นอย่างมาก และนางก็เป็นสหายกับองค์หญิงเหลียนฮวา พระขนิษฐาร่วมพระมารดาเดียวกับจวิ้นอ๋อง ทีนี้เอ่อ....

เสี่ยวไป๋กล่าวเสียงแผ่วลงๆ พลางหันซ้ายแลขวาดั่งว่าเกรงใครจะมาได้ยิน

" เล่ามาสิเสี่ยวไป๋ "

ท่าทางแบบนี้ก็ยิ่งทำให้คนฟังอยากรู้มากขึ้นกว่าเดิม

" คิดว่าฮองเฮาทรงหมายใจจะให้คุณหนูต้วนลี่จู แต่งเข้าวังจวิ้นอ๋องเป็นชายาเอกน่ะสิเจ้าคะ "

" จริงหรือ เอ...แต่ถ้าแต่งสกุลต้วนเข้าวังไม่ดีตรงไหนล่ะ "

เป็นเพ่ยเพ่ยที่เอ่ยถามขึ้นบ้างอย่างอยากรู้ หลังจากที่ยืนฟังอยู่นาน

" ก็..."

เสี่ยวไป๋กำลังจะขยายความเรื่องราวให้ทั้งสองฟัง หากแต่ก็ต้องหุบปากฉับลง เมื่อสายตาเหลือบไปเห็นว่าผู้ใดเดินเข้ามา

รู้สึกใจหายวาบ...ดีนะที่นางเหลือบสายตาไปเห็นก่อนที่จะทันได้กล่าวอะไร หากแต่ผู้ที่นั่งหันหลังให้ผู้ที่มาใหม่นั้นก็ยังไม่รู้ตัว

" อ้าว...เงียบทำไมล่ะ เสี่ยวไป๋ อ้ำอึ้งแบบนี้จะรู้หรือไม่ "

จางซูหนี่ว์เอ่ยถามขึ้นเมื่อเห็นอาการหุบปากฉับและอึกอักของคนตรงหน้า

" รู้สิ่งใดหรือคุณหนูจาง "

เสียงบุรุษผู้มาใหม่เอ่ยขึ้น เสียงคุ้นๆ แบบนี้หวังว่าคงไม่ใช่อย่างที่นางคิดหรอกนะ จางซูหนี่ว์รีบหันกลับไปมองทันที และก็ไม่ผิดไปจากที่คิดเอาไว้

" จวิ้นอ๋อง "

นางตกใจอยู่พอสมควรทีเดียวล่ะ ซึ่งก็คงจะไม่รู้สึกอะไรมากมายนัก ถ้าหากว่าพวกนางทั้งสามจะไม่ได้พูดคุยกันถึงเรื่องของคนผู้นี้อยู่

และนางก็ไม่เข้าใจเลยจริงๆ ว่าทำไมนะ...จวิ้นอ๋องหนวดครึ้มผู้นี้ถึงชอบโผล่มาในเวลาที่ไม่ถูกที่ถูกจังหวะเสียจริงๆ ครั้งก่อนก็ยืนขวางทางไม้ ครั้งนี้ก็มาในเวลาที่ไม่สมควรจะมาอีก

" ถวายพระพรจวิ้นอ๋องเพคะ "

หญิงสาวรีบยอบกายลงคารวะผู้ที่สูงศักดิ์กว่าตรงหน้าทันทีที่นึกขึ้นได้

" ว่าอย่างไรล่ะ พูดคุยสิ่งใดกันอยู่หรือ ดูน่าสนุกเชียว "

มู่หรงหย่งหมิงเอ่ยถามสตรีตรงหน้า ที่กำลังมองหน้าเขาอยู่พลางมีสีหน้าแปลกๆ มิใช่ว่ากำลังพูดถึงเขาอยู่หรอกนะ ถึงได้มีท่าทางเก้อๆเช่นนี้

คนเป็นนายนั้นไม่เท่าไร ยังคงสำรวมกิริยานิ่งอยู่ หากแต่สาวใช้ทั้งสองนั้น บัดนี้ต่างก็พากันก้มหน้าก้มตาประหนึ่งว่ามีสิ่งผิดปกติที่พื้นเลยทีเดียว

" ไม่มีอะไรหรอกเพคะ ก็คุยกันเรื่องทั่วๆไปที่สตรีชอบปรึกษาหารือกันน่ะเพคะ "

พูดง่ายๆ ก็เรื่องของผู้หญิง ดูสิ..จะยังอยากรู้อีกหรือไม่ กล่าวพลางส่งยิ้มไปให้ผู้สูงศักดิ์ตรงหน้าดั่งว่าไม่ใช่เรื่องสำคัญอันใด

" อ้อ...เป็นเช่นนั้นหรอกหรือ ก็คิดว่ากำลังคุยเรื่องของเปิ่นหวางอยู่เสียอีก "

มู่หรงหย่งหมิงเอ่ยดักคออย่างทีเล่นทีจริง จางซูหนี่ว์นั้นไม่ออกอาการใดนัก ซึ่งเขาก็คงจะเชื่ออยู่หรอก หากแต่อีกสองคนที่หลบไปยืนข้างหลังนั้นกลับมีใบหน้ากระสับกระส่ายอย่างเห็นได้ชัด ช่างโกหกไม่เนียนเสียจริงๆ...

" วันนี้จวิ้นอ๋อง ทรงกลับมาที่ตำหนักเร็วกว่าเมื่อวานนะเพคะ "

หญิงสาวชวนเปลี่ยนเรื่องสนทนาทันที นึกค่อนขอดในใจว่าบุรุษผู้นี้นี่หูผีจมูกมดหรืออย่างไรกันนะ

" ก็ไม่มีอะไรมาก เปิ่นหวางปฏิบัติภารกิจที่ฝ่าบาททรงมอบหมายให้เสร็จเร็วกว่ากำหนด จึงว่าจะกลับมาเขียนรายงานเพื่อถวายให้ฝ่าบาททรงทราบน่ะ "

มู่หรงหย่งหมิงแสร้งมีท่าทีเออออไปกับนาง ทั้งที่รู้แก่ใจดีว่านางกำลังเบี่ยงประเด็นอยู่

" จวิ้นอ๋องเพิ่งกลับมาถึงอาจจะทรงเหนื่อย หม่อมฉันว่าทรงรับขนมและน้ำชาสักหน่อยดีหรือไม่เพคะ "

" ก็ดีไม่น้อย เช่นนั้นเชิญคุณหนูจางร่วมรับชาเป็นเพื่อนเปิ่นหวางสักครู่ก็แล้วกัน ที่ศาลานี้ก็ได้บรรยากาศร่มรื่นเย็นสบายดี "

" เพคะ "

จางซูหนี่ว์เอ่ยรับคำอย่างนอบน้อม พลางหันไปพยักหน้าให้เสี่ยวไป๋ไปจัดการเตรียมน้ำชาและขนมมาเพิ่ม แม้จะไม่ได้เอ่ยปากพูดสิ่งใดแต่เจ้าตัวรู้หน้าที่เป็นอย่างดีทีเดียว

เพียงไม่นานน้ำชา และขนมที่เพิ่มเติมมาจากเดิมอีกสองสามอย่างนั้น ได้ถูกจัดวางอย่างสวยงามบนโต๊ะภายในศาลากลางสวนดอกไม้

" เปิ่นหวางต้องขออภัย ที่เมื่อวานปล่อยให้เจ้าทานมื้อค่ำแต่เพียงผู้เดียว เมื่อเช้านี้ก็เช่นกัน "

มู่หรงหย่งหมิงเอ่ยขอโทษนาง

" ไม่เป็นไรเพคะ "

เป็นเช่นนั้นก็ดีนางกลับชอบเสียอีก เพราะอยู่กับบุรุษสูงศักดิ์ตรงหน้าแล้ว นางไม่ชอบสายตาของบุรุษผู้นี้เลย สายตาที่เหมือนกำลังอ่านใจนางอย่างไรก็ไม่รู้ได้

" เมื่อตอนกลางวัน เปิ่นหวางเข้าไปร่วมโต๊ะเสวยมื้อกลางวันกับเสด็จแม่ของเปิ่นหวางมา เสด็จแม่ทรงทราบเรื่องที่เจ้ามาดูแลเปิ่นหวางที่นี่ จึงอยากพบเจ้าสักครั้ง ไม่ทราบว่าพรุ่งนี้เจ้าจะสะดวกเข้าเฝ้าพระมารดาของเปิ่นหวางหรือไม่ "

การข่าวนั้นฉับไวไม่น้อย นั่นล่ะคือสิ่งที่มู่หรงหย่งหมิงผู้นี้ต้องการ ซึ่งอีกไม่นานก็คงล่วงรู้ไปถึงใครบางคนเป็นแน่

" พรุ่งนี้หรือเจ้าคะ "

งง...ก็ไม่ค่อยเข้าใจเท่าใดนักว่าจะอยากพบนางทำไมกัน เพียงแค่นางมาคอยดูแลจวิ้นอ๋องเพียงไม่กี่วันเท่านั้นเอง ความจริงแล้วนางก็แทบจะมาอยู่ที่นี่เฉยๆเสียด้วยซ้ำ ไม่ได้หยิบจับสิ่งใดเป็นชิ้นเป็นอันเลยสักอย่าง

หรือจวิ้นอ๋องไปพูดสิ่งใดให้เฟิ่งหวงกุ้ยเฟยฟังเกี่ยวกับนางหรือ นางอดที่จะเหลือบมองบุรุษที่ประทับนั่งอยู่ใกล้ๆไม่ได้

" ไม่สะดวกหรือ "

" ก็ไม่เชิงเพคะ เพียงแต่หม่อมฉันไม่ค่อยคุ้นชินกับขนบธรรมเนียมการเข้าวังหลวงสักเท่าใด เกรงว่าจะไปทำอะไร อันเป็นการไม่สำรวมและเสียมารยาทต่อหน้าเฟิ่งหวงกุ้ยเฟยเพคะ "

" ทำตัวตามสบายเถิด เท่าที่เป็นอยู่ตอนนี้เจ้าก็งามสง่ามากพออยู่แล้ว "

บุคลิกภาพนางไม่ห่วง นางห่วงเรื่องขนบธรรมเนียมการเข้าเฝ้าต่างหากล่ะ และในขณะที่กำลังสนทนากับจวิ้นอ๋องอยู่นั้น พลันมีเสียงหนึ่งแว่วเข้ามาให้นางได้ยินจากอีกทาง

" ท่านพี่เพคะ "

เสียงหวานใสดังขึ้นมาไม่ไกลนัก มู่หรงหย่งหมิง และจางซูหนี่ว์หันไปตามเสียงนั้น ก็ปรากฏภาพสตรีสองนางกำลังเดินเข้ามาที่ศาลาอยู่ในขณะนี้ เจ้าของเสียงใสหวานนั้น เดินนำหน้าสตรีอีกนางเข้ามา

มู่หรงเหลียนฮวา หรือ องค์หญิงเหลียนฮวา นั่นเอง...

จางซูหนี่ว์มอง พลางลอบพิจารณาสตรีที่ได้ชื่อว่าเป็นองค์หญิง นางรูปร่างอรชร ใส่อาภรณ์และเครื่องประดับหรูหราแพรวพราวไปทั้งกาย ซึ่งนางว่ามันมากเกินจำเป็นไปเสียหน่อย นอกจากรกรุงรังแล้วมันยังทำให้ดูไม่เป็นธรรมชาติอีกด้วย ดูจากอายุแล้วก็น่าจะราวๆ สิบสี่ถึงสิบห้าปีได้กระมัง

" น้องได้ข่าวมาว่าทรงกลับมาจากชายแดนแล้ว จึงอยากมาหาด้วยความคิดถึงยิ่งนัก ทั้งยังให้ลี่จูช่วยสอนทำขนมสูตรของสกุลต้วน เพื่อนำมาให้ท่านโดยเฉพาะ อ้าว ลี่จูนำเข้ามาสิ "

องค์หญิงเหลียนฮวา หันมามองทางสตรีแปลกหน้าที่นั่งร่วมโต๊ะเสวยน้ำชากับพี่ชายของนางเพียงนิด เมื่อครู่ยืนมองอยู่ไกลๆก็ว่ามีบุคลิกสง่างามอยู่ไม่น้อย เมื่อได้มองระยะใกล้คำว่างดงามนั้นคงยังน้อยไปด้วยซ้ำ แล้วเช่นนี้ต้วนลี่จูจะสู้ได้หรือนี้ น่าหนักใจไม่น้อย...

จากนั้นจึงแสร้งทำเป็นไม่เห็นเสีย และหันไปส่งยิ้มพลางเรียกสหายสนิทของนางให้เข้ามาใกล้

จางซูหนี่ว์สะดุดหูกับชื่อ ต้วนลี่จู ทันที...เอ มันชื่อของหลานสาวฮองเฮามิใช่หรือ จากที่มองเพียงผ่านตาเมื่อสักครู่ จึงต้องหันกลับไปมองนางใหม่อีกที

กล่าวอย่างไรดีล่ะ...อายุน่าจะราวๆ สิบหกถึงสิบเจ็ดปีกระมัง สายตาชมดชม้อยถูกส่งมาให้จวิ้นอ๋อง ใบหน้าทรงกลม ประทินโฉมเสียจนแทบจะมองไม่เห็นถึงผิวหน้าจริง คิ้วโก่ง ปากแดง สีสันการแต่งกายช่างแสบทรวงนี่นางแทบแยกไม่ออกว่าคนหรือนกแก้วกันแน่ เครื่องประดับมีค่าถูกประโคมเสริมแต่งเข้ามาจนแทบไม่มีที่ว่าง รูปร่างสมบูรณ์พูนสุขดั่งคนมีอันจะกิน อวบอั๋นไปทุกสัดส่วน หากแต่ยุคปัจจุบันก็คงเรียกได้ว่า อวบระยะสุดท้ายกระมัง

นางว่านางพอจะเข้าใจจวิ้นอ๋องแล้วล่ะ ว่าเพราะเหตุใดจึงทูลขอฝ่าบาทเป็นผู้เลือกจวิ้นหวางเฟยด้วยตนเอง......

 

 

 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1.458K ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

6,484 ความคิดเห็น

  1. #6444 1988yongsi (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 17 มีนาคม 2563 / 21:36
    คุณ​หลอกดาวลี่จู~
    #6,444
    0
  2. #6432 lluv KAITO vull (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 20 ธันวาคม 2562 / 12:13
    อ่านคำบรรยายแล้วนึกถึงตู้เพชรเคลื่อนที่~ เค้าขอโทดดดด 555+
    #6,432
    0
  3. #6215 TheLastManStanding137 (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 18 พฤศจิกายน 2561 / 21:05
    อ่านจากชื่อตอนก็นึกว่ามีสาวๆมีในจวนแล้วและหุ้นตามชื่อตอน และอ่านไปอ่านมาก็นึกว่าลี่จูสวยหรือไม่ก็หมายถึงความอึ๋มเพราะเป็นหลานฮองเฮา ถถถถถถถถถ
    #6,215
    0
  4. #6160 K-muk (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 6 พฤศจิกายน 2561 / 00:31
    เด๋ววว ตอนเสี่ยวไป๋เล่าก็นึกว่าลี่จูจะสวย 5555555
    #6,160
    0
  5. #5958 pemipond (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 22 ตุลาคม 2561 / 13:47

    ระยะสุดท้ายยยยยยยยยยยยยยยย

    #5,958
    0
  6. #5893 fainoii_pfc (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 4 พฤษภาคม 2561 / 11:08
    ขำ555 สรุปคือนางอ้วนนี่เอง
    #5,893
    0
  7. #5850 Sistel2 (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 29 เมษายน 2561 / 01:59

    อธิบายซะเห็นภาพ

    #5,850
    0
  8. #5810 โฮ่ง! Is My Name!! (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 22 เมษายน 2561 / 21:15
    อวบระยะสุดท้าย5555
    #5,810
    0
  9. #5581 Huanting (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2561 / 13:48
    เว่ยถิงงงง
    #5,581
    0
  10. #5351 มูมู (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 18 มกราคม 2561 / 23:43
    ผู้งานดีกันทั้งนั้นเลย
    #5,351
    0
  11. #5100 KrisWu เฮียอู๋สุดหล่อ (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 6 มกราคม 2561 / 00:09
    องค์ชาย5 หล่อมากกกก ....พระเอกก็หล่อค่ะ แต่รูปไกลไปนิด หน้าไม่ชัด
    #5,100
    1
    • #5100-1 เถียนเถียน / A.C.E(จากตอนที่ 9)
      6 มกราคม 2561 / 00:13
      บทหลังๆมีแทรกรูปพระเอกอยู่เรื่อยๆค่ะ ล่าสุดมีรูปนางเอกด้วย...
      แต่ว่าเอาตามมโนไรต์ ถ้าใครอยากจิ้นเป็นหน้าใครก็ตามสบายเลยค่ะ ความชอบคนเราไม่เหมือนกัน....แต่ชายห้าหล่อจริง 5556
      #5100-1
  12. #4296 AnJoo-Jolly (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 16 ธันวาคม 2560 / 20:19
    งืออออ มีความมาเจอซีรี่ย์ที่พึ่งดูจบ หลิงอ๋อง เช่ออ๋อง 😲😲😲
    #4,296
    0
  13. #3932 kanok_wan (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 7 ธันวาคม 2560 / 08:36
    ไม่ทันอ่ะค่ะT.T
    #3,932
    0
  14. #3931 kanok_wan (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 7 ธันวาคม 2560 / 08:36
    งื้อออ อย่างอ่านอ่ะไรท์
    #3,931
    0
  15. #3224 .maniacbx (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 28 พฤศจิกายน 2560 / 12:48
    ฮือออออไม่ทันน
    #3,224
    0
  16. #2457 Kyw_k (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 19 พฤศจิกายน 2560 / 16:50
    ตะมายดูไม่ได้คะ
    #2,457
    0
  17. #2443 sujittra_fha (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 18 พฤศจิกายน 2560 / 22:58
    ทำไม่มีให้อ่านอ่ะคร่ ตอนนี้
    #2,443
    0
  18. #2440 Sugar0822960756 (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 18 พฤศจิกายน 2560 / 22:05
    ทำไมเค๊าดูไม่ได้อ่าาาา
    #2,440
    0
  19. #2017 Pannikaa (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 13 พฤศจิกายน 2560 / 04:16
    สลับอิเมจไท่จือกับจวิ้นอ๋องได้ไหมคะ
    #2,017
    0
  20. #1848 The LightHouse (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 12 พฤศจิกายน 2560 / 18:27
    อิมเมจไท่จื่อแย่งซีนเต็มๆ หล่อร้ายมากๆ
    #1,848
    0
  21. #1403 KURASO' (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 7 พฤศจิกายน 2560 / 21:40
    เราว่านางเอกสวยแล้ว แต่พระเอกเราชอบกน้าแบบองค์ชายห้าอ่ะ
    #1,403
    0
  22. #1274 อุ่นไอรักยามเช้า (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 5 พฤศจิกายน 2560 / 10:56
    เห็นหน้าฉิงเซียนแล้วหมั่นไส้แปลกๆ สวยน้อยกว่านางเอกตั้งเยอะ
    #1,274
    0
  23. #1225 พญานก T^T (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 4 พฤศจิกายน 2560 / 07:50
    ตะไมไท่จื่อเฟยกับไท่จื่อสวยหล่อกว่าอ่ะ
    #1,225
    0
  24. #1144 ปีศาจเงาโลหิต (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 3 พฤศจิกายน 2560 / 00:46
    ไท่จือเฟย/ไท่จือ หล่อกว่า นางเอก/พระเอกอีก สำหรับเรา
    #1,144
    0
  25. #882 คุโรซากิโมโตริ (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 30 ตุลาคม 2560 / 09:25
    เราว่ารูปของไทจื่อเฟย สวยกว่านางเอกอีก
    #882
    0