มาเฟียร้ายพ่ายแผนรัก (อีบุ๊ค)

ตอนที่ 18 : บทที่ 10 แบบนี้ก็มีด้วย (50%)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 378
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 16 ครั้ง
    25 เม.ย. 63

ต่อค่า...


 

        เดนิสกอดอกพิงโต๊ะทำงาน มองไปยังคุณหมอคนสวย ที่เดินเข้ามาในห้อง ใบหน้านวลสวยที่บัดนี้บึ้งตึงอย่างไม่พอใจ ทำให้คนมองยิ้มกว้าง คงจะโกรธเขาสินะ ที่ไปขัดขวางการทานข้าวของอีกฝ่าย แถมยังทิ้งปริศนาบางอย่างให้ได้คิดเล่นระหว่างเดินทางมาที่นี่อีกด้วย ช่วยไม่ได้ ถ้าหากไม่ทำแบบนี้แพรไหมก็จะปล่อยให้เขาทานข้าวคนเดียว ตั้งแต่ที่หญิงสาวเดินเข้ามาในชีวิต เขาก็สะกดคำว่าการทานข้าวคนเดียวไม่ได้อีกเลย

            แพรไหมยืนกอดอก ด้วยใบหน้าบึ้งตึง ดวงตาคู่สวยหรี่ลงมอง คนตรงหน้าอย่างครุ่นคิด ความลับของเธอถูกเปิดเผยแล้ว แต่ว่าทำไม หน้าตาของเขายังเรียบเฉยเหมือนกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น ทั้งที่ก่อนหน้านั้น ข่มขู่สารพัด แถมยังคาดโทษถึงชีวิตอีกด้วย หรือว่าเขาจะเปิดโอกาสให้เธอพูดก่อน

            ‘โอ๊ย จะท????ยังไงดีนะ จะหาความกล้ามาจากไหนไปสารภาพความผิดกันเล่า เอาวะ ในเมื่อไม่ยอมรับตั้งแต่แรก ก็หน้ามึนต่อไปละกัน ถ้าเห็นหลักฐานค่อยว่ากันใหม่’

            “มีอะไรหรือเปล่า” เดนิสเอ่ยถามด้วยท่าทีปกติ หากแต่ภายในใจอดที่จะขำไม่ได้

            “คุณรู้ไหมว่าเวลาไปขัดขวางคนจะกินข้าวน่ะมันบาป” 

            แพรไหมเปิดฉากด้วยเรื่องที่ทำให้ตัวเองอารมณ์เสียก่อนทันที เรื่องอื่นค่อยคุยกันทีหลัง ขอเธอตั้งหลักก่อน

            “วันหลังฉันจะพาไปทาน” เดนิสบอกแล้วส่งยิ้มให้อย่างเอ็นดู คนโมโหหิวถึงกับอึ้ง ที่ได้เห็นรอยยิ้มแสนจริงใจของชายหนุ่ม 

            “ไม่มีวันหลังอะไรทั้งนั้น...ฮึ” แพรไหมทำเสียงขึ้นจมูกอย่างขัดใจ

            “วันหน้าก็ได้ ร้านนั้นไม่เจ๊งไปก่อนหรอกน่า” เสียงทุ้มยอกย้อนด้วยความขบขัน

            “อย่ามาเล่นลิ้นกับฉันนะ” คุณหมอสาวทำตาขวางใส่เขา พูดถึงเรื่องกินแล้วเธอก็ของขึ้นตลอด ลืมเรื่องอื่นไปได้ง่ายๆ เสียด้วย เวลามีคนมาขัดก็จะอารมณ์เสียแบบนี้ เห็นอะไรก็ขวางหูขวางตาไปหมด รวมทั้งชายหนุ่มที่เป็นตัวต้นเหตุของเรื่องด้วย

            “ฉันยังไม่ได้เล่นลิ้นเธอเลยนะแพรไหม แบบนี้เขาไม่เรียกว่าเล่นลิ้นหรอก” ชายหนุ่มมองคนพาลด้วยสายตากรุ้มกริ่ม

            “คนบ้า...ฉันไม่คุยกับคุณแล้ว” แพรไหมหันหลังเดินหนี แต่ก็โดนมือใหญ่ดึงแขนเอาไว้เสียก่อน

            “จะไปไหน” ชายหนุ่มรวบตัวหญิงสาวเข้ามาในอ้อมกอดของตน

            “ปล่อยฉันนะ!” หญิงสาวดิ้นขลุกขลักในอ้อมกอดแกร่ง

            เดนิสไม่สนใจกิริยาขัดขืนเลยสักนิด กลับจูงคนตัวเล็กให้ไปนั่งตักเขาบนโซฟาหน้าตาเฉย

            “คิดถึงจะตายอยู่แล้ว”

            “คุณว่าอะไรนะ” เอ่ยถามย้ำให้แน่ใจว่าได้ยินไม่ผิด

            “ยังไม่แก่เสียหน่อย หูตึงแล้วเหรอ” เสียงทุ้มกระซิบอยู่ข้างหู ริมฝีปากหยักงับเข้าที่ติ่งหูแดง จนคนตัวเล็กสะดุ้งโหยง แพรไหมขนลุกซู่ร้อนผ่าวไปทั้งตัว

            “ปะ...ปล่อย” เอ่ยสั่งเสียงตะกุกตะกัก ไม่กล้าที่จะขยับตัว เมื่อริมฝีปากของเขายังวนเวียนอยู่แถวๆ ซอกคอขาวเนียน

            “คิดถึงจะตาย เรื่องอะไรจะปล่อย”

            ชายหนุ่มก้มจูบลำคอขาวเนียนอย่างอดใจไม่ไหว ร่างเล็กผวา เมื่อสัมผัสกับริมฝีปากร้อนชื้น ใจเต้นรัวไม่เป็นจังหวะ

            แพรไหมตั้งสติอยู่ชั่วครู่ ก่อนจะหันหน้าไปมองหน้าหล่อเหลาด้วยความสงสัย

            “คุณกินยาแล้วลืมเขย่าขวดหรือไง”

            “ฮาๆๆ” เสียงระเบิดหัวเราะดังลั่นห้อง เขานึกไว้ไม่มีผิดว่าจะต้องได้ยินประโยคที่ชวนหัวเราะแบบนี้ มือใหญ่จับร่างบางให้หันมาเผชิญหน้ากับตน ดวงตาสีน้ำตาลเข้มจ้องลึกเข้าไปในดวงตากลมโต ที่ไหวระริก ก่อนจะเคลื่อนใบหน้าหล่อเหลาเข้าใกล้ชิดกับใบหน้านวลสวย

            “ยะ...อย่า...อื้อ”

            เสียงร้องประท้วงถูกกลืนหายเข้าไปในลำคอแกร่ง เมื่อปากหยักก้มลงประกบจูบริมฝีปากอวบอิ่มสีกุหลาบ บดขยี้จุมพิตอย่างดุเดือด ด้วยความคิดถึงที่อํดแน่นอยู่ในใจ หญิงสาวตัวอ่อนปวกเปียก เคลิบเคลิ้มกับจุมพิตเร่าร้อนปนอ่อนหวานจนเผลอตอบสนองออกไปโดยไม่รู้ตัว

            “แบบนี้ถึงจะเรียกว่าเล่นลิ้น” เสียงกระซิบแหบพร่าชิดปากอิ่มที่ผละออกมา

            “ทุเรศ!...ปล่อยฉันเลย” แพรไหมสั่งเสียงตึง พร้อมกับยกมือขึ้นเช็ดปากอวบอิ่ม ใบหน้านวลสวยแดงก่ำลามไปถึงใบหูและลำคอ

            “ตอนเธอเล่นลิ้นฉัน...ฉันยังไม่ว่าทุเรศเลย” เดนิสกระเซ้ากิริยาตอบสนองของคนในอ้อมกอดถึงแม้จะเงอะงะเพียงใด แต่เขาก็ชอบกา ตอบสนองของหญิงสาว

            ตุ้บ กำปั้นน้อยทุบอกแกร่งอย่างเต็มแรง

            “ฉันเจ็บนะ” เดนิสตัดพ้อก่อนที่จะลูบหน้าอกของตัวเองไปมา กำปั้นเล็กนิดเดียวแต่ทุบเจ็บเป็นบ้า

            “ก็จะทำให้เจ็บไง” แพรไหมเบ้ปากอย่างหมั่นไส้ มันเกิดอะไรขึ้นกับคนตรงหน้า ทำไมถึงมาทำกิริยาแบบนี้กับเธอ หน้าตาที่นิ่งของเขาเปลี่ยนเป็นหน้าตาเจ้าเล่ห์ตั้งแต่ตอนไหนกัน

            “หึ”

            ริมฝีปากหยักคลี่ยิ้มด้วยแววตาเจ้าเล่ห์เปี่ยมไปด้วยความสุข

            “คนทำผิดต้องโดนลงโทษ รู้ไหม” ดวงตาคู่คมฉายแววตำหนิ

            “ฉันทำอะไรผิด” หญิงสาวเอ่ยถามเสียงอ่อยๆ ใบหน้านวลสวย เศร้าสร้อยลงถนัดตา เขารู้แล้วจริงๆ สินะ

            “ดอกมะลิสามดอก แก้วน้ำลายหมีพูห์ และสร้อยข้อมือสีเงิน ทำอะไรผิดล่ะ ฮึ” เดนิสเอ่ยบอก นัยน์ตาคมมองคนทำผิดที่ยังไม่รู้ตัว หรือแกล้งทำเป็นไม่รู้อย่างขบขัน แพรไหมก็ยังคงเหมือนเดิม ถ้าไม่มีหลักฐานมายืนยันก็คงจะไม่ยอมรับผิดสินะ

            “คุณรู้ได้ยังไงคะ” แพรไหมถามเสียงเศร้ารู้สึกปลงในชีวิต ในที่สุดมาเฟียวายร้ายก็รู้ความจริงจนได้ แล้วเรื่องราวต่อจากนี้จะเป็นอย่างไรต่อไป เธอไม่น่าไปท้าทายเขาเลย ถามว่ากลัวไหม ตอบได้คำเดียว ว่าไม่ กลับรู้สึกเหมือนยกภูเขาออกจากอกมากกว่า

            “ง่ายจะตาย ก็แค่ให้ลูกน้องไปขอภาพจากกล้องวงจรปิดใน ห้องทำงานของใครบางคน”

            “คุณไม่ได้ขู่เพื่อนฉันใช่ไหมคะ” คุณหมอคนสวยเอ่ยถามด้วยสีหน้าเป็นกังวล นึกเป็นห่วงเพื่อนสนิทขึ้นมาหวังว่าเขาคงจะไม่ใช้วิธีสกปรกเล่นงานเพื่อนเธอ เพื่อให้ได้ภาพจากกล้องวงจรปิดมาหรอกนะ ถ้าเป็นแบบนั้นสิ่งที่เธอลงทุนไป ก็เท่ากับเสียเปล่า ช่วยกอบกู้กิจการของเพื่อนไม่ได้ แถมยังซ้ำให้หนักยิ่งกว่าเดิม

            “ฉันไม่ได้สนใจเรื่องของลูกน้อง” เสียงห้วนเอ่ยอย่างไม่สบอารมณ์ ถ้าแพรไหมยังพูดถึงไอ้บ้านั่นอีก เขาจะขู่ให้ดู กำลังเดือดร้อนอยู่ด้วย ภาพความสนิทสนมที่ได้เห็นมันยังสร้างความขุ่นเคืองให้เขาอยู่เลย และตอนนี้แพรไหมก็กำลังเป็นห่วงผู้ชายคนอื่น ตอกย้ำอารมณ์ให้เขาฉุนหนักขึ้นไปอีก

            “ฉันขอโทษค่ะ...ที่โกหกคุณ และไม่ดูแลของสำคัญให้ดี”

            แพรไหมเอ่ยเสียงเศร้าอย่างสำนึกผิด ดวงตาคู่สวยสั่นระริก ราวกับกำลังขอความเห็นใจ

            เดนิสรั้งร่างบางเข้ามากอดแนบอก มือใหญ่ลูบหลังบางอย่างอ่อนโยน

            “มันน่าลงโทษเสียให้เข็ด”

            “ความผิดเล็กน้อย” หญิงสาวพึมพำเบาๆ แนบอกแกร่ง

            “ไม่น้อยสักนิด” เดนิสแย้งคำพูดของคนในอ้อมกอด

            “คุณจะเอายังไงต่อไปคะ” แพรไหมถามขึ้นด้วยความอยากรู้ และจุดประสงค์ต่อไปของเขาคืออะไร พวกเธอจะได้เตรียมตัวเตรียมใจให้พร้อม

            “กินข้าวเสร็จแล้วรอบอกพร้อมกันเลยทีเดียว”

            “หวังว่าคุณคงจะไม่ทำตามคำพูดนั้นหรอกนะคะ”

            ใบหน้านวลสวยหวาดวิตกยิ่งนัก น้ำตาใสเอ่อล้นปริ่ มๆ กับคำขู่ของชายหนุ่มที่ดังก้องอยู่ในโสตประสาท

            “ชู่ว์ อย่าร้องครับ” มือแกร่งลูบหลังบางไปมาอย่างปลอบโยน เขาจะกล้าทำร้ายหญิงสาวได้อย่างไรกัน ในเมื่อเธอเป็นทั้งชีวิต เขาจะอยู่ได้อย่างไรถ้าขาดเธอ แพรไหมเป็นสิ่งมีชีวิตที่อันตราย ยิ้มหวาน หัวเราะ ร้องไห้ เศร้าหรือแม้แต่หวาดวิตก ทุกการกระทำของเธอมันส่งผลต่อหัวใจเขาเป็นอย่างมาก

            “ฉันมีพรให้สำหรับคนขี้แย” เดนิสผละร่างบอบบางออกจากอ้อมกอด รอยยิ้มเอ็นดูผุดขึ้นบนริมฝีปากหยัก

            “คุณจะให้ฉันขอพรได้เหรอคะ” แพรไหมยิ้มกว้าง เต็มไปด้วยความหวัง

            มาเฟียวายร้ายใจสั่นไหวกับรอยยิ้มหวานที่ส่งมาให้ “ได้สิ...แต่ต้องมีรางวัลให้ฉันด้วยนะ” ชายหนุ่มยิ้มกริ่มพลางฉวยโอกาสหอมแก้มเนียนสวยฟอดใหญ่

            “ฉวยโอกาสละสิไม่ว่า” แพรไหมย่นจมูกใส่อย่างน่ารัก จนเดนิสอดไม่ได้ที่จะบีบจมูกรั้นๆ นั้นอย่างมันเขี้ยว

            “จะเอาไหมล่ะ”

            “เอา” แพรไหมตอบด้วยความรวดเร็ว กลัวมาเฟียวายร้ายเปลี่ยนใจ ถึงหน้าตาของชายหนุ่มจะเจ้าเล่ห์ จนเธอสองจิตสองใจ ว่าจะเชื่อเขาได้ไหม ยอมรับว่าตั้งตัวไม่ทันกับสิ่งที่เกิดขึ้น แต่เมื่อได้โอกาสอีกครั้ง ใครจะไม่เอากันล่ะ

            “นับว่ายังฉลาดอยู่”

            “สัญญาแล้วนะคะ...ว่าคุณจะไปไม่ทำร้ายฉันกับเจ้าไต้ฝุ่น” แพรไหมยื่นนิ้วก้อยออกไปให้ชายหนุ่ม

            เดนิสยิ้มขันๆ แต่ก็ยอมยื่นนิ้วก้อยออกไปเกี่ยวกับนิ้วของหญิงสาว ไม่ต้องขอสัญญาเขา ก็ไม่ทำแบบนั้นอยู่แล้ว สิ่งที่เขาจะทำ คือการได้ทั้งตัวและหัวใจของแพรไหมต่างหาก และมันจะต้องสำเร็จด้วย

            “สัญญาครับ” ดวงตาสีน้ำตาลเข้มเปล่งประกาย รอยยิ้มเจ้าเล่ห์ ผุดขึ้นที่มุมปาก แค่คิดก็สนุกแล้ว

            เมื่อเห็นว่าตกลงกันได้เรียบร้อยแล้ว คุณหมอคนสวยก็เอ่ยขอตัวไปหาขวัญข้าวที่ถูกแยกออกจากกันทันทีที่เดินทางมาถึง แม้อยากจะรู้ขนาดไหน แต่เธอก็เลือกทำตามคำสั่งของชายหนุ่ม ดีกว่าดันทุรังถามเซ้าซี้ จนมาเฟียวายร้ายทนไม่ได้แล้วยกเลิกสัญญาเธอก็ซวยน่ะสิ เธอไปให้ขวัญข้าวช่วยคิดดีกว่าว่าจะขอพรอะไรจากเขาดี จะว่าไปแล้วมาเฟียวายร้ายก็ไม่ได้โหดอย่างคำร่ำลือที่เธอได้ยินมาเสียหน่อย แต่เธอก็ไม่ควร หลงดีใจไป ขึ้นชื่อว่ามาเฟีย อะไรก็เกิดขึ้นได้ทั้งนั้น

            เดนิสยอมปล่อยหญิงสาวโดยที่ไม่ได้รั้งเอาไว้ เขาเปิดโอกาส ให้แพรไหมได้พักสมอง ก่อนที่จะต้องเจอเซอร์ไพรส์ในด่านต่อไป

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 16 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

14 ความคิดเห็น