โซ่รักบ่วงพันธนาการ (e-book)

ตอนที่ 16 : บทที่ 5 เปลี่ยนไปชั่วพริบตา (3)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 372
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 12 ครั้ง
    27 ต.ค. 63

ต่อจ้า...


 

          นีรชาเดินทางมาถึงห้างสรรพสินค้าที่อยู่ไม่ห่างไปจากโรงแรมของแมทธิวโดยการอำนวยความสะดวกจากลูกน้องคนสนิทอีกคนของเขา แจ็คสัน บอดี้การ์ดหนุ่มที่ช่วงหลังได้รับหน้าที่ให้ดูแลนายหญิง ร่างอรชรในชุดแสนสบายเดินไปหาเพื่อนสนิทที่นั่งรอในร้านอาหารไทยชื่อดัง เมื่อตกลงกันว่ากองทัพต้องเดินด้วยท้อง และวีรยามีเวลาแค่สองชั่วโมง เพราะมีนัดที่ห้างนี้ เลยถือโอกาสนัดเจอเธอที่ไม่ได้เจอกันประมาณอาทิตย์นิดๆ ด้วยเลย

            “แกมาถึงนานแล้วเหรอ” เอ่ยถามพลางทรุดตัวลงนั่งบนเก้าอี้ที่บอดี้การ์ดหนุ่มเลื่อนให้ “ขอบคุณค่ะคุณแจ็คสัน อยู่กินข้าวด้วยกันก่อนนะคะ”

            “ไม่เป็นไรครับนายหญิง ผมขอตัวก่อนนะครับ” แจ็คสันก้มศีรษะทำความเคารพก่อนจะเดินออกไปยืนรอหน้าร้านอย่างรู้หน้าที่ สองสาวมองตามหลังอย่างทึ่งๆ ในการทำหน้าที่อย่างดีเยี่ยมของชายหนุ่ม

            “สักพักแล้วละ แกมีบอดี้การ์ดมาคุมด้วยเหรอเนี่ย” วีรยาอดที่จะแซวไม่ได้ 

            “ถ้าไม่มีคนมาคุม ฉันก็คงจะออกมาหาแกไม่ได้” นีรชาเอ่ยบอกพลางยกแก้วน้ำส้มขึ้นดื่มอย่างกระหาย

            “ฉันก็คิดอยู่ว่าแกจะออกมาได้ไหม” เพื่อนสาวยิ้มนิดๆ “อ้อนแบบไหนล่ะ สามีสุดหวงของแกถึงยอมให้ออกมา”

            “อย่าให้พูดถึงเลย แกสั่งอาหารหรือยัง หลานแกเริ่มหิวแล้วนะ” คนมาทีหลังเอ่ยถาม เมื่อรู้สึกหิวขึ้นมา 

            “สั่งแล้ว นั่นนไงมาพอดี” วีรยาเอ่ยขึ้นเป็นจังหวะเดียวกับที่พนักงานนำอาหารที่สงมาเสิร์ฟ “ฉันสั่งที่แกชอบโดยเฉพาะเลยนะเนี่ย มีต้มข่าไก่ พะแนงหมู คะน้าน้ำมันหอย” 

            “ช่วงนี้ฉันมักจะไม่กินของที่ชอบอะแก อยากกินแต่ของเปรี้ยว”

            “อ้าว แล้วจะกินอะไรล่ะ สั่งเพิ่มได้เลย มื้อนี้ฉันเลี้ยง” เพื่อนสาวหยิบเมนูอาหารยื่นส่งให้ นีรชารับเมนูมาพลิกเปิดดู 

            “ขอต้มยำกุ้งกับผัดเปรี้ยวหวานก็แล้วกัน” 

            “โอเค” วีรยายกมือเรียกพนักงานมารับรายการอาหาร “ขอต้มยำกุ้ง กับผัดเปรี้ยวหวานเพิ่มด้วยค่ะ”

            “ได้ค่ะ รอสักครู่นะคะ” พนักงานขานรับพร้อมกับทวนรายการอาหาร เสร็จแล้วก็หมุนตัวเดินออกไปทำหน้าที่ของตัวเองทันที ส่วนสองสาวเพื่อนรักก็พากันลงมือจัดการกับอาหารที่มาก่อนหน้าระหว่างรอที่สั่งเพิ่ม

            “พะแนงหมูอร่อยนะแก ลองชิมดูสิ” 

            นีรชาตักเมนูที่เพื่อนบอกเข้าปาก “อืม ใช้ได้ ฉันว่าสั่งกลับบ้านไปฝากคุณแมทธิวด้วยดีกว่า เขาชอบกิน” 

            “แหม ไปอยู่ด้วยกันแค่วันเดียวนี่รู้จักกันอย่างลึกซึ้งเลยนะ ดีกันแล้วละสิ” 

            นีรชาพยักหน้าด้วยใบหน้าแดงก่ำ “ก็แกบอกให้ฉันทำเพื่อตัวเอง เพื่อลูกไม่ใช่เหรอ ก็ทำแล้วเนี่ย” 

            “ดีมาก ฉันเชื่อว่าจะต้องไปด้วยดี อะไรยอมได้ก็ยอมๆ ไป อย่าใจแข็ง ปากแข็งให้มาก” 

            “รู้แล้วน่า ต้ม�ยำกุ้งกับผัดเปรี้ยวหวานมาแล้ว รีบกิน ไหนบอกมีนัดตอนบ่ายโมงไม่ใช่เหรอ” 

            “อืม” แล้วทั้งสองก็พากันกินข้าวต่อ ใช้เวลาไม่นานก็เสร็จ

            “ของหวานล้างปากไหม คุณแม่”

            “อยากกินไอศกรีมอะ ไปกินที่ร้านฝั่งตรงข้ามไหม” นีรชายกแก้วน้ำเปล่าขึ้นดื่มจนหมดแก้วก่อนจะวางลงที่เดิม

            “ได้สิ งั้นเช็กบิลเลยนะ”

            “อืม ฉันขอไปสั่งอาหารให้คุณแมทธิวก่อนนะ” เพื่อนสาวพยักหน้าพลางหยิบกระเป๋าขึ้นสะพายบ่าก่อนจะลุกขึ้นเดินไปยังเคาน์เตอร์เพื่อชำระเงิน ส่วนนีรชาเพื่อไม่ให้เสียเวลาก็หยิบกระดาษกับปากกามาจดเมนูอาหารที่จะสั่งกลับบ้าน เมื่อเสร็จแล้วก็ลุกตามไปหาเพื่อน

            “สั่งกลับบ้านด้วยนะคะ แต่แยกบิล” นีรชาเอ่ยบอกพร้อมกับยื่นกระดาษส่งให้พนักงานอีกคนที่อยู่หน้าเคาน์เตอร์

            “ผมจัดการเองครับ” แจ็คสันเดินเข้ามาหาสองสาวเมื่อเห็นว่ากินข้าวเรียบร้อยแล้ว เขายื่นบัตรสีทองให้พนักงานชิงตัดหน้าวีรยา 

            “ไม่ต้องค่ะ ฉันจ่ายเองได้” วีรยาเอ่ยขึ้นอย่างเกรงใจ แต่ชายหนุ่มไม่สนใจฟัง เอ่ยตอบหน้านิ่ง

            “ไม่เป็นไรครับ ผมทำตามหน้าที่” 

            “ดีแล้วแก จะได้ไม่ต้องเสียตังค์ พ่อของลูกฉันรวย” นีรชากระซิบบอกเบาๆ 

            “นายหญิงจะไปที่ไหนต่อไหมครับ” แจ็คสันหันกลับมาถามเมื่อเก็บบัตรที่รับคืนจากพนักงานใส่กระเป๋าสตางค์เรียบร้อย

            “เดี๋ยวเราจะไปกินไอศกรีมฝั่งโน้น แล้วก็กลับเลย อ้อ ฝากคุณแจ็คสันรอรับอาหารที่สั่งกลับบ้านด้วยนะคะ ฉันซื้อไปฝากเจ้านายของคุณน่ะค่ะ”

            “ได้ครับ นายหญิง” 

            “เราไปกันเถอะ คราวนี้ฉันให้แกเลี้ยง” นีรชาเอ่ยชวน 

            “ขอบคุณคุณแจ็คสันมากนะคะ” วีรยาเอ่ยขอบคุณชายหนุ่มสำหรับค่าอาหาร

            “ไม่เป็นไรครับ ผมทำตามหน้าที่” แจ็คสันคัดลอกประโยคก่อนหน้ามาอย่างไม่มีตกหล่นหรือคิดจะเพิ่มเติม�คำพูดลงไป พร้อมกับหน้านิ่งไม่เปลี่ยน

            “เสร็จแล้วตามไปนะคะ” นายหญิงคนสวยเอ่ยยิ้มๆ ก่อนจะจูงมือเพื่อนสาวพาเดินไปยังร้านฝั่งตรงข้าม

            “คนหรือหุ่นยนต์นั่น” วีรยาพึมพำ

            “คนที่ได้รับการฝึกมาอย่างหุ่นยนต์ ลูกน้องของคุณแมทธิวเป็นแบบนี้ทุกคน ยกเว้นคุณเวนเดอร์ที่จะมีชีวิตชีวาหน่อย”

            “อือ ก็นะ” วีรยายิ้มเล็กน้อยก่อนที่สายตาจะไปสะดุดเข้ากับใครบางคนที่เดินออกมาจากห้องน้ำ “เอ๊ะ! นั่นคุณเมลานี น้องสาวของสามีแกใช่ไหมน่ะ” 

            “ไหน” หญิงสาวมองตามสายตาของเพื่อน “จริงด้วย คุณเมนี่คะ” 

            เมื่อเห็นว่าเป็นน้องสาวของสามี นีรชาเลยร้องเรียก เมลานีหันมาตามเสียงเรียกก่อนจะพบว่าเป็นพี่สะใภ้ ร่างบางจึงเดินเข้าไปหาทันที “พี่นิกกี้ มาเที่ยวเหรอคะ”

            “พี่มากินข้าวกับเพื่อนน่ะค่ะ แล้วคุณเมนี่ล่ะคะ”

            “เมนี่ก็มากินข้าวกับพี่เคลค่ะ แต่ว่ากลับไปแล้ว” 

            “อ้อ ค่ะ คุณเมนี่คะ นี่วีวี่ เพื่อนสนิทของพี่เองค่ะ” พี่สะใภ้สุดสวยแนะนำให้หญิงสาวทั้งสองได้รู้จักกัน

            “สวัสดีค่ะพี่วีวี่ เรียกเมนี่ก็ได้ค่ะ”

            “สวัสดีค่ะคุณเมนี่” วีรยายิ้มส่งให้และก็ได้รับรอยยิ้มกลับเช่นกัน

            “คุณเมนี่จะเข้าสโมสรเลยไหมคะ สนใจไปกินไอศกรีมกับพวกพี่ก่อนไหม” นีรชาเอ่ยถามอีกครั้ง

            “ได้ค่ะ เมนี่ไม่รีบ” เมลานีเอ่ยตอบด้วยใบหน้าแดงนิดๆ 

            “ดีเลยค่ะ งั้นเราไปกันเถอะ” แต่ยังไม่ทันที่สามสาวจะได้ออกเดิน เสียงโทรศัพท์ก็ดังขึ้นเสียก่อน เป็นวีรยาที่หยิบโทรศัพท์ของตัวเองออกจากกระเป๋ากางเกงขึ้นมากดรับ พร้อมกับเดินไปสนทนาห่างออกไปพอสมควร

            “ทำงานวันแรกเป็นยังไงบ้างคะ” 

            “เอ่อ...ก็ดีค่ะ” เมลานียกมือขึ้นทัดผมแก้อาการเขินอาย เมื่อพูดถึงที่ทำงาน ทำให้นึกถึงเรื่องที่โดนเจ้านายหนุ่มขโมยจูบไปด้วย หลังจากี่เจ้านายหนีออกจากห้องก็หายไปไม่กลับเข้ามาอีกเลย ส่วนเธอก็ได้แต่นั่งอยู่ในห้องทำงานตามที่บอสหนุ่มสั่งผ่านทางเลขาฯ หนุ่มที่เข้ามาบอกว่า ให้นั่งรออยู่ในห้อง ห้ามออกไปไหน และทั้งเจ้านายกับลูกน้องก็พากันหาย จนกระทั่งเที่ยงก็ยังไม่มีใครกลับมา เธอหิวก็เลยออกมากินข้าวกับนักฟุตบอลหนุ่มที่บังเอิญเจอกันพอดี

            “นิกกี้ ฉันขอโทษ พอดีหัวหน้าโทร.มาตาม บอกว่าคนที่นัดมาก่อนเวลา เลยให้ไปพบได้เลย” เพื่อนสาวเดินกลับเข้ามาบอกให้รู้

            “ไม่เป็นไร ฉันไปกับคุณเมนี่ได้ แกไป�ทำงานเถอะ” 

            “อืม ไว้นัดกันใหม่ ฉันไปนะ” วีรยาหันไปเอ่ยขอตัวกับเมลานี จากนั้นก็หมุนตัวเดินไปอีกทาง ส่วนสองสาวก็พากันเดินเข้าไปในร้านไอศกรีม 

            “เหลือเวลาอีกยี่สิบนาทีก่อนคุณเมนี่จะเข้างาน” นีรชาพูดขึ้นหลังจากที่พนักงานรับออร์เดอร์เรียบร้อย

            “เมนี่ไม่รีบค่ะ เมื่อเช้าก็นั่งแต่ในห้องทำงานของพี่แพท ไม่ได้ทำอะไรเลย” 

            “อย่างนั้นเหรอคะ” เจ้าของคำพูดขมวดคิ้วอย่างแปลกใจ ‘บอสยอมให้คุณเมนี่ไปทำงานด้วย แต่กลับไม่สั่งงานเนี่ยนะ แปลกๆ’

            “ค่ะ สั่งให้เมนี่อยู่ในห้อง แล้วก็พากันหายไปทั้งเจ้านายทั้งลูกน้องเลย” 

            “แปลกจัง” นีรชาพึมพำเบาๆ ขณะที่พนักงานนำไอศกรีมมาเสิร์ฟ 

            “สงสัยกลัวความผิดที่ตัวเองทำไว้...อุ๊บ” เมลานียกมือขึ้นปิดปากเมื่อเผลอหลุดปากออกไป ก่อนจะเนียนทำเป็นตักไอศกรีมของตัวเองเข้าปาก “อร่อยจังค่ะ”

            “ไม่น่าจะเป็นความผิดร้ายแรงนะคะ ไม่งั้นคุณเมนี่คงไม่อารมณ์ดีแบบนี้” หญิงสาวมองปฏิกิริยาของอีกฝ่ายว่ามีอะไรเกิดขึ้นบ้าง ‘หน้าแดงอีกแล้ว เอ๊ะ อย่างไรกันสองคนนี้’

            “ถ้าเมนี่บอก พี่นิกกี้ห้ามไปบอกพี่แมทนะคะ” เธอชะโงกหน้าเข้าไปใกล้ๆ 

            “พี่รับปากไม่ได้หรอกค่ะ” เธอเชื่อว่าลูกน้องของเขาคงจะรายงานให้ผู้เป็นนายรู้อย่างแน่นอน และแมทธิวจะต้องถามแน่นอนว่าคุยอะไรกัน

            “ไม่เป็นไรค่ะ เอ่อ...” หญิงสาวสองจิตสองใจว่าจะพูดออกไปดีไหม เพราะเรื่องนี้มันเป็นเรื่องที่เหนือความคาดหมายของทุกคน และคิดว่าไม่ควรจะพูดให้คนอื่นฟังด้วยซ้ำ แต่ว่าพี่สะใภ้ไม่ใช่คนอื่นคนไกลนี่นา ถ้าบอกไปจะได้ปรึกษาในเรื่องนี้ได้ คิดได้แบบนั้นเธอเลยบอกออกมา “พี่แพทจูบเมนี่ค่ะ”

            “คะ อะไรนะ” นีรชาทำหน้าตกใจไม่น้อย ‘บอสจูบเมลานีเหรอ เป็นเรื่องที่เหลือเชื่อมาก’

            “เมนี่พูดจริงนะคะ ตอนแรกก็ตกใจเหมือนกัน นึกว่าฝันไป” เธอตะลึงงันไปพักใหญ่ ก่อนจะลองหยิกแขนตัวเองดูถึงรู้ว่าไม่ได้ฝันไป 

            “ค่ะ พี่เชื่อ บอสน่ะเป็นคนปากแข็ง ใจแข็ง ไม่แน่นะคะ ความรักที่คุณเมนี่มีให้บอสมานานอาจจะค่อยๆ ทลายกำแพงน้ำแข็งเข้าให้แล้วก็ได้ ไม่งั้นคงไม่ยอมให้คุณเมนี่ไปอยู่ใกล้ๆ แบบนี้หรอกค่ะ และคงไม่จูบให้ตัวเองต้องยุ่งวุ่นวายด้วย พยายามเข้านะคะ พี่เชื่อว่าอีกไม่นานบอสจะต้องมีปฏิกิริยาตอบสนองกลับมาอย่างแน่นอน แบบนี้บอสไม่น่าจะรอดจากเงื้อมมือของคุณเมนี่ไปได้เลยละค่ะ”

            “แน่นอนสิคะ” เมลานีเอ่ยเสียงหนักแน่น ทำหน้าจริงจัง เธอไม่มีทางปล่อยให้บอสสุดหล่อหลุดมือไปหรอก ยิ่งมาขโมยจูบแรกของเธอไปด้วยแล้ว ยิ่งไม่มีทางปล่อยเป็นแน่ 

            “เมนี่ดูแรงเกินไปไหมคะ ที่เอาเรื่องน่าอายกับแสดงออกว่าจะจับผู้ชายมาพูดแบบนี้”

            “ไม่หรอกค่ะ ถึงพี่จะรู้จักคุณเมนี่ไม่นาน แต่พี่ก็รู้ว่าคุณเมนี่เป็นคนยังไง ใช่ว่าคุณเมนี่จะไปทำประเจิดประเจ้อเสียหน่อย อีกอย่าง เวลาเราเจอคนที่รักสุดหัวใจก็สามารถ�ทำได้หมดทุกอย่างแหละค่ะ สมัยนี้ผู้หญิงรุกก่อนเป็นเรื่องปกติ ก่อนที่คานทองจะถามหา” 

            “นั่นสินะคะ ผู้ชายหายากเหลือเกิน หันไปกินกันเองซะหมด” สิ้นคำพูดของเมลานี ทั้งสองก็พากันหัวเราะดังลั่น มันจริงนะ เดี๋ยวนี้ถ้าผู้หญิงยังเหนียมอายก็ได้อยู่บนคานทองนิเวศน์สถานเดียว ก็ผู้ชายหันไปกินกันเอง ผู้หญิงอย่างเราๆ ก็ต้องดิ้นรนกันแบบนี้ละ

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 12 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

2 ความคิดเห็น